LOGIN“เฮ้อ ข้าไม่ได้ช่วยกระไรเจ้าจริง ๆ และคำเล่านี้ขอให้แทนสิ่งระอายใจต่อเจ้าก็แล้วกัน”
อย่างหวานซึ้งได้ เขาจึงยกทารกตัวอวบอ้วนสูงขึ้นฟ้าเพื่อหวังจะโยนให้ตกลงมา“แง่”“อย่าทำอะไรลูกข้านะ!” จูซินรีบกระโจนเข้าไปช่วยลูก ในขณะที่เฟยอวี่ได้จับกระบี่มั่น วิ่งเข้าใส่หูลี่จิงเช่นกันในช่วงจังหวะชุลมุนนั้นเองมีลูกธนูพุ่งผ่านเขาทั้งสอง มุ่งตรงไปปักตรงกลางอกของปีศาจจิ้งจอกอย่างทันท่วงที จึงทำให้หูลี่จิงเสียหลักปล่อยหมิงซินหลุดมือ เฟยอวี่เห็นเช่นนั้นจึงกระโดดเข้าไปรับบุตรชายไว้ในอ้อมแขนนี่เป็นครั้งแรกที่เฟยอวี่ได้รับรู้ถึงความเป็นบิดา กายอบอุ่นของลูก และหน้าตาที่เปียกปอนอย่างน่าสงสาร กำลังร้องไห้ให้เขาปลอบ บิดาจึงกอดไว้แน่นพร้อมหันไปมองจูซินเห็นว่านางไม่เป็นอันใดพลอยโล่งอก“เจ้า!” หูลี่จิงเข่าทรุด พร้อมเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของธนูดอกนี้อันฉียืนหลังตรงจับคันธนูดวงตาเยือกเย็นจ้องมองสามีที่รักคนอื่นมากกว่านาง โดยมีทัพปีศาจจิ้งจอกอยู่ด้านหลัง ฮูหยินเอกแห่งแดนปีศาจจิ้งจอกจึงต้องปรามด้วยตัวเอง หากนางหยุดยั้งหูลี่จิงไม่ได้ก็ไม่สมควรปกคองในแดนปีศาจอีกต่อไป“ฮูหยินเอก” จูซินน้ำตารื้น มองหญิงที่เป
“เฮ้อ ข้าไม่ได้ช่วยกระไรเจ้าจริง ๆ และคำเล่านี้ขอให้แทนสิ่งระอายใจต่อเจ้าก็แล้วกัน”จูซินตั้งใจฟัง“สามีของเจ้าถูกหูลี่จิงทำร้าย เมื่อตอนที่เจ้าสลบอยู่ที่เคหะแห่งนี้ เป็นเขาเองที่ผลักไสให้สามีของเจ้าออกไปเผชิญชะตากรรมด้านนอก เพื่อกำจัดให้หายไปจากเจ้าตลอดกาล”“หา! จริงรึ หูลี่จิงข้าจะฆ่าเจ้า”อันฉีผลักไหล่ปีศาจหมูให้ล้มลง “เจ้าไม่มีสิทธิ์ทำร้ายท่านพี่ของข้า ที่ฆ่าบอกเป็นเพราะอยากให้เจ้ารู้ว่าจอมปีศาจอย่างเขาสามารถทำสิ่งที่ต้องการได้โดยง่าย หากเจ้ามีชีวิตอยู่ต่อ เพื่อออกไปตามหาสามีของเจ้าได้ จงทำเป็นเชื่องต่อเขา และอย่าคิดหาทางหนี หากเจ้ายิ่งหนีเขาจะยิ่งตาม ฆ่าได้ทุกคนไม่เว้นแม้กระทั่งลูกในท้องของเจ้า”“เชื่อข้า สักวันข้าจะหาทางช่วยเจ้าให้ออกไปจากที่นี่”“เจ้าค่ะ ข้าจะเชื่อฮูหยิน”“เจ้าจงรับปากข้า ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ไม่รักท่านพี่ของข้าโดยเด็ดขาด”“ข้าทำใจรักหูลี่จิงไม่ได้ดอก ฮูหยินเอกโปรดจงเชื่อใจ”กล
