Share

บทที่ 3

Author: ซีเจียงเยว่123
“นั่นองค์หญิงเป่าจูนี่! นางมาทำไมกัน ไม่กลัวทำฝ่าบาททรงกริ้วจัดจนสั่งกักบริเวณนางอีกรอบหรือไร?”

“นางกับฮองเฮาองค์ก่อนผูกพันกันลึกซึ้ง มาอาละวาดแบบนี้ก็ไม่แปลกหรอก”

“หากนางรู้ความสักหน่อยก็ควรเก็บตัวเงียบๆ อยู่ในจวน อย่างน้อยยังพอเหลือเยื่อใยในพระทัยฝ่าบาทกับองค์รัชทายาทอยู่บ้าง มิฉะนั้นล่ะก็...”

เหล่าขุนนางกระซิบกระซาบกันเซ็งแซ่ สายตาที่มองมาทางข้ามีทั้งความเวทนาและเย้ยหยัน

ยังไม่ทันที่ฮ่องเต้จะทันได้เอ่ยปาก สวี่หานกวางก็ขมวดคิ้วพลางตวาดเสียงเข้มขึ้นเสียก่อน “เป่าจู! เจ้าไม่รู้จักอยู่บ้านเลี้ยงลูก มาก่อเรื่องวุ่นวายอันใดที่นี่อีก?”

เขาเหลือบมองศีรษะคนบนพื้นด้วยสีหน้าเขียวคล้ำ

“ถึงขั้นกล้าเอาศีรษะปลอมมาขู่หมิงเยว่ให้ตกใจ จิตใจเจ้ามันอำมหิตสิ้นดี!

ยังไม่รีบขอโทษหมิงเยว่อีก!”

ข้าหรี่ตาลง จำฐานะของเขาได้ทันที

สามีผู้ร่วมเรียงเคียงหมอนของเป่าจู

หน้าตาของเขาช่างเหมือนผู้เป็นบิดาไม่มีผิด

ยามนั้นพ่อสวี่หลงอนุทอดทิ้งภรรยาเอก ยกบุตรอนุขึ้นเป็นบุตรภรรยาเอก กระทั่งเสื้อผ้าดีๆ ใส่ไปข้างนอกสักชุดเขายังไม่มี

ยามที่เขาถูกบิดาทุบตีจนขาหักทั้งสองข้าง ก็เป็นเป่าจูที่ตามตัวหมอหลวงมารักษา จนเขาไม่ต้องกลายเป็นคนขาเป๋ในวันนี้

ข้ายังจำได้ดี ยามนั้นเด็กหนุ่มสวี่หานกวางคุกเข่าต่อหน้าข้าอย่างจริงจังหนักแน่น ชูสามนิ้วขึ้นสาบาน

“พระนางโปรดวางพระทัย หากชาตินี้กระหม่อมทอดทิ้งองค์หญิง ขอให้ฟ้าผ่าตายไม่ได้ตายดี! ให้ดวงวิญญาณมารดาในปรโลกไม่ได้สงบสุข!”

ข้าเชื่อเขา

ดังนั้น ข้าจึงทวงความยุติธรรมคืนให้มารดาของเขา

ทั้งยังประทานตำแหน่งรัฐทายาทให้แก่เขา

ทว่าผ่านไปเพียงสิบปี คนที่เคยบอกข้าว่าจะปกป้องเป่าจูไปตลอดชีวิต กลับแยกข้ากับเป่าจูที่อุ้มท้องคลอดบุตรให้เขาไม่ออกเสียแล้ว

ช่างน่าขบขันสิ้นดี

ข้ายังไม่ทันได้เอ่ยปาก น้ำตาของกู้หมิงเยว่ก็ร่วงรินลงมาเสียแล้ว

นางเอ่ยเสียงสะอื้นว่า “ช่างมันเถิดเพคะ ข้าเป็นเพียงหญิงชาวบ้านต่ำต้อย ได้ฝ่าบาทพาเข้าวังมาเลี้ยงดูก็นับเป็นบุญหนักหนาแล้ว จะคู่ควรมีชื่อเป็นบุตรของฮองเฮาองค์ก่อนได้อย่างไรกัน

พี่เป่าจูจะไม่พอใจก็สมควรแล้ว”

ได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของสวี่หานกวางก็พลันบึ้งตึงลงทันที

เขาโอบไหล่กู้หมิงเยว่ สายตาที่มองข้าแฝงความเอือมระอาถึงขีดสุด

“กว่าหมิงเยว่จะกลับมาจากทุ่งหญ้าได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าเลิกสร้างความลำบากใจให้นางเสียทีได้หรือไม่!

หลายปีมานี้ เจ้าใช้ชีวิตอย่างไรอยู่ในเมืองหลวง แล้วหมิงเยว่ต้องเผชิญชีวิตอย่างไรในทุ่งหญ้า?

นางแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีกับพวกคนเถื่อนเพื่อต้าโจว กระทั่งความสามารถในการให้กำเนิดบุตรก็ไม่เหลือแล้ว ฐานะองค์หญิงสายเลือดแท้นี้ เป็นเจ้าที่ติดค้างนาง!”

เป่าจูใช้ชีวิตอย่างไรน่ะหรือ?

เมื่อครู่องครักษ์เพิ่งบอกข้าว่า เมื่อสี่ปีก่อน พวกคนเถื่อนรุกรานชายแดน ต้องการองค์หญิงไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี

ท่านราชครูต้องเอาชีวิตเข้าแลก บีบบังคับจนฮ่องเต้ไม่ยอมออกราชโองการส่งตัวเป่าจูไป

ทว่าด้วยเหตุนี้ เป่าจูกลับถูกโยนทิ้งไว้ในตำหนักเย็น

พวกเขากล่าวว่า ในเมื่อกู้หมิงเยว่กำลังทนทุกข์ทรมาน เป่าจูย่อมไม่มีสิทธิ์ได้เสพสุข

นางหิวโหยจนต้องกัดเล็บมือทั้งสิบนิ้วกลืนลงท้อง คุกเข่าโขกศีรษะยอมเป็นสุนัขให้พวกองครักษ์ เพียงเพื่อแลกกับหมั่นโถวบูดครึ่งลูก

ชีวิตความเป็นอยู่ยังแย่ยิ่งกว่านางกำนัลชั้นต่ำสุดในวังเสียอีก

กว่าจะอดทนมาจนถึงกำหนดแต่งงานที่ข้าหมั้นหมายไว้ให้ นางกับสวี่หานกวางก็ได้ใช้ชีวิตที่นับว่าหวานชื่นกันอยู่ช่วงหนึ่ง

ทว่าทันทีที่นางเพิ่งให้กำเนิดบุตร กู้หมิงเยว่ก็กลับมาจากทุ่งหญ้า

นางแค่หลั่งน้ำตาเพียงไม่กี่หยด สวี่หานกวางก็อุ้มลูกแฝดที่เป่าจูเฉียดตายคลอดออกมาไปให้นางทันที

ดังนั้น เพียงวันเดียวก็ต้องสูญเสียบุตรไปถึงสองคน

สุดท้ายกระทั่งบุตรในครรภ์ก็ยังรักษาไว้ไม่ได้

ข้าไม่อาจจินตนาการได้เลยว่า ธิดาของข้าต้องเจ็บปวดทรมานเพียงใด

เห็นข้าไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด สวี่หานกวางก็คิดว่าข้ารู้สึกผิดจนพูดไม่ออก

“ตอนนี้เจ้าจงขอโทษหมิงเยว่ แล้วไสหัวออกไปจากวังหลวงเสีย ข้ายังพอจะเห็นแก่ความสัมพันธ์สามีภรรยา ยอมให้อภัยเจ้าสักครั้ง

มิฉะนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ ยื่นถวายฎีกาต่อฝ่าบาทให้ถอดถอนฐานะองค์หญิงของเจ้า แล้วปลดลงเป็นสามัญชน”

เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย กระซิบข้างหูข้าเสียงแผ่วเบา “ถึงเวลานั้น แม้แต่สิทธิ์จะไปกราบไหว้เสด็จแม่ของเจ้าที่สุสานหลวง เจ้าก็ไม่มีแล้ว”

ข้าเงยหน้าขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง

สมกับเป็นคนร่วมหมอนจริงๆ กระทั่งเรื่องที่เป่าจูกลัวที่สุดเขายังรู้

ช่างน่าเสียดาย

ข้าแทงมีดสั้นเข้าที่ช่วงอกและหน้าท้องของสวี่หานกวางอย่างสงบนิ่ง พลางเอ่ยเรียบๆ “เป่าจูไม่จำเป็นต้องมาหาข้าแล้ว ต่อไปควรเป็นข้าที่ไปหานางที่สุสานหลวงต่างหาก

แต่ก่อนหน้านั้น ยังคงต้องส่งพวกเจ้าลงไปอยู่เป็นเพื่อนนางเสียก่อน”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้   บทที่ 11

    “ไม่!”“อย่านะ!”“ปล่อยเส้นชีพจรมังกรเดี๋ยวนี้นะ!”“เหยาจี เราขอร้องเจ้าล่ะ ปล่อยเส้นชีพจรมังกรเถิด! อย่าทำอะไรมันเลย!”ไม่ว่าฮ่องเต้กับราชครูจะพร่ำวิงวอนอย่างน่าเวทนาเพียงใด ข้ากลับยังคงฉีกกระชากมังกรน้อยกลืนกินลงไปทีละคำเมื่อกลืนคำสุดท้ายลงคอ ข้าก็ทอดมองสีหน้าสิ้นหวังของทุกคนพลางหัวเราะเบาๆ “ข้าอยากทำเช่นนี้มาตั้งนานแล้ว เพราะอย่างไรเสียหากข้าแค่ปฏิเสธการหล่อเลี้ยงมันต่อไป เส้นชีพจรมังกรที่อยู่กึ่งกลางระหว่างอสรพิษกับมังกรก็ยังคงปกปักต้าโจวของท่านไปได้อีกนับร้อยปีแต่มีสิทธิ์อันใดกันเล่า? ผู้ที่สังหารธิดาและเข่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของข้าเช่นท่าน เหตุใดจึงยังคงทำตัวสูงส่งเป็นเจ้าแผ่นดินอยู่ได้อีก?ข้าจะทำให้ท่านต้องเบิกตาดูแผ่นดินของตนเองล่มสลายแตกเป็นเสี่ยงๆ ข้าจะทำให้ท่านกลายเป็นฮ่องเต้ผู้สิ้นชาติ!เรื่องนี้คงต้องขอบคุณค่ายกลของราชครู มิฉะนั้นหากเส้นชีพจรมังกรเร้นกายลงสู่ใต้พิภพ ข้าก็คงไม่มีปัญญาไปคว้าตัวมันออกมาได้แน่”ประโยคนี้เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่กดทับอูฐจนล้มลงราชครูยกมือกุมหน้าอก พลางอ้าปากทำท่าจะเอ่ยคำพูด แต่กลับกระอักโลหิตคำโตพ่นออกมา แล้วล้มตึงลงกับพื้น สิ้น

  • ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้   บทที่ 10

    เพียงครึ่งวันผ่านไป การก้าวเข้าสู่สุสานหลวงอีกครากลับให้ความรู้สึกราวกับผ่านไปชั่วข้ามภพไม่รู้ว่าราชครูใช้วิธีใดจึงสามารถขุดเปิดสุสานหลวงที่ถล่มลงมาให้เป็นช่องโหว่ขนาดพอให้คนผู้เดียวมุดผ่านเข้าไปได้อีกครั้งเดินลึกเข้าไปอีกไม่กี่ก้าว เบื้องหน้าก็พลันเปิดกว้างขึ้นทันตาข้าปรายตามองฮ่องเต้ที่เดินอยู่เคียงข้าง พลางเอ่ยเสียงเรียบ “ท่านไม่กลัวว่าข้าจะลุกขึ้นมาจู่โจมสังหารท่านกะทันหันหรือ?ท่านเองก็รู้ดีว่า ข้าทำเช่นนั้นได้”ฮ่องเต้ทรงแย้มสรวลอย่างมั่นพระทัย“หากเจ้าคิดจะลงมือสังหารเรา คงทำไปตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว จะทนลำบากรอมาจนถึงยามนี้ไปไยเหยาจี ครองคู่เป็นสามีภรรยากันมานานปี เราย่อมรู้ใจเจ้าราวกับที่รู้ใจตนเอง”ข้ามิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เพียงแต่หยุดฝีเท้าลงข้างร่างไร้วิญญาณของเป่าจูนางทอดร่างอย่างเงียบสงบอยู่ใจกลางค่ายกล ดูราวกับเพียงแค่จมดิ่งสู่นิทรายามทอดพระเนตรเห็นร่างของเป่าจู ฮ่องเต้เองก็คล้ายจะมีสีพระพักตร์สลดลงเขานิ่งเงียบไปเนิ่นนาน ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมา“เรามิใช่เสด็จพ่อที่ดีเดิมทีคิดเพียงว่าเรื่องราวระหว่างหมิงเยว่กับเป่าจูเป็นเพียงกลอุบายเล็กๆ น้อยๆ เพื่อแย่งชิ

  • ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้   บทที่ 9

    “เหยาจี ตัวการใหญ่ตายแล้ว พวกเราก็มาเจรจากันดีๆ ได้เสียที”ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์ราวกับเพิ่งบี้แมลงตัวเล็กๆ ตายคามือ แทบมองไม่ออกเลยว่าผู้ที่เขาเพิ่งสังหารไปนั้น คือธิดาที่เขาทะนุถนอมดั่งแก้วตาดวงใจเมื่อครู่ก่อนเหตุใดกาลก่อนข้าจึงไม่เคยรู้ว่า เขามีความสามารถในการสับเปลี่ยนสีหน้าได้รวดเร็วถึงเพียงนี้“จะเจรจาสิ่งใด? ท่านคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่า พวกท่านต่างหากที่คอยให้ท้ายกู้หมิงเยว่?”ข้าแค่นหัวเราะพลางย้อนถามฮ่องเต้กลับยอมรับหน้าตาเฉย“เป็นความผิดของเราเอง เราขอโทษเจ้าด้วย เดี๋ยวเราจะออกราชโองการถอดถอนบรรดาศักดิ์ ริบทรัพย์ และตัดศีรษะเสียบประจานสวี่หานกวาง ส่วนโอรสของพวกเรา เจ้าปรารถนาจะลงโทษเขาอย่างไรก็สุดแท้แต่เจ้าเถิดเหยาจี ครานี้พอใจแล้วหรือยัง?”ข้าส่ายหน้า น้ำเสียงเคลือบไปด้วยจิตสังหารอันยะเยือก“ยังไม่พอ พวกท่านต้องแลกด้วยชีวิตต่างหาก”ฮ่องเต้ทรงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะทรงพระสรวลออกมาเขาชี้มาที่ตนเอง ก่อนจะชี้ไปยังองค์รัชทายาท แล้วแค่นหัวเราะเย้ยหยัน “เลิกทำตัวไร้สาระเสียที! ไม่ต้องพูดถึงว่าแต่โบราณกาลไม่เคยมีธรรมเนียมให้บิดาชดใช้ชีวิตแก่บุตรี หรือพี่ชายชดใช้ชีวิตแก่น้องส

  • ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้   บทที่ 8

    รอยยิ้มของฮ่องเต้พลันแข็งค้างอยู่บนพระพักตร์พระองค์ทอดพระเนตรมองราชครูที่มีสภาพทุลักทุเล สลับกับมองมาที่ข้าถึงได้เพิ่งตระหนักว่านับตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ ข้ามิได้เผยแววตาหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของฮ่องเต้ ข้าจึงออกแรงดึงลูกธนูที่ปักทะลุไหล่ขวายึดติดกับเสาไม้ออกมาอย่างง่ายดายก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ยังคิดจะสังหารข้าอยู่อีกหรือไม่เล่า? ท่านพี่”ทว่าบาดแผลบนหัวไหล่ขวาซึ่งเมื่อครู่ยังมีเลือดไหลนองดั่งสายน้ำ กลับสมานตัวเข้าหากันด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ราวกับไม่เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อนภายในพระที่นั่งจินหลวนเงียบสงัดไร้สรรพเสียง มีเพียงเสียงลูกธนูที่ถูกข้าโยนทิ้งลงพื้นดังก้องกังวานแผ่วเบาผนวกกับเสียงฝีเท้าของข้าที่กำลังก้าวเดินขึ้นบันไดหินอ่อนไปทีละก้าวยามที่ข้าขยับตัว ปลายลูกธนูแต่ละดอกก็คอยหันเหทิศทางตามอยู่ตลอดเวลา ทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าปล่อยลูกธนูออกมาเลยสักคน“หยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้!”แรงกดดันมหาศาลอันไร้รูปร่างแทบจะบดขยี้ฮ่องเต้จนพังทลายเขาลุกขึ้นยืน ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความลำพองใจเมื่อครู่ บัดนี้ไร้ซึ่งรอยยิ้มอีกต่อไปเข

  • ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้   บทที่ 7

    สิ้นคำกล่าวนั้น ทุกผู้คนต่างตกตะลึงข้าเองก็ชะงักงันไปชั่วขณะเช่นกันด้วยเพราะท่าทีของฮ่องเต้เมื่อครู่นี้ มิได้ดูคล้ายคนที่ล่วงรู้ตัวตนของข้าเลยสักนิดองค์รัชทายาทเป็นพวกใจร้อนวู่วามที่สุดเขาอดเอ่ยถามมิได้ “เสด็จพ่อ เหตุใดจึงตรัสเรียกนามของเสด็จแม่เล่าพ่ะย่ะค่ะ?อย่าไปฟังนังหนูเป่าจูพูดจาเพ้อเจ้อนะพ่ะย่ะค่ะ นางจะเป็นเสด็จแม่ไปได้อย่างไร! เมื่อครู่ก็แค่ยกเอาเสด็จแม่ขึ้นมาเป็นข้ออ้างบังหน้าเท่านั้น”ฮ่องเต้ส่ายพระพักตร์ ทอดพระเนตรมองข้าอย่างมีความนัยลึกซึ้ง แล้วตรัสอย่างเนิบช้า “เหยาจีมิได้เป็นเพียงนามของเสด็จแม่เจ้าเท่านั้น ทว่ายังเป็นนามของผู้นำเผ่าซีหวังหมู่ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นซีหวังหมู่ทุกยุคทุกสมัย ล้วนมีนามว่าเหยาจีทั้งสิ้นส่วนเจ้า เป่าจู ก็น่าจะเป็นซีหวังหมู่คนล่าสุดแล้วกระมังและมีเพียงซีหวังหมู่เท่านั้น ที่ตามร่างกายจะปรากฏเค้าลางการตื่นรู้แห่งสายเลือดบรรพกาล”สายตาของทุกคนต่างจดจ้องมายังมือขวาที่มีเกล็ดผุดขึ้นของข้าโดยพร้อมเพรียงกันข้าคลี่ยิ้มบางเบา ยังไม่อาจเอ่ยคำใดก็ถูกฮ่องเต้พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อนเขาทอดถอนใจอย่างเนิบช้า “เราหลงคิดว่าสิบปีผ่านพ้น เผ่าซ

  • ลูกข้าตาย ใต้หล้าต้องชดใช้   บทที่ 6

    ขอบตาของกู้หมิงเยว่พลันแดงระเรื่อขึ้นมาทันใดนางสะอื้นไห้ร้องเรียกเสด็จพ่อ แล้วโถมกายเข้าหาฮ่องเต้ตบแผ่นหลังให้นางเบาๆ ด้วยความเอ็นดู พลางช่วยปาดน้ำตาให้ “หลายปีมานี้ เจ้าต้องทนเจ็บช้ำน้ำใจแล้ว”จากนั้น เขาก็ตวัดสายตาอันเคร่งขรึมกดดันมองมาทางข้า“ในเมื่อเจ้าถามว่าเพราะเหตุใด เราก็จะบอกเจ้าให้รู้หลายปีมานี้ เพราะต้องเกรงใจเสด็จแม่ของเจ้า หมิงเยว่จึงต้องเติบโตอยู่นอกวังเรื่อยมา ต่อให้เสด็จแม่ของเจ้าจากไปแล้ว หมิงเยว่ก็ทำได้เพียงเข้าวังมาในฐานะธิดาบุญธรรมของเราเท่านั้นเป็นบุตรีของเราเหมือนกันแท้ๆ เจ้ากลับได้ใช้ชีวิตอย่างหรูหราสุขสบาย ผู้คนล้วนเรียกขานเจ้าว่าองค์หญิง ทว่าหมิงเยว่กลับทำมิได้แม้แต่จะร้องเรียกเราว่าเสด็จพ่ออย่างเปิดเผยเช่นนี้จะไม่นับว่าพวกเจ้าแม่ลูกติดค้างหมิงเยว่ได้อย่างไร?”ยามมองท่าทีวางอำนาจของฮ่องเต้ ข้าไม่เคยรู้สึกว่าเขาดูแปลกหน้าถึงเพียงนี้มาก่อนหากก่อนหน้านี้ข้ายังหลงคิดว่าสิบปีมานี้ฮ่องเต้แปรเปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้าเดิม บัดนี้ข้าถึงเพิ่งรู้แจ้งว่า บางทีข้าอาจมองธาตุแท้ของเขาไม่ออกมาตั้งแต่ต้น“ปีนั้นท่านเป็นฝ่ายเอ่ยปากเองว่าจะครองคู่กันเพียงสองคนไปชั่วช

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status