Masukกฤตภาสพาคนตัวเล็กมายังคอนโดของตัวเอง ก่อนเหวี่ยงหญิงสาวไปที่โซฟาตัวหรูกลางห้องอย่างแรง เพราะความเกลียดชังที่มีต่อซีนายจึงแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับมิลินา
“โอ๊ย!” หญิงสาวตั้งตัวไม่ทันกับแรงเหวี่ยงถึงขั้นจุก ก่อนกุมท้องด้วยความรู้สึกเจ็บ
นัยน์ตาคู่หวานชำเลืองมองคนตัวโตค่อนข้างน่ากลัวเหลือเกิน แววตาแดงก่ำ ใบหน้าหล่อเหลาจ้องเขม็งเธอปานจะกินเลือดกินเนื้อ
“คืนนั้นเธอใช่ไหม เป็นคนพาฉันมาส่งที่คอนโด”
“พี่ภาสรู้เหรอคะ” ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกตะลึง
“เธอโง่เหรอ ถึงไม่รู้ว่าที่นี่มีกล้องวงจรปิด ใครไปใครมาก็เห็นหมดนั่นแหละ”
“แล้วไงคะ” เธอแค่มาส่งเขากลับอย่างปลอดภัย ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายสักหน่อย
“แล้วไงเหรอ เธอจูบฉันทำไม” กฤตภาสพุ่งไปหาคนตัวเล็ก มือหนาบีบคางมนด้วยความเกลียดชัง แค่เธอมีใบหน้าคล้ายคลึงกับซีนายก็แทบอยากจะบดขยี้ให้แหลกคามือ
“เจ็บนะคะ” เธอรู้สึกกลัวเหลือเกิน ไม่เหมือนเขาในยามปกติ
“ฉันถามว่าจูบฉันทำไม!!”
“พี่ภาสนั่นแหละจูบมิ้นต์ก่อน”
“โกหก!!”
“ไม่อยากเชื่อก็เรื่องของพี่ภาสค่ะ มิ้นต์จะกลับแล้ว” ปัดมือใหญ่ไปพ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืน มิลินาไม่ทันยกเท้าจะก้าวไป อยู่ ๆ ชายหนุ่มคว้าร่างเล็กกดลงกับโซฟา
“จะทำอะไรคะ”
“ทำให้เธอเจ็บปวดไง ฉันอยากจะรู้นัก ถ้าไอ้นายรู้ว่าน้องสาวมันถูกฉันย่ำยีจะเป็นยังไง” แสยะยิ้มร้ายด้วยความสะใจ แค่ได้เห็นสีหน้าหวาดกลัวของคนตัวเล็กก็รู้สึกพึงพอใจมาก
“อย่าทำอะไรมิ้นต์นะคะ” ร้องบอกด้วยเสียงสั่น ๆ ถึงเธอจะรักเขาแต่ไม่เคยปรารถนาให้อีกคนกระทำอย่างนี้ อีกอย่างเป็นครั้งแรกที่เขาทำตัวน่ากลัวแบบนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนค่อนข้างสุภาพ
“งั้นเธอต้องการให้ฉันจัดการไอ้นายสินะ ทำอะไรดีล่ะฆ่ามันให้ตายดีไหม จากนั้นแย่งผู้หญิงของมันมา”
“อย่านะคะพี่ภาส อย่าทำอะไรพี่นาย” เธอยอมรับไม่ได้ถ้าพี่ชายที่เลี้ยงดูตนเองตั้งแต่เด็กจะเป็นอะไรไป ย่อมรู้ดีคนแบบกฤตภาสไม่ได้แค่ขู่เท่านั้น เขาเป็นคนมีอิทธิพลสามารถทำทุกอย่างตามใจต้องการ
“ถ้าเธออยากรักษาชีวิตพี่ชาย ยอมมาเป็นของเล่นฉันซะ”
“ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอคะ เกลียดมิ้นต์มากเลยเหรอ”
“ฉันไม่ได้เกลียดเธอหรอก แต่ช่วยไม่ได้เองเธออยากเกิดเป็นน้องสาวไอ้นาย งั้นยอมรับผลกรรมซะ” เขาทั้งเกลียดและแค้นซีนายมาก ทั้งที่เขาช่วยเหลืออีกฝ่ายทุกอย่าง คาดไม่ถึงเพื่อนสนิทจะตอบแทนโดยการแย่งคนที่ตนเองรัก
“พี่ภาสสัญญาได้ไหมคะ ถ้ามิ้นต์ยอมทำตามคำสั่ง พี่ภาสจะไม่ทำอะไรพี่นายเด็ดขาด” ต่อให้สูญเสียอะไรไปก็ยอมแลกทุกอย่างเพื่อพี่ชาย
“ได้” ถึงกฤตภาสจะบอกเช่นนั้นกับคนใต้ร่าง ทว่าความจริงไม่มีทางปล่อยซีนายไปเด็ดขาด เขาต้องการทำให้เพื่อนเจ็บปวดเหมือนที่เขารู้สึก
“งั้นก็เชิญค่ะ” มิลินาข่มตาหลับอย่างจำใจพร้อมนอนนิ่ง ๆ ให้อีกคนสัมผัส เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำถูกหรือผิด แต่เพื่อชีวิตของพี่ชายก็ยอม
สายตาคมกริบมองทั่วกรอบหน้าสวยพลางเผยยิ้มร้าย ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ตามขาเรียวก่อนสอดเข้าไปในกระโปรงพลีทสีดำยาวถึงเข่า ไต่เต้าไปยังกลีบกุหลาบงดงามห่อหุ้มด้วยแพนตี้ตัวน้อย นิ้วยาวแหวกไปด้านข้างและใช้หัวแม่มือปี้ปุ่มกระสันเล่น
“อ๊ะ” มิลินาลืมตาขึ้นมองคนตัวโต สัมผัสของเขาทำเอากายสาวสั่นสะท้าน
“ถ้าไม่อยากเจ็บ อย่าเกร็งสิ” กระซิบบอกข้างใบหูขาวสะอาด ปลายลิ้นสากตวัดเลียบริเวณซอกคอหอมกรุ่น ขณะเดียวกันนิ้วแกร่งใส่เข้าในร่องสวาท ขยับขึ้นลงตามจังหวะพิศวาส
“อื้อ” มิลินาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น พยายามกลั้นเสียงร้องอันน่ารังเกียจ นี่เป็นครั้งแรกที่มีเพศตรงข้ามมาสัมผัสร่างกาย
“ผ่อนคลายหน่อยสิ” กฤตภาสงับลำคอขาวเนียนทีหนึ่งอย่างมันเขี้ยว ส่งผลให้มิลินาส่งเสียงร้องคราง
“อ๊ะ”
“ครั้งแรกใช่ไหม แน่นชะมัด” นิ้วยาวขยับเข้าออกในร่องรักด้วยจังหวะระรัว
“อื้อ พี่ภาส” ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่าน เธอไม่เข้าใจเลยตัวเองเป็นอะไรกันแน่ ทั้งที่อยากผลักไสคนเหนือร่างไปให้พ้น แต่ร่างกายกลับตอบสนองดีทีเดียว ช่างย้อนแย้งกันเหลือเกิน
“เยิ้มเชียว” ชายหนุ่มนำนิ้วแกร่งออกจากกลีบกุหลาบงดงามก่อนยกขึ้นมาดูซึ่งเปื้อนด้วยน้ำหวานจากคนตัวเล็ก
“เสร็จแล้วใช่ไหมคะ” มิลินาเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง
“ยังหรอก ฉันอยากเอาที่เตียง” ว่าแล้ว กฤตภาสช้อนร่างเล็กในท่าเจ้าสาว ตรงไปที่ห้องนอนก่อนโยนเธอลงบนเตียงขนาดคิงไซซ์พร้อมคร่อมร่างอรชร
ริมฝีปากหยักได้รูปทาบลงบนกลีบปากอวบอิ่ม ดูดดื่มอย่างรุนแรง ไม่มีความปรานีสักนิด ขณะเดียวกันฝ่ามือหยาบกร้านทั้งสองข้างบีบขยำทรวงอกอวบอั๋น
“อื้อ” การกระทำดิบเถื่อนของคนตัวโต ทำให้น้ำใสไหลรินตกลงสู่ที่นอน
กฤตภาสถอนจูบออก ผงกหัวมองดูใบหน้าหวาน ชายหนุ่มไม่ได้สนใจนักเธอจะรู้สึกยังไง นอกจากอยากย่ำยีคนตัวเล็ก
อารมณ์เริ่มพลุ่งพล่านมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่รอช้าจัดการถอดเสื้อผ้าของเธอและเขา จนทั้งคู่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า
“เอาแขนออกไปสิ แล้วก็อ้าขาซะ” เพราะมิลินาเอาแต่ปกปิดเรือนร่างงดงามทำเอาเขาหัวเสียยิ่งนัก
“ไม่ค่ะ” เบือนหน้าไปอีกทาง เธอไม่กล้ามองเขาในสภาพเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์
“งั้นก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายละกัน” กฤตภาสรวบแขนเล็กขึ้นเหนือศีรษะพร้อมใช้มืออีกข้างหนึ่งแยกขาเรียวออกจากกันกว้าง ๆ ไม่รอช้าสอดท่อนลำขนาดใหญ่เข้าในโพรงอ่อนนุ่ม ทว่าแค่ครึ่งลำส่งผลให้มิลินากรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บ
“ฮือ ๆ เอาออกไปนะคะ” กายสาวดิ้นพล่านไปมาหวังให้หลุดพ้นจากการจองจำของคนตัวโต
“อย่าเกร็งสิวะ”
“มิ้นต์เจ็บ...” เพราะไม่เคยมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกาย มิลินาเลยรู้สึกเจ็บปวดมากราวกับร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ
“ผ่อนคลายสิ ฉันก็เจ็บเหมือนกัน”
“เอาออกไปสิคะ” ไม่เข้าใจอีกคนเลย ถ้ามันจะเจ็บมากขนาดนี้ทำไมถึงต้องการทำเรื่องอย่างว่ากับเธอ
“โธ่เว้ย! น่ารำคาญชะมัด” สบถอย่างหัวเสีย แล้วบรรจงจูบลงบนกลีบปากอวบอิ่มอย่างนุ่มนวลหวังทำให้เธอเคลิบเคลิ้ม
จูบแสนหวานละมุนของคนเหนือร่าง ทำมิลินาปลดปล่อยเรือนร่างให้ผ่อนคลาย เมื่อเห็นว่าช่องทางรักปรับสภาพคุ้นชินกับแท่งเอ็น กฤตภาสจึงดันอีกลำเข้าไปจนสุด
“อื้อ”
ชายหนุ่มละเลงบทรักด้วยจังหวะเนิบนาบ เพราะเห็นว่าเป็นครั้งแรกของคนใต้ร่างจึงไม่อยากรุนแรงกับเธอนัก พยายามทำอย่างระมัดระวัง
“อ๊ะ อ๊ะ” จากความเจ็บปวดในตอนแรกเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่าน มิลินาส่งเสียงครวญครางอย่างมีความสุข
“อ๊ะ เสียวชะมัด” ใบหน้าหล่อเหลาก้มมองจุดเชื่อมระหว่างกัน ผลุบเข้าออกในตัวเธอ ยิ่งทำให้เขามีอารมณ์มากขึ้นกว่าเดิม ใส่ความเป็นชายเข้าออกในตัวเธอไม่ยั้ง
“อ๊ะ พี่ภาส” มือเรียวจิกเล็บลงบนแผ่นหลังแกร่งแน่น สลับกับการขีดข่วนเพื่อระบายความเสียวซ่าน สายตาคู่หวานชำเลืองมองหน้าหล่อเหลาก่อนหันหน้าหนีไปทางอื่นอย่างเขินอาย
“ท่าทางเธอจะชอบมากสินะ” ยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจกับท่าทางของคนตัวเล็ก
มิลินาไม่ตอบโต้อีกคน ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดีกับสิ่งที่ได้รับจากคนตัวโต หลากหลายไปด้วยความรู้สึก
“อ๊า ดีเหลือเกิน” กฤตภาสฝังจูบลงบนลำคอระหง กลิ่นกายเฉพาะจากตัวเธอทำเขารู้สึกดีแบบไม่เคยเป็นมาก่อน
เสียงเนื้อกระทบดังประสานเสียงร้องครวญครางของคนทั้งสอง ไม่คาดคิดมาก่อนการร่วมรักกับมิลินาจะทำให้มีความสุขมากขนาดนี้
จู่ ๆ รู้สึกหวงเธอขึ้นมาอย่างดื้อ ๆ ไม่อยากให้ใครหน้าไหนสัมผัสร่างกายเธอ ยกเว้นเขาเพียงคนเดียว
กิจกรรมเข้าจังหวะระหว่างพวกเขาดำเนินตลอดทั้งคืน เป็นครั้งแรกชายหนุ่มปรารถนาเพศตรงข้ามรุนแรงมากขนาดนี้ แม้ว่าบทรักจะจบลงหลายรอบแต่ชายหนุ่มยังคงตักตวงความหวานจากมิลินาไม่รู้จักจบสิ้น
ร่างอรชรในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์กำลังย่างเท้าไปยังแท่นพิธีพร้อมกับบิดา ท่ามกลางเหล่าแขกผู้มีเกียรติที่ร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวนับจากเคลียร์ใจกับเขา ชมพิ้งค์จึงตอบรับคำขอแต่งงานของขุนเขา แม้ว่าการตัดสินใจของเธอจะทำให้กฤตภาสไม่พอใจบ้างก็ตาม ทว่าพี่ชายก็ไม่ได้ขัดขวางนัก“ฝากลูกสาวคนสวยของพ่อด้วยนะ” ไตรภพเอ่ยบอกกับเจ้าบ่าวหนุ่มสุดหล่อในชุดทักซิโด้ หลังจากนำตัวหญิงสาวมาส่งถึงมือขุนเขามองภรรยาสาวก่อนเปิดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นหน้างดงามที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง เธอสวยมากจนเขารู้สึกเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด“สวย” คำพูดสั้น ๆ ของชายหนุ่มทำเอาชมพิ้งค์เขินอายจนหน้าแดงระเรื่อการแต่งงานแบบชาวตะวันตกดำเนินตามลำดับขั้น หลังจากเจ้าสาวมาถึงยังลานพิธี โดยมีบาทหลวงเป็นผู้ประกอบพิธี จนกระทั่งถึงเวลาจุมพิตขุนเขารั้งท้ายทอยเล็กมาแนบชิด ก่อนทาบริมฝีปากหยักได้รูปลงบนกลีบปากอวบอิ่ม“อื้อ” จูบแสนหวานละมุนทำให้ชมพิ้งค์หลับตาพริ้ม จากนั้นตอบรับจูบของสามีหนุ่มงานวิวาห์ของคนทั้งคู่ดำเนินตลอดทั้งวันจนถึงค่ำ แม้ว่าจะรู้สึกเหนื่อยไปบ้างทว่ากลับมีความสุขมากมาย“พิ้งค์ เธอจะอาบน้ำเลยไหม”“อืม” คนตั
ท่ามกลางบรรยากาศมืดมิด รถคันหรูของชมพิ้งค์บังเอิญเสียระหว่างทาง โชคร้ายไปกว่านั้นคือแบตโทรศัพท์ดันหมดหญิงสาวตัดสินใจก้าวลงจากรถ เพื่อจะไปขอความช่วยเหลือจากผู้คน ทว่าไม่มีวี่แววจะเห็นรถสักคันแล่นผ่านมา กระทั่งวัยรุ่นชายสองคนขับจักรยานยนต์จอดขวางหน้าเธอชมพิ้งค์เห็นท่าไม่ดี จึงหมุนตัวจะเข้าไปในรถ แต่ช้าไปกว่าคนเหล่านั้นเข้ามาประชิดตัว“จะหนีไปไหน”“อย่าเข้ามานะ” เธอถอยหลังชิดกับรถคันหรูด้วยท่าทางหวาดกลัว“ไปสนุกด้วยกันเถอะคนสวย” ไม่พูดเปล่า