เข้าสู่ระบบ"อือ~"
เสียงหวานครางเบาๆ ในลำคอ เปลือกตาบางปรือขึ้นสู้แสงสว่างที่ลอดผ่านเข้ามาจากช่องกระจกใสบานเล็กสี่ห้าช่องเหนือหัว
ฮันน่าดันตัวลุกขึ้นจากพื้นหันมองรอบกายพร้อมเบี่ยงหน้าหลบกลิ่นอับไม่น่าพึงใจ พอเห็นเงารางๆ ร่างใหญ่บริเวณหางตาจึงหันกลับมามองเต็มตา
เขายังนั่งอยู่ที่เดิม....ทั้งคืน แถมยังจับเชือกในมือที่รวบมัดมือเธอไว้แน่นเหมือนเธอจะสามารถหลุดออกจากมันไปได้งั้นแหละ
"หิวแล้ว" พูดลอยๆ แต่จงใจส่งสายตาและน้ำเสียงเน้นย้ำให้คนข้างๆ ได้ยิน
ผมเผ้ายุ่งเหยิงกระเซ็นแทบไม่เหลือคราบของนางแบบดังหลงเหลืออยู่ แต่นั่นไม่ได้อยู่ในโสตประสาทของเธอตอนนี้เลยสักนิด สิ่งเดียวที่ร้องเรียกหาคืออาหาร
หมุนร่างขยับเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขายังคงนั่งนิ่งเหมือนคนหูหนวก ใบหน้าสวยตึงขึ้นส่งเสียงฟึดฟัดในลำคอไม่พอใจ
"ก็บอกว่าหิวได้ยินไหม"
"ไม่ได้อยู่ในหน้าที่"
ห๊า!? ไม่ได้อยู่ในหน้าที่งั้นเหรอ แล้วไอ้ที่นั่งเฝ้านี่คือหน้าที่ว่างั้น
กึก กึก!
ยังไม่ทันได้ตวาดเสียงถามออกมาเสียงกุกกักจากด้านนอกก็ดังขัดขึ้นมาซะก่อน
ดวงตากลมโตเลยมองตามเสียงในขณะที่คนบนเก้าอี้จี้มวนบุหรี่ในมือลงบนจานรองขี้บุหรี่จนมันหักออกเป็นสองท่อน
ร่างสูงใหญ่หยัดกายลุกขึ้นคลายเชือกในมือออกแล้วเดินมายังจุดของต้นเสียง เป็นเวลาเดียวกับที่ประตูเหล็กบานใหญ่เปิดออกพอดี คนด้านนอกกับด้านในกระซิบกระซาบเสียงเบาเหมือนกลัวใครจะได้ยินเข้า ก่อนเจ้าของร่างสูงจะเดินกลับมาด้วยใบหน้าแสดงออกถึงความหงุดหงิดหัวเสียอย่างชัดเจน
โดโนแวนปรายตามองคนบนพื้นนิ่งๆ เขาไม่เข้าใจว่าจะมัวมาแสดงละครปัญญาอ่อนนี่กับผู้หญิงคนนี้ทำไม มันไม่ใช่ตัวเขาเลยสักนิด ที่เธอต้องมาอยู่ตรงนี้ไม่ใช่เพียงแค่เธอบังเอิญก้าวเท้าเข้ามาเห็นเรื่องของเขา แต่มันยังมีเรื่องอื่นอีกที่มันสำคัญกว่านั้นซึ่งมันไม่เกี่ยวกับเขาเลยสักนิด
ใจจริงอยากจะฆ่าให้มันจบๆ ไป แต่เพราะมันเป็นงานที่เลี่ยงไม่ได้เขาถึงต้องมาทนร่วมลมหายใจกับเธออยู่ในห้องอับๆ อยู่แบบตอนนี้
"คุณก็ถูกขังเหมือนกันเหรอ"
"...."
"ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณไปทำอะไรถึงได้โดนขังแบบนี้ แต่ฉันคิดว่าเราร่วมมือกันได้นะ"
"...."
"ฉันไม่ถือถ้าคุณจะเคยทำอะไรมาก่อนฉันลืมมันไปได้ จะไม่บอกใครด้วยขอแค่ออกไปจากที่นี่ได้โอเคไหม"
"ไม่ถือ?"
"อืม ไม่ถืออิสระไปด้วยกัน"
รอยยิ้มพราวระบายขึ้นบนใบหน้าสวยคม เธอมั่นใจว่าเธอหว่านล้อมเขาได้ ดูจากคำถามที่เหมือนจะถูกใจเขานั่นแล้วเธอต้องทำได้แน่
แต่เธอลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าเขาเป็นคนพาเธอเข้ามาที่นี่นะ เขาไม่ได้ถูกจับมาเหมือนเธอ
"อยู่ที่นี่ถ้าเธอไม่ตายก็เป็นอิสระ"
"อิสระบ้าอะไรจะถูกขังอยู่แบบนี้กัน" พึมพำกับตัวเอง ความคิดในหัวพังพรึ่บลงมาไม่เป็นท่า
"เก็บเสียงไว้ต่อลมหายใจแล้วอย่าทำให้ฉันรำคาญ"
ริมฝีปากอวบอิ่มขมุบขมิบตาม ถึงจะหวาดกลัวกับสถานการณ์ในตอนนี้แต่ก็อดที่จะหมั่นไส้คนในห้องนี้ไปด้วยไม่ได้
ฮันน่าขยับเข้ามาใกล้กับโต๊ะเล็กที่มีอาหารสองสามอย่างวางไว้ มองมันด้วยท้องไส้ร้องเรียกหายื่นมือขึ้นมาหวังจะหยิบจับช้อนแต่ต้องชะงักพลันอารมณ์หงุดหงิดโลดแล่นขึ้นตามเพราะความหิว
ตวัดสายตาขึ้นมองคนที่นั่งมองเธอเงียบๆ แล้วยื่นมือสองข้างขึ้นให้พเยิดหน้าแทนคำพูดให้เขาคลายมันออก
นักฆ่าหนุ่มดึงมัดออกจากแนบเอวหลังตัดเชือกที่มัดรวบมือบางสองข้างออกอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ว่าเธอกำลังอ้าปากถามว่าเขาจะทำอะไรแต่ยังไม่ทันได้ส่งเสียงออกมาสักแอะสองมือก็เป็นอิสระออกจากกันแล้ว
ข้อมือแดงเถือกเป็นหลักฐานชิ้นดีว่าตอนนี้เธอเป็นอิสระแล้วจริงๆ แต่เป็นอิสระจากการหลุดจากการถูกมัดนะไม่ใช่หลุดออกจากที่นี่
ร่างบางหยัดกายขึ้นดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งแล้วคว้าช้อนคันเล็กบนจานข้าวขึ้นมาตักอาหารขึ้นจ่อริมฝีปากแต่ยังไม่ทันได้กลืนกินมันเข้าไปข้อมือเธอก็ถูกกระชากออกห่างกายไปอยู่ในฝ่ามือใหญ่อีกครั้งแถมยัง...
กริ๊ก!
ถูกล็อกติดกับข้อมือหนาโดยมีกุญแจมือเป็นบ่วงพันธนาการ... บ้าไปแล้ว!
"คุณทำอะไร!"
"...."
เสียงหวานตะเบ็งถามออกไป ยกข้อมือตัวเองขึ้นมองด้วยดวงตาเบิกกว้างทำให้ท่อนแขนหนาขยับเข้ามาตาม
เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ทำแบบนี้
"ถ้าเธออยู่ในที่ของเธอเงียบๆ เธอก็จะรอดไปจนถึงวันที่เป็นอิสระ แต่ถ้าเธอยังทำให้ฉันรำคาญจุดจบของเธอ..."
ปั่ก!
