Mag-log inบทที่4 ใจสลาย
ท่ามกลางความมืดมิดและลมยามค่ำคืนที่ปะทะใบหน้า มีร่าก้าวพ้นรั้วบ้านออกมาด้วยความรู้สึกที่โหวงเหวงเหมือนคนตกจากที่สูง เธอยืนตัวสั่นอยู่ริมฟุตบาทพยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง โทรศัพท์ในมือเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ เธอตัดสินใจกดโทรหาเบอร์เดียวที่คิดว่าจะเป็นที่พึ่งได้ในตอนนี้
"ฮัลโหลนัท" เสียงของมีร่าขาดห้วงและสั่นเครือจนคนฟังทางปลายสายสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
"มีร่า? ทำไมเสียงมึงเป็นแบบนั้น มึงเป็นอะไรอะ ร้องไห้หรอ? เกิดอะไรขึ้น!" ลูกนัท เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานานรีบถามด้วยความตกใจ "มึงอยู่ไหน บอกกูมาเดี๋ยวนี้ กูจะออกไปรับ!"
มีร่าสะอื้นออกมาเบาๆ พลางบอกพิกัดที่เธอยืนอยู่ "กู...กูอยู่ที่ทางเข้าบ้านพี่คามินทร์ กูขอไปค้างที่ห้องมึงสักคืนได้ไหมนัท กูไม่อยากอยู่ที่นั่นแล้ว"
"ได้ๆ! มึงอย่าไปไหนน่ะ อยู่รอตรงนั้นเลยนะ ห้ามไปไหนเด็ดขาด กูจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ!" ลูกนัทวางสายไปอย่างร้อนรน
มีร่าทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งป้ายรถเมล์ใกล้ๆ กอดกระเป๋าเดินทางใบเดียวที่มีไว้แน่น เธอรู้สึกราวกับโลกทั้งใบพังครืนลงมา ภาพที่คามินยอมทรุดตัวลงคุกเข่าอ้อนวอนเธอยังคงติดตา แต่ในใจเธอก็ย้ำเตือนตัวเองเสมอว่าหากให้อภัยตอนนี้ ทุกอย่างก็จะวนกลับไปที่จุดเดิม...จุดที่เธอต้องเป็นเพียง 'ของเล่น' ที่เขาจะเหยียบย่ำเมื่อไหร่ก็ได้
ผ่านไปไม่นานนัก รถยนต์คันเล็กของลูกนัทก็แล่นมาจอดเทียบฟุตบาท ลูกนัทรีบเปิดประตูลงมาแล้วโผเข้ากอดเพื่อนสาวที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่ทันที
"โอ๊ย มีร่ามึงเป็นอะไรเนี่ย ดูหน้าสิ ซีดไปหมดแล้ว!" ลูกนัทลูบหลังเพื่อนอย่างปลอบโยน "ไม่เป็นไรนะ ไปไปคอนโดกู ไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตา แล้วเล่าให้กูฟังว่าใครทำอะไรมึง"
มีร่าพยักหน้าเบาๆ ยอมให้ลูกนัทช่วยถือกระเป๋าขึ้นรถ เมื่อเข้ามานั่งในรถความอบอุ่นที่ได้รับทำให้เธอปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง ลูกนัททำได้เพียงกุมมือเพื่อนไว้แน่นโดยไม่ถามเซ้าซี้ เพราะรู้ดีว่าเพื่อนกำลังเจ็บปวดเจียนตาย
รถของลูกนัทแล่นออกจากบริเวณนั้น มุ่งหน้าสู่คอนโดใจกลางเมือง ทิ้งภาพความทรงจำที่เลวร้ายไว้เบื้องหลัง มีร่ามองกระจกมองข้างเห็นเพียงแสงไฟสลัวๆ ของคฤหาสน์ที่ค่อยๆ เล็กลงจนลับตา เธอปิดเปลือกตา ลงอย่างอ่อนแรง บอกกับตัวเองว่าจากนี้ไป ชีวิตของเธอจะเป็นของเธอคนเดียวจริงๆ
พอลูกนัทพามีร่ามาถึงคอนโดที่พัก เธอจัดการส่งเพื่อนรักเข้าไปอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้าและความเสียใจให้เจือจางลงบ้าง เมื่อมีร่าเดินออกมาในชุดลำลองใบหน้าดูสดใสขึ้นนิดหน่อยแต่ดวงตายังคงบวมช้ำ ทั้งคู่ก็พากันมานั่งเอนหลังคุยกันบนเตียงท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ
มีร่าเริ่มเปิดปากเล่าเหตุการณ์ที่คลับอย่างละเอียด เล่าถึงตอนที่เธอเห็นคามินนั่งอยู่กลางวงล้อมของสาวๆ และภาพที่ทำให้อารมณ์ขาดผึงคือตอนที่มือของเด็กนั่ง ดริงก์คนนั้นวางอยู่บนขาของสามีเธอ
ลูกนัทนิ่งฟังพลางถอนหายใจยาว เธอขยับตัวเข้าไปใกล้แล้วแตะไหล่เพื่อนเบาๆ "มึงฟังน่ะมีร่า กูไม่ได้จะเข้าข้างพี่คามินหรอกนะ แต่กูอยากให้มึงมองในมุมความจริงบ้าง ผู้หญิงพวกนั้นเขาทำงานแลกเงินนะมึง แล้วผัวมึงพาลูกค้าไปเที่ยวสถานบันเทิงแบบนั้น การเอาใจแขกมันคือหน้าที่ของเด็กในร้าน พี่คามินเขาอาจจะไม่ได้เล่นด้วยเลยก็ได้"
"แต่มึงเห็นตอนมันจับขาผัวมึงใช่ไหม มึงเลยโมโห" ลูกนัทถามจี้ใจดำ
"เออ! กูเห็นเต็มสองตา กูโมโหจนตัวสั่นไปหมด มึงจะให้กูนิ่งอยู่ได้ยังไงนัท" มีร่าตอบสวนทันควัน ความโกรธยังคงคุกรุ่นในน้ำเสียง
"แล้วนี่มึงจะเลิกจริงๆ หรอวะ" ลูกนัทจ้องตาเพื่อน "อย่าเพิ่งตัดสินใจตอนมึงกำลังโมโหดิวะมีร่า กูว่าพี่เขารักมึงมากนะ ที่ผ่านมาเขาก็ประเคนทุกอย่างให้มึงเลยนะ”
มีร่านิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง หยดน้ำตาเริ่มคลอเบ้าอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเอ่ยความลับที่ปิดบังไว้ออกมา "นัทกูท้อง"
"ฮะ! อะไรนะ!" ลูกนัทอุทานลั่นห้อง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เธอแทบจะกระโดดขึ้นมาจากเตียง "มึงยังจะเลิกอีกหรออีมีร่า! แล้วลูกมึงจะอยู่ยังไง ผัวมึงเขารู้เรื่องนี้หรือยัง"
"ยัง กูไม่บอกมันหรอก" มีร่าส่ายหน้าช้าๆ "กูตบตีมันที่บ้านจนเหนื่อยเลยไม่บอก พอเห็นหน้ามันแล้วภาพที่คลับมันก็ลอยเข้ามา กูเลยเก็บผ้าแล้วเดินออกมาเลย"
"แล้วพี่เขาไม่รั้งมึงไว้เลยหรอ" ลูกนัทถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"รั้ง มันขอให้กูอยู่ ถามกูว่าถ้าขอให้อยู่จะอยู่ไหม แต่กูบอกว่าไม่"
"โอ๊ย! อีนางเอก!" ลูกนัทตบหน้าผากตัวเองดังปัง "กูนึกว่าผัวมึงแอบไปซุกชู้เป็นตัวเป็นตนที่ไหนได้ เขาแค่ไปคุยงานกับลูกค้าที่คลับ มึงใจเย็นๆ ก่อนได้ไหมเนี่ย มีเจ้าตัวเล็กอยู่ในท้องแบบนี้มึงจะหนีไปแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย"
"กูไม่สนหรอกนัท ในเมื่อเขาโกหกกูว่าประชุมแต่กลับไปนั่งที่แบบนั้น ต่อให้เป็นเรื่องงานมันก็คือการทำลายความไว้ใจ" มีร่าตอบเสียงแข็งพลางลูบท้องตัวเองเบาๆ "กูเลี้ยงลูกคนเดียวได้ กูตัดสินใจแล้ว"
ลูกนัทมองเพื่อนสาวด้วยความเป็นห่วงและอ่อนอกอ่อนใจ เธอรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้บทจะดื้อก็ดื้อหัวชนฝา แต่เรื่องลูกนี่สิที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับอนาคต
มีร่านิ่งเงียบไปพักใหญ่หลังจากถูกเพื่อนสนิทเทศนาชุดใหญ่ เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องพักของลูกนัทที่ดูอบอุ่นและปลอดภัยกว่าคฤหาสน์หลังโตนั่นเป็นไหนๆ
บทที่50 ตอนพิเศษ ล็อคหัวใจนายมาเฟียแสงแดดอ่อนยามเช้าวันเสาร์สาดส่องผ่านผ้าม่านผืนหนา ทว่าภายในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ธนเวคินยังคงเงียบสงบ มีร่านอนหลับปุ๋ยอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาพร้อมกับสองแฝดมินนี่และรินนี่ที่ซุกตัวอยู่ข้างกายราวกับลูกลิงตัวน้อย คามินค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา มองดูใบหน้าของภรรยาและลูกสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก ชายหนุ่มระบายยิ้มบางๆ ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบาที่สุดเพราะกลัวว่าคนรักจะตื่นมาเฟียหนุ่มร่างสูงใหญ่หลังจากตื่นนอนและอาบน้ำเสร็จ เดินแกมวิ่งตรงไปยังห้องนอนของคุณดารินทร์ที่อยู่ถัดไป เขาเคาะประตูเบาๆ พอเป็นพิธีสี่ห้าครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีเมื่อเห็นว่ามารดาตื่นขึ้นมานั่งอ่านหนังสือรับลมเช้าอยู่ตรงระเบียงแล้ว"แม่ครับ เอากระโปรงมาให้ผมใส่หน่อยครับ แล้วช่วยแต่งหน้าทาปากให้ผมด้วยนะแม่"คุณดารินทร์สะดุ้งโหยง ละสายตาจากหนังสือตรงหน้าทันควัน เธอมองดูใบหน้าคมคายของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนสลับกับสำรวจเนื้อตัวของเขาพลางระเบิดเสียงหัวเราะลั่นห้อง "คามินไม่สบายหรือเปล่าลูก? อยู่ดีๆ ทำไมถึงเพี้ยนอยากจะลุกขึ้นมาแต่งหญิงล่ะเนี่ย เกิดเนื้อเต้นอะไรขึ้นมาฮะ!"คามินเกาแก้มตั
“มาแล้วเหรอจ๊ะลูกสะใภ้แม่ มานั่งเถอะจ้ะ วันนี้ป้าอุ่นทำข้าวต้มปลาเก๋าของโปรดหนูด้วยนะ” คุณดารินทร์กวักมือเรียก“ขอบคุณค่ะคุณแม่ แล้วสามพ่อลูกล่ะคะยังไม่ลงมาอีกเหรอ” มีร่าเอ่ยถามยังไม่ทันขาดคำ เสียงฝีเท้าหนักสลับเบาก็ดังแว่วมาแต่ไกล“มาแล้วครับๆ! สะอาดเอี่ยมอ่อง กลิ่นหอมฟุ้งเหมือนเดินอยู่ในทุ่งดอกไม้เลยครับคุณแม่มีร่า!” คามินเดินนำลูกสาวทั้งสองลงมา มินนี่และรินนี่มาในชุดนักเรียนชุดใหม่ที่รีดจนเรียบกริบ ผมที่เคยเหนียวเหนอะบัดนี้แห้งสนิทและถูกมัดรวบไว้อย่างน่ารัก“ไหนมาให้แม่ดมสิคะ ว่าสะอาดจริงไหม” มีร่าดึงลูกๆ เข้ามากอดแล้วหอมแก้มซ้ายขวา “อืม หอมจริงด้วย คราวหลังห้ามเล่นพิเรนทร์แบบนี้อีกนะลูก แม่ตกใจหมดเลยรู้ไหม”“หนูขอโทษค่ะคุณแม่ หนูแค่ไม่อยากห่างจากคุณพ่อคุณแม่ไปโรงเรียนนี่นา” มินนี่สารภาพพลางทำหน้าอ้อน“โถ่ หลานปู่ ไปเรียนแค่แป๊บเดียวเอง เลิกเรียนแล้วเรามาต่อเลโก้กันนะลูก” เจ้าสัวธนินทร์ปลอบหลานพลางตักอาหารให้“พี่คามินคะ อาทิตย์หน้าที่จะไปสิงคโปร์ มีร่ากะว่าจะพาลูกไปดูออฟฟิศตึกใหม่ที่พี่ตกแต่งเพิ่มด้วยนะคะ อาหลงส่งรูปมาให้ดู สวยมากเลยค่ะ”“ตามใจหนูเลยครับ” คามินกุมมือมีร่าไว้บนโต๊ะ
บทที่49 จบหนึ่งปีผันผ่านไปราวกับติดปีก ธุรกิจของตระกูลธนเวคินภายใต้การนำของคามินขยายรากฐานในสิงคโปร์จนเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด คามินกลายเป็นมาเฟียทรงอิทธิพลที่ข้ามไปบริหารงานเดือนละสองครั้งโดยหอบหิ้วเมียรักและลูกแฝดไปเปลี่ยนบรรยากาศเสมอ แต่เมื่อเด็กหญิงมินนี่และรินนี่ถึงวัยต้องเข้าโรงเรียน ความสงบสุขในยามเช้าที่เคยมีก็กลายเป็นสมรภูมิย่อมๆ ไปเสียแล้วเช้าวันจันทร์ที่สดใสแต่แฝงไปด้วยเค้าลางแห่งความโกลาหล ภายในห้องแต่งตัวสุดหรู มีร่ากำลังง่วนอยู่กับการติดกิ๊บและจัดระเบียบชุดนักเรียนให้รินนี่อย่างประณีต ขณะที่คามินยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่พลางจัดเนคไทให้เข้าที่"มินนี่เสร็จหรือยังลูก? เดี๋ยวรถโรงเรียนจะมาแล้วนะ" มีร่าเอ่ยถามโดยไม่ได้หันไปมอง เพราะมินนี่เงียบผิดปกติมาพักใหญ่"แม่ขา หนูว่าวันนี้หนูไปโรงเรียนไม่ได้แล้วล่ะค่ะ" เสียงเล็กๆ ของมินนี่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง น้ำเสียงนั้นฟังดูราบเรียบแต่ซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้"ทำไมลูก? เป็นอะไรคะ ปวดท้องหรือเปล่า?" มีร่าละมือจากรินนี่แล้วเงยหน้าขึ้นมอง แต่พอเห็นสภาพลูกสาวเท่านั้นแหละ หัวใจคนเป็นแม่แทบวาย "มินนี่! ผมทำไมเป็นแบบนั้น!"ภาพที่ปรากฏ
แสงเงินแสงทองของเช้าวันใหม่เริ่มจับขอบฟ้า เมื่อขบวนรถหรูของตระกูลธนเวคินเคลื่อนผ่านรั้วเหล็กดัดบานยักษ์เข้าสู่เขตคฤหาสน์อันกว้างขวาง ทันทีที่รถจอดสนิทที่หน้ามุก ประตูบ้านบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกเผยให้เห็นเหล่าแม่บ้าน คนสวน คนขับรถ และพี่เลี้ยงเกือบสามสิบชีวิตที่มายืนเรียงแถวต้อนรับกันอย่างพร้อมเพรียง“ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะนายท่าน คุณนาย นายน้อย คุณมีร่า และคุณหนูๆ!” เสียงประสานต้อนรับดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ แววตาของคนงานทุกคนเต็มไปด้วยความตื้นตันและโล่งใจอย่างเห็นได้ชัดคามินก้าวลงจากรถพร้อมกับอุ้มมินนี่ที่ยังงัวเงียอยู่บนบ่า ตามด้วยมีร่าที่จูงมือรินนี่ลงมาติดๆ ทันทีที่เท้าแตะพื้นบ้าน ป้าหัวหน้าแม่บ้านเก่าแก่ที่อยู่รับใช้ตระกูลนี้มาตั้งแต่สมัยเจ้าสัวธนินทร์ยังหนุ่มๆ ก็ถึงกับปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอรีบก้าวเข้ามาทรุดตัวลงคุกเข่าแทบเท้าของเจ้าสัวและคุณดารินทร์“โถ่ นายท่าน คุณท่าน ปลอดภัยกลับมาแล้ว ป้าไหว้พระสวดมนต์ทุกคืน ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองทุกคนให้แคล้วคลาด” ป้าอุ่นพูดไปสะอื้นไป พลางใช้ชายผ้ากันเปื้อนเช็ดน้ำตาคุณดารินทร์รีบก้มลงประคองแม่บ้านคนสนิทให้ลุกขึ้น “โถ่ป้าลุกขึ้
บทที่48 สวนสนุกขบวนรถหรูเคลื่อนตัวข้ามสะพานข้ามทะเลมุ่งหน้าสู่เกาะส่วนตัวที่เป็นที่ตั้งของ "เดอะ มิราเคิล เวิลด์" (The Miracle World สถานที่สมมุติ) สวนสนุกที่ขึ้นชื่อว่าหรูหราและใหญ่ที่สุดในย่านนี้ มินนี่และรินนี่เกาะขอบกระจกรถตาไม่กะพริบ เมื่อเห็นยอดปราสาทสีทองระยิบระยับลอยเด่นอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆสีขาว"คุณพ่อขา! ดูนั่นสิคะ ปราสาทลอยฟ้าสวยจังเลยค่ะ!" มินนี่ร้องเรียกเสียงหลงพลางชี้ชวนให้ทุกคนดู"ถึงแล้วครับ ดินแดนมหัศจรรย์ของมินนี่กับรินนี่" คามินหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เขาอุ้มมินนี่ขึ้นบ่า ส่วนเจ้าสัวธนินทร์ก็ไม่น้อยหน้า รีบช้อนรินนี่ขึ้นมาแนบอกด้วยท่าทางกะฉับกะเฉง "ไปครับหลานปู่ วันนี้ปู่จะเหมาเครื่องเล่นให้พวกหนูเล่นจนเบื่อไปเลย!"ทันทีที่ย่างเท้าเข้าสู่เขตสวนสนุก กองทัพบอดี้การ์ดในชุดลำลองกระจายตัวล้อมรอบครอบครัวธนเวคินไว้อย่างเป็นระเบียบแนบเนียน เพื่อเปิดทางให้เจ้านายตัวน้อยได้เดินเล่นอย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องไปเบียดกับใคร"โอ้โห! คุณแม่ขา ดูตุ๊กตาหมีตัวยักษ์นั่นสิคะ มันเดินได้ด้วย!" รินนี่ชี้มือไปที่มาสคอต "กัปตันมิราเคิล" หมีขาวในชุดกัปตันเรือที่กำลังยืนโบกมือต้อนรับนักท่องเที่ยว"
มีร่ายกมือไหว้โทนี่อย่างนอบน้อม “สวัสดีค่ะคุณพ่อโทนี่ ขอบพระคุณมากนะคะที่กรุณาช่วยเหลือครอบครัวเรา มีร่าซึ้งใจจริงๆ ค่ะ”“ไม่ต้องเกรงใจเลยหนูมีร่า คนกันเองทั้งนั้น” โทนี่รับไหว้ด้วยรอยยิ้ม “ไอ้คามินมันตาถึงจริงๆ เมียสวยแถมหลานยังน่ารักขนาดนี้ ไปครับทุกคน ไปที่ห้องอาหารกันดีกว่า เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมดเสียก่อน”ภายในห้องอาหารโอ่อ่าที่ตกแต่งด้วยเครื่องแก้วเจียระไนระยิบระยับ อาหารเที่ยงมื้อพิเศษถูกจัดวางไว้อย่างตระการตา มินนี่คอยตักอาหารที่อยู่ใกล้ๆ ส่งให้โทนี่อย่างเอาอกเอาใจ“คุณปู่ขา ทานอันนี้ดูนะคะ อร่อยมากเลยค่ะ มินนี่ชิมแล้ว!” เด็กน้อยพูดพลางคีบติ่มซำชิ้นโตใส่จานให้“รินนี่ป้อนนะคะคุณปู่ อ้ามมมม!” รินนี่ไม่ยอมน้อยหน้า ตักขนมจีบกุ้งตัวโตจ่อที่ปากของเจ้าบ้านโทนี่ จาง ถึงกับยิ้มแก้มปริ อ้าปากรับอาหารจากหลานตัวน้อยด้วยความประทับใจ “โอย ธนินทร์ มึงเลี้ยงหลานได้น่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ กูอิจฉามึงจริงๆ ว่ะ มื้อนี้เป็นมื้อที่กูมีความสุขที่สุดในรอบหลายปีเลยนะเนี่ย!”คามินและมีร่าสบตากันด้วยความโล่งอกที่เห็นลูกๆ เข้ากับผู้ใหญ่ได้ดี หลังจากมื้ออาหารที่แสนอบอุ่นผ่านพ้นไป ทุกคนก็ย้ายมานั่งพักผ่อนหย







