Masuk“มีลูกให้ผมนะ”“หืม..ลูกเหรอ”ลลิสาอุทานแผ่วเบาพลันหลุดยิ้ม“ใช่ หรือว่าคุณไม่อยากมี” เหมันต์กระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ใบหน้าคมคายซุกไซ้ลงกับซอกคอขาวระหงจูบพรมอย่างแผ่วเบาไปทั่ว สัมผัสของเขาใต้หยาดน้ำอุ่นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล ทว่าทำเอาหัวใจของลลิสาเต้นไม่เป็นสรรพฝ่ามือหนาช่วยลูบไล้หยาดน้ำสบู่ชำระล้างร่างกายให้เธออย่างสุภาพและเกรงใจ ท่ามกลางสายน้ำที่ไหลผ่าน ยิ่งหล่อหลอมให้เนื้อแท้ของความสัมพันธ์แนบแน่นจนแทบไร้ช่องว่าง ทั้งคู่สบตากันผ่านม่านน้ำใส ส่งยิ้มให้กันด้วยความรักทั้งหมดที่มี ก่อนที่เหมันต์จะก้มลงมอบจุมพิตแสนหวานรสละมุนรสหวานชื่นใจเป็นการปิดท้ายกิจกรรมยามเช้าหลังจากอาบน้ำเสร็จ ลลิสาช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในชุดลำลอง เหมันต์เดินเข้ามาสวมกอดเธอจากทางด้านหลังพลางส่งยิ้มหวานผ่านกระจก“พร้อมไปเดินเล่นในไร่องุ่นหรือยังคะ... ท่านประธานของสา”“พร้อมตั้งนานแล้ว... ”เหมันต์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับเปี่ยมสุข เขาปล่อยอ้อมกอดแล้วเปลี่ยนมาจับมือบางของเธอไว้แน่น พร้อมที่จะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์และก้าวเดินสู่อนาคตใหม่เคียงข้างเธอด้วยขาที่แข็งแรงคู่น
คำปลอบประโลมที่มาพร้อมความจริงใจและเด็ดเดี่ยวหลอมละลายความอึดอัดในใจของลลิสาจนหมดสิ้น เธอเงยหน้าขึ้นสบสายตาคมกริบในระยะประชิด ความโหยหาและความรักอันมหาศาลสอดประสานกันผ่านแววตาหวานเยิ้มคู่นั้นเหมันต์โน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา ละมุนละไม และลึกซึ้ง สัมผัสของเขาไม่มีความเร่งรีบหรือป่าเถื่อนหลงเหลือ มีเพียงความเกรงใจและเกียรติที่เขามอบให้เธอ ฝ่ามือหนาค่อยๆ เลื่อนไปปลดกระดุมเสื้อผ้าของเธอออกอย่างสุภาพและทะนุถนอม ราวกับกำลังประคองสิ่งล้ำค่าที่สุดในโลกเอาไว้ชายหนุ่มขยับตัวประคองร่างบางให้นอนเอนกายลงบนฟูก พลิกกายหนาขึ้นมาคร่อม โดยระมัดระวังไม่ให้ทิ้งน้ำหนักลงไปจนเธออึดอัด“ที่รักของผม..” ก้านนิ้วแกร่งเกลี่ยอยู่บนแก้มเนียนอย่างอ่อนโยนราวกับกลัวเธอเจ็บบทรักดำเนินไปอย่างเชื่องช้า เนิบนาบ และอ่อนโยน เหมันต์ใช้ความใส่ใจในทุกการเคลื่อนไหวเพื่อชโลมหัวใจที่เคยเหนื่อยล้าของเธอมาครึ่งค่อนชีวิตให้ละลายหายไป ลลิสากระชับอ้อมกอดรัดