Masuk“ท่านคงตัดสินใจดีแล้ว ขอให้ท่า
“ท่านคงตัดสินใจดีแล้ว ขอให้ท่านโชคดี” ทำลายจดหมายนั้นด้วยไฟจากเทียน ให้ความลับนี้ตายไปพร้อมกับชื่อแม่ทัพใหญ่ และองค์ชายรอง ตามความประสงค์ของสหายที่อยากให้โลกลืมเลือนว่าราวกับว่าได้ตายไปแล้ว“เตรียมตัวเดินทางกลับวังหลวงได้” “ขอรับ” “ท่านพ่อ” เสียงเล็กของหมิงซินดังมาแต่ไกล เด็กตัวอ้วนวัยสามขวบวิ่งเข้ามาหาบิดา ในมือกำลำไม้ไผ่ไม้มั่น ใบหน้าสดใสที่มองยามในพลันให้ยิ้มกว้าง ความแสนซนอย่าเด็กชายเข้ามาก่อกวนบิดาที่ตอนนี้กำลังง่วนอยู่กับการทำแปลงผัก เพียงแค่ได้เห็นพยานรักที่โตวันโตคืน ความเหน็บเหนื่อยจนเหงื่อท่วมได้มลายไป มือใหญ่ละจากด้ามจอบ คุกเข่าตั้งขาไว้ข้างหนึ่ง ให้สายตาอยู่ระดับ
ยังมีสิ่งที่กังวลและหวงแหนโดยเฉพาะชีวิตและความสุขของจูซินกับลูกที่เขาต้องดูแลให้ดี “ขอบคุณท่านพี่มาก ข้ารักท่านพี่” “ข้าก็รักเจ้า” ทั้งสองกอดกันกลม ความอบอุ่นอบอวลคลุ้งทั่วห้อง ใจของเฟยอวี่เต้นแรงและรู้สึกมีเป้าหมายในชีวิตมากขึ้น ไม่ต้องเครียดคิดมากกับเรื่องการเมืองและออกศึก มีเพียงชีวิตที่แสนสงบสุขซึ่งเป็นสิ่งที่เขาตามหามาเนิ่นนาน บัดนี้ได้สัมผัสมันแล้วถึงได้รู้ว่าดีอย่างนี้นี่เอง “หากท่านพี่อยากกลับไป ข้าก็จะไม่ห้าม ข้ารู้ว่าเรื่องนั้นสำคัญกับท่านพี่นัก” เฟยอวี่ยิ้ม “เวลานี้เจ้ากับลูกสำคัญยิ่ง หากหมิงซินโตเป็นหนุ่มกว่านี้และทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ข้าอาจกลับไป ไม่ใช่เพราะอยากมีอำนาจเหนือผู้ใด เพียงแค่อยากล้
เฟยอวี่พาจูซินวิ่งมาบริเวณที่เขาผูกม้าไว้ พานางกระโดดขึ้นหลังม้าและควบให้มันวิ่งออกไปจากแคว้นเป่ยเฉียนให้เร็วที่สุด โดยที่จูซินกับลูกนั่งอยู่ด้านหลังของเขา วงแขนของนางกอดเขาไว้แน่น พร้อมกายอบอุ่นของลูกที่ขั้นไว้ พลางกุมมือนางไว้ และอีกข้างจับเชือก ปลายเท้าตีสีข้างของม้าคอยเร่งจังหวะให้วิ่งไปอย่างรวดเร็ว ตามหนทางด้านหน้าให้ออกจากแคว้นนี้ให้เร็วที่สุด “ท่านพี่ ท่านจะพาข้ากับลูกไปที่ใด” “ข้ายังไม่รู้” เฟยอวี่คิดหนัก เขาพานางกลับไปค่ายทหารไม่ได้ และยิ่งเป็นที่อันตรายอย่างวังหลวงยิ่งแล้วใหญ่ “ไปที่เหวนรกชัน ที่นั่นมีที่ซ่อนตัว ไม่ว่าผู้ใดก็เข้าไปไม่ได้” จูซินรีบบอก สถานที่แห่งนี้เป็นที่ลับที่บิดามารดาของนางเคยพาไป และคิดว่าสมควรแล้วที่จะหลบไปอยู่ที่นั่น “ข้าจะพาเจ้าไป”
อย่างหวานซึ้งได้ เขาจึงยกทารกตัวอวบอ้วนสูงขึ้นฟ้าเพื่อหวังจะโยนให้ตกลงมา“แง่”“อย่าทำอะไรลูกข้านะ!” จูซินรีบกระโจนเข้าไปช่วยลูก ในขณะที่เฟยอวี่ได้จับกระบี่มั่น วิ่งเข้าใส่หูลี่จิงเช่นกันในช่วงจังหวะชุลมุนนั้นเองมีลูกธนูพุ่งผ่านเขาทั้งสอง มุ่งตรงไปปักตรงกลางอกของปีศาจจิ้งจอกอย่างทันท่วงที จึงทำให้หูลี่จิงเสียหลักปล่อยหมิงซินหลุดมือ เฟยอวี่เห็นเช่นนั้นจึงกระโดดเข้าไปรับบุตรชายไว้ในอ้อมแขนนี่เป็นครั้งแรกที่เฟยอวี่ได้รับรู้ถึงความเป็นบิดา กายอบอุ่นของลูก และหน้าตาที่เปียกปอนอย่างน่าสงสาร กำลังร้องไห้ให้เขาปลอบ บิดาจึงกอดไว้แน่นพร้อมหันไปมองจูซินเห็นว่านางไม่เป็นอันใดพลอยโล่งอก“เจ้า!” หูลี่จิงเข่าทรุด พร้อมเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของธนูดอกนี้อันฉียืนหลังตรงจับคันธนูดวงตาเยือกเย็นจ้องมองสามีที่รักคนอื่นมากกว่านาง โดยมีทัพปีศาจจิ้งจอกอยู่ด้านหลัง ฮูหยินเอกแห่งแดนปีศาจจิ้งจอกจึงต้องปรามด้วยตัวเอง หากนางหยุดยั้งหูลี่จิงไม่ได้ก็ไม่สมควรปกคองในแดนปีศาจอีกต่อไป“ฮูหยินเอก” จูซินน้ำตารื้น มองหญิงที่เป
“เฮ้อ ข้าไม่ได้ช่วยกระไรเจ้าจริง ๆ และคำเล่านี้ขอให้แทนสิ่งระอายใจต่อเจ้าก็แล้วกัน”จูซินตั้งใจฟัง“สามีของเจ้าถูกหูลี่จิงทำร้าย เมื่อตอนที่เจ้าสลบอยู่ที่เคหะแห่งนี้ เป็นเขาเองที่ผลักไสให้สามีของเจ้าออกไปเผชิญชะตากรรมด้านนอก เพื่อกำจัดให้หายไปจากเจ้าตลอดกาล”“หา! จริงรึ หูลี่จิงข้าจะฆ่าเจ้า”อันฉีผลักไหล่ปีศาจหมูให้ล้มลง “เจ้าไม่มีสิทธิ์ทำร้ายท่านพี่ของข้า ที่ฆ่าบอกเป็นเพราะอยากให้เจ้ารู้ว่าจอมปีศาจอย่างเขาสามารถทำสิ่งที่ต้องการได้โดยง่าย หากเจ้ามีชีวิตอยู่ต่อ เพื่อออกไปตามหาสามีของเจ้าได้ จงทำเป็นเชื่องต่อเขา และอย่าคิดหาทางหนี หากเจ้ายิ่งหนีเขาจะยิ่งตาม ฆ่าได้ทุกคนไม่เว้นแม้กระทั่งลูกในท้องของเจ้า”“เชื่อข้า สักวันข้าจะหาทางช่วยเจ้าให้ออกไปจากที่นี่”“เจ้าค่ะ ข้าจะเชื่อฮูหยิน”“เจ้าจงรับปากข้า ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ไม่รักท่านพี่ของข้าโดยเด็ดขาด”“ข้าทำใจรักหูลี่จิงไม่ได้ดอก ฮูหยินเอกโปรดจงเชื่อใจ”กล
คงต้องย้อนกลับไปในวันที่นางรู้ความจริงว่ากำลังตั้งครรภ์หลังจากถูกขังอยู่ในเคหะของปีศาจจิ้งจอก จูซินร้องไห้อยู่ในห้องที่ถูกขังจากด้านนอก นางสิ้นหวังหมดอาลัยราวกับโลกทั้งใบแตกสลาย อยากฆ่าตัวเองให้ตายที่ผิดบาปต่อสามีอย่างไม่น่าให้อภัยดวงตาบวมจากการร้องไห้จนน้ำตาแห้งเหือด หัวใจอ่อนล้าและหมดเรี่ยวแรง มองเหม่ออย่างไร้ซึ่งหนทางสว่างในจิตใจมืดบอด แม้แต่ข่มตานอนยังทำไม่ได้ ร่างกายสั่นระริกยอมอดข้าวอดน้ำ เผลอคิดไปว่าหากนางตายไป ทายาทที่เกิดจากปีศาจจิ้งจอกแสนชิงชังจะต้องตายไปด้วยในราตรีหนึ่งที่นางนั่งกอดเข่าร้องไห้ ประตูที่ถูกปิดสนิทได้เปิดออก นางชินชาที่เห็นนางกำนัลมักนำสำรับอาหารมาเปลี่ยนให้ถึงแม้จะไม่แตะมันเลยก็ตาม แต่ความนี้แตกต่างออกไปนางเห็นสตรีงดงามคนหนึ่งย่างกรายเข้ามา พร้อมประตูที่ปิดตามหลังใบหน้าเย่อหยิ่งสง่างาม ชุดแต่งกายบ่งบอกฐานะ ด้วยปิ่นประดับสูงค่าให้เดาได้ว่านางผู้นี้คือฮูหยินเอกของหูลี่จิง“เจ้าเองรึ”สายตาชิงชังมองไปที่ปีศาจหมูที่ด้อยกว่านางทุกอย่าง ยิ่งทำให้อันฉีโกรธเกรี้ยวที่สามีดันไปคว้าของชั้นต่ำเช่นนี้มาเป็นฮูหยินแทนที่ตำ







