INICIAR SESIÓN
หลังตอบตกลงรับงานเทศกาลหน้ากากเวนิสไป ลลิสากับจิ๋ว จึงเดินทางมาประเทศอิตาลีก่อนเวลานัดหมายหนึ่งวัน ที่นัดพบอยู่แถวย่าน Dorsoduro เป็นสถานที่เดียวที่มีอยู่ในการ์ดสีดำ นอกจากนั้นคงต้องรอรู้แบบสดใหม่กันอีกที ตอนนั่งอยู่บนเรือของผู้ว่าจ้าง เนื่องจากเขาส่งคนมารับ
“สวัสดีครับ ผมคานโล คนที่นายสั่งให้มารับพวกคุณในวันนี้ครับ”
ขนาดลูกน้องคนสนิทยังมาดผู้ดีขนาดนี้ แล้วคนเป็นนายที่ว่าจะขนาดไหน ลลิสากับจิ๋วหันมามองหน้ากันเอง ก่อนจะส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
ไม่ได้พูดถึงเหตุผลที่ผู้จัดการส่วนตัวไว้ใจพวกเขา เธอได้แค่คิดอยู่ในหัวเพราะไม่มีโอกาสได้ถาม แต่ก็พอจะเข้าใจว่าทุกอย่างเป็นเพราะเงิน การเรียกค่าตัวได้ด้วยตัวเองเป็นอะไรที่ยากมาก ในชีวิตนางแบบ และงานระดับนี้ หากไม่คว้าเอาไว้คงไม่มีอีกแล้ว
ถึงจะรู้สึกแปลก ตั้งคำถามตลอดว่าความโชคดีนี้ทำไมต้องเป็นเธอ เธอถูกคัดเลือกไว้ใจให้ทำงานนี้ได้ยังไง เพราะความสวย ความสามารถ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนนั่งอยู่บนเรือเร็วส่วนตัวของเขาแล้ว
ความตื่นเต้นส่วนตัวเธอมี แต่คงมีไม่เท่ากับอีกคน จิ๋วหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายวิวตลอดทาง แต่พอกล้องหันไปฝั่งเรือ หรือคานโล เจ้าตัวจะก้มหน้า ไม่ก็หันหนีเสมอ นั่นจึงทำให้เธอต้องหันไปปรามผู้จัดการส่วนตัวด้วยสายตาเชิงดุ หล่อนจึงยิ้มแห้งและเก็บกล้องของตัวเองกลับไป โดยไม่ลืมลบรูปที่ถ่ายติดคานโลด้วย แม้แต่เรือก็ไม่เว้น
ลืมไปว่าเป็นดีลลับ ห้ามเปิดเผย
การถ่ายรูปก็ยิ่งไม่ได้
เพราะเป็นเรือเร็วจึงใช้เวลาไม่นานก็มาถึง เรือจอดเทียบท่า Sina Centurion Palace ความเป็นส่วนตัวของเขาทำให้เธอเริ่มหวาดหวั่น ลลิสามองหน้าจิ๋วอีกครั้ง คราวนี้สายตาของเธอถัดไปทางกังวล ถึงเธอจะชอบรูปแบบของงานใหม่ เพราะมันทำให้ตื่นเต้นและสะสมประสบการณ์ อีกทั้งรู้จักสังคมมากขึ้นเปิดโอกาสให้เธอได้มีงานต่อเนื่อง แต่หากมันดูลึกลับจนต้องมีคำถามอยู่ในหัว ก็รู้สึกประหม่าได้เหมือนกัน
“เชิญครับ”
“ค่ะ”
ผู้ว่าจ้างคนนี้อยู่เหนือจินตนาการของเธอมาก เดาว่าผู้จัดการของเธอก็คิดไม่ถึง ไม่เช่นนั้นคงไม่ยิ้มเจื่อน แววตาไหววูบ และหน้าซีดเป็นไก่ต้มตอนเธอหันมอง เธอรู้หล่อนกำลังกลัว ถ้าเกิดขอยกเลิก และขอตัวกลับทันทีจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ไหนจะค่าเดินทาง ไหนจะค่าพักค่ากิน หล่อนเป็นคนสำรองจ่ายก่อนทั้งหมด ไม่พอแค่นั้น การเปลี่ยนใจกะทันหันจะเป็นอะไรที่เสียมารยาทมาก และทำลายความเป็นมืออาชีพชื่อเสียงมากมาย
