Share

บทที่ 9

Author: หมาล่าหม้อไฟ
เขาให้เธอไปขอโทษหลินชิงเหยาเนี่ยนะ

ให้เหยื่อไปขอโทษคนลงมือเนี่ยนะ

เจียงอวี่เฟยปวดใจมาก ขณะที่ส่ายหน้าอย่างหนักแน่น “ฉันไม่ผิด ยังไงฉันก็ไม่มีทางขอโทษเด็ดขาด!”

เจียงอวี่เฟยไม่ยอมขอโทษ ส่วนต้วนชิงเหย่ก็ต้องการคำอธิบายให้ได้ ทั้งสองคนต่างไม่มีใครยอมใคร

หลินชิงเหยากลัวว่าหากยืดเยื้อต่อไปความจะแตก จึงเงยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาขึ้นมาแล้วดึงเขาให้เดินจากไป

“อาเหย่ ถือว่าเป็นความผิดของฉันเอง นายอย่าทะเลาะกับแฟนเลย ใจเย็น ๆ ก่อนดีไหม”

ต้วนชิงเหย่ไม่ฟังเลยสักนิด หลินชิงเหยาเห็นว่าไม่มีทางเลือกอื่น จึงตัดใจออกแรงพลิกข้อเท้าซ้ายของตัวเอง

พอเห็นเธอได้รับบาดเจ็บ สีหน้าของต้วนชิงเหย่ก็ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกและปวดใจทันที

เขาไม่สนใจเจียงอวี่เฟยอีกต่อไป อุ้มคนเจ็บแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างทันที

เมื่อมองแผ่นหลังของทั้งสองคนที่ค่อย ๆ ห่างออกไป เลือดในกายที่สูบฉีดของเจียงอวี่เฟยก็ค่อย ๆ เย็นลง แทนที่ด้วยความน้อยใจและเสียใจอย่างที่สุด

น้ำตาที่กลั้นไว้เนิ่นนานพลันร่วงหล่นลงมา เธอก็รีบปาดมันออกอย่างรวดเร็ว กลับเข้าไปหยิบกระเป๋าในห้องโถง แล้วออกจากโรงแรมไป

พอเดินพ้นประตูโรงแรม รถยนต์คันหนึ่งก็พุ่งตรงเข้ามาชนเธออย่างจัง

เจียงอวี่เฟยหลบไม่ทัน ร่างทั้งร่างถูกชนกระเด็นไปตกที่แปลงดอกไม้ เลือดไหลอาบ

เธอเหงื่อเย็นแตกพลั่กด้วยความเจ็บ หลังจากถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล สติก็เลือนรางเต็มที

พยาบาลเห็นว่าเธอบาดเจ็บสาหัส จึงใช้นิ้วของเธอสแกนปลดล็อกโทรศัพท์โดยตรง หารายชื่อที่ปักหมุดไว้บนโปรแกรมแชต แล้วกดโทรด้วยเสียงออกไป

สิบกว่าวินาทีต่อมา ปลายสายก็มีเสียงทุ้มต่ำของต้วนชิงเหย่ที่ยังคุกรุ่นไปด้วยความโกรธดังขึ้น

“ชิงเหยาได้รับบาดเจ็บ ฉันถึงยังไม่เอาเรื่องเธอ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเธอไม่ผิด เธอต้องมาขอโทษเขาเดี๋ยวนี้!”

พยาบาลชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแจ้งอาการบาดเจ็บของเจียงอวี่เฟยให้ทราบตามความเป็นจริง

ต้วนชิงเหย่ยังคงอยู่ในอารมณ์โกรธจัด ไม่เชื่อเลยสักนิดว่าจะมีเรื่องบังเอิญขนาดนี้

“ต่อให้รถชนจริง ก็ต้องให้เธอมาขอโทษก่อน ฉันถึงจะไปเซ็นชื่อให้!”

