เข้าสู่ระบบหลังจากกฤตภาสกลับมาถึงคอนโด ชายหนุ่มเอาแต่เดินวนไปมาด้วยท่าทางกระวนกระวาย เนื่องจากภายในหัวนึกถึงเรื่องของมิลินาตลอด ทำให้จิตใจว้าวุ่นยากจะสงบลงง่ายดาย
“โธ่เว้ย!” เขารู้สึกหงุดหงิดมากแบบไม่เคยเป็นมาก่อน
เสียงข้อความจากโทรศัพท์ดังขึ้น กฤตภาสรีบเปิดอ่านอย่างไวก่อนจะบีบมือเข้าหากันแน่นอย่างโมโห
สิ่งที่เขาได้เห็นเมื่อสักครู่ คือรูปภาพของมิลินากำลังนั่งรับประทานอาหารริมทางอย่างเอร็ดอร่อย นั่นยิ่งทำให้เขาเดือดขึ้นมากกว่าเดิม
“เฮอะ! ท่าทางจะมีความสุขมากสินะ” เขาแค่นยิ้มขณะจ้องมองรูปภาพของคนตัวเล็กที่ถูกส่งมาโดยฝีมือขุนเขา
ข้อความที่เข้ามาใหม่ทำให้กฤตภาสเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว จากนั้นรีบออกจากคอนโดไปตามโลเคชั่น
ชายหนุ่มเหยียบคันเร่งด้วยความร้อนใจ กว่าจะถึงกินเวลาค่อนข้างนานพอสมควร เนื่องจากช่วงเย็นการจราจรติดขัด
เมื่อมาถึงร้านอาหารริมทาง เขาพุ่งตรงไปหามิลินา มือใหญ่คว้าท่อนแขนเล็กพร้อมกระชากเต็มแรง จนเธอลุกขึ้นยืนอย่างงุนงง
“พี่ภาส” มองบุคคลมาใหม่ด้วยใบหน้าตกตะลึง
“มากับฉัน” ชายหนุ่มถอดชุดคลุมที่มิลินาสวมใส่คืนเจ้าของ โยนใส่ขุนเขาอย่างไม่ไยดี แล้วพาเธอไปด้วยกัน
“เฮอะ! ทำมาเป็นปากแข็ง” ขุนเขามองตามหลังกฤตภาสพลางยกยิ้มมุมปาก ที่ได้เห็นอีกฝ่ายเดือดพล่าน
หลังจากชายหนุ่มสามารถพามิลินาออกจากขุนเขาสำเร็จ เขาไม่เปล่งเสียงพูดสักประโยค เอาแต่ยุ่งอยู่กับการขับรถด้วยความเร็วสูง จนหญิงสาวทนไม่ไหวจึงเอ่ยปากขึ้น
“พี่ภาสช้า ๆ หน่อยได้ไหมคะ มิ้นต์กลัว”
“...” ไม่มีเสียงตอบกลับจากอีกคน เขายังคงเหยียบคันเร่งสุดมิดเหมือนเดิม
“พี่ภาสคะ ขอร้องเถอะ” มือเรียวแตะหัวไหล่แกร่งแผ่วเบา ส่งสายตาอ้อนวอนคนข้างกายเพื่อต้องการให้ชะลอรถ
กฤตภาสเบรกรถกะทันหันในที่เปลี่ยว ซึ่งไม่มีรถสักคันผ่านมา ใบหน้างดงามหันหน้ามองคนข้างกายด้วยความหวาดกลัวจะถูกทิ้งไว้ที่นี่คนเดียว
“พี่ภาสจอดรถทำไมคะ” เอ่ยถามพลางหันมองรอบกาย
“อยู่กับมันแล้วมีความสุขมากใช่ไหม” ตะคอกใส่คนตัวเล็กด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันเป็นอะไร แค่เห็นเธออยู่กับขุนเขาด้วยท่าทางเบิกบานใจ รู้สึกหงุดหงิดอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“พูดอะไรของพี่ภาสคะ พี่ทิ้งมิ้นต์เองไม่ใช่เหรอ”
“พูดแบบนี้คงอยากอยู่กับมันมากใช่ไหม ฉันจะบอกอะไรให้นะมิ้นต์ ฉันไม่ชอบใช้ผู้หญิงร่วมกับคนอื่น” พูดจบ กฤตภาสคร่อมร่างเล็กอย่างรวดเร็วพร้อมกับปรับเบาะรถ
“พี่ภาสจะทำอะไรคะ” มือเล็กดันอกกว้างพลางเบือนหน้าไปทางอื่น
“ลงโทษเธอไง”
