LOGINเวลาดำเนินผ่านมาร่วมสองวันได้แล้ว ความอดทนที่คิดว่าจะทนได้ก่อนหน้าเหมือนมันจะขาดสะบั้นไม่เป็นชิ้นดีเหมือนที่คิดอีกต่อไป
โดโนแวนยกเท้าขึ้นถีบประเหล็กสองสามครั้งแรงๆ ตามอารมณ์ฉุนเฉียวในตอนนี้ที่กำลังพลุกพล่านโลดแล่นไปทั่วกายโดยมีนางแบบสาวยืนมองสังเกตการณ์อยู่ด้านหลัง
สองวันมานี้เธอกล้าที่จะพูดกับเขามากขึ้นถึงเขาจะไม่ตอบอะไรกลับมาเลยก็ตาม แต่ด้วยความที่เป็นคนอัธยาศัยดีหรือจะให้พูดง่ายๆ คือพูดเก่งของเธอ เธอจึงอดที่จะพูดกับเขาไปไม่ได้
คำขู่ของเขา ท่าทางน่ากลัวของเขา หรือแม้กระทั่งดวงตาคมกริบราวกับหมาป่าดุร้ายของเขา เธอลืมมันไปเลยว่าเธอสมควรจะต้องกลัวเขาถึงจะถูก
พอตื่นมาวันนี้เธอเล่าเรื่องโน่นนี่เกี่ยวกับตัวเองให้เขาฟังเผื่อเขาจะนึกสงสารขึ้นมาบ้าง แต่เขากลับลุกขึ้นพรวดพราดกระชากลากถูกเธอเข้ามาถีบประตูที่มีคนคอยส่งข้าวส่งน้ำเข้ามาให้ตลอดแรงๆ ลากเอาทำเธอข้อมือแดงเลือดซิบไปหมด
"ไปเรียกไอ้เบลซมา! เดี๋ยวนี้!"
เสียงทุ้มกดต่ำเยือกเย็นทำให้คำพูดนั้นดูน่ากลัวมากขึ้นไปหลายเท่าตัว คนที่เฝ้าหน้าประตูถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก พอเขาขยับตัวอีกครั้งพวกมันจึงรีบส่งเสียงรับแล้ววิ่งออกไปทันที
ฮันน่าคอยเก็บรายละเอียดทุกอย่างไว้เงียบๆ นับตั้งแต่มาเฟียหนุ่มเจ้าของเรือที่เรียกเธอมาหาแล้วบอกว่าสนใจเธอแล้วแต่ก็พาเธอมาขังไว้ที่นี่ มันน่าสงสัยตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
ไหนยังจะพวกข้างนอกที่ทำเหมือนกลัวเกรงใจผู้ชายคนนี้อีก
พรึ่บ!
"อ๊ะ!"
แรงกระชากทำให้ร่างเล็กถูกดึงออกจากภวังค์ความคิด นิ้วเรียวสวยยกขึ้นลูบข้อมือบางที่แดงเถือกเบาๆ ซี๊ดปากด้วยความเจ็บแสบแต่กลับไม่ได้รับความเห็นใจจากคนที่กระทำมันเลยสักนิด
เขากลับมานั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิมโดยไม่หันมองมาทางเธอเลยด้วยซ้ำ ส่วนเธอก็กลับมานั่งบนเก้าอี้อีกตัวตามเดิมเหมือนกัน
รอไม่นานเจ้าของเรือนร่างสูงกำยำไม่แพ้กันของเบลซก็เดินเข้ามาด้านในห้องอับ เขาปรายตาลงมองนางแบบสาวลูกครึ่งบนเก้าอี้อีกตัวครู่หนึ่งแล้วเบนสายตามองมายังคนที่เรียกเขาลงมาหา
"กูจะไม่ไหวกับคนของมึงแล้วถ้ามึงยังชักช้าอีกก้าวเดียวกูฆ่าทิ้งแน่"
อึก!
เพราะความพูดมากอยากให้เขาสงสารของเธอแน่ๆ เลยเขาถึงบอกว่าจะฆ่า แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อสองวันก่อนล่ะ เธอจะได้เงียบสงบปากสงบคำไม่พูดมาก แต่หากจะคิดไปดูแล้วเหมือนเขาจะขู่เธออยู่หลายครั้งเหมือนกันนะ หรือเพราะขู่มากไปเธอคิดว่าเขาทำได้แค่ขู่ถึงจะเคยเห็นเขาลงมือฆ่าคนต่อหน้าต่อตามาแล้วก็เถอะ
"มันเริ่มเดินตามแผนแล้วมึงก็ต้องตามแผนที่วางไว้"
"สองวัน! กูให้เวลามึงอีกสองวันไม่งั้นมาเก็บศพไป"
"ใจเย็นๆ ดิไอ้โดโนแวน มันเริ่มแผนแล้วจะเร่งรีบได้ยังไงวะ อีกอย่างมึงเป็นคนรับงานมันมาเองกูก็แค่ช่วยมึงแก้"
"กูแค่รับหน้าที่ให้มาฆ่ามึง"
"แต่กูรับหน้าที่ให้มาแก้งานมึง อีกไม่กี่วันจะขึ้นฝั่งได้แล้วถึงตอนนั้นมึงทำยังไงกูจะไม่ขัดมึงเลย"
"มึงฆ่ามันได้แต่มึงไม่ทำ จะหาทำอะไรให้มันยุ่งยากแบบนี้ทำไมวะ" ในขณะที่พูดประโยคหลังก็หันมองมายังคนตัวเล็กกว่าที่นั่งตัวลีบก้มหน้าก้มตาลอบมองขึ้นไปอย่างเจียมตัวข้างๆ
"มึงเป็นนักฆ่าแต่กูเป็นนักธุรกิจทุกอย่างที่กูทำต้องได้กำไร รวมถึงเวลาที่เสียไปด้วย"
มาเฟียหนุ่มปรายตามองตามสายตาเพื่อนแล้วหรี่ลงมองข้อมือทั้งสองที่ถูกผูกติดกัน มุมปากหนากระตุกเล็กน้อย ถึงเขาจะให้มันรับหน้าที่มาดูหญิงสาวไว้แต่ไม่ได้บอกวิธีให้มันว่าต้องดูยังไง แต่มันนี่สิช่างเสาะหาวิธีตามดูเหลือเกิน
และถ้าจะให้เดา มันคงจะกำลังหัวเสียเพราะวิธีของมันเอง ถือว่าเป็นบุญตาซะจริง นักฆ่าเลือดเย็นที่ถูกขนานนามว่าไดร์วูล์ฟ แต่กลับต้องมาอยู่ร่วมห้องแคบๆ เดียวกันกับผู้หญิงได้เกินหนึ่งวันโดยที่เธอยังอยู่ครบสามสิบสอง มันช่างเป็นบุญตาจริงๆ
หลังจากเพื่อนสนิทออกจากห้องไปแล้วโดโนแวนก็ต้องกลับมาจมอยู่กับความน่าหงุดหงิดเหมือนเดิม คนข้างๆ เงียบลงไปแล้วแต่ยังคงมีสายตาที่ลอบมองมาหาเขาบ่อยๆ บ่อยจนคนที่ไม่ชอบวุ่นวายสุงสิงกับผู้คนแบบเขาเริ่มรำคาญ
"ถ้าเธอมองมาอีกฉันจะควักลูกตาเธอออกมา"
"แต่ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ"
เสียงหวานเงียบลงเธอมองผู้ชายตรงหน้าออกว่าเขาคงจะรำคาญเธอจนอยากจะเชือดคอเธอแล้ว แต่คงเพราะเธอคงจะยังมีประโยชน์ต่อเขาอยู่เขาถึงได้ปล่อยเธอมาได้นานถึงตอนนี้
แล้วมันคือประโยชน์อะไรกันล่ะ เธอยังไม่เห็นว่าเธอจะมีประโยชน์อะไรต่อเขาเลย
"พวกคุณมีแผนอะไรกันไม่แน่ฉันอาจช่วยได้"
"อยู่เงียบๆ ไม่ทำให้ฉันฆ่าเธอก่อนวันครบกำหนดก็พอ"
"...."