พูดจบเขาก็วางสายไปทันทีโดยไม่สนว่าปลายสายจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

พยาบาลจนปัญญา ทำได้เพียงฝืนปลุกเจียงอวี่เฟยให้ตื่น แล้วถามว่ายังสามารถติดต่อญาติคนอื่นให้มาได้อีกไหม

เธอไม่อยากให้คนที่บ้านต้องเป็นห่วง และนึกใครไม่ออกจริง ๆ จึงทำได้เพียงฝืนทนความเจ็บปวดแสนสาหัส ใช้มือที่ยังมีเลือดไหลอยู่จับปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงบนใบแจ้งการผ่าตัดด้วยมืออันสั่นเทา

การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี แต่ยังต้องพักสังเกตอาการที่โรงพยาบาลอีกหลายวัน

เจียงอวี่เฟยอยู่โรงพยาบาลเพียงลำพัง ไม่มีใครมาคอยดูแล ทุกอย่างจึงต้องลากสังขารที่เจ็บป่วยจัดการด้วยตัวเอง

พยาบาลหลายคนที่อยู่ข้าง ๆ กำลังจับกลุ่มซุบซิบนินทาว่าแฟนสาวของคุณชายใหญ่ตระกูลต้วนได้รับบาดเจ็บ เขาถึงกับเหมาห้องพักผู้ป่วยชั้นบนทั้งชั้น คอยดูแลเอาใจใส่อย่างอ่อนโยนด้วยตัวเองทุกวัน ดูท่าทางคงจะรักมาก

เจียงอวี่เฟยนอนฟังอยู่บนเตียงผู้ป่วยเงียบ ๆ

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ไล่ลบโพสต์เกี่ยวกับความรักในอดีตทีละโพสต์จนหมดเกลี้ยง จากนั้นก็ลบช่องทางการติดต่อทั้งหมดของต้วนชิงเหย่ทิ้ง

วันที่ออกจากโรงพยาบาล เธอไปจัดการเรื่องเอกสารเพียงลำพัง บังเอิญเจอเข้ากับต้วนชิงเหย่ที่กำลังอุ้มหลินชิงเหยากลับห้องพักผู้ป่วยตรงหน้าลิฟต์พอดี

เธอปรายตามองอย่างเย็นชาแวบหนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนี แล้วหันหลังเดินตรงไปทางบันได

หางตาของต้วนชิงเหย่ก็เหลือบเห็นเธอเช่นกัน

ทว่ากว่าเขาจะตั้งสติได้แล้วหันกลับไป รอบกายก็ว่างเปล่าไร้ผู้คนเสียแล้ว

เขาคิดไปเองโดยสัญชาตญาณว่าตนเองคงตาฝาดไป

ในเมื่อเจียงอวี่เฟยกลัวเจ็บขนาดนั้น ตอนเรียนโดนลูกบอลอัดเข้าที่หัวเข่า เขายังต้องกอดปลอบอยู่นาน

หากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จริง ๆ เธอจะกลั้นความน้อยอกน้อยใจไว้โดยไม่บอกเขาได้อย่างไร

หลังจากกลับถึงบ้าน เจียงอวี่เฟยก็เรียกแม่บ้านมาเพื่อเอาข้าวของทั้งหมดที่ตัวเองจัดเก็บออกมาก่อนหน้านี้ไปทิ้ง

จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปในห้องหนังสือ ฉีกทำลายไดอารี่ที่บันทึกเรื่องราวตลอดแปดปีทิ้งทีละหน้าจนหมด

ความหวั่นไหวเมื่อแรกพบในวัยสิบห้าปี ความกล้าหาญที่ยอมเดินทางขึ้นเหนือมาเพียงลำพังเพื่อเขาในวัยสิบเจ็ดปี ความยินดีที่สมหวังในวัยสิบแปดปี...

