แชร์

ตอนที่ 3 ข้อเสนอ

ผู้เขียน: ปิ่นปภัส
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-06 16:50:35

ธิดาวดีสำรวจตัวเองจากเงาในกระจกใสบานใหญ่ตรงหน้า กับวันเริ่มต้นใหม่ ที่ไม่มีแบลกคอยซัพพอร์ทเหมือนแต่ก่อนแล้ว เธอสวมกางเกงสแลคเอวสูงสีหม่น ตัดกับเสื้อสีหวานไร้ลวดลาย เก็บชายเสื้อเข้าในกางเกง สวมทับด้วยเสื้อโค้ชทันสมัย สูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอด ภายใต้ดวงตาเด็ดเดี่ยวนั้นกดข่มความกังวลซ่อนไว้ให้ลึกที่สุด ก่อนจะเดินออกจากห้องด้วยความมั่นใจ

“สวัสดีค่ะคุณน้ำผึ้ง” เสียงทักจากหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของบริษัท

“สวัสดีค่ะ” ธิดาวดีทักทายกลับ

“คุณคงเป็นคุณริน?”

“ใช่ค่ะ” รินฤดีตอบด้วยรอยยิ้ม

“ท่านรองให้รินมารอคุณน้ำผึ้งค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ”

แม้จะอยากถามว่าท่านรองคือใคร แต่เก็บคำถามไว้ในใจก่อน และเดินตามคนนำทางไป สถานที่ที่เธอคุ้นเคยยังไม่เปลี่ยนไปจากเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเธอไม่ใช่เจ้าของหุ้นรายใหญ่อีกแล้ว

เมื่อกิ่งฉัตรยื่นข้อเสนอขอซื้อหุ้นในส่วนของธิดาวดี เมื่อเธอต้องใช้เงินก้อนโตเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลของผู้เป็นพ่อ เหลือไว้เพียงส่วนของกิตติเท่านั้น แต่กลับเสียรู้ให้จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เมื่อเงินค่ารักษาพยาบาลนั้นเป็นเงินของบริษัท พร้อมกับยักยอกถ่ายโอนเส้นทางการเงินจนสภาพคล่องของบริษัทติดขัด ธิดาวดีรู้ก็สายไปเสียแล้ว กิ่งฉัตรได้ขายต่อให้นายทุนใหม่ในราคาต่ำเมื่อบริษัทเข้าสู่วิกฤต และเลือกไปทุ่มทุนเปิดขยายสาขาใหม่ร่วมกับดุจดาว

“ห้องนี้ยังเป็นห้องทำงานของคุณผึ้งเหมือนเดิมนะคะ”

รินฤดีเปิดประตูและเดินนำเข้าไปด้านใน ก่อนหน้านั้นที่ธิดาวดีเริ่มมาฝึกงานกับผู้เป็นพ่อได้ไม่นานก็ต้องหยุดลง เนื่องจากต้องคอยวิ่งวุ่นเรื่องอาการป่วยของกิตติ หญิงสาวกวาดสายตามองสำรวจไปทั่วห้อง ทุกอย่างยังคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง รินฤดีผายมือไปที่เอกสารบนโต๊ะทำงาน

“รายละเอียดของงานรินวางไว้ที่โต๊ะแล้วค่ะ” เธอคงหมายถึงหน้าที่หลังจากเปลี่ยนทีมบริหาร

“ขอบคุณนะคะ”

“และตอนนี้ท่านรองรอคุณน้ำผึ้งอยู่ที่ห้องค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ และเดินตามรินฤดีไป

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ราณีปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าและมองออกไปที่หน้าประตู เมื่อเลขาเดินนำหน้าธิดาวดีเข้ามาด้านใน

“คุณป้า” เธอเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นหญิงสูงวัยที่นั่งอยู่โต๊ะทำงานตรงหน้า อย่าบอกนะว่าท่านรอง...

