LOGINบรรยากาศภายในห้องอาหารเป็นไปอย่างครื้นเครง และสนุกสนานมาก ทว่ามิลินาไม่ได้ร่วมวงสนทนาด้วย เนื่องจากรู้สึกอึดอัดต้องนั่งตรงข้ามกฤตภาส อีกฝ่ายเอาแต่จ้องมองตัวเองเป็นระยะ ๆ จนเธอแทบอยากลุกขึ้นหนีประเดี๋ยวนี้ ทว่าเกรงใจบุพการีของเพื่อน
“หนูมิ้นต์”
“คะ” เสียงเรียกของหญิงวัยกลางคนทำคนตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนหันไปให้ความสนใจเนตรนภา
“อาหารอร่อยไหม”
“อร่อยค่ะ”
“หนูมิ้นต์อยู่คนเดียวคงเหงาแย่เลยใช่ไหม ว่าง ๆ ก็มาที่บ้านอีกนะ”
“ค่ะ” ส่งยิ้มอ่อนให้แก่หญิงวัยกลางคน จากนั้นก้มหน้ารับประทานอาหาร ก่อนจะเงี่ยหูฟังบทสนทนาระหว่างเนตรนภากับกฤตภาส
“แล้วเมื่อไรภาสจะแต่งงานสักทีล่ะ เพื่อนของลูกพี่ชายของหนูมิ้นต์ก็แต่งงานแล้วนะ”
“ยังก่อนครับ ตอนนี้ผมยังอยากทำงาน” สายตาดำขลับชำเลืองมองกรอบหน้าสวยหวานของมิลินา ก่อนตอบมารดา
ทุกคนในครอบครัวไม่มีใครรู้เรื่องเขารักมัดหมี่ เลยไม่มีใครรู้ว่าตัวเองกำลังช้ำใจเพราะความรัก
“อย่ามัวแต่ทำงานล่ะ แม่อยากอุ้มหลานจะแย่อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าน้องเราจะมีแฟนก่อนหรอกใช่ไหม”
“พูดอะไรคะคุณแม่ พิ้งค์ยังไม่มีนะคะ” คนโดนมารดากล่าวหา สวนขึ้นทันใดเนื่องจากกลัวความลับแตก
“แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย แค่พูดให้พี่ชายเราฟังเฉย ๆ”
“ค่ะ ๆ คุณหญิงเนตรนภา” เอ่ยบอกอย่างอารมณ์ดี
“เรานี่จริง ๆ เลย” อดไม่ได้จะอมยิ้มกับท่าทางของบุตรสาวพลางส่ายหน้าเล็กน้อย “แล้วหนูมิ้นต์ล่ะ สวย ๆ แบบนี้มีแฟนหรือคนมาจีบยัง”
“ยังไม่มีแฟนค่ะ”
“คนที่ชอบล่ะมีไหม สนใจลูกชายป้าหรือเปล่า”
“คุณแม่คะ พี่ภาสไม่เหมาะกับมิ้นต์หรอกค่ะ แก่เกินไป” ชมพิ้งค์พูดแทรกขึ้น
คำพูดของน้องสาวทำเอากฤตภาสสะดุ้ง ก่อนชำเลืองมองใบหน้างดงามของมิลินา
“ไม่ค่ะ มิ้นต์มีคนที่ชอบแล้ว”
“ใครเหรอมิ้นต์” ชมพิ้งค์เอ่ยถามด้วยความร้อนใจ คบกันมานานเธอไม่เคยรู้มาก่อนเพื่อนสนิทจะมีคนที่ชอบ
“กินข้าวเถอะ” เธอตัดบท แล้วก้มหน้ารับประทานอาหารต่อ โดยไม่อาจรู้สักนิดถ้อยคำของเธอสร้างความไม่พอใจให้แก่กฤตภาส
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย มิลินาเอ่ยลาทุกคน ก่อนเดินไปรอรถยังป้ายรถเมล์ เดิมทีเนตรนภาจะให้คนขับรถไปส่ง ทว่าเธอไม่อยากรบกวนไปมากกว่านี้จึงปฏิเสธ
ระหว่างนั่งรถอย่างใจจดใจจ่อ ทันใดนั้นรถคันหรูแสนคุ้นเคยมาจอดตรงหน้า เจ้าของรถลดกระจกลงมา
“ขึ้นรถ”