มีดที่ถูกดึงออกมาตัดเชือกให้เธอเมื่อครู่นี้ปักลงบนโต๊ะเฉียดจานข้างของเธอไปเพียงเล็กน้อย
เสียงกลืนน้ำลายเสียงดังอึกด้วยใจหวั่นๆ เสียงหัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งค่อยๆ เงยหน้ากลับขึ้นมองเจ้าของร่างใหญ่ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ
ฮันน่าฝืนก้มหน้าลงกลับมาตักอาหารด้านหน้าตัวเองทานไปเงียบๆ ทั้งที่ตอนนี้เธอรู้สึกอิ่มขึ้นมาโดยไม่จำเป็นต้องแตะมันแล้วก็ตาม แต่เพราะยังมีสายตาอีกคู่ที่จับจ้องมองมาตลอดเวลาเธอจึงต้องฝืนมือสั่นระริกให้ทำหน้าที่ต่อไป
เพียงไม่นานอาหารในจานด้านหน้าก็พร่องลงไปจนหมด เหลือเพียงอีกจานที่ยังคงเต็มอยู่เหมือนเดิม เขาไม่ได้แตะมันเลยสักนิดแถมยังเอาแต่สูบบุหรี่จนมะเร็งถามหามวนแล้วทวนเล่าไม่หยุด
เธอจับอารมณ์ฉุนเฉียวหงุดหงิดจากการหายใจเงียบๆ และสีหน้าแววตาเยือกเย็นนั้นได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าหงุดหงิดเพราะเธอหรือเพราะอะไรกันแน่
"ฉันอยากเข้าห้องน้ำ"
"...."
ดวงตาคมกริบเงยขึ้นมามองเธอนิ่งๆ เหมือนเริ่มจะรำคาญขึ้นมาจริงๆ เธอจึงต้องเม้มริมฝีปากไว้แล้วเน้นประโยคเดิมออกมาอีกครั้ง
"อยากเข้าห้องน้ำจริงๆ นะ"
"วุ่นวายน่ารำคาญ"
ร่างสูงใหญ่กระชากตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำให้มันครูดไปกับพื้นเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ช่วงเรียวขายาวๆ ก้าวอาดๆ ตรงมายังประเหล็กสีสนิมอีกบานทำให้นางแบบสาวต้องรีบลุกขึ้นตามกลัวจะถูกลากด้วยสภาพไม่น่ามองตามหลังมา
เธอมองสำรวจห้องน้ำแคบๆ ที่ได้รับแสงสว่างจากด้านนอกเข้ามาผ่านกระจกใส มันช่างดูน่าเวทนาซะจริง
ไม่ได้รังเกียจ ไม่ได้ถือตัว แต่นี่มัน...
"ไม่เข้า"
"ห๊ะ!? ขะ...เข้า คุณออกไปก่อนได้ไหม"
"..." ยกแขนขึ้นให้เห็นถึงกุญแจมือที่มัดสองเราไว้ด้วยกันเอียงคอเล็กน้อยในขณะที่ยังคงคาบมวนบุหรี่ไว้ในปาก
"เพราะใครล่ะที่ทำให้เป็นแบบนี้ หันไปสิฉันจะได้ทำธุระ"
โดโนแวนถุยมวนบุหรี่ในปากออกด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาไม่เคยต้องมาทำอะไรแบบนี้เพราะมันน่ารำคาญและไม่ใช่ตัวเขาเลยสักนิด แต่เพราะรับงานมาแล้วจึงต้องยอมทนแต่ก็ไม่รู้ว่าจะทนไปได้สักกี่น้ำกัน
ร่างสูงใหญ่หันหลังให้คนตัวเล็กกว่า ทำให้เธอค่อยๆ ถอดเสื้อคลุมเปิดออกแล้วตามด้วยกางเกงตัวเล็กที่ปกปิดจุดสงวนไว้ ในขณะที่ก็แอบลอบมองคนตัวสูงด้วยความไม่วางใจเช่นกัน
หลังจากทำธุระเสร็จแล้วเธอก็เดินกลับมาหาเขาอีกครั้งมีเอี้ยวตัวหันหลังมองด้านหลังเพราะเช็กมองสำรวจตามความเคยชิน แต่ยังไม่ทันได้มองดีร่างกายก็ถูกกระชากกลับออกมาอีกครั้งจนร่างเธอปลิวไปเกาะอยู่บนแผ่นหลังแข็งแรง
"ฮันนี่อย่าวิ่งครับเดี๋ยวล้ม"เสียงทุ้มตะโกนออกมาจากด้านในตัวบ้านจนคนที่กำลังจัดขนมของว่างอยู่ในสวนถึงกับหลุดหัวเราะด้วยความเอ็นดูเด็กหญิงตัวเล็กวัยขวบเศษวิ่งนำเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากด้วยความชอบใจ ผมจุกสองจุกกระเซอะกระเซ็นปากจิ้มลิ้มเปิดอ้าทำให้สามารถมองเห็นฟันเล็กสองซี่บนได้อย่างชัดเจน"ฮันนี่!""อ๊าก! มัมมัม!"เสียงใสตะโกนเรียกแม่วิ่งฝ่าสนามหญ้าเขียวเปิดแขนอ้าออกเข้าหาร่างบางของผู้เป็นแม่โดยมีน้องชายฝาแฝดนั่งอยู่บนตักของคนเป็นยายข้างกันเงยหน้าขึ้นมองมาอยู่ฮันน่าเปิดแขนรับลูกสาวตัวเล็กด้วยรอยยิ้มกว้าง เด็กน้อยวิ่งเข้ามาซุกเข้าหาอกปีนไต่ขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักบางโดยยังคงหันหลังระแวงคนที่วิ่งไล่ตามมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความสุข เสียงหัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊ากดังลั่นทั่วบริเวณมือบางยกขึ้นกอดร่างเล็กของลูกสาวบนตักไว้เป็นเวลาเดียวกันกับที่ร่างสูงของโดโนแวนวิ่งมาถึงพอดี ร่างสูงยืนเท้าเอวหอบหายใจหนักด้วยความเหนื่อยในมือยังคงถือผ้าอ้อมเด็กที่ยังไม่ได้ใช้ไว้ ดวงตาคมกริบจ้องมองคนตัวเล็กบนตักของผู้เป็นแม่แล้วส่ายหน้ายิ้มน้อยๆ"แสบจริงๆ เลย ดูสิที่รักลูกฉี่ใส่เสื้อพี่เปียกหมดเลย ไม
"คืนนี้นอนที่นี่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยพาเดินเล่นรอบบ้าน" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังจากทั้งสองนั่งทานอาหารค่ำที่เขาได้สั่งมาจากร้านอาหารชื่อดังเข้ามาก่อนหน้านี้เสร็จแล้ว พร้อมกับจับผ้าขึ้นเช็ดปากเรียบร้อยแล้ววางลงกลับบนโต๊ะ"พี่จะนอนที่นี่เหรอคะ""เราจะนอนที่นี่คืนนี้""งั้นหนูไปเดินดูรอบๆ ในบ้านก่อนได้ไหมคะ อยากเดินดู""พรุ่งนี้จะพาทัวร์ คืนนี้ขึ้นไปพักก่อน""แต่ว่า...""....""ก็ได้ค่ะ แต่เราไม่มีเสื้อผ้านี่คะแล้วจะเปลี่ยนชุดยังไง"โดโนแวนยกยิ้มเล็กน้อยด้วยความเอ็นดูในความสงสัยไปทั่วของคนตัวเล็ก หยัดกายขึ้นเต็มความสูงเดินมาหาคนตัวเล็ก โน้มตัวลงยื่นมือเช็ดคราบอาหารบนมุมปากอวบอิ่มออกแล้วจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากมนแผ่วเบา"ขึ้นไปข้างบนกัน""...." แววตาหยาดเยิ้มส่อไปในทางที่ไม่สามารถคิดดีได้เลย แต่ฮันน่าก็ยอมลุกขึ้นเดินตามขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้านหลังใหญ่ โดยมีเจ้าของร่างสูงจูงมือพาเดินขึ้นไปสองร่างเดินเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ซึ่งเป็นห้องที่นักฆ่าหนุ่มตั้งใจออกแบบเองด้วยความสามารถที่มี โดยมีนักออกแบบคอยให้คำแนะนำถึงความเหมาะสมของการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ และสีพื้นรวมถึงสีภายในห้อง"พี่ออกแบบเองเห
