Home / โรแมนติก / ลูกหนี้ที่รัก / ตอนที่ 4 เจ้าหนี้

Share

ตอนที่ 4 เจ้าหนี้

last update publish date: 2026-04-07 21:51:33

น้ำผลไม้คั้นสดสีสันสดใสถูกบรรจุอยู่ในแก้วใบหรูรูปทรงแปลกตา คือเมนูโปรดของธิดาวดีที่ภาคินจำได้ขึ้นใจ ถูกยกมาวางที่โต๊ะทันทีที่หญิงสาวมาถึง และนั่งลงตรงข้ามกับเขาภายในร้านอาหารประจำของสองหนุ่มสาว หลังจากที่ธิดาวดีปฏิเสธที่จะเจอหน้าชายหนุ่มมาตลอด จากเหตุการณ์ที่สนามม้าในวันนั้น แต่วันนี้เป็นเธอเองที่นัดเจอเขา แม้กิ่งฉัตรจะสั่งห้ามเด็ดขาด แต่คำสั่งนั้นไม่มีผลใด ๆ กับภาคินเลย

“คินสั่งอาหารไปแล้วนะของโปรดผึ้งทั้งนั้นเลย” ส่งยิ้มให้ด้วยแววตาสดใส ออกอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้เจอหน้าหญิงคนรัก

“ผึ้งจะสั่งอะไรเพิ่มอีกไหม? พร้อมกับทวนเมนูที่เพิ่งสั่งไปให้หญิงสาวฟัง

“แค่นี้ก็เยอะแล้วไม่ต้องสั่งเพิ่มหรอก”

ภาคินเปิดการสนทนามากมายเรื่องราวที่นำมาแชร์ให้เธอฟัง ระหว่างที่รออาหาร ธิดาวดีนั่งนิ่งฟังเพียงเท่านั้นไม่ได้ออกทัศนะโต้ตอบอย่างที่เคยเป็น จนภาคินต้องเอ่ยถาม

“ผึ้ง...ไม่สบายหรือเปล่า?” เอื้อมมือมาดึงมือบอบบางไปกุมไว้

“มีอะไรไม่สบายใจบอกคินได้นะ” พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับสังเกตุหญิงสาวเมื่อสีหน้าของเธอไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ธิดาวดีดึงมือออกและยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบก่อนจะวางลงที่เดิม แม้ความรู้สึกดีภายในใจที่มีต่อชายตรงหน้าจะไม่จางหายไป แต่ก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจทุกครั้งเมื่อนึกถึงการกระทำของกิ่งฉัตรแม่ของเขา ที่ไม่มีแม้แต่ความละอายเลยสักนิด ที่ทำให้เธอตกอยู่ในที่นั่งลำบากแบบนี้

อาหารที่สั่งถูกนำมาวางตรงหน้า หญิงสาวกวาดสายตามองเมนูบนโต๊ะ สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยของภาคิน คือความเสมอต้นเสมอปลาย และใส่ใจแม้กระทั่งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกี่ยวกับเธอ

“ที่นัดเจอกับคินวันนี้ผึ้งมีเรื่องสำคัญจะบอก” เมื่อตัดสินใจแล้วก็ไม่อยากปล่อยเวลาให้ยืดเยื้อ

“อืม” ชายหนุ่มส่งเสียงในลำคอและพยักหน้ารับรู้ มือตักอาหารใส่จานให้เธอ

“เรื่องอะไรเหรอ?”

“ผึ้งรู้เรื่องที่คินจะหมั้นแล้ว” มือที่กำลังตักอาหารอยู่ชงักทันที

“....”

ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ภาคินวางช้อนลง รวบรวมสติว่าจะอธิบายให้หญิงคนรักเข้าใจอย่างไรดี

“ผึ้งก็กำลังจะหมั้นเหมือนกัน” ประโยคถัดมาเหมือนมีท่อนซุงขนาดใหญ่ฟาดลงที่กลางศีรษะของภาคิน แสงสว่างวาบขึ้นที่หัวจนภาพเบลอ หูอื้อ จนต้องถามซ้ำอีกครั้ง

“ว่าไงนะ?” ภาคินขมวดคิ้วถามเพื่อยืนยันสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่ว่าไม่ได้หูฝาด

“ผึ้งต้องหมั้นกับคุณนนท์”

“นนท์ไหน?” ถามอย่างร้อนรน หัวคิ้วยังไม่คลายออกจากกัน

“ลูกชายคุณป้าราณี” ตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย เมื่อพกความเข้มแข็งมาด้วยจนเต็มกระเป๋า

“เพราะอะไรผึ้ง...ผึ้งมีอะไรบอกคินมาได้เลย เราสัญญาว่าจะไม่มีความลับต่อกันไม่ใช่เหรอ?” ดึงมือหญิงสาวมากุมไว้อีกครั้งพร้อมกับลนลานพูด

“ผึ้งมีความจำเป็น...ก็เหมือนคิน...” เธอหยุดคำพูดไว้เพียงแค่นั้น สองสายตาสบกัน ภาคินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอเพื่อหาคำตอบ แต่อีกฝ่ายมีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น

“สิ่งที่ผึ้งจะบอกก็คือเราคงไปต่อไม่ได้แล้ว ผึ้งแค่อยากพูดให้ชัดเจนและเคลียร์ทุกอย่างให้จบในวันนี้” คำพูดที่ชัดเจนและหนักแน่นแม้ภายในใจเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความสัมพันธ์หลายปีที่ผ่านมาใช่ว่าจะไม่มีความหมายต่อหญิงสาวเลยเสียเมื่อไหร่

“ไม่นะผึ้ง...ผึ้งมีอะไรบอกคินสิ” ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามบวกกับความกังวลเมื่อรู้นิสัยของหญิงตรงหน้าเป็นอย่างดี

“เรื่องบริษัทใช่ไหม? ผึ้งไม่ต้องห่วงนะคินจะหาวิธีช่วยผึ้งเอง และเรื่องที่แม่ให้คินหมั้นจะไม่เกิดขึ้น และ...”

“คิน” ธิดาวดีพูดแทรกขึ้น

“ผึ้งตัดสินใจแล้ว” จ้องหน้าชายคนรักที่กำลังจะกลายเป็นเพียงอดีตเท่านั้น

“เราต่างคนต่างมีหน้าที่ ผึ้งเดินตามเส้นทางที่ผึ้งเลือกแล้วและต้องไปต่อ ถึงเราคบกันต่อไปก็คงมีแต่ปัญหา เรื่องนั้นคินคงรู้ดีว่าเพราะอะไร”

หลุบสายตามองมือเย็นเฉียบของภาคินที่กุมมือเธอและบีบแน่นอยู่บนโต๊ะ

“ผึ้งมาเพื่อจะบอกแค่นี้...ขอให้โชคดีนะคิน”

ดึงมือออกจากการเกาะกุม ลุกจากโต๊ะและหันหลังเดินจากไป ภาคินเหมือนถูกจับมัดติดเสาและหมุนปั่นเป็นลูกข่าง มันตื้อจนมึนไปหมด สับสนงุนงง นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา ถูกเทแค่ในเวลาไม่กี่นาที หรือมันแค่ฝันร้ายกันแน่ และนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นเพราะสมองไม่สั่งการใด ๆ แล้ว

“ท่านประธานเชิญคุณน้ำผึ้งไปพบที่ห้องครับ” เสียงจากภูริศเลขาของทีชานนท์ หลังจากประชุมทีมบริหารเสร็จสิ้นไปเขาก็เข้ามานั่งตำแหน่งประธานคนใหม่ของกิตติวงศ์ทันที

“ตอนนี้เหรอคะ?” เธอเอ่ยถาม

“ครับ”

“เอ่อ...ทราบไหมคะว่าเรื่องอะไร?”

“ท่านประธานไม่ได้แจ้งครับ”

“เดี๋ยวผึ้งตามไปค่ะ”

ภูริศค้อมศีรษะก่อนเดินจากไป ธิดาวดีเป่าปากผ่อนลมหายใจทิ้ง เมื่อคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเธอในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ภาพเหตุการณ์ที่ราณีคุยกับเธอในวันนั้นก็แวบเข้ามาให้ขบคิด

“แล้วคุณนนท์โอเคเหรอคะคุณป้า?”

“ทำไมจะไม่โอเคล่ะ หนูน้ำผึ้งทั้งสวยทั้งเก่ง แถมใจดีอีกต่างหาก พี่นนท์ต้องดีใจอยู่แล้วที่ได้หมั้นหมายกับหนูผึ้ง” คือคำพูดของราณีในวันนั้น แต่คำตอบในสมองหญิงสาวกลับตรงกันข้าม

เขาเลี่ยงที่จะพบหน้าเธอ แม้หญิงสาวขอเข้าพบหลายครั้งผ่านทางเลขาเพื่อจะขอคุยกับเขาในประเด็นเรื่องการหมั้นหมายในเงื่อนไขของราณี แต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้ง แต่มาถึงขั้นนี้แล้วธิดาวดีถอยไม่ได้อีกต่อไป ลุกจากเก้าอี้และเดินตรงไปที่ห้องประธานทันที

“เข้ามาสิ” เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย สายตาของทีชานนท์จ้องมองมาที่ร่างบางที่กำลังเดินเข้ามาด้านใน เขาผายมือไปที่เก้าอี้เป็นสัญญาณบอกให้เธอนั่ง ธิดาวดีนั่งลงตามคำเชิญ ต่างฝ่ายต่างประเมินท่าทีของกันและกัน

ทีชานนท์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้นวมด้วยท่าทีผ่อนคลาย

“ผมไม่รู้รายละเอียดที่คุณแม่พูดกับคุณ ก็เลยอยากถามข้อมูลกับคุณเพิ่มเติมสักหน่อย” ไม่ได้อยากถามไถ่สร้างความคุ้นเคยใด ๆ ให้เกิดขึ้น อีกทั้งน้ำเสียงที่เฉยชาจนสัมผัสได้

มีที่ไหนแม่ลูกไม่คุยกันเรื่องสำคัญขนาดนี้ นี่คงกำลังประเมินเธออยู่สินะ

“แล้วคุณป้าบอกอะไรคุณไปบ้างคะ ส่วนที่ยังไม่ได้บอกฉันจะเพิ่มเติมให้ค่ะ” เป็นการตอบคำถามด้วยคำถามที่ทำให้คนฟังหูผึ่งขึ้นมาได้

นี่หล่อนคิดว่าหล่อนเป็นใครถึงกล้าโต้ตอบแบบนี้กับเขา หล่อนไม่รู้จริง ๆ หรือว่าตอนนี้ว่าใครที่ถือไพ่เหนือกว่า

“ผมรู้แค่ว่าผมเป็นเจ้าหนี้และคุณเป็นลูกหนี้”

ตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉย เพราะบ้านที่กำลังจะถูกยึดนั้นเขาเป็นคนจัดการให้เรียบร้อยแล้ว

“ค่ะ”

“ผมขัดคุณแม่ไม่ได้เรื่องการหมั้นก็เลยต้องตามน้ำ” นี่เขากำลังบอกเธอว่าเขาไม่ได้เต็มใจสินะ ก็ไม่แปลก ใครจะเต็มใจกันล่ะ เสียเงินไปก็มากยังต้องมาแบกภาระเรื่องบริษัทอีก แต่ก็เป็นหุ้นที่เขาซื้อไปนี่นา มันก็เป็นหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว

“ผมก็เลยอยากฟังทัศนะของคุณสักหน่อยว่าคิดยังไงกับข้อตกลงของคุณแม่”

“ฉันไม่มีทางเลือกค่ะ” ตอบแบบชัดเจนและจ้องหน้าเขาแบบไม่เกรงกลัว ก็มันความจริงนี่นาเธอมีทางอื่นให้เลือกหรือยังไง

“คุณคงทราบสถานะของฉันดี และฉันก็เข้าใจว่าคุณคงอึดอัด แต่สบายใจได้เลยค่ะ ฉันจะไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคุณ ส่วนเรื่องหนี้สินฉันจะผ่อนให้คุณทุกเดือน หักจากเงินเดือนของฉัน และเงินปันผลบริษัทได้เลยค่ะ”

“จะเอาอะไรมาปันผลบริษัทขาดทุนขนาดนี้จะฟื้นเมื่อไหร่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ”

ชายหนุ่มสวนขึ้นทันทีที่เธอพูดจบ

“หักจากเงินเดือนคุณร้อยปีจะหมดหรือเปล่า” ท่าทีและน้ำเสียงเย้ยหยันยียวนจนน่าตบ

“ผมทำธุรกิจนะไม่ใช่มูลนิธิหรือสถานสงเคราะห์ คุณคงเข้าใจนะว่าไม่ใช่เงินแค่บาทสองบาท” นี่เขาเรียกเธอมาเพื่อตอกย้ำว่าเธอกำลังยืนอยู่จุดต่ำสุดของชีวิตอย่างนั้นหรือ

“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง?” พยายามข่มเสียงให้เป็นปกติ ทำไมลูกกับแม่นิสัยช่างแตกต่างกันเสียจริง ท่วงท่าที่สง่างาม เครื่องหน้าหล่อเหลานั้น ช่างแตกต่างจากนิสัยและคำพูดของเขานัก

“ในเมื่อคุณไม่มีเงินคืน...แล้วคุณคิดว่าจะทำอะไรให้ผมพอใจได้”

ทันทีที่พูดจบธิดาวดีตวัดสายตาขึ้นมองเขาทันที สองสายตาปะทะกันกลางอากาศ พร้อมกับสิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวของหญิงสาว ทีชานนท์มองใบหน้าสวยที่ดูเหมือนว่าเธอกำลังบังคับลมหายใจให้เป็นปกติอยู่

“คุณคงไม่คิดว่าผมต้องการร่างกายของคุณหรอกนะ” เหมือนได้ยินเสียงในหัวของหญิงสาว และพูดดักไว้ก่อน

“แล้วคุณต้องการอะไร?” ถึงแม้จะรู้สึกโล่งที่เขาพูดประโยคนั้นออกมา แต่ก็รู้สึกเสียหน้าอยู่ที่แอบคิดเรื่องพรรค์นั้นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“คุณก็ต้องมาช่วยผมทำงาน คิดหาแนวทางบริหารให้บริษัทฟื้นตัวได้เร็วที่สุด เรื่องรายละเอียดค่อยว่ากันอีกที เพราะผมไม่ได้มาที่นี่ทุกวัน” ถึงแม้จะรู้ว่าหญิงสาวนั้นด้อยประสบการณ์

เหมือนยกภูเขาออกจากอกเมื่อเขาบอกสิ่งที่เขาต้องการ

“อีกเรื่องก็คือ...ผมรู้ว่าคุณแม่ปลื้มคุณมาก ถึงแม้ผมจะไม่ได้ชอบคุณ แต่ก็ไม่อยากมีปัญหากับคุณแม่ หวังว่าการกระทำของผมที่ไม่ถูกใจคุณ คุณคงไม่ถือสา และคงไม่ถึงหูคุณแม่ ผมขี้เกียจอธิบายเรื่องไร้สาระ”

“สบายใจได้เลยค่ะฉันไม่ใช่คนขี้ฟ้อง ฉันเองก็ไม่ได้ชอบคุณเหมือนกัน แต่ต่อหน้าคุณป้าฉันจะทำให้ดีที่สุดค่ะ”

ทีชานนท์ตวัดสายตามองคนปากดีที่ตอบกลับทุกดอกตรงหน้า และสบตากับเขาแบบเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์

“คุณแม่กำลังหาฤกษ์หมั้น คุณอยากให้งานออกมาในรูปแบบไหน?”

“แล้วแต่คุณสะดวกเลยค่ะ ฉันยังไงก็ได้”

ช่างเป็นการพูดคุยเรื่องการหมั้นหมายที่ปราศจากความโรแมนติกเสียจริง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 34 เริ่มต้นใหม่ด้วยความสุข

