Share

บทที่ 3

Author: หมาล่าหม้อไฟ
เพราะเขามีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องทำ

เจียงอวี่เฟยปิดหนังในแล็ปท็อปที่ดูค้างไว้ครึ่งเรื่อง แล้วใช้เมาส์คลิกเปิดโปรแกรมแชตตรงมุมขวาล่างที่เด้งแจ้งเตือนไม่หยุด

เป็นต้วนชิงเหย่ที่กำลังคุยกับหลินชิงเหยา

เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองล็อกอินค้างไว้บนแล็ปท็อป เธอจึงเห็นข้อความทั้งหมดได้อย่างชัดเจน

เธอได้แต่มองพวกเขาคุยกันตั้งแต่เรื่องในอดีต ปัจจุบัน ลากยาวไปจนถึงอนาคต

ท่ามกลางบทสนทนายาวเหยียดนั้น ต้วนชิงเหย่ไม่เคยเอ่ยถึงเธอเลยแม้แต่ประโยคเดียว

ก็แน่แหละ ท้ายที่สุดเธอก็เป็นแค่ตัวแทนที่เอาไว้ปลอบใจเท่านั้น มีอะไรให้พูดถึงกัน

เธอมองข้อความที่ยังคงเด้งรัว ๆ อย่างต่อเนื่อง ก่อนจะกดปุ่มปิดเครื่อง

คืนนั้นผ่านพ้นไปโดยไร้ซึ่งความฝันใด ๆ

วันต่อมา เจียงอวี่เฟยสะดุ้งตื่นเพราะเสียงออดหน้าประตู

เธอขยี้ตาเดินออกไปที่ห้องนั่งเล่นก็เห็นต้วนชิงเหย่ที่ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้กำลังหันขวับมา ในมือเขาอุ้มช่อดอกไม้และหิ้วเค้กวันเกิดเอาไว้

“เฟยเฟย เธอสั่งเค้กมาเหรอ ทำไมจู่ ๆ ถึงอยากกินเค้กล่ะ”

ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบไปหลายวินาที เจียงอวี่เฟยถึงเอ่ยปากอย่างเชื่องช้า

“วันเกิดฉันน่ะค่ะ เพื่อนน่าจะให้คนส่งมาให้”

เมื่อได้ยินดังนั้น ต้วนชิงเหย่ก็ตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

เขาเผลอหันไปมองปฏิทินบนผนัง ถึงได้เพิ่งรู้ตัวว่าวันนี้คือวันที่ 12 กรกฎาคมแล้ว

เขาดันลืมวันเกิดของเธอไปเสียสนิท!

แววตาของต้วนชิงเหย่ปรากฏร่องรอยความรู้สึกผิดวาบผ่าน เขารีบวางของในมือลง แล้วดันหลังเจียงอวี่เฟยให้กลับเข้าไปในห้องนอน

“วันนี้วันเกิดเธอ เราออกไปเดตกันดีกว่า อยากกินอะไรล่ะ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉลองกันที่บ้านนี่แหละ”

เจียงอวี่เฟยปฏิเสธข้อเสนอนั้น

แต่ต้วนชิงเหย่กลับยืนกรานจะออกไปฉลองให้ได้ ซ้ำยังหยิบกระโปรงตัวหนึ่งจากตู้เสื้อผ้ายื่นมาให้เธอ

เธอทนการรบเร้าของเขาไม่ไหว จึงทำได้เพียงไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วตามเขาออกไป

ทั้งสองคนไปกินติ่มซำที่ร้านโปรด จากนั้นก็ไปดูหนังที่เพิ่งเข้าฉายใหม่ด้วยกัน ก่อนจะไปเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าอีกสองสามรอบ

ระหว่างนั้น เจียงอวี่เฟยขอตัวไปเข้าห้องน้ำ พอกลับมาก็เห็นเขากำลังคุยโทรศัพท์ ขอให้คนทางบ้านช่วยสั่งจองสร้อยคอราคาแพงหูฉี่เส้นหนึ่ง

