بيت / รักโบราณ / ล่าปีศาจหมู / บทที่ 9.2 ความรักผลิบาน

مشاركة

บทที่ 9.2 ความรักผลิบาน

last update تاريخ النشر: 2026-08-21 19:24:14

หลังจากวันนั้นคนไร้ซึ่งแสงนำทางผู้นี้ได้ทำหน้าที่สามีให้กับจูซินอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ความรักของพวกเขาเบ่งบานชื่นมื่นอยู่นานเป็นปีอาการบาดเจ็บของเหยี่ยนจิงก็หายเป็นปลิดทิ้ง เหลือเพียงดวงตาคู่นี้ที่ยังมืดบอดและยังจำอดีตของตนไม่ได้ นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญในใจเขา หญิงตรงหน้าต่างหากที่สำคัญยิ่ง

“ซินซินฮูหยินของข้า” กุมมือนางไว้แน่น นับวันความรักของเหยี่ยนจิงยิ่งมีมากจนล้น

“เจ้าคะ”

แบมือที่กำสร้อยไว้ “ข้าอยากมอบสิ่งนี้ให้กับเจ้า” ในเมื่อตอนนี้เขามีสมบัติติดตัวเพียงไม่กี่ชิ้น เขาจึงอยากมอบสิ่งมีค่านี้ไว้ให้เป็นตัวแทนในความรักที่เขาเต็มใจมอบให้นาง

“ของสำคัญของท่านพี่นี่เจ้าคะ” หัวใจจูซินพลันเต้นแรง ตาเบิกกว้างมองของมีค่านั้น

“ของสำคัญย่อมอยู่กับคนสำคัญของข้า เจ้าคือคนสำคัญที่สุดในใจของข้านะฮูหยิน”

“ข้าดีใจที่ท่านพี่พูดเช่นนี้ ท่านไม่คิดเก็บไว้สืบหาญาติรึเจ้าคะ”

“ไม่จำเป็นแล้ว ข้าอยู่ที่นี่มาร่วมปีแล้ว ญาติของข้าคงเข้าใจว่าข้าตายไปแล้ว ต่อไปนี้ข้าจะอยู่กับเจ้าที่นี่ มีลูกด้วยกันเต็มบ้านดีหรือไม่” เหยี่ยนจิงยิ้ม เขาคือเหยี่ยนจิงของนางและจะไม่มีวันเปลี่ยนผัน

“ท่านพี่พูดสิ่งใด ไม่อายปากข้าไม่ได้อยากมีลูกเป็นโขยงขนาดนั้นสักหน่อย”

“ข้าอยากมี เจ้ามีให้ข้าได้รึไม่ฮูหยิน”

“เจ้าค่ะ”

“เก็บสร้อยเส้นนี้ไว้เถิดนะ”

“เจ้าค่ะ ข้าจะเก็บไว้อย่างดี”

“ข้าสวมให้”

เหยี่ยนจิงจึงสวมสร้อยหยกให้กับภรรยาผู้เป็นที่รัก เขาคิดว่ามันเหมาะที่จะอยู่บนคอฮูหยินคนงามมากกว่าให้เขาสวมไว้

จูซินคลี่ยิ้มลูบจี้หยกที่มีความหมาย มองคนรักด้วยความซาบซึ้ง นางมีความสุขที่ได้อยู่ร่วมกับเหยี่ยนจิงจนไม่เคยคิดถึงวันที่ต้องแยกจาก

“ท่านพี่ข้าจะล้างแผลที่ตาให้ท่าน”

“เอาสิ”

นางค่อย ๆ ปลดผ้าพันรอบตาออกอย่างเบามือ มองเปลือกตาคู่นั้นที่เหลือไว้เพียงร่องลอยบาดแผล ทว่าดวงตานั้นไม่อาจรู้ได้

“แผลที่เปลือกตาหายดีแล้ว ท่านมองเห็นบ้างหรือยัง” ใจของนางเต้นตึกตัก หากเหยี่ยนจิงลืมตาขึ้นแล้วเห็นใบหน้าแสนอัปลักษณ์ของนางจะเป็นเช่นไร ถึงอย่างนั้นยังดีกว่าให้เขาต้องตาบอดอยู่เช่นนี้

เปลือกตาที่ปิดมานานค่อย ๆ ขยับลืมขึ้น มันยังมืดเหมือนเคย แต่ก็ไม่สนิทขนาดนั้นเพราะเขารู้สึกว่าวันนี้สีดำในตาสว่างขึ้น