    แสงสลัวจากด้านนอกที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาด้านในห้อง ของค่ำคืนที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังอื้ออึงแข่งกับความเงียบอยู่เป็นระยะ ธิดาวดีหลับตาในอ้อมกอดของเขา อาการนอนไม่หลับติดต่อกันมาหลายคืนเพราะแพ้ท้องอย่างรุนแรงนั้น ตอนนี้กลับเหมือนถูกปลิดทิ้งเสียอย่างนั้นหรืออาจจะเป็นเพราะเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้อง จะรับรู้ถึงความอบอุ่นในอ้อมกอดของพ่อที่ส่งผ่านมาให้นะ เธอตั้งคำถามให้ตัวเอง แม้ลูกยังเป็นแค่ก้อนเลือดอยู่เท่านั้น หรืออาจจะเป็นเพราะความกังวลทั้งหลายมันหายไป และรู้สึกปลอดภัยในอ้อมกอดของเขาช่วงเวลาที่ห่างกันไปเพียงไม่นาน มาในวันนี้เธอมีคำตอบให้ตัวเองแล้วกับความรู้สึกของหัวใจที่มีต่อเขา แม้พยายามปฏิเสธ ก่อนจะซุกหน้าเข้าไปในอ้อมอก ภาษากายของเธอที่แสดงออกมานั้น สร้างรอยยิ้มให้กับทีชานนท์อย่างพอใจ ก่อนจะกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ประทับจูบลงที่เรือนผมของเธอ“พรุ่งนี้เราไปหาหมอกันนะ” พูดเสียงทุ้มอยู่ข้างหู“ไปฝากท้อง ให้หมอตรวจให้ละเอียด ผมสงสารคุณเวลาเห็นคุณแพ้ท้อง” ธิดาวดีพยักหน้าเบา ๆ “รอให้คุณดีขึ้นแล้วเราค่อยจัดงานแต่ง...ดีไหม?” “แต่งงาน...เหรอคะ?”“

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 33 ขอนอนกับลูกได้ไหม?

    ธิดาวดีเปิดอ่านทีละหน้าอย่างช้า ๆ มากมายเรื่องราวที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน รวมทั้งเรื่องที่กิตติถูกนำเข้าโครงการวิจัยโรคร้าย และถูกยกเว้นค่าใช้จ่ายนั้น มันเป็นเรื่องโกหก เป็นเขาต่างหากที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้ทุกบาททุกสตางค์ นี่เขาหรอกเหรอที่อยู่เบื้องหลังเรื่องพวกนี้ คอยซัพพอร์ทเธอในหลาย ๆ เรื่อง แต่ทำไมต่อหน้าเธอเขากลับแสดงออกมาอีกอย่าง เขารู้ว่ากิ่งฉัตรยักยอกเงิน และเตรียมเทคโอเว่อร์บริษัทต่อจากกิ่งฉัตร และโอนหุ้นคืนให้เธออ่านไปพร้อมกับความแข็งในหัวใจที่อ่อนยวบลงเช่นกัน พลันทำให้นึกถึงใบหน้าของเขาขึ้นมาทันที คนสุขุมมาดเข้มอย่างเขามีโมเม้นเขียนบันทึกความทรงจำแบบนี้ด้วยอย่างนั้นหรือ“เป็นคุณเองเหรอคะคุณนนท์” พูดคนเดียวอย่างแผ่วเบาทีชานนท์เดินกลับไปกลับมาอยู่ในห้องทำงานชั้นล่าง หลังจากถูกสั่งห้ามไม่ให้ขึ้นไปรบกวนธิดาวดีด้านบน และคืนนี้เขาก็ต้องนอนในห้องนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องขัดคำสั่งราณีและเดินขึ้นไปชั้นบนเพราะแพ้เสียงในหัวตัวเอง มือที่กำลังจะยกขึ้นเคาะห้องชะงักไปชั่วครู่ เมื่อตั้งคำถามให้กับตัวเอง แล้วถ้าเจอหน้าเขาแล้วเธอโมโหล่ะ หมอบอกคุณแม่ท้องอ่อนอารมณ์แปรปรวน แล้วถ้าเธอฉุนเฉีย