สร้อยคอเส้นนั้น ดันบังเอิญเป็นเส้นที่เธอถูกใจตั้งแต่แรกเห็นในนิตยสารเมื่อครึ่งเดือนก่อนพอดี

เมื่อเห็นท่าทีร้อนรนของเขา ภายในใจของเจียงอวี่เฟยก็พลันรู้สึกสับสนปนเปไปหมด

เธอไม่ค่อยเข้าใจเลยว่าในหัวของเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

สร้อยคอที่เธอแค่มองนานกว่าปกตินิดหน่อย เขากลับจำฝังใจ แต่วันเกิดที่สำคัญที่สุด เขากลับลืมไปเสียสนิท

อะไรสำคัญกว่ากัน เขาแยกไม่ออกจริง ๆ หรือไง

แต่พอมาคิดดูให้ดี ความจริงแล้วเขาก็น่าจะแยกออกนั่นแหละ

ก่อนที่หลินชิงเหยาจะกลับมา เขายึดตัวแทนอย่างเธอเป็นที่พึ่งทางใจ จึงได้คอยใส่ใจไปเสียทุกเรื่อง

ทว่าหลังจากที่หลินชิงเหยากลับมา เขาก็ทุ่มความสนใจทั้งหมดไปที่หลินชิงเหยาแทน

ดังนั้นเรื่องที่เกี่ยวกับเธอ เขาจึงลืมไปจนหมดสิ้น

เจียงอวี่เฟยห่อเหี่ยวไร้ชีวิตชีวาตลอดช่วงเช้า ไม่ว่าจะเห็นอะไรก็ดูจะหมดอารมณ์ไปเสียหมด

ต้วนชิงเหย่สังเกตเห็นความใจลอยของเธอ จึงเอื้อมมือมาขยี้ผมเธอเบา ๆ “เจ้าของวันเกิดทำไมดูไม่ค่อยดีใจเลย ไม่พอใจแพลนที่ฉันจัดให้วันนี้เหรอ”

พอมาคิดดูตอนนี้ การที่เขามักจะชอบขยี้ผมเธอ ลึก ๆ แล้วในจิตใต้สำนึก เขาก็คงจะมองเธอเป็นแค่น้องสาวคนหนึ่ง ไม่ใช่คนรักละมั้ง

เจียงอวี่เฟยส่ายหน้า กำลังจะอ้าปากบอกว่าเหนื่อยแล้วและอยากกลับบ้าน แต่ต้วนชิงเหย่กลับโบกรถคันหนึ่งเสียก่อน พร้อมกับบอกที่อยู่ของวิลล่าบนเขาแห่งหนึ่งให้คนขับ

เมื่อเผชิญกับสายตาประหลาดใจของเธอ เขาก็เลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ “เธอพูดมาตลอดเลยไม่ใช่เหรอว่าอยากรู้จักเพื่อนฉัน วันนี้ทุกคนว่างพอดี ฉันเลยพาเธอไปทำความรู้จัก แบบนี้ทำให้มีความสุขขึ้นมาบ้างไหม”

กำหนดการที่เหนือความคาดหมายนี้ ทำให้เจียงอวี่เฟยถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย

เมื่อก่อนตอนที่ต้วนชิงเหย่ไม่ยอมไปเจอครอบครัวและเพื่อนของเธอ เธอจึงคิดว่าอยากไปทำความรู้จักกับเพื่อนของเขาบ้าง แต่ทุกครั้งเขาก็มักจะหาข้ออ้างสารพัดมาปฏิเสธอยู่เสมอ นานวันเข้า เธอก็ไม่เคยหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกเลย

มาตอนนี้ที่เธอกำลังจะจากเมืองจิงเป่ยไป เขากลับจะพาเธอไปเจอเพื่อนเพียงเพราะความรู้สึกผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในใจ

เรื่องบนโลกใบนี้ ช่างเล่นตลกและผิดที่ผิดเวลาไปเสียหมด

เธอเอาแต่ทอดสายตามองทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วเงียบ ๆ สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา

รถแท็กซี่แล่นมาจอดตรงบริเวณกลางเขา

ต้วนชิงเหย่จมือเธอเดินเข้าไปในวิลล่า ก่อนจะผลักบานประตูอันหนักอึ้งออก

ปัง! ปัง! เสียงดังขึ้นสองสามครั้ง พลุกระดาษและริบบิ้นปลิวว่อนร่วงหล่นลงมาจากเบื้องบน คนกลุ่มหนึ่งเบียดเสียดกันออกมาจากประตูพลางส่งเสียงโหวกเหวก และพูดด้วยรอยยิ้มกว้างว่า “สุขสันต์วันเกิด”

เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนั้น ต้วนชิงเหย่ก็รีบดึงเจียงอวี่เฟยเข้ามาปกป้องไว้ในอ้อมกอดทันที เขาช่วยหยิบเศษริบบิ้นบนศีรษะเธอออก พลางออกปากไล่เพื่อนสนิทสองสามคนที่พยายามจะเบียดเข้ามา

“ระวังหน่อย อย่าทำให้เด็กน้อยของฉันตกใจสิ เธอขวัญ...”

แต่พูดยังไม่ทันจบประโยค เสียงของเขาก็ขาดห้วงไป

เขามองไปยังใบหน้าอันคุ้นเคยท่ามกลางฝูงชน สีหน้าพลันเปลี่ยนไป

หลินชิงเหยากลับมีสีหน้าราบเรียบ เธอส่งยิ้ม เดินเข้ามาทักทาย

“อาเหย่ ฉันไปอยู่ต่างประเทศมาหลายปี ไม่ได้มารวมกลุ่มนานมากเลย เมื่อเช้าได้ยินว่านายจะจัดงานวันเกิดให้แฟน ก็เลยอยากมาสนุกด้วย คงไม่ใช่ไม่ต้อนรับฉันใช่ไหม”

ต้วนชิงเหย่กวาดสายตาเย็นเยียบไปรอบ ๆ ทุกคนในบริเวณนั้นต่างไม่กล้าสบตากับเขา พากันหลบสายตา ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

เมื่อเห็นว่าบรรยากาศกำลังจะมาคุ เจียงอวี่เฟยจึงยื่นมือออกไป เป็นฝ่ายเอ่ยทักทายก่อนอย่างมีมารยาท

“ต้อนรับสิคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันเจียงอวี่เฟย”

หลินชิงเหยามองเธออยู่พักใหญ่ ถึงเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่าง แล้วจับมือตอบด้วยสีหน้าคล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม

“สวัสดี ฉันหลินชิงเหยา เป็น...เพื่อนของอาเหย่”

“เฟยเฟย เคยมีใครบอกเธอไหมว่าเราหน้าตาคล้าย ๆ กันเลย”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 24