ความในใจของหญิงสาวที่กักขังเธอมาตลอดแปดปีเหล่านั้นได้มลายหายไปหมดสิ้นภายในวันเดียว

เธอวางจดหมายบอกเลิกไว้ในที่ที่ต้วนชิงเหย่กลับมาแล้วจะมองเห็นได้ทันที ก่อนเข็นกระเป๋าสัมภาระใบสุดท้ายออกจากบ้าน ลงไปโบกรถแท็กซี่ที่ชั้นล่าง

คนขับเห็นว่าเธอได้รับบาดเจ็บ จึงรีบเข้ามาช่วยยกกระเป๋าเก็บใส่ท้ายรถ

เธอหันกลับไป หมายจะมองเมืองที่อาศัยอยู่มาถึงหกปีเป็นครั้งสุดท้าย ทว่าสายตากลับสบเข้ากับดวงตาคู่คุ้นเคย

ต้วนชิงเหย่เพิ่งลงจากรถมาพอดี เมื่อเห็นเธอ สีหน้าของเขาก็อ่อนลงมาก

“จะออกไปข้างนอกเหรอ”

เจียงอวี่เฟยมองเขาเงียบ ๆ ในแววตาไร้ซึ่งความรักที่เคยมีอีกต่อไป “มีธุระอะไรหรือเปล่า”

ต้วนชิงเหย่กลับมองไม่ออก รู้สึกเพียงว่าเธอยังคงไม่ยอมอ่อนข้อให้ ประกายความจนปัญญาพาดผ่านดวงตา

“กลับมาเอาของนิดหน่อยน่ะ แล้วก็อยากคุยกับเธอด้วย”

“ไม่...”

คำปฏิเสธของเจียงอวี่เฟยยังไม่ทันพูดจบ โทรศัพท์ของต้วนชิงเหย่ก็ดังขึ้นเสียก่อน หลังจากเขากดรับสาย คิ้วก็ค่อย ๆ ขมวดเข้าหากัน

หลังวางสาย เขาก็หันกลับไปเปิดประตูรถอีกครั้ง ก่อนจะทิ้งท้ายไว้อย่างรีบร้อนก่อนขึ้นรถ

“ในเมื่อเธอยังอารมณ์ไม่เย็นลง งั้นเราค่อยคุยกันวันหลังก็แล้วกัน ออกไปข้างนอกก็ระวังตัวด้วย รีบกลับมาเร็ว ๆ”

กลับมางั้นเหรอ

จะไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว

รอจนกระทั่งรถคันนั้นแล่นลับสายตาไป เจียงอวี่เฟยถึงได้ขึ้นรถตามเสียงเร่งของคนขับ

เธอปิดประตูรถ ทอดสายตามองสภาพอากาศมืดครึ้มคล้ายพายุฝนกำลังจะตั้งเค้าอยู่ภายนอกหน้าต่าง แววตาเรียบนิ่งดุจบ่อน้ำที่ตายแล้ว ไร้ซึ่งระลอกคลื่นใด ๆ

“แม่หนู จะไปไหนล่ะ”

