Masukท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรีในคฤหาสน์หรูที่สิงคโปร์ อากิว กำลังนอนหลับไหลอยู่ในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างโอ่อ่า ทว่าความสงบนั้นก็ถูกฉีกกระชากด้วยเสียงกรีดร้องที่แหลมสูงและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวดังก้องมาจากชั้นล่าง“กรี๊ดดดด! ช่วยด้วย! เลือด เลือดเต็มไปหมดเลย!”อากิวสะดุ้งสุดตัว เขารีบคว้าปืนพกใต้หมอนแล้วทะลึ่งกายลุกขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง “เสียงอะไรวะ! ใครมาร้องแถวนี้!” เขาตะโกนเรียกมือขวาที่ควรจะเฝ้าอยู่หน้าห้อง “หยาง! หยาง! มึงอยู่ไหน!”ไร้เสียงตอบรับอากิวใจคอไม่ดี เขาเปิดประตูห้องนอนออกไปแล้วกวาดสายตาผ่านโถงทางเดิน แสงไฟจากโคมไฟระย้าส่องให้เห็นภาพที่ทำให้เขาถึงกับเข่าอ่อน บอดี้การ์ดที่เคยยืนเฝ้าจุดสำคัญนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นคอขาดวิ่น บางคนถูกยิงแสกหน้าในสภาพที่มือยังไม่ทันแตะอาวุธด้วยซ้ำเขาเดินโซเซลงมาที่ชั้นล่าง เห็นแม่บ้านวัยกลางคนนั่งสั่นเทิ้มชี้ไปทางห้องทำงานของที่ปรึกษาอาวุโส อากิวผลักประตูเข้าไปแล้วก็ต้องผงะ เมื่อเห็นร่างของคนที่คอยหนุนหลังเขาถูกยิงพรุนคาเก้าอี้ บนกำแพงมีตัวอักษรสีเลือดเขียนไว้ว่า “คนทรยศต้องตาย”“ไอ้คามินมึงแน่มาก มึงบุกมาถึงถิ่นกู!” อากิวคำรามลั่น
บทที่40 ตายซะเมื่ออากวงหิ้วปีกสาวงามทั้งสองกลับมาถึงคอนโดหรูใจกลางเมืองโดยหารู้ไม่ว่ามัจจุราชได้ตามติดมาถึงหน้าประตูห้อง ทันทีที่มันเสียบคีย์การ์ดและเปิดประตูเข้าไป แสงไฟในห้องก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคามินที่นั่งรออยู่บนโซฟาตัวยาว แววตาเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง“เซอร์ไพรส์ไหมอากวง? แขกที่มึงไม่ได้เชิญมาหาถึงที่เลย” คามินเอ่ยเสียงเรียบ“ไอ้คามิน! มึงมาที่นี่ได้ยังไง!” อากวงอุทานพลางจะชักปืนข้างเอว แต่เมฆที่ดักซุ่มอยู่ข้างประตูเร็วกว่า เขาฟาดพานท้ายปืนเข้าที่กกหูมันจนล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น หญิงสาวสองคนกรีดร้องเสียงหลงด้วยความหวาดกลัว“เงียบ!” เมฆคำรามใส่พวกเธอจนทั้งคู่สั่นเทิ้มกอดกันกลมอยู่มุมห้องคามินลุกขึ้นเดินเข้าหาอากวงที่พยายามจะยันกายลุกขึ้น เขาซัดหมัดหนักๆ เข้าที่โหนกแก้มมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเลือดอาบ ก่อนจะใช้รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบและยันลงบนอกมันอย่างแรง“มึงเก่งนักไม่ใช่เหรอ? มึงส่งรูปแอบถ่ายลูกเมียกูมาขู่กูถึงในบ้าน มึงแอบตามติดครอบครัวกูเหมือนหมาลอบกัด แล้วมึงทำอะไรกูได้บ้าง!” คามินตวาดลั่นพลางเตะเข้าที่ชายโครงมันจนมันร้องโหยหวน “มึงกับพี่ชายมึงวางแผนปล้นกู จะเอาเงิน
“ใช่ครับลูก นกตัวนี้มันนิสัยเสียมาก พ่อต้องจัดการให้เด็ดขาด” คามินจูบหน้าผากลูกสาวทั้งสองด้วยความรัก “ไปกับคุณแม่นะลูก”พอลูกและเมียพ้นสายตา คามินก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน แววตาของเขาเยือกเย็นปานน้ำแข็งขั้วโลก “ศิลา เมฆ มึงไปลากคอไอ้คนถ่ายรูปนี้มาให้กูภายในหนึ่งชั่วโมง! เค้นเอาความจริงจากปากมัน ถ้ามันเรื่องมากก็เช็คบิลเลย”“ครับนาย แล้วไอ้อากวงล่ะครับนาย?” เมฆถามเสียงเข้ม“มันอยากยุ่งกับครอบครัวกูใช่ไหม ได้! กูจะทำให้มันรู้ว่าการแหย่หนวดเสืออย่างคามิน ธนเวคิน มันมีราคาที่ต้องจ่ายด้วยชีวิต! ใครที่มันเสือกยุ่งกับครอบครัวกู กูจะไปควักลูกตามันมาให้หมด!”คามินหยิบมือถือขึ้นมาต่อสายถึงพรรคพวกในวงการใต้ดินและส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตระกูลกวงให้ทุกคน “แจ้งทุกท่าเรือ ทุกด่านชายแดน ใครเจอน้องชายอากิว ให้ฆ่าทิ้งทันทีไม่ต้องรอคำสั่ง! กูจะเปลี่ยนแผ่นดินไทยให้เป็นสุสานของมัน!”หลังจากสั่งการบอดี้การ์ดจนคฤหาสน์กลายเป็นป้อมปราการเหล็กที่ไม่มีมดตัวไหนเล็ดลอดเข้าไปได้ คามินก็ก้าวเท้าหนักๆ ขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน เขาหยุดอยู่หน้าห้องนอนใหญ่ที่ตอนนี้มีบอดี้การ์ดชุดดำยืนเฝ้าหนาตา เพียงแค่เขาขยับกาย ทุกคนก็พร้อ
บทที่39 แอบถ่ายเช้าวันต่อมา บรรยากาศภายในคฤหาสน์ธนเวคินดูเหมือนจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงบนสระว่ายน้ำหรูขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางสวนสวย วันนี้เป็นวันที่คามินจัดให้มีครูสอนว่ายน้ำมาสอนมินนี่และรินนี่ถึงที่บ้าน เพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวสูงสุด“มินนี่ รินนี่ อย่าวิ่งสิลูก เดี๋ยวลื่นล้มนะคะ” มีร่าในชุดลำลองเนื้อผ้านุ่มสบายเอ่ยเตือนลูกสาวแฝดที่อยู่ในชุดว่ายน้ำลายน่ารักสดใส ทั้งสองคนกำลังตื่นเต้นที่จะได้ลงน้ำ“คุณแม่ดูสิคะ รินนี่มีห่วงยางรูปเป็ดด้วย!” รินนี่ชูห่วงยางสีเหลืองอ๋อยให้แม่ดูพลางหัวเราะร่าคามินที่เดินตามออกมาในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมเม็ดบน แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อคืนบัดนี้เหลือเพียงความอบอุ่นขณะมองดูยอดดวงใจทั้งสามคน เขาสวมแว่นกันแดดราคาแพงพลางทรุดตัวลงนั่งข้างมีร่าที่ริมสระว่ายน้ำ“วันนี้ครูฝึกที่ศิลาจัดมาให้ เป็นอดีตนักกีฬาทีมชาติ พี่ตรวจสอบประวัติเรียบร้อยแล้ว หายห่วงได้เลย” คามินเอ่ยพลางรวบเอวบางของเมียรักเข้ามาโอบไว้“พี่คามินนี่รอบคอบจริงๆ เลยนะคะ ขนาดอยู่บ้านแท้ๆ ยังต้องมีการ์ดคอยคุมถี่ยิบขนาดนี้” มีร่าแซวพลางพิงหัวลงบนไหล่แกร่ง“เพื่อค
ในเมื่อมันกล้าล้ำเส้นเข้ามาในถิ่นกู มันต้องไม่มีโอกาสได้กลับไปเห็นแสงตะวันที่สิงคโปร์อีก!""มีอีกเรื่องครับนาย" เสียงเมฆดูเคร่งเครียดขึ้น "สายที่สนามบินแจ้งมาว่า อากวง น้องชายแท้ๆ ของไอ้กิวกำลังเดินทางมาไทยครับ เครื่องน่าจะแล่นลงจอดไม่เกิน 1 ชั่วโมงนี้แน่นอน""อากวงงั้นเหรอ?" เจ้าสัวธนินทร์อุทานออกมา "ไอ้เด็กเปรตนี่มันร้ายยิ่งกว่าพี่ชายมันเสียอีก มันเลือดร้อนและชอบทำงานรุนแรง พ่อเคยเห็นมันสมัยอยู่สิงคโปร์ มันฆ่าคนได้โดยไม่กะพริบตาเลยนะ""มันคงจะมาคุมงานนี้ด้วยตัวเอง" คามินกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด "มาก็ดี! ผมจะรวบยอดเก็บทั้งพี่ทั้งน้องให้มันจบๆ ไปในคราวเดียว เมฆ! ส่งคนไปดักที่สนามบิน อย่าให้มันหลุดรอดสายตาไปได้ ถ้ามันย่างกรายออกจากสนามบินเมื่อไหร่ ให้สะกดรอยตามมันไปที่รังของมันทันที!""รับทราบครับนาย ผมจะจัดการเดี๋ยวนี้!"คามินวางสายแล้วหันมาสบตากับมีร่าที่หน้าซีดเผือด "มีร่า ไม่ต้องกลัวนะ ต่อให้ไอ้อากวงหรือใครจะมา พี่จะไม่มีวันยอมให้มันเข้ามาถึงตัวหนูกับลูกได้เด็ดขาด แผ่นดินไทยจะเป็นสุสานของพวกตระกูลกวง คอยดูได้เลย!"เจ้าสัวธนินทร์ลุกขึ้นยืนพลางหยิบปืนพกในเก๊ะออกมาตรวจเช็กความพร้อม "ใ
บทที่38 ยิงทิ้งแม่งบรรยากาศยามโพล้เพล้ขณะที่รถโรลส์-รอยซ์คันหรูของตระกูลธนเวคินกำลังเคลื่อนตัวไปบนถนนส่วนบุคคลที่มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ ทีมรักษาความปลอดภัยด่านแรกเปิดประตูอัลลอยขนาดใหญ่ให้รถคันโตผ่านเข้ามา สองข้างทางเริ่มสลัวด้วยเงาไม้ใหญ่ คามินที่นั่งกอดรินนี่อยู่เบาะหลังสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติผ่านกระจกมองหลัง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อเห็นรถตู้สีดำทึบคันหนึ่งมีสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ธนเวคินขับจี้ท้ายตามประกบมาติดๆ จนขับแทรกเข้ามาได้ "ศิลา รถตู้ข้างหลังนั่น" คามินเอ่ยเสียงต่ำพลางลูบหัวลูกสาวที่เริ่มเคลิ้มหลับศิลา ที่ทำหน้าที่บังคับพวงมาลัยเหลือบมองกระจกเพียงแวบเดียวก็รู้คำตอบ "ไม่ใช่คนของเราครับนาย มันตามเรามาตั้งแต่พ้นเขตคลับขี่ม้า ดูท่ามันจะอยากทักทายเราตั้งแต่วันแรกที่มาถึงเลยครับ มันติดสติ๊กเกอร์ของเราด้วยครับนาย"มีร่าที่นั่งอยู่อีกฝั่งเริ่มหน้าถอดสี เธอคว้ามือน้องมินนี่มากอดไว้แน่น "พี่คามินหรือว่าจะเป็นพวกของอากิวคะ?""ใช่น่าจะเป็นคนของไอ้กิว มาสิมา พวกมึงมาแดกลูกปืนกู" คามินตอบเสียงนิ่งแฝงไปด้วยรังสีอำมหิต เขาหันไปสบตามีร่าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยการปกป้อง"มีร่ากอดลูกไว้แน่นๆนะ เอาผ้าผ