“ลงโทษอะไรของพี่ภาสคะ แล้วมิ้นต์ทำอะไรผิด”
ชายหนุ่มไม่สนใจตอบคำถามของมิลินา เขาจัดการทาบริมฝีปากหยักได้รูปลงบนกลีบปากอวบอิ่ม ดูดดื่มอย่างรุนแรงราวกับต้องการบดขยี้คนตัวเล็กให้แหลก
“อื้อ” พยายามขัดขืน แต่แรงอันน้อยนิดกลับสู้แรงมหาศาลไม่ได้ จำใจต้องปลดปล่อยเรือนร่างให้โอนอ่อนตามการกระทำดิบเถื่อนของเขา
ฝ่ามือใหญ่บีบขยำเต้าสวยอย่างรุนแรงพร้อมเม้มริมฝีปากอมชมพูอย่างคลั่งไคล้ในรสชาติ
“เธอไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับใคร ยกเว้นฉันคนเดียว” กระซิบบอกข้างใบหูขาวสะอาด ก่อนงับลำคอระหงทีหนึ่งทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งเฮือกหนึ่ง
“ทำแบบนี้กับมิ้นต์ทำไม” ถามเสียงสั่นเครือ
“ลืมแล้วเหรอ ตอนนี้เธอเป็นของเล่นของฉัน”
“เมื่อคืนพี่ภาสได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ควรปล่อยมิ้นต์ไปสิ”
“ครั้งเดียวมันไม่พอหรอก แลกกับชีวิตไอ้นาย”
ได้ยินดังนั้น มิลินาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ข่มน้ำตาไม่ให้ไหลรินประจานความโง่เขลา รู้สึกผิดหวังเหลือเกินกับการรักผู้ชายคนนี้
ชายหนุ่มไม่รอช้าพลิกร่างเล็กให้ขึ้นมาอยู่บนตัวเขา ส่วนตัวเองเอนกายพิงหลังกับเบาะรถ
“มิ้นต์เกลียดพี่ภาส”
“ฉันก็ไม่ได้ขอให้เธอมารู้สึกดีกับฉันสักหน่อย” ตอบกลับอย่างไม่แยแส ไม่สนใจว่าคนตัวเล็กจะรู้สึกยังไง นอกจากอยากทำตามความปรารถนาของตัวเอง
กฤตภาสถอดชุดเดรสสายเดี่ยวลงไปกองบริเวณเอวคอดกิ่ว ก่อนดูดดื่มยอดปทุมถันตั้งตระหง่านเด่นยั่วยวนตรงหน้าอย่างอดใจไม่ไหว
“อื้อ” เธอพยายามกลั้นเสียงร้องอันน่ารังเกียจสุดขีด ยกมือทั้งสองข้างปิดปากสนิท
สายตาดำขลับชำเลืองมองคนตัวเล็กที่พยายามต่อต้านเขา จึงเอาคืนด้วยการกัดยอดถันสีหวาน จนเธอเผลอเปล่งเสียงร้องคราง
“อ๊ะ” มองเขาตาขวาง
เขายกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ แล้วตวัดเลียดอกบัวตูมต่ออย่างหลงใหล มือหนาทั้งสองข้างบีบขยำก้นเด้งอย่างเมามัน
“อื้อ อ๊ะ” มิลินาทนไม่ไหวกับการเล้าโลมของอีกคน ส่งเสียงร้องครางลั่นโดยไม่กลัวใครจะมาได้ยิน
“ครางดัง ๆ เลย ฉันชอบเสียงเธอ หวานรื่นหูดี” เอ่ยบอกอย่างพอใจ
“อื้อ อ๊ะ พี่ภาสอย่ากัดแรงสิคะ”
“ช่วยไม่ได้ นี่คือบทลงโทษของเธอ” กฤตภาสบอกอย่างเอาแต่ใจ ก่อนจัดการเลิกกระโปรงชุดเดรสขึ้นมากองยังเอวบอบบางพร้อมช่วยถอดแพนตี้น้อยให้เธอ
“ฉันไม่ไหวแล้ว พร้อมกันนะ” กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ชายหนุ่มถอดกางเกงไปกองบริเวณขา นำท่อนลำชี้โด่งพร้อมสอดเข้าไปในร่องสวาทพรวดเดียวจนสุดลำ
“อ๊ะ”
“ขย่มฉันสิ”
“มิ้นต์ทำไม่เป็น”
“น่ารำคาญชะมัด” ถึงจะบอกอย่างนั้นกับคนตัวเล็ก แต่เขาไม่ได้ปล่อยไปเลยตามเลย ก่อนช่วยอธิบายให้ฟังพร้อมสาธิตให้ดู คนเรียนรู้เร็วอย่างมิลินาทำตามได้ทันที
หญิงสาวยกสะโพกผายขึ้นลงกระแทกกับความเป็นชายด้วยจังหวะถี่รัว โดยฝ่ามือใหญ่จับยึดเอวคอดไว้
“อื้อ อ๊ะ ดีเหลือเกินมิ้นต์ เอาแรง ๆ กว่านี้” ว่าแล้ว ขยับร่างเล็กขึ้นลงให้เร็วกว่าเดิม
“อื้อ พี่ภาส” ทรมานเหลือเกินราวกับร่างกายจะแหลกสลาย
“ฉันไม่ไหวแล้วมิ้นต์ ฉันขอทำเองดีกว่า” ไม่พูดเปล่า ดันคนตัวเล็กให้นอนใต้ร่างแทน ส่งความเป็นชายเข้าออกในร่องสวาทแบบไม่ยั้ง
“อ๊ะ เจ็บ...” หยาดน้ำตาไหลรินอาบแก้มนุ่ม มือเล็กจิกเล็บลงบนท่อนแขนกำยำแน่นเพื่อข่มความเจ็บปวด
ชายหนุ่มยังคงใส่แท่งเอ็นเข้าในตัวเธอระรัว ไม่รับรู้สักนิดหญิงสาวกำลังรู้สึกอย่างไร นอกจากอยากปลดปล่อยอารมณ์พลุ่งพล่านใส่คนตัวเล็ก
“จำไว้นะมิ้นต์ เธอเป็นของเล่นของฉัน ผู้ชายหน้าไหนไม่มีสิทธิ์แตะต้องจนกว่าฉันจะเบื่อ”
คำพูดของคนตัวโตตอกย้ำความรู้สึกของเธอได้เป็นอย่างดี เธอไม่โกรธหรือเกลียดเขาเลย นอกจากเกลียดตัวเองที่ยอมเป็นของเล่นให้เขาง่าย ๆ แต่จะปล่อยให้อีกคนทำร้ายพี่ชายก็คงเป็นไปไม่ได้ หากนี่จะพอชดใช้ได้ก็ยอม
ดวงตากลมโตปิดลงสนิท เธอไม่อยากเห็นหรือรับรู้อะไรทั้งนั้น ปล่อยให้เขากระทำย่ำยีตัวเองตามใจชอบ โดยไม่ขัดขืนสักนิด
“อ๊า...” กฤตภาสครางลั่น หลังได้ปล่อยน้ำเชื้อเต็มร่องสวาท
ใบหน้าคมคายซบลงกับซอกคอหอมกรุ่นด้วยความโล่งอก ไม่วายกดจูบแก้มนวลหนัก ๆ
“ถ้าได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ปล่อยมิ้นต์กลับสักทีเถอะ” วินาทีนี้เหนื่อยเหลือเกิน เธออยากอยู่คนเดียวเพื่อทบทวนอะไรสักหน่อย
“ร้องไห้ทำไม สำออยชะมัด” ผงกหัวมองคราบน้ำตาบนพวงแก้มขาวเนียน จากนั้นรีบแต่งตัวให้เรียบร้อยและกลับไปนั่งฝั่งคนขับตามเดิม
“รีบแต่งตัวซะ เห็นแล้วขยะแขยงชะมัด” เขาโยนชุดสูทที่อยู่เบาะหลังให้คนตัวเล็กเพื่อคลุมเรือนร่างเปลือยเปล่า
มิลินายอมทำตามคำสั่งของเขาอย่างว่าง่าย เนื่องจากตอนนี้ไม่มีเรี่ยวแรงจะตอบโต้อะไรอีกแล้ว นอกจากอยากอยู่เงียบ ๆ
หลังจากใส่ชุดเดรสเรียบร้อยก็นำชุดสูทมาคลุม ก่อนเบือนหน้าไปอีกด้านเพราะไม่อยากเห็นใบหน้าหล่อเหลาของคนใจร้าย
กฤตภาสชำเลืองมองคนตัวเล็กแวบหนึ่งพร้อมออกรถทันใด เมื่อมาถึงคอนโดของหญิงสาว เขาไม่ทันได้เอ่ยพูดสักประโยค มิลินารีบเปิดประตูลงไปอย่างไว ไม่เหลียวมองเขาสักนิด
“เฮอะ! ดีจริง ๆ เลย”
ส่ายหัวไปมาอย่างเชื่องช้ากับพฤติกรรมของหญิงสาว
“ตื่นได้แล้วมิ้นต์ เธอต้องลุกขึ้นไปทำอาหารให้ฉัน” เสียงทุ้มพยายามปลุกคนหลับที่เหนื่อยจากบทรักเมื่อคืนให้ตื่น“อื้อ พี่ภาสสั่งเอาได้ไหมคะ มิ้นต์ง่วง” เอ่ยบอกอย่างงัวเงีย ก่อนพลิกกายหันไปอีกด้าน เธอเหนื่อยเหลือเกินจนไม่อยากลืมตาขึ้นมาทำอะไรทั้งนั้น“ฉันบอกว่าฉันหิวไง” กฤตภาสเริ่มหงุดหงิด“พี่ภาสไปหากินเองสิ”“งั้นฉันกินเธอแทนละกัน น่าจะอร่อยดี” คนเจ้าเล่ห์ขยับตัวแนบชิดแผ่นหลังขาวเนียนในสภาพเปลือยเปล่า ใบหน้าคมคายซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น“อื้อ พี่ภาส”“จะตื่นไหม ไม่อย่างนั้นฉันจะลักหลับแล้วนะ”“มิ้นต์ตื่นแล้วก็ได้” เบิกตาขึ้นพร้อมผลักคนตัวโตออกห่าง จ้องเขม็งเขาด้วยสีหน้าไม่พึงพอใจ จะโทษใครได้ล่ะก็เขานั่นแหละทำให้เธอเหนื่อย“นอนอะไรเยอะแยะ”“พี่ภาสนั่นแหละรังแกมิ้นต์”“งั้นเหรอ” ยักไหล่ใส่คนตัวเล็กอย่างไม่แยแส เขากระโดดลงจากเตียงและตรงไปยังห้องน้ำในสภาพล่อนจ้อน ไม่อับอายต่อสายตาเธอ“พี่ภาสไอ้คนบ้า ไม่อายบ้างหรือไง” ถึงจะเห็นกายแกร่งในสภาพไร้อาภรณ์ห่อหุ้มมาหลายครั้ง แต่เธอยังไม่ชินสักทีหลังจากมิลินาจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ไม่รอช้าปรุงอาหารเช้าให้คนตัวโต เธอเลือกทำเมนูง่าย ๆ คือข้าวต้มป
เสียงเนื้อกระทบดังประสานกับเสียงครวญครางของคนทั้งสอง บ่งบอกถึงความสุขที่ได้รับเป็นอย่างดี กฤตภาสใส่ความเป็นชายเข้าออกในตัวเธอไม่ยั้ง“อื้อ พี่ภาส” ใบหน้าหวานเหยเกตามแรงกระแทกกระทั้นของชายหนุ่ม“บ้าฉิบ...” เธอในตอนนี้เซ็กซี่เหลือเกิน จนเขาอดใจไม่ไหวแนบริมฝีปากหยักได้รูปลงบนกลีบปากอมชมพู ดูดดื่มปากนุ่มอย่างคนหิวกระหาย“อื้อ” ทันทีที่มิลินาเผยอปาก คนตัวโตไม่รอช้าสอดแทรกลิ้นเร่าร้อนเข้าในโพรงปากสาว กวาดต้อนชิมความหวานอย่างหนำใจ ขณะส่งท่อนลำเข้าออกในร่องสวาทกลีบกุหลาบตอดแท่งเอ็นถี่ยิบ ชายหนุ่มทนไม่ไหวจึงร่อนเอวสอบแบบไม่ยั้ง ทำเอามิลินาจิกเล็บลงบนท่อนแขนกำยำแน่น“อ๊า อ๊ะ” คนตัวเล็กส่งเสียงครางลั่นปานจะขาดใจกับสิ่งที่ได้รับกฤตภาสเปลี่ยนท่าใหม่ ไปนอนซ้อนแผ่นหลังเล็กพร้อมเอื้อมมือหนาบีบเคล้นทรวงอกอวบอั๋น โดยส่วนนั้นยังคงเชื่อมกันอยู่“อ๊ะ อ๊า พี่ภาส” เธอรู้สึกว่าขณะนี้คนตัวโตรุนแรงกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า“มิ้นต์...ฉันจะเสร็จแล้ว” กระซิบบอกข้างใบหูขาวสะอาด“อื้อ มิ้นต์ใกล้จะเสร็จแล้วเหมือนกัน”“ไปพร้อมกันนะ” ว่าแล้ว คนตัวโตใส่ท่อนลำเข้าออกในกลีบดอกไม้ด้วยจังหวะระรัว เต็มไปด้วยความปรารถนาที่มี
เมื่อถึงวันเดินทางไปเที่ยวทะเล กฤตภาสมารอรับมิลินาตั้งแต่เที่ยง แต่กว่าจะได้เดินทางกันจริง ๆ เป็นเวลาบ่ายสาม เนื่องจากหญิงสาวตื่นสายกว่าปกติ“เพราะเธอคนเดียว ถึงได้ออกช้ากว่าเวลาที่ตั้งไว้”“ในเมื่อเกลียดมิ้นต์ขนาดนี้ จะพาไปด้วยทำไม” เธอไม่ใช่โถส้วมนะที่เขาจะระบายอะไรก็ได้ โดยไม่สนใจความรู้สึกมิลินาเบือนหน้าไปทางฝั่งหน้าต่างกระจกรถ ภายในหัวเอาแต่คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาระหว่างตนเองกับคนข้างกาย ไม่รู้อีกนานแค่ไหนถึงจะหลุดพ้นจากคนใจร้ายอย่างเขาสักทีชายหนุ่มเห็นท่าไม่ดี ไม่ได้ตอบกลับคนตัวเล็ก ก่อนเหลือบมองดวงหน้างดงาม บ่งบอกถึงความทุกข์ใจตลอดระยะทางมุ่งหน้าสู่สถานที่หมาย ทั้งคู่ไม่ได้สนทนาสักประโยค บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยความอึดอัด กระทั่งกฤตภาสทนไม่ไหวจึงพูดขึ้นทำลายความเงียบ“นี่เธอจะเงียบอย่างนี้ใช่ไหม”“แล้วจะให้มิ้นต์พูดอะไรคะ พี่ภาสเอาแต่ด่ามิ้นต์อยู่นั่นแหละ”“เธอนี่มัน...ช่างเถอะ” เขาขี้เกียจจะโต้กลับจึงตัดบท ก่อนสนใจขับรถต่อกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางเป็นเวลาค่ำพอดี ซึ่งก่อนกลับที่พักกฤตภาสแวะพามิลินารับประทานอาหารริมทะเลทั้งสองคนรับประทานอาหารกันเงียบ ๆ หญิงสาวมองวิวรอบกายด้
บรรยากาศภายในห้องอาหารเป็นไปอย่างครื้นเครง และสนุกสนานมาก ทว่ามิลินาไม่ได้ร่วมวงสนทนาด้วย เนื่องจากรู้สึกอึดอัดต้องนั่งตรงข้ามกฤตภาส อีกฝ่ายเอาแต่จ้องมองตัวเองเป็นระยะ ๆ จนเธอแทบอยากลุกขึ้นหนีประเดี๋ยวนี้ ทว่าเกรงใจบุพการีของเพื่อน“หนูมิ้นต์”“คะ” เสียงเรียกของหญิงวัยกลางคนทำคนตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนหันไปให้ความสนใจเนตรนภา“อาหารอร่อยไหม”“อร่อยค่ะ”“หนูมิ้นต์อยู่คนเดียวคงเหงาแย่เลยใช่ไหม ว่าง ๆ ก็มาที่บ้านอีกนะ”“ค่ะ” ส่งยิ้มอ่อนให้แก่หญิงวัยกลางคน จากนั้นก้มหน้ารับประทานอาหาร ก่อนจะเงี่ยหูฟังบทสนทนาระหว่างเนตรนภากับกฤตภาส“แล้วเมื่อไรภาสจะแต่งงานสักทีล่ะ เพื่อนของลูกพี่ชายของหนูมิ้นต์ก็แต่งงานแล้วนะ”“ยังก่อนครับ ตอนนี้ผมยังอยากทำงาน” สายตาดำขลับชำเลืองมองกรอบหน้าสวยหวานของมิลินา ก่อนตอบมารดาทุกคนในครอบครัวไม่มีใครรู้เรื่องเขารักมัดหมี่ เลยไม่มีใครรู้ว่าตัวเองกำลังช้ำใจเพราะความรัก“อย่ามัวแต่ทำงานล่ะ แม่อยากอุ้มหลานจะแย่อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าน้องเราจะมีแฟนก่อนหรอกใช่ไหม”“พูดอะไรคะคุณแม่ พิ้งค์ยังไม่มีนะคะ” คนโดนมารดากล่าวหา สวนขึ้นทันใดเนื่องจากกลัวความลับแตก“แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรส
ทันทีที่กลับมาถึง มิลินาพุ่งตรงไปยังห้องน้ำก่อนเปิดก๊อกน้ำให้ไหลชโลมเรือนร่าง จากนั้นทรุดกายลงบนพื้นห้องพลางโอบกอดตัวเอง“ฮือ ๆ” ร่างเล็กร้องสะอึกสะอื้นปานจะขาดใจกับสิ่งที่ต้องประสบการกระทำกับคำพูดของกฤตภาส ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเธอเหลือเกิน เขาช่างเป็นคนใจร้ายแบบที่คาดไม่ถึงมาก่อน ถึงกระนั้นก็ยังเกลียดเขาไม่ลงอยู่ดีกว่าหญิงสาวจะใช้เวลาสงบอารมณ์ได้ ผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ จากนั้นไม่รอช้าทำความสะอาดร่างกาย เนื่องจากรู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลียเหลือเกิน จึงอยากนอนเร็วกว่าปกติเท้าเล็กก้าวออกจากห้องน้ำไม่กี่นาที เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เธอหยิบขึ้นมาดูก่อนพบว่าเป็นใครมิลินาสูดลมหายใจเข้าปอดช้าๆ พยายามปรับเสียงให้เป็นปกติ เนื่องจากกลัวคนปลายสายเห็นถึงความผิดปกติบางอย่าง“ว่าไงคะพี่นาย”(เป็นไงบ้าง อยู่คนเดียวเหงาไหม) เสียงทุ้มที่เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงทำเธอน้ำตาไหลพราก“มิ้นต์โตแล้วนะคะพี่นาย ไม่ต้องห่วงหรอก” ว่าพลางปาดน้ำตาบนแก้มนุ่มนิ่ม(อีกไม่กี่เดือนจะเรียนจบแล้ว มาอยู่กับพี่ที่อังกฤษไหม)“ขอคิดดูก่อนนะคะ”(เป็นอะไรหรือเปล่า เสียงฟังดูแปลก ๆ)“เปล่าค่ะ พี่นายกับพี่มัดเป็นยัง
หลังจากกฤตภาสกลับมาถึงคอนโด ชายหนุ่มเอาแต่เดินวนไปมาด้วยท่าทางกระวนกระวาย เนื่องจากภายในหัวนึกถึงเรื่องของมิลินาตลอด ทำให้จิตใจว้าวุ่นยากจะสงบลงง่ายดาย“โธ่เว้ย!” เขารู้สึกหงุดหงิดมากแบบไม่เคยเป็นมาก่อนเสียงข้อความจากโทรศัพท์ดังขึ้น กฤตภาสรีบเปิดอ่านอย่างไวก่อนจะบีบมือเข้าหากันแน่นอย่างโมโหสิ่งที่เขาได้เห็นเมื่อสักครู่ คือรูปภาพของมิลินากำลังนั่งรับประทานอาหารริมทางอย่างเอร็ดอร่อย นั่นยิ่งทำให้เขาเดือดขึ้นมากกว่าเดิม“เฮอะ! ท่าทางจะมีความสุขมากสินะ” เขาแค่นยิ้มขณะจ้องมองรูปภาพของคนตัวเล็กที่ถูกส่งมาโดยฝีมือขุนเขาข้อความที่เข้ามาใหม่ทำให้กฤตภาสเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว จากนั้นรีบออกจากคอนโดไปตามโลเคชั่นชายหนุ่มเหยียบคันเร่งด้วยความร้อนใจ กว่าจะถึงกินเวลาค่อนข้างนานพอสมควร เนื่องจากช่วงเย็นการจราจรติดขัดเมื่อมาถึงร้านอาหารริมทาง เขาพุ่งตรงไปหามิลินา มือใหญ่คว้าท่อนแขนเล็กพร้อมกระชากเต็มแรง จนเธอลุกขึ้นยืนอย่างงุนงง“พี่ภาส” มองบุคคลมาใหม่ด้วยใบหน้าตกตะลึง“มากับฉัน” ชายหนุ่มถอดชุดคลุมที่มิลินาสวมใส่คืนเจ้าของ โยนใส่ขุนเขาอย่างไม่ไยดี แล้วพาเธอไปด้วยกัน“เฮอะ! ทำมาเป็นปากแข็ง” ขุนเขามองต







