LOGIN“พี่คิดถึงเจ้าซินซิน พี่ขอโทษที่พี่มาหาเจ้าช้าไป หากพี่ไม่ความจำเสื่อมพี่คงกลับมาหาเจ้าได้เ
“พี่คิดถึงเจ้าซินซิน พี่ขอโทษที่พี่มาหาเจ้าช้าไป หากพี่ไม่ความจำเสื่อมพี่คงกลับมาหาเจ้าได้เร็วกว่านี้” เสียงสะอื้นบอก “ฮูหยินของพี่เจ้าจะลงโทษพี่อย่างไรก็ได้ พี่ผิดไปแล้ว พี่ผิดต่อเจ้านัก”“ท่านพี่...” จูซินร้องไห้ไม่ต่างกันกอดกันกลมท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายอีกครั้งราวกับเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นใหม่ กับบททดสอบที่ต้องร่วมกันผ่านอุปสรรคอันใหญ่หลวงให้ผ่านพ้นไปให้ได้อย่างน้อยในวันนี้ก็ได้รู้แล้วว่าใจของพวกเขายังมั่นคงต่อกันเสมอ และมีพยานรักอย่างหมิงซินที่ไม่ต้องบอกว่าเป็นลูกของใคร เพียงแค่เห็นหน้าจิ้มลิ้มที่เหมือนเฟยอวี่ราวกับแฝดเป็นหลักฐานชั้นดีที่สุดแล้ว“ฮูหยินกลับเมืองหลวงกับพี่เถิดนะ” เฟยอวี่พูดขึ้น “พี่อยากดูแลเจ้าในฐานะฮูหยิน”“เจ้าคิดว่ามันง่ายเช่นนั้นรึ”จู่ ๆ ได้มีเสียงอันทรงพลังแทรกขึ้น จูซินตาเบิกโพลงหันขวับไปมองหูลี่จิงที่ตอนนี้ยืนจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ นางจึงขยับร่างอวบอ้วนมาบังสามีที่รักไว้“หูลี่จิง!”&ld
เสียงเจื้อยแจ้วของทารกดังอยู่เนือง ๆ หมิงซินกำลังพูดจ้อไม่เป็นคำ บ้างส่งรอยยิ้มอวดฟันเขี้ยวที่มีเพียงสองซีกกับเหงือกแดงนั้น ยกมือป้อมกำแบในอากาศ หมายจะจับหิมะที่โปรยปรายไปตามทาง ร่างอวบอ้วนของทารกถูกอุ้มอยู่ในอ้อมแขนมารดา หลังจากทำงานที่โรงหมอจนเสร็จ จูซินจึงได้พาลูกมาเดินเล่น และกำลังเข้าไปในแดนปีศาจที่อยู่อีกไม่ไกลนัก“เจ้าลูกหมู เจ้าชอบอากาศหนาวรึ” จูซินถามเด็กน้อย“แอ้” ทารกยิ้มแป้น ส่งเสียงไม่เป็นคำตอบคล้ายรู้ความพวงแก้มแดงปริเมื่อปากเล็กขยับอ้ายัดกำปั้นตัวเองเข้าไปกัดเล่นจนชุ่มน้ำลาย มารดาจับหมวกที่คลุมกระหม่อมบางให้เข้าที่ พร้อมกำชับอ้อมแขนให้ความอบอุ่นจากกายส่งไปถึงลูก เดินย่ำหิมะหนาวเหน็บไปตามทาง เมื่อขยับเท้าก้าวเดินไปได้ทิ้งรอยหลุมลึกไว้ตามหลัง“แอ้ ๆ” หมิงซินโน้มตัวไปข้างหน้า แบมืออยากคว้าหิมะปุยขาวที่เหมือนข้าวในถ้วย หมิงซินรู้สึกหิวอยากจะกินหิมะดูสักครั้ง น้ำลายจึงไหลย้อย มองกองขาวโพลนด้วยตาเป็นประกาย“ไม่ได้ลูก เดี๋ยวเจ้าจะไม่สบายเอานะหมิงซิน”“แอ้ ๆ แง”หมิงซ