ฮันน่าใช้เวลาพักรักษาจิตใจเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มจึงได้กลับมารับงานตามเดิม แต่ที่ผิดไปจากเดิมคืองานที่เธอรับจะไม่เน้นโชว์วาบหวิวมากเป็นเสียส่วนใหญ่ ตอนแรกเมลลี่ผู้จัดการส่วนตัวมีการบ่นให้อยู่หลายครั้งมากเพราะโดยปกติงานที่เธอรับจะเป็นแนวนั้นเกือบทั้งหมด แต่พอได้สบสายตาคมกริบไม่พอใจและน้ำเสียงสั่งเสียเป็นการเด็ดขาดจากคนรักของเด็กในความดูแล เธอจึงต้องฝืนกลืนน้ำลายปฏิเสธงานทั้งหมด และแน่นอนว่าเม็ดเงินที่จะได้รับก็ลดฮวบลงไปด้วยเช่นกัน ส่วนโดโนแวนตอนนี้ได้ใช้พื้นที่ในส่วนของท่าเรือของเพื่อนสนิทเพื่อเป็นศูนย์ฝึกกองกำลังอารักขาความปลอดภัยหรือเรียกง่ายๆ คือ บอดี้การ์ดรับจ้าง ซึ่งจะรอการเปิดบริษัทเป็นของตัวเองที่กำลังเริ่มก่อร่างสร้างขึ้นมาโดยมีเขาที่เป็นคนเลือกทำเลที่ตั้งของบริษัท และมีเพื่อนสนิทคอยเป็นคนให้คำปรึกษาคราแรกหัวเด็ดตีนขาดเขาก็จะไม่รับความวุ่นวายที่จะต้องไปเลือกทำเลที่ตั้งเองโดยเด็ดขาด แต่เพราะถูกหว่านล้อมจากคนรักและเหตุผลต่างๆ จากเพื่อนสนิทที่เหมือนจะเข้าขาได้ดีกับสาวเจ้าทำให้เขาต้องมีหน้าที่ที่ต้องวุ่นวายมากขึ้นนอกจากฝึกกองกำลังบอดี้การ์ดรับจ้างเท่านั้นร่างสูงกำยำยืนตระหง่านห
"มากันแล้ว... ทำไมอยู่ในสภาพนั้นล่ะลูก"ผกากรองที่นั่งใกล้กับสามีเงยหน้าขึ้นมองไปยังลูกสาวกับคนตัวสูงที่เดินตามกันมาก่อนจะชะงักคำพูดแล้วไล่สายตามองสภาพของคนตัวสูงข้างลูกสาว ผมหนายุ่งเหยิงเล็กน้อย เศษผงเล็กๆ น้อยๆ เกาะเต็มเสื้อเชิ้ตสีดำของเจ้าตัวเต็มไปหมด และพอสังเกตดีดีตามตัวมีจุดสีแดงเล็กๆ จุดบริเวณที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออกมาเต็มตัวไปหมดพอมองเลยมายังมือหนาที่มีลูกมะม่วงลูกใหญ่สองลูกอยู่ในอุ้งมือถึงได้รู้ว่าทำไมคนรักของลูกสาวถึงได้อยู่ในสภาพนี้ เสียงถอนหายใจดังออกมาเบาๆ ก่อนเจ้าของร่างบางในวัยกลางคนจะหันมองคนเป็นสามีที่นั่งยิ้มร้ายกาจอย่างไม่สนใจมองสภาพของร่างสูงข้างลูกสาวเลยสักนิดราวกับว่ารู้อยู่แล้ว"ฝีมือคุณใช่ไหมคะ" เสียงหวานเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษชัดถ้อยชัดคำจนนิคาซิโอ้ที่นั่งยิ้มกริ่มอยู่เงยหน้าขึ้นมา โดยปกติแล้วภรรยาจะใช้ภาษาบ้านเกิดตัวเองในการสื่อสารกับเขาเสียมากกว่าเป็นส่วนใหญ่ และการที่เธอใช้ภาษาอังกฤษในการถามครั้งนี้ เขารู้ว่าจุดประสงค์คงจะหมายให้ใครอีกคนรู้เรื่องด้วยเป็นแน่"คุณนิคาซิโอ้""คุณแม่คะ หนูว่าทานข้าวกันดีกว่าค่ะเดี๋ยวอาหารเย็นแล้วจะไม่อร่อย เดี๋ยวหนูขอทายาให้พี่เขาแป๊