“สนามบินค่ะ”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 24

    เจียงอวี่เฟยตอบเขากลับไปเพียงว่า“ฉันก็เหมือนกัน”เรื่องไหนที่เธอปักใจแล้วว่าไม่มีทางหวนกลับ เธอก็จะไม่มีวันหันหลังกลับไปเด็ดขาดคนที่เธอปักใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตคู่ไปตลอดชีวิต เธอก็ย่อมให้โอกาสเขาครั้งอย่างแน่นอนส่วนเรื่องของเธอกับต้วนชิงเหย่ ความจริงมันผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นเธอใช้เวลาถึงแปดปีกว่าจะตระหนักได้ว่าตัวเองเดินผิดทางแล้วจะยอมกลับไปซ้ำรอยเดิมอีกได้อย่างไรดังนั้นเธอจึงเงยหน้าขึ้น ส่งสายตาอันแน่วแน่กลับไปพร้อมกับบอกเขาอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา“ต้วนชิงเหย่ สิ่งที่พี่ชอบ ไม่เคยเป็นตัวฉันเลย แต่เป็นเงาของหลินชิงเหยาที่ซ้อนทับอยู่ในตัวฉันต่างหาก”“เหตุผลที่ฉันบอกเลิก ไม่ใช่เพราะกำลังงอน และไม่ได้รอให้พี่มาง้อ แต่เป็นเพราะฉันไม่ได้รักพี่แล้ว”“‘ขึ้นชื่อว่าการหลอกลวง ย่อมไม่สมควรได้รับการให้อภัย’ พี่ยังจำคำพูดประโยคนี้ของตัวเองได้ไหม พี่หลอกฉันมาถึงหกปี ฉันไม่อยากให้อภัยพี่ และไม่อยากเกลียดพี่ด้วย ฉันแค่ต้องการตัดจากพี่ให้เด็ดขาด สิ้นสุดเวรกรรมกันเท่านี้”ทุกถ้อยคำราวกับคมมีดที่กรีดเฉือนและสับหัวใจของต้วนชิงเหย่จนแหว่งวิ่นไม่ว่าจะทำอย่างไรเขาก็ไม่อาจยอมรับผลลัพธ์นี้ได้ จึ

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 23

    หลังจบงานแต่งงาน เจียงอวี่เฟยเปลี่ยนมาสวมชุดลำลอง จูงมือเซี่ยอวิ๋นหวยเตรียมตัวกลับเรือนหอทั้งสองคนสอดประสานสิบนิ้วเข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก ในฐานะคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจาฝ่ามือ เจียงอวี่เฟยรู้สึกเพียงว่าผิวที่ถูกแอร์เป่าจนเย็นเฉียบกำลังค่อย ๆ อุ่นขึ้นสองสามีภรรยาหลบหลีกฝูงชนหน้าประตู แล้วเดินตรงไปยังประตูหลังเพิ่งจะผลักประตูออกไป สายตาของเจียงอวี่เฟยก็ถูกดึงดูดโดยต้วนชิงเหย่ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรไม่ใช่เพราะเธอยังอาลัยอาวรณ์ความหลัง แต่เป็นเพราะใบหน้าที่ถูกชกจนฟกช้ำดำเขียวของเขามันดึงดูดความสนใจเกินไปจริง ๆจนกระทั่งได้เห็นสภาพของเขา เธอถึงเพิ่งเข้าใจว่าทำไมตอนที่พี่ชายชกต่อยถึงได้ทำเสื้อเชิ้ตขาดวิ่นขนาดนั้นก็ใช่น่ะสิ เธอเป็นน้องสาวแท้ ๆ ที่เขาเฝ้ามองมาตั้งแต่เด็กจนโตนี่นาถ้าไม่ลงมือหนักหน่อยจะไปสาสมได้อย่างไรต้วนชิงเหย่ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ พอเห็นเธอก็รีบพุ่งพรวดเข้ามา ทว่ากลับถูกขวางไว้ในระยะห้าก้าวตอนนี้เขาไม่หลงเหลือความใจเย็นแล้ว เขากัดฟันกรอดจ้องเซี่ยอวิ๋นหวยที่ขวางอยู่ด้านหน้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยการข่มขู่“เซี่ย