คงต้องย้อนกลับไปในวันที่นางรู้ความจริงว่ากำลังตั้งครรภ์หลังจากถูกขังอยู่ในเคหะของปีศาจจิ้งจอก จูซินร้องไห้อยู่ในห้องที่ถูกขังจากด้านนอก นางสิ้นหวังหมดอาลัยราวกับโลกทั้งใบแตกสลาย อยากฆ่าตัวเองให้ตายที่ผิดบาปต่อสามีอย่างไม่น่าให้อภัยดวงตาบวมจากการร้องไห้จนน้ำตาแห้งเหือด หัวใจอ่อนล้าและหมดเรี่ยวแรง มองเหม่ออย่างไร้ซึ่งหนทางสว่างในจิตใจมืดบอด แม้แต่ข่มตานอนยังทำไม่ได้ ร่างกายสั่นระริกยอมอดข้าวอดน้ำ เผลอคิดไปว่าหากนางตายไป ทายาทที่เกิดจากปีศาจจิ้งจอกแสนชิงชังจะต้องตายไปด้วยในราตรีหนึ่งที่นางนั่งกอดเข่าร้องไห้ ประตูที่ถูกปิดสนิทได้เปิดออก นางชินชาที่เห็นนางกำนัลมักนำสำรับอาหารมาเปลี่ยนให้ถึงแม้จะไม่แตะมันเลยก็ตาม แต่ความนี้แตกต่างออกไปนางเห็นสตรีงดงามคนหนึ่งย่างกรายเข้ามา พร้อมประตูที่ปิดตามหลังใบหน้าเย่อหยิ่งสง่างาม ชุดแต่งกายบ่งบอกฐานะ ด้วยปิ่นประดับสูงค่าให้เดาได้ว่านางผู้นี้คือฮูหยินเอกของหูลี่จิง“เจ้าเองรึ”สายตาชิงชังมองไปที่ปีศาจหมูที่ด้อยกว่านางทุกอย่าง ยิ่งทำให้อันฉีโกรธเกรี้ยวที่สามีดันไปคว้าของชั้นต่ำเช่นนี้มาเป็นฮูหยินแทนที่ตำ
“พี่คิดถึงเจ้าซินซิน พี่ขอโทษที่พี่มาหาเจ้าช้าไป หากพี่ไม่ความจำเสื่อมพี่คงกลับมาหาเจ้าได้เร็วกว่านี้” เสียงสะอื้นบอก “ฮูหยินของพี่เจ้าจะลงโทษพี่อย่างไรก็ได้ พี่ผิดไปแล้ว พี่ผิดต่อเจ้านัก”“ท่านพี่...” จูซินร้องไห้ไม่ต่างกันกอดกันกลมท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายอีกครั้งราวกับเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นใหม่ กับบททดสอบที่ต้องร่วมกันผ่านอุปสรรคอันใหญ่หลวงให้ผ่านพ้นไปให้ได้อย่างน้อยในวันนี้ก็ได้รู้แล้วว่าใจของพวกเขายังมั่นคงต่อกันเสมอ และมีพยานรักอย่างหมิงซินที่ไม่ต้องบอกว่าเป็นลูกของใคร เพียงแค่เห็นหน้าจิ้มลิ้มที่เหมือนเฟยอวี่ราวกับแฝดเป็นหลักฐานชั้นดีที่สุดแล้ว“ฮูหยินกลับเมืองหลวงกับพี่เถิดนะ” เฟยอวี่พูดขึ้น “พี่อยากดูแลเจ้าในฐานะฮูหยิน”“เจ้าคิดว่ามันง่ายเช่นนั้นรึ”จู่ ๆ ได้มีเสียงอันทรงพลังแทรกขึ้น จูซินตาเบิกโพลงหันขวับไปมองหูลี่จิงที่ตอนนี้ยืนจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ นางจึงขยับร่างอวบอ้วนมาบังสามีที่รักไว้“หูลี่จิง!”&ld
