หน้าหลัก / มาเฟีย / ล่ามเมีย / บทที่ 2 Apollo แห่งเมืองเวนิส

แชร์

บทที่ 2 Apollo แห่งเมืองเวนิส

last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-08 13:22:43

       

           “ฉันมาแล้วค่ะ”

            หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกสุด ส่งเสียงทักทายด้วยภาษาอังกฤษ มือที่บีบเปลี่ยนเป็นผสานกันตรงหน้าขา เขานั่งอยู่ริมหน้าต่างโกธิกยักษ์ บนเก้าอี้สีดำกำมะหยี่ เบื้องหน้าของเขาคือคลองแกรนด์คาแนล และแน่นอนเขาหันหลังให้กับเธอ แทนที่เธอจะรู้สึกดีที่ไม่ได้สบตากันในวินาทีแรก พอจะมีเวลาให้ตั้งหลักกันได้บ้าง ทว่ากลับรู้สึกประหม่ายิ่งกว่าเก่า

            เพราะผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่แค่ลึกลับในสายตาของเธอที่มีก่อนหน้านี้เพียงอย่างเดียว แต่การที่เขาไม่จำเป็นต้องหันมาทันทีเพราะรู้ว่าเป็นเธอมาเยือนนั้นทำให้รู้สึกเหมือนเขาคือผู้กุมชะตาด้วย

            ผู้กุมชะตาเมืองนี้

            “นั่งสิครับ”

            แต่ความอึ้งไม่ได้มีแค่นั้นเมื่อเขาใช้ภาษาไทย  ดวงตาคู่สวยขึงกว้าง ทอดมองคนตรงหน้าตาไม่กะพริบ จนถึงป่านนี้เขาก็ยังไม่หันมามอง เธอจึงรู้ทันทีว่าการเชิญนั่งของเขาไม่ได้หมายความให้ไปนั่งตรงหน้า แต่ให้นั่งบนเก้าอี้ที่วางอยู่ใกล้ๆ

            เธอนั่งลงอย่างไม่มีข้อกังขา สายตายังจ้องมองเขา สังเกตรูปร่างและลักษณะดูก็รู้เขายังไม่แก่ และน้ำเสียงทุ้มต่ำฟังนุ่มหูผสมความยำเกรงก็สามารถเดาอายุได้เลย

            ผู้ชายคนนี้อายุไม่ต่ำกว่าสามสิบ และไม่เกินสี่สิบ เผลอๆเท่ากันกับเธอ

            “ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะคะ ดิฉันลลิสา สิรินธรานนท์ หรือเรียกว่าสาเฉยๆก็ได้”

            ในเมื่อเขาใช้ภาษาไทยกับเธอ บ่งบอกให้รู้เขาเองก็เป็นคนไทย เธอจึงใช้บ้าง พร้อมส่งรอยยิ้มฉีกกว้างเป็นมิตร แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นก็ตาม

            “ทราบครับ ก่อนจะเลือกคุณ ผมได้สืบมาหมดแล้ว แต่คิดว่าไม่จำเป็น”

            จากนั้นก็ต้องหุบลงทันควัน ราวกับกระแสไฟฟ้าถูกตัดขาด และเสียความมั่นใจไปมากพอควร

            “ยังไงคะ”

            “ในงานวันนั้นคุณแทบไม่มีตัวตน เป็นเพียงพื้นหลังของผมเท่านั้น จึงคิดว่าไม่จำเป็นครับ”

            “ถ้าอย่างนั้น ทำไมถึงเลือกฉันคะ”

            น้ำเสียงของลลิสาเริ่มเข้มแต่ไม่ถึงกับห้วน เนื่องจากรู้สึกฉุน เขากำลังทำให้เธออาย และหน้าแตกโดยไม่รู้ตัว

            “แล้วคุณโอเคหรือเปล่า”

            แทนที่จะตอบเขากลับถามกลับมา เพิ่งจะเห็นว่าในมือข้างหนึ่งของเขามีไวน์ด้วย ตอนที่มันถูกยกขึ้นมาควง แล้วจรดริมฝีปากกระดกจนหมด เพียงเท่านั้นเธอก็รู้ทันทีเขากำลังกดให้เธอต่ำกว่า ลลิสาเข้าใจดีเพราะเขาคือผู้จ่ายเงินเธอ เพียงแต่แอบผิดหวังเล็กน้อยทั้งที่เป็นคนไทยด้วยกัน

            “ค่ะ โอเคค่ะ”

            “เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปมากกว่านี้ เผื่อคุณต้องไปทำธุระที่อื่นต่อ เรียกค่าตัวของคุณมาได้เลยครับ”

            น่าแปลกที่ความนิ่งสงบดูไม่สะทกสะท้านของเขาทำให้เขาดูน่าค้นหา เธอที่ถูกทำให้เจ็บช้ำน้ำใจก็ยังคงไม่ละสายตาไปไหน ทอดมองอยู่อย่างนั้น ทั้งที่เห็นไม่ชัดราวกับภาพย้อนแสง ทว่าศีรษะทุย ทรงผมที่ทันสมัย จรดมาถึงต้นคอและบ่าไหล่กลับทำให้เขาดูหล่อดุจนายแบบ

            ผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน ทำไมเธอถึงไม่รู้จัก

            “ฉันต้องรู้เงื่อนไข รูปแบบการทำงานอย่างละเอียดก่อนค่ะ”

            “ได้ครับ เรื่องนั้นไม่มีปัญหา” เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ทำให้เธอต้องหรี่ตาตาม ก่อนจะชะงัก “ทั้งหมดมันอยู่ตรงหน้าคุณแล้วไง”

            เพิ่งจะเห็นว่ามันมีแฟ้มและแท็บแล็ตเปิดหน้าสัญญาค้างไว้ วางอยู่ตรงนี้ บนโต๊ะเบื้องหน้าของเธอ  

            “มาตอนไหน..”

            หญิงสาวพึมพำ หัวคิ้วชนกันยุ่งเหยิง

            “คุณมีเวลาอ่านอย่างเต็มที่ อ่านให้ละเอียด ถ้าตอบตกลงอย่าลืมเซ็นมันด้วยนะครับ”

            พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืน เธอเห็นความสูงของเขาเต็มๆ รูปร่างกับท่าทางตอนเดินนั้น นี่มัน..อพอลโลชัดๆ

            แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญที่นำมาคิด การเดินหายเข้าไปในอีกห้องและทิ้งเธอไว้คนเดียวของเขาต่างหากที่ทำให้งุนงง เขาปล่อยเธอไว้อย่างนี้เลย?

           

           

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ล่ามเมีย    บทที่ 162 หักโหม

    มาเฟียร่างยักษ์ในคราบพยาบาลดัดเสียงเล็กเสียงน้อยจนฟังดูน่าขนลุก เขาเข็นรถเข้าไปจอดข้างเตียงวสุ วสุที่กำลังขวัญผวาอยู่แล้ว ถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นหน่วยก้านของบุรุษพยาบาลคล้ายๆกับคนร้ายที่ซ้อมเขาเมื่อคืน “เดี๋ยวๆ คุณพยาบาลครับ ผมว่าหน้าพวกคุณคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหน” “เคยเหรอครับ? เห็นที่ไหนครับ? ปกติพวกผมทำงานอยู่โรงพยาบาล เข้ากะควบกะซะส่วนใหญ่ หรือว่าคุณผู้ป่วยมาโรงพยาบาลบ่อยๆ เลยเห็น” พูดจบเขาก็กระแทกชามโจ๊กข้าวกล้องงาดำลงบนโต๊ะอาหารเสียงดังปัง จนน้ำในชามกระฉอก “ตายแล้ว ทำไมกิริยาหยาบคายแบบนี้ล่ะจ๊ะ โรงพยาบาลระดับห้าดาวจริงหรือเปล่าเนี่ย” แม่ของลลิสาโวยอารมณ์เสีย “ขออภัยครับคุณผู้หญิง พอดีพวกผมเพิ่งย้ายมาจากแผนกห้องดับจิต มือเลยหนักไปหน่อย ปกติใช้เข็นศพ พลิกร่างอาจารย์ใหญ่ครับ” หนึ่งในนั้นหันไปโค้งคำนับให้หล่อนแบบกวนๆ ก่อนจะหันมามองวสุด้วยสายตานิ่งลึกพลางหยิบมีดปอกผลไม้เล่มยาวออกมา พร้อมกับแอปเปิ้ลลูกหนึ่ง วสุเห็นถึงกับหน้าซีดเผือด ส่วนลลิสาปิดปากกลั้นขำ เธอเดินมายืนข้างเตียงแกล