ฮันน่าดึงตัวเองที่กำลังคิดจะขยับเข้าไปเข้าใกล้เพื่อหว่านล้อมถามถึงเหตุผลแผนการที่ต้องจับตัวเธอมา แต่ต้องชะงักความคิดไว้เมื่อดวงตาคมกริบตวัดหันกลับมามองปาดเอาความเย็นวูบเข้ามาหาจนไม่กล้าเคลื่อนไหวอีก
ตกดึกของช่วงเวลากลางคืน ความหนาวเหน็บจากผืนน้ำมหาสมุทรตีขึ้นท้องเรือทำให้ร่างเล็กที่นอนหงายอยู่ฝั่งหนึ่งของฟูกบางๆ ผ้าห่มผืนบางเท่าเสื้อคลุมเธอพลิกกลับมาซุกเข้าหาความอุ่นด้านข้างซึ่งเป็นเรือนร่างกำยำแข็งแรงของชายหนุ่มหนึ่งเดียวในห้อง
เธอพาดแขนกกกอดร่างหนาไว้ตามด้วยท่อนขาเรียวสวยที่โผล่พ้นชายเสื้อคลุมตัวใหญ่ออกมาพาดลงบนกลางกายหนา ใบหน้าซุกเข้าหาข้างลำคอทำให้คนที่ต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาลืมตาพรึ่บขึ้นมาออกแรงผลักเธอออกแทบจะทันที
"ถ้าเธอยัง..."
"อื้อ!~"
เสียงขัดใจดังอื้ออึงในลำคอหัวคิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นเข้าหากันก่อนร่างเล็กจะพลิกขึ้นมานอนบนอกกว้าง วางทาบร่างกายบางลงบนกายเขาแล้วกอดร่างหนาไว้ ในขณะที่มือข้างที่ถูกพันธนาการร่วมกันจับหมับเข้ากับนิ้วหัวแม่มือหนาแล้วกดไปกับฟูกผืนบาง
โดโนแวนชะงักร่างกายไว้ เป็นครั้งแรกที่เขาเข้าใกล้ผู้หญิงมากขนาดนี้ เขาไม่เคยเข้าใกล้ผู้หญิงคนไหนมากไปกว่าตอนที่ต้องลงมือสังหารพวกเธอตามหน้าที่ แต่กับผู้หญิงคนนี้...เธอกลับทำทุกอย่างให้เขารำคาญแต่ยังเหลือรอดกลับมาได้
อาการหวาดกลัวที่เธอแสดงออกมาจะว่ามันเป็นเรื่องจริงมันก็คงใช่ แต่หากจะว่ามันเป็นแค่การแสดงมันก็คงจะใช่อีกนั่นแหละ เธอดูเหมือนจะไม่กลัวเขาจริงๆ เลย
"ถ้าเธอยังไม่ออกไปจากตัวฉัน ฉันจะ..."
"อื้อ! พี่เมลลี่รำคาญน่าพูดอยู่ได้หนูจะนอนแล้ว"
"...."
"นอนแบบนี้อุ่นดี~"
ร่างเล็กยกตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะนอนลงมาอีกครั้งหลังจากขยับตัวขึ้นมาจนใบหน้าเสมอกับคนด้านล่างแล้ว
เธอวางแนบพวงแก้มไปกับปลายจมูกโด่งคมสันกับริมฝีปากบางเฉียบสีน้ำตาลคล้ำเพราะสูบบุหรี่จัด นิ้วเรียวสวยกระชับจับนิ้วแกร่งไว้แน่นขึ้นกว่าเดิมในขณะที่อีกข้างที่เป็นอิสระยกขึ้นมากอดลำคอแทน
ลมหายใจร้อนผ่อนรดพวงแก้มเนียนถี่ ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองแพขนตางอนสวยผ่านแสงสว่างที่ส่องเข้ามาจากแสงจันทร์ด้านนอกนิ่ง ไม่รู้มองอยู่นานแค่ไหนแต่ร่างกายเขานิ่งแข็งอยู่แบบนั้นมีเพียงหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจเข้าออกช้าๆ ที่บ่งบอกให้รู้ว่าเขายังคงหายใจอยู่
