Share

บทที่ 2

Author: หมาล่าหม้อไฟ
เจ็ดโมงเช้าวันต่อมา นาฬิกาชีวิตก็ปลุกเจียงอวี่เฟยให้ตื่นขึ้นตรงเวลาพอดี

ทันทีที่ลืมตา เธอก็เห็นต้วนชิงเหย่กำลังจัดระเบียบเสื้อเชิ้ตอยู่หน้ากระจก

ปกติแล้วเวลาพักผ่อนของเขามักจะกลับตาลปัตร การที่จู่ ๆ ตื่นตั้งแต่เช้าแบบนี้ นับเป็นครั้งแรกในความทรงจำของเจียงอวี่เฟยเลยก็ว่าได้

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็หันกลับมามองเธอพลางเอ่ยถาม “วันนี้ชุดฉันหล่อไหม”

เขาเป็นคนใส่อะไรก็ดูดีมาแต่ไหนแต่ไร ปกติแค่สวมเสื้อเชิ้ตสีดำธรรมดาก็ดูดีมากแล้ว วันนี้จงใจแต่งตัวเป็นพิเศษก็ยิ่งหล่อจนพูดไม่ออก แค่ปรายตาเกียจคร้านมองมาก็ตกสาว ๆ ได้เป็นเบือ

เธอไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ เขาถึงเริ่มพิถีพิถันกับการแต่งตัวขนาดนี้ หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงหลงเสน่ห์จนหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทว่าตอนนี้เธอกลับทำเพียงพยักหน้านิ่ง ๆ “ค่ะ หล่อมาก”

ต้วนชิงเหย่ไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก “วันนี้ฉันมีนัดกินเลี้ยง เธออยู่บ้านดี ๆ นะ เดี๋ยวขากลับฉันจะซื้อของหวานมาฝาก”

พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินจากไป

หลังจากมองส่งแผ่นหลังของเขาจนลับสายตา เจียงอวี่เฟยก็ตั้งใจจะเดินไปรินน้ำดื่ม ทว่ากลับเหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือของเขาที่ลืมทิ้งไว้บนโต๊ะ

จังหวะที่หยิบขึ้นมา นิ้วของเธอก็ดันไปโดนปุ่มเปิดหน้าจอโดยไม่ได้ตั้งใจ

หน้าจอสว่างวาบ เผยให้เห็นการแจ้งเตือนข้อความเข้าใหม่

จากผู้ส่งที่บันทึกชื่อไว้ว่า ‘ชิงเหยา’

“อาเหย่ แปดปีที่ไม่ได้เจอกัน ฉันตั้งตารองานเลี้ยงวันนี้มากเลยนะ แล้วนายล่ะ”

เมื่อเห็นข้อความนั้น ฝีเท้าของเจียงอวี่เฟยก็หยุดชะงักไป

ที่แท้รักแรกของเขาก็เดินทางกลับประเทศวันนี้

มิน่าล่ะถึงได้ตื่นเช้าขนาดนี้ แถมยังตั้งใจแต่งตัว ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข

วินาทีต่อมา ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก

ต้วนชิงเหย่ที่เดินย้อนกลับมากลางคันเข้ามาหยิบโทรศัพท์มือถือ ก่อนไปเขาปรายตามองเนื้อหาบนหน้าจอ ฝีเท้าทิ้งช่วงครู่หนึ่ง...ก่อนอดมองเจียงอวี่เฟยที่กำลังนั่งกินข้าวไม่ได้

“เมื่อกี้เธอได้ดูโทรศัพท์ฉันไหม”

เจียงอวี่เฟยเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย แววตาสงบนิ่ง “เปล่าค่ะ มีอะไรเหรอ”