“มาแล้วเหรอหนูผึ้ง นั่งก่อนสิ” ราณียิ้มทักทายหญิงสาวด้วยสายตาอ่อนโยน

ธิดาวดียกมือไหว้ท่ามกลางคำถามมากมายที่ผุดขึ้นในหัว ก่อนที่ทุกคำถามของเธอจะถูกคลี่คลายด้วยคำตอบของราณี

“ขอบคุณนะคะคุณป้า ผึ้งดีใจมากเลยค่ะนึกว่าจะเสียบริษัทที่สร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของคุณพ่อให้กับคนอื่นไปเสียแล้ว” พูดอย่างตื่นเต้นและโล่งใจเมื่อราณีเท้าความเรื่องราวมากมายตั้งแต่ต้นจนจบให้ฟัง

“ทุกอย่างที่เคยเป็นของคุณกิตติ จะกลับมาเป็นของหนูผึ้งเหมือนเดิม”

พลางยื่นแฟ้มในมือส่งให้หญิงสาว

“นี่เป็นเงื่อนไขของป้าค่ะ” ธิดาวดีมองหน้าผู้สูงวัยและรับแฟ้มจากมือเธอ

เสียงโวยวายของสองหนุ่มดังลั่นไปทั่วห้องโถงเมื่อรับรู้เรื่องราวจากปากผู้เป็นแม่

“ว่าไงนะครับแม่?” ทีชานนท์และทีชากรณ์สองพี่น้องเอ่ยขึ้นพร้อมกัน ผู้เป็นน้องลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หัวคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยอาการฉุนเฉียว ส่วนผู้เป็นพี่นั้นนั่งกุมขมับหน้าบอกบุญไม่รับ พร้อมเสียงถอนหายใจอย่างอ่อนแรง

“น่าจะปรึกษากันก่อนนะครับแม่” ทีชานนท์เอ่ยขึ้นอย่างหนักใจ

“แม่ก็รู้ว่าผมชอบน้ำผึ้งมานานแล้ว จะให้พี่นนท์หมั้นและแต่งงานกับน้ำผึ้งหมายความว่ายังไง?” เสียงโวยวายที่ดังขึ้นกว่าเดิมของทีชากรณ์ จนสาวใช้ในครัวได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำโดยไม่ต้องแอบฟัง ยืนเท้าสะเอวทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างหงุดหงิด

“แล้วจะให้แต่งกับแกนะเหรอ...ไปแก้ข่าวลือทำผู้หญิงท้องที่ว่อนอยู่ในเน็ตให้ได้ก่อนไหม?”

“แทนที่จะกู้ชื่อเสียงของบริษัทได้ ฉันว่าหุ้นคงร่วงกราวไม่เป็นท่ากระมัง” กระแนะกระแหนผู้เป็นลูก

“ผมดูแลตัวเองอย่างดี ไม่มีทางพลาด” พ่อคนเก่งคุยโว

“นั่นมันแค่ข่าวลือ เข้าใจคนอยากได้เงินไหมครับแม่?” เถียงคอเป็นเอ็น

“พิสูจน์สิว่าแค่ข่าวลือ ใช้เงินวิ่งปิดข่าวให้แกอยู่เนี่ยซื้อควายได้เป็นพันตัวแล้วมั้ง หนูผึ้งเขาคงอยากแต่งกับแกอยู่หรอก” ประชดประชัน

“ถ้าไม่มีคุณกิตติแกสองคนก็คงไม่ได้มานั่งลอยหน้าลอยตาในสังคมอยู่ได้เหมือนทุกวันนี้หรอกนะ ถึงคุณกิตติกับพ่อแกจะไม่อยู่แล้ว แต่จะให้แม่นิ่งดูดายกับทายาทของเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม่ทำไม่ได้หรอก”

