Masukเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อยเมื่อพูดถึงเรื่องงาน แต่ก็ยังแฝงความอ่อนโยนไว้ "เดี๋ยวเสร็จแล้วพี่จะโทรกลับนะ โอเคไหม"
"โอเคค่ะ เข้าใจแล้ว" มีร่ายิ้มหวานกับโทรศัพท์ "มีร่ารักพี่นะ อย่าซนนะ ห้ามวอกแวกมองสาวที่ไหนด้วย" "ค้าบ ไม่ซนหรอก มีเมียสวยขนาดนี้ใครจะไปมองคนอื่นลง" คามินตอบรับด้วยคำลงท้ายที่ดูขี้เล่นแบบที่เขาใช้กับเธอแค่คนเดียว "แค่นี้นะครับคนดี เดี๋ยวพี่ต้องเข้าห้องประชุมแล้ว บายครับ" "บายค่ะ" หลังจากวางสายจากคามิน มีร่าก็เตรียมตัวจะลุกไปอาบน้ำ แต่เพียงแค่หย่อนเท้าลงแตะพื้นโลกกลับหมุนคว้างจนต้องรีบจับเตียงไว้แน่น ความรู้สึกเวียนหัวจู่โจมอย่างรุนแรงจนหน้ามืดไปชั่วขณะ เธอนั่งนิ่งอยู่พักใหญ่พลางทบทวนกับตัวเองด้วยความแปลกใจ "ทำไมช่วงนี้เวียนหัวบ่อยจังนะ" หญิงสาวพึมพำกับตัวเองพลางเอามือคลึงขมับ เธอลองนึกย้อนไปถึงสาเหตุต่างๆ ไข้ก็ไม่มี ไม่ได้ตากฝนที่ไหน แถมเมื่อคืนก็นอนไปไม่น้อย "หรือว่า ประจำเดือนมาล่าสุดเมื่อไหร่นะ" เมื่อนึกดูดีๆ เธอก็พบว่ามันขาดหายไปพักใหญ่แล้ว ใจหนึ่งก็หวั่นๆ แต่อีกใจก็คิดว่าอาจจะแค่ร่างกายรวน พออาการเริ่มทุเลาลง มีร่าจึงฝืนตัวไปอาบน้ำแต่งตัวในชุดเดรสสีครีมดูสบายตา ก่อนจะเดินลงมาทานอาหารเช้าที่ป้าอุ่นแม่บ้านจัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อย เมื่อมีร่ากินข้าวเสร็จเธอตัดสินใจเรียกแท็กซี่เพื่อเดินทางไปยังโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังทันที เพราะความกังวลใจเริ่มก่อตัวขึ้นจนอยู่เฉยไม่ได้ เมื่อถึงโรงพยาบาล หลังจากทำเรื่องลงทะเบียนและวัดความดันเสร็จ พยาบาลสาวหน้าตายิ้มแย้มก็เดินเข้ามาเรียกเธอ "คุณมิรันตี วรภัทร เชิญที่ห้องตรวจหมายเลข 3 ค่ะ" เสียงพยาบาลหน้าห้องประกาศเรียก มีร่าสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความตื่นเต้นก่อนจะเปิดประตูเข้าไป ภายในห้องมีคุณหมอผู้หญิงวัยกลางคนหน้าตาท่าทางใจดีนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน "สวัสดีค่ะคุณหมอ" มีร่ายกมือไหว้พลางนั่งลงที่เก้าอี้คนไข้ "สวัสดีค่ะคุณมิรันตี เห็นในประวัติแจ้งว่ามีอาการหน้ามืดบ่อยเหรอคะ เป็นมานานหรือยัง" คุณหมอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพพลางมองหน้าคนไข้สาวที่ดูซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด "ประมาณสามสี่วันแล้วค่ะคุณหมอ วันนี้หนักสุดคือตอนตื่นนอน ลุกขึ้นมาแล้วโลกหมุนคว้างเลยค่ะ ต้องรีบหาที่ยึดไว้ แล้วก็รู้สึกเพลียๆ ตลอดเวลาเลยค่ะ ทั้งที่ก็ไม่ได้ทำงานหนักอะไร" มีร่าบอกอาการอย่างละเอียด