Share

บทที่ 2 คนมีแผนการ

last update publish date: 2026-02-18 03:15:53

“เดินทางปลอดภัยนะคะ” เสียงหวานเอ่ยบอกพี่ชายกับพี่สะใภ้พลางส่งยิ้มให้แก่คนทั้งสอง

“พี่อยากให้มิ้นต์ย้ายไปอยู่กับพวกเราที่อังกฤษ” ซีนายเอ่ยบอกน้องสาวด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากเขากับภรรยาย้ายไปอยู่ที่โน่นเพื่อเริ่มต้นธุรกิจใหม่ จึงไม่อยากทิ้งมิลินาอยู่ไทยเพียงคนเดียว

“พี่นายคะ มิ้นต์โตแล้วนะคะ”

“พี่ไม่อยากทิ้งมิ้นต์ให้อยู่คนเดียวเลย” อดไม่ได้จะเป็นห่วงเนื่องจากพวกเขามีกันแค่สองพี่น้อง นับจากบุพการีเสียชีวิตเมื่อสิบปีก่อน เขาดูแลมิลินาตามลำพังมาโดยตลอด

“เอาไว้ถ้ามิ้นต์เหงา มิ้นต์จะบินไปหาพี่นายที่อังกฤษนะคะ”

“สัญญาแล้วนะ” มือหนาลูบหัวน้องสาวด้วยความเอ็นดู เนื่องจากเป็นครั้งแรกต้องแยกจากมิลินาจึงรู้สึกใจหาย

“อะไรกันคะพี่นาย แค่นี้ก็จะร้องแล้วเหรอคะ” มัดหมี่ภรรยาของเขาเอ่ยบอกพลางขบขันในท่าทางของสามี

“อย่าขำสิมัด นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่มิ้นต์ต้องอยู่คนเดียว”

มิลินาเผยยิ้มอ่อนกับบทสนทนาของคนทั้งสอง ก่อนจ้องมองใบหน้างดงามของพี่สะใภ้พลางนึกถึงคำพูดของกฤตภาสเมื่อหลายวันก่อน ที่เอาแต่เพ้อหาถึงมัดหมี่ด้วยความเจ็บปวดทำราวกับอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีมัดหมี่

เธอไม่รู้ด้วยซ้ำความสัมพันธ์ระหว่างกฤตภาส มัดหมี่และซีนายเป็นมาอย่างไร

“มิ้นต์มีอะไรหรือเปล่า” เพราะมิลินาเอาแต่จ้องมองตัวเอง มัดหมี่อดไม่ได้จะถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ไม่ใช่ว่าพี่มัดชอบพี่ภาสเหรอคะ ทำไมถึงแต่งงานกับพี่นายล่ะ”

“มิ้นต์!! เสียมารยาท” ซีนายเอ็ดน้องสาว

“ไม่เป็นไรคะพี่นาย” มัดหมี่ห้ามปรามสามีซึ่งทำท่าจะอ้าปากต่อว่ามิลินาอีกรอบ ก่อนส่งยิ้มอ่อนให้แก่ซีนาย

“ว่าไงล่ะคะพี่มัด ชอบพี่ภาสหรือเปล่า” มิลินายังคงเค้นคำตอบจากคนตรงหน้าเพื่อคลายความสงสัย อย่างน้อยถ้าได้รู้คำตอบแท้จริงอาจพอช่วยบางอย่างได้

“พี่ไม่เคยชอบพี่ภาส” เอ่ยบอกด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ไม่โกรธเคืองสักนิดที่มิลินาถามเช่นนั้น

“งั้นเหรอคะ” เธอคาดเดานิสัยคนตรงหน้าไม่ได้เลย จริง ๆ แล้วคิดอะไรกันแน่ “แล้ว...”

“พอแล้วมิ้นต์ อย่าทำให้พี่โกรธสิ” ซีนายแทรกขึ้นเมื่อน้องสาวทำท่าจะขยับปากถาม เขากลัวภรรยาจะรู้สึกไม่ดีต่อถ้อยคำของมิลินา

“ก็ได้ค่ะ” ใบหน้าหวานสลดลง มิลินาจำใจหุบปากไม่ถามต่อ

“เรื่องไอ้ภาส มิ้นต์ไม่ต้องยุ่ง” เขาอยากจัดการด้วยตัวเองจึงไม่อยากให้น้องสาวเข้ามาพัวพัน

ใช่ว่าจะไม่รู้สึกผิดต่อกฤตภาส เพราะทราบมาตลอดอีกฝ่ายก็รักมัดหมี่มานาน แต่เขาก็รักมัดหมี่เหมือนกัน จะให้หลีกทางกฤตภาสให้ลงเอยกับหญิงสาวก็ทำไม่ได้

“ค่ะ”

“ถ้ามีอะไรก็ติดต่อมานะมิ้นต์” ซีนายเอ่ยลาน้องสาวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนหันหลังเดินจากไปพร้อมมัดหมี่เพื่อขึ้นเครื่อง

“เฮ้อ…มิ้นต์ขอให้พวกพี่มีความสุขนะคะ” ดวงตากลมโตมองตามคนทั้งสองจากไปจนลับหาย ก่อนตัวเองจะเดินทางกลับคอนโด

ร่างเล็กทิ้งตัวนอนลงบนเตียงหลังจากกลับมาถึง

“ตอนนี้พี่ภาสจะเป็นยังไงบ้างนะ” เสียงหวานพึมพำขณะมองดูเพดานห้องสีขาวล้วน นับจากวันนั้นไม่ได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับเขาเลย ทำเอาอดเป็นห่วงไม่ได้

ภายในมุมหนึ่งยังห้องทำงานขนาดใหญ่ เจ้าของกายแกร่งมองรูปภาพในสมาร์ตโฟนอย่างพิจารณา

“มิ้นต์” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพลางนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อน ซึ่งเขาได้ภาพจากกล้องวงจรปิดของคอนโด จึงทำให้รู้ว่าคืนนั้นคนที่พาเขาไปส่งอย่างปลอดภัยคือน้องสาวของเพื่อนสนิทหักเหลี่ยม

“อย่าหาว่ากูใจร้ายละกัน ไอ้นาย” แผนร้ายบางอย่างผุดขึ้นในหัวของเขาพลางยกยิ้มมุมปากดั่งคนเจ้าเล่ห์

นัยน์ตาดำขลับมองนาฬิกาตั้งโต๊ะเพื่อเช็กดูเวลา เขาไม่รอช้าเด้งตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนมุ่งหน้าไปยังสถานที่หนึ่ง

เสียงดังเจี๊ยวจ๊าวของบรรดาสาว ๆ ในมหาวิทยาลัยกำลังให้ความสนใจบางอย่าง ทำให้มิลินากับเพื่อนสนิทอย่างชมพิ้งค์มองหน้ากันด้วยความงุนงง

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ มิ้นต์”

“ไม่รู้สิ” ส่ายหัวไปมาอย่างเชื่องช้า เธอเป็นพวกประเภทไม่ชอบให้ความสนใจอะไรอย่างอื่น นอกจากการเรียน

“ไปดูกันเถอะ” ชมพิ้งค์ไม่รอให้เพื่อนสนิทตอบโต้ประโยคใด คว้าข้อมือของอีกคนวิ่งไปข้างหน้า ก่อนหยุดชะงัก

“พี่ภาส” เสียงหวานของมิลินาเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ ขณะชมพิ้งค์ก้าวไปหยุดตรงหน้าชายหนุ่ม

“มาทำไมคะ”

“พี่มารับเรากลับจากมหาลัยไง” เอ่ยบอกคนตรงหน้า ทว่าสายตาชำเลืองมองใครอีกคนที่เดินมาด้วยกับน้องสาว

“แปลก” ชมพิงค์หรี่ดวงตามองเจ้าของใบหน้าหล่อเหลา เพื่อสังเกตความผิดปกติ

“อยากกลับเลยไหมหรืออยากไปเที่ยวเล่นซื้อของในห้างก่อนล่ะ”

“วันนี้พี่ภาสแปลกนะคะ ร้อยวันพันปีไม่เคยมารับพิ้งค์ที่มหาลัย”

“ก็วันนี้อยากมารับไง ไม่ได้เหรอ”

“ก็ได้อยู่หรอก” ถึงจะงงเอามาก ๆ แต่ชมพิ้งค์ไม่อาจตอบปฏิเสธ เพราะนาน ๆ ทีพี่ชายจะมารับ

“ไปกันเถอะ” ว่าแล้ว เอื้อมมือจับประตูรถก่อนเสียงของน้องสาวดังขึ้น กฤตภาสถึงกับเผยยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ ย่อมทราบดีชมพิ้งค์จะเอ่ยประโยคใด

“พี่ภาสคะ”

“หืม” หันหลังมองหน้าน้องสาวอย่างรอคอยคำตอบ

“ให้มิ้นต์ไปด้วยได้ไหมคะ” ชมพิงค์เดินไปคว้าแขนเรียวของเพื่อนมาหยุดตรงหน้าพี่ชาย มิลินาเบี่ยงสายตาไปทางอื่น ไม่กล้าสบตาคมกริบตรง ๆ เพราะเรื่องในคืนนั้น 

“ได้สิ”

“เย้…พี่ภาสน่ารักที่สุด” ชมพิ้งค์เอ่ยบอกด้วยความดีใจสุดขีด

“ขึ้นรถกันเถอะ พิ้งค์ไปนั่งข้างหลังนะ ส่วนมิ้นต์นั่งข้างพี่” กฤตภาสพูดจบ ย่างเท้าขึ้นรถทันใด

“ไปกันเถอะมิ้นต์”

“เอ่อ...”

“มีอะไรเหรอ”

“เปล่าหรอก” ส่งยิ้มอ่อนให้แก่คนตรงหน้า จากนั้นเดินอ้อมไปอีกฝั่งก่อนเปิดประตูรถเข้าไปนั่งด้านใน โดยไม่สบตาอีกคนสักนิด

“วันนี้อยากกินอะไร”

“พิ้งค์อยากกินอาหารญี่ปุ่นค่ะ”

“พี่ถามมิ้นต์” ชายหนุ่มหันไปบอกคนข้างหลัง

“เชอะ! นี่น้องสาวนะคะพี่ภาส” ชมพิ้งค์บอกพลางทำหน้ามุ่ยใส่พี่ชาย กฤตภาสหัวเราะขบขันก่อนหันมาให้ความสนใจมิลินา

“ว่าไงครับ อยากกินอะไรดี”

“เอ่อ กินอาหารญี่ปุ่นแบบที่พิ้งค์บอกก็ได้ค่ะ” เธอบอกอย่างเกรงใจ

“เห็นไหมล่ะพี่ภาส มิ้นต์ตามใจพิ้งค์อยู่แล้ว” ชมพิ้งค์บอกอย่างคนเหนือกว่า

“เรานี่จริง ๆ เลย” ส่ายหัวไปมาด้วยความเอ็นดูในท่าทางของน้องสาว ก่อนสตาร์ทรถและขับออกไป

บรรยากาศขณะนี้เต็มไปด้วยเสียงบทสนทนาระหว่างสองพี่น้อง โดยมิลินานั่งเงียบ ๆ ด้วยความอึดอัด เนื่องจากชายหนุ่มเอาแต่จ้องมองตัวเองเป็นระยะ

‘ทำไมถึงเอาแต่มองมิ้นต์แบบนี้คะ’

เธออยากถามเขาเหลือเกิน แต่ไม่อาจเอ่ยออกไปด้วยความกลัวเพื่อนจะรับรู้

“ถึงแล้วครับ”

เมื่อมาถึงสถานที่มุ่งหมาย ทั้งสามคนตรงไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

“กินเยอะ ๆ เลยนะมิ้นต์ ไม่ต้องเกรงใจหรอก พี่ภาสเลี้ยง” ชมพิ้งค์ตักอาหารใส่จานของเพื่อนสนิท

“อืม” เผยยิ้มอ่อน

“กินให้เต็มที่นะครับ”

“ค่ะ” พยักหน้ารับก่อนก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้า ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า กฤตภาสเอาแต่มองเธอด้วยแววตาที่ไม่เคยมองมาก่อน ทำเอากระอักกระอ่วนยิ่งนัก

หลังจากกินอาหารญี่ปุ่นเสร็จ ชายหนุ่มพาสองสาวไปซื้อเสื้อผ้า ก่อนขับรถไปส่งน้องสาวที่บ้าน จากนั้นไปส่งมิลินาต่อ

“พี่ภาสจะพามิ้นต์ไปไหนคะ นี่ไม่ใช่ทางไปคอนโดมิ้นต์สักหน่อย” ดวงตากลมโตเบิกกว้างพลางหันมองเจ้าของใบหน้าหล่อเหลา

“เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

ถ้อยคำจากปากหยักได้รูป ทำเธอรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ อย่างบอกไม่ถูก เพราะท่าทีของเขาในตอนนี้แตกต่างกับตอนอยู่กับชมพิ้งค์อย่างสิ้นเชิง ซึ่งเธอคาดเดาไม่ได้เลย อีกฝ่ายคิดอะไรอยู่และต้องการพูดอะไรกับตนเองกันแน่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ล่ามร้ายพันธะหัวใจ    ตอนพิเศษที่ 5 ความสุขที่รอมานาน

    ร่างอรชรในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์กำลังย่างเท้าไปยังแท่นพิธีพร้อมกับบิดา ท่ามกลางเหล่าแขกผู้มีเกียรติที่ร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวนับจากเคลียร์ใจกับเขา ชมพิ้งค์จึงตอบรับคำขอแต่งงานของขุนเขา แม้ว่าการตัดสินใจของเธอจะทำให้กฤตภาสไม่พอใจบ้างก็ตาม ทว่าพี่ชายก็ไม่ได้ขัดขวางนัก“ฝากลูกสาวคนสวยของพ่อด้วยนะ” ไตรภพเอ่ยบอกกับเจ้าบ่าวหนุ่มสุดหล่อในชุดทักซิโด้ หลังจากนำตัวหญิงสาวมาส่งถึงมือขุนเขามองภรรยาสาวก่อนเปิดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นหน้างดงามที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง เธอสวยมากจนเขารู้สึกเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด“สวย” คำพูดสั้น ๆ ของชายหนุ่มทำเอาชมพิ้งค์เขินอายจนหน้าแดงระเรื่อการแต่งงานแบบชาวตะวันตกดำเนินตามลำดับขั้น หลังจากเจ้าสาวมาถึงยังลานพิธี โดยมีบาทหลวงเป็นผู้ประกอบพิธี จนกระทั่งถึงเวลาจุมพิตขุนเขารั้งท้ายทอยเล็กมาแนบชิด ก่อนทาบริมฝีปากหยักได้รูปลงบนกลีบปากอวบอิ่ม“อื้อ” จูบแสนหวานละมุนทำให้ชมพิ้งค์หลับตาพริ้ม จากนั้นตอบรับจูบของสามีหนุ่มงานวิวาห์ของคนทั้งคู่ดำเนินตลอดทั้งวันจนถึงค่ำ แม้ว่าจะรู้สึกเหนื่อยไปบ้างทว่ากลับมีความสุขมากมาย“พิ้งค์ เธอจะอาบน้ำเลยไหม”“อืม” คนตั

  • ล่ามร้ายพันธะหัวใจ    ตอนพิเศษที่ 4 ปรับความเข้าใจ

    ท่ามกลางบรรยากาศมืดมิด รถคันหรูของชมพิ้งค์บังเอิญเสียระหว่างทาง โชคร้ายไปกว่านั้นคือแบตโทรศัพท์ดันหมดหญิงสาวตัดสินใจก้าวลงจากรถ เพื่อจะไปขอความช่วยเหลือจากผู้คน ทว่าไม่มีวี่แววจะเห็นรถสักคันแล่นผ่านมา กระทั่งวัยรุ่นชายสองคนขับจักรยานยนต์จอดขวางหน้าเธอชมพิ้งค์เห็นท่าไม่ดี จึงหมุนตัวจะเข้าไปในรถ แต่ช้าไปกว่าคนเหล่านั้นเข้ามาประชิดตัว“จะหนีไปไหน”“อย่าเข้ามานะ” เธอถอยหลังชิดกับรถคันหรูด้วยท่าทางหวาดกลัว“ไปสนุกด้วยกันเถอะคนสวย” ไม่พูดเปล่า ชายวัยรุ่นสองคนคว้าท่อนแขนขาวเนียนและเหวี่ยงร่างเล็กไปกับพื้นถนน ก่อนพยายามจะคร่อมร่างอรชร“ไปให้พ้น” กายสาวดิ้นพล่านไปมาสุดฤทธิ์ ไม่ยอมให้คนเหล่านั้นสัมผัสเรือนร่าง ก่อนถีบเข้าที่ท้องชายตรงหน้าเต็มแรง“นังบ้า! มึงกล้าถีบกูเหรอ”“โอ๊ย!!” ชมพิ้งค์ถูกต่อยท้องแบนราบทำเอาจุก จนขยับตัวไปไหนไม่ได้“ชอบให้ใช้กำลังก็ไม่บอก” แสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะพยายามซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น“อื้อ ไปให้พ้น” ใบหน้างดงามหันไปมาอย่างขยะแขยง ไม่ยอมให้อีกฝ่ายแตะต้องตัวเอง เธอรู้สึกรังเกียจสัมผัสของคนเหล่านั้นเหลือเกิน วินาทีนี้ทำได้แค่คิดถึงขุนเขาหวังว่าเขาจะมาช่วยกัน แม้จะเป็น

  • ล่ามร้ายพันธะหัวใจ    ตอนพิเศษที่ 3 แค่ความผิดพลาด

    แสงตะวันในยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอน ปลุกชมพิ้งค์ลืมตาขึ้นต้อนรับวันใหม่“อื้อ”“นอนต่ออีกหน่อยเถอะ อย่าเพิ่งลุกเลย”“ขุนเขา” คนตัวเล็กเบิกตาโพลงอย่างตกตะลึง ก่อนเธอจะขยับตัวออกห่างอีกคน แต่ไม่วายถูกชายหนุ่มรั้งร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน“จะหนีไปไหน”“ปล่อยฉันนะ” เธอพยายามจะแกะแขนแกร่งออกไปพ้น แต่อีกฝ่ายไม่ยอมให้เธอทำตามความปรารถนา จึงกระชับกอดเธอแน่นกว่าเดิม“นี่เธอ ลืมเรื่องเมื่อคืนหมดแล้วใช่ไหม”หญิงสาวหยุดการขัดขืนพลางเหลือบมองเจ้าของหน้าคมคาย เพื่อทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา ถึงจะเมาแต่ใช่ว่าจะจำอะไรไม่ได้สักหน่อยและเกิดอะไรขึ้นบ้างกับตัวเอง เพียงแค่ไม่กล้ามองหน้าเขาตรง ๆ“พิ้งค์ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม” ว่าแล้ว คว้ามือเรียวมาจูบพร้อมส่งสายตาหวานเยิ้มให้แก่คนในอ้อมแขน“พอเถอะขุนเขา”“ทำไมล่ะ”ชมพิ้งค์ขยับกายลุกขึ้นนั่งพร้อมนำผ้าห่มคลุมเรือนร่างเปลือย ก่อนข่มตาลงด้วยความเจ็บปวดและเบิกขึ้นใหม่อีกครั้ง“ฉันเคยรักนายมากนะขุนเขา ตอนนี้ก็ยังรักอยู่เหมือนเดิม แต่ฉันไม่อยากกลับไปเจ็บปวดอีกแล้ว เรื่องเมื่อคืนแค่ความผิดพลาดเท่านั้น นับจากนี้อย่ายุ่งกับฉันอีกเลย”“ไม่นะพิ้งค์ อย่าไปจากฉัน” ช

  • ล่ามร้ายพันธะหัวใจ    ตอนพิเศษที่ 2 อารมณ์พาไป Nc

    ท่ามกลางเสียงดังสนั่นภายในไนต์คลับบริเวณเคาน์เตอร์บาร์ ร่างอรชรของชมพิ้งค์กำลังกระดกเหล้าอย่างหงุดหงิด สาเหตุเพราะขุนเขาที่ติดต่อมาเมื่อช่วงกลางวันทำเธอจิตใจว้าวุ่นตลอดทั้งวัน“นายต้องการอะไรจากฉันอีกกันแน่ ขุนเขา” ใบหน้างดงามซบลงบนโต๊ะพร้อมปล่อยน้ำตาไหลพราก ระบายความรู้สึกเจ็บปวดในใจผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ คนตัวเล็กเด้งตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะพาตัวเองกลับเนื่องจากใกล้เมาเต็มทีหญิงสาวเดินไม่ระวังจึงชนเข้ากับชายคนหนึ่งเข้าเต็มแรง ระหว่างนั้นเธอกำลังรู้สึกวิงเวียนศีรษะและกำลังจะล้มลงคาพื้น โชคดีอีกฝ่ายรับร่างเล็กได้ทันพร้อมดึงเข้าสู่วงแขน“เป็นยังไงบ้างครับ”“อื้อ ไม่เป็นไร...”“พิ้งค์” นัยน์ตาคมกริบเบิกโพลงเมื่อเห็นใบหน้าของคนในอ้อมแขนชัดเจน เขาไม่คิดมาก่อนจะเจอหญิงสาวที่นี่“ขุนเขางั้นเหรอ” คนเมาเงยหน้ามองคนตัวโต ก่อนซบหน้าหวานกับอกล่ำสัน เพียงไม่นานปล่อยน้ำใสไหลเปียกชุ่มเสื้อผ้าของอีกคน “ไม่มีทางที่นายจะอยู่ที่นี่หรอกใช่ไหม”“พิ้งค์ นี่เธอร้องไห้เหรอ”“ฮึก ฮือ ๆ เจ็บเหลือเกิน ทำไมฉันถึงลืมนายไม่ได้สักที” คนตัวเล็กเอ่ยพูดด้วยเสียงสะอึกสะอื้น“นี่เธอเจ็บปวดมากขนาดนี้เลยเหรอ” ขุนเขาโอบก

  • ล่ามร้ายพันธะหัวใจ    ตอนพิเศษที่ 1 รักครั้งเก่าที่ไม่เคยลืม

    บรรยากาศในงานวิวาห์เต็มไปด้วยความโรแมนติกและอบอุ่น ถูกจัดขึ้นภายในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ผู้คนมากมายต่างมาร่วมแสดงความยินดีให้แก่คู่บ่าวสาว รวมถึงชมพิ้งค์“ยินดีด้วยนะมิ้นต์” ชมพิ้งค์เอ่ยบอกเจ้าสาวป้ายแดง ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและพี่สะใภ้“ขอบใจนะพิ้งค์” ส่งยิ้มอ่อนให้แก่คนตรงหน้าอย่างซาบซึ้งใจ“ฉันขอให้แกกับพี่ภาสมีความสุขมาก ๆ” พูดจบ ชมพิ้งค์หมุนตัวเตรียมจะยกเท้าจากไป ทว่าถูกรั้งไว้ด้วยฝีมือของมิลินา“พิ้งค์ ฉันขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ”“มีอะไรเหรอ” เอี้ยวหน้ามองใบหน้างดงามของเพื่อน ก่อนตวัดสายตามองมือที่จับท่อนแขนของตัวเองอย่างสงสัย“ไปคุยกันแป๊บหนึ่งสิ” มิลินาไม่รอให้อีกคนตอบโต้ประโยคใด เธอจูงมือชมพิ้งค์ไปยังมุมหนึ่งที่ไม่มีคนพลุกพล่าน“มีอะไรหรือเปล่า มิ้นต์” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นด้วยความสงสัยกับท่าทีของคนตรงหน้า“แกไม่เป็นอะไรใช่ไหมพิ้งค์ เมื่อกี้ฉันเห็นผู้ชายคนนั้นด้วย” เธอหมายถึงขุนเขาอดีตแฟนหนุ่มของเพื่อนสนิท“นึกว่ามีเรื่องสำคัญอะไรจะคุยกับฉัน ที่แท้เรื่องขุนเขานี่เอง ฉันไม่เป็นไรอย่าใส่ใจเลย” เธอแค่ไม่อยากให้มิลินาต้องกังวลใจกับเรื่องของตัวเอง ทั้งที่เป็นงานแต่งของเพื่อน“แกไม่เป็นไร

  • ล่ามร้ายพันธะหัวใจ    บทที่ 30 บทส่งท้าย

    แสงแดดในยามเช้าสาดส่องมายังปลายเตียง ที่มีพ่อแม่ลูกนอนด้วยกัน กฤตภาสตื่นขึ้นก่อนมิลินาเพื่อมองดูเธอในยามหลับ นิ้วยาวลูบไล้พวงแก้มขาวเนียนแผ่วเบาบางอย่างกำลังสัมผัสแก้มนวล ปลุกหญิงสาวตื่นจากการหลับใหลซึ่งพบกับชายหนุ่มกำลังส่งยิ้มหวานมายังเธอ“อรุณสวัสดิ์” ไม่พูดเปล่า ประทับจูบบนหน้าผากเกลี้ยงเกลา“ตื่นเช้าจังเลยนะคะ” เธอรู้สึกเขินอายที่มีใครมาจ้องในยามหลับทำเอาหน้างามแดงระเรื่อ“พี่อยากเจอหน้ามิ้นต์เร็ว ๆ ก็เลยต้องรีบตื่น”“ปากหวานจังเลยนะคะ” ฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุขกับช่วงเวลานี้เธอแอบเสียดายเล็กน้อยที่ปล่อยให้ความโกรธครอบงำจิตใจ จึงทำให้ที่ผ่านมาสูญเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์“มิ้นต์ครับ”“คะ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นพลางมองดูริมฝีปากหยักได้รูป ทำท่าจะขยับพูดบางอย่าง“แต่งงานกันนะครับ”“แต่งค่ะ”“ห๊ะ”กลายเป็นว่ากฤตภาสตกใจกับคำตอบรับของมิลินา คาดไม่ถึงเธอจะตอบรับอย่างรวดเร็ว“มิ้นต์บอกว่าแต่งงานไงค่ะ ตกใจอะไรคะ” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างงุนงง“พี่ไม่คิดว่ามิ้นต์จะตอบรับเร็วขนาดนี้”“มิ้นต์ไม่อยากเสียเวลาอีกแล้วค่ะ อีกอย่างลูกของเราก็โตมากแล้วนะคะ”“คงลำบากแย่ใช่ไหมที่ผ่านมาต้องเลี้

  • ล่ามร้ายพันธะหัวใจ    บทที่ 10 ไม่สนใจไยดี

    “ตื่นได้แล้วมิ้นต์ เธอต้องลุกขึ้นไปทำอาหารให้ฉัน” เสียงทุ้มพยายามปลุกคนหลับที่เหนื่อยจากบทรักเมื่อคืนให้ตื่น“อื้อ พี่ภาสสั่งเอาได้ไหมคะ มิ้นต์ง่วง” เอ่ยบอกอย่างงัวเงีย ก่อนพลิกกายหันไปอีกด้าน เธอเหนื่อยเหลือเกินจนไม่อยากลืมตาขึ้นมาทำอะไรทั้งนั้น“ฉันบอกว่าฉันหิวไง” กฤตภาสเริ่มหงุดหงิด“พี่ภาสไปหาก

    last updateLast Updated : 2026-03-17
  • ล่ามร้ายพันธะหัวใจ    บทที่ 29 ยอมยกโทษ

    “หม่ามี๊ขา นี่บ้านใหม่ของเราจริงเหรอ” หนูน้อยโมจิมองบ้านหลังงามตรงหน้าด้วยอาการตื่นเต้นปนดีใจสุดขีด“ใช่ค่ะ” มิลินาหันไปส่งยิ้มให้กับลูกสาวตัวน้อยวันนี้เป็นวันที่เธอได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล หลังจากพักฟื้นร่างกายนานนับเดือนจนหายดี ซึ่งกฤตภาสได้พาเธอกับลูกมาอยู่ด้วยกันเดิมทีมิลินาปฏิเสธเพราะไ

    last updateLast Updated : 2026-03-30
  • ล่ามร้ายพันธะหัวใจ    บทที่ 28 เริ่มใจอ่อน

    อาการของมิลินาเริ่มดีขึ้น หลังจากนอนรักษาตัวนานนับเดือน ซึ่งความทรงจำในอดีตกลับมาหมดแล้ว ทำให้รับรู้ว่าก่อนเธอจะรักษาตัวยังโรงพยาบาลเกิดอะไรขึ้นบ้างทว่าแทนที่เธอจะโกรธและเกลียดกฤตภาส กลับกลายเป็นว่าเริ่มใจอ่อนให้เขา นั่นเพราะทั้งพี่ชายกับชมพิ้งค์ต่างก็พูดถึงความดีของกฤตภาสให้ฟัง ในระหว่างเธอรักษาต

    last updateLast Updated : 2026-03-29
  • ล่ามร้ายพันธะหัวใจ    บทที่ 27 ในที่สุดเธอก็ฟื้น

    หนึ่งเดือนต่อมา มิลินายังคงไม่มีท่าทีจะฟื้นขึ้นมาทำเอาคนรออย่างกฤตภาสทรมานไปหมดทั้งกายและหัวใจ ยิ่งนับวันยิ่งรู้สึกท้อเหลือเกิน ทั้งหวาดกลัวไปหมด ได้แต่เฝ้าภาวนาขอให้เธอลืมตาขึ้นเร็ววัน“อย่าเอาแต่นอนสิมิ้นต์ รู้ไหมว่ามีคนคอยอยู่” กระซิบบอกข้างใบหูขาวสะอาด ก่อนทาบริมฝีปากหยักลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาอ

    last updateLast Updated : 2026-03-28
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status