ปกติเธอมีความเป็นมืออาชีพ เมื่อรับงานแล้วยากที่เธอจะลอยแพ เว้นแต่จะมีเรื่องราวรับไม่ได้จนต้องเทกลางคัน แบบนั้นก็เคยมีมาแล้ว จิ๋วต้องตามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจนปวดหัว ทว่านั่นก็โทษเธอไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะผู้จัดการส่วนตัวสะเพร่าไม่ทำความเข้าใจต่อเนื้อหาของงานให้ดีแต่แรก ปัญหาก็คงไม่เกิด
ผิดกับครั้งนี้ ต่อให้ใจของลลิสาตอนนี้อยากถอยกลับแค่ไหน บรรยากาศที่ดีกับสถานที่ที่สวยงาม ที่ที่เธออยู่ติดกับโบสถ์ระดับโลกเพียงแค่เห็นราวกับต้องมนต์สะกด ระหว่างเดินอยู่ข้างหลังคานโลทำเท้าเล็กก้าวตามไม่หยุด
เขาเดินนำพวกเธอมาทางห้อง The Presidential Suite ที่เป็นได้ทั้งห้องสวีทและห้องลับระดับสูงสุด ระหว่างเดินตาม เดินผ่านห้องโถงที่ทางเดินปูด้วยหินสีดำ และทอดมองไปเห็นผู้ชายในชุดสูทอีกสองคนยืนรออยู่ตรงหน้า มือบางก็บีบเข้าหากันทันที บีบปล่อย บีบปล่อย อยู่แบบนั้นหลายรอบ จนกระทั่งถึง
พวกเธอหยุดเดินเพราะเขาหยุด ก่อนดวงตาคู่สวยจะขึงกว้างเล็กน้อย เมื่อจิ๋วถูกกันไว้และเชิญไปอีกทาง
“นายสั่งให้คุณเข้าไปคนเดียวครับ”
เข้าใจว่าเป็นความลับ แต่เธอไม่รู้จักเขา จะไว้ใจได้ยังไง
“ผู้จัดการฉันเธอไว้ใจได้นะคะ”
เธอต่อรอง หันมองหน้าจิ๋วที่หล่อนเองก็พยักหน้ายืนยัน แต่เหมือนว่าจะไม่เป็นผล
“ไม่ต้องกลัวครับ ตราบใดที่ไม่มีการหักหลังหรือทรยศ นายผมจัดว่าเป็นคนที่ใจดีที่สุด เชิญครับ”
เธอเผลอกัดปาก หันมองผู้จัดการส่วนตัวอีกรอบ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูไม้บานยักษ์ถูกเปิดออกพอดี และจิ๋วก็หันไปถามคนข้างๆพอดี
“ไม่เป็นไรแน่นะ”
“ครับ คุณลลิสาจะปลอดภัย เชิญครับ”
หลังประตูปิดลงความกว้างขวางที่เงียบสงัดก็เล่นงานเธอ นาทีนี้ที่จะต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวปนความกลัว กลิ่นดอกลิลลี่จะหอมสะอาดสักแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ เธอประหม่ามาก ชนิดที่มือบีบคลายอยู่ก่อนหน้านั้นไม่รู้สึกอะไรแล้ว จากนั้นคือการกวาดตามองหาเขา ผู้ว่าจ้างจอมลึกลับ
และเธอก็เจอ
“ฉันมาแล้วค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นสาขอถามหน่อยได้ไหมคะ”“ครับ”“สาผิดอะไร”ความเงียบเข้ามาปกคลุมเหมือนทุกที แต่ครั้งนี้ไม่นาน เขาแค่นหัวเราะ จ้องนิ่งเข้ามาในม่านตาเธอ ถึงขนาดสะท้อนหน้าของเธออยู่ในม่านตาเขา “คุณไม่ได้ผิด แต่คุณพลาด” จ้องเขม็งมองมา ตาไม่กะพริบ “พลาดที่เลือกเชื่อใจคนผิด”“คุณหมายถึงผู้จัดการสาเหรอ เรื่องนั้นยอมรับว่าช็อคอยู่เหมือนกัน แต่คิดอีกทีมันก็คือการกระทำของคนเลว สาไม่สามารถโกรธคนเลวได้ เพราะมันเสียเวลา อีกอย่างสาอยู่ที่นี่กับคุณ จะทำอะไรเขาได้”“ผมยังไม่ได้จ่ายเงินคุณ”หญิงสาวพยักหน้า“ค่ะ สาทราบ จะต้องขอบคุณด้วยหรือเปล่า”“ก็แล้วแต่สะดวกครับ”จ้า!“ว่าแต่จะมีโอกาสได้ใช้มันไหม”“ได้ครับ ทำไมจะไม่ได้” เธอเกือบจะยิ้มอยู่แล้วเชียว ติดตรงที่ว่ามันยังมีต่อ “ถึงไม่ได้ใช้ที่นี่ก็ได้ใช้ที่อื่น เรายังต้องไปอีกหลายที่ อีกหลายประเทศ”“สรุปว่า ฉันจะต้องตายไปพร้อมกับคุณสินะคะ”“ไม่ครับ คุณอาจตายก่อน ถ้าเกิดตุกติก ขึ้นอยู่ที่คุณจะหาเรื่องใส่ตัวอีกไหม”หญิงสาวคว่ำปาก เสมองไปทางอื่น เริ่มจะเกลียดขี้หน้าไอ้หมอนี่ขึ้นมาจริงๆแล้วแต่พอฉุกใจคิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ จึงจำเป็นต้องหันมาอีกครั้ง ก่อนจะชะงักเ
ลลิสานิ่วหน้า สำหรับเธอนี่ไม่ใช่เรื่องตลก คนตรงหน้าดูเคร่งขรึมจนเธอประหม่า“คือ..”เธอจะตอบได้ยังไงในเมื่อใจของเธอตอนนี้อยากขอให้เขาปล่อยเพราะมัวแต่อ้ำอึ้ง เขาก็เลยขมวดคิ้ว หากแต่ยืนมองนิ่งไม่ถามไถ่ แน่นอนว่ามันยิ่งทำให้เธออึดอัดสายตาของเขาตอนนี้น่ากลัวมากๆ“ถ้าอยากจะให้ปล่อยกันไป คงเป็นไปไม่ได้หรอกนะ”ไม่รู้เป็นเพราะสีหน้าของเธอที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน หรือว่าเขากันแน่ที่ฉลาดหลักแหลมถึงได้อ่านใจออก หากเป็นอย่างหลังก็สมแล้วที่เขาเป็นมาเฟีย ถือว่าเก่งกาจในเรื่องของการมองคน ทว่าการพูดออกมาตรงๆด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแบบนั้น ราวกับไม่ได้ทุกข์ร้อน ทั้งที่กำลังทำเรื่องไร้มนุษยธรรม กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ และทำเธอเสี่ยงหัวใจวายตายฟังแล้วหดหู่ฉิบหายเขาเอาจริงดิ?“แบบนี้ก็ใจร้ายกันเกินไปนะ”“หรือว่าจะตาย ผมว่ามันก็ง่ายดี”ง่ายกับผีน่ะสิร่างเล็กชะงัก นึกไม่ถึงขนาดพึมพำเสียงเบา ต้องการให้ได้ยินแค่ตัวเอง เขายังได้ยิน ทำเอาเธอหน้าร้อนวูบวาบ ไปไม่ถูกเลยทีนี้แต่ไหนๆก็ไหนแล้ว เธอออยากลอง“คุณ..ฉันจะไม่บอกใครจริงๆนะ”ทว่า กลายเป็นการสร้างแรงประหม่าเพิ่ม เมื่อความเงียบเข้า