"อยู่ทานข้าวกันก่อนค่อยกลับนะฮันน่า"ผกากรองเอ่ยขึ้นหลังจากแขกอดีตว่าที่คู่หมั้นของลูกสาวและเพื่อนของสามีกลับไปแล้ว เธอหันมองหน้าคนตัวสูงที่นั่งเงียบมาตลอดการสนทนาแล้วดึงสายตากลับมามองหน้าลูกสาวเพื่อเป็นการเอาคำตอบอีกครั้ง"ได้ค่ะคุณแม่""ดีเลย งั้นไปช่วยแม่เตรียมของไป จะได้รีบทำอาหารกันจะเที่ยงแล้ว""โอเคค่ะ"ฮันน่าหยัดกายขึ้นตามร่างบางของคนเป็นแม่พร้อมกับรอยยิ้มสดใสดีใจที่เรื่องทุกอย่างจบลงด้วยดี อารมณ์เธอตอนนี้กับเมื่อตอนที่เพิ่งมาถึงมันคนละอารมณ์จนนักฆ่าหนุ่มที่นั่งเงียบอยู่นานต้องเงยหน้าขึ้นมองตามดวงตาจับจ้องมองจนคนตัวเล็กนิ่งทำให้ร่างบางโน้มตัวลงใกล้กระซิบเสียงเบาให้พอได้ยินกันสองคนแต่มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เขายังคงนั่งนิ่งอย่างเดิมไม่เปลี่ยน"ฝากคุณพ่อหน่อยนะคะเดี๋ยวหนูมา""จะไปไหน""ไปทำอาหารกับคุณแม่ค่ะ คุยกันดีดีนะคะ""...."ร่างบางเดินออกไปพร้อมกับคล้องแขนเรียวของคนเป็นแม่ไปด้วย เสียงพูดคุยหัวเราะที่ออกห่างไปทำให้ดวงตาคมเงยกลับขึ้นมายังนักธุรกิจรุ่นใหญ่ด้านหน้าเพียงนิดแล้วดึงสายตากลับ เอื้อมมือคว้าแก้วน้ำบนโต๊ะยกขึ้นดื่มแล้วนั่งเงียบต่อไม่ได้มีการพูดคุยกันอย่างที่คน
ตึกตึกร่างสูงของนักฆ่าหนุ่มเดินมาทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวใหญ่กลางห้องรับแขกโดยมีนางแบบสาวเดินตามมาติดๆ เธอหยุดยืนบริเวณใกล้จุดที่คนตัวโตนั่งลงแล้วเม้มริมฝีปากเข้าหากันพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ รู้ว่าวันนี้ทำให้เขาหงุดหงิดแล้วก็มีอารมณ์น้อยใจอยู่ไม่น้อย แต่เธอก็ไม่รู้นี่นาว่าว่าที่คู่หมั้นเธอจะมาด้วยฮันน่าเดินมาหย่อนตัวนั่งลงข้างคนตัวสูงหันกลับมายื่นมือบางมาวางบนท่อนแขนแกร่งกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดออกมา แต่แขกผู้มาใหม่ก็เดินเข้ามาเสียก่อนทันทีที่เห็นใบหน้าของแขกที่เดินเข้ามาภายในห้องรับแขก คนตัวเล็กก็ชะงักนิ่งทันทีเพราะมันไม่ใช่เพียงแค่ว่าที่คู่หมั้นเธอเท่านั้น แต่ยังมีคนที่เธอเคารพเหมือนลุงแท้ๆ คนหนึ่งมาด้วยกันด้วย ท่านหันมองเธอเพียงนิดแล้วดึงสายตามองคนที่นั่งด้านข้างด้วยสีหน้านิ่งมีความไม่สบอารมณ์อยู่มากก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาอีกตัวตรงข้ามตามมาด้วยว่าที่คู่หมั้นของเธอ"สวัสดีครับฮันน่าสบายดีนะ""สวัสดีค่ะพี่ธีโอ" เสียงหวานตอบกลับคู่หมั้นหนุ่มไปโดยที่มือก็รั้งแขนคนข้างๆ ไว้แน่นเมื่อเขาทำท่าราวกับจะลุกออกไปจากตรงนี้ ทำให้เจ้าของร่างสูงด้านข้างถอนหายใจหนักหันจ้องหน้าเธอนิ่งด้วยแววตาดุดัน"พ