เสียงอ่อนลง หันมามองทีชานนท์

“แต่เงินไม่ใช่น้อย ๆ นะครับแม่ แล้วบริษัทขาดทุนย่อยยับขนาดนั้นกว่าจะฟื้นตัวได้ใช้เวลาไม่น้อยนะครับ” ทีชานนท์ที่แบกความหนักใจไว้จนล้นออกมาทางสีหน้า

“แม่รู้ว่าแกทำได้ เราเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว ครั้งนี้แม่ก็มั่นใจว่านนท์ทำได้” ปะเหลาะผู้เป็นลูกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“อีกอย่างหนูน้ำผึ้งก็หัวเดียวกระเทียมลีบ บ้านก็กำลังจะถูกยึด ไม่รู้จะไปตกระกำลำบากที่ไหน...แกไม่สงสารน้องหรือไง?

“ผมทำธุรกิจนะครับแม่ไม่ใช่สถานสงเคราะห์” พูดและเบือนหน้าหนี

“อีกอย่างผมกับเขาก็ไม่ได้รักกัน เป็นไอ้กรณ์ก็ว่าไปอย่าง”

“รักแล้วไง เหมือนวิยาดานะเหรอ ที่รักกันปานจะกลืน สุดท้ายเป็นไง ทิ้งแกไปหาผู้ชายคนอื่นตอนที่แกลำบาก นั่นนะเหรอความรักของแก”

“เรื่องมันผ่านมาแล้วนะครับแม่” หน้าตึงขึ้นมาทันที

“ไม่รู้ล่ะ แม่ให้เลขาเตรียมการไว้หมดแล้ว เหลือแค่หนูผึ้งตอบตกลงเท่านั้น” พูดตัดจบอย่างคนเอาแต่ใจ

“ผมปวดหัวขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะครับ” ลุกขึ้นพร้อมส่ายหน้าและเดินหนีเข้าห้องไป

“โธ่เว้ย” ทีชากรณ์เดินกระแทกเท้าอย่างหัวเสียออกจากบ้านไปอีกคน

ราณีถอนหายใจทิ้ง วันนี้ลูกอาจไม่เข้าใจ แต่สักวันเขาจะต้องขอบคุณเธอ เพราะเธอมั่นใจในสายตาของตัวเองว่าเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกแล้ว

เสียงเคาะประตูดังขึ้นด้านหน้า ทีชานนท์เงยหน้าขึ้นมองตามเสียง วิยาดาแม่หม้ายป้ายแดงส่งยิ้มหวานให้ พร้อมกับเดินนวยนาดเข้ามาด้านใน

“เที่ยงแล้วทานข้าวกันนะคะนนท์” เอ่ยชวนชายหนุ่มขณะนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามเขา ชายหนุ่มปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าลงและเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบาย

“คุณไปเถอะผมไม่หิวยังเคลียร์งานไม่เสร็จเลย” ตอบปฏิเสธอย่างไม่ไยดีแม้สีหน้าจะชิว

วิยาดาอดีตคู่ควงสาว ที่ตามติดชายหนุ่มยิ่งกว่าเงาตามตัวมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย  และเธอปักธงไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะต้องเป็นเจ้าสาวของเขาให้ได้ แต่เนื่องจากบริษัทเพิ่งเริ่มฟื้นตัว และการเงินค่อนข้างฝืด ทำให้วิยาดาเปลี่ยนเป้าหมายทันที เมื่อพบกับคู่ค้าธุรกิจที่มาร่วมลงทุนกับทีชานนท์และกระเป๋าหนักกว่า ก่อนจะลงเอยกับชายคนใหม่ โดยไม่ไยดีทีชานนท์เลยแม้แต่น้อย

“พักก่อนดีกว่าค่ะนนท์อย่าหักโหมเลยนะคะ วิเป็นห่วง”

เธอลุกจากเก้าอี้เดินอ้อมโต๊ะมาหาเขา วางมือลงตรงบ่าชายหนุ่มพร้อมกับนวดคลึงเบา ๆ อย่างเอาใจ ทีชานนท์ลุกจากเก้าอี้ทันที เดินไปนั่งที่โซฟารับรอง ตวัดสายตาขึ้นมองวิยาดาที่เดินตามมาและนั่งลงข้างชายหนุ่ม

“นนท์อย่าทำท่าทางรังเกียจวิขนาดนั้นได้ไหมคะ?”