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 22

    ความวุ่นวายเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ไม่ได้ดึงดูดความสนใจมากนัก หลังจากพนักงานรักษาความปลอดภัยนำตัวคนที่ก่อกวนความสงบในงานออกไปตามคำสั่ง งานแต่งงานก็ดำเนินต่อไปมีเพียงสี่คนในงานที่สีหน้าเปลี่ยนไปก็คือเพื่อนสนิทสี่คนจากหอพักเดียวกันในตอนนั้นเจียงซืออวี้ที่อยู่หลังเวทีเห็นสถานการณ์ในงานอย่างชัดเจนตอนที่ต้วนชิงเหย่พุ่งพรวดขึ้นมา เขาเหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง สีหน้าก็พลันถมึงทึงทันทีพอได้ยินพนักงานดูแลพิธีการบอกว่าเหลือเวลาอีกสิบนาทีกว่าเพื่อนเจ้าบ่าวจะต้องขึ้นไปกล่าวคำอวยพร เขาก็ถอดเสื้อคลุมออก หมุนข้อมือยืดเส้นยืดสายแล้วเดินออกไปเพิ่งจะถึงหน้าประตูก็ชนเข้ากับต้วนชิงเหย่ที่สติหลุดไปแล้วแบบจัง ๆ รวมถึงเฮ่อเหยี่ยนและหยางเซียวที่ยังงุนงงกับสถานการณ์เขาโบกมือไล่คนอื่นออกไป แล้วคว้าคอเสื้อของต้วนชิงเหย่ขึ้นมา น้ำเสียงเย็นเยียบถึงขีดสุด“เมื่อกี้ที่นายตะโกนว่าไม่นะหมายความว่ายังไง ต้วนชิงเหย่ นายพูดกับใคร”แววตาของต้วนชิงเหย่เต็มไปด้วยความสับสนมืดแปดด้าน เขาจ้องมองเจียงซืออวี้อยู่นาน กว่าสายตาจะเริ่มโฟกัสได้ แล้วเค้นคำพูดลอดไรฟัน“พูดกับ...เฟยเฟย”ความสงสัยที่สะสมอยู่ในใจของเจียงซือ

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 21

    ต้วนชิงเหย่ยังไม่ทันตั้งสติ ‘เพลงมาร์ชงานแต่งงาน’ ก็ดังขึ้นตรงเวลาเขาเงยหน้าขึ้นตามเสียงก็เห็นประตูบนเวทีที่อยู่ห่างออกไปยี่สิบเมตรเปิดออกผู้ชายในชุดสูทสีดำขลับเดินเนิบนาบเข้ามาในงาน แล้วไปยืนอยู่ตรงกลางเวทีต้วนชิงเหย่สายตาสั้นเล็กน้อย จึงมองเห็นสถานการณ์ไกล ๆ ไม่ค่อยชัดนัก เขายกมือขึ้นกระทุ้งแขนของเฮ่อเหยี่ยน“ตอนนี้เจียงซืออวี้ขึ้นเวทีแล้วเหรอ”เมื่อได้ยินดังนั้น สองคนที่อยู่ข้าง ๆ ก็หันขวับกลับมามองเขาด้วยสายตาตกตะลึง“เขาจะขึ้นไปทำไม วันนี้ไม่ใช่งานแต่งเขาสักหน่อย”ไม่ใช่งานแต่งของเจียงซืออวี้เหรอแล้วเรียกเขามาทำไมสีหน้าของต้วนชิงเหย่แข็งค้างไปทันที ก่อนจะลองหยั่งเชิงถามออกไป“เจ้าบ่าวไม่ใช่เขาเหรอ”“ไม่ใช่อยู่แล้วสิ คุณชายรองตระกูลเซี่ยแห่งฮู่ไห่ เซี่ยอวิ๋นหวยต่างหากล่ะ”ชื่อของเซี่ยอวิ๋นหวย ต้วนชิงเหย่ย่อมรู้จักดีเพราะอย่างไรคุณชายรองตระกูลเซี่ยก็เป็นอัจฉริยะที่เลื่องชื่อ อายุยังน้อยแต่กลับประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นลูกบ้านอื่นที่พวกผู้ใหญ่ชอบเอามาเปรียบเทียบให้ฟังตั้งแต่เด็กเพียงแต่ตระกูลต้วนอยู่ไกลถึงจิงเป่ย ปกติไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กับทางฝั่งฮู่ไห่เท่าไหร

