Se connecter“เจ้าเป็นกระไรรึไม่” เหยี่ยนจิงเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“ข้าไม่เป็นกระไร ท่านถอยห่างจากครัวเถิด ข้าขอเก็บกวาดสักประเดี๋ยว เดี๋ยวข้าเอาซาลาเปาที่ยังมีในเข่งไปให้ท่าน”
“ให้ข้าช่วย”
“อย่าเลย เดี๋ยวมือท่านจะโดนเศษกระเบื้องบาด ข้าไหวท่านไปเถิด”
“ข้าจะรอเจ้า”
เหยี่ยนจิงไม่ได้ดื้อรั้น เขาเดินค้ำไม้เท้าขึ้นไปรอบนห้องแต่โดยดี ปีศาจหมูจึงต้องรีบเก็บของที่กระจัดกระจายบนพื้น อาหารที่อุตส่าห์ตั้งใจทำให้อีกฝ่ายได้ชิมรส บัดนี้เหลือเพียงซาลาเปาในเข่งเพียงไม่กี่ลูกเท่านั้น นางเก็บกวาดพื้นให้สะอาดไม่ให้เหลือเศษกระเบื้องไว้แม้แต่เล็กน้อย เพราะกลัวคนตามืดบอดจะเหยียบโดนเข้า
หลังจากเก็บครัวจนเสร็จ นางจึงนำซาลาเปาขึ้นไปให้เหยี่ยนจิงได้กิน ซาลาเปาไส้ผักสูตรพิเศษแม้จะไม่ได้แตกต่างจากของชาวบ้านทั่วไป รสชาติของมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มอบให้ชายผู้นี้อย่างไม่มีข้อแม้
นางยื่นซาลาเปาใส่ในมือใหญ่ นางยอมอดได้เพื่อให้เหยี่ยนจิงได้อิ่มท้อง มองอีกฝ่ายกินได้อย่างเอร็ดอร่อยเพียงเท่านั้นพลันทำให้ใจอิ่มเอมได้ไม่ต่างกัน
“เจ้าบอกข้าได้รึไม่ว่าชายผู้นั้นคือใคร”
“เขาเป็นคนที่ตามตื๊อข้า เขาอยากให้ข้าเป็นอนุของเขา”
“เจ้าไม่อยากเป็นอนุของชายผู้นั้นหรือ”
“ไม่” เงียบครู่หนึ่งจ้องใบหน้าหล่อเหลา “ข้าไม่ได้อยากเป็นอนุใครทั้งนั้น หากท่านรู้ หากท่านเดาใจข้าได้ ท่านอาจรู้ว่าข้ารักผู้ใด”
เม้มปากไว้ซ่อนความคิดที่ไม่อาจเอื้อมไว้ในใจ นางเจียมตนไม่อาจคิดหวั่นไหวกับถ้อยคำที่เหยี่ยนจิงเอ่ยต่อหน้าหูลี่จิงได้
มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย “ข้าก็เช่นกัน ข้าได้ลั่นวาจาต่อหน้าผู้ชายคนนั้นและเจ้าไปแล้ว ที่ข้าพูดไม่ใช่เพื่อปกป้องเจ้า แต่ทุกคำล้วนเป็นความจริง ซินซินข้ารักเจ้า”
“ขะ...ข้าก็รักท่าน”
หยดน้ำตาปีศาจหมูร่วงหล่น นางเพิ่งเคยได้ยินคำนี้จากชายผู้ซึ่งเป็นมนุษย์ หัวใจที่มีค่ายิ่งเต้นโครมครามยิ่งกว่ายามฝนฟ้าคะนอง มองใบหน้าหล่อเหลาที่นางสามารถอาจเอื้อมไปแตะเบา ๆ ด้วยมือสั่นเทาอยู่ไม่น้อย
ชายไร้แสงนำทางประคองกุมมือนางไว้ ก่อนค่อย ๆ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จากการคาดคะเน ทว่าปีศาจหมูต้องขยับถอยด้วยสติที่มี เมื่อริมฝีปากบางกำลังจุมพิตลงมา
“ท่านเว้นใบหน้าข้าได้หรือไม่”
“เหตุใด”
“ข้ายินดีตกเป็นภรรยาท่าน ข้าขอเพียงอย่างเดียว อย่าสัมผัสใบหน้าอัปลักษณ์ของข้า ไม่ใช่ว่าข้าจะหวงแหนไว้ให้ผู้ใด แต่ใจข้านั้นยังหวั่นกลัว ขอเวลาให้ข้าก้าวผ่านมันไปได้ เมื่อนั้นข้าจะไม่ปิดบังอะไรท่านเลย”
จูซินยังหวาดกลัว ใบหน้าของนางไม่ต่างจากหมูเลยสักนิด หากเหยี่ยนจิงรู้ว่าเขาได้จูบกับหมูคงนึกรังเกียจนางโดยไม่ต้องไถ่ถาม ด้วยดวงตามืดบอดนี้ไม่อาจเห็นได้นางจึงไม่แน่ใจว่าใจชายผู้นี้ยังรักกันหรือไม่
“ได้ข้าจะรอ”
เขาตามใจนาง หากจะรักย่อมรอได้เสมอ ความรักที่มีมากล้นนี้จึงนำพาซินซินให้นอนหงายอยู่บนเตียง มือใหญ่จับไหล่มนด้วยความถนอม แม้จะมองไม่เห็นด้วยตาแต่สัมผัสกายด้วยใจ ปลดเปลื้องอาภรณ์ห่มกายบนเนื้อตัวท่อนบนยังเต็มไปด้วยผ้าพันแผล
“แผลของท่าน” มือเรียวลูบผ้าพันแผลแผ่วเบา นางรู้ดีว่าบาดแผลพวกนี้เป็นเช่นไร
“ข้าไหว คงต้องให้เจ้าช่วยข้าอีกแรง”
“เจ้าค่ะ”
จูซินจึงจับพลิกกายชายแกร่งให้สลับตำแหน่ง โดยที่นางเป็นฝ่ายปรนเปรอชายผู้เป็นที่รักยิ่งของนาง กระวานแรกแย้มถูกเหยี่ยนจิงเชยชมอย่างถนอม ปลุกเสียงครวญครางคลุ้งอยู่ในห้อง ความบริสุทธิ์แปดเปื้อนเป็นสายโลหิต กายเปลือยสอดประสาน ผ้าห่มพลันคลุมกายไม่ให้หนาวเหน็บส่งเสียงอื้ออึงดังระงมอยู่ในบ้านอันอบอุ่นนี้ พื้นไม้และเตียงสั่นสะเทือนจนผ้าม่านหล่นมาปิดสองชายหญิงที่บรรเลงบทสวาทอันร้อนแรง ผ่านเวลาจนล่วงเลยถึงยามอิ๋น
สองกายกอดกันกลมอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา อากาศเย็นพัดผ่านหน้าต่างกลับอุ่นกายจากวงแขนที่โอบกอด ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขสม ในคืนแรกของกันและกันที่ตราตรึงและกินใจจนไม่อยากจบลงโดยง่าย
“ข้ามีความสุขเหลือเกินซินซิน ร่างกายข้าเหมือนมีกำลังวังชามากกว่าเดิม”
เหยี่ยนจิงพูดจากใจ เขามีพลังเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาด จะให้ออกกำลังอีกคราก็ย่อมได้