ความมั่นใจของเธอนั้นเต็มร้อย ว่าชายหนุ่มยังรักและรอคอยเธออยู่ เพราะหลังจากเลิกรากันไปเขาก็ไม่มีผู้หญิงเป็นตัวเป็นตนข้างกายเลยสักคน

“วิแค่อยากขอโอกาสกับนนท์ให้วิได้พิสูจน์ตัวเองว่าวิยังรักนนท์อยู่เหมือนเดิม และวิจะไม่มีวันทำผิดกับนนท์อีกแล้ว”

“วิรู้ว่านนท์ให้อภัยวิแล้วไม่งั้นเราคงทำงานร่วมกันไม่ได้แบบนี้หรอกค่ะ” เอื้อมมือไปดึงมือชายหนุ่มมากุมไว้

“ผมแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ คุณอย่าพยายามเลย เรื่องของเรามันจบนานแล้ววิ”

“ผมอยากพักผ่อนน่ะ บ่ายมีประชุมต่อ คุณไปทานข้าวเถอะ” เชิญแบบสุภาพที่สุด จ้องหน้าหญิงสาวอย่างเย็นชา

“...”

วิยาดาหน้างอแต่ต้องยอมทำตามคำเชิญอย่างเสียไม่ได้

“งั้นวิไม่กวนใจคุณแล้วค่ะ”

ทีชานนท์ยอมรับความฉลาดและความสามารถของวิยาดาในเรื่องการทำงาน แม้ไม่อยากจะสานสัมพันธ์ต่อไม่ว่าจะเรื่องใด ๆ แต่ด้วยหน้าที่และธุรกิจที่เกี่ยวพันธ์และค้ำคออยู่ทำให้ไม่สามารถตัดเธอออกจากสารระบบได้ พลันความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นในหัวและยกยิ้มมุมปาก เมื่อรับรู้วิธีจัดการกับวิยาดาขึ้นมาได้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 34 เริ่มต้นใหม่ด้วยความสุข

    แสงสลัวจากด้านนอกที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาด้านในห้อง ของค่ำคืนที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังอื้ออึงแข่งกับความเงียบอยู่เป็นระยะ ธิดาวดีหลับตาในอ้อมกอดของเขา อาการนอนไม่หลับติดต่อกันมาหลายคืนเพราะแพ้ท้องอย่างรุนแรงนั้น ตอนนี้กลับเหมือนถูกปลิดทิ้งเสียอย่างนั้นหรืออาจจะเป็นเพราะเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้อง จะรับรู้ถึงความอบอุ่นในอ้อมกอดของพ่อที่ส่งผ่านมาให้นะ เธอตั้งคำถามให้ตัวเอง แม้ลูกยังเป็นแค่ก้อนเลือดอยู่เท่านั้น หรืออาจจะเป็นเพราะความกังวลทั้งหลายมันหายไป และรู้สึกปลอดภัยในอ้อมกอดของเขาช่วงเวลาที่ห่างกันไปเพียงไม่นาน มาในวันนี้เธอมีคำตอบให้ตัวเองแล้วกับความรู้สึกของหัวใจที่มีต่อเขา แม้พยายามปฏิเสธ ก่อนจะซุกหน้าเข้าไปในอ้อมอก ภาษากายของเธอที่แสดงออกมานั้น สร้างรอยยิ้มให้กับทีชานนท์อย่างพอใจ ก่อนจะกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ประทับจูบลงที่เรือนผมของเธอ“พรุ่งนี้เราไปหาหมอกันนะ” พูดเสียงทุ้มอยู่ข้างหู“ไปฝากท้อง ให้หมอตรวจให้ละเอียด ผมสงสารคุณเวลาเห็นคุณแพ้ท้อง” ธิดาวดีพยักหน้าเบา ๆ “รอให้คุณดีขึ้นแล้วเราค่อยจัดงานแต่ง...ดีไหม?” “แต่งงาน...เหรอคะ?”“

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 33 ขอนอนกับลูกได้ไหม?