    เจียงอวี่เฟยตอบเขากลับไปเพียงว่า“ฉันก็เหมือนกัน”เรื่องไหนที่เธอปักใจแล้วว่าไม่มีทางหวนกลับ เธอก็จะไม่มีวันหันหลังกลับไปเด็ดขาดคนที่เธอปักใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตคู่ไปตลอดชีวิต เธอก็ย่อมให้โอกาสเขาครั้งอย่างแน่นอนส่วนเรื่องของเธอกับต้วนชิงเหย่ ความจริงมันผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นเธอใช้เวลาถึงแปดปีกว่าจะตระหนักได้ว่าตัวเองเดินผิดทางแล้วจะยอมกลับไปซ้ำรอยเดิมอีกได้อย่างไรดังนั้นเธอจึงเงยหน้าขึ้น ส่งสายตาอันแน่วแน่กลับไปพร้อมกับบอกเขาอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา“ต้วนชิงเหย่ สิ่งที่พี่ชอบ ไม่เคยเป็นตัวฉันเลย แต่เป็นเงาของหลินชิงเหยาที่ซ้อนทับอยู่ในตัวฉันต่างหาก”“เหตุผลที่ฉันบอกเลิก ไม่ใช่เพราะกำลังงอน และไม่ได้รอให้พี่มาง้อ แต่เป็นเพราะฉันไม่ได้รักพี่แล้ว”“‘ขึ้นชื่อว่าการหลอกลวง ย่อมไม่สมควรได้รับการให้อภัย’ พี่ยังจำคำพูดประโยคนี้ของตัวเองได้ไหม พี่หลอกฉันมาถึงหกปี ฉันไม่อยากให้อภัยพี่ และไม่อยากเกลียดพี่ด้วย ฉันแค่ต้องการตัดจากพี่ให้เด็ดขาด สิ้นสุดเวรกรรมกันเท่านี้”ทุกถ้อยคำราวกับคมมีดที่กรีดเฉือนและสับหัวใจของต้วนชิงเหย่จนแหว่งวิ่นไม่ว่าจะทำอย่างไรเขาก็ไม่อาจยอมรับผลลัพธ์นี้ได้ จึ

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 23

    หลังจบงานแต่งงาน เจียงอวี่เฟยเปลี่ยนมาสวมชุดลำลอง จูงมือเซี่ยอวิ๋นหวยเตรียมตัวกลับเรือนหอทั้งสองคนสอดประสานสิบนิ้วเข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก ในฐานะคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจาฝ่ามือ เจียงอวี่เฟยรู้สึกเพียงว่าผิวที่ถูกแอร์เป่าจนเย็นเฉียบกำลังค่อย ๆ อุ่นขึ้นสองสามีภรรยาหลบหลีกฝูงชนหน้าประตู แล้วเดินตรงไปยังประตูหลังเพิ่งจะผลักประตูออกไป สายตาของเจียงอวี่เฟยก็ถูกดึงดูดโดยต้วนชิงเหย่ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรไม่ใช่เพราะเธอยังอาลัยอาวรณ์ความหลัง แต่เป็นเพราะใบหน้าที่ถูกชกจนฟกช้ำดำเขียวของเขามันดึงดูดความสนใจเกินไปจริง ๆจนกระทั่งได้เห็นสภาพของเขา เธอถึงเพิ่งเข้าใจว่าทำไมตอนที่พี่ชายชกต่อยถึงได้ทำเสื้อเชิ้ตขาดวิ่นขนาดนั้นก็ใช่น่ะสิ เธอเป็นน้องสาวแท้ ๆ ที่เขาเฝ้ามองมาตั้งแต่เด็กจนโตนี่นาถ้าไม่ลงมือหนักหน่อยจะไปสาสมได้อย่างไรต้วนชิงเหย่ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ พอเห็นเธอก็รีบพุ่งพรวดเข้ามา ทว่ากลับถูกขวางไว้ในระยะห้าก้าวตอนนี้เขาไม่หลงเหลือความใจเย็นแล้ว เขากัดฟันกรอดจ้องเซี่ยอวิ๋นหวยที่ขวางอยู่ด้านหน้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยการข่มขู่“เซี่ย