"ฮันนี่อย่าวิ่งครับเดี๋ยวล้ม"เสียงทุ้มตะโกนออกมาจากด้านในตัวบ้านจนคนที่กำลังจัดขนมของว่างอยู่ในสวนถึงกับหลุดหัวเราะด้วยความเอ็นดูเด็กหญิงตัวเล็กวัยขวบเศษวิ่งนำเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากด้วยความชอบใจ ผมจุกสองจุกกระเซอะกระเซ็นปากจิ้มลิ้มเปิดอ้าทำให้สามารถมองเห็นฟันเล็กสองซี่บนได้อย่างชัดเจน"ฮันนี่!""อ๊าก! มัมมัม!"เสียงใสตะโกนเรียกแม่วิ่งฝ่าสนามหญ้าเขียวเปิดแขนอ้าออกเข้าหาร่างบางของผู้เป็นแม่โดยมีน้องชายฝาแฝดนั่งอยู่บนตักของคนเป็นยายข้างกันเงยหน้าขึ้นมองมาอยู่ฮันน่าเปิดแขนรับลูกสาวตัวเล็กด้วยรอยยิ้มกว้าง เด็กน้อยวิ่งเข้ามาซุกเข้าหาอกปีนไต่ขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักบางโดยยังคงหันหลังระแวงคนที่วิ่งไล่ตามมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความสุข เสียงหัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊ากดังลั่นทั่วบริเวณมือบางยกขึ้นกอดร่างเล็กของลูกสาวบนตักไว้เป็นเวลาเดียวกันกับที่ร่างสูงของโดโนแวนวิ่งมาถึงพอดี ร่างสูงยืนเท้าเอวหอบหายใจหนักด้วยความเหนื่อยในมือยังคงถือผ้าอ้อมเด็กที่ยังไม่ได้ใช้ไว้ ดวงตาคมกริบจ้องมองคนตัวเล็กบนตักของผู้เป็นแม่แล้วส่ายหน้ายิ้มน้อยๆ"แสบจริงๆ เลย ดูสิที่รักลูกฉี่ใส่เสื้อพี่เปียกหมดเลย ไม
"คืนนี้นอนที่นี่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยพาเดินเล่นรอบบ้าน" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังจากทั้งสองนั่งทานอาหารค่ำที่เขาได้สั่งมาจากร้านอาหารชื่อดังเข้ามาก่อนหน้านี้เสร็จแล้ว พร้อมกับจับผ้าขึ้นเช็ดปากเรียบร้อยแล้ววางลงกลับบนโต๊ะ"พี่จะนอนที่นี่เหรอคะ""เราจะนอนที่นี่คืนนี้""งั้นหนูไปเดินดูรอบๆ ในบ้านก่อนได้ไหมคะ อยากเดินดู""พรุ่งนี้จะพาทัวร์ คืนนี้ขึ้นไปพักก่อน""แต่ว่า...""....""ก็ได้ค่ะ แต่เราไม่มีเสื้อผ้านี่คะแล้วจะเปลี่ยนชุดยังไง"โดโนแวนยกยิ้มเล็กน้อยด้วยความเอ็นดูในความสงสัยไปทั่วของคนตัวเล็ก หยัดกายขึ้นเต็มความสูงเดินมาหาคนตัวเล็ก โน้มตัวลงยื่นมือเช็ดคราบอาหารบนมุมปากอวบอิ่มออกแล้วจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากมนแผ่วเบา"ขึ้นไปข้างบนกัน""...." แววตาหยาดเยิ้มส่อไปในทางที่ไม่สามารถคิดดีได้เลย แต่ฮันน่าก็ยอมลุกขึ้นเดินตามขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้านหลังใหญ่ โดยมีเจ้าของร่างสูงจูงมือพาเดินขึ้นไปสองร่างเดินเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ซึ่งเป็นห้องที่นักฆ่าหนุ่มตั้งใจออกแบบเองด้วยความสามารถที่มี โดยมีนักออกแบบคอยให้คำแนะนำถึงความเหมาะสมของการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ และสีพื้นรวมถึงสีภายในห้อง"พี่ออกแบบเองเห