    ธิดาวดีเปิดอ่านทีละหน้าอย่างช้า ๆ มากมายเรื่องราวที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน รวมทั้งเรื่องที่กิตติถูกนำเข้าโครงการวิจัยโรคร้าย และถูกยกเว้นค่าใช้จ่ายนั้น มันเป็นเรื่องโกหก เป็นเขาต่างหากที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้ทุกบาททุกสตางค์ นี่เขาหรอกเหรอที่อยู่เบื้องหลังเรื่องพวกนี้ คอยซัพพอร์ทเธอในหลาย ๆ เรื่อง แต่ทำไมต่อหน้าเธอเขากลับแสดงออกมาอีกอย่าง เขารู้ว่ากิ่งฉัตรยักยอกเงิน และเตรียมเทคโอเว่อร์บริษัทต่อจากกิ่งฉัตร และโอนหุ้นคืนให้เธออ่านไปพร้อมกับความแข็งในหัวใจที่อ่อนยวบลงเช่นกัน พลันทำให้นึกถึงใบหน้าของเขาขึ้นมาทันที คนสุขุมมาดเข้มอย่างเขามีโมเม้นเขียนบันทึกความทรงจำแบบนี้ด้วยอย่างนั้นหรือ“เป็นคุณเองเหรอคะคุณนนท์” พูดคนเดียวอย่างแผ่วเบาทีชานนท์เดินกลับไปกลับมาอยู่ในห้องทำงานชั้นล่าง หลังจากถูกสั่งห้ามไม่ให้ขึ้นไปรบกวนธิดาวดีด้านบน และคืนนี้เขาก็ต้องนอนในห้องนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องขัดคำสั่งราณีและเดินขึ้นไปชั้นบนเพราะแพ้เสียงในหัวตัวเอง มือที่กำลังจะยกขึ้นเคาะห้องชะงักไปชั่วครู่ เมื่อตั้งคำถามให้กับตัวเอง แล้วถ้าเจอหน้าเขาแล้วเธอโมโหล่ะ หมอบอกคุณแม่ท้องอ่อนอารมณ์แปรปรวน แล้วถ้าเธอฉุนเฉีย

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 32 กล่องความทรงจำ

    รอเคลื่อนออกจากบริษัทมาได้ไม่นานก็ต้องจอดข้างทาง เมื่ออาการแพ้ท้องกำเริบขึ้นอีกเหมือนแกล้งเธอ ยาดม ยาลม ยาหม่อง ที่เขาให้แม่บ้านเตรียมไว้ในรถดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไร ทีชานนท์รวบผมเธอไว้เมื่อธิดาวดีโก่งคออาเจียนอยู่ริมถนน มืออีกข้างลูบหลังเธอแผ่วเบา ธิดาวดีนั่งหายใจหอบอยู่ข้างทางจนตัวโยนใบหน้าซีดเซียว ทีชานนท์เข้าไปหยิบขวดน้ำและกระดาษชำระในรถยื่นให้เธอ ก่อนจะพยุงหญิงสาวเข้าไปนั่งในรถ“ไหนบอกจะไปเอาโฉนดที่คอนโดไงคะ?” เธอหันมาถามเขาสายตาเอาเรื่อง เมื่อรถเปลี่ยนเส้นทาง“มีช่างมาซ่อมแอร์ และท่อน้ำในห้อง เครื่องมือเกะกะไปหมดคงไม่สะดวก”“คุณนนท์” ไม่บอกก็รู้ว่าโกหกชัด ๆ จ้องหน้าเขาอย่างหงุดหงิด ทีชานนท์กดสายหาภูริศและเปิดลำโพงให้เธอได้ยิน“เอาโฉนดและเอกสารทุกอย่างของคุณผึ้งอยู่ที่คอนโดมาให้ฉันที่บ้าน” เขากรอกเสียงลงไป(“ครับบอส”)“โอเคนะ” สั่งภูริศจบก็หันมาพูดกับเธอเพื่อให้อารมณ์หญิงสาวเย็นลง“งั้นให้คุณภูริศเอาไปให้ที่บ้านฉันก็แล้วกันค่ะ”“ไปส่งผึ้งที่บ้านด้วยค่ะ” ส่งเสียงบอกคนขับรถ“คุณแม่เป็นห่วงคุณมากและตอนนี้ก็ไม่สบาย ขอให้คุณแม่เจอหน้าคุณก่อนได้ไหม ให้ท่านสบายใจก่อนว่าคุณสบายดี” เอาราณ