คุณหมอพยักหน้าพลางจดบันทึก "แล้วมีอาการอื่นร่วมด้วยไหมคะ อย่างเช่น อาเจียน เหม็นกลิ่นอาหาร หรือเรื่องรอบเดือนล่ะคะ มาปกติไหม" คำถามเรื่องรอบเดือนทำให้มีร่าชะงักไปครู่หนึ่ง เธอเม้มปากแน่นก่อนจะตอบ "เหม็นกลิ่นน้ำหอมค่ะคุณหมอ ทั้งที่ปกติชอบมาก ส่วนเรื่องรอบเดือน พอนึกดูแล้ว เดือนนี้ยังไม่มาเลยค่ะ ปกติจะมาตรงเวลาตลอด" คุณหมอเงยหน้าขึ้นมองมีร่าด้วยรอยยิ้มอย่างรู้เท่าทัน "จากที่เล่ามา หมอสงสัยว่าอาจจะเป็นอาการแพ้ท้องเบื้องต้นนะคะ แต่เพื่อความชัวร์ หมอจะส่งตัวคุณมิรันตีไปเจาะเลือดและตรวจปัสสาวะอย่างละเอียดอีกทีนะคะ พยาบาลคะ รบกวนเตรียมชุดตรวจแล็บให้คนไข้ด้วยค่ะ" "เดี๋ยวพยาบาลจะพาไปที่ห้องแล็บนะคะคุณมิรันตี ไม่ต้องกังวลนะคะ ทำใจสบายๆ ค่ะ" พยาบาลเดินเข้ามาประคองแขนเธออย่างใส่ใจ "ต้องเจาะเลือดด้วยเหรอคะ" มีร่าถามเสียงแผ่ว "ใช่ค่ะ การตรวจเลือดจะให้ผลที่แม่นยำที่สุดในช่วงเริ่มต้นแบบนี้ค่ะ เดี๋ยวคุณพยาบาลจะพาไปแนะนำขั้นตอนนะคะ หลังจากตรวจเสร็จแล้วรบกวนรอผลประมาณหนึ่งชั่วโมงนะคะ แล้วเราค่อยกลับมาฟังผลที่ห้องนี้อีกครั้งค่ะ" คุณหมออธิบายทิ้งท้าย มีร่าเดินตามพยาบาลไปที่ห้องแล็บด้วยหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบ ในหัวมีแต่คำว่า 'ท้อง' วนเวียนไปหมด ความรู้สึกมันตีกันยุ่งเหยิง ทั้งตื่นเต้นที่อาจจะมีเจ้าตัวเล็กกับคามิน และทั้งกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง "รบกวนคุณมิรันตีวางแขนตรงนี้นะคะ เจ็บนิดเดียวนะคะเหมือนมดกัด" พยาบาลในห้องแล็บเอ่ยขณะเตรียมเข็มเจาะเลือด "ค่ะ" มีร่าเบือนหน้าหนีด้วยความกลัวเข็ม เธอรู้สึกถึงความเจ็บจี๊ดเพียงครู่เดียวก่อนที่เลือดจะถูกดูดเข้าไปในหลอดแก้ว หลังจากนั้นเธอก็ถูกพาไปเก็บตัวอย่างปัสสาวะตามขั้นตอนจนครบถ้วน "เรียบร้อยค่ะ ตอนนี้คุณมิรันตีไปนั่งพักทานน้ำรอนอกห้องตรวจก่อนนะคะ ถ้าผลออกแล้วทางเราจะรีบแจ้งทันทีค่ะ" พยาบาลบอกพร้อมกับยื่นสำลีให้เธอกดแผลไว้ มีร่าเดินออกมานั่งรอที่ม้านั่งหน้าห้องตรวจด้วยใจที่จดจ่อ ทุกนาทีที่ผ่านไปมันช่างยาวนานเหลือเกิน เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูรูปคู่ของเธอกับคามินพลางลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ถ้าในนี้มีลูกของพี่จริงๆ พี่จะดีใจไหมนะพี่คามินบทที่50 ตอนพิเศษ ล็อคหัวใจนายมาเฟียแสงแดดอ่อนยามเช้าวันเสาร์สาดส่องผ่านผ้าม่านผืนหนา ทว่าภายในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ธนเวคินยังคงเงียบสงบ มีร่านอนหลับปุ๋ยอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาพร้อมกับสองแฝดมินนี่และรินนี่ที่ซุกตัวอยู่ข้างกายราวกับลูกลิงตัวน้อย คามินค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา มองดูใบหน้าของภรรยาและลูกสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก ชายหนุ่มระบายยิ้มบางๆ ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบาที่สุดเพราะกลัวว่าคนรักจะตื่นมาเฟียหนุ่มร่างสูงใหญ่หลังจากตื่นนอนและอาบน้ำเสร็จ เดินแกมวิ่งตรงไปยังห้องนอนของคุณดารินทร์ที่อยู่ถัดไป เขาเคาะประตูเบาๆ พอเป็นพิธีสี่ห้าครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีเมื่อเห็นว่ามารดาตื่นขึ้นมานั่งอ่านหนังสือรับลมเช้าอยู่ตรงระเบียงแล้ว"แม่ครับ เอากระโปรงมาให้ผมใส่หน่อยครับ แล้วช่วยแต่งหน้าทาปากให้ผมด้วยนะแม่"คุณดารินทร์สะดุ้งโหยง ละสายตาจากหนังสือตรงหน้าทันควัน เธอมองดูใบหน้าคมคายของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนสลับกับสำรวจเนื้อตัวของเขาพลางระเบิดเสียงหัวเราะลั่นห้อง "คามินไม่สบายหรือเปล่าลูก? อยู่ดีๆ ทำไมถึงเพี้ยนอยากจะลุกขึ้นมาแต่งหญิงล่ะเนี่ย เกิดเนื้อเต้นอะไรขึ้นมาฮะ!"คามินเกาแก้มตั
“มาแล้วเหรอจ๊ะลูกสะใภ้แม่ มานั่งเถอะจ้ะ วันนี้ป้าอุ่นทำข้าวต้มปลาเก๋าของโปรดหนูด้วยนะ” คุณดารินทร์กวักมือเรียก“ขอบคุณค่ะคุณแม่ แล้วสามพ่อลูกล่ะคะยังไม่ลงมาอีกเหรอ” มีร่าเอ่ยถามยังไม่ทันขาดคำ เสียงฝีเท้าหนักสลับเบาก็ดังแว่วมาแต่ไกล“มาแล้วครับๆ! สะอาดเอี่ยมอ่อง กลิ่นหอมฟุ้งเหมือนเดินอยู่ในทุ่งดอกไม้เลยครับคุณแม่มีร่า!” คามินเดินนำลูกสาวทั้งสองลงมา มินนี่และรินนี่มาในชุดนักเรียนชุดใหม่ที่รีดจนเรียบกริบ ผมที่เคยเหนียวเหนอะบัดนี้แห้งสนิทและถูกมัดรวบไว้อย่างน่ารัก“ไหนมาให้แม่ดมสิคะ ว่าสะอาดจริงไหม” มีร่าดึงลูกๆ เข้ามากอดแล้วหอมแก้มซ้ายขวา “อืม หอมจริงด้วย คราวหลังห้ามเล่นพิเรนทร์แบบนี้อีกนะลูก แม่ตกใจหมดเลยรู้ไหม”“หนูขอโทษค่ะคุณแม่ หนูแค่ไม่อยากห่างจากคุณพ่อคุณแม่ไปโรงเรียนนี่นา” มินนี่สารภาพพลางทำหน้าอ้อน“โถ่ หลานปู่ ไปเรียนแค่แป๊บเดียวเอง เลิกเรียนแล้วเรามาต่อเลโก้กันนะลูก” เจ้าสัวธนินทร์ปลอบหลานพลางตักอาหารให้“พี่คามินคะ อาทิตย์หน้าที่จะไปสิงคโปร์ มีร่ากะว่าจะพาลูกไปดูออฟฟิศตึกใหม่ที่พี่ตกแต่งเพิ่มด้วยนะคะ อาหลงส่งรูปมาให้ดู สวยมากเลยค่ะ”“ตามใจหนูเลยครับ” คามินกุมมือมีร่าไว้บนโต๊ะ
บทที่49 จบหนึ่งปีผันผ่านไปราวกับติดปีก ธุรกิจของตระกูลธนเวคินภายใต้การนำของคามินขยายรากฐานในสิงคโปร์จนเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด คามินกลายเป็นมาเฟียทรงอิทธิพลที่ข้ามไปบริหารงานเดือนละสองครั้งโดยหอบหิ้วเมียรักและลูกแฝดไปเปลี่ยนบรรยากาศเสมอ แต่เมื่อเด็กหญิงมินนี่และรินนี่ถึงวัยต้องเข้าโรงเรียน ความสงบสุขในยามเช้าที่เคยมีก็กลายเป็นสมรภูมิย่อมๆ ไปเสียแล้วเช้าวันจันทร์ที่สดใสแต่แฝงไปด้วยเค้าลางแห่งความโกลาหล ภายในห้องแต่งตัวสุดหรู มีร่ากำลังง่วนอยู่กับการติดกิ๊บและจัดระเบียบชุดนักเรียนให้รินนี่อย่างประณีต ขณะที่คามินยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่พลางจัดเนคไทให้เข้าที่"มินนี่เสร็จหรือยังลูก? เดี๋ยวรถโรงเรียนจะมาแล้วนะ" มีร่าเอ่ยถามโดยไม่ได้หันไปมอง เพราะมินนี่เงียบผิดปกติมาพักใหญ่"แม่ขา หนูว่าวันนี้หนูไปโรงเรียนไม่ได้แล้วล่ะค่ะ" เสียงเล็กๆ ของมินนี่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง น้ำเสียงนั้นฟังดูราบเรียบแต่ซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้"ทำไมลูก? เป็นอะไรคะ ปวดท้องหรือเปล่า?" มีร่าละมือจากรินนี่แล้วเงยหน้าขึ้นมอง แต่พอเห็นสภาพลูกสาวเท่านั้นแหละ หัวใจคนเป็นแม่แทบวาย "มินนี่! ผมทำไมเป็นแบบนั้น!"ภาพที่ปรากฏ
แสงเงินแสงทองของเช้าวันใหม่เริ่มจับขอบฟ้า เมื่อขบวนรถหรูของตระกูลธนเวคินเคลื่อนผ่านรั้วเหล็กดัดบานยักษ์เข้าสู่เขตคฤหาสน์อันกว้างขวาง ทันทีที่รถจอดสนิทที่หน้ามุก ประตูบ้านบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกเผยให้เห็นเหล่าแม่บ้าน คนสวน คนขับรถ และพี่เลี้ยงเกือบสามสิบชีวิตที่มายืนเรียงแถวต้อนรับกันอย่างพร้อมเพรียง“ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะนายท่าน คุณนาย นายน้อย คุณมีร่า และคุณหนูๆ!” เสียงประสานต้อนรับดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ แววตาของคนงานทุกคนเต็มไปด้วยความตื้นตันและโล่งใจอย่างเห็นได้ชัดคามินก้าวลงจากรถพร้อมกับอุ้มมินนี่ที่ยังงัวเงียอยู่บนบ่า ตามด้วยมีร่าที่จูงมือรินนี่ลงมาติดๆ ทันทีที่เท้าแตะพื้นบ้าน ป้าหัวหน้าแม่บ้านเก่าแก่ที่อยู่รับใช้ตระกูลนี้มาตั้งแต่สมัยเจ้าสัวธนินทร์ยังหนุ่มๆ ก็ถึงกับปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอรีบก้าวเข้ามาทรุดตัวลงคุกเข่าแทบเท้าของเจ้าสัวและคุณดารินทร์“โถ่ นายท่าน คุณท่าน ปลอดภัยกลับมาแล้ว ป้าไหว้พระสวดมนต์ทุกคืน ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองทุกคนให้แคล้วคลาด” ป้าอุ่นพูดไปสะอื้นไป พลางใช้ชายผ้ากันเปื้อนเช็ดน้ำตาคุณดารินทร์รีบก้มลงประคองแม่บ้านคนสนิทให้ลุกขึ้น “โถ่ป้าลุกขึ้
