เข้าสู่ระบบเมื่อถึงวันเดินทางไปเที่ยวทะเล กฤตภาสมารอรับมิลินาตั้งแต่เที่ยง แต่กว่าจะได้เดินทางกันจริง ๆ เป็นเวลาบ่ายสาม เนื่องจากหญิงสาวตื่นสายกว่าปกติ
“เพราะเธอคนเดียว ถึงได้ออกช้ากว่าเวลาที่ตั้งไว้”
“ในเมื่อเกลียดมิ้นต์ขนาดนี้ จะพาไปด้วยทำไม” เธอไม่ใช่โถส้วมนะที่เขาจะระบายอะไรก็ได้ โดยไม่สนใจความรู้สึก
มิลินาเบือนหน้าไปทางฝั่งหน้าต่างกระจกรถ ภายในหัวเอาแต่คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาระหว่างตนเองกับคนข้างกาย ไม่รู้อีกนานแค่ไหนถึงจะหลุดพ้นจากคนใจร้ายอย่างเขาสักที
ชายหนุ่มเห็นท่าไม่ดี ไม่ได้ตอบกลับคนตัวเล็ก ก่อนเหลือบมองดวงหน้างดงาม บ่งบอกถึงความทุกข์ใจ
ตลอดระยะทางมุ่งหน้าสู่สถานที่หมาย ทั้งคู่ไม่ได้สนทนาสักประโยค บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยความอึดอัด กระทั่งกฤตภาสทนไม่ไหวจึงพูดขึ้นทำลายความเงียบ
“นี่เธอจะเงียบอย่างนี้ใช่ไหม”
“แล้วจะให้มิ้นต์พูดอะไรคะ พี่ภาสเอาแต่ด่ามิ้นต์อยู่นั่นแหละ”
“เธอนี่มัน...ช่างเถอะ” เขาขี้เกียจจะโต้กลับจึงตัดบท ก่อนสนใจขับรถต่อ
กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางเป็นเวลาค่ำพอดี ซึ่งก่อนกลับที่พักกฤตภาสแวะพามิลินารับประทานอาหารริมทะเล
ทั้งสองคนรับประทานอาหารกันเงียบ ๆ หญิงสาวมองวิวรอบกายด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย นานแค่ไหนแล้วนะเธอไม่ได้รู้สึกโล่งใจมากขนาดนี้
“กินสิ”
“ขอบคุณค่ะ” มิลินามองกุ้งที่เขาแกะให้ตนเองอย่างอมยิ้ม การกระทำของเขาทำเอารู้สึกดีเหลือเกิน จนเผลอลืมเรื่องโกรธเคืองบนรถก่อนหน้านี้
“ไม่ต้องมาอมยิ้ม ฉันไม่ได้ทำให้ฟรี ๆ สักหน่อย” มองเธออย่างมีเลศนัย
มิลินารับรู้ได้ทันทีอีกคนมีจุดประสงค์ใด ถึงกระนั้นยังคงรู้สึกขอบคุณเขาอยู่ดีอุตส่าห์แกะกุ้งให้กิน หลังจากรับประทานอาหารจนอิ่มหนำก็พากันกลับที่พัก
“มิ้นต์นอนไหนคะ” เอ่ยรั้งคนตัวโตที่กำลังย่างกรายไปห้องนอนซึ่งมีแค่ห้องเดียว
“ถามแปลก ๆ นอนกับฉันสิ” ตอบเสร็จ กฤตภาสเดินเข้าไปในห้อง
“เอาแต่ใจที่สุด” ยอมลากกระเป๋าเดินตามหลังชายหนุ่มเข้าไปในห้องนอน
“เธออยากไปเดินเล่นไหม”
“ไปได้เหรอคะ” ดวงตากลมโตลุกวาวด้วยอาการตื่นเต้น
“อืม”
“งั้นมิ้นต์ขอไปเดินเล่นก่อนนะคะ” เมื่อได้รับอนุญาตจากชายหนุ่ม เธอรีบหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป
“เดี๋ยวสิ” คว้าท่อนแขนขาวเนียนและดึงเธอเข้ามากอด
“อะไรคะ”
“จะรีบไปไหน”
“เดินเล่นไงคะ พี่ภาสอนุญาตแล้วไม่ใช่เหรอ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างไม่เข้าใจกับท่าทีของอีกคน