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 31 เป็นห่วง

    ธิดาวดีเปิดฝายาดมและยกขึ้นจ่อจมูกสูดกลิ่นเข้าลึกจนเต็มปอด เหนื่อยกับการแพ้ท้องก็อ่อนแรงพอตัวแล้ว ไหนจะต้องมาหงุดหงิดกับคำบอกเล่าของทนายนาครที่เพิ่งวางสายไปเมื่อครู่อีก“คนโรคจิต” เธอพึมพำคนเดียวอย่างหงุดหงิด เมื่อนึกถึงใบหน้าพ่อของลูกในท้อง นึกอยากจะขอหย่าก็ขอ ยัดเยียดความผิดให้คนอื่นแบบไม่มีเหตุผล พอมาวันนี้บอกว่าไม่คิดจะหย่าแล้ว เห็นเธอเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขาหรืออย่างไร แน่ชัดแล้วว่าเขาเป็นไบโพล่าจริง ๆ หรือไม่ก็คงปั่นประสาทเธออยู่“คุณนนท์ไล่ตามหาแกให้ขวักเลย ไหนจะป้าราณีอีก ทุกคนเป็นห่วงแกมากเลยนะ อีกหน่อยคุณนนท์ก็คงรู้ว่าแกอยู่ที่ไหน กลับมาได้แล้ว” คำพูดของเขมจิรา ฟังดูแล้วทุกคนคงคิดว่าเธอกำลังงอนเขาอยู่ เหมือนกับว่านี่มันคือความผิดของเธอเสียอย่างนั้น เขาเองต่างหากที่ผลักเธอให้ออกห่าง แต่มาวันนี้กลับวิ่งวุ่นตามหาเธอเหมือนจำการกระทำของตัวเองไม่ได้เสียอย่างนั้น นี่ขนาดไม่รู้ว่าเธอตั้งท้องทุกคนยังขอร้องแทนเขาขนาดนี้ ถ้ารู้ว่าท้องไม่ตามอุ้มกลับเลยหรือยังไงแค่นึกความขุ่นมัวในอารมณ์ก็ก่อตัวเข้มขึ้น ทำไมเธอจะต้องทำตามความต้องการของเขาด้วย ไม่อยากจะหย่าตอนนี้อย่างนั้นหรือ ได้เลย น้ำผึ