บทที่48 สวนสนุกขบวนรถหรูเคลื่อนตัวข้ามสะพานข้ามทะเลมุ่งหน้าสู่เกาะส่วนตัวที่เป็นที่ตั้งของ "เดอะ มิราเคิล เวิลด์" (The Miracle World สถานที่สมมุติ) สวนสนุกที่ขึ้นชื่อว่าหรูหราและใหญ่ที่สุดในย่านนี้ มินนี่และรินนี่เกาะขอบกระจกรถตาไม่กะพริบ เมื่อเห็นยอดปราสาทสีทองระยิบระยับลอยเด่นอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆสีขาว"คุณพ่อขา! ดูนั่นสิคะ ปราสาทลอยฟ้าสวยจังเลยค่ะ!" มินนี่ร้องเรียกเสียงหลงพลางชี้ชวนให้ทุกคนดู"ถึงแล้วครับ ดินแดนมหัศจรรย์ของมินนี่กับรินนี่" คามินหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เขาอุ้มมินนี่ขึ้นบ่า ส่วนเจ้าสัวธนินทร์ก็ไม่น้อยหน้า รีบช้อนรินนี่ขึ้นมาแนบอกด้วยท่าทางกะฉับกะเฉง "ไปครับหลานปู่ วันนี้ปู่จะเหมาเครื่องเล่นให้พวกหนูเล่นจนเบื่อไปเลย!"ทันทีที่ย่างเท้าเข้าสู่เขตสวนสนุก กองทัพบอดี้การ์ดในชุดลำลองกระจายตัวล้อมรอบครอบครัวธนเวคินไว้อย่างเป็นระเบียบแนบเนียน เพื่อเปิดทางให้เจ้านายตัวน้อยได้เดินเล่นอย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องไปเบียดกับใคร"โอ้โห! คุณแม่ขา ดูตุ๊กตาหมีตัวยักษ์นั่นสิคะ มันเดินได้ด้วย!" รินนี่ชี้มือไปที่มาสคอต "กัปตันมิราเคิล" หมีขาวในชุดกัปตันเรือที่กำลังยืนโบกมือต้อนรับนักท่องเที่ยว"
มีร่ายกมือไหว้โทนี่อย่างนอบน้อม “สวัสดีค่ะคุณพ่อโทนี่ ขอบพระคุณมากนะคะที่กรุณาช่วยเหลือครอบครัวเรา มีร่าซึ้งใจจริงๆ ค่ะ”“ไม่ต้องเกรงใจเลยหนูมีร่า คนกันเองทั้งนั้น” โทนี่รับไหว้ด้วยรอยยิ้ม “ไอ้คามินมันตาถึงจริงๆ เมียสวยแถมหลานยังน่ารักขนาดนี้ ไปครับทุกคน ไปที่ห้องอาหารกันดีกว่า เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมดเสียก่อน”ภายในห้องอาหารโอ่อ่าที่ตกแต่งด้วยเครื่องแก้วเจียระไนระยิบระยับ อาหารเที่ยงมื้อพิเศษถูกจัดวางไว้อย่างตระการตา มินนี่คอยตักอาหารที่อยู่ใกล้ๆ ส่งให้โทนี่อย่างเอาอกเอาใจ“คุณปู่ขา ทานอันนี้ดูนะคะ อร่อยมากเลยค่ะ มินนี่ชิมแล้ว!” เด็กน้อยพูดพลางคีบติ่มซำชิ้นโตใส่จานให้“รินนี่ป้อนนะคะคุณปู่ อ้ามมมม!” รินนี่ไม่ยอมน้อยหน้า ตักขนมจีบกุ้งตัวโตจ่อที่ปากของเจ้าบ้านโทนี่ จาง ถึงกับยิ้มแก้มปริ อ้าปากรับอาหารจากหลานตัวน้อยด้วยความประทับใจ “โอย ธนินทร์ มึงเลี้ยงหลานได้น่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ กูอิจฉามึงจริงๆ ว่ะ มื้อนี้เป็นมื้อที่กูมีความสุขที่สุดในรอบหลายปีเลยนะเนี่ย!”คามินและมีร่าสบตากันด้วยความโล่งอกที่เห็นลูกๆ เข้ากับผู้ใหญ่ได้ดี หลังจากมื้ออาหารที่แสนอบอุ่นผ่านพ้นไป ทุกคนก็ย้ายมานั่งพักผ่อนหย