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 20

    กระทั่งถึงคืนวันพฤหัสบดี ต้วนชิงเหย่ก็ยังไม่ได้รับสายโทรกลับจากเจียงอวี่เฟยเขากระวนกระวายใจมาก เอาแต่ก้มหน้าก้มตาดื่มเหล้า สายตาคอยเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่เป็นระยะเซี่ยเหวยรู้ความในใจของเขาดี จึงหาวิธีพูดปลอบใจ“เธอก็คงแค่แผลงฤทธิ์เอาแต่ใจแบบเด็กผู้หญิง รอให้นายไปง้ออยู่นั่นแหละ เฟยเฟยชอบนายมากขนาดนั้น ทุกคนก็เห็น ๆ กันอยู่ จะอยากเลิกจริง ๆ ได้ยังไง ให้ฉันดูนะ ร้อยทั้งร้อยคงเป็นเธอที่ยุให้พี่ชายชวนนายไปร่วมงานแต่ง ก็แค่อยากจะหาทางลงให้นายเท่านั้นแหละ”พอได้ยินคำพูดเหล่านี้ ในที่สุดใจของต้วนชิงเหย่ก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้างเขาดูเวลา รอจนถึงสามทุ่มก็รีบลุกขึ้นมุ่งหน้าไปสนามบินทันทีเซี่ยเหวยเป็นคนขับรถไปส่ง ระหว่างที่รถติดไฟแดง เขาก็มองกล่องของขวัญที่ห่ออย่างประณีตหลายกล่องตรงเบาะหลัง น้ำเสียงแฝงความอิจฉาเล็กน้อย“แค่เพื่อนร่วมห้องสมัยมหาลัยแต่งงานไม่ใช่เหรอ ถึงกับต้องจัดเต็มขนาดนี้เลยหรือไง ถึงขั้นไปขุดเอาของล้ำค่าก้นหีบของคุณปู่ออกมาเลย ตอนฉันแต่งงาน นายห้ามลำเอียงเด็ดขาดนะ!”ต้วนชิงเหย่ปรายตามองเขาทีหนึ่ง ก่อนจะโยนสร้อยลูกประคำในมือส่งไปให้“เพื่อนร่วมห้องอะไร นั่นมันว่าที่พี

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 19

    มีเพียงหลินชิงเหยาที่ยังคงจมอยู่ในฝันหวานว่าจะถูกขอแต่งงาน เธอทำหน้ามุ่ยแล้วเริ่มแผลงฤทธิ์เหมือนอย่างเคย“ถ้านายทำแบบนี้ ฉันจะไม่ตกลงแต่งกับนายแล้วนะ!”ต้วนชิงเหย่พยักหน้ารับด้วยสีหน้าไม่แยแส ก่อนจะทิ้งประโยคที่ทำเอาคนทั้งงานเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง“จะตกลงหรือไม่ก็ไม่สำคัญหรอก เพราะคนที่ฉันอยากขอแต่งงานด้วยไม่ใช่เธออยู่แล้ว”หลินชิงเหยามองเขาด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ ร่างทั้งร่างสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม“ที่พูดมาน่ะ หมายความว่ายังไง”“หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ”ต้วนชิงเหย่โยนช่อดอกไม้ในมือทิ้งลงพื้นอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะปิดกล่องแหวนในฝ่ามือดังปัง“ก็หมายความว่าคนที่ฉันอยากจะขอแต่งงานด้วย ไม่ใช่เธอหลินชิงเหยาไงล่ะ”สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งห้องโถงก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดเหลือเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาต้วนชิงเหย่ไม่สนใจเลยสักนิดว่าตอนนี้อีกฝ่ายจะมีสีหน้าอย่างไร เขาหันหลังไปค้อมตัวแสดงความเคารพต่อแขกรอบทิศ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือรอยยิ้ม“ขอโทษทุกคนด้วย จริง ๆ วันนี้เป็นแค่การซ้อมขอแต่งงานเท่านั้น วันอาทิตย์นี้ ผมจะขอแฟนแต่งงานในเวลาและสถานที่เดียวกันนี้ ถึงตอนนั้นหวังว่าทุกคนจะมาร่วม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status