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 30 คนไม่มีใจ

    “คุณน้ำผึ้งกลับมาเมื่อหลายวันก่อนแล้วค่ะ เก็บกระเป๋าออกไปพร้อมกับคุณภายังไม่กลับมาเลยค่ะคุณนนท์” คำบอกเล่าของแม่บ้านนารีที่สร้างความรู้สึกหวั่น ๆ ในใจให้กับชายหนุ่ม ถ้าอย่างนั้นเธอโกหกราณีว่าจะกลับมาบ้านสินะ“แล้วผึ้งได้บอกไหมครับว่าจะกลับมาวันไหน?”“ไม่ได้บอกค่ะ” ทีชานนท์พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถ แม่บ้านนารีมองตามหลังรถที่เคลื่อนออกรั้วบ้านไป พร้อมกับถอนหายใจ“มิน่าล่ะคุณน้ำผึ้งถึงดูเศร้าจัง ที่แท้ก็ทะเลาะกันนี่เอง” เธอพึมพำคนเดียวและเดินเข้าบ้านไปทีชานนท์นั่งใช้ความคิดอยู่ในรถอย่างเงียบ ๆ ปะติดปะต่อหลายเรื่องราวและทบทวนคำพูดของแม่บ้านเมื่อครู่ หรือเธอจะเดินทางไปต่างประเทศกับวิภารัตน์ และกดสายหาผู้ช่วยหนุ่มภูริศทันที ก่อนจะกลับเข้าบ้านศตพิพัฒน์อีกครั้ง“อ้าว ไหนบอกไปรับหนูผึ้งไง” ราณีทักเมื่อเห็นชายหนุ่มกลับเข้ามาคนเดียว ผู้ถูกถามไม่ตอบแต่ก้าวขายาว ๆ กลับขึ้นไปบนห้องทันที เปิดตู้เสื้อผ้าออกสำรวจอย่างร้อนใจ พลันหัวใจก็หล่นวูบเป็นครั้งที่สอง เมื่อเสื้อผ้าของเธอหายไปเกือบเกลี้ยงตู้ ตรงไปที่หน้ากระจกทันที ของใช้ส่วนตัวของเธอไม่เหลืออยู่แม้แต่ชิ้นเดียว เปิดลิ้นชัก และสำรวจทุก

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 29 เริ่มต้นใหม่

    “วันนี้คุณนนท์ไม่กลับบ้านคุณผึ้งให้ตั้งโต๊ะมื้อเย็นเลยไหมคะ?” แม่บ้านพิไลเอ่ยถามธิดาวดี เมื่อกลับเข้าบ้านศตพิพัฒน์อีกครั้งหลังจากวิภารัตน์กลับต่างประเทศไปแล้วหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ทีชานนท์ก็ไม่กลับมาบ้านอีกเลย เขาขลุกอยู่ที่คอนโดจนถึงวันที่ต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ คงไม่อยากเห็นหน้าเธอกระมัง“คุณแม่จะกลับจากปฏิบัติธรรมวันไหนเหรอคะป้าพิไล?”“วันนี้แหละค่ะคุณผึ้ง ตาเข่งออกไปรับนานแล้วค่ะ เดี๋ยวก็คงถึงมั้งคะ”“งั้นรอคุณแม่ก่อนดีกว่าค่ะ”“ได้ค่ะ”หญิงสาวขึ้นไปบนห้อง กวาดตามองไปทั่วทุกมุมที่เงียบงัน นับจากนี้ไปที่แห่งนี้ก็เป็นเพียงความทรงจำที่ไม่ควรเกิดขึ้นของเธอเท่านั้น เปิดตู้เสื้อผ้าเก็บข้าวของส่วนตัวลงกระเป๋า“เราไปเริ่มต้นใหม่ในที่ของเรานะคะ” ลูบหน้าท้องเบา ๆ ฝืนยิ้มให้ก้อนเนื้อที่อยู่ในนั้นแต่นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเศร้า เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องทำให้เธอวางมือจากการเก็บของ เมื่อพิไลขึ้นมาแจ้งว่าราณีกลับมาถึงบ้านแล้ว“หนูผึ้งมาพอดีเลย” ราณีเอ่ยทักเมื่อเธอเดินเข้าไปนั่งลงที่โซฟา นายเข่งคนขับรถขนถุงของฝากมากมาย มากองรวมกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น“แม่ซื้อขนมที่หนูผึ้งชอบมาฝากด้วยนะ”

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status