สองชั่วโมงผ่านไปไวมาก เธอในสภาพเหลือแต่ดวงตาเพราะใส่แมส นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง คานโลสั่งให้เธอหลับแต่ใครมันจะหลับลง ตอนเข้ามาแล้วเปิดไฟสีขาวที่สว่างไปทั้งห้อง มันคงจะดีมากและห้องคงน่าอยู่มากหากมันสะอาดสะอ้าน ไม่ใช่เธอที่กำลังนั่งสบตากับแมงมุมอยู่แบบนี้ แถมความว่างปนเหงาเพราะไม่มีโทรศัพท์การนั่งจ้องมองสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของเธอในปัจจุบัน จนเห็นวิวัฒนาการของมันทั้งหมดจนจะกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์อยู่รอมร่อ จนกระทั่ง.. ก็อก ก๊อก ก๊อก บานประตูห้องของเธอถูกเคาะ เพราะมั่นใจว่าไม่ใช่ใครอื่นแน่ เธอจึงลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจแล้วไปเปิดอย่างว่าง่าย ภาพที่เห็นคือคานโลเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่ไปแล้ว ส่วนเธอยังคงสวมชุดเดิม แถมมอมแมม “เขาให้มาตามแล้วเหรอ” “ครับ ตามผมมา” ลลิสาพยักหน้าเดินตามแผ่นหลังกว้างนั่นแต่โดยดี ระหว่างเธอแวะชมบรรยากาศข้างทางไปด้วย ตอนนี้รอบนอกคือหิมะเบาบาง และมีโปรยลงมาเล็กน้อย โชคดีที่ชุดของเธอเนื้อผ้าหนา จึงไม่รู้สึกว่าหนาวเท่าไหร่ หากจะรู้สึกก็คงเป็นใจขอ
ลลิสาไม่มีเวลาให้อึ้งนาน ตอนนี้ชีวิตของเธออยู่ในขั้นตอนของการเปลี่ยนที่จะเกิดได้ทุกเมื่อ ตามผู้นำของเธอ คือคานโลซึ่งรับคำสั่งมาจากนายเขาอีกทีมาถึงตอนนี้เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำเขานั้นเป็นใคร ชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร รู้แค่เป็นคนที่ลึกลับและมีอิทธิพลมาก ไม่อย่างนั้นการเดินทางของพวกเขาคงทำไม่ได้ถึงขนาดนี้หลังจากทานมื้อเที่ยง และรอจนมืดค่ำ เธอก็ถูกเปลี่ยนที่อยู่อาศัยจากราชวังเก่าเป็นเรือเร็วที่ทำจากไม้ฮอกกานีขัดเงาวับและกันกระสุนทั้งเรือ แล่นออกจากประตูลับมุ่งหน้าสู่เรือส่วนตัวที่อยู่นอกเขตตรวจการณ์ของตำรวจน้ำ แน่นอนว่าเธอถูกซ่อน ไม่มีโอกาสได้คิดหาวิธีหนีรอดต่อมาคือการเดินทางไกล รู้เพียงว่าเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังที่ไหนสั่งแห่งที่เธอยิ่งไม่รู้จัก อีกทั้งเป็นช่วงกลางดึกซึ่งเธอมองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากไฟดวงเล็กจากบ้านพลเรือนและตึกสูงหลายชั้นทว่าที่เธอนั่งอยู่นั้นสูงกว่าใช้เวลานานพอสมควรก็ถึงจุดจอด คือบนภูเขาลานลับในเขตที่ดินส่วนตัว ซึ่งอาณาเขตตรงจุดยืนคาบเกี่ยวอยู่สองประเทศ โดยหากต้องการจะข้ามพรมแดนนี้ไปอีกพรมแดนใช้การเดินรถเพียงไม่กี่อึดใจและตอนนี้เธออยู่ในรถกับใครคนหนึ่งที