“ฉันไม่ได้หมายความว่าให้เธอไปคนเดียวสักหน่อย ฉันจะไปด้วย”
“แต่มิ้นต์ไปคนเดียวได้นี่คะ” บอกอย่างแง่งอน เธอไม่ใช่เด็กสักหน่อยที่ต้องมีผู้ปกครองไปด้วย
“อย่าคิดว่าฉันเป็นห่วงเธอ ฉันแค่กลัวเธอจะเดินสะดุดล้ม แล้วจะมาเป็นภาระของฉันเปล่า ๆ”
“เข้าใจแล้วค่ะ” หน้างดงามสลดลง ในสายตาเขาก็คงเป็นได้แค่คนไร้ค่าที่ไร้ประโยชน์สินะ
“ไปกันได้แล้ว” ว่าจบ กฤตภาสลากข้อมือเล็กเดินออกไปข้างนอกด้วยกัน
ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืน ที่แสงจันทร์สาดส่องกระทบโดนผิวน้ำทะเลบวกกับเสียงคลื่น ทำให้เธอกับเขารู้สึกผ่อนคลายมาก
ชายหนุ่มจูงมือคนตัวเล็กเดินไปด้วยกัน โดยไม่เปล่งประโยคใด มิลินาชำเลืองมองเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาพลางคิดเรื่อยเปื่อย ก่อนรวบรวมความกล้าเอ่ยถามคนตัวโต
“พี่ภาสคะ ปล่อยวางจากพี่มัดไม่ได้เหรอ” เธอแค่อยากให้เขาเริ่มต้นใหม่ ไม่ต้องจมปลักกับอดีตแสนเจ็บปวด
“ต้องการจะสื่อถึงอะไรกันแน่” ตวัดสายตามองคนข้างกาย
“มิ้นต์แค่จะบอกว่าพี่มัดแต่งงานแล้วนะคะ ไม่ว่ายังไงคงไม่สนใจพี่ภาสอีกแล้ว ตอนนี้พี่มัดกับพี่นายกำลังมีความสุขกันดี พี่ภาสเลิกสนใจผู้หญิงแค่คนเดียวเถอะ” เธอแค่อยากเตือนสติอีกคน แต่กลับสร้างความขุ่นเคืองแก่ชายหนุ่ม
“ปล่อยให้พี่ชายเธอมีความสุข แล้วฉันต้องทุกข์ใจคนเดียวเหรอ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ” เธอต้องการจะสื่ออีกแบบ แต่เขากลับเข้าใจไปอีกแบบ
“ฉันคงใจดีกับเธอมากไปสินะ เธอถึงได้ลามปามกับฉันมากขนาดนี้” ด้วยความโมโหบวกกับอารมณ์พลุ่งพล่าน กฤตภาสกระชากคนตัวเล็กให้เดินตามหลังเข้าไปในบ้าน ก่อนเหวี่ยงไปยังเตียงนอนพร้อมคร่อมเรือนร่างงดงาม
แควก ชายหนุ่มฉีกเสื้อผ้าของมิลินาจนขาด แล้วประกบปากจูบกลีบปากอวบอิ่มอย่างป่าเถื่อน
“อื้อ” คนตัวเล็กพยายามขัดขืนพร้อมกับดิ้นพล่าน หวังให้หลุดจากการเกาะกุมของคนเหนือร่าง เขาในตอนนี้น่ากลัวเหลือเกิน จนเธออยากหนีไปให้พ้น
กฤตภาสดูดดื่มปากนุ่มจนบวมเจ่อ ขณะเดียวกันมือหนาบีบขยำเต้าสวยอย่างรุนแรงแทบแหลกคามือ
เมื่อไม่มีหนทางสู้ มิลินายอมนอนนิ่ง ๆ ให้เขากระทำย่ำยี ปล่อยน้ำตาไหลพรากตกหล่นสู่หมอนใบใหญ่
“แค่นี้ไม่ถึงตายหรอก ไม่ต้องร้อง” หลังจากถอนจูบก็ไม่วายตำหนิคนใต้ร่างด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
“อยากทำอะไรก็เชิญ ยังไงมิ้นต์ก็แค่ของเล่นพี่ภาสอยู่แล้ว” เอ่ยบอกดั่งคนไร้เรี่ยวแรง
“งั้นลองอุ้มท้องลูกของฉันดูหน่อยละกัน ถ้าไอ้นายรู้มันจะรู้สึกยังไง” เพราะถ้าต้องการให้ซีนายเจ็บปวด เขาจำเป็นต้องย่ำยีน้องสาวของมัน
“ไม่เอานะพี่ภาส มิ้นต์ไม่อยากท้อง” มิลินาพยายามจะขยับตัวหนี แต่ชายหนุ่มไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น เขาดึงข้อเท้าเล็กและออกแรงมากขึ้นจนเธอมานอนใต้ร่างแกร่ง
ใบหน้าคมคายซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ดูดดื่มอย่างรุนแรงจนเกิดรอยแดงสีกุหลาบมากมาย มือหนาสอดเข้าในแพนตี้น้อยก่อนสะกิดติ่งเสียวเล่น
“อื้อ พี่ภาสปล่อยมิ้นต์เถอะ” ร่างเล็กบิดตัวไปมาหวังให้หลุดพ้นจากคนตัวโต การกระทำของเขาในตอนนี้ดิบเถื่อนยิ่งนักทำเอาเจ็บไปหมด ปวดกายไม่เท่าไรแต่ปวดใจนี่สิเกินจะรับไหว
“อยู่นิ่ง ๆ สิ อย่าเอาแต่ดิ้นไปมา” เอ่ยบอกอย่างขัดใจ คนตัวเล็กไม่ยอมนอนนิ่ง ๆ ให้เขาปลดปล่อยความปรารถนา
“พี่ภาส มิ้นต์ไม่อยากท้อง” เสียงหวานสั่นเครือ เธอไม่อยากให้เด็กบริสุทธิ์ต้องมารับกรรมของผู้ใหญ่ที่เป็นคนก่อ
“ท้องกับฉันมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ” ทั้งหงุดหงิด ทั้งโมโห หลากหลายไปด้วยอารมณ์
ไม่เข้าใจตัวเองเลย แค่เธอปฏิเสธมีลูกกับเขาจะทำให้ไม่พอใจมากขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันแน่ ทั้งที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน
“เราไม่ได้รักกันนี่คะ อีกอย่างมิ้นต์มีคนที่รักแล้วด้วย”
“มันเป็นใคร!!” ตะคอกใส่กรอบหน้าหวานอย่างไม่พอใจ
“ไม่ใช่เรื่องที่พี่ภาสควรรู้” เบือนหน้าไปอีกทาง กลัวเขาจะเห็นความสั่นไหวในดวงตา
“ฉันก็อยากจะรู้นัก ไอ้คนที่เธอรักนักหนา มันจะรู้สึกยังไงถ้ารู้ว่าเธอกำลังอุ้มท้องลูกของฉัน” ยอมรับเลยว่าคำพูดของคนตัวเล็กทำเขาขาดสติมาก
กฤตภาสจัดการถอดเสื้อผ้าของเธอและเขาออกจนหมด ไม่รอช้านำท่อนลำขนาดใหญ่ใส่เข้าในตัวเธอจนสุดลำ ไม่ให้มิลินาตั้งตัวสักนิด
“อ๊ะ อ๊า” หญิงสาวกัดปากตัวเองแน่นเพื่อข่มเสียงร้องอันน่ารังเกียจ แต่ไม่วายดังเล็ดลอดอยู่ดี
“อย่าทำแบบนี้สิ ปากช้ำหมดแล้ว” นิ้วยาวลูบไล้กลีบปากอวบอิ่มแผ่วเบา ทาบริมฝีปากหยักลงบนริมฝีปากอมชมพู
ชายหนุ่มบรรจงจูบคนตัวเล็กอย่างนุ่มนวล ส่งผลให้มิลินาเริ่มผ่อนคลาย ปลดปล่อยอารมณ์ไปตามการกระทำของเขา
“อื้อ” ดวงตากลมโตหลับพริ้ม เพราะจูบแสนอ่อนโยน
มือใหญ่ประสานกับมือเรียวพร้อมกำแน่น จากนั้นขยับสะโพกสอบเข้าออกในร่องกลีบด้วยจังหวะเนิบนาบ พยายามทำอย่างนุ่มนวลที่สุด
ความรู้สึกของเขาที่ได้ร่วมรักกับมิลินา รู้สึกดีมาก ๆ แถมยังมีความสุขอีกต่างหาก ทั้งที่เกลียดพี่ชายเธอมาก ไม่รู้ทำไมกลับเกลียดเธอไม่ลง แม้ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ตาม แถมยังถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลก ๆ อีกต่างหาก
“ตื่นได้แล้วมิ้นต์ เธอต้องลุกขึ้นไปทำอาหารให้ฉัน” เสียงทุ้มพยายามปลุกคนหลับที่เหนื่อยจากบทรักเมื่อคืนให้ตื่น“อื้อ พี่ภาสสั่งเอาได้ไหมคะ มิ้นต์ง่วง” เอ่ยบอกอย่างงัวเงีย ก่อนพลิกกายหันไปอีกด้าน เธอเหนื่อยเหลือเกินจนไม่อยากลืมตาขึ้นมาทำอะไรทั้งนั้น“ฉันบอกว่าฉันหิวไง” กฤตภาสเริ่มหงุดหงิด“พี่ภาสไปหากินเองสิ”“งั้นฉันกินเธอแทนละกัน น่าจะอร่อยดี” คนเจ้าเล่ห์ขยับตัวแนบชิดแผ่นหลังขาวเนียนในสภาพเปลือยเปล่า ใบหน้าคมคายซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น“อื้อ พี่ภาส”“จะตื่นไหม ไม่อย่างนั้นฉันจะลักหลับแล้วนะ”“มิ้นต์ตื่นแล้วก็ได้” เบิกตาขึ้นพร้อมผลักคนตัวโตออกห่าง จ้องเขม็งเขาด้วยสีหน้าไม่พึงพอใจ จะโทษใครได้ล่ะก็เขานั่นแหละทำให้เธอเหนื่อย“นอนอะไรเยอะแยะ”“พี่ภาสนั่นแหละรังแกมิ้นต์”“งั้นเหรอ” ยักไหล่ใส่คนตัวเล็กอย่างไม่แยแส เขากระโดดลงจากเตียงและตรงไปยังห้องน้ำในสภาพล่อนจ้อน ไม่อับอายต่อสายตาเธอ“พี่ภาสไอ้คนบ้า ไม่อายบ้างหรือไง” ถึงจะเห็นกายแกร่งในสภาพไร้อาภรณ์ห่อหุ้มมาหลายครั้ง แต่เธอยังไม่ชินสักทีหลังจากมิลินาจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ไม่รอช้าปรุงอาหารเช้าให้คนตัวโต เธอเลือกทำเมนูง่าย ๆ คือข้าวต้มป
เสียงเนื้อกระทบดังประสานกับเสียงครวญครางของคนทั้งสอง บ่งบอกถึงความสุขที่ได้รับเป็นอย่างดี กฤตภาสใส่ความเป็นชายเข้าออกในตัวเธอไม่ยั้ง“อื้อ พี่ภาส” ใบหน้าหวานเหยเกตามแรงกระแทกกระทั้นของชายหนุ่ม“บ้าฉิบ...” เธอในตอนนี้เซ็กซี่เหลือเกิน จนเขาอดใจไม่ไหวแนบริมฝีปากหยักได้รูปลงบนกลีบปากอมชมพู ดูดดื่มปากนุ่มอย่างคนหิวกระหาย“อื้อ” ทันทีที่มิลินาเผยอปาก คนตัวโตไม่รอช้าสอดแทรกลิ้นเร่าร้อนเข้าในโพรงปากสาว กวาดต้อนชิมความหวานอย่างหนำใจ ขณะส่งท่อนลำเข้าออกในร่องสวาทกลีบกุหลาบตอดแท่งเอ็นถี่ยิบ ชายหนุ่มทนไม่ไหวจึงร่อนเอวสอบแบบไม่ยั้ง ทำเอามิลินาจิกเล็บลงบนท่อนแขนกำยำแน่น“อ๊า อ๊ะ” คนตัวเล็กส่งเสียงครางลั่นปานจะขาดใจกับสิ่งที่ได้รับกฤตภาสเปลี่ยนท่าใหม่ ไปนอนซ้อนแผ่นหลังเล็กพร้อมเอื้อมมือหนาบีบเคล้นทรวงอกอวบอั๋น โดยส่วนนั้นยังคงเชื่อมกันอยู่“อ๊ะ อ๊า พี่ภาส” เธอรู้สึกว่าขณะนี้คนตัวโตรุนแรงกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า“มิ้นต์...ฉันจะเสร็จแล้ว” กระซิบบอกข้างใบหูขาวสะอาด“อื้อ มิ้นต์ใกล้จะเสร็จแล้วเหมือนกัน”“ไปพร้อมกันนะ” ว่าแล้ว คนตัวโตใส่ท่อนลำเข้าออกในกลีบดอกไม้ด้วยจังหวะระรัว เต็มไปด้วยความปรารถนาที่มี
เมื่อถึงวันเดินทางไปเที่ยวทะเล กฤตภาสมารอรับมิลินาตั้งแต่เที่ยง แต่กว่าจะได้เดินทางกันจริง ๆ เป็นเวลาบ่ายสาม เนื่องจากหญิงสาวตื่นสายกว่าปกติ“เพราะเธอคนเดียว ถึงได้ออกช้ากว่าเวลาที่ตั้งไว้”“ในเมื่อเกลียดมิ้นต์ขนาดนี้ จะพาไปด้วยทำไม” เธอไม่ใช่โถส้วมนะที่เขาจะระบายอะไรก็ได้ โดยไม่สนใจความรู้สึกมิลินาเบือนหน้าไปทางฝั่งหน้าต่างกระจกรถ ภายในหัวเอาแต่คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาระหว่างตนเองกับคนข้างกาย ไม่รู้อีกนานแค่ไหนถึงจะหลุดพ้นจากคนใจร้ายอย่างเขาสักทีชายหนุ่มเห็นท่าไม่ดี ไม่ได้ตอบกลับคนตัวเล็ก ก่อนเหลือบมองดวงหน้างดงาม บ่งบอกถึงความทุกข์ใจตลอดระยะทางมุ่งหน้าสู่สถานที่หมาย ทั้งคู่ไม่ได้สนทนาสักประโยค บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยความอึดอัด กระทั่งกฤตภาสทนไม่ไหวจึงพูดขึ้นทำลายความเงียบ“นี่เธอจะเงียบอย่างนี้ใช่ไหม”“แล้วจะให้มิ้นต์พูดอะไรคะ พี่ภาสเอาแต่ด่ามิ้นต์อยู่นั่นแหละ”“เธอนี่มัน...ช่างเถอะ” เขาขี้เกียจจะโต้กลับจึงตัดบท ก่อนสนใจขับรถต่อกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางเป็นเวลาค่ำพอดี ซึ่งก่อนกลับที่พักกฤตภาสแวะพามิลินารับประทานอาหารริมทะเลทั้งสองคนรับประทานอาหารกันเงียบ ๆ หญิงสาวมองวิวรอบกายด้
บรรยากาศภายในห้องอาหารเป็นไปอย่างครื้นเครง และสนุกสนานมาก ทว่ามิลินาไม่ได้ร่วมวงสนทนาด้วย เนื่องจากรู้สึกอึดอัดต้องนั่งตรงข้ามกฤตภาส อีกฝ่ายเอาแต่จ้องมองตัวเองเป็นระยะ ๆ จนเธอแทบอยากลุกขึ้นหนีประเดี๋ยวนี้ ทว่าเกรงใจบุพการีของเพื่อน“หนูมิ้นต์”“คะ” เสียงเรียกของหญิงวัยกลางคนทำคนตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนหันไปให้ความสนใจเนตรนภา“อาหารอร่อยไหม”“อร่อยค่ะ”“หนูมิ้นต์อยู่คนเดียวคงเหงาแย่เลยใช่ไหม ว่าง ๆ ก็มาที่บ้านอีกนะ”“ค่ะ” ส่งยิ้มอ่อนให้แก่หญิงวัยกลางคน จากนั้นก้มหน้ารับประทานอาหาร ก่อนจะเงี่ยหูฟังบทสนทนาระหว่างเนตรนภากับกฤตภาส“แล้วเมื่อไรภาสจะแต่งงานสักทีล่ะ เพื่อนของลูกพี่ชายของหนูมิ้นต์ก็แต่งงานแล้วนะ”“ยังก่อนครับ ตอนนี้ผมยังอยากทำงาน” สายตาดำขลับชำเลืองมองกรอบหน้าสวยหวานของมิลินา ก่อนตอบมารดาทุกคนในครอบครัวไม่มีใครรู้เรื่องเขารักมัดหมี่ เลยไม่มีใครรู้ว่าตัวเองกำลังช้ำใจเพราะความรัก“อย่ามัวแต่ทำงานล่ะ แม่อยากอุ้มหลานจะแย่อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าน้องเราจะมีแฟนก่อนหรอกใช่ไหม”“พูดอะไรคะคุณแม่ พิ้งค์ยังไม่มีนะคะ” คนโดนมารดากล่าวหา สวนขึ้นทันใดเนื่องจากกลัวความลับแตก“แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรส
ทันทีที่กลับมาถึง มิลินาพุ่งตรงไปยังห้องน้ำก่อนเปิดก๊อกน้ำให้ไหลชโลมเรือนร่าง จากนั้นทรุดกายลงบนพื้นห้องพลางโอบกอดตัวเอง“ฮือ ๆ” ร่างเล็กร้องสะอึกสะอื้นปานจะขาดใจกับสิ่งที่ต้องประสบการกระทำกับคำพูดของกฤตภาส ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเธอเหลือเกิน เขาช่างเป็นคนใจร้ายแบบที่คาดไม่ถึงมาก่อน ถึงกระนั้นก็ยังเกลียดเขาไม่ลงอยู่ดีกว่าหญิงสาวจะใช้เวลาสงบอารมณ์ได้ ผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ จากนั้นไม่รอช้าทำความสะอาดร่างกาย เนื่องจากรู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลียเหลือเกิน จึงอยากนอนเร็วกว่าปกติเท้าเล็กก้าวออกจากห้องน้ำไม่กี่นาที เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เธอหยิบขึ้นมาดูก่อนพบว่าเป็นใครมิลินาสูดลมหายใจเข้าปอดช้าๆ พยายามปรับเสียงให้เป็นปกติ เนื่องจากกลัวคนปลายสายเห็นถึงความผิดปกติบางอย่าง“ว่าไงคะพี่นาย”(เป็นไงบ้าง อยู่คนเดียวเหงาไหม) เสียงทุ้มที่เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงทำเธอน้ำตาไหลพราก“มิ้นต์โตแล้วนะคะพี่นาย ไม่ต้องห่วงหรอก” ว่าพลางปาดน้ำตาบนแก้มนุ่มนิ่ม(อีกไม่กี่เดือนจะเรียนจบแล้ว มาอยู่กับพี่ที่อังกฤษไหม)“ขอคิดดูก่อนนะคะ”(เป็นอะไรหรือเปล่า เสียงฟังดูแปลก ๆ)“เปล่าค่ะ พี่นายกับพี่มัดเป็นยัง
หลังจากกฤตภาสกลับมาถึงคอนโด ชายหนุ่มเอาแต่เดินวนไปมาด้วยท่าทางกระวนกระวาย เนื่องจากภายในหัวนึกถึงเรื่องของมิลินาตลอด ทำให้จิตใจว้าวุ่นยากจะสงบลงง่ายดาย“โธ่เว้ย!” เขารู้สึกหงุดหงิดมากแบบไม่เคยเป็นมาก่อนเสียงข้อความจากโทรศัพท์ดังขึ้น กฤตภาสรีบเปิดอ่านอย่างไวก่อนจะบีบมือเข้าหากันแน่นอย่างโมโหสิ่งที่เขาได้เห็นเมื่อสักครู่ คือรูปภาพของมิลินากำลังนั่งรับประทานอาหารริมทางอย่างเอร็ดอร่อย นั่นยิ่งทำให้เขาเดือดขึ้นมากกว่าเดิม“เฮอะ! ท่าทางจะมีความสุขมากสินะ” เขาแค่นยิ้มขณะจ้องมองรูปภาพของคนตัวเล็กที่ถูกส่งมาโดยฝีมือขุนเขาข้อความที่เข้ามาใหม่ทำให้กฤตภาสเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว จากนั้นรีบออกจากคอนโดไปตามโลเคชั่นชายหนุ่มเหยียบคันเร่งด้วยความร้อนใจ กว่าจะถึงกินเวลาค่อนข้างนานพอสมควร เนื่องจากช่วงเย็นการจราจรติดขัดเมื่อมาถึงร้านอาหารริมทาง เขาพุ่งตรงไปหามิลินา มือใหญ่คว้าท่อนแขนเล็กพร้อมกระชากเต็มแรง จนเธอลุกขึ้นยืนอย่างงุนงง“พี่ภาส” มองบุคคลมาใหม่ด้วยใบหน้าตกตะลึง“มากับฉัน” ชายหนุ่มถอดชุดคลุมที่มิลินาสวมใส่คืนเจ้าของ โยนใส่ขุนเขาอย่างไม่ไยดี แล้วพาเธอไปด้วยกัน“เฮอะ! ทำมาเป็นปากแข็ง” ขุนเขามองต







