LOGIN"นัทที่คอนโดมึงพอจะมีห้องว่างบ้างไหม?" มีร่าเอ่ยถามเสียงเบา "กูอยากอยู่ที่นี่ อยากอยู่ใกล้ๆ มึง กูไม่อยากกลับไปที่นั่นอีก"
ลูกนัทชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะดีดนิ้วดังเปาะเหมือนนึกอะไรออก "มีสิ! ห้องข้างๆ กูนี่แหละมึง ผัวเมียฝรั่งเขาเพิ่งย้ายออกเมื่อเช้านี้เอง เห็นว่าต้องกลับประเทศด่วน ห้องยังว่างอยู่เลย สภาพดีด้วยนะมึง"
"จริงหรอ" มีร่าตาเป็นประกายขึ้นมานิดหน่อย อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องเร่ร่อนไปหาที่อยู่ใหม่ไกลๆ
"จริงมึง! งั้นเอาแบบนี้ พรุ่งนี้เช้ากูจะพามึงไปหาเจ้าของคอนโด ไปทำสัญญาเช่าให้เรียบร้อย มึงจะได้ย้ายของเข้าไปอยู่เลย ดีไหม?"
"อื้อขอบใจมึงมากนะนัท ถ้าไม่มีมึงกูคงแย่" มีร่าซบหน้าลงกับไหล่เพื่อนอย่างขอบคุณ
"เออๆ ไม่เป็นไร เพื่อนกันป่ะวะ" ลูกนัทลูบหัวเพื่อนเบาๆ ก่อนจะสังเกตเห็นว่ามีร่าเริ่มมีอาการเอามือลูบท้อง "แต่ตอนนี้กูหิวแล้วว่ะนัท มีอะไรกินไหม? ตั้งแต่เย็นกูยังไม่ได้กินอะไรเลย"
"เออจริงด้วย! มึงท้องอยู่นี่หว่า ลืมไปเลย" ลูกนัทรีบดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงทันที "มีๆ เดี๋ยวลูกนัทคนนี้จะโชว์ฝีมือทำอาหารสูตรเด็ดให้คุณแม่ลูกอ่อนกินเอง มึงนั่งรอแป๊บนะ อย่าเพิ่งขยับไปไหนล่ะ"
ลูกนัทเดินเข้าห้องครัวไปจัดการหยิบจับอุปกรณ์เสียงดังโฉ่งฉ่างตามสไตล์คนกระฉับกระเฉง ส่วนมีร่านั่งรออยู่บนโซฟา พลางมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นแสงไฟของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน ในใจก็หวังว่าชีวิตใหม่ที่เธอกำลังจะเริ่มต้นที่นี่จะสงบสุขอย่างที่หวังไว้
ไม่นานนัก กลิ่นหอมของข้าวผัดร้อนๆ และแกงจืดก็ลอยมาเตะจมูก
"มีร่า! มายกช่วยกูหน่อย เสร็จแล้วเนี่ย!" ลูกนัทตะโกนเรียกจากในครัว
มีร่ารีบเดินเข้าไปช่วยยกจานอาหารมาวางที่โต๊ะอาหารตัวเล็กๆ ทั้งสองคนนิ่งมองหน้ากันครู่หนึ่งก่อนจะหลุดยิ้มออกมา ลูกนัทตักข้าวใส่จานให้เพื่อนอย่างเอาใจ
"กินเยอะๆ นะมึง เพื่อหลานกูด้วย"
"ขอบใจนะนัท" มีร่าพยักหน้าแล้วเริ่มตักข้าวเข้าปาก ความอุ่นของอาหารและความจริงใจของเพื่อนทำให้หัวใจที่เคยบอบช้ำเริ่มมีความรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยในวันที่เลวร้ายที่สุด เธอก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
หลายวันผ่านไปอย่างเชื่องช้าในความรู้สึกของคนทั้งคู่ บรรยากาศภายในคอนโดใหม่ที่ควรจะเริ่มต้นด้วยความสดใสกลับเต็มไปด้วยความเงียบเหงา มีร่านั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงภายในห้องนอนเพียงลำพัง ดวงตาคู่สวยบวมช้ำจากการผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงในทุกค่ำคืน
เธอมักจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังลึกๆ ว่าจะมีชื่อของคนที่เธอทั้งรักทั้งแค้นปรากฏขึ้นมาเพื่ออธิบายหรือพูดคำว่าขอโทษอีกสักครั้ง แต่ไม่มีเลย หน้าจอยังคงว่างเปล่า ไร้ซึ่งวี่แววการติดต่อจากคามิน
"พี่ใจร้ายกว่าที่หนูคิดอีกนะพี่คามิน" มีร่าพึมพำกับตัวเอง "ทำไมไม่โทรมาง้อ ทำไมไม่พยายามหาหนูให้เจอ หรือว่าพี่จะตัดใจจากหนูได้ง่ายๆ แบบนี้จริงๆ"
ความเงียบในห้องกว้างยิ่งตอกย้ำความโดดเดี่ยว มือบางลูบลงบนหน้าท้องเบาๆ อย่างโหยหาคนเป็นพ่อ แต่ใจที่ทิฐิสูงก็ยังสั่งให้เธอต้องอดทน
ตัดกลับมาที่คฤหาสน์ธนเวคิน
สภาพบ้านที่เคยโอ่อ่าบัดนี้กลับเงียบเหงาราวกับบ้านร้าง กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกคละคลุ้งไปทั่วห้องทำงานหรูหรา คามินในสภาพหนวดเครารุงรัง เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมออกจนแผงอกกว้างโผล่พ้นมาให้เห็น เขานั่งจมจ่อมอยู่บนโซฟาหนังราคาแพง ในมือถือขวดเหล้าราคาหลักแสนที่ถูกกระดกเข้าปากอึกใหญ่ราวกับเป็นน้ำเปล่า
"นายครับ เรื่องงานที่บริษัท ลูกค้าเขาเริ่มถามหาแล้วนะครับ" ลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามารายงานด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ
"ออกไป! กูบอกว่าให้พวกมึงจัดการแทนไง! ใครเข้ามาเซ้าซี้กูอีกกูจะยิงทิ้งให้หมดเลย!" คามินตวาดลั่นพลางขว้างแก้วเหล้าลงบนพื้นจนแตกกระจาย
เขาไม่สนใจงาน ไม่สนใจธุรกิจที่เคยสร้างมาอย่างยากลำบาก วันๆ เอาแต่ดื่มเพื่อดับความเจ็บปวดในอก พอลูกน้องถอยออกไปหมดแล้ว คามินก็ทรุดตัวลงนอนแผ่บนโซฟา แววตาคมกริบที่เคยน่าเกรงขามบัดนี้ลอยคว้างและเต็มไปด้วยความฟูมฟาย
"ทำไม ทำไมมึงต้องทิ้งกูไปมีร่า" เขาพูดคนเดียวเสียงพร่า พลางสะอื้นไห้ออกมาอย่างไม่อาย "กูรักมึงขนาดนี้ ทำไมมึงไม่เชื่อใจกูบ้างวะ เรื่องแค่นี้เอง เรื่องงานทั้งนั้น"
ความเมาทำให้เขาเริ่มคุมสติไม่อยู่ คามินหัวเราะขมขื่นออกมาสลับกับเสียงสะอื้น "กูยอมให้มึงตบตีกูจนหน้าหัน กูยอมคุกเข่าต่อหน้ามึง มึงยังไม่พอใจอีกหรอ มึงมันใจดำ ใจเด็ดกว่ากูอีกนะอีมีร่า แม่งเอ้ย! หัวใจกูจะพังหมดแล้วมึงรู้ไหม!"
เขาพร่ำเพ้อเรียกชื่อเธอซ้ำๆ จนเสียงเริ่มแหบแห้ง กลิ่นเหล้าและคราบน้ำตาผสมปนเปกันจนดูหมดสภาพมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ คามินกอดหมอนใบที่เธอเคยหนุนไว้แน่น ราวกับจะซึมซับกลิ่นหอมจางๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ ก่อนจะวูบหลับไปด้วยความอ่อนเพลียและความเศร้าที่เกาะกินใจ
เป็นภาพที่น่าเวทนาเหลือเกินสำหรับมาเฟียที่ใครๆ ก็เกรงกลัว แต่กลับพ่ายแพ้พ่ายแพ้อย่างราบคาบให้กับผู้หญิงตัวเล็กๆ เพียงคนเดียว
บทที่50 ตอนพิเศษ ล็อคหัวใจนายมาเฟียแสงแดดอ่อนยามเช้าวันเสาร์สาดส่องผ่านผ้าม่านผืนหนา ทว่าภายในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ธนเวคินยังคงเงียบสงบ มีร่านอนหลับปุ๋ยอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาพร้อมกับสองแฝดมินนี่และรินนี่ที่ซุกตัวอยู่ข้างกายราวกับลูกลิงตัวน้อย คามินค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา มองดูใบหน้าของภรรยาและลูกสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก ชายหนุ่มระบายยิ้มบางๆ ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบาที่สุดเพราะกลัวว่าคนรักจะตื่นมาเฟียหนุ่มร่างสูงใหญ่หลังจากตื่นนอนและอาบน้ำเสร็จ เดินแกมวิ่งตรงไปยังห้องนอนของคุณดารินทร์ที่อยู่ถัดไป เขาเคาะประตูเบาๆ พอเป็นพิธีสี่ห้าครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีเมื่อเห็นว่ามารดาตื่นขึ้นมานั่งอ่านหนังสือรับลมเช้าอยู่ตรงระเบียงแล้ว"แม่ครับ เอากระโปรงมาให้ผมใส่หน่อยครับ แล้วช่วยแต่งหน้าทาปากให้ผมด้วยนะแม่"คุณดารินทร์สะดุ้งโหยง ละสายตาจากหนังสือตรงหน้าทันควัน เธอมองดูใบหน้าคมคายของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนสลับกับสำรวจเนื้อตัวของเขาพลางระเบิดเสียงหัวเราะลั่นห้อง "คามินไม่สบายหรือเปล่าลูก? อยู่ดีๆ ทำไมถึงเพี้ยนอยากจะลุกขึ้นมาแต่งหญิงล่ะเนี่ย เกิดเนื้อเต้นอะไรขึ้นมาฮะ!"คามินเกาแก้มตั
“มาแล้วเหรอจ๊ะลูกสะใภ้แม่ มานั่งเถอะจ้ะ วันนี้ป้าอุ่นทำข้าวต้มปลาเก๋าของโปรดหนูด้วยนะ” คุณดารินทร์กวักมือเรียก“ขอบคุณค่ะคุณแม่ แล้วสามพ่อลูกล่ะคะยังไม่ลงมาอีกเหรอ” มีร่าเอ่ยถามยังไม่ทันขาดคำ เสียงฝีเท้าหนักสลับเบาก็ดังแว่วมาแต่ไกล“มาแล้วครับๆ! สะอาดเอี่ยมอ่อง กลิ่นหอมฟุ้งเหมือนเดินอยู่ในทุ่งดอกไม้เลยครับคุณแม่มีร่า!” คามินเดินนำลูกสาวทั้งสองลงมา มินนี่และรินนี่มาในชุดนักเรียนชุดใหม่ที่รีดจนเรียบกริบ ผมที่เคยเหนียวเหนอะบัดนี้แห้งสนิทและถูกมัดรวบไว้อย่างน่ารัก“ไหนมาให้แม่ดมสิคะ ว่าสะอาดจริงไหม” มีร่าดึงลูกๆ เข้ามากอดแล้วหอมแก้มซ้ายขวา “อืม หอมจริงด้วย คราวหลังห้ามเล่นพิเรนทร์แบบนี้อีกนะลูก แม่ตกใจหมดเลยรู้ไหม”“หนูขอโทษค่ะคุณแม่ หนูแค่ไม่อยากห่างจากคุณพ่อคุณแม่ไปโรงเรียนนี่นา” มินนี่สารภาพพลางทำหน้าอ้อน“โถ่ หลานปู่ ไปเรียนแค่แป๊บเดียวเอง เลิกเรียนแล้วเรามาต่อเลโก้กันนะลูก” เจ้าสัวธนินทร์ปลอบหลานพลางตักอาหารให้“พี่คามินคะ อาทิตย์หน้าที่จะไปสิงคโปร์ มีร่ากะว่าจะพาลูกไปดูออฟฟิศตึกใหม่ที่พี่ตกแต่งเพิ่มด้วยนะคะ อาหลงส่งรูปมาให้ดู สวยมากเลยค่ะ”“ตามใจหนูเลยครับ” คามินกุมมือมีร่าไว้บนโต๊ะ
บทที่49 จบหนึ่งปีผันผ่านไปราวกับติดปีก ธุรกิจของตระกูลธนเวคินภายใต้การนำของคามินขยายรากฐานในสิงคโปร์จนเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด คามินกลายเป็นมาเฟียทรงอิทธิพลที่ข้ามไปบริหารงานเดือนละสองครั้งโดยหอบหิ้วเมียรักและลูกแฝดไปเปลี่ยนบรรยากาศเสมอ แต่เมื่อเด็กหญิงมินนี่และรินนี่ถึงวัยต้องเข้าโรงเรียน ความสงบสุขในยามเช้าที่เคยมีก็กลายเป็นสมรภูมิย่อมๆ ไปเสียแล้วเช้าวันจันทร์ที่สดใสแต่แฝงไปด้วยเค้าลางแห่งความโกลาหล ภายในห้องแต่งตัวสุดหรู มีร่ากำลังง่วนอยู่กับการติดกิ๊บและจัดระเบียบชุดนักเรียนให้รินนี่อย่างประณีต ขณะที่คามินยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่พลางจัดเนคไทให้เข้าที่"มินนี่เสร็จหรือยังลูก? เดี๋ยวรถโรงเรียนจะมาแล้วนะ" มีร่าเอ่ยถามโดยไม่ได้หันไปมอง เพราะมินนี่เงียบผิดปกติมาพักใหญ่"แม่ขา หนูว่าวันนี้หนูไปโรงเรียนไม่ได้แล้วล่ะค่ะ" เสียงเล็กๆ ของมินนี่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง น้ำเสียงนั้นฟังดูราบเรียบแต่ซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้"ทำไมลูก? เป็นอะไรคะ ปวดท้องหรือเปล่า?" มีร่าละมือจากรินนี่แล้วเงยหน้าขึ้นมอง แต่พอเห็นสภาพลูกสาวเท่านั้นแหละ หัวใจคนเป็นแม่แทบวาย "มินนี่! ผมทำไมเป็นแบบนั้น!"ภาพที่ปรากฏ
แสงเงินแสงทองของเช้าวันใหม่เริ่มจับขอบฟ้า เมื่อขบวนรถหรูของตระกูลธนเวคินเคลื่อนผ่านรั้วเหล็กดัดบานยักษ์เข้าสู่เขตคฤหาสน์อันกว้างขวาง ทันทีที่รถจอดสนิทที่หน้ามุก ประตูบ้านบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกเผยให้เห็นเหล่าแม่บ้าน คนสวน คนขับรถ และพี่เลี้ยงเกือบสามสิบชีวิตที่มายืนเรียงแถวต้อนรับกันอย่างพร้อมเพรียง“ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะนายท่าน คุณนาย นายน้อย คุณมีร่า และคุณหนูๆ!” เสียงประสานต้อนรับดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ แววตาของคนงานทุกคนเต็มไปด้วยความตื้นตันและโล่งใจอย่างเห็นได้ชัดคามินก้าวลงจากรถพร้อมกับอุ้มมินนี่ที่ยังงัวเงียอยู่บนบ่า ตามด้วยมีร่าที่จูงมือรินนี่ลงมาติดๆ ทันทีที่เท้าแตะพื้นบ้าน ป้าหัวหน้าแม่บ้านเก่าแก่ที่อยู่รับใช้ตระกูลนี้มาตั้งแต่สมัยเจ้าสัวธนินทร์ยังหนุ่มๆ ก็ถึงกับปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอรีบก้าวเข้ามาทรุดตัวลงคุกเข่าแทบเท้าของเจ้าสัวและคุณดารินทร์“โถ่ นายท่าน คุณท่าน ปลอดภัยกลับมาแล้ว ป้าไหว้พระสวดมนต์ทุกคืน ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองทุกคนให้แคล้วคลาด” ป้าอุ่นพูดไปสะอื้นไป พลางใช้ชายผ้ากันเปื้อนเช็ดน้ำตาคุณดารินทร์รีบก้มลงประคองแม่บ้านคนสนิทให้ลุกขึ้น “โถ่ป้าลุกขึ้
บทที่48 สวนสนุกขบวนรถหรูเคลื่อนตัวข้ามสะพานข้ามทะเลมุ่งหน้าสู่เกาะส่วนตัวที่เป็นที่ตั้งของ "เดอะ มิราเคิล เวิลด์" (The Miracle World สถานที่สมมุติ) สวนสนุกที่ขึ้นชื่อว่าหรูหราและใหญ่ที่สุดในย่านนี้ มินนี่และรินนี่เกาะขอบกระจกรถตาไม่กะพริบ เมื่อเห็นยอดปราสาทสีทองระยิบระยับลอยเด่นอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆสีขาว"คุณพ่อขา! ดูนั่นสิคะ ปราสาทลอยฟ้าสวยจังเลยค่ะ!" มินนี่ร้องเรียกเสียงหลงพลางชี้ชวนให้ทุกคนดู"ถึงแล้วครับ ดินแดนมหัศจรรย์ของมินนี่กับรินนี่" คามินหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เขาอุ้มมินนี่ขึ้นบ่า ส่วนเจ้าสัวธนินทร์ก็ไม่น้อยหน้า รีบช้อนรินนี่ขึ้นมาแนบอกด้วยท่าทางกะฉับกะเฉง "ไปครับหลานปู่ วันนี้ปู่จะเหมาเครื่องเล่นให้พวกหนูเล่นจนเบื่อไปเลย!"ทันทีที่ย่างเท้าเข้าสู่เขตสวนสนุก กองทัพบอดี้การ์ดในชุดลำลองกระจายตัวล้อมรอบครอบครัวธนเวคินไว้อย่างเป็นระเบียบแนบเนียน เพื่อเปิดทางให้เจ้านายตัวน้อยได้เดินเล่นอย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องไปเบียดกับใคร"โอ้โห! คุณแม่ขา ดูตุ๊กตาหมีตัวยักษ์นั่นสิคะ มันเดินได้ด้วย!" รินนี่ชี้มือไปที่มาสคอต "กัปตันมิราเคิล" หมีขาวในชุดกัปตันเรือที่กำลังยืนโบกมือต้อนรับนักท่องเที่ยว"
มีร่ายกมือไหว้โทนี่อย่างนอบน้อม “สวัสดีค่ะคุณพ่อโทนี่ ขอบพระคุณมากนะคะที่กรุณาช่วยเหลือครอบครัวเรา มีร่าซึ้งใจจริงๆ ค่ะ”“ไม่ต้องเกรงใจเลยหนูมีร่า คนกันเองทั้งนั้น” โทนี่รับไหว้ด้วยรอยยิ้ม “ไอ้คามินมันตาถึงจริงๆ เมียสวยแถมหลานยังน่ารักขนาดนี้ ไปครับทุกคน ไปที่ห้องอาหารกันดีกว่า เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมดเสียก่อน”ภายในห้องอาหารโอ่อ่าที่ตกแต่งด้วยเครื่องแก้วเจียระไนระยิบระยับ อาหารเที่ยงมื้อพิเศษถูกจัดวางไว้อย่างตระการตา มินนี่คอยตักอาหารที่อยู่ใกล้ๆ ส่งให้โทนี่อย่างเอาอกเอาใจ“คุณปู่ขา ทานอันนี้ดูนะคะ อร่อยมากเลยค่ะ มินนี่ชิมแล้ว!” เด็กน้อยพูดพลางคีบติ่มซำชิ้นโตใส่จานให้“รินนี่ป้อนนะคะคุณปู่ อ้ามมมม!” รินนี่ไม่ยอมน้อยหน้า ตักขนมจีบกุ้งตัวโตจ่อที่ปากของเจ้าบ้านโทนี่ จาง ถึงกับยิ้มแก้มปริ อ้าปากรับอาหารจากหลานตัวน้อยด้วยความประทับใจ “โอย ธนินทร์ มึงเลี้ยงหลานได้น่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ กูอิจฉามึงจริงๆ ว่ะ มื้อนี้เป็นมื้อที่กูมีความสุขที่สุดในรอบหลายปีเลยนะเนี่ย!”คามินและมีร่าสบตากันด้วยความโล่งอกที่เห็นลูกๆ เข้ากับผู้ใหญ่ได้ดี หลังจากมื้ออาหารที่แสนอบอุ่นผ่านพ้นไป ทุกคนก็ย้ายมานั่งพักผ่อนหย