เสียงเจื้อยแจ้วของทารกดังอยู่เนือง ๆ หมิงซินกำลังพูดจ้อไม่เป็นคำ บ้างส่งรอยยิ้มอวดฟันเขี้ยวที่มีเพียงสองซีกกับเหงือกแดงนั้น ยกมือป้อมกำแบในอากาศ หมายจะจับหิมะที่โปรยปรายไปตามทาง ร่างอวบอ้วนของทารกถูกอุ้มอยู่ในอ้อมแขนมารดา หลังจากทำงานที่โรงหมอจนเสร็จ จูซินจึงได้พาลูกมาเดินเล่น และกำลังเข้าไปในแดนปีศาจที่อยู่อีกไม่ไกลนัก“เจ้าลูกหมู เจ้าชอบอากาศหนาวรึ” จูซินถามเด็กน้อย“แอ้” ทารกยิ้มแป้น ส่งเสียงไม่เป็นคำตอบคล้ายรู้ความพวงแก้มแดงปริเมื่อปากเล็กขยับอ้ายัดกำปั้นตัวเองเข้าไปกัดเล่นจนชุ่มน้ำลาย มารดาจับหมวกที่คลุมกระหม่อมบางให้เข้าที่ พร้อมกำชับอ้อมแขนให้ความอบอุ่นจากกายส่งไปถึงลูก เดินย่ำหิมะหนาวเหน็บไปตามทาง เมื่อขยับเท้าก้าวเดินไปได้ทิ้งรอยหลุมลึกไว้ตามหลัง“แอ้ ๆ” หมิงซินโน้มตัวไปข้างหน้า แบมืออยากคว้าหิมะปุยขาวที่เหมือนข้าวในถ้วย หมิงซินรู้สึกหิวอยากจะกินหิมะดูสักครั้ง น้ำลายจึงไหลย้อย มองกองขาวโพลนด้วยตาเป็นประกาย“ไม่ได้ลูก เดี๋ยวเจ้าจะไม่สบายเอานะหมิงซิน”“แอ้ ๆ แง”หมิงซ
เปลือกตาของคนเจ็บบนเตียงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เฟยอวี่เห็นแผ่นหลังของหญิงชุดขาวกำลังเดินออกไป คลับคล้ายคลับคลาเหมือนซินซินที่เขารู้จัก ปากซีดพะงาบพยายามเปล่งเสียงเรียกนาง“ซินซิน” เสียงแผ่วเบาที่ยากจะให้ผู้ใดได้ยิน ไม่อาจรั้งให้หญิงผู้นั้นเหลียวมาคนที่ยังบาดเจ็บอยู่สลบลงกลับสู่ห้วงนิทรา ที่ในภาพนิมิตนั้นมีหญิงที่ชื่อซินซินอยู่ เฟยอวี่จำได้แล้วทุกอย่างในความทรงจำที่เคยหายไปเมื่อหนึ่งปีนั้น เขาเป็นคนบาดเจ็บและตาบอด ได้รับการช่วยเหลือจากหญิงนางหนึ่ง นางเอ่ยขานชื่อตัวเอง และตั้งชื่อให้เขา ด้วยความผูกพัน และการดูแลเอาใจใส่ ทำให้เขารักซินซินอย่างยากจะถอน และความรักผลิบานจนพวกเขาได้ตกลงปลงใจเป็นสามีภรรยากันสร้อยคอของเสด็จแม่ที่เขามักสวมติดกาย เฟยอวี่เป็นคนมอบให้ไว้กับมือ มันไม่ได้หายไปไหนอย่างที่เข้าใจ เพียงแค่ได้มอบของสำคัญนั้นไว้เป็นเครื่องแทนใจ แต่แล้วเหตุการณ์ร้ายก็เกิดขึ้น ทำให้เฟยอวี่ต้องบาดเจ็บและจมอยู่บนกองหิมะในครานั้นนั่นเอง“ซินซิน!”ฝันที่ไม่อยากตื่นกินเวลาไปนานนับเดือน ได้ปลุกคนหายดีให้ลุกขึ้นพรวด เผลอปัดถ้วย