“ไม่” เสียงทุ้มแผ่วเบาเอ่ยออกมา

จูซินจึงหันไปรินยาให้ และในขณะที่คนตามืดบอดกำลังเพ่งมองไปรอบ ๆ จู่ ๆ ดวงตาของเขาก็พร่ามัวเห็นเป็นภาพเลือนราง เห็นแผ่นหลังของฮูหยินอวบอ้วนที่เขารัก พลันใจกระตุกวูบด้วยความดีใจชั่วขณะ และหลังจากนั้นภายในวินาทีความมืดบอดได้เข้ามาครอบคลุมอีกครา

“ข้าปวดตา โอ๊ย!” เส้นประสาทตายังรับความผันแปรนี้ไม่ทัน ขมับทั้งสองของเหยี่ยนจิงพลันเจ็บฉับพลันอย่างทรมาน

“อาจเป็นแสงมันจ้านัก ท่านปิดตาลงก่อนเถิด”

จูซินลนลานรีบประคองสามีไว้ ก่อนเอายาคล้ายขี้ผึ้งมาแต้มดวงตาให้ทุเลา

“ท่านพี่พักก่อนเถิด ขืนพยายามเพ่งมากเกินไปจะปวดมากขึ้น”

“ข้าจะเป็นกระไรไหม”

“ไม่ต้องเป็นห่วงนะท่านพี่ นี่เป็นสัญญาณดี ประสาทตาของท่านกำลังฟื้นตัว”

“จริงรึ ข้าจะหายใช่ไหม”

“ข้าหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”

“ดีเลย ข้าจะได้เห็นหน้าเจ้าแล้ว”

เหยี่ยนจิงกำลังดีใจ ต่างจากปีศาจหมูที่กำลังคิดหนัก นางคงต้องเตรียมใจรับชะตากรรมที่กำลังจะถึงในอีกไม่ช้าเสียแล้ว

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ล่าปีศาจหมู   บทที่ 9.2 ความรักผลิบาน

    หลังจากวันนั้นคนไร้ซึ่งแสงนำทางผู้นี้ได้ทำหน้าที่สามีให้กับจูซินอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ความรักของพวกเขาเบ่งบานชื่นมื่นอยู่นานเป็นปีอาการบาดเจ็บของเหยี่ยนจิงก็หายเป็นปลิดทิ้ง เหลือเพียงดวงตาคู่นี้ที่ยังมืดบอดและยังจำอดีตของตนไม่ได้ นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญในใจเขา หญิงตรงหน้าต่างหากที่สำคัญยิ่ง“ซินซินฮูหยินของข้า” กุมมือนางไว้แน่น นับวันความรักของเหยี่ยนจิงยิ่งมีมากจนล้น“เจ้าคะ”แบมือที่กำสร้อยไว้ “ข้าอยากมอบสิ่งนี้ให้กับเจ้า” ในเมื่อตอนนี้เขามีสมบัติติดตัวเพียงไม่กี่ชิ้น เขาจึงอยากมอบสิ่งมีค่านี้ไว้ให้เป็นตัวแทนในความรักที่เขาเต็มใจมอบให้นาง“ของสำคัญของท่านพี่นี่เจ้าคะ” หัวใจจูซินพลันเต้นแรง ตาเบิกกว้างมองของมีค่านั้น“ของสำคัญย่อมอยู่กับคนสำคัญของข้า เจ้าคือคนสำคัญที่สุดในใจของข้านะฮูหยิน”“ข้าดีใจที่ท่านพี่พูดเช่นนี้ ท่านไม่คิดเก็บไว้สืบหาญาติรึเจ้าคะ”“ไม่จำเป็นแล้ว ข้าอยู่ที่นี่มาร่วมปีแล้ว ญาติของข้าคงเข้าใจว่าข้าตายไปแล้ว ต่อไปนี้ข้าจะอยู่กับเจ้าที่นี่ มี

  • ล่าปีศาจหมู   บทที่ 9.1 ความรักผลิบาน

    “เจ้าเป็นกระไรรึไม่” เหยี่ยนจิงเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มเต็มไปด้วยความเป็นห่วง“ข้าไม่เป็นกระไร ท่านถอยห่างจากครัวเถิด ข้าขอเก็บกวาดสักประเดี๋ยว เดี๋ยวข้าเอาซาลาเปาที่ยังมีในเข่งไปให้ท่าน”“ให้ข้าช่วย”“อย่าเลย เดี๋ยวมือท่านจะโดนเศษกระเบื้องบาด ข้าไหวท่านไปเถิด”“ข้าจะรอเจ้า”เหยี่ยนจิงไม่ได้ดื้อรั้น เขาเดินค้ำไม้เท้าขึ้นไปรอบนห้องแต่โดยดี ปีศาจหมูจึงต้องรีบเก็บของที่กระจัดกระจายบนพื้น อาหารที่อุตส่าห์ตั้งใจทำให้อีกฝ่ายได้ชิมรส บัดนี้เหลือเพียงซาลาเปาในเข่งเพียงไม่กี่ลูกเท่านั้น นางเก็บกวาดพื้นให้สะอาดไม่ให้เหลือเศษกระเบื้องไว้แม้แต่เล็กน้อย เพราะกลัวคนตามืดบอดจะเหยียบโดนเข้าหลังจากเก็บครัวจนเสร็จ นางจึงนำซาลาเปาขึ้นไปให้เหยี่ยนจิงได้กิน ซาลาเปาไส้ผักสูตรพิเศษแม้จะไม่ได้แตกต่างจากของชาวบ้านทั่วไป รสชาติของมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มอบให้ชายผู้นี้อย่างไม่มีข้อแม้นางยื่นซาลาเปาใส่ในมือใหญ่ นางยอมอดได้เพื่อให้เหยี่ยนจิงได้อิ่มท้อง มองอีกฝ่ายกินได้อย่างเอร็ดอร่อยเพียงเท่านั้นพลัน