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 32 กล่องความทรงจำ

    รอเคลื่อนออกจากบริษัทมาได้ไม่นานก็ต้องจอดข้างทาง เมื่ออาการแพ้ท้องกำเริบขึ้นอีกเหมือนแกล้งเธอ ยาดม ยาลม ยาหม่อง ที่เขาให้แม่บ้านเตรียมไว้ในรถดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไร ทีชานนท์รวบผมเธอไว้เมื่อธิดาวดีโก่งคออาเจียนอยู่ริมถนน มืออีกข้างลูบหลังเธอแผ่วเบา ธิดาวดีนั่งหายใจหอบอยู่ข้างทางจนตัวโยนใบหน้าซีดเซียว ทีชานนท์เข้าไปหยิบขวดน้ำและกระดาษชำระในรถยื่นให้เธอ ก่อนจะพยุงหญิงสาวเข้าไปนั่งในรถ“ไหนบอกจะไปเอาโฉนดที่คอนโดไงคะ?” เธอหันมาถามเขาสายตาเอาเรื่อง เมื่อรถเปลี่ยนเส้นทาง“มีช่างมาซ่อมแอร์ และท่อน้ำในห้อง เครื่องมือเกะกะไปหมดคงไม่สะดวก”“คุณนนท์” ไม่บอกก็รู้ว่าโกหกชัด ๆ จ้องหน้าเขาอย่างหงุดหงิด ทีชานนท์กดสายหาภูริศและเปิดลำโพงให้เธอได้ยิน“เอาโฉนดและเอกสารทุกอย่างของคุณผึ้งอยู่ที่คอนโดมาให้ฉันที่บ้าน” เขากรอกเสียงลงไป(“ครับบอส”)“โอเคนะ” สั่งภูริศจบก็หันมาพูดกับเธอเพื่อให้อารมณ์หญิงสาวเย็นลง“งั้นให้คุณภูริศเอาไปให้ที่บ้านฉันก็แล้วกันค่ะ”“ไปส่งผึ้งที่บ้านด้วยค่ะ” ส่งเสียงบอกคนขับรถ“คุณแม่เป็นห่วงคุณมากและตอนนี้ก็ไม่สบาย ขอให้คุณแม่เจอหน้าคุณก่อนได้ไหม ให้ท่านสบายใจก่อนว่าคุณสบายดี” เอาราณ

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 31 เป็นห่วง

    ธิดาวดีเปิดฝายาดมและยกขึ้นจ่อจมูกสูดกลิ่นเข้าลึกจนเต็มปอด เหนื่อยกับการแพ้ท้องก็อ่อนแรงพอตัวแล้ว ไหนจะต้องมาหงุดหงิดกับคำบอกเล่าของทนายนาครที่เพิ่งวางสายไปเมื่อครู่อีก“คนโรคจิต” เธอพึมพำคนเดียวอย่างหงุดหงิด เมื่อนึกถึงใบหน้าพ่อของลูกในท้อง นึกอยากจะขอหย่าก็ขอ ยัดเยียดความผิดให้คนอื่นแบบไม่มีเหตุผล พอมาวันนี้บอกว่าไม่คิดจะหย่าแล้ว เห็นเธอเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขาหรืออย่างไร แน่ชัดแล้วว่าเขาเป็นไบโพล่าจริง ๆ หรือไม่ก็คงปั่นประสาทเธออยู่“คุณนนท์ไล่ตามหาแกให้ขวักเลย ไหนจะป้าราณีอีก ทุกคนเป็นห่วงแกมากเลยนะ อีกหน่อยคุณนนท์ก็คงรู้ว่าแกอยู่ที่ไหน กลับมาได้แล้ว” คำพูดของเขมจิรา ฟังดูแล้วทุกคนคงคิดว่าเธอกำลังงอนเขาอยู่ เหมือนกับว่านี่มันคือความผิดของเธอเสียอย่างนั้น เขาเองต่างหากที่ผลักเธอให้ออกห่าง แต่มาวันนี้กลับวิ่งวุ่นตามหาเธอเหมือนจำการกระทำของตัวเองไม่ได้เสียอย่างนั้น นี่ขนาดไม่รู้ว่าเธอตั้งท้องทุกคนยังขอร้องแทนเขาขนาดนี้ ถ้ารู้ว่าท้องไม่ตามอุ้มกลับเลยหรือยังไงแค่นึกความขุ่นมัวในอารมณ์ก็ก่อตัวเข้มขึ้น ทำไมเธอจะต้องทำตามความต้องการของเขาด้วย ไม่อยากจะหย่าตอนนี้อย่างนั้นหรือ ได้เลย น้ำผึ