เขาถึงค่อยยิ้มออกมาคล้ายกับโล่งอก เอ่ยเพียงว่าไม่มีอะไรแล้วหันหลังเดินจากไป

นี่นับเป็นครั้งแรกที่จู่ ๆ เจียงอวี่เฟยไม่ค่อยเข้าใจเขา

ในเมื่อหัวใจเขามีแต่รักแรก และแฟนทุกคนที่ผ่านมาก็ล้วนเป็นแค่ตัวแทนของหลินชิงเหยา ตามหลักแล้วเขาไม่ควรจะใส่ใจเธอเลยด้วยซ้ำ แล้วทำไมถึงต้องแคร์ว่าเธอจะรู้ความจริงเข้า

หรือเขากลัวจะเสียเธอไปเหรอ

เจียงอวี่เฟยไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นเธอเข้าใจดีว่าตอนจบของเรื่องนี้มันไม่อาจเปลี่ยนแปลงแล้ว

กินมื้อเช้าเสร็จ เจียงอวี่เฟยก็นั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์และเปิดโปรแกรมวาดรูป

เธอเป็นนักวาดการ์ตูน หลังจากกลับบ้าน เธอต้องยุ่งกับเรื่องแต่งงาน คาดว่าน่าจะมีช่วงเวลาพักใหญ่ที่ทำงานไม่ได้

อาศัยช่วงที่ตอนนี้ยังว่างอยู่ เธอจึงตั้งใจจะปั่นต้นฉบับที่เหลือออกมาให้หมด

หลังยุ่งมาทั้งเช้า เธอก็รวบรวมผลงานช่วงครึ่งวันส่งให้บ.ก. จากนั้นก็กินมื้อเที่ยง

ช่วงบ่าย อาศัยจังหวะที่อากาศยังดีเคลียร์ข้าวของออกมามากมาย

แก้วน้ำ พวงกุญแจ ผ้าพันคอ เสื้อคลุมแบบคู่รัก...

ของพวกนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เธอทยอยซื้อกลับมาตลอดช่วงไม่กี่ปีมานี้ กองรวมกันจนเต็มกล่องใบใหญ่

พอเห็นของพวกนี้ เธอก็นึกขึ้นมาได้ว่าทุกครั้งที่ได้ของมา เธอจะเอาไปไว้ตรงหน้าต้วนชิงเหย่แล้วคะยั้นคะยอให้เขาเปลี่ยนมาใช้ พร้อมกับสายตาจนใจของเขานั้น

“มีแต่ของเล่นที่เด็กผู้หญิงชอบ เธออยากให้ฉันเอาออกไปใช้ข้างนอก ให้พวกเพื่อน ๆ หัวเราะเยาะเหรอ”

พอนึกถึงประโยคนี้ เจียงอวี่เฟยก็ลากกล่องลงไปชั้นล่าง แล้วทิ้งมันลงถังขยะไปพร้อมกันทั้งของทั้งกล่อง

ตอนนี้ก็ดีแล้ว จะได้ไม่มีใครมาหัวเราะเยาะอีก

หลังจัดการอย่างเด็ดขาดเสร็จสิ้น เจียงอวี่เฟยกำลังจะกลับ ทว่าพอหมุนตัวกลับมาก็ชนเข้ากับอ้อมกอดที่เย็นชื่น

ต้วนชิงเหย่ที่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาใช้มือข้างหนึ่งโอบไหล่เธอเอาไว้ มืออีกข้างช่วยปัดผมหน้าม้าที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อให้เธอ

“ทิ้งอะไรไปเหรอ ทำไมเหงื่อท่วมหัวแบบนี้ล่ะ”

“ขยะที่ไม่ได้ใช้แล้วค่ะ”

เจียงอวี่เฟยหาข้ออ้างด้วยสีหน้าเรียบเฉย ต้วนชิงเหย่เองก็จูงมือเธอขึ้นชั้นบนไปโดยไม่ได้สงสัย

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก รถเก็บขยะเสียงดังครืน ๆ ก็เข้ามาพอดี

เจียงอวี่เฟยมองข้าวของกล่องนั้นถูกรถขนไป ก่อนถึงดึงสายตากลับมา

ขยะ ขยะที่ไหนจะเยอะแยะขนาดนั้น

ความจริงมองปราดเดียวก็พบเบาะแสได้แล้วแท้ ๆ แต่เขากลับไม่ถามอะไรเลย

แค่เพราะไม่ใส่ใจก็เท่านั้น

ประกายเย้ยหยันตัวเองพาดผ่านแววตาของเจียงอวี่เฟย ทว่าเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าเขาที่ยังไม่จางหายไป เธอก็ชะงักไปเล็กน้อย

ต้วนชิงเหย่มีดวงตาดอกท้อที่เปี่ยมเสน่ห์ดึงดูดใจคน ยามเขายิ้มก็จะทำให้ผู้คนไม่อาจละสายตาได้

อาจเป็นเพราะรู้ข้อนี้ดี ส่วนใหญ่แล้วใบหน้าของเขาจึงมักประดับด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอ

คนอื่นต่างคิดว่าเขาเป็นคนอารมณ์ดี ทว่ามีเพียงเจียงอวี่เฟยเท่านั้นที่รู้ว่ารอยยิ้มของเขาเป็นแค่การแสดงออกทางสีหน้า แต่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา

แต่ตลอดทั้งวันมานี้ ยามที่เขายิ้ม แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเบิกบานจากก้นบึ้งหัวใจ

การได้พบหลินชิงเหยา เหมือนเขาจะมีความสุขมากจริง ๆ

ทันทีที่ก้าวเข้าประตูมา ต้วนชิงเหย่ก็พบว่าบ้านดูโล่งกว้างขึ้นมาก

เขามองไปรอบ ๆ ใบหน้าพลันปรากฏแววประหลาดใจ

“ขโมยขึ้นบ้านเหรอ ทำไมรู้สึกว่าของหายไปเยอะเลย แก้วน้ำล่ะ หมอนอิงก็หายไปเหรอ”

เจียงอวี่เฟยกำลังจะอ้าปากตอบ จู่ ๆ โทรศัพท์ของต้วนชิงเหย่ก็ดังแจ้งเตือนขึ้นหลายครั้ง

เขาก้มมองข้อความเพียงครู่เดียว ก่อนจะปัดเรื่องนี้ทิ้งไปอย่างรวดเร็ว แล้วเดินตรงไปยังห้องทำงาน ก่อนปิดประตูเขายังหันมากำชับอีกประโยค

“เฟยเฟย ฉันมีธุระนิดหน่อย เธอไปนอนก่อนเลย ไม่ต้องรอฉันนะ”

เจียงอวี่เฟยไม่ได้ถามอะไร เพียงแค่กลับเข้าห้องนอนไปคนเดียว

เข็มนาฬิกาบนผนังชี้บอกเวลาเลยเที่ยงคืน โทรศัพท์ที่เธอสอดไว้ใต้หมอนก็สั่นเตือนรัว ๆ

“เฟยเฟย สุขสันต์วันเกิดนะ!”

“เฟยเฟยที่รัก สุขสันต์วันเกิดอายุ 23 นะ! อย่าลืมกินเค้กด้วยล่ะ!”

พอเลื่อนดูลงมาก็พบว่ามีแต่ข้อความอวยพรวันเกิดทั้งนั้น

ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ พี่ชาย เพื่อนพ้อง หรือเพื่อนร่วมชั้น แม้จะอยู่ห่างไกลกันเป็นพันลี้ต่างก็ส่งข้อความมาอวยพร

มีเพียงแฟนหนุ่มที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมเท่านั้นที่ดูเหมือนจะลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 24

    เจียงอวี่เฟยตอบเขากลับไปเพียงว่า“ฉันก็เหมือนกัน”เรื่องไหนที่เธอปักใจแล้วว่าไม่มีทางหวนกลับ เธอก็จะไม่มีวันหันหลังกลับไปเด็ดขาดคนที่เธอปักใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตคู่ไปตลอดชีวิต เธอก็ย่อมให้โอกาสเขาครั้งอย่างแน่นอนส่วนเรื่องของเธอกับต้วนชิงเหย่ ความจริงมันผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นเธอใช้เวลาถึงแปดปีกว่าจะตระหนักได้ว่าตัวเองเดินผิดทางแล้วจะยอมกลับไปซ้ำรอยเดิมอีกได้อย่างไรดังนั้นเธอจึงเงยหน้าขึ้น ส่งสายตาอันแน่วแน่กลับไปพร้อมกับบอกเขาอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา“ต้วนชิงเหย่ สิ่งที่พี่ชอบ ไม่เคยเป็นตัวฉันเลย แต่เป็นเงาของหลินชิงเหยาที่ซ้อนทับอยู่ในตัวฉันต่างหาก”“เหตุผลที่ฉันบอกเลิก ไม่ใช่เพราะกำลังงอน และไม่ได้รอให้พี่มาง้อ แต่เป็นเพราะฉันไม่ได้รักพี่แล้ว”“‘ขึ้นชื่อว่าการหลอกลวง ย่อมไม่สมควรได้รับการให้อภัย’ พี่ยังจำคำพูดประโยคนี้ของตัวเองได้ไหม พี่หลอกฉันมาถึงหกปี ฉันไม่อยากให้อภัยพี่ และไม่อยากเกลียดพี่ด้วย ฉันแค่ต้องการตัดจากพี่ให้เด็ดขาด สิ้นสุดเวรกรรมกันเท่านี้”ทุกถ้อยคำราวกับคมมีดที่กรีดเฉือนและสับหัวใจของต้วนชิงเหย่จนแหว่งวิ่นไม่ว่าจะทำอย่างไรเขาก็ไม่อาจยอมรับผลลัพธ์นี้ได้ จึ

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 23

    หลังจบงานแต่งงาน เจียงอวี่เฟยเปลี่ยนมาสวมชุดลำลอง จูงมือเซี่ยอวิ๋นหวยเตรียมตัวกลับเรือนหอทั้งสองคนสอดประสานสิบนิ้วเข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก ในฐานะคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจาฝ่ามือ เจียงอวี่เฟยรู้สึกเพียงว่าผิวที่ถูกแอร์เป่าจนเย็นเฉียบกำลังค่อย ๆ อุ่นขึ้นสองสามีภรรยาหลบหลีกฝูงชนหน้าประตู แล้วเดินตรงไปยังประตูหลังเพิ่งจะผลักประตูออกไป สายตาของเจียงอวี่เฟยก็ถูกดึงดูดโดยต้วนชิงเหย่ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรไม่ใช่เพราะเธอยังอาลัยอาวรณ์ความหลัง แต่เป็นเพราะใบหน้าที่ถูกชกจนฟกช้ำดำเขียวของเขามันดึงดูดความสนใจเกินไปจริง ๆจนกระทั่งได้เห็นสภาพของเขา เธอถึงเพิ่งเข้าใจว่าทำไมตอนที่พี่ชายชกต่อยถึงได้ทำเสื้อเชิ้ตขาดวิ่นขนาดนั้นก็ใช่น่ะสิ เธอเป็นน้องสาวแท้ ๆ ที่เขาเฝ้ามองมาตั้งแต่เด็กจนโตนี่นาถ้าไม่ลงมือหนักหน่อยจะไปสาสมได้อย่างไรต้วนชิงเหย่ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ พอเห็นเธอก็รีบพุ่งพรวดเข้ามา ทว่ากลับถูกขวางไว้ในระยะห้าก้าวตอนนี้เขาไม่หลงเหลือความใจเย็นแล้ว เขากัดฟันกรอดจ้องเซี่ยอวิ๋นหวยที่ขวางอยู่ด้านหน้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยการข่มขู่“เซี่ย

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 22

    ความวุ่นวายเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ไม่ได้ดึงดูดความสนใจมากนัก หลังจากพนักงานรักษาความปลอดภัยนำตัวคนที่ก่อกวนความสงบในงานออกไปตามคำสั่ง งานแต่งงานก็ดำเนินต่อไปมีเพียงสี่คนในงานที่สีหน้าเปลี่ยนไปก็คือเพื่อนสนิทสี่คนจากหอพักเดียวกันในตอนนั้นเจียงซืออวี้ที่อยู่หลังเวทีเห็นสถานการณ์ในงานอย่างชัดเจนตอนที่ต้วนชิงเหย่พุ่งพรวดขึ้นมา เขาเหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง สีหน้าก็พลันถมึงทึงทันทีพอได้ยินพนักงานดูแลพิธีการบอกว่าเหลือเวลาอีกสิบนาทีกว่าเพื่อนเจ้าบ่าวจะต้องขึ้นไปกล่าวคำอวยพร เขาก็ถอดเสื้อคลุมออก หมุนข้อมือยืดเส้นยืดสายแล้วเดินออกไปเพิ่งจะถึงหน้าประตูก็ชนเข้ากับต้วนชิงเหย่ที่สติหลุดไปแล้วแบบจัง ๆ รวมถึงเฮ่อเหยี่ยนและหยางเซียวที่ยังงุนงงกับสถานการณ์เขาโบกมือไล่คนอื่นออกไป แล้วคว้าคอเสื้อของต้วนชิงเหย่ขึ้นมา น้ำเสียงเย็นเยียบถึงขีดสุด“เมื่อกี้ที่นายตะโกนว่าไม่นะหมายความว่ายังไง ต้วนชิงเหย่ นายพูดกับใคร”แววตาของต้วนชิงเหย่เต็มไปด้วยความสับสนมืดแปดด้าน เขาจ้องมองเจียงซืออวี้อยู่นาน กว่าสายตาจะเริ่มโฟกัสได้ แล้วเค้นคำพูดลอดไรฟัน“พูดกับ...เฟยเฟย”ความสงสัยที่สะสมอยู่ในใจของเจียงซือ

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 21

    ต้วนชิงเหย่ยังไม่ทันตั้งสติ ‘เพลงมาร์ชงานแต่งงาน’ ก็ดังขึ้นตรงเวลาเขาเงยหน้าขึ้นตามเสียงก็เห็นประตูบนเวทีที่อยู่ห่างออกไปยี่สิบเมตรเปิดออกผู้ชายในชุดสูทสีดำขลับเดินเนิบนาบเข้ามาในงาน แล้วไปยืนอยู่ตรงกลางเวทีต้วนชิงเหย่สายตาสั้นเล็กน้อย จึงมองเห็นสถานการณ์ไกล ๆ ไม่ค่อยชัดนัก เขายกมือขึ้นกระทุ้งแขนของเฮ่อเหยี่ยน“ตอนนี้เจียงซืออวี้ขึ้นเวทีแล้วเหรอ”เมื่อได้ยินดังนั้น สองคนที่อยู่ข้าง ๆ ก็หันขวับกลับมามองเขาด้วยสายตาตกตะลึง“เขาจะขึ้นไปทำไม วันนี้ไม่ใช่งานแต่งเขาสักหน่อย”ไม่ใช่งานแต่งของเจียงซืออวี้เหรอแล้วเรียกเขามาทำไมสีหน้าของต้วนชิงเหย่แข็งค้างไปทันที ก่อนจะลองหยั่งเชิงถามออกไป“เจ้าบ่าวไม่ใช่เขาเหรอ”“ไม่ใช่อยู่แล้วสิ คุณชายรองตระกูลเซี่ยแห่งฮู่ไห่ เซี่ยอวิ๋นหวยต่างหากล่ะ”ชื่อของเซี่ยอวิ๋นหวย ต้วนชิงเหย่ย่อมรู้จักดีเพราะอย่างไรคุณชายรองตระกูลเซี่ยก็เป็นอัจฉริยะที่เลื่องชื่อ อายุยังน้อยแต่กลับประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นลูกบ้านอื่นที่พวกผู้ใหญ่ชอบเอามาเปรียบเทียบให้ฟังตั้งแต่เด็กเพียงแต่ตระกูลต้วนอยู่ไกลถึงจิงเป่ย ปกติไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กับทางฝั่งฮู่ไห่เท่าไหร