เปลือกตาของคนเจ็บบนเตียงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เฟยอวี่เห็นแผ่นหลังของหญิงชุดขาวกำลังเดินออกไป คลับคล้ายคลับคลาเหมือนซินซินที่เขารู้จัก ปากซีดพะงาบพยายามเปล่งเสียงเรียกนาง“ซินซิน” เสียงแผ่วเบาที่ยากจะให้ผู้ใดได้ยิน ไม่อาจรั้งให้หญิงผู้นั้นเหลียวมาคนที่ยังบาดเจ็บอยู่สลบลงกลับสู่ห้วงนิทรา ที่ในภาพนิมิตนั้นมีหญิงที่ชื่อซินซินอยู่ เฟยอวี่จำได้แล้วทุกอย่างในความทรงจำที่เคยหายไปเมื่อหนึ่งปีนั้น เขาเป็นคนบาดเจ็บและตาบอด ได้รับการช่วยเหลือจากหญิงนางหนึ่ง นางเอ่ยขานชื่อตัวเอง และตั้งชื่อให้เขา ด้วยความผูกพัน และการดูแลเอาใจใส่ ทำให้เขารักซินซินอย่างยากจะถอน และความรักผลิบานจนพวกเขาได้ตกลงปลงใจเป็นสามีภรรยากันสร้อยคอของเสด็จแม่ที่เขามักสวมติดกาย เฟยอวี่เป็นคนมอบให้ไว้กับมือ มันไม่ได้หายไปไหนอย่างที่เข้าใจ เพียงแค่ได้มอบของสำคัญนั้นไว้เป็นเครื่องแทนใจ แต่แล้วเหตุการณ์ร้ายก็เกิดขึ้น ทำให้เฟยอวี่ต้องบาดเจ็บและจมอยู่บนกองหิมะในครานั้นนั่นเอง“ซินซิน!”ฝันที่ไม่อยากตื่นกินเวลาไปนานนับเดือน ได้ปลุกคนหายดีให้ลุกขึ้นพรวด เผลอปัดถ้วย
ฉกรรจ์ที่แข็งแรง มีทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์หลากชนิด ครั้นเมื่อจูซินลงจากรถม้าได้เห็นแข้งขาแข็งและมือเย็นในทันทีกลิ่นดินกลิ่นเหงื่อสาบอย่างมนุษย์ที่มีจำนวนมาก จูซินที่เป็นปีศาจหมูมีอาการหวาดกลัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ ฮวาหยงที่ยืนถืออุปกรณ์ในมือสังเกตอยู่ตลอดเวลาจึงเอ่ย“ท่านหมอไม่ต้องกังวลไป ข้ายังอยู่ข้างกายท่าน” ใบหน้าสวยยิ้มให้“ขอบใจนะฮวาหยง”“ทางนี้ขอรับ” ทหารนายเดิมวิ่งมาจากด้านหน้า ชี้นำทางให้สองหญิงเดินไปตามทางจูซินเหลือบมองอาณาจักรที่เต็มไปด้วยร่องรอยจากการสู้รบ เหล่าพลทหารได้รับบาดเจ็บอยู่มากพอสมควร เกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจและหดหู่อยู่ไม่น้อย ไม่ทันไรฝีเท้าได้เดินมาถึงกระโจมใหญ่ ซึ่งมีทหารสองนายยืนตัวตรงเฝ้าอยู่ที่ด้านหน้า“ข้าน้อยพาหมอเทวดามาแล้วขอรับ”“หมอเทวดา ข้ารบกวนแล้ว”จางเหว่ยรออย่างร้อนใจ รีบก้มศีรษะเล็กน้อยเป็นการทักทาย สายตาเหลือบมองหมอเทวดาที่เพิ่งได้พบเห็นคราวแรก ร่างอวบอ้วนถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวเสียมิดชิด เหลือไว้เพียงดวงตากลมโตอย่างหญิงสาวนั่นที่บ่งบอกว
สงครามได้สิ้นสุดแล้วจูซินจึงหายใจหายคอได้โล่งขึ้น ชาวบ้านในแคว้นเป่ยเฉียนยังคงใช้ชีวิตสงบสุขเหมือนอย่างเคย และอาจครึกครื้นมากขึ้น จากผู้คนที่เดินมาจับจ่ายอยู่เต็มท้องถนน หลังจากโรคระบาดหายไปโรงหมอเทวดาไม่ได้ว่างเว้น ผู้คนยังเจ็บป่วยด้วยโรคอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะมากหรือน้อยหมอนิรนามในนามของหูหมิงหมิงยังคงกลับมาที่นี่“ท่านหมอ ๆ” ทหารแห่งเมืองหลวงวิ่งหน้าตั้งเข้ามา“มีอันใดรึ”ฮวาหยงตั้งรับอยู่ด้านหน้าจำเป็นต้องกางแขนดักทางไว้ นางมีหน้าที่คอยสอดส่องดูแลหมอเทวดาไม่ให้ละสายตา ถึงตอนนี้ทุกอย่างจะสงบลงแต่ก็ไม่อาจเบาใจได้“ข้าอยากให้ท่านหมอช่วยไปรักษาท่านแม่ทัพให้ข้าที”เสียงนายทหารที่มีแต่ความร้อนใจ ดังมาถึงห้องด้านใน จูซินที่สวมชุดขาวอย่างหมอใจสั่นระริก มือไม้อ่อนในทันที ส่วนชายที่ยืนอุ้มหมิงซินอยู่ด้วยมองใบหน้าของนางด้วยความขุ่นเคือง หูลี่จิงกำลังสังเกตอีกฝ่ายด้วยใจที่หวาดหวั่น“ท่านหมอช่วยชีวิตท่านแม่ทัพของข้าน้อยด้วย เขากำลังจะตายแล้วขอรับท่านหมอ”ทหารนายนั้นคุกเข่า พร้อมก้มศีรษะจรดพื้นอยู่หลา
“เจ้าค่ะ เจ้า...ท่านพี่ไปอาบน้ำเปลี่ยนผ้าเสียใหม่เถิด เดี๋ยวหมิงซินตื่นขึ้นมาเห็นหน้าท่านจะร้องไห้ตกใจเอาเสียเปล่า” เห็นอีกฝ่ายถลึงตาใส่ จูซินจึงรีบเปลี่ยนสรรพนาม ถือเสียว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจในครั้งนี้“เจ้าไปถูหลังให้ข้าไม่ได้หรือฮูหยิน”“ข้าต้องดูลูก อย่าได้คิดหวังสิ่งใดเลย”“เจ้าใจร้ายกับข้านัก”“คงต้องโทษที่ข้าไร้หัวใจ เพราะข้าได้มอบให้เหยี่ยนจิงไปแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะทิ้งขว้างไปแล้วก็ตาม บัดนี้ข้าจึงไร้ดวงใจ ที่ต่อให้เหยี่ยนจิงกลับมาข้าก็คง...ไม่อาจรักได้อีกต่อไปแล้ว”จูซินไม่อยากจะเลือกใครในตอนนี้ เพราะใจเปราะบางเหลือเกิน นางไม่อาจรักคนที่คิดจะฆ่าปีศาจหมูได้ และไม่อาจรักปีศาจชั่วช้าที่คิดจะครอบครองใจนาง คนที่นางรักได้ใจตอนนี้มีเพียงบุตรชายเท่านั้นใบหน้าเรียบนิ่งทันทีที่ได้ยินคำตอบของร่างอวบอ้วนตรงหน้า ไม่ได้ยินดียินร้าย แต่นับว่าพึงพอใจอยู่บ้างที่จูซินจะไม่กลับไปรักมนุษย์ผู้นั้นอีก หูลี่จิงจึงเดินออกไปตามที่อีกฝ่ายบอก และนั่นทำให้ปีศาจหมูได้ปล่อยอารมณ์ที่ประเดประดังเข้ามาในใจอีกครั้งร่างอวบอ้วนทรุดลงบนพื้นกำผลึกไว้แนบอกแล้วร้องไ