ชายวัยรุ่นสองคนคว้าท่อนแขนขาวเนียนและเหวี่ยงร่างเล็กไปกับพื้นถนน ก่อนพยายามจะคร่อมร่างอรชร“ไปให้พ้น” กายสาวดิ้นพล่านไปมาสุดฤทธิ์ ไม่ยอมให้คนเหล่านั้นสัมผัสเรือนร่าง ก่อนถีบเข้าที่ท้องชายตรงหน้าเต็มแรง“นังบ้า! มึงกล้าถีบกูเหรอ”“โอ๊ย!!” ชมพิ้งค์ถูกต่อยท้องแบนราบทำเอาจุก จนขยับตัวไปไหนไม่ได้“ชอบให้ใช้กำลังก็ไม่บอก” แสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะพยายามซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น“อื้อ ไปให้พ้น” ใบหน้างดงามหันไปมาอย่างขยะแขยง ไม่ยอมให้อีกฝ่ายแตะต้องตัวเอง เธอรู้สึกรังเกียจสัมผัสของคนเหล่านั้นเหลือเกิน วินาทีนี้ทำได้แค่คิดถึงขุนเขาหวังว่าเขาจะมาช่วยกัน แม้จะเป็น
แสงตะวันในยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอน ปลุกชมพิ้งค์ลืมตาขึ้นต้อนรับวันใหม่“อื้อ”“นอนต่ออีกหน่อยเถอะ อย่าเพิ่งลุกเลย”“ขุนเขา” คนตัวเล็กเบิกตาโพลงอย่างตกตะลึง ก่อนเธอจะขยับตัวออกห่างอีกคน แต่ไม่วายถูกชายหนุ่มรั้งร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน“จะหนีไปไหน”“ปล่อยฉันนะ” เธอพยายามจะแกะแขนแกร่งออกไปพ้น แต่อีกฝ่ายไม่ยอมให้เธอทำตามความปรารถนา จึงกระชับกอดเธอแน่นกว่าเดิม“นี่เธอ ลืมเรื่องเมื่อคืนหมดแล้วใช่ไหม”หญิงสาวหยุดการขัดขืนพลางเหลือบมองเจ้าของหน้าคมคาย เพื่อทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา ถึงจะเมาแต่ใช่ว่าจะจำอะไรไม่ได้สักหน่อยและเกิดอะไรขึ้นบ้างกับตัวเอง เพียงแค่ไม่กล้ามองหน้าเขาตรง ๆ“พิ้งค์ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม” ว่าแล้ว คว้ามือเรียวมาจูบพร้อมส่งสายตาหวานเยิ้มให้แก่คนในอ้อมแขน“พอเถอะขุนเขา”“ทำไมล่ะ”ชมพิ้งค์ขยับกายลุกขึ้นนั่งพร้อมนำผ้าห่มคลุมเรือนร่างเปลือย ก่อนข่มตาลงด้วยความเจ็บปวดและเบิกขึ้นใหม่อีกครั้ง“ฉันเคยรักนายมากนะขุนเขา ตอนนี้ก็ยังรักอยู่เหมือนเดิม แต่ฉันไม่อยากกลับไปเจ็บปวดอีกแล้ว เรื่องเมื่อคืนแค่ความผิดพลาดเท่านั้น นับจากนี้อย่ายุ่งกับฉันอีกเลย”“ไม่นะพิ้งค์ อย่าไปจากฉัน” ช
ท่ามกลางเสียงดังสนั่นภายในไนต์คลับบริเวณเคาน์เตอร์บาร์ ร่างอรชรของชมพิ้งค์กำลังกระดกเหล้าอย่างหงุดหงิด สาเหตุเพราะขุนเขาที่ติดต่อมาเมื่อช่วงกลางวันทำเธอจิตใจว้าวุ่นตลอดทั้งวัน“นายต้องการอะไรจากฉันอีกกันแน่ ขุนเขา” ใบหน้างดงามซบลงบนโต๊ะพร้อมปล่อยน้ำตาไหลพราก ระบายความรู้สึกเจ็บปวดในใจผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ คนตัวเล็กเด้งตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะพาตัวเองกลับเนื่องจากใกล้เมาเต็มทีหญิงสาวเดินไม่ระวังจึงชนเข้ากับชายคนหนึ่งเข้าเต็มแรง ระหว่างนั้นเธอกำลังรู้สึกวิงเวียนศีรษะและกำลังจะล้มลงคาพื้น โชคดีอีกฝ่ายรับร่างเล็กได้ทันพร้อมดึงเข้าสู่วงแขน“เป็นยังไงบ้างครับ”“อื้อ ไม่เป็นไร...”