“ข้าก็เช่นกัน”
“ฮูหยินของข้า ต่อไปนี้เจ้าเรียกข้าว่าท่านพี่เถิด”
“เจ้าค่ะท่านพี่”
ปีศาจหมูยิ้มกว้าง ก่อนหยัดกายลุกขึ้นนั่ง แสงอรุณกำลังจะโผล่พ้นดินขึ้นมาแล้ว นางจึงต้องรีบลงไปเตรียมอาหารให้สามี
“ข้าลงไปทำกับข้าวให้ท่านพี่ก่อนนะเจ้าคะ”
“เจ้ายังอ่อนแรงอยู่ไม่ใช่รึ เมื่อคืนข้ารุนแรงกับฮูหยินอยู่มาก เจ้าพักสักนิดเถิด”
หากเหยี่ยนจิงเห็นใบหน้าของนาง คงเห็นว่าแดงระเรื่อเพียงใด นางรู้สึกอย่างที่อีกฝ่ายพูด แต่นั่นไม่อาจทำอะไรปีศาจหมูที่มีพละกำลังมากกว่าหญิงทั่วไปได้
“ข้าไหวเจ้าค่ะ ท่านพี่รอกินอาหารของข้าเถิด”
“ข้าอยากกินเจ้ามากกว่าสิ่งใด” เหยี่ยนจิงรีบกอดนางไว้
“ข้ารู้ แต่ท่านยังต้องรักษาตัว ไม่กินข้าวแล้วจะกินยาได้อย่างไร ปล่อยข้าไปสักประเดี๋ยวเถิดเจ้าค่ะ ข้าไม่หายไปนานดอก”
“ข้าจะรอเจ้า”
“ท่านคงตัดสินใจดีแล้ว ขอให้ท่านโชคดี” ทำลายจดหมายนั้นด้วยไฟจากเทียน ให้ความลับนี้ตายไปพร้อมกับชื่อแม่ทัพใหญ่ และองค์ชายรอง ตามความประสงค์ของสหายที่อยากให้โลกลืมเลือนว่าราวกับว่าได้ตายไปแล้ว“เตรียมตัวเดินทางกลับวังหลวงได้” “ขอรับ” “ท่านพ่อ” เสียงเล็กของหมิงซินดังมาแต่ไกล เด็กตัวอ้วนวัยสามขวบวิ่งเข้ามาหาบิดา ในมือกำลำไม้ไผ่ไม้มั่น ใบหน้าสดใสที่มองยามในพลันให้ยิ้มกว้าง ความแสนซนอย่าเด็กชายเข้ามาก่อกวนบิดาที่ตอนนี้กำลังง่วนอยู่กับการทำแปลงผัก เพียงแค่ได้เห็นพยานรักที่โตวันโตคืน ความเหน็บเหนื่อยจนเหงื่อท่วมได้มลายไป มือใหญ่ละจากด้ามจอบ คุกเข่าตั้งขาไว้ข้างหนึ่ง ให้สายตาอยู่ระดับ
ยังมีสิ่งที่กังวลและหวงแหนโดยเฉพาะชีวิตและความสุขของจูซินกับลูกที่เขาต้องดูแลให้ดี “ขอบคุณท่านพี่มาก ข้ารักท่านพี่” “ข้าก็รักเจ้า” ทั้งสองกอดกันกลม ความอบอุ่นอบอวลคลุ้งทั่วห้อง ใจของเฟยอวี่เต้นแรงและรู้สึกมีเป้าหมายในชีวิตมากขึ้น ไม่ต้องเครียดคิดมากกับเรื่องการเมืองและออกศึก มีเพียงชีวิตที่แสนสงบสุขซึ่งเป็นสิ่งที่เขาตามหามาเนิ่นนาน บัดนี้ได้สัมผัสมันแล้วถึงได้รู้ว่าดีอย่างนี้นี่เอง “หากท่านพี่อยากกลับไป ข้าก็จะไม่ห้าม ข้ารู้ว่าเรื่องนั้นสำคัญกับท่านพี่นัก” เฟยอวี่ยิ้ม “เวลานี้เจ้ากับลูกสำคัญยิ่ง หากหมิงซินโตเป็นหนุ่มกว่านี้และทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ข้าอาจกลับไป ไม่ใช่เพราะอยากมีอำนาจเหนือผู้ใด เพียงแค่อยากล้
เฟยอวี่พาจูซินวิ่งมาบริเวณที่เขาผูกม้าไว้ พานางกระโดดขึ้นหลังม้าและควบให้มันวิ่งออกไปจากแคว้นเป่ยเฉียนให้เร็วที่สุด โดยที่จูซินกับลูกนั่งอยู่ด้านหลังของเขา วงแขนของนางกอดเขาไว้แน่น พร้อมกายอบอุ่นของลูกที่ขั้นไว้ พลางกุมมือนางไว้ และอีกข้างจับเชือก ปลายเท้าตีสีข้างของม้าคอยเร่งจังหวะให้วิ่งไปอย่างรวดเร็ว ตามหนทางด้านหน้าให้ออกจากแคว้นนี้ให้เร็วที่สุด “ท่านพี่ ท่านจะพาข้ากับลูกไปที่ใด” “ข้ายังไม่รู้” เฟยอวี่คิดหนัก เขาพานางกลับไปค่ายทหารไม่ได้ และยิ่งเป็นที่อันตรายอย่างวังหลวงยิ่งแล้วใหญ่ “ไปที่เหวนรกชัน ที่นั่นมีที่ซ่อนตัว ไม่ว่าผู้ใดก็เข้าไปไม่ได้” จูซินรีบบอก สถานที่แห่งนี้เป็นที่ลับที่บิดามารดาของนางเคยพาไป และคิดว่าสมควรแล้วที่จะหลบไปอยู่ที่นั่น “ข้าจะพาเจ้าไป”
อย่างหวานซึ้งได้ เขาจึงยกทารกตัวอวบอ้วนสูงขึ้นฟ้าเพื่อหวังจะโยนให้ตกลงมา“แง่”“อย่าทำอะไรลูกข้านะ!” จูซินรีบกระโจนเข้าไปช่วยลูก ในขณะที่เฟยอวี่ได้จับกระบี่มั่น วิ่งเข้าใส่หูลี่จิงเช่นกันในช่วงจังหวะชุลมุนนั้นเองมีลูกธนูพุ่งผ่านเขาทั้งสอง มุ่งตรงไปปักตรงกลางอกของปีศาจจิ้งจอกอย่างทันท่วงที จึงทำให้หูลี่จิงเสียหลักปล่อยหมิงซินหลุดมือ เฟยอวี่เห็นเช่นนั้นจึงกระโดดเข้าไปรับบุตรชายไว้ในอ้อมแขนนี่เป็นครั้งแรกที่เฟยอวี่ได้รับรู้ถึงความเป็นบิดา กายอบอุ่นของลูก และหน้าตาที่เปียกปอนอย่างน่าสงสาร กำลังร้องไห้ให้เขาปลอบ บิดาจึงกอดไว้แน่นพร้อมหันไปมองจูซินเห็นว่านางไม่เป็นอันใดพลอยโล่งอก“เจ้า!” หูลี่จิงเข่าทรุด พร้อมเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของธนูดอกนี้อันฉียืนหลังตรงจับคันธนูดวงตาเยือกเย็นจ้องมองสามีที่รักคนอื่นมากกว่านาง โดยมีทัพปีศาจจิ้งจอกอยู่ด้านหลัง ฮูหยินเอกแห่งแดนปีศาจจิ้งจอกจึงต้องปรามด้วยตัวเอง หากนางหยุดยั้งหูลี่จิงไม่ได้ก็ไม่สมควรปกคองในแดนปีศาจอีกต่อไป“ฮูหยินเอก” จูซินน้ำตารื้น มองหญิงที่เป
“เฮ้อ ข้าไม่ได้ช่วยกระไรเจ้าจริง ๆ และคำเล่านี้ขอให้แทนสิ่งระอายใจต่อเจ้าก็แล้วกัน”จูซินตั้งใจฟัง“สามีของเจ้าถูกหูลี่จิงทำร้าย เมื่อตอนที่เจ้าสลบอยู่ที่เคหะแห่งนี้ เป็นเขาเองที่ผลักไสให้สามีของเจ้าออกไปเผชิญชะตากรรมด้านนอก เพื่อกำจัดให้หายไปจากเจ้าตลอดกาล”“หา! จริงรึ หูลี่จิงข้าจะฆ่าเจ้า”อันฉีผลักไหล่ปีศาจหมูให้ล้มลง “เจ้าไม่มีสิทธิ์ทำร้ายท่านพี่ของข้า ที่ฆ่าบอกเป็นเพราะอยากให้เจ้ารู้ว่าจอมปีศาจอย่างเขาสามารถทำสิ่งที่ต้องการได้โดยง่าย หากเจ้ามีชีวิตอยู่ต่อ เพื่อออกไปตามหาสามีของเจ้าได้ จงทำเป็นเชื่องต่อเขา และอย่าคิดหาทางหนี หากเจ้ายิ่งหนีเขาจะยิ่งตาม ฆ่าได้ทุกคนไม่เว้นแม้กระทั่งลูกในท้องของเจ้า”“เชื่อข้า สักวันข้าจะหาทางช่วยเจ้าให้ออกไปจากที่นี่”“เจ้าค่ะ ข้าจะเชื่อฮูหยิน”“เจ้าจงรับปากข้า ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ไม่รักท่านพี่ของข้าโดยเด็ดขาด”“ข้าทำใจรักหูลี่จิงไม่ได้ดอก ฮูหยินเอกโปรดจงเชื่อใจ”กล
คงต้องย้อนกลับไปในวันที่นางรู้ความจริงว่ากำลังตั้งครรภ์หลังจากถูกขังอยู่ในเคหะของปีศาจจิ้งจอก จูซินร้องไห้อยู่ในห้องที่ถูกขังจากด้านนอก นางสิ้นหวังหมดอาลัยราวกับโลกทั้งใบแตกสลาย อยากฆ่าตัวเองให้ตายที่ผิดบาปต่อสามีอย่างไม่น่าให้อภัยดวงตาบวมจากการร้องไห้จนน้ำตาแห้งเหือด หัวใจอ่อนล้าและหมดเรี่ยวแรง มองเหม่ออย่างไร้ซึ่งหนทางสว่างในจิตใจมืดบอด แม้แต่ข่มตานอนยังทำไม่ได้ ร่างกายสั่นระริกยอมอดข้าวอดน้ำ เผลอคิดไปว่าหากนางตายไป ทายาทที่เกิดจากปีศาจจิ้งจอกแสนชิงชังจะต้องตายไปด้วยในราตรีหนึ่งที่นางนั่งกอดเข่าร้องไห้ ประตูที่ถูกปิดสนิทได้เปิดออก นางชินชาที่เห็นนางกำนัลมักนำสำรับอาหารมาเปลี่ยนให้ถึงแม้จะไม่แตะมันเลยก็ตาม แต่ความนี้แตกต่างออกไปนางเห็นสตรีงดงามคนหนึ่งย่างกรายเข้ามา พร้อมประตูที่ปิดตามหลังใบหน้าเย่อหยิ่งสง่างาม ชุดแต่งกายบ่งบอกฐานะ ด้วยปิ่นประดับสูงค่าให้เดาได้ว่านางผู้นี้คือฮูหยินเอกของหูลี่จิง“เจ้าเองรึ”สายตาชิงชังมองไปที่ปีศาจหมูที่ด้อยกว่านางทุกอย่าง ยิ่งทำให้อันฉีโกรธเกรี้ยวที่สามีดันไปคว้าของชั้นต่ำเช่นนี้มาเป็นฮูหยินแทนที่ตำ







