เข้าสู่ระบบกฤตภาสพาคนตัวเล็กมายังคอนโดของตัวเอง ก่อนเหวี่ยงหญิงสาวไปที่โซฟาตัวหรูกลางห้องอย่างแรง เพราะความเกลียดชังที่มีต่อซีนายจึงแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับมิลินา
“โอ๊ย!” หญิงสาวตั้งตัวไม่ทันกับแรงเหวี่ยงถึงขั้นจุก ก่อนกุมท้องด้วยความรู้สึกเจ็บ
นัยน์ตาคู่หวานชำเลืองมองคนตัวโตค่อนข้างน่ากลัวเหลือเกิน แววตาแดงก่ำ ใบหน้าหล่อเหลาจ้องเขม็งเธอปานจะกินเลือดกินเนื้อ
“คืนนั้นเธอใช่ไหม เป็นคนพาฉันมาส่งที่คอนโด”
“พี่ภาสรู้เหรอคะ” ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกตะลึง
“เธอโง่เหรอ ถึงไม่รู้ว่าที่นี่มีกล้องวงจรปิด ใครไปใครมาก็เห็นหมดนั่นแหละ”
“แล้วไงคะ” เธอแค่มาส่งเขากลับอย่างปลอดภัย ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายสักหน่อย
“แล้วไงเหรอ เธอจูบฉันทำไม” กฤตภาสพุ่งไปหาคนตัวเล็ก มือหนาบีบคางมนด้วยความเกลียดชัง แค่เธอมีใบหน้าคล้ายคลึงกับซีนายก็แทบอยากจะบดขยี้ให้แหลกคามือ
“เจ็บนะคะ” เธอรู้สึกกลัวเหลือเกิน ไม่เหมือนเขาในยามปกติ
“ฉันถามว่าจูบฉันทำไม!!”
“พี่ภาสนั่นแหละจูบมิ้นต์ก่อน”
“โกหก!!”
“ไม่อยากเชื่อก็เรื่องของพี่ภาสค่ะ มิ้นต์จะกลับแล้ว” ปัดมือใหญ่ไปพ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืน มิลินาไม่ทันยกเท้าจะก้าวไป อยู่ ๆ ชายหนุ่มคว้าร่างเล็กกดลงกับโซฟา
“จะทำอะไรคะ”
“ทำให้เธอเจ็บปวดไง ฉันอยากจะรู้นัก ถ้าไอ้นายรู้ว่าน้องสาวมันถูกฉันย่ำยีจะเป็นยังไง” แสยะยิ้มร้ายด้วยความสะใจ แค่ได้เห็นสีหน้าหวาดกลัวของคนตัวเล็กก็รู้สึกพึงพอใจมาก
“อย่าทำอะไรมิ้นต์นะคะ” ร้องบอกด้วยเสียงสั่น ๆ ถึงเธอจะรักเขาแต่ไม่เคยปรารถนาให้อีกคนกระทำอย่างนี้ อีกอย่างเป็นครั้งแรกที่เขาทำตัวน่ากลัวแบบนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนค่อนข้างสุภาพ
“งั้นเธอต้องการให้ฉันจัดการไอ้นายสินะ ทำอะไรดีล่ะฆ่ามันให้ตายดีไหม จากนั้นแย่งผู้หญิงของมันมา”
“อย่านะคะพี่ภาส อย่าทำอะไรพี่นาย” เธอยอมรับไม่ได้ถ้าพี่ชายที่เลี้ยงดูตนเองตั้งแต่เด็กจะเป็นอะไรไป ย่อมรู้ดีคนแบบกฤตภาสไม่ได้แค่ขู่เท่านั้น เขาเป็นคนมีอิทธิพลสามารถทำทุกอย่างตามใจต้องการ
“ถ้าเธออยากรักษาชีวิตพี่ชาย ยอมมาเป็นของเล่นฉันซะ”
“ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอคะ เกลียดมิ้นต์มากเลยเหรอ”
“ฉันไม่ได้เกลียดเธอหรอก แต่ช่วยไม่ได้เองเธออยากเกิดเป็นน้องสาวไอ้นาย งั้นยอมรับผลกรรมซะ” เขาทั้งเกลียดและแค้นซีนายมาก ทั้งที่เขาช่วยเหลืออีกฝ่ายทุกอย่าง คาดไม่ถึงเพื่อนสนิทจะตอบแทนโดยการแย่งคนที่ตนเองรัก
“พี่ภาสสัญญาได้ไหมคะ ถ้ามิ้นต์ยอมทำตามคำสั่ง พี่ภาสจะไม่ทำอะไรพี่นายเด็ดขาด” ต่อให้สูญเสียอะไรไปก็ยอมแลกทุกอย่างเพื่อพี่ชาย
“ได้” ถึงกฤตภาสจะบอกเช่นนั้นกับคนใต้ร่าง ทว่าความจริงไม่มีทางปล่อยซีนายไปเด็ดขาด เขาต้องการทำให้เพื่อนเจ็บปวดเหมือนที่เขารู้สึก
“งั้นก็เชิญค่ะ” มิลินาข่มตาหลับอย่างจำใจพร้อมนอนนิ่ง ๆ ให้อีกคนสัมผัส เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำถูกหรือผิด แต่เพื่อชีวิตของพี่ชายก็ยอม
สายตาคมกริบมองทั่วกรอบหน้าสวยพลางเผยยิ้มร้าย ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ตามขาเรียวก่อนสอดเข้าไปในกระโปรงพลีทสีดำยาวถึงเข่า ไต่เต้าไปยังกลีบกุหลาบงดงามห่อหุ้มด้วยแพนตี้ตัวน้อย นิ้วยาวแหวกไปด้านข้างและใช้หัวแม่มือปี้ปุ่มกระสันเล่น
“อ๊ะ” มิลินาลืมตาขึ้นมองคนตัวโต สัมผัสของเขาทำเอากายสาวสั่นสะท้าน
“ถ้าไม่อยากเจ็บ อย่าเกร็งสิ” กระซิบบอกข้างใบหูขาวสะอาด ปลายลิ้นสากตวัดเลียบริเวณซอกคอหอมกรุ่น ขณะเดียวกันนิ้วแกร่งใส่เข้าในร่องสวาท ขยับขึ้นลงตามจังหวะพิศวาส
“อื้อ” มิลินาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น พยายามกลั้นเสียงร้องอันน่ารังเกียจ นี่เป็นครั้งแรกที่มีเพศตรงข้ามมาสัมผัสร่างกาย
“ผ่อนคลายหน่อยสิ” กฤตภาสงับลำคอขาวเนียนทีหนึ่งอย่างมันเขี้ยว ส่งผลให้มิลินาส่งเสียงร้องคราง
“อ๊ะ”
“ครั้งแรกใช่ไหม แน่นชะมัด” นิ้วยาวขยับเข้าออกในร่องรักด้วยจังหวะระรัว
“อื้อ พี่ภาส” ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่าน เธอไม่เข้าใจเลยตัวเองเป็นอะไรกันแน่ ทั้งที่อยากผลักไสคนเหนือร่างไปให้พ้น แต่ร่างกายกลับตอบสนองดีทีเดียว ช่างย้อนแย้งกันเหลือเกิน
“เยิ้มเชียว” ชายหนุ่มนำนิ้วแกร่งออกจากกลีบกุหลาบงดงามก่อนยกขึ้นมาดูซึ่งเปื้อนด้วยน้ำหวานจากคนตัวเล็ก
“เสร็จแล้วใช่ไหมคะ” มิลินาเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง
“ยังหรอก ฉันอยากเอาที่เตียง” ว่าแล้ว กฤตภาสช้อนร่างเล็กในท่าเจ้าสาว ตรงไปที่ห้องนอนก่อนโยนเธอลงบนเตียงขนาดคิงไซซ์พร้อมคร่อมร่างอรชร
ริมฝีปากหยักได้รูปทาบลงบนกลีบปากอวบอิ่ม ดูดดื่มอย่างรุนแรง ไม่มีความปรานีสักนิด ขณะเดียวกันฝ่ามือหยาบกร้านทั้งสองข้างบีบขยำทรวงอกอวบอั๋น
“อื้อ” การกระทำดิบเถื่อนของคนตัวโต ทำให้น้ำใสไหลรินตกลงสู่ที่นอน
กฤตภาสถอนจูบออก ผงกหัวมองดูใบหน้าหวาน ชายหนุ่มไม่ได้สนใจนักเธอจะรู้สึกยังไง นอกจากอยากย่ำยีคนตัวเล็ก
อารมณ์เริ่มพลุ่งพล่านมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่รอช้าจัดการถอดเสื้อผ้าของเธอและเขา จนทั้งคู่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า
“เอาแขนออกไปสิ แล้วก็อ้าขาซะ” เพราะมิลินาเอาแต่ปกปิดเรือนร่างงดงามทำเอาเขาหัวเสียยิ่งนัก
“ไม่ค่ะ” เบือนหน้าไปอีกทาง เธอไม่กล้ามองเขาในสภาพเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์
“งั้นก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายละกัน” กฤตภาสรวบแขนเล็กขึ้นเหนือศีรษะพร้อมใช้มืออีกข้างหนึ่งแยกขาเรียวออกจากกันกว้าง ๆ ไม่รอช้าสอดท่อนลำขนาดใหญ่เข้าในโพรงอ่อนนุ่ม ทว่าแค่ครึ่งลำส่งผลให้มิลินากรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บ
“ฮือ ๆ เอาออกไปนะคะ” กายสาวดิ้นพล่านไปมาหวังให้หลุดพ้นจากการจองจำของคนตัวโต
“อย่าเกร็งสิวะ”
“มิ้นต์เจ็บ...” เพราะไม่เคยมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกาย มิลินาเลยรู้สึกเจ็บปวดมากราวกับร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ
“ผ่อนคลายสิ ฉันก็เจ็บเหมือนกัน”
“เอาออกไปสิคะ” ไม่เข้าใจอีกคนเลย ถ้ามันจะเจ็บมากขนาดนี้ทำไมถึงต้องการทำเรื่องอย่างว่ากับเธอ
“โธ่เว้ย! น่ารำคาญชะมัด” สบถอย่างหัวเสีย แล้วบรรจงจูบลงบนกลีบปากอวบอิ่มอย่างนุ่มนวลหวังทำให้เธอเคลิบเคลิ้ม
จูบแสนหวานละมุนของคนเหนือร่าง ทำมิลินาปลดปล่อยเรือนร่างให้ผ่อนคลาย เมื่อเห็นว่าช่องทางรักปรับสภาพคุ้นชินกับแท่งเอ็น กฤตภาสจึงดันอีกลำเข้าไปจนสุด
“อื้อ”
ชายหนุ่มละเลงบทรักด้วยจังหวะเนิบนาบ เพราะเห็นว่าเป็นครั้งแรกของคนใต้ร่างจึงไม่อยากรุนแรงกับเธอนัก พยายามทำอย่างระมัดระวัง
“อ๊ะ อ๊ะ” จากความเจ็บปวดในตอนแรกเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่าน มิลินาส่งเสียงครวญครางอย่างมีความสุข
“อ๊ะ เสียวชะมัด” ใบหน้าหล่อเหลาก้มมองจุดเชื่อมระหว่างกัน ผลุบเข้าออกในตัวเธอ ยิ่งทำให้เขามีอารมณ์มากขึ้นกว่าเดิม ใส่ความเป็นชายเข้าออกในตัวเธอไม่ยั้ง
“อ๊ะ พี่ภาส” มือเรียวจิกเล็บลงบนแผ่นหลังแกร่งแน่น สลับกับการขีดข่วนเพื่อระบายความเสียวซ่าน สายตาคู่หวานชำเลืองมองหน้าหล่อเหลาก่อนหันหน้าหนีไปทางอื่นอย่างเขินอาย
“ท่าทางเธอจะชอบมากสินะ” ยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจกับท่าทางของคนตัวเล็ก
มิลินาไม่ตอบโต้อีกคน ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดีกับสิ่งที่ได้รับจากคนตัวโต หลากหลายไปด้วยความรู้สึก
“อ๊า ดีเหลือเกิน” กฤตภาสฝังจูบลงบนลำคอระหง กลิ่นกายเฉพาะจากตัวเธอทำเขารู้สึกดีแบบไม่เคยเป็นมาก่อน
เสียงเนื้อกระทบดังประสานเสียงร้องครวญครางของคนทั้งสอง ไม่คาดคิดมาก่อนการร่วมรักกับมิลินาจะทำให้มีความสุขมากขนาดนี้
จู่ ๆ รู้สึกหวงเธอขึ้นมาอย่างดื้อ ๆ ไม่อยากให้ใครหน้าไหนสัมผัสร่างกายเธอ ยกเว้นเขาเพียงคนเดียว
กิจกรรมเข้าจังหวะระหว่างพวกเขาดำเนินตลอดทั้งคืน เป็นครั้งแรกชายหนุ่มปรารถนาเพศตรงข้ามรุนแรงมากขนาดนี้ แม้ว่าบทรักจะจบลงหลายรอบแต่ชายหนุ่มยังคงตักตวงความหวานจากมิลินาไม่รู้จักจบสิ้น
“ตื่นได้แล้วมิ้นต์ เธอต้องลุกขึ้นไปทำอาหารให้ฉัน” เสียงทุ้มพยายามปลุกคนหลับที่เหนื่อยจากบทรักเมื่อคืนให้ตื่น“อื้อ พี่ภาสสั่งเอาได้ไหมคะ มิ้นต์ง่วง” เอ่ยบอกอย่างงัวเงีย ก่อนพลิกกายหันไปอีกด้าน เธอเหนื่อยเหลือเกินจนไม่อยากลืมตาขึ้นมาทำอะไรทั้งนั้น“ฉันบอกว่าฉันหิวไง” กฤตภาสเริ่มหงุดหงิด“พี่ภาสไปหากินเองสิ”“งั้นฉันกินเธอแทนละกัน น่าจะอร่อยดี” คนเจ้าเล่ห์ขยับตัวแนบชิดแผ่นหลังขาวเนียนในสภาพเปลือยเปล่า ใบหน้าคมคายซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น“อื้อ พี่ภาส”“จะตื่นไหม ไม่อย่างนั้นฉันจะลักหลับแล้วนะ”“มิ้นต์ตื่นแล้วก็ได้” เบิกตาขึ้นพร้อมผลักคนตัวโตออกห่าง จ้องเขม็งเขาด้วยสีหน้าไม่พึงพอใจ จะโทษใครได้ล่ะก็เขานั่นแหละทำให้เธอเหนื่อย“นอนอะไรเยอะแยะ”“พี่ภาสนั่นแหละรังแกมิ้นต์”“งั้นเหรอ” ยักไหล่ใส่คนตัวเล็กอย่างไม่แยแส เขากระโดดลงจากเตียงและตรงไปยังห้องน้ำในสภาพล่อนจ้อน ไม่อับอายต่อสายตาเธอ“พี่ภาสไอ้คนบ้า ไม่อายบ้างหรือไง” ถึงจะเห็นกายแกร่งในสภาพไร้อาภรณ์ห่อหุ้มมาหลายครั้ง แต่เธอยังไม่ชินสักทีหลังจากมิลินาจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ไม่รอช้าปรุงอาหารเช้าให้คนตัวโต เธอเลือกทำเมนูง่าย ๆ คือข้าวต้มป
เสียงเนื้อกระทบดังประสานกับเสียงครวญครางของคนทั้งสอง บ่งบอกถึงความสุขที่ได้รับเป็นอย่างดี กฤตภาสใส่ความเป็นชายเข้าออกในตัวเธอไม่ยั้ง“อื้อ พี่ภาส” ใบหน้าหวานเหยเกตามแรงกระแทกกระทั้นของชายหนุ่ม“บ้าฉิบ...” เธอในตอนนี้เซ็กซี่เหลือเกิน จนเขาอดใจไม่ไหวแนบริมฝีปากหยักได้รูปลงบนกลีบปากอมชมพู ดูดดื่มปากนุ่มอย่างคนหิวกระหาย“อื้อ” ทันทีที่มิลินาเผยอปาก คนตัวโตไม่รอช้าสอดแทรกลิ้นเร่าร้อนเข้าในโพรงปากสาว กวาดต้อนชิมความหวานอย่างหนำใจ ขณะส่งท่อนลำเข้าออกในร่องสวาทกลีบกุหลาบตอดแท่งเอ็นถี่ยิบ ชายหนุ่มทนไม่ไหวจึงร่อนเอวสอบแบบไม่ยั้ง ทำเอามิลินาจิกเล็บลงบนท่อนแขนกำยำแน่น“อ๊า อ๊ะ” คนตัวเล็กส่งเสียงครางลั่นปานจะขาดใจกับสิ่งที่ได้รับกฤตภาสเปลี่ยนท่าใหม่ ไปนอนซ้อนแผ่นหลังเล็กพร้อมเอื้อมมือหนาบีบเคล้นทรวงอกอวบอั๋น โดยส่วนนั้นยังคงเชื่อมกันอยู่“อ๊ะ อ๊า พี่ภาส” เธอรู้สึกว่าขณะนี้คนตัวโตรุนแรงกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า“มิ้นต์...ฉันจะเสร็จแล้ว” กระซิบบอกข้างใบหูขาวสะอาด“อื้อ มิ้นต์ใกล้จะเสร็จแล้วเหมือนกัน”“ไปพร้อมกันนะ” ว่าแล้ว คนตัวโตใส่ท่อนลำเข้าออกในกลีบดอกไม้ด้วยจังหวะระรัว เต็มไปด้วยความปรารถนาที่มี
เมื่อถึงวันเดินทางไปเที่ยวทะเล กฤตภาสมารอรับมิลินาตั้งแต่เที่ยง แต่กว่าจะได้เดินทางกันจริง ๆ เป็นเวลาบ่ายสาม เนื่องจากหญิงสาวตื่นสายกว่าปกติ“เพราะเธอคนเดียว ถึงได้ออกช้ากว่าเวลาที่ตั้งไว้”“ในเมื่อเกลียดมิ้นต์ขนาดนี้ จะพาไปด้วยทำไม” เธอไม่ใช่โถส้วมนะที่เขาจะระบายอะไรก็ได้ โดยไม่สนใจความรู้สึกมิลินาเบือนหน้าไปทางฝั่งหน้าต่างกระจกรถ ภายในหัวเอาแต่คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาระหว่างตนเองกับคนข้างกาย ไม่รู้อีกนานแค่ไหนถึงจะหลุดพ้นจากคนใจร้ายอย่างเขาสักทีชายหนุ่มเห็นท่าไม่ดี ไม่ได้ตอบกลับคนตัวเล็ก ก่อนเหลือบมองดวงหน้างดงาม บ่งบอกถึงความทุกข์ใจตลอดระยะทางมุ่งหน้าสู่สถานที่หมาย ทั้งคู่ไม่ได้สนทนาสักประโยค บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยความอึดอัด กระทั่งกฤตภาสทนไม่ไหวจึงพูดขึ้นทำลายความเงียบ“นี่เธอจะเงียบอย่างนี้ใช่ไหม”“แล้วจะให้มิ้นต์พูดอะไรคะ พี่ภาสเอาแต่ด่ามิ้นต์อยู่นั่นแหละ”“เธอนี่มัน...ช่างเถอะ” เขาขี้เกียจจะโต้กลับจึงตัดบท ก่อนสนใจขับรถต่อกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางเป็นเวลาค่ำพอดี ซึ่งก่อนกลับที่พักกฤตภาสแวะพามิลินารับประทานอาหารริมทะเลทั้งสองคนรับประทานอาหารกันเงียบ ๆ หญิงสาวมองวิวรอบกายด้
บรรยากาศภายในห้องอาหารเป็นไปอย่างครื้นเครง และสนุกสนานมาก ทว่ามิลินาไม่ได้ร่วมวงสนทนาด้วย เนื่องจากรู้สึกอึดอัดต้องนั่งตรงข้ามกฤตภาส อีกฝ่ายเอาแต่จ้องมองตัวเองเป็นระยะ ๆ จนเธอแทบอยากลุกขึ้นหนีประเดี๋ยวนี้ ทว่าเกรงใจบุพการีของเพื่อน“หนูมิ้นต์”“คะ” เสียงเรียกของหญิงวัยกลางคนทำคนตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนหันไปให้ความสนใจเนตรนภา“อาหารอร่อยไหม”“อร่อยค่ะ”“หนูมิ้นต์อยู่คนเดียวคงเหงาแย่เลยใช่ไหม ว่าง ๆ ก็มาที่บ้านอีกนะ”“ค่ะ” ส่งยิ้มอ่อนให้แก่หญิงวัยกลางคน จากนั้นก้มหน้ารับประทานอาหาร ก่อนจะเงี่ยหูฟังบทสนทนาระหว่างเนตรนภากับกฤตภาส“แล้วเมื่อไรภาสจะแต่งงานสักทีล่ะ เพื่อนของลูกพี่ชายของหนูมิ้นต์ก็แต่งงานแล้วนะ”“ยังก่อนครับ ตอนนี้ผมยังอยากทำงาน” สายตาดำขลับชำเลืองมองกรอบหน้าสวยหวานของมิลินา ก่อนตอบมารดาทุกคนในครอบครัวไม่มีใครรู้เรื่องเขารักมัดหมี่ เลยไม่มีใครรู้ว่าตัวเองกำลังช้ำใจเพราะความรัก“อย่ามัวแต่ทำงานล่ะ แม่อยากอุ้มหลานจะแย่อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าน้องเราจะมีแฟนก่อนหรอกใช่ไหม”“พูดอะไรคะคุณแม่ พิ้งค์ยังไม่มีนะคะ” คนโดนมารดากล่าวหา สวนขึ้นทันใดเนื่องจากกลัวความลับแตก“แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรส
ทันทีที่กลับมาถึง มิลินาพุ่งตรงไปยังห้องน้ำก่อนเปิดก๊อกน้ำให้ไหลชโลมเรือนร่าง จากนั้นทรุดกายลงบนพื้นห้องพลางโอบกอดตัวเอง“ฮือ ๆ” ร่างเล็กร้องสะอึกสะอื้นปานจะขาดใจกับสิ่งที่ต้องประสบการกระทำกับคำพูดของกฤตภาส ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเธอเหลือเกิน เขาช่างเป็นคนใจร้ายแบบที่คาดไม่ถึงมาก่อน ถึงกระนั้นก็ยังเกลียดเขาไม่ลงอยู่ดีกว่าหญิงสาวจะใช้เวลาสงบอารมณ์ได้ ผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ จากนั้นไม่รอช้าทำความสะอาดร่างกาย เนื่องจากรู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลียเหลือเกิน จึงอยากนอนเร็วกว่าปกติเท้าเล็กก้าวออกจากห้องน้ำไม่กี่นาที เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เธอหยิบขึ้นมาดูก่อนพบว่าเป็นใครมิลินาสูดลมหายใจเข้าปอดช้าๆ พยายามปรับเสียงให้เป็นปกติ เนื่องจากกลัวคนปลายสายเห็นถึงความผิดปกติบางอย่าง“ว่าไงคะพี่นาย”(เป็นไงบ้าง อยู่คนเดียวเหงาไหม) เสียงทุ้มที่เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงทำเธอน้ำตาไหลพราก“มิ้นต์โตแล้วนะคะพี่นาย ไม่ต้องห่วงหรอก” ว่าพลางปาดน้ำตาบนแก้มนุ่มนิ่ม(อีกไม่กี่เดือนจะเรียนจบแล้ว มาอยู่กับพี่ที่อังกฤษไหม)“ขอคิดดูก่อนนะคะ”(เป็นอะไรหรือเปล่า เสียงฟังดูแปลก ๆ)“เปล่าค่ะ พี่นายกับพี่มัดเป็นยัง
หลังจากกฤตภาสกลับมาถึงคอนโด ชายหนุ่มเอาแต่เดินวนไปมาด้วยท่าทางกระวนกระวาย เนื่องจากภายในหัวนึกถึงเรื่องของมิลินาตลอด ทำให้จิตใจว้าวุ่นยากจะสงบลงง่ายดาย“โธ่เว้ย!” เขารู้สึกหงุดหงิดมากแบบไม่เคยเป็นมาก่อนเสียงข้อความจากโทรศัพท์ดังขึ้น กฤตภาสรีบเปิดอ่านอย่างไวก่อนจะบีบมือเข้าหากันแน่นอย่างโมโหสิ่งที่เขาได้เห็นเมื่อสักครู่ คือรูปภาพของมิลินากำลังนั่งรับประทานอาหารริมทางอย่างเอร็ดอร่อย นั่นยิ่งทำให้เขาเดือดขึ้นมากกว่าเดิม“เฮอะ! ท่าทางจะมีความสุขมากสินะ” เขาแค่นยิ้มขณะจ้องมองรูปภาพของคนตัวเล็กที่ถูกส่งมาโดยฝีมือขุนเขาข้อความที่เข้ามาใหม่ทำให้กฤตภาสเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว จากนั้นรีบออกจากคอนโดไปตามโลเคชั่นชายหนุ่มเหยียบคันเร่งด้วยความร้อนใจ กว่าจะถึงกินเวลาค่อนข้างนานพอสมควร เนื่องจากช่วงเย็นการจราจรติดขัดเมื่อมาถึงร้านอาหารริมทาง เขาพุ่งตรงไปหามิลินา มือใหญ่คว้าท่อนแขนเล็กพร้อมกระชากเต็มแรง จนเธอลุกขึ้นยืนอย่างงุนงง“พี่ภาส” มองบุคคลมาใหม่ด้วยใบหน้าตกตะลึง“มากับฉัน” ชายหนุ่มถอดชุดคลุมที่มิลินาสวมใส่คืนเจ้าของ โยนใส่ขุนเขาอย่างไม่ไยดี แล้วพาเธอไปด้วยกัน“เฮอะ! ทำมาเป็นปากแข็ง” ขุนเขามองต