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 22

    ความวุ่นวายเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ไม่ได้ดึงดูดความสนใจมากนัก หลังจากพนักงานรักษาความปลอดภัยนำตัวคนที่ก่อกวนความสงบในงานออกไปตามคำสั่ง งานแต่งงานก็ดำเนินต่อไปมีเพียงสี่คนในงานที่สีหน้าเปลี่ยนไปก็คือเพื่อนสนิทสี่คนจากหอพักเดียวกันในตอนนั้นเจียงซืออวี้ที่อยู่หลังเวทีเห็นสถานการณ์ในงานอย่างชัดเจนตอนที่ต้วนชิงเหย่พุ่งพรวดขึ้นมา เขาเหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง สีหน้าก็พลันถมึงทึงทันทีพอได้ยินพนักงานดูแลพิธีการบอกว่าเหลือเวลาอีกสิบนาทีกว่าเพื่อนเจ้าบ่าวจะต้องขึ้นไปกล่าวคำอวยพร เขาก็ถอดเสื้อคลุมออก หมุนข้อมือยืดเส้นยืดสายแล้วเดินออกไปเพิ่งจะถึงหน้าประตูก็ชนเข้ากับต้วนชิงเหย่ที่สติหลุดไปแล้วแบบจัง ๆ รวมถึงเฮ่อเหยี่ยนและหยางเซียวที่ยังงุนงงกับสถานการณ์เขาโบกมือไล่คนอื่นออกไป แล้วคว้าคอเสื้อของต้วนชิงเหย่ขึ้นมา น้ำเสียงเย็นเยียบถึงขีดสุด“เมื่อกี้ที่นายตะโกนว่าไม่นะหมายความว่ายังไง ต้วนชิงเหย่ นายพูดกับใคร”แววตาของต้วนชิงเหย่เต็มไปด้วยความสับสนมืดแปดด้าน เขาจ้องมองเจียงซืออวี้อยู่นาน กว่าสายตาจะเริ่มโฟกัสได้ แล้วเค้นคำพูดลอดไรฟัน“พูดกับ...เฟยเฟย”ความสงสัยที่สะสมอยู่ในใจของเจียงซือ

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 21

    ต้วนชิงเหย่ยังไม่ทันตั้งสติ ‘เพลงมาร์ชงานแต่งงาน’ ก็ดังขึ้นตรงเวลาเขาเงยหน้าขึ้นตามเสียงก็เห็นประตูบนเวทีที่อยู่ห่างออกไปยี่สิบเมตรเปิดออกผู้ชายในชุดสูทสีดำขลับเดินเนิบนาบเข้ามาในงาน แล้วไปยืนอยู่ตรงกลางเวทีต้วนชิงเหย่สายตาสั้นเล็กน้อย จึงมองเห็นสถานการณ์ไกล ๆ ไม่ค่อยชัดนัก เขายกมือขึ้นกระทุ้งแขนของเฮ่อเหยี่ยน“ตอนนี้เจียงซืออวี้ขึ้นเวทีแล้วเหรอ”เมื่อได้ยินดังนั้น สองคนที่อยู่ข้าง ๆ ก็หันขวับกลับมามองเขาด้วยสายตาตกตะลึง“เขาจะขึ้นไปทำไม วันนี้ไม่ใช่งานแต่งเขาสักหน่อย”ไม่ใช่งานแต่งของเจียงซืออวี้เหรอแล้วเรียกเขามาทำไมสีหน้าของต้วนชิงเหย่แข็งค้างไปทันที ก่อนจะลองหยั่งเชิงถามออกไป“เจ้าบ่าวไม่ใช่เขาเหรอ”“ไม่ใช่อยู่แล้วสิ คุณชายรองตระกูลเซี่ยแห่งฮู่ไห่ เซี่ยอวิ๋นหวยต่างหากล่ะ”ชื่อของเซี่ยอวิ๋นหวย ต้วนชิงเหย่ย่อมรู้จักดีเพราะอย่างไรคุณชายรองตระกูลเซี่ยก็เป็นอัจฉริยะที่เลื่องชื่อ อายุยังน้อยแต่กลับประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นลูกบ้านอื่นที่พวกผู้ใหญ่ชอบเอามาเปรียบเทียบให้ฟังตั้งแต่เด็กเพียงแต่ตระกูลต้วนอยู่ไกลถึงจิงเป่ย ปกติไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กับทางฝั่งฮู่ไห่เท่าไหร

