Home / มาเฟีย / ล่ามเมีย / บทที่ 1 ผู้กุมชะตา

Share

บทที่ 1 ผู้กุมชะตา

last update publish date: 2026-03-08 13:21:44

       

            หลังตอบตกลงรับงานเทศกาลหน้ากากเวนิสไป ลลิสากับจิ๋ว จึงเดินทางมาประเทศอิตาลีก่อนเวลานัดหมายหนึ่งวัน ที่นัดพบอยู่แถวย่าน Dorsoduro เป็นสถานที่เดียวที่มีอยู่ในการ์ดสีดำ นอกจากนั้นคงต้องรอรู้แบบสดใหม่กันอีกที ตอนนั่งอยู่บนเรือของผู้ว่าจ้าง เนื่องจากเขาส่งคนมารับ

            “สวัสดีครับ ผมคานโล คนที่นายสั่งให้มารับพวกคุณในวันนี้ครับ”

            ขนาดลูกน้องคนสนิทยังมาดผู้ดีขนาดนี้ แล้วคนเป็นนายที่ว่าจะขนาดไหน ลลิสากับจิ๋วหันมามองหน้ากันเอง ก่อนจะส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

            ไม่ได้พูดถึงเหตุผลที่ผู้จัดการส่วนตัวไว้ใจพวกเขา เธอได้แค่คิดอยู่ในหัวเพราะไม่มีโอกาสได้ถาม แต่ก็พอจะเข้าใจว่าทุกอย่างเป็นเพราะเงิน การเรียกค่าตัวได้ด้วยตัวเองเป็นอะไรที่ยากมาก ในชีวิตนางแบบ และงานระดับนี้ หากไม่คว้าเอาไว้คงไม่มีอีกแล้ว

            ถึงจะรู้สึกแปลก ตั้งคำถามตลอดว่าความโชคดีนี้ทำไมต้องเป็นเธอ เธอถูกคัดเลือกไว้ใจให้ทำงานนี้ได้ยังไง เพราะความสวย ความสามารถ  มารู้ตัวอีกทีก็ตอนนั่งอยู่บนเรือเร็วส่วนตัวของเขาแล้ว

            ความตื่นเต้นส่วนตัวเธอมี แต่คงมีไม่เท่ากับอีกคน จิ๋วหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายวิวตลอดทาง แต่พอกล้องหันไปฝั่งเรือ หรือคานโล เจ้าตัวจะก้มหน้า ไม่ก็หันหนีเสมอ นั่นจึงทำให้เธอต้องหันไปปรามผู้จัดการส่วนตัวด้วยสายตาเชิงดุ หล่อนจึงยิ้มแห้งและเก็บกล้องของตัวเองกลับไป โดยไม่ลืมลบรูปที่ถ่ายติดคานโลด้วย แม้แต่เรือก็ไม่เว้น

            ลืมไปว่าเป็นดีลลับ ห้ามเปิดเผย

            การถ่ายรูปก็ยิ่งไม่ได้

            เพราะเป็นเรือเร็วจึงใช้เวลาไม่นานก็มาถึง เรือจอดเทียบท่า Sina Centurion Palace ความเป็นส่วนตัวของเขาทำให้เธอเริ่มหวาดหวั่น ลลิสามองหน้าจิ๋วอีกครั้ง คราวนี้สายตาของเธอถัดไปทางกังวล ถึงเธอจะชอบรูปแบบของงานใหม่ เพราะมันทำให้ตื่นเต้นและสะสมประสบการณ์ อีกทั้งรู้จักสังคมมากขึ้นเปิดโอกาสให้เธอได้มีงานต่อเนื่อง แต่หากมันดูลึกลับจนต้องมีคำถามอยู่ในหัว ก็รู้สึกประหม่าได้เหมือนกัน

            “เชิญครับ”

            “ค่ะ”

            ผู้ว่าจ้างคนนี้อยู่เหนือจินตนาการของเธอมาก เดาว่าผู้จัดการของเธอก็คิดไม่ถึง ไม่เช่นนั้นคงไม่ยิ้มเจื่อน แววตาไหววูบ และหน้าซีดเป็นไก่ต้มตอนเธอหันมอง เธอรู้หล่อนกำลังกลัว ถ้าเกิดขอยกเลิก และขอตัวกลับทันทีจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ไหนจะค่าเดินทาง ไหนจะค่าพักค่ากิน หล่อนเป็นคนสำรองจ่ายก่อนทั้งหมด ไม่พอแค่นั้น การเปลี่ยนใจกะทันหันจะเป็นอะไรที่เสียมารยาทมาก และทำลายความเป็นมืออาชีพชื่อเสียงมากมาย

            ปกติเธอมีความเป็นมืออาชีพ เมื่อรับงานแล้วยากที่เธอจะลอยแพ เว้นแต่จะมีเรื่องราวรับไม่ได้จนต้องเทกลางคัน แบบนั้นก็เคยมีมาแล้ว จิ๋วต้องตามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจนปวดหัว ทว่านั่นก็โทษเธอไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะผู้จัดการส่วนตัวสะเพร่าไม่ทำความเข้าใจต่อเนื้อหาของงานให้ดีแต่แรก ปัญหาก็คงไม่เกิด

            ผิดกับครั้งนี้ ต่อให้ใจของลลิสาตอนนี้อยากถอยกลับแค่ไหน บรรยากาศที่ดีกับสถานที่ที่สวยงาม ที่ที่เธออยู่ติดกับโบสถ์ระดับโลกเพียงแค่เห็นราวกับต้องมนต์สะกด ระหว่างเดินอยู่ข้างหลังคานโลทำเท้าเล็กก้าวตามไม่หยุด

            เขาเดินนำพวกเธอมาทางห้อง The Presidential Suite ที่เป็นได้ทั้งห้องสวีทและห้องลับระดับสูงสุด ระหว่างเดินตาม เดินผ่านห้องโถงที่ทางเดินปูด้วยหินสีดำ และทอดมองไปเห็นผู้ชายในชุดสูทอีกสองคนยืนรออยู่ตรงหน้า มือบางก็บีบเข้าหากันทันที บีบปล่อย บีบปล่อย อยู่แบบนั้นหลายรอบ จนกระทั่งถึง

            พวกเธอหยุดเดินเพราะเขาหยุด ก่อนดวงตาคู่สวยจะขึงกว้างเล็กน้อย เมื่อจิ๋วถูกกันไว้และเชิญไปอีกทาง

            “นายสั่งให้คุณเข้าไปคนเดียวครับ”

            เข้าใจว่าเป็นความลับ แต่เธอไม่รู้จักเขา จะไว้ใจได้ยังไง

            “ผู้จัดการฉันเธอไว้ใจได้นะคะ”

            เธอต่อรอง หันมองหน้าจิ๋วที่หล่อนเองก็พยักหน้ายืนยัน แต่เหมือนว่าจะไม่เป็นผล

            “ไม่ต้องกลัวครับ ตราบใดที่ไม่มีการหักหลังหรือทรยศ นายผมจัดว่าเป็นคนที่ใจดีที่สุด เชิญครับ”

            เธอเผลอกัดปาก หันมองผู้จัดการส่วนตัวอีกรอบ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูไม้บานยักษ์ถูกเปิดออกพอดี และจิ๋วก็หันไปถามคนข้างๆพอดี

            “ไม่เป็นไรแน่นะ”

            “ครับ คุณลลิสาจะปลอดภัย เชิญครับ”

           

            หลังประตูปิดลงความกว้างขวางที่เงียบสงัดก็เล่นงานเธอ นาทีนี้ที่จะต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวปนความกลัว กลิ่นดอกลิลลี่จะหอมสะอาดสักแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ เธอประหม่ามาก ชนิดที่มือบีบคลายอยู่ก่อนหน้านั้นไม่รู้สึกอะไรแล้ว จากนั้นคือการกวาดตามองหาเขา ผู้ว่าจ้างจอมลึกลับ

            และเธอก็เจอ

            “ฉันมาแล้วค่ะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ล่ามเมีย    บทที่ 154 ลำบากเธอจนได้

    หลังจากทำกายภาพเสร็จ ด้วยพลังอันล้นเปี่ยมของเหมันต์ที่เหมือนจะมีมากกว่าทุกวัน เนื่องจากคนช่วยคือเมียสุดที่รัก เขาก็ได้พักเหนื่อย ทว่าลลิสากลับไม่ยอมปล่อย เธอจัดการล็อกล้อรถเข็นเอาไว้ ก่อนจะขยับเข้าไปยืนชิดจนหน้าขาของเธอเบียดกับเข่าของร่างสูง เหมันต์มองหน้ามองหญิงสาว หัวใจเต้นแรงกับความใกล้ชิดที่ไม่ได้สัมผัสมานาน “ถอยไปก่อน ตัวผมมีแต่เหงื่อ” เขาปรามเสียงแหบพร่า พยายามจะดันเอวบางออกเบาๆ แต่ฝ่ามือหนากลับรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตเมื่อสัมผัสถูกผิวเนียน “ไม่ถอยค่ะ” ลลิสาจ้องลึกเข้าไปในตา แทนที่จะถอยเธอกลับค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งค่อมบนตัก ท่าทางล่อแหลมนั้นทำให้เหมันต์สูดหายใจเข้าลึก สัญชาตญาณความดิบเถื่อนปลุกความเป็นชายตื่นตัวทันที “ลลิสา..คุณกำลังปลุกมันนะ” เหมันต์เตือน เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า มือหนาเปลี่ยนเป็นรวบเอวคอกิ่วของเธอไว้แน่นเพื่อยึดไม่ให้เธอตก แต่อีกใจคือเขาไม่อยากปล่อยเธอไปไหนอีกแล้ว “ปลุกได้ก็ดีสิ” ลลิสาส่งยิ้มยั่วเย้า มือเรียวซุกซนลูบไล้ไปตามแผงอก ผ่านเนื้อผ้านุ่มที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกเพราะความร้อน “ไหน

  • ล่ามเมีย    บทที่ 153 คำบอกรัก

    ภายในห้องกระจกใสของศูนย์ฟื้นฟูร่างกาย แสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องกระทบแผ่นหลังกว้างของเหมันต์ ชายหนุ่มที่ใครๆก็คิดว่าเสียชีวิตไปแล้ว กำลังนั่งอยู่บนรถเข็น ขณะเดียวกันกรามของเขาก็ขบกันแน่นขมับขึ้นเส้นเลือดปูดโปน มือหนาทั้งสองข้างเกาะราวเหล็ก พยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืน ตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด แต่ขาที่ไร้ความรู้สึกกลับทรุดลงไปนั่งกับรถเข็นอีกครั้งอย่างไม่ใยดี เหมันต์ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะบีบขาตัวเองและนวดแรงๆ “ทำไม่ได้...” “ใจเย็นๆค่ะ สาอยู่ตรงนี้แล้ว คุณไม่ต้องรีบ” เสียงหวานสั่นเครือ แต่คุ้นเคยดังขึ้นจากประตู เหมันต์ชะงักค่อยๆเงยหน้าขึ้นมอง ขณะเดียวกันก็คลายมือตรงหัวเข่าไปด้วย นั่งรอร่างเล็กที่กำลังเดินเข้ามาจนทรุดตัวลงนั่งยองตรงหน้าตัวเอง “ผม..” “ไม่ต้องฝืน..” มือบางยื่นมาทาบทับบนหัวเข่า จุดเดียวกันกับที่เขาเผลอทำร้ายมันไปเมื่อกี้ แต่เธอกลับลูบมันเบาๆ ด้วยท่าทีทะนุถนอม “คุณค่อยๆทำ ทำสม่ำเสมอจนร่างกายคุณชิน มันจะมีสักวันที่คุณทำได้..เดินได้อีกครั้ง” แม้กำลังใจของเธอจะมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง แต่ดวงตาคู่

  • ล่ามเมีย    บทที่ 152 เจอกันอีกครั้ง

    “นั่นน่ะสิ” เสียงเบาหวิวราวขนนก ดุจล่องลอยอยู่บนอากาศดังเสมือนได้ยินแค่เพียงตัวเอง หากแต่เรียกหัวคิ้วบางของลลิสาชนกัน “อาจเป็นเพราะผมคิดถึงคุณจนทนไม่ไหวแล้วมั้ง ในแต่ละวันที่ตื่นมาผมเหมือนคนที่กำลังจะตายจริงๆเลย” เข้าใจแล้วว่าเมื่อวานคงเป็นภาวะแสงสุดท้ายของเขา ที่ได้เจอเธอแล้ว และกลัวว่าจะสูญเสียไปอีก กลัวว่าจะตายจากกันจริงๆ ถึงได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ผ่านการกระตุ้นจากคำพูดของคานโล ผู้ที่สนับสนุนเขาอย่างเป็นการอยู่เรื่อย “คุณอยู่ในสภาพแบบนี้ สาก็โกรธไม่ลงสินะคะ” “คุณโกรธไม่เป็นต่างหาก” “เป็นสิ..แต่กับคุณไม่รู้ทำไม” ใช่.. น่าแปลก กับผู้ชายคนนี้ ถ้าเขาทำเรื่องที่ผิดก็ว่าไปตามถูกจนน่าโมโหตัวเอง บางครั้งเรื่องที่เขาทำมันไม่น่าให้อภัย แต่เธอกลับมองข้ามมันจนน่าหมั่นไส้ หยาดน้ำตาที่กลิ้งลงมาสดๆถูกกำจัดไปด้วยก้านนิ้วแกร่ง ม่านตาพร่ามัวในทีแรกจึงกระจ่างขึ้น เห็นใบหน้าของเขาชัดเจน หลังจากไม่ได้เห็นมานานหลายเดือน เขาใจร้ายเธอยอมรับ แต่อีกด้านก็ยังมีความใจดี ถึงลึกๆจะ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 151 แล้วตอนนี้ทำไมบอก

    รถที่ถูกเรียกมาจากสนามบินแล่นเข้ามาจอดเทียบประตูบ้านหลังเดิมที่เธอเพิ่งจากมาเมื่อวาน ก่อนจะลงมายืนเหยียบพื้นแล้วปิดประตูกลับไป รถวิ่งออกไปนานแล้วแต่ร่างเล็กยังคงยืนอยู่กับที่ มองคฤหาสน์ที่ไกลออกไป แต่ยังคงใหญ่ราวกับอยู่ใกล้กัน ทั้งที่ทางเดินเขืทิ้งระยะห่างไปแล้วเกือบครึ่งกิโล ลลิสาสูดหายใจเข้าปอดสุดลึก เลือกที่จะเดินทอดน่องเข้าไปทั้งที่หัวใจกำลังเต้นแรง สิ่งแรกที่กีดขวางระหว่างความคิดและความจริงชนวนเหตุที่ทำให้ลุ้นคือบานประตู เธอตั้งความหวังขณะมาว่าต้องเป็นเขาคนที่อ่านข้อความนั้นไปแล้ว หากไม่ใช่คงผิดหวังน่าดู เอาล่ะ! มาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม ตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน รอบบริเวณยังคงเป็นเหมือนเดิมตอนที่เธอเคยมา ถ้ามองอีกมุมตอนนี้คล้ายว่าเธอกำลังบุกรุก แน่นอนว่าคนที่อุตส่าห์บากหน้ามาด้วยความรู้สึกหัวใจแทบจะหยุดเต้นจะไม่มีทางสนใจเรื่องนี้ มือเรียวเย็นเฉียบกำโทรศัพท์ไว้แน่นขณะมองไปรอบบริเวณบ้าน หลังผลักประตูเข้ามาแล้ว “เหมันต์” เธอตะโกนเรียกเขา แหงนหน้ามองไปยังบันไดวนตรงชั้นสองของโถงกว้าง

  • ล่ามเมีย    บทที่ 150 ในที่สุด

    เสียงฝีเท้าแผ่วเบาของลลิสาค่อยๆ ห่างออกไปพร้อมกับเสียงบานประตูปิดลง ความเงียบงันอันหนักอึ้งเข้าจู่โจมห้องทำงานสลัวทันที หลังม่านกำมะหยี่ผืนหนาสีทึบนั้น ร่างใหญ่ของเหมันต์นั่งอยู่บนวีลแชร์นิ่งราวกับรูปสลัก ทว่าภายในใจกลับมีไฟแผดเผาอย่างร้อนแรง มือหนาสั่นเทาราวกับหนาวเหน็บ ขณะทาบวางบนหน้าขาของตัวเอง “นายครับ เธอไปแล้วครับ” เสียงทุ้มของคานโลดังขึ้นหลังก้าวเข้ามา มองหาร่างของนายอยู่หลังม่านทึบ ทันทีที่สบเข้ากันกับสายตาแดงก่ำและเจ็บปวด ถึงกับต้องเร่งก้มหน้าลง ไม่กล้าที่จะมองต่อ เช่นนั้นมันไม่ต่างกับการมองเยาะเย้ย อีกอย่างเขาไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรเช่นกัน เหมันต์ไม่ตอบในทันที เขาหลับตาลง เสียงประกาศกร้าวของลลิสาก่อนหน้านี้ ยังสะท้อนอยู่ในหัวของเขา “อืม” ลูกน้องคนสนิทเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากเห็นสภาพของคนทั้งคู่ ก็อยากจะพูดอะไรสักหน่อย “นายครับ ผมว่า.. ชีวิตคนเรามันสั้นนะครับ” “มึงจะพูดอะไร” “แบบว่า...เราควรทำอะไรที่เราอยากทำ ไม่ควรฝืนใจอะไรทำนองนี้ บอกตรงๆนะครับ ผมเห็นสภ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 149 เหมือนจะรู้

    “เอ่อ.. อ๋อ แดดไงครับคุณสา แดดที่มิลานช่วงบ่ายมันส่องทะลุกระจกเข้ามาตรงนี้พอดีเป๊ะ โดนเบาะหนังมันเลยอมความร้อนเอาไว้ครับ คุณมาโดนก็เลย..” ตอนนี้สมองของลูกน้องคนสนิทผู้วายชนม์ปลอมหมุนติ้วๆ เร็วเหนือแสง พยายามจะคิดหาคำตอบ แต่คนที่ถนัดฆ่ามากกว่าการโกหกอย่างเขาถึงได้อ้ำอึ้ง แสดงพิรุธหลายอย่างออกมา “แดดเหรอ? แต่ม่านหน้าต่างปิดทึบขนาดนี้ แดดที่ไหนจะส่องทะลุผ้ากำมะหยี่เข้ามาได้ล่ะ...ม่านนั้นถูกสั่งมาบังแดดโดยเฉพาะไม่ใช่เหรอ” ลลิสากะต้อนให้จนมุม เธอเดินสำรวจรอบห้องอย่างละเอียดขึ้น ด้วยความหวังปนหวาดระแวง ในขณะเดียวกัน...ด้านหลังผ้าม่านกำมะหยี่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงมืด เหมันต์ในสภาพอยู่บนรถเข็นไฟฟ้านั่งนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น ประโยคและเสียงของลลิสาอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงสามเมตร หัวใจของมาเฟียหนุ่มกระตุกวาบ และเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาอยากกระชากม่านนั้นแล้วดึงเธอเข้ามากอดให้หายคิดถึงแน่นๆ แต่สถานการณ์และแผนการแกล้งตายที่ยังต้องใช้งานอยู่บังคับให้เขาต้องแข็งใจ “คุณลลิสาสงสัยอะไรเหรอครับ” มือหนากำพนักรถเข็นแน่นจนขึ้นสัน เขาไม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status