“พิ้งค์” นัยน์ตาคมกริบเบิกโพลงเมื่อเห็นใบหน้าของคนในอ้อมแขนชัดเจน เขาไม่คิดมาก่อนจะเจอหญิงสาวที่นี่“ขุนเขางั้นเหรอ” คนเมาเงยหน้ามองคนตัวโต ก่อนซบหน้าหวานกับอกล่ำสัน เพียงไม่นานปล่อยน้ำใสไหลเปียกชุ่มเสื้อผ้าของอีกคน “ไม่มีทางที่นายจะอยู่ที่นี่หรอกใช่ไหม”“พิ้งค์ นี่เธอร้องไห้เหรอ”“ฮึก ฮือ ๆ เจ็บเหลือเกิน ทำไมฉันถึงลืมนายไม่ได้สักที” คนตัวเล็กเอ่ยพูดด้วยเสียงสะอึกสะอื้น“นี่เธอเจ็บปวดมากขนาดนี้เลยเหรอ” ขุนเขาโอบก
บรรยากาศในงานวิวาห์เต็มไปด้วยความโรแมนติกและอบอุ่น ถูกจัดขึ้นภายในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ผู้คนมากมายต่างมาร่วมแสดงความยินดีให้แก่คู่บ่าวสาว รวมถึงชมพิ้งค์“ยินดีด้วยนะมิ้นต์” ชมพิ้งค์เอ่ยบอกเจ้าสาวป้ายแดง ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและพี่สะใภ้“ขอบใจนะพิ้งค์” ส่งยิ้มอ่อนให้แก่คนตรงหน้าอย่างซาบซึ้งใจ“ฉันขอให้แกกับพี่ภาสมีความสุขมาก ๆ” พูดจบ ชมพิ้งค์หมุนตัวเตรียมจะยกเท้าจากไป ทว่าถูกรั้งไว้ด้วยฝีมือของมิลินา“พิ้งค์ ฉันขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ”“มีอะไรเหรอ” เอี้ยวหน้ามองใบหน้างดงามของเพื่อน ก่อนตวัดสายตามองมือที่จับท่อนแขนของตัวเองอย่างสงสัย“ไปคุยกันแป๊บหนึ่งสิ” มิลินาไม่รอให้อีกคนตอบโต้ประโยคใด เธอจูงมือชมพิ้งค์ไปยังมุมหนึ่งที่ไม่มีคนพลุกพล่าน“มีอะไรหรือเปล่า มิ้นต์” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นด้วยความสงสัยกับท่าทีของคนตรงหน้า“แกไม่เป็นอะไรใช่ไหมพิ้งค์ เมื่อกี้ฉันเห็นผู้ชายคนนั้นด้วย” เธอหมายถึงขุนเขาอดีตแฟนหนุ่มของเพื่อนสนิท“นึกว่ามีเรื่องสำคัญอะไรจะคุยกับฉัน ที่แท้เรื่องขุนเขานี่เอง ฉันไม่เป็นไรอย่าใส่ใจเลย” เธอแค่ไม่อยากให้มิลินาต้องกังวลใจกับเรื่องของตัวเอง ทั้งที่เป็นงานแต่งของเพื่อน“แกไม่เป็นไร