“ไม่ค่ะ มิ้นต์กลับเองได้” ไม่อยากรบกวนใครทั้งนั้น โดยเฉพาะคนอย่างเขา ที่ชอบรังแกตัวเองราวกับเกลียดกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน
“ฉันบอกให้เธอขึ้นรถ เดี๋ยวไปส่ง”
“พี่ภาสไปเถอะค่ะ ไม่ต้องสนใจมิ้นต์หรอก”
“เธอนี่มันน่ารำคาญจริง ๆ” ชายหนุ่มเปิดประตูลงจากรถและก้าวยาว ๆ ไปคว้าท่อนแขนขาวเนียน “ขึ้นรถซะ”
“ไม่ไปค่ะ พี่ภาสจะยุ่งวุ่นวายกับมิ้นต์ทำไมคะ”
“ฉันก็ไม่ได้อยากสนใจเธอนักหรอก แต่ตอนนี้เธออยู่ในสถานะของเล่นของฉัน ฉันแค่ไม่อยากให้ของเล่นอย่างเธอบุบสลาย”
วาจาเชือดเฉือนจากริมฝีปากหยัก ทำเอามิลินาชาวาบก่อนยอมให้อีกคนพาไปขึ้นรถ
“รัดเข็มขัดด้วย” ว่าแล้ว ปิดประตูใส่และเดินไปฝั่งคนขับ
“น่ารำคาญจริง ๆ” กฤตภาสขึ้นมานั่งตำแหน่งคนขับ ก่อนออกรถไม่วายต่อว่าคนตัวเล็ก
“บอกแล้วไงมิ้นต์กลับเองได้” เอ่ยเสียงแผ่วแต่คนหูดีได้ยินชัดเจน
“ก็ฉันจะไปส่งไง” สวนกลับราวกับต้องการเอาชนะ
มิลินาเหนื่อยจะตอบโต้อีกคน จึงหันหน้ามองวิวข้างทางยามค่ำคืนพร้อมปล่อยใจให้ล่องลอยไปอย่างเรื่อยเปื่อย
“มีคนที่ชอบแล้วเหรอ” ถามขึ้นอย่างสนใจ
“ยุ่งอะไรด้วยล่ะ” เธอจะชอบใครก็ไม่เกี่ยวกับเขาสักหน่อย ถึงคนที่เธอจะชอบเป็นเขาก็ตาม
“ฉันไม่ได้อยากยุ่งเรื่องของเธอหรอก แต่รู้ไว้ด้วยว่าฉันไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร รอฉันเบื่อก่อนละกัน หลังจากนั้นเธอจะทำอะไรกับใครก็ได้”
‘คนใจร้าย’ ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น พยายามข่มความเจ็บปวดไว้ในก้นบึ้งลึกของหัวใจ ไม่อาจเปิดเผยให้เขารับรู้
“มะรืนนี้เธอว่างไหม” เอ่ยขึ้นอีกครั้งหลังจากเงียบไปหลายนาที
“ไม่ว่างค่ะ”
“อย่าโกหก ฉันรู้ตารางเรียนของเธอจากยัยพิ้งค์แล้ว”
“รู้แล้วจะถามเพื่อ…” เธอเหนื่อยเหลือเกิน ตามอารมณ์อีกคนแทบไม่ทัน
“มะรืนนี้เก็บกระเป๋าด้วย ฉันจะไปพักผ่อนสักสองวัน”
“แล้วเกี่ยวอะไรกับมิ้นต์คะ”
“เธอต้องไปด้วยไง”
“ไม่ไปค่ะ” ปฏิเสธเสียงแข็ง อีกคนไม่เอ่ยถามความสมัครใจเธอสักคำ จัดแจงทุกอย่างเรียบร้อยราวกับว่าแค่บอกให้เธอรับรู้เท่านั้น
“ต้องไป เธอห้ามปฏิเสธ”
“มันจะเกินไปแล้วนะคะ มิ้นต์ก็มีชีวิตเป็นของตัวเองเหมือนกัน ไม่ได้มีหน้าที่ทำตามคำสั่งของใครทั้งนั้น” โต้กลับอย่างโมโห
“แต่เธอมีหน้าที่ทำตามคำสั่งฉัน”
“เกลียดที่สุดเลย” หันหน้าหนีไปอีกทาง
เมื่อรถเคลื่อนตัวมาจอดยังคอนโดของมิลินา หญิงสาวเอื้อมมือจะเปิดประตู ทันใดนั้นชายหนุ่มคว้าคนตัวเล็กมานั่งบนตักแกร่ง ก่อนประกบปากจูบริมฝีปากอมชมพู
หลายวันที่ไม่ได้ลิ้มลองทำเขาโหยหามาก เมื่อได้โอกาสไม่รีรอจะตักตวงความหวานจากโพรงปากสาว
“อื้อ” จูบแสนหวานละมุนส่งผลให้มิลินาอ่อนระทวยอย่างง่าย ๆ
“ถ้าฉันโทรหารับสายด้วย” หลังถอนจูบออกก็เอ่ยบอกคนตัวเล็ก จากนั้นกดจูบแก้มนุ่มหนัก ๆ อย่างหลงใหลในกลิ่นกายสาว คืนนี้เขาไม่อยากปล่อยเธอไปเลยแต่มีงานต้องสะสาง
“ไม่รู้ค่ะ ถ้าไม่ว่างก็ไม่รับ”
“อย่าดื้อให้มันมากนัก มิ้นต์” กระชับกอดคนตัวเล็กแน่นเมื่อเห็นว่าเธอทำตัวพยศไม่เลิก
“ปล่อยสิ มิ้นต์อยากขึ้นห้องแล้ว”
“รับปากฉันมาก่อน เธอจะรับสายถ้าฉันโทรหา ดื้อมากนักคืนนี้ก็ไม่ต้องนอน”
“ค่ะ มิ้นต์จะพยายามละกัน”
“ทำไมต้องพยายามด้วย แค่รับสายจากฉัน” ใบหน้าคมคายซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างออดอ้อน เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันทำไมถึงหลงใหลเธอมากขนาดนี้ ไม่อยากปล่อยให้เธอกลับห้องเลย
“พี่ภาสคะ มิ้นต์ง่วงแล้วค่ะ”
“ก็ไปสิ ใครห้ามเธอ” แม้ว่าจะพูดอย่างนั้น ทว่าแขนแกร่งยังคงโอบกอดคนตัวเล็กแน่น
“ปล่อยมิ้นต์สิคะ”
“ฉันเปลี่ยนใจละกัน คืนนี้ฉันค้างห้องเธอดีกว่า” ความตั้งใจเดิมจะสะสางงานคืนนี้มลายลงทันทีเพียงเพราะอยากอยู่กับเธอ
“ไม่ได้ค่ะ มิ้นต์ไม่ชอบให้คนอื่นมานอนห้องมิ้นต์”
“ฉันไม่ใช่คนอื่น”
“...” ไม่มีเสียงตอบกลับจากริมฝีปากอมชมพู นัยน์ตาคู่หวานประสานกับใบหน้าคมคายอย่างรอลุ้นว่าเขาจะเปล่งประโยคใดให้คลายความสงสัย
“ไปได้แล้วไป ฉันจะรีบกลับอย่าทำให้คนอื่นเสียเวลาสิ” กฤตภาสยอมปล่อยคนตัวเล็กเป็นอิสระ รู้สึกแปลก ๆ เมื่อได้สบตาคู่งาม ใจเต้นระรัวอย่างไม่เข้าใจสักนิด เกิดอะไรขึ้นกันแน่
“พูดจาดี ๆ กับมิ้นต์สักครั้งไม่ได้เหรอ” เอ่ยบอกอย่างน้อยใจ จากนั้นเปิดประตูรถลงไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวด
“เฮอะ! เมื่อกี้คืออะไรกันแน่” ฝ่ามือใหญ่บีบอกข้างซ้ายแน่นพลางชำเลืองคนตัวเล็กนอกรถ
“เราคงไม่ได้ชอบยัยเด็กนั่นใช่ไหม ไม่มีทางหรอก” สลัดความคิดในหัวทิ้งและขับรถออกไปทันใด เขาเชื่อตนเองอย่างหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์จะไม่มีทางรักมิลินาเด็ดขาด
“คนใจร้าย ถ้าไม่ได้ชอบมิ้นต์ก็อย่าทำให้หวั่นไหวสิ” มองตามหลังรถคันหรูจนลับหาย ก่อนยกมือเรียวขึ้นกุมอกข้างซ้ายด้วยความรู้สึกเจ็บจี๊ด
“ตื่นได้แล้วมิ้นต์ เธอต้องลุกขึ้นไปทำอาหารให้ฉัน” เสียงทุ้มพยายามปลุกคนหลับที่เหนื่อยจากบทรักเมื่อคืนให้ตื่น“อื้อ พี่ภาสสั่งเอาได้ไหมคะ มิ้นต์ง่วง” เอ่ยบอกอย่างงัวเงีย ก่อนพลิกกายหันไปอีกด้าน เธอเหนื่อยเหลือเกินจนไม่อยากลืมตาขึ้นมาทำอะไรทั้งนั้น“ฉันบอกว่าฉันหิวไง” กฤตภาสเริ่มหงุดหงิด“พี่ภาสไปหากินเองสิ”“งั้นฉันกินเธอแทนละกัน น่าจะอร่อยดี” คนเจ้าเล่ห์ขยับตัวแนบชิดแผ่นหลังขาวเนียนในสภาพเปลือยเปล่า ใบหน้าคมคายซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น“อื้อ พี่ภาส”“จะตื่นไหม ไม่อย่างนั้นฉันจะลักหลับแล้วนะ”“มิ้นต์ตื่นแล้วก็ได้” เบิกตาขึ้นพร้อมผลักคนตัวโตออกห่าง จ้องเขม็งเขาด้วยสีหน้าไม่พึงพอใจ จะโทษใครได้ล่ะก็เขานั่นแหละทำให้เธอเหนื่อย“นอนอะไรเยอะแยะ”“พี่ภาสนั่นแหละรังแกมิ้นต์”“งั้นเหรอ” ยักไหล่ใส่คนตัวเล็กอย่างไม่แยแส เขากระโดดลงจากเตียงและตรงไปยังห้องน้ำในสภาพล่อนจ้อน ไม่อับอายต่อสายตาเธอ“พี่ภาสไอ้คนบ้า ไม่อายบ้างหรือไง” ถึงจะเห็นกายแกร่งในสภาพไร้อาภรณ์ห่อหุ้มมาหลายครั้ง แต่เธอยังไม่ชินสักทีหลังจากมิลินาจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ไม่รอช้าปรุงอาหารเช้าให้คนตัวโต เธอเลือกทำเมนูง่าย ๆ คือข้าวต้มป
เสียงเนื้อกระทบดังประสานกับเสียงครวญครางของคนทั้งสอง บ่งบอกถึงความสุขที่ได้รับเป็นอย่างดี กฤตภาสใส่ความเป็นชายเข้าออกในตัวเธอไม่ยั้ง“อื้อ พี่ภาส” ใบหน้าหวานเหยเกตามแรงกระแทกกระทั้นของชายหนุ่ม“บ้าฉิบ...” เธอในตอนนี้เซ็กซี่เหลือเกิน จนเขาอดใจไม่ไหวแนบริมฝีปากหยักได้รูปลงบนกลีบปากอมชมพู ดูดดื่มปากนุ่มอย่างคนหิวกระหาย“อื้อ” ทันทีที่มิลินาเผยอปาก คนตัวโตไม่รอช้าสอดแทรกลิ้นเร่าร้อนเข้าในโพรงปากสาว กวาดต้อนชิมความหวานอย่างหนำใจ ขณะส่งท่อนลำเข้าออกในร่องสวาทกลีบกุหลาบตอดแท่งเอ็นถี่ยิบ ชายหนุ่มทนไม่ไหวจึงร่อนเอวสอบแบบไม่ยั้ง ทำเอามิลินาจิกเล็บลงบนท่อนแขนกำยำแน่น“อ๊า อ๊ะ” คนตัวเล็กส่งเสียงครางลั่นปานจะขาดใจกับสิ่งที่ได้รับกฤตภาสเปลี่ยนท่าใหม่ ไปนอนซ้อนแผ่นหลังเล็กพร้อมเอื้อมมือหนาบีบเคล้นทรวงอกอวบอั๋น โดยส่วนนั้นยังคงเชื่อมกันอยู่“อ๊ะ อ๊า พี่ภาส” เธอรู้สึกว่าขณะนี้คนตัวโตรุนแรงกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า“มิ้นต์...ฉันจะเสร็จแล้ว” กระซิบบอกข้างใบหูขาวสะอาด“อื้อ มิ้นต์ใกล้จะเสร็จแล้วเหมือนกัน”“ไปพร้อมกันนะ” ว่าแล้ว คนตัวโตใส่ท่อนลำเข้าออกในกลีบดอกไม้ด้วยจังหวะระรัว เต็มไปด้วยความปรารถนาที่มี
เมื่อถึงวันเดินทางไปเที่ยวทะเล กฤตภาสมารอรับมิลินาตั้งแต่เที่ยง แต่กว่าจะได้เดินทางกันจริง ๆ เป็นเวลาบ่ายสาม เนื่องจากหญิงสาวตื่นสายกว่าปกติ“เพราะเธอคนเดียว ถึงได้ออกช้ากว่าเวลาที่ตั้งไว้”“ในเมื่อเกลียดมิ้นต์ขนาดนี้ จะพาไปด้วยทำไม” เธอไม่ใช่โถส้วมนะที่เขาจะระบายอะไรก็ได้ โดยไม่สนใจความรู้สึกมิลินาเบือนหน้าไปทางฝั่งหน้าต่างกระจกรถ ภายในหัวเอาแต่คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาระหว่างตนเองกับคนข้างกาย ไม่รู้อีกนานแค่ไหนถึงจะหลุดพ้นจากคนใจร้ายอย่างเขาสักทีชายหนุ่มเห็นท่าไม่ดี ไม่ได้ตอบกลับคนตัวเล็ก ก่อนเหลือบมองดวงหน้างดงาม บ่งบอกถึงความทุกข์ใจตลอดระยะทางมุ่งหน้าสู่สถานที่หมาย ทั้งคู่ไม่ได้สนทนาสักประโยค บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยความอึดอัด กระทั่งกฤตภาสทนไม่ไหวจึงพูดขึ้นทำลายความเงียบ“นี่เธอจะเงียบอย่างนี้ใช่ไหม”“แล้วจะให้มิ้นต์พูดอะไรคะ พี่ภาสเอาแต่ด่ามิ้นต์อยู่นั่นแหละ”“เธอนี่มัน...ช่างเถอะ” เขาขี้เกียจจะโต้กลับจึงตัดบท ก่อนสนใจขับรถต่อกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางเป็นเวลาค่ำพอดี ซึ่งก่อนกลับที่พักกฤตภาสแวะพามิลินารับประทานอาหารริมทะเลทั้งสองคนรับประทานอาหารกันเงียบ ๆ หญิงสาวมองวิวรอบกายด้
บรรยากาศภายในห้องอาหารเป็นไปอย่างครื้นเครง และสนุกสนานมาก ทว่ามิลินาไม่ได้ร่วมวงสนทนาด้วย เนื่องจากรู้สึกอึดอัดต้องนั่งตรงข้ามกฤตภาส อีกฝ่ายเอาแต่จ้องมองตัวเองเป็นระยะ ๆ จนเธอแทบอยากลุกขึ้นหนีประเดี๋ยวนี้ ทว่าเกรงใจบุพการีของเพื่อน“หนูมิ้นต์”“คะ” เสียงเรียกของหญิงวัยกลางคนทำคนตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนหันไปให้ความสนใจเนตรนภา“อาหารอร่อยไหม”“อร่อยค่ะ”“หนูมิ้นต์อยู่คนเดียวคงเหงาแย่เลยใช่ไหม ว่าง ๆ ก็มาที่บ้านอีกนะ”“ค่ะ” ส่งยิ้มอ่อนให้แก่หญิงวัยกลางคน จากนั้นก้มหน้ารับประทานอาหาร ก่อนจะเงี่ยหูฟังบทสนทนาระหว่างเนตรนภากับกฤตภาส“แล้วเมื่อไรภาสจะแต่งงานสักทีล่ะ เพื่อนของลูกพี่ชายของหนูมิ้นต์ก็แต่งงานแล้วนะ”“ยังก่อนครับ ตอนนี้ผมยังอยากทำงาน” สายตาดำขลับชำเลืองมองกรอบหน้าสวยหวานของมิลินา ก่อนตอบมารดาทุกคนในครอบครัวไม่มีใครรู้เรื่องเขารักมัดหมี่ เลยไม่มีใครรู้ว่าตัวเองกำลังช้ำใจเพราะความรัก“อย่ามัวแต่ทำงานล่ะ แม่อยากอุ้มหลานจะแย่อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าน้องเราจะมีแฟนก่อนหรอกใช่ไหม”“พูดอะไรคะคุณแม่ พิ้งค์ยังไม่มีนะคะ” คนโดนมารดากล่าวหา สวนขึ้นทันใดเนื่องจากกลัวความลับแตก“แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรส
ทันทีที่กลับมาถึง มิลินาพุ่งตรงไปยังห้องน้ำก่อนเปิดก๊อกน้ำให้ไหลชโลมเรือนร่าง จากนั้นทรุดกายลงบนพื้นห้องพลางโอบกอดตัวเอง“ฮือ ๆ” ร่างเล็กร้องสะอึกสะอื้นปานจะขาดใจกับสิ่งที่ต้องประสบการกระทำกับคำพูดของกฤตภาส ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเธอเหลือเกิน เขาช่างเป็นคนใจร้ายแบบที่คาดไม่ถึงมาก่อน ถึงกระนั้นก็ยังเกลียดเขาไม่ลงอยู่ดีกว่าหญิงสาวจะใช้เวลาสงบอารมณ์ได้ ผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ จากนั้นไม่รอช้าทำความสะอาดร่างกาย เนื่องจากรู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลียเหลือเกิน จึงอยากนอนเร็วกว่าปกติเท้าเล็กก้าวออกจากห้องน้ำไม่กี่นาที เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เธอหยิบขึ้นมาดูก่อนพบว่าเป็นใครมิลินาสูดลมหายใจเข้าปอดช้าๆ พยายามปรับเสียงให้เป็นปกติ เนื่องจากกลัวคนปลายสายเห็นถึงความผิดปกติบางอย่าง“ว่าไงคะพี่นาย”(เป็นไงบ้าง อยู่คนเดียวเหงาไหม) เสียงทุ้มที่เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงทำเธอน้ำตาไหลพราก“มิ้นต์โตแล้วนะคะพี่นาย ไม่ต้องห่วงหรอก” ว่าพลางปาดน้ำตาบนแก้มนุ่มนิ่ม(อีกไม่กี่เดือนจะเรียนจบแล้ว มาอยู่กับพี่ที่อังกฤษไหม)“ขอคิดดูก่อนนะคะ”(เป็นอะไรหรือเปล่า เสียงฟังดูแปลก ๆ)“เปล่าค่ะ พี่นายกับพี่มัดเป็นยัง
หลังจากกฤตภาสกลับมาถึงคอนโด ชายหนุ่มเอาแต่เดินวนไปมาด้วยท่าทางกระวนกระวาย เนื่องจากภายในหัวนึกถึงเรื่องของมิลินาตลอด ทำให้จิตใจว้าวุ่นยากจะสงบลงง่ายดาย“โธ่เว้ย!” เขารู้สึกหงุดหงิดมากแบบไม่เคยเป็นมาก่อนเสียงข้อความจากโทรศัพท์ดังขึ้น กฤตภาสรีบเปิดอ่านอย่างไวก่อนจะบีบมือเข้าหากันแน่นอย่างโมโหสิ่งที่เขาได้เห็นเมื่อสักครู่ คือรูปภาพของมิลินากำลังนั่งรับประทานอาหารริมทางอย่างเอร็ดอร่อย นั่นยิ่งทำให้เขาเดือดขึ้นมากกว่าเดิม“เฮอะ! ท่าทางจะมีความสุขมากสินะ” เขาแค่นยิ้มขณะจ้องมองรูปภาพของคนตัวเล็กที่ถูกส่งมาโดยฝีมือขุนเขาข้อความที่เข้ามาใหม่ทำให้กฤตภาสเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว จากนั้นรีบออกจากคอนโดไปตามโลเคชั่นชายหนุ่มเหยียบคันเร่งด้วยความร้อนใจ กว่าจะถึงกินเวลาค่อนข้างนานพอสมควร เนื่องจากช่วงเย็นการจราจรติดขัดเมื่อมาถึงร้านอาหารริมทาง เขาพุ่งตรงไปหามิลินา มือใหญ่คว้าท่อนแขนเล็กพร้อมกระชากเต็มแรง จนเธอลุกขึ้นยืนอย่างงุนงง“พี่ภาส” มองบุคคลมาใหม่ด้วยใบหน้าตกตะลึง“มากับฉัน” ชายหนุ่มถอดชุดคลุมที่มิลินาสวมใส่คืนเจ้าของ โยนใส่ขุนเขาอย่างไม่ไยดี แล้วพาเธอไปด้วยกัน“เฮอะ! ทำมาเป็นปากแข็ง” ขุนเขามองต







