Partager

บทที่ 4

Auteur: ซีเจียงเยว่123
ท่ามกลางเสียงร้องตื่นตกใจของทุกคน มีดสั้นในมือข้าก็เฉือนเข้าที่อกของสวี่หานกวางอย่างจัง

น่าเสียดายที่พวกองครักษ์วังหลวงเข้ามาขัดขวางไวเกินไป ข้าจึงแทงเขาให้ตายในคมเดียวไม่ทัน ทำได้เพียงฝากแผลฉกรรจ์จนเขาหมดสติไปเท่านั้น

ข้าตั้งท่าจะโถมเข้าไปฆ่าสวี่หานกวางซ้ำ แต่องครักษ์วังหลวงฝีมือดีสองนายกลับพุ่งเข้ามาตะปบคว้าแขนข้าดัดบิดไปข้างหลังอย่างเหี้ยมโหด

เสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบ มีดสั้นร่วงหลุดจากมือทันที

ข้าถูกพันธนาการจนไม่อาจขยับเขยื้อนได้อีก

ฮ่องเต้ตรัสด้วยสีพระพักตร์เดือดดาล “เป่าจู นี่เราประคบประหงมเจ้าจนเคยตัวแล้วใช่หรือไม่! ผู้ใดมอบความกล้าให้เจ้าถือดีมาชักมีดกวัดแกว่งต่อหน้าเรา?”

ยามนี้ องค์รัชทายาทเองก็เพิ่งสังเกตเห็นว่า ศีรษะมนุษย์ชิ้นนั้นเป็นของจริง

หลังจากตระกองกอดกู้หมิงเยว่ที่สะอื้นไห้จนตัวโยน พร้อมเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแล้ว เขาก็กราบบังคมทูลฮ่องเต้ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เสด็จพ่อ เป่าจูเก็บไว้มิได้อีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ! วันนี้นางกล้าสังหารองครักษ์วังหลวง กล้าลงไม้ลงมือกับราชบุตรเขย วันหน้าจะไม่กล้าลงมือกับท่านหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

เขาชำเลืองมองข้าด้วยสีหน้ารังเกียจจับใจ ก่อนเอ่ยออกมาอย่างน้ำเสียงราบเรียบ “สั่งให้หานกวางหย่าขาดจากนาง แล้วขับไล่ออกจากวังไปเสียเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

ข้าจ้องมองคนทั้งสองโดยไม่กะพริบตา

มองดูสวามีกับโอรสที่แสนดีของข้า พระบิดากับพระเชษฐาที่แสนดีของเป่าจู ข้ากลับหลุดหัวเราะออกมาเสียอย่างนั้น

ฮ่องเต้ขมวดคิ้วตรัสถามว่าข้าหัวเราะสิ่งใด

ข้าสบตาเขานิ่ง แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงของเป่าจูเป็นครั้งแรก “เสด็จพ่อทำกับข้าเช่นนี้ ไม่กลัวเสด็จแม่ที่อยู่ในปรโลกจะไม่อาจสงบสุขหรือ?”

ฮ่องเต้ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเม้มริมฝีปากตอบว่า “เจ้าไม่มีสิ่งใดเทียบหมิงเยว่ได้เลยสักนิด การที่เราปลดเจ้าก็เพื่อรับผิดชอบต่อใต้หล้า เสด็จแม่ของเจ้าในปรโลกย่อมเข้าใจความลำบากใจของเราดี”

ความลำบากใจงั้นหรือ?

เขาจะมีสิ่งใดให้ต้องลำบากใจกัน

องค์รัชทายาทแค่นหัวเราะเยาะ “เจ้ายังมีหน้ามาเรียกเสด็จแม่อีกหรือ? หมิงเยว่ยอมไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์แทนเจ้า เจ้าติดค้างนาง ชาตินี้ทั้งชาติก็ชดใช้ไม่หมด! นี่เจ้ายังสังหารญาติผู้พี่ของนางอีก การไม่สั่งให้เจ้าชดใช้ด้วยชีวิต ก็นับว่าเห็นแก่เยื่อใยพี่น้องมากพอแล้ว”

ยามนี้ กู้หมิงเยว่ละมือออกจากองค์รัชทายาท แล้วเดินซวนเซตรงเข้ามาหาข้า

นางร้องไห้สะอึกสะอื้น “พี่หญิง ข้าผิดไปแล้ว ข้าขอโทษท่านด้วย ข้าไม่ควรมีชีวิตรอดกลับมาเลย ควรจะตายอยู่กลางทุ่งหญ้าเสียให้รู้แล้วรู้รอด”

ใบหน้าของนางเปื้อนน้ำตา ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยรอยยิ้ม

กู้หมิงเยว่โน้มตัวลงมากระซิบกลั้วหัวเราะข้างหูข้า “เจ้าช่างดวงแข็งนักนะ ขนาดคลอดเด็กออกมาแล้วถูกจับยัดกลับเข้าไป เจ้ายังรอดชีวิตมาได้อีกหรือ? แต่เจ้าเดรัจฉานน้อยนั่นคงสิ้นใจไปแล้วกระมัง

บอกความลับให้อีกเรื่องก็แล้วกัน แท้จริงร่างกายข้าหาได้บอบช้ำจนตั้งครรภ์มิได้ และไม่ได้ไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีที่ทุ่งหญ้าหรอก ทั้งหมดนั่นหลอกเจ้าทั้งสิ้น”

ข้าขบกัดริมฝีปากจนแตกยับ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วโพรงปาก

รอยยิ้มบนใบหน้าของกู้หมิงเยว่หยักลึกยิ่งขึ้น ราวกับกำลังดื่มด่ำความเจ็บปวดของข้า

“แค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้วหรือไร?

หากข้าบอกเจ้าว่าเดรัจฉานน้อยทั้งสองคนนั้นของเจ้ามิได้สิ้นใจเพราะอุบัติเหตุ แต่ถูกข้าโยนลงสระน้ำจนจมน้ำตายทั้งเป็นเล่า? เจ้าจะไม่เป็นบ้าไปเลยหรือ?

หรือว่าเจ้าจะร้องเรียกให้เสด็จแม่ของเจ้ามาช่วยอีกเล่า? เลิกร้องเถอะ นางตายไปตั้งนานแล้ว คนตายจะไปมีประโยชน์อันใด”

นางแค่นหัวเราะหยัน “ต่อให้เสด็จแม่ของเจ้ายังมีชีวิตอยู่แล้วอย่างไรเล่า? เสด็จพ่อ เสด็จพี่รัชทายาท และหานกวางล้วนยอมรับเพียงข้าผู้เดียว ถ้านางฟื้นคืนชีพขึ้นมา ก็ทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับข้าเป็นพระธิดาเท่านั้นแหละ”

ช่างเป็นคำว่ายอมรับเพียงนางผู้เดียวที่น่าขันนัก

จิตสังหารเดือดพล่านถึงขีดสุด ทว่าข้ากลับเหยียดยิ้มออกมา

“ข้าเองก็มีความลับจะบอกเจ้าเช่นกัน นั่นก็คือ…ข้าคือเสด็จแม่ผู้ล่วงลับของเป่าจูที่เจ้าเพิ่งพูดถึงอย่างไรเล่า”

สิ้นคำ นิ้วทั้งห้าของข้าก็งองุ้มดั่งกรงเล็บ พุ่งเข้าตะปบลำคอกู้หมิงเยว่ในทันที

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

“ปล่อยหมิงเยว่ซะ!”

ท่ามกลางเสียงตวาดกร้าวของผู้คน ข้าใช้เพียงมือเดียวบีบเค้นลำคอขาวผ่องบอบบางของกู้หมิงเยว่ พร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างเบิกบานใจ

ขณะเดียวกันฮ่องเต้ที่ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรมาตลอดก็หยัดกายลุกขึ้น นัยน์ตาของเขาหดวูบเมื่อทอดพระเนตรเห็นกรงเล็บและเกล็ดที่งอกออกมาจากมือขวาของข้า

“เป่าจู เจ้า...”

ข้าแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แตกยับ เอ่ยแทรกขึ้นมาว่า “ท่านพี่ สิบปีที่ไม่ได้พบหน้า ท่านกลับจำข้าสลับกับธิดาของเราเสียได้ ภรรยาช่างปวดใจเหลือเกิน”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้   บทที่ 11

    “ไม่!”“อย่านะ!”“ปล่อยเส้นชีพจรมังกรเดี๋ยวนี้นะ!”“เหยาจี เราขอร้องเจ้าล่ะ ปล่อยเส้นชีพจรมังกรเถิด! อย่าทำอะไรมันเลย!”ไม่ว่าฮ่องเต้กับราชครูจะพร่ำวิงวอนอย่างน่าเวทนาเพียงใด ข้ากลับยังคงฉีกกระชากมังกรน้อยกลืนกินลงไปทีละคำเมื่อกลืนคำสุดท้ายลงคอ ข้าก็ทอดมองสีหน้าสิ้นหวังของทุกคนพลางหัวเราะเบาๆ “ข้าอยากทำเช่นนี้มาตั้งนานแล้ว เพราะอย่างไรเสียหากข้าแค่ปฏิเสธการหล่อเลี้ยงมันต่อไป เส้นชีพจรมังกรที่อยู่กึ่งกลางระหว่างอสรพิษกับมังกรก็ยังคงปกปักต้าโจวของท่านไปได้อีกนับร้อยปีแต่มีสิทธิ์อันใดกันเล่า? ผู้ที่สังหารธิดาและเข่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของข้าเช่นท่าน เหตุใดจึงยังคงทำตัวสูงส่งเป็นเจ้าแผ่นดินอยู่ได้อีก?ข้าจะทำให้ท่านต้องเบิกตาดูแผ่นดินของตนเองล่มสลายแตกเป็นเสี่ยงๆ ข้าจะทำให้ท่านกลายเป็นฮ่องเต้ผู้สิ้นชาติ!เรื่องนี้คงต้องขอบคุณค่ายกลของราชครู มิฉะนั้นหากเส้นชีพจรมังกรเร้นกายลงสู่ใต้พิภพ ข้าก็คงไม่มีปัญญาไปคว้าตัวมันออกมาได้แน่”ประโยคนี้เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่กดทับอูฐจนล้มลงราชครูยกมือกุมหน้าอก พลางอ้าปากทำท่าจะเอ่ยคำพูด แต่กลับกระอักโลหิตคำโตพ่นออกมา แล้วล้มตึงลงกับพื้น สิ้น

  • ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้   บทที่ 10

    เพียงครึ่งวันผ่านไป การก้าวเข้าสู่สุสานหลวงอีกครากลับให้ความรู้สึกราวกับผ่านไปชั่วข้ามภพไม่รู้ว่าราชครูใช้วิธีใดจึงสามารถขุดเปิดสุสานหลวงที่ถล่มลงมาให้เป็นช่องโหว่ขนาดพอให้คนผู้เดียวมุดผ่านเข้าไปได้อีกครั้งเดินลึกเข้าไปอีกไม่กี่ก้าว เบื้องหน้าก็พลันเปิดกว้างขึ้นทันตาข้าปรายตามองฮ่องเต้ที่เดินอยู่เคียงข้าง พลางเอ่ยเสียงเรียบ “ท่านไม่กลัวว่าข้าจะลุกขึ้นมาจู่โจมสังหารท่านกะทันหันหรือ?ท่านเองก็รู้ดีว่า ข้าทำเช่นนั้นได้”ฮ่องเต้ทรงแย้มสรวลอย่างมั่นพระทัย“หากเจ้าคิดจะลงมือสังหารเรา คงทำไปตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว จะทนลำบากรอมาจนถึงยามนี้ไปไยเหยาจี ครองคู่เป็นสามีภรรยากันมานานปี เราย่อมรู้ใจเจ้าราวกับที่รู้ใจตนเอง”ข้ามิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เพียงแต่หยุดฝีเท้าลงข้างร่างไร้วิญญาณของเป่าจูนางทอดร่างอย่างเงียบสงบอยู่ใจกลางค่ายกล ดูราวกับเพียงแค่จมดิ่งสู่นิทรายามทอดพระเนตรเห็นร่างของเป่าจู ฮ่องเต้เองก็คล้ายจะมีสีพระพักตร์สลดลงเขานิ่งเงียบไปเนิ่นนาน ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมา“เรามิใช่เสด็จพ่อที่ดีเดิมทีคิดเพียงว่าเรื่องราวระหว่างหมิงเยว่กับเป่าจูเป็นเพียงกลอุบายเล็กๆ น้อยๆ เพื่อแย่งชิ

  • ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้   บทที่ 9

    “เหยาจี ตัวการใหญ่ตายแล้ว พวกเราก็มาเจรจากันดีๆ ได้เสียที”ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์ราวกับเพิ่งบี้แมลงตัวเล็กๆ ตายคามือ แทบมองไม่ออกเลยว่าผู้ที่เขาเพิ่งสังหารไปนั้น คือธิดาที่เขาทะนุถนอมดั่งแก้วตาดวงใจเมื่อครู่ก่อนเหตุใดกาลก่อนข้าจึงไม่เคยรู้ว่า เขามีความสามารถในการสับเปลี่ยนสีหน้าได้รวดเร็วถึงเพียงนี้“จะเจรจาสิ่งใด? ท่านคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่า พวกท่านต่างหากที่คอยให้ท้ายกู้หมิงเยว่?”ข้าแค่นหัวเราะพลางย้อนถามฮ่องเต้กลับยอมรับหน้าตาเฉย“เป็นความผิดของเราเอง เราขอโทษเจ้าด้วย เดี๋ยวเราจะออกราชโองการถอดถอนบรรดาศักดิ์ ริบทรัพย์ และตัดศีรษะเสียบประจานสวี่หานกวาง ส่วนโอรสของพวกเรา เจ้าปรารถนาจะลงโทษเขาอย่างไรก็สุดแท้แต่เจ้าเถิดเหยาจี ครานี้พอใจแล้วหรือยัง?”ข้าส่ายหน้า น้ำเสียงเคลือบไปด้วยจิตสังหารอันยะเยือก“ยังไม่พอ พวกท่านต้องแลกด้วยชีวิตต่างหาก”ฮ่องเต้ทรงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะทรงพระสรวลออกมาเขาชี้มาที่ตนเอง ก่อนจะชี้ไปยังองค์รัชทายาท แล้วแค่นหัวเราะเย้ยหยัน “เลิกทำตัวไร้สาระเสียที! ไม่ต้องพูดถึงว่าแต่โบราณกาลไม่เคยมีธรรมเนียมให้บิดาชดใช้ชีวิตแก่บุตรี หรือพี่ชายชดใช้ชีวิตแก่น้องส

  • ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้   บทที่ 8

    รอยยิ้มของฮ่องเต้พลันแข็งค้างอยู่บนพระพักตร์พระองค์ทอดพระเนตรมองราชครูที่มีสภาพทุลักทุเล สลับกับมองมาที่ข้าถึงได้เพิ่งตระหนักว่านับตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ ข้ามิได้เผยแววตาหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของฮ่องเต้ ข้าจึงออกแรงดึงลูกธนูที่ปักทะลุไหล่ขวายึดติดกับเสาไม้ออกมาอย่างง่ายดายก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ยังคิดจะสังหารข้าอยู่อีกหรือไม่เล่า? ท่านพี่”ทว่าบาดแผลบนหัวไหล่ขวาซึ่งเมื่อครู่ยังมีเลือดไหลนองดั่งสายน้ำ กลับสมานตัวเข้าหากันด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ราวกับไม่เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อนภายในพระที่นั่งจินหลวนเงียบสงัดไร้สรรพเสียง มีเพียงเสียงลูกธนูที่ถูกข้าโยนทิ้งลงพื้นดังก้องกังวานแผ่วเบาผนวกกับเสียงฝีเท้าของข้าที่กำลังก้าวเดินขึ้นบันไดหินอ่อนไปทีละก้าวยามที่ข้าขยับตัว ปลายลูกธนูแต่ละดอกก็คอยหันเหทิศทางตามอยู่ตลอดเวลา ทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าปล่อยลูกธนูออกมาเลยสักคน“หยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้!”แรงกดดันมหาศาลอันไร้รูปร่างแทบจะบดขยี้ฮ่องเต้จนพังทลายเขาลุกขึ้นยืน ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความลำพองใจเมื่อครู่ บัดนี้ไร้ซึ่งรอยยิ้มอีกต่อไปเข

  • ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้   บทที่ 7

    สิ้นคำกล่าวนั้น ทุกผู้คนต่างตกตะลึงข้าเองก็ชะงักงันไปชั่วขณะเช่นกันด้วยเพราะท่าทีของฮ่องเต้เมื่อครู่นี้ มิได้ดูคล้ายคนที่ล่วงรู้ตัวตนของข้าเลยสักนิดองค์รัชทายาทเป็นพวกใจร้อนวู่วามที่สุดเขาอดเอ่ยถามมิได้ “เสด็จพ่อ เหตุใดจึงตรัสเรียกนามของเสด็จแม่เล่าพ่ะย่ะค่ะ?อย่าไปฟังนังหนูเป่าจูพูดจาเพ้อเจ้อนะพ่ะย่ะค่ะ นางจะเป็นเสด็จแม่ไปได้อย่างไร! เมื่อครู่ก็แค่ยกเอาเสด็จแม่ขึ้นมาเป็นข้ออ้างบังหน้าเท่านั้น”ฮ่องเต้ส่ายพระพักตร์ ทอดพระเนตรมองข้าอย่างมีความนัยลึกซึ้ง แล้วตรัสอย่างเนิบช้า “เหยาจีมิได้เป็นเพียงนามของเสด็จแม่เจ้าเท่านั้น ทว่ายังเป็นนามของผู้นำเผ่าซีหวังหมู่ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นซีหวังหมู่ทุกยุคทุกสมัย ล้วนมีนามว่าเหยาจีทั้งสิ้นส่วนเจ้า เป่าจู ก็น่าจะเป็นซีหวังหมู่คนล่าสุดแล้วกระมังและมีเพียงซีหวังหมู่เท่านั้น ที่ตามร่างกายจะปรากฏเค้าลางการตื่นรู้แห่งสายเลือดบรรพกาล”สายตาของทุกคนต่างจดจ้องมายังมือขวาที่มีเกล็ดผุดขึ้นของข้าโดยพร้อมเพรียงกันข้าคลี่ยิ้มบางเบา ยังไม่อาจเอ่ยคำใดก็ถูกฮ่องเต้พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อนเขาทอดถอนใจอย่างเนิบช้า “เราหลงคิดว่าสิบปีผ่านพ้น เผ่าซ

  • ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้   บทที่ 6

    ขอบตาของกู้หมิงเยว่พลันแดงระเรื่อขึ้นมาทันใดนางสะอื้นไห้ร้องเรียกเสด็จพ่อ แล้วโถมกายเข้าหาฮ่องเต้ตบแผ่นหลังให้นางเบาๆ ด้วยความเอ็นดู พลางช่วยปาดน้ำตาให้ “หลายปีมานี้ เจ้าต้องทนเจ็บช้ำน้ำใจแล้ว”จากนั้น เขาก็ตวัดสายตาอันเคร่งขรึมกดดันมองมาทางข้า“ในเมื่อเจ้าถามว่าเพราะเหตุใด เราก็จะบอกเจ้าให้รู้หลายปีมานี้ เพราะต้องเกรงใจเสด็จแม่ของเจ้า หมิงเยว่จึงต้องเติบโตอยู่นอกวังเรื่อยมา ต่อให้เสด็จแม่ของเจ้าจากไปแล้ว หมิงเยว่ก็ทำได้เพียงเข้าวังมาในฐานะธิดาบุญธรรมของเราเท่านั้นเป็นบุตรีของเราเหมือนกันแท้ๆ เจ้ากลับได้ใช้ชีวิตอย่างหรูหราสุขสบาย ผู้คนล้วนเรียกขานเจ้าว่าองค์หญิง ทว่าหมิงเยว่กลับทำมิได้แม้แต่จะร้องเรียกเราว่าเสด็จพ่ออย่างเปิดเผยเช่นนี้จะไม่นับว่าพวกเจ้าแม่ลูกติดค้างหมิงเยว่ได้อย่างไร?”ยามมองท่าทีวางอำนาจของฮ่องเต้ ข้าไม่เคยรู้สึกว่าเขาดูแปลกหน้าถึงเพียงนี้มาก่อนหากก่อนหน้านี้ข้ายังหลงคิดว่าสิบปีมานี้ฮ่องเต้แปรเปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้าเดิม บัดนี้ข้าถึงเพิ่งรู้แจ้งว่า บางทีข้าอาจมองธาตุแท้ของเขาไม่ออกมาตั้งแต่ต้น“ปีนั้นท่านเป็นฝ่ายเอ่ยปากเองว่าจะครองคู่กันเพียงสองคนไปชั่วช

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status