แสงแดดในยามเช้าสาดส่องมายังปลายเตียง ที่มีพ่อแม่ลูกนอนด้วยกัน กฤตภาสตื่นขึ้นก่อนมิลินาเพื่อมองดูเธอในยามหลับ นิ้วยาวลูบไล้พวงแก้มขาวเนียนแผ่วเบาบางอย่างกำลังสัมผัสแก้มนวล ปลุกหญิงสาวตื่นจากการหลับใหลซึ่งพบกับชายหนุ่มกำลังส่งยิ้มหวานมายังเธอ“อรุณสวัสดิ์” ไม่พูดเปล่า ประทับจูบบนหน้าผากเกลี้ยงเกลา“ตื่นเช้าจังเลยนะคะ” เธอรู้สึกเขินอายที่มีใครมาจ้องในยามหลับทำเอาหน้างามแดงระเรื่อ“พี่อยากเจอหน้ามิ้นต์เร็ว ๆ ก็เลยต้องรีบตื่น”“ปากหวานจังเลยนะคะ” ฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุขกับช่วงเวลานี้เธอแอบเสียดายเล็กน้อยที่ปล่อยให้ความโกรธครอบงำจิตใจ จึงทำให้ที่ผ่านมาสูญเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์“มิ้นต์ครับ”“คะ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นพลางมองดูริมฝีปากหยักได้รูป ทำท่าจะขยับพูดบางอย่าง“แต่งงานกันนะครับ”“แต่งค่ะ”“ห๊ะ”กลายเป็นว่ากฤตภาสตกใจกับคำตอบรับของมิลินา คาดไม่ถึงเธอจะตอบรับอย่างรวดเร็ว“มิ้นต์บอกว่าแต่งงานไงค่ะ ตกใจอะไรคะ” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างงุนงง“พี่ไม่คิดว่ามิ้นต์จะตอบรับเร็วขนาดนี้”“มิ้นต์ไม่อยากเสียเวลาอีกแล้วค่ะ อีกอย่างลูกของเราก็โตมากแล้วนะคะ”“คงลำบากแย่ใช่ไหมที่ผ่านมาต้องเลี้
“ตื่นได้แล้วมิ้นต์ เธอต้องลุกขึ้นไปทำอาหารให้ฉัน” เสียงทุ้มพยายามปลุกคนหลับที่เหนื่อยจากบทรักเมื่อคืนให้ตื่น“อื้อ พี่ภาสสั่งเอาได้ไหมคะ มิ้นต์ง่วง” เอ่ยบอกอย่างงัวเงีย ก่อนพลิกกายหันไปอีกด้าน เธอเหนื่อยเหลือเกินจนไม่อยากลืมตาขึ้นมาทำอะไรทั้งนั้น“ฉันบอกว่าฉันหิวไง” กฤตภาสเริ่มหงุดหงิด“พี่ภาสไปหาก
“หม่ามี๊ขา นี่บ้านใหม่ของเราจริงเหรอ” หนูน้อยโมจิมองบ้านหลังงามตรงหน้าด้วยอาการตื่นเต้นปนดีใจสุดขีด“ใช่ค่ะ” มิลินาหันไปส่งยิ้มให้กับลูกสาวตัวน้อยวันนี้เป็นวันที่เธอได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล หลังจากพักฟื้นร่างกายนานนับเดือนจนหายดี ซึ่งกฤตภาสได้พาเธอกับลูกมาอยู่ด้วยกันเดิมทีมิลินาปฏิเสธเพราะไ
อาการของมิลินาเริ่มดีขึ้น หลังจากนอนรักษาตัวนานนับเดือน ซึ่งความทรงจำในอดีตกลับมาหมดแล้ว ทำให้รับรู้ว่าก่อนเธอจะรักษาตัวยังโรงพยาบาลเกิดอะไรขึ้นบ้างทว่าแทนที่เธอจะโกรธและเกลียดกฤตภาส กลับกลายเป็นว่าเริ่มใจอ่อนให้เขา นั่นเพราะทั้งพี่ชายกับชมพิ้งค์ต่างก็พูดถึงความดีของกฤตภาสให้ฟัง ในระหว่างเธอรักษาต
หนึ่งเดือนต่อมา มิลินายังคงไม่มีท่าทีจะฟื้นขึ้นมาทำเอาคนรออย่างกฤตภาสทรมานไปหมดทั้งกายและหัวใจ ยิ่งนับวันยิ่งรู้สึกท้อเหลือเกิน ทั้งหวาดกลัวไปหมด ได้แต่เฝ้าภาวนาขอให้เธอลืมตาขึ้นเร็ววัน“อย่าเอาแต่นอนสิมิ้นต์ รู้ไหมว่ามีคนคอยอยู่” กระซิบบอกข้างใบหูขาวสะอาด ก่อนทาบริมฝีปากหยักลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาอ