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 30 คนไม่มีใจ

    “คุณน้ำผึ้งกลับมาเมื่อหลายวันก่อนแล้วค่ะ เก็บกระเป๋าออกไปพร้อมกับคุณภายังไม่กลับมาเลยค่ะคุณนนท์” คำบอกเล่าของแม่บ้านนารีที่สร้างความรู้สึกหวั่น ๆ ในใจให้กับชายหนุ่ม ถ้าอย่างนั้นเธอโกหกราณีว่าจะกลับมาบ้านสินะ“แล้วผึ้งได้บอกไหมครับว่าจะกลับมาวันไหน?”“ไม่ได้บอกค่ะ” ทีชานนท์พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถ แม่บ้านนารีมองตามหลังรถที่เคลื่อนออกรั้วบ้านไป พร้อมกับถอนหายใจ“มิน่าล่ะคุณน้ำผึ้งถึงดูเศร้าจัง ที่แท้ก็ทะเลาะกันนี่เอง” เธอพึมพำคนเดียวและเดินเข้าบ้านไปทีชานนท์นั่งใช้ความคิดอยู่ในรถอย่างเงียบ ๆ ปะติดปะต่อหลายเรื่องราวและทบทวนคำพูดของแม่บ้านเมื่อครู่ หรือเธอจะเดินทางไปต่างประเทศกับวิภารัตน์ และกดสายหาผู้ช่วยหนุ่มภูริศทันที ก่อนจะกลับเข้าบ้านศตพิพัฒน์อีกครั้ง“อ้าว ไหนบอกไปรับหนูผึ้งไง” ราณีทักเมื่อเห็นชายหนุ่มกลับเข้ามาคนเดียว ผู้ถูกถามไม่ตอบแต่ก้าวขายาว ๆ กลับขึ้นไปบนห้องทันที เปิดตู้เสื้อผ้าออกสำรวจอย่างร้อนใจ พลันหัวใจก็หล่นวูบเป็นครั้งที่สอง เมื่อเสื้อผ้าของเธอหายไปเกือบเกลี้ยงตู้ ตรงไปที่หน้ากระจกทันที ของใช้ส่วนตัวของเธอไม่เหลืออยู่แม้แต่ชิ้นเดียว เปิดลิ้นชัก และสำรวจทุก

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 29 เริ่มต้นใหม่

    “วันนี้คุณนนท์ไม่กลับบ้านคุณผึ้งให้ตั้งโต๊ะมื้อเย็นเลยไหมคะ?” แม่บ้านพิไลเอ่ยถามธิดาวดี เมื่อกลับเข้าบ้านศตพิพัฒน์อีกครั้งหลังจากวิภารัตน์กลับต่างประเทศไปแล้วหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ทีชานนท์ก็ไม่กลับมาบ้านอีกเลย เขาขลุกอยู่ที่คอนโดจนถึงวันที่ต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ คงไม่อยากเห็นหน้าเธอกระมัง“คุณแม่จะกลับจากปฏิบัติธรรมวันไหนเหรอคะป้าพิไล?”“วันนี้แหละค่ะคุณผึ้ง ตาเข่งออกไปรับนานแล้วค่ะ เดี๋ยวก็คงถึงมั้งคะ”“งั้นรอคุณแม่ก่อนดีกว่าค่ะ”“ได้ค่ะ”หญิงสาวขึ้นไปบนห้อง กวาดตามองไปทั่วทุกมุมที่เงียบงัน นับจากนี้ไปที่แห่งนี้ก็เป็นเพียงความทรงจำที่ไม่ควรเกิดขึ้นของเธอเท่านั้น เปิดตู้เสื้อผ้าเก็บข้าวของส่วนตัวลงกระเป๋า“เราไปเริ่มต้นใหม่ในที่ของเรานะคะ” ลูบหน้าท้องเบา ๆ ฝืนยิ้มให้ก้อนเนื้อที่อยู่ในนั้นแต่นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเศร้า เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องทำให้เธอวางมือจากการเก็บของ เมื่อพิไลขึ้นมาแจ้งว่าราณีกลับมาถึงบ้านแล้ว“หนูผึ้งมาพอดีเลย” ราณีเอ่ยทักเมื่อเธอเดินเข้าไปนั่งลงที่โซฟา นายเข่งคนขับรถขนถุงของฝากมากมาย มากองรวมกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น“แม่ซื้อขนมที่หนูผึ้งชอบมาฝากด้วยนะ”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status