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 20

    กระทั่งถึงคืนวันพฤหัสบดี ต้วนชิงเหย่ก็ยังไม่ได้รับสายโทรกลับจากเจียงอวี่เฟยเขากระวนกระวายใจมาก เอาแต่ก้มหน้าก้มตาดื่มเหล้า สายตาคอยเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่เป็นระยะเซี่ยเหวยรู้ความในใจของเขาดี จึงหาวิธีพูดปลอบใจ“เธอก็คงแค่แผลงฤทธิ์เอาแต่ใจแบบเด็กผู้หญิง รอให้นายไปง้ออยู่นั่นแหละ เฟยเฟยชอบนายมากขนาดนั้น ทุกคนก็เห็น ๆ กันอยู่ จะอยากเลิกจริง ๆ ได้ยังไง ให้ฉันดูนะ ร้อยทั้งร้อยคงเป็นเธอที่ยุให้พี่ชายชวนนายไปร่วมงานแต่ง ก็แค่อยากจะหาทางลงให้นายเท่านั้นแหละ”พอได้ยินคำพูดเหล่านี้ ในที่สุดใจของต้วนชิงเหย่ก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้างเขาดูเวลา รอจนถึงสามทุ่มก็รีบลุกขึ้นมุ่งหน้าไปสนามบินทันทีเซี่ยเหวยเป็นคนขับรถไปส่ง ระหว่างที่รถติดไฟแดง เขาก็มองกล่องของขวัญที่ห่ออย่างประณีตหลายกล่องตรงเบาะหลัง น้ำเสียงแฝงความอิจฉาเล็กน้อย“แค่เพื่อนร่วมห้องสมัยมหาลัยแต่งงานไม่ใช่เหรอ ถึงกับต้องจัดเต็มขนาดนี้เลยหรือไง ถึงขั้นไปขุดเอาของล้ำค่าก้นหีบของคุณปู่ออกมาเลย ตอนฉันแต่งงาน นายห้ามลำเอียงเด็ดขาดนะ!”ต้วนชิงเหย่ปรายตามองเขาทีหนึ่ง ก่อนจะโยนสร้อยลูกประคำในมือส่งไปให้“เพื่อนร่วมห้องอะไร นั่นมันว่าที่พี

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 19

    มีเพียงหลินชิงเหยาที่ยังคงจมอยู่ในฝันหวานว่าจะถูกขอแต่งงาน เธอทำหน้ามุ่ยแล้วเริ่มแผลงฤทธิ์เหมือนอย่างเคย“ถ้านายทำแบบนี้ ฉันจะไม่ตกลงแต่งกับนายแล้วนะ!”ต้วนชิงเหย่พยักหน้ารับด้วยสีหน้าไม่แยแส ก่อนจะทิ้งประโยคที่ทำเอาคนทั้งงานเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง“จะตกลงหรือไม่ก็ไม่สำคัญหรอก เพราะคนที่ฉันอยากขอแต่งงานด้วยไม่ใช่เธออยู่แล้ว”หลินชิงเหยามองเขาด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ ร่างทั้งร่างสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม“ที่พูดมาน่ะ หมายความว่ายังไง”“หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ”ต้วนชิงเหย่โยนช่อดอกไม้ในมือทิ้งลงพื้นอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะปิดกล่องแหวนในฝ่ามือดังปัง“ก็หมายความว่าคนที่ฉันอยากจะขอแต่งงานด้วย ไม่ใช่เธอหลินชิงเหยาไงล่ะ”สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งห้องโถงก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดเหลือเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาต้วนชิงเหย่ไม่สนใจเลยสักนิดว่าตอนนี้อีกฝ่ายจะมีสีหน้าอย่างไร เขาหันหลังไปค้อมตัวแสดงความเคารพต่อแขกรอบทิศ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือรอยยิ้ม“ขอโทษทุกคนด้วย จริง ๆ วันนี้เป็นแค่การซ้อมขอแต่งงานเท่านั้น วันอาทิตย์นี้ ผมจะขอแฟนแต่งงานในเวลาและสถานที่เดียวกันนี้ ถึงตอนนั้นหวังว่าทุกคนจะมาร่วม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status