  • ล่ามเมีย    บทที่ 161 หยอดน้ำข้าวต้ม

    ลลิสาผลักประตูห้องพักฟื้นเข้าไปด้วยหัวใจที่เต้นรัว ภาพที่เพื่อนร่วมงานของเธอนอนเป็นผักอยู่บนเตียงทำให้พวงแก้มของเธอร้อนผ่าว ทั้งเห็นใจและสงสาร แต่อีกมุมก็นึกสมน้ำหน้าอยู่เหมือนกัน นึกไม่ถึงว่าสามีของเธอจะโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ เฝือกขา เฝือกแขน ...และเฝือกคอ ฮะ! “น้องสา มาแล้วเหรอครับ” วสุทำเสียงอ่อนแรงอ้อนพลางชี้ไปที่เฝือกแขน “ดูสภาพพี่สิ น่าอายชะมัด” ลลิสาวางกระเช้าลงบนโต๊ะ ก่อนจะเดินกอดอกเข้าไปยืนข้างเตียงแล้วมองคนนอนอยู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางกลั้นขำ “โถ...คุณวสุ สภาพเหมือนไปฟัดกับรถสิบล้อมาเลยนะคะเนี่ย แขนหักเลยเหรอ?” “ไม่ใช่รถสิบล้อหรอกครับน้องสา พวกมันมากันสามคน ดักซุ่มเจตนากระทืบพี่ใต้ถุนคอนโด...อาการหนัก หมอบอกต้องพักเป็นเดือน” วสุฟ้องชุดใหญ่ “ผมว่าต้องเป็นไอ้พวกมาเฟียคู่อริธุรกิจแน่ๆ ช่วงนี้ได้ข่าวว่ามันริษยาพี่ที่ได้ดี หรือไม่ก็...” “หรือไม่ก็...ดูจากสภาพสาว่าไม่แน่ คุณวสุอาจเดินซุ่มซ่ามไปเหยียบเปลือกกล้วยของใครแล้วล้มใส่ก้อนหินเองหรือเปล่าคะ” สาวเจ้ารีบขัดคอขำๆ หน้าตาย “เพราะว่าถ้าเป็นมาเฟียจริ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 160 หึงโหด

    ณ ลานจอดรถใต้ดิน คอนโดมิเนียมหรูของวสุ เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับความเงียบ คนหลังพวงมาลัยถอนหายใจพรืด หลังหนีไม่พ้นความคิดบางอย่างที่ผุดเข้ามา ...ลลิสานี่รับมือยากอยู่เหมือนกัน เธอดูเย่อหยิ่ง แต่เขาก็เข้าใจดีเพราะเธอเป็นคนสวย ทว่า..เพียงแค่เริ่มต้นใจเขาก็แป้วเสียแล้ว ชายหนุ่มเปิดประตูรถก้าวลงมา ทว่ายังไม่ทันจะเดินไปถึงลิฟต์ เงาสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีเข้มก็ก้าวออกมาจากมุมมืด ดักหน้าและล้อมหลังเขาไว้ทันที “พวกคุณ..เป็นใคร มาดักพบผมมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ” วสุถามด้วยน้ำเสียงระแวดระวัง แต่ยังคงรักษาความสุภาพ ไม่มีคำตอบเป็นคำพูด มีเพียงหมัดหนักๆ ที่พุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าของเขา แรงของมันซัดร่างที่คิดว่าแข็งแรงแล้วเซถอยไปไกลและกระแทกเข้ากับเสาปูน ก่อนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นในความเงียบ ผัวะ! อั้ก! “โอ๊ย!” วสุกุมท้องคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความจุก เมื่อโดนลูกถีบเข้าไปกลางลำตัว ชายสองคนเข้ามารวบตัวเขาไว้ไม่ให้ขัดขืน ขณะที่หัวหน้าชุดเดินเข้ามาใกล้ แล้วใช้ปลายรองเท้าหนังขัดเงาเ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 159 ทักทายกันหน่อย

    ความเงียบเชียบเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้างขวาง มีเพียงเสียงล้อรถเข็นไฟฟ้าที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ก่อนหยุดตรงริมหน้าต่างบานใหญ่ เหมันต์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มปลดกระดุมเม็ดบนทอดสายตามองออกไปด้านนอก ขาทั้งสองข้างของเขาที่ไร้ความรู้สึกถูกคลุมทับไว้ด้วยผ้าขนสัตว์เนื้อดี แม้ร่างกายท่อนร่างจะขยับไม่ได้ แต่บารมีและความน่าเกรงขามรอบตัวของเขากลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย เหมันต์ยังคงแข็งแกร่ง มีเพียงขาที่เดินไม่ได้เท่านั้นคือตัวถ่วง ทว่าเขาจะไม่ยอมแพ้ จะต้องกลับมาเดินให้ได้ในสักวัน ยิ่งรู้ข่าวนี้ก็ยิ่งต้องทำให้ได้ มีผู้ชายคนอื่นมาเข้าใกล้เมียของเขา! หลังโทรศัพท์จากบอดี้การ์ดที่ประเทศไทยโทรมารายงาน พร้อมไฟล์ภาพถ่ายมากมายที่มีหน้าของเธอและชายคนอื่นเด่นหรา นั่นเป็นชนวนทำให้เขาโกรธจัด ภาพของลลิสา หญิงสาวที่เป็นดั่งดวงใจและกรงขังของเขา กำลังก้าวขึ้นรถไปกับวสุ ชายคนนั้นที่กำลังดูแลเอาใจใส่จนออกนอกหน้าเกินคำว่าเพื่อน รอยยิ้มหวานของลลิสาที่สมควรจะเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวเปิดเผยต่อหน้าชายอีกคน มอบให้เห็นอย่างง่ายดาย แววตาของมาเฟียร้ายมืดครึ้ม

  • ล่ามเมีย    บทที่ 158 พาร์ทเนอร์คนใหม่

    เมื่อความมืดเข้าปกคลุมน่านฟ้า แสงไฟในห้องโดยสารเริ่มสลัวลง น้ำตาที่สะกดกลั้นมานานก็ไหลอาบแก้มเนียนเงียบๆ ลลิสายกมือขึ้นกอดตัวเองซุกหน้าลงกับหมอนใบเล็ก สะอื้นไห้จนตัวโยนโดยไร้เสียง เพื่อไม่ให้รบกวนผู้โดยสารคนอื่น ...เธอไม่ได้อยากห่างกับเขาเลยสักนิด . . บรรยากาศภายในเพนท์เฮาส์ เงียบเชียบกว่าที่เคย ลลิสาวางกระเป๋าเดินทางลงกับพื้น เสียงสะท้อนของมันยิ่งขับเน้นความอ้างว้าง เนื่องจากเพิ่งจะผ่านการเดินทางมาอย่างยาวนาน จากอิตาลีกลับมาถึงผืนแผ่นดินไทย ร่างกายเหนื่อยล้า แต่หัวใจกลับว้าวุ่นยิ่งกว่า เธอนั่งลงบนโซฟาตัวเก่า มองดูโทรศัพท์ในมือที่ถืออยู่ ก่อนจะกดปุ่มโทรออกหาเขา สัญญาณรอสายดังขึ้นไม่กี่ครั้ง ปลายสายก็กดรับ “สาถึงไทยแล้วค่ะ” (ครับ) เสียงทุ้มต่ำของเหมันต์ตอบรับสั้นๆ แต่อบอวลไปด้วยกระแสอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา ลลิสากำโทรศัพท์แน่นขึ้น ความคิดถึงจุกอยู่ที่อก เธอสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะปิดเปลือกตา “คิดถึงคุณจัง..เหมันต์” สุดท้ายปลายสายก็เงียบตาม กว่าจะเอ่ยประโยคสั้นๆออกมาใช้เวลาอยู่พัก

  • ล่ามเมีย    บทที่ 157 จากลารอบสอง

    ภายในห้องนั่งเล่นที่แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามา แต่กลับไม่อาจขับไล่ความหนาวเหน็บในใจของคนทั้งคู่ได้ ลลิสาอยู่หน้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ มือเรียวของเธอจัดเสื้อผ้าเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อซ่อนความสั่นเทา อย่างที่บอก..เธอเลือกทีจะเก็บความจริงไว้ข้างหลัง ยอมให้คนทั้งโลกสรุปเอาเองว่าสามีของเธอได้ตายไปแล้ว แม้การจากลาครั้งนี้จะเป็นเพียงการเดินทางไกล พวกเขาสามารถเจอกันได้อีก ไปมาหาสู่กันได้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดในอกของคนทั้งสองลดน้อยลงเลย “ผมไปส่งที่สนามบินนะ” เสียงทุ้มของร่างสูงบนรถเข็นดังขึ้น ความโศกเศร้าและความหมองหม่นฉายในแววตาอย่างเห็นได้ชัด เขายังคงกอดความคิดที่ว่า เธอเป็นหญิงหม้ายที่สูญเสียสามี และการเดินทางกลับเมืองไทยในครั้งนี้คือเป็นการกลับไปทำงานที่บ้านเกิดของเธอ ร่างเล็กหันกลับมาส่งยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เธอยอมฝืนทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ได้เสียใจที่ต้องเดินทาง ทั้งอันที่จริงแบกความคิดถึงเขาอยู่เต็มอก “ไม่ต้องหรอกค่ะ” ลลิสาตอบเสียงเรียบพยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ “คุณไม่สะดวก อีกอยากไม่อยากให้ไปอยู่ตรงคนเยอะๆด้ว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status