ฮันน่าใช้เวลาพักรักษาจิตใจเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มจึงได้กลับมารับงานตามเดิม แต่ที่ผิดไปจากเดิมคืองานที่เธอรับจะไม่เน้นโชว์วาบหวิวมากเป็นเสียส่วนใหญ่ ตอนแรกเมลลี่ผู้จัดการส่วนตัวมีการบ่นให้อยู่หลายครั้งมากเพราะโดยปกติงานที่เธอรับจะเป็นแนวนั้นเกือบทั้งหมด แต่พอได้สบสายตาคมกริบไม่พอใจและน้ำเสียงสั่งเสียเป็นการเด็ดขาดจากคนรักของเด็กในความดูแล เธอจึงต้องฝืนกลืนน้ำลายปฏิเสธงานทั้งหมด และแน่นอนว่าเม็ดเงินที่จะได้รับก็ลดฮวบลงไปด้วยเช่นกัน ส่วนโดโนแวนตอนนี้ได้ใช้พื้นที่ในส่วนของท่าเรือของเพื่อนสนิทเพื่อเป็นศูนย์ฝึกกองกำลังอารักขาความปลอดภัยหรือเรียกง่ายๆ คือ บอดี้การ์ดรับจ้าง ซึ่งจะรอการเปิดบริษัทเป็นของตัวเองที่กำลังเริ่มก่อร่างสร้างขึ้นมาโดยมีเขาที่เป็นคนเลือกทำเลที่ตั้งของบริษัท และมีเพื่อนสนิทคอยเป็นคนให้คำปรึกษาคราแรกหัวเด็ดตีนขาดเขาก็จะไม่รับความวุ่นวายที่จะต้องไปเลือกทำเลที่ตั้งเองโดยเด็ดขาด แต่เพราะถูกหว่านล้อมจากคนรักและเหตุผลต่างๆ จากเพื่อนสนิทที่เหมือนจะเข้าขาได้ดีกับสาวเจ้าทำให้เขาต้องมีหน้าที่ที่ต้องวุ่นวายมากขึ้นนอกจากฝึกกองกำลังบอดี้การ์ดรับจ้างเท่านั้นร่างสูงกำยำยืนตระหง่านห
"มากันแล้ว... ทำไมอยู่ในสภาพนั้นล่ะลูก"ผกากรองที่นั่งใกล้กับสามีเงยหน้าขึ้นมองไปยังลูกสาวกับคนตัวสูงที่เดินตามกันมาก่อนจะชะงักคำพูดแล้วไล่สายตามองสภาพของคนตัวสูงข้างลูกสาว ผมหนายุ่งเหยิงเล็กน้อย เศษผงเล็กๆ น้อยๆ เกาะเต็มเสื้อเชิ้ตสีดำของเจ้าตัวเต็มไปหมด และพอสังเกตดีดีตามตัวมีจุดสีแดงเล็กๆ จุดบริเวณที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออกมาเต็มตัวไปหมดพอมองเลยมายังมือหนาที่มีลูกมะม่วงลูกใหญ่สองลูกอยู่ในอุ้งมือถึงได้รู้ว่าทำไมคนรักของลูกสาวถึงได้อยู่ในสภาพนี้ เสียงถอนหายใจดังออกมาเบาๆ ก่อนเจ้าของร่างบางในวัยกลางคนจะหันมองคนเป็นสามีที่นั่งยิ้มร้ายกาจอย่างไม่สนใจมองสภาพของร่างสูงข้างลูกสาวเลยสักนิดราวกับว่ารู้อยู่แล้ว"ฝีมือคุณใช่ไหมคะ" เสียงหวานเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษชัดถ้อยชัดคำจนนิคาซิโอ้ที่นั่งยิ้มกริ่มอยู่เงยหน้าขึ้นมา โดยปกติแล้วภรรยาจะใช้ภาษาบ้านเกิดตัวเองในการสื่อสารกับเขาเสียมากกว่าเป็นส่วนใหญ่ และการที่เธอใช้ภาษาอังกฤษในการถามครั้งนี้ เขารู้ว่าจุดประสงค์คงจะหมายให้ใครอีกคนรู้เรื่องด้วยเป็นแน่"คุณนิคาซิโอ้""คุณแม่คะ หนูว่าทานข้าวกันดีกว่าค่ะเดี๋ยวอาหารเย็นแล้วจะไม่อร่อย เดี๋ยวหนูขอทายาให้พี่เขาแป๊
"อยู่ทานข้าวกันก่อนค่อยกลับนะฮันน่า"ผกากรองเอ่ยขึ้นหลังจากแขกอดีตว่าที่คู่หมั้นของลูกสาวและเพื่อนของสามีกลับไปแล้ว เธอหันมองหน้าคนตัวสูงที่นั่งเงียบมาตลอดการสนทนาแล้วดึงสายตากลับมามองหน้าลูกสาวเพื่อเป็นการเอาคำตอบอีกครั้ง"ได้ค่ะคุณแม่""ดีเลย งั้นไปช่วยแม่เตรียมของไป จะได้รีบทำอาหารกันจะเที่ยงแล้ว""โอเคค่ะ"ฮันน่าหยัดกายขึ้นตามร่างบางของคนเป็นแม่พร้อมกับรอยยิ้มสดใสดีใจที่เรื่องทุกอย่างจบลงด้วยดี อารมณ์เธอตอนนี้กับเมื่อตอนที่เพิ่งมาถึงมันคนละอารมณ์จนนักฆ่าหนุ่มที่นั่งเงียบอยู่นานต้องเงยหน้าขึ้นมองตามดวงตาจับจ้องมองจนคนตัวเล็กนิ่งทำให้ร่างบางโน้มตัวลงใกล้กระซิบเสียงเบาให้พอได้ยินกันสองคนแต่มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เขายังคงนั่งนิ่งอย่างเดิมไม่เปลี่ยน"ฝากคุณพ่อหน่อยนะคะเดี๋ยวหนูมา""จะไปไหน""ไปทำอาหารกับคุณแม่ค่ะ คุยกันดีดีนะคะ""...."ร่างบางเดินออกไปพร้อมกับคล้องแขนเรียวของคนเป็นแม่ไปด้วย เสียงพูดคุยหัวเราะที่ออกห่างไปทำให้ดวงตาคมเงยกลับขึ้นมายังนักธุรกิจรุ่นใหญ่ด้านหน้าเพียงนิดแล้วดึงสายตากลับ เอื้อมมือคว้าแก้วน้ำบนโต๊ะยกขึ้นดื่มแล้วนั่งเงียบต่อไม่ได้มีการพูดคุยกันอย่างที่คน
ตึกตึกร่างสูงของนักฆ่าหนุ่มเดินมาทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวใหญ่กลางห้องรับแขกโดยมีนางแบบสาวเดินตามมาติดๆ เธอหยุดยืนบริเวณใกล้จุดที่คนตัวโตนั่งลงแล้วเม้มริมฝีปากเข้าหากันพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ รู้ว่าวันนี้ทำให้เขาหงุดหงิดแล้วก็มีอารมณ์น้อยใจอยู่ไม่น้อย แต่เธอก็ไม่รู้นี่นาว่าว่าที่คู่หมั้นเธอจะมาด้วยฮันน่าเดินมาหย่อนตัวนั่งลงข้างคนตัวสูงหันกลับมายื่นมือบางมาวางบนท่อนแขนแกร่งกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดออกมา แต่แขกผู้มาใหม่ก็เดินเข้ามาเสียก่อนทันทีที่เห็นใบหน้าของแขกที่เดินเข้ามาภายในห้องรับแขก คนตัวเล็กก็ชะงักนิ่งทันทีเพราะมันไม่ใช่เพียงแค่ว่าที่คู่หมั้นเธอเท่านั้น แต่ยังมีคนที่เธอเคารพเหมือนลุงแท้ๆ คนหนึ่งมาด้วยกันด้วย ท่านหันมองเธอเพียงนิดแล้วดึงสายตามองคนที่นั่งด้านข้างด้วยสีหน้านิ่งมีความไม่สบอารมณ์อยู่มากก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาอีกตัวตรงข้ามตามมาด้วยว่าที่คู่หมั้นของเธอ"สวัสดีครับฮันน่าสบายดีนะ""สวัสดีค่ะพี่ธีโอ" เสียงหวานตอบกลับคู่หมั้นหนุ่มไปโดยที่มือก็รั้งแขนคนข้างๆ ไว้แน่นเมื่อเขาทำท่าราวกับจะลุกออกไปจากตรงนี้ ทำให้เจ้าของร่างสูงด้านข้างถอนหายใจหนักหันจ้องหน้าเธอนิ่งด้วยแววตาดุดัน"พ