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 20

    กระทั่งถึงคืนวันพฤหัสบดี ต้วนชิงเหย่ก็ยังไม่ได้รับสายโทรกลับจากเจียงอวี่เฟยเขากระวนกระวายใจมาก เอาแต่ก้มหน้าก้มตาดื่มเหล้า สายตาคอยเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่เป็นระยะเซี่ยเหวยรู้ความในใจของเขาดี จึงหาวิธีพูดปลอบใจ“เธอก็คงแค่แผลงฤทธิ์เอาแต่ใจแบบเด็กผู้หญิง รอให้นายไปง้ออยู่นั่นแหละ เฟยเฟยชอบนายมากขนาดนั้น ทุกคนก็เห็น ๆ กันอยู่ จะอยากเลิกจริง ๆ ได้ยังไง ให้ฉันดูนะ ร้อยทั้งร้อยคงเป็นเธอที่ยุให้พี่ชายชวนนายไปร่วมงานแต่ง ก็แค่อยากจะหาทางลงให้นายเท่านั้นแหละ”พอได้ยินคำพูดเหล่านี้ ในที่สุดใจของต้วนชิงเหย่ก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้างเขาดูเวลา รอจนถึงสามทุ่มก็รีบลุกขึ้นมุ่งหน้าไปสนามบินทันทีเซี่ยเหวยเป็นคนขับรถไปส่ง ระหว่างที่รถติดไฟแดง เขาก็มองกล่องของขวัญที่ห่ออย่างประณีตหลายกล่องตรงเบาะหลัง น้ำเสียงแฝงความอิจฉาเล็กน้อย“แค่เพื่อนร่วมห้องสมัยมหาลัยแต่งงานไม่ใช่เหรอ ถึงกับต้องจัดเต็มขนาดนี้เลยหรือไง ถึงขั้นไปขุดเอาของล้ำค่าก้นหีบของคุณปู่ออกมาเลย ตอนฉันแต่งงาน นายห้ามลำเอียงเด็ดขาดนะ!”ต้วนชิงเหย่ปรายตามองเขาทีหนึ่ง ก่อนจะโยนสร้อยลูกประคำในมือส่งไปให้“เพื่อนร่วมห้องอะไร นั่นมันว่าที่พี

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 19

    มีเพียงหลินชิงเหยาที่ยังคงจมอยู่ในฝันหวานว่าจะถูกขอแต่งงาน เธอทำหน้ามุ่ยแล้วเริ่มแผลงฤทธิ์เหมือนอย่างเคย“ถ้านายทำแบบนี้ ฉันจะไม่ตกลงแต่งกับนายแล้วนะ!”ต้วนชิงเหย่พยักหน้ารับด้วยสีหน้าไม่แยแส ก่อนจะทิ้งประโยคที่ทำเอาคนทั้งงานเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง“จะตกลงหรือไม่ก็ไม่สำคัญหรอก เพราะคนที่ฉันอยากขอแต่งงานด้วยไม่ใช่เธออยู่แล้ว”หลินชิงเหยามองเขาด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ ร่างทั้งร่างสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม“ที่พูดมาน่ะ หมายความว่ายังไง”“หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ”ต้วนชิงเหย่โยนช่อดอกไม้ในมือทิ้งลงพื้นอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะปิดกล่องแหวนในฝ่ามือดังปัง“ก็หมายความว่าคนที่ฉันอยากจะขอแต่งงานด้วย ไม่ใช่เธอหลินชิงเหยาไงล่ะ”สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งห้องโถงก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดเหลือเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาต้วนชิงเหย่ไม่สนใจเลยสักนิดว่าตอนนี้อีกฝ่ายจะมีสีหน้าอย่างไร เขาหันหลังไปค้อมตัวแสดงความเคารพต่อแขกรอบทิศ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือรอยยิ้ม“ขอโทษทุกคนด้วย จริง ๆ วันนี้เป็นแค่การซ้อมขอแต่งงานเท่านั้น วันอาทิตย์นี้ ผมจะขอแฟนแต่งงานในเวลาและสถานที่เดียวกันนี้ ถึงตอนนั้นหวังว่าทุกคนจะมาร่วม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status