เพราะเอาแต่ตะโกนทั้งที่ลำคอแห้งผาก ลลิสาจึงเกิดอาการไอจนตัวงอ เธอหมดแรงส่งเสียงตั้งแต่ครั้งที่สาม เพราะร่างกายอ่อนแรงเกินจะไหว ก่อนทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ในเวลาต่อมา แอด..ผ่านไปครึ่งค่อนวัน ประตูห้องนั้นถูกเปิดออก ปล่อยลำแสงภายนอกเข้ามาเจิดจ้ากระทบผิวเนียนถัดไปทางขาวซีดลลิสาผงกศีรษะขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นคานโลจึงหายจากอาการงัวเงียเป็นปลิดทิ้ง “คุณคานโล..”เสียงแหบพร่าผลจากการขาดน้ำมานานเกินไปเรียกชื่อ ร่างสูงตรงหน้าไม่ได้ตอบสนอง ทว่าคลี่ยิ้มบางๆ ประหนึ่งมาพบเจอใครคนหนึ่งที่นัดหมายกันเอาไว้ ไม่ใช่ถูกมัดหลังติดเก้าอี้อยู่แบบนี้ ท่าทางนั้นเลือดเย็นซะจนน่ากลัว“นายส่งผมมาเจรจา”ไม่พอเสียงพูดก็เย็นชาอีกด้วย “นายของคุณคือคนที่ถือดาบคนนั้นใช่ไหม”แต่แล้ว..เพียงแค่เธอเอ่ยประโยคนี้ ราวกับว่าแสงที่เจิดจ้าบ่งบอกช่วงเวลาเที่ยงวันดับวูบหายไป สายตาตวัดมองมา ไม่เหมือนเขาคนเมื่อวาน“ปกติคุณเป็นคนปากพล่อยแบบนี้เหรอครับ”เมื่อรู้ว่าพลาดไปแล้ว เธอไม่ควรถามเขาตรงๆจึงเม้มปากแน่น และรู้ทันทีว่านี่คือสาเหตุทำให้เธอถูกมัดแบบนี้“มะ ไม่ ปกติไม่ปากพล่อย ฉันไม่ค่อยยุ่งเรื่องชาวบ้าน และถ้ามีคนสั่งว่าไม่ให้พู
เปลือกตาสีอ่อนที่ปิดสนิทมาทั้งคืนผลจากความเหนื่อยล้า ค่อยๆเปิดขึ้นในช่วงเช้าของอีกวัน หากเป็นความฝันที่ไม่ว่าจะเลวร้ายแค่ไหน ก็ควรจะจบลงเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา แต่นี่..กึก!จากตาปรือที่งัวเงียจะต้องสู้รบกับแสงแดดสาดส่องผ่านช่องลมประตูเข้ามา คือค่อยๆเปิดตาขึ้นก่อนจึงจะถูก บัดนี้ข้ามขั้นตอนนั้นเป็นเบิกกว้างชนวนเหตุเพราะเสียงไม่เป็นมิตร และความอึดอัดจากการถูกพันธนาการแทน ในดวงตาสีน้ำตาลเข้มโดดเด่นความแพรวพราวจากน้ำหล่อเลี้ยงคล้ายตาแมวที่ใครต่างเห็นเป็นต้องตกภวังค์ ยามนี้ได้เปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก หลังเห็นทุกอย่างชัดเจนขึ้นหลังกวาดมองไปรอบ แล้วก้มลงมองตัวเอง ชุดราตรีกำมะหยี่ที่ยับเยินไม่ต่างจากผิวหน้า เครื่องตกแต่งประทินโฉมเมื่อคืนหมดอายุการใช้งานไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างไหลมากองรวมกัน โดยเฉพาะที่เขียนตา มาสคาร่า และอายไลเนอร์ ทำเธอเป็นผีบ้าดีๆนี่เอง และเรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ยังไม่ได้ทำให้ใจหายวาบเท่ากับโซ่ตรวน ใช่ เธอถูกมัด!ในห้องที่เคยหรูหรา ทว่าปัจจุบันเก่ากึก ลำคอระหงของเธอแห้งผาก ขยับเขยื้อนเป็นระยะเนื่องจากการกลืนของก้อนเจ็บ เธอรู้สึกกระหายน้ำขั้นรุนแรง ไอ้ที่หิวข้าวก่อนหน้านี้ไม่ม






![DarkZ [II] TRILOGY](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