  • ล่าปีศาจหมู   บทที่ 8.2 ฮูหยินของข้า

    ควันโชยออกนอกหน้าต่างจนโขมง พร้อมกับกลิ่นหอมของซาลาเปาไส้ผักร้อน ๆ ที่แข่งกันฟูอยู่ในเข่งอวดผิวสีขาวของเนื้อแป้งนุ่มเด้ง ที่จับจีบไว้อย่างสวยงามจูซินที่สวมผ้ากันเปื้อนหยิบเข่งซาลาเปาออกมาวางบนโต๊ะ พร้อมอาหารอีกสองสามอย่างที่ได้เตรียมไว้ให้เหยี่ยนจิง นางตั้งใจทำอาหารในมื้อนี้อย่างสุดฝีมือเพื่อระลึกถึงครอบครัวที่จากลา พลางมองไปยังชายผู้เดินด้วยไม้เท้าเข้ามาในครัวอย่างรู้เวลา แม้ดวงตาบอดสนิทนั้นจะยังไม่หายดีแต่ก็คล่องแคล่วขึ้นอย่างดีวันดีคืน“เจ้าทำกระไรให้ข้ากินบ้าง กลิ่นมันหอมตลบอบอวลไปหมด” คนหย่อนกายนั่งลงพร้อมรับกลิ่นยั่วน้ำลาย“ซาลาเปาไส้ผัก ผัดผักสามสหาย ต้มเยื่อไผ่กับเต้าหู้อ่อน”“น่ากินยิ่งนัก”!!!เสียงนั้นไม่ได้มาจากเหยี่ยนจิง แต่เป็นจากชายผู้ที่ไม่อยากให้เจอสักนิด ปีศาจจิ้งจอกถือวิสาสะเข้ามาในบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อน“ท่านมาที่นี่ทำไม” จูซินพูดด้วยความตกใจ รีบลุกขึ้นไปยืนบังหน้าเหยี่ยนจิง&

  • ล่าปีศาจหมู   บทที่ 8.1 ฮูหยินของข้า

    หลังจากการข่าวจากไปของแม่ทัพกังเปาแพร่สะพัดไปทั่วเขตแคว้น ภายในราชสำนักเริ่มปั่นป่วนแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทั้งยังมีความไม่สงบที่ขอบชายแดนอยู่ไม่ขาดคนที่ทุกข์ร้อนใจที่สุดนั้นคงเป็นฮองเฮาที่ประชวรอยู่ตอนนี้ จากโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เกสาได้ร่วงจนบางเป็นหย่อม ผิวแห้งติดกระดูก เรี่ยวแรงไม่มีให้พอให้ขยับตัวได้ เหมือนเป็นผักในโหลดองอย่างไรอย่างนั้นนางเฝ้ารอลูกชายกลับมาจากศึกสามแคว้น แต่กลับพบข่าวร้ายที่ว่าแม่ทัพกังเปาสิ้นชีพในแดนสงคราม นั่นเท่ากับว่า องค์ชายรองบุตรชายของฮองเฮาได้สิ้นพระชนม์ไปในศึกคราวนั้นแล้วองค์ชายรองเก่งเรื่องบู๊ได้แฝงตัวเป็นแม่ทัพแห่งวังหลวง และยังมีสิทธิ์ได้ขึ้นครองเป็นฮ่องเต้องค์ถัดไป บัดนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตรเสียจนคนที่ลมหายใจอ่อน แทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อเพราะบุตรชายหมายมั่นจะตามหาปีศาจหมูมาถวายให้จงได้ นางจึงรอคอยอย่างมีหวังเพื่อจะได้กลับมาอยู่เคียงคู่บัลลังก์กับฮ่องเต้อีกครั้ง และจะได้มองลูกชายผ่านม่านแดงที่อยู่เบื้องหลังบัลลังก์นั้น ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ข่าวนั้นเป็นจริง เพราะยังไม่มีใครรู้ข่าวขององค์ชายรองที่ได้แต่ปิดเอาไว้

  • ล่าปีศาจหมู   บทที่ 7.2 ไม่รังเกียจเจ้า

    “ข้าอยากช่วยเจ้า”“หากท่านอยากช่วยข้า ท่านนั่งสานตะกร้าที่ข้าทำทิ้งไว้ก่อนเถิด งานหนักอย่างนั้นให้ข้าทำเอง”จูซินไม่รอช้าหยิบตะกร้าพร้อมไม้หวายที่ตัดเอาไว้มากองให้คนว่างงานได้ทำ“ท่านทำเป็นหรือไม่”“ข้าว่าข้าทำเป็น” ใบหน้าหล่อเหลายิ้มกว้าง ในที่สุดเขาก็มีประโยชน์แล้ว“ท่านสานตะกร้าไปนะ ข้าจะไปตักน้ำที่บ่อ”หลังจากนั้นจูซินได้แยกตัวเดินไปยังบ่อน้ำ ตักมันด้วยถังไม้แล้วนำมารดผักที่เจริญงอกงามอยู่ในแปลง ระหว่างที่นางตั้งใจทำงานหนักจนเหงื่อออก ดวงตากลมคอยปรายมองเหยี่ยนจิงไปด้วยชายที่นั่งบนหินก้อนใหญ่ อกผายไหล่กว้าง เสื้อผ้าของบิดาที่นำมาให้เขาได้ใส่กำลังพลิ้วไปตามลม พลันเห็นภาพซ้อนของบิดาอีกครั้ง“จูซินลูกพ่อ มานี่สิ” ใบหน้าของชายมีหนวดเครากำลังยิ้มกว้างให้ลูกสาวซึ่งเป็นปีศาจหมูในวัยเพียงสามขวบ เด็กน้อยตัวสั้นป้อมยิ้มร่ามาหาจูเชียวผู้เป็นพ่อ ทั้งเนื้อทั้งตัวมอมแมมเปื้อนโคลนไปหมด แต่คนเป็นพ่อก็ยังอ้าแขนรอพร้อมกอดลูกไว้แน่น ก่อนอุ้มขึ้นให้สูงระดับอก“ท่านพ่อ ท่านแม่นำอาหารมาให้ท่าน”“รึ วันนี้แม่ของเจ้าทำอะไรให้กินล่ะ” จูเชียวมองพวงแก้มแดงที่ขยับเล็กน้อยยามเมื่อปากเล็กกำลังพูด“ซาลาเปาไส้ผ

  • ล่าปีศาจหมู   บทที่ 7 ไม่รังเกียจเจ้า

    วันเวลาผ่านเลยนานนับเดือนจูซินยังคอยดูแลเหยี่ยนจิงเฉกเช่นเดิม และนับวันอาการของเขาได้ดีขึ้นตามลำดับ จากคนที่ขยับลุกขึ้นเดินเหินไม่ค่อยได้ ยามนี้สามารถใช้ไม้เท้าประคองตัวเองเดินไปทั่วห้อง จากการเพียรพยายามใช้ชีวิตในความมืดบอดของตัวเอง จดจำทุกย่างก้าวให้พอรู้ว่าที่มุมใดมีอะไรอยู่บ้าง ส่วนจูซินก็ช่วยอีกทาง นางไม่ขยับย้ายสิ่งของใดในบ้าน เพราะกลัวว่าเหยี่ยนจิงจะเตะโดนและล้มคะมำ ในทุกการทำกายภาพนางมักคอยดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ จากที่ไม่คุ้นชินที่บ้านหลังนี้มีคนอื่นอยู่ด้วยกลายเป็นคุ้นเคยไปเสียแล้ว “ข้าอยู่ที่นี่มาหลายวันแล้ว ข้ายังไม่ได้ยินเสียงใครอื่นเลย” “ข้าอยู่คนเดียว พ่อแม่ข้าตายไปหมดแล้ว ข้าไม่มีญาติที่ไหน แม้แต่เพื่อนบ้านที่พอเป็นมิตรก็ไม่มี” น้ำเสียงเศร้าลง ก่อนลุกขึ้นเพื่อเปลี่ยนเรื่อง “ข้าจะออกไปรดน้ำแปลงผัก ท่านรอข้าอยู่ในบ้านก่อนนะ” “ข้าอยากไปด้วย”เหยี่ยนจิงฟังน้ำเสียงนั้นอยากตีปากตัวเองเสียจริง จิตใจของนางต้องแกร่งและเข้มแข็งเพียงใดที่ต้องใช้ชีวิตโดยลำพังเช่นนี้ เขาเริ่มเห็นใจอีกฝ่ายจึงไม่อยากให้ต้องเหน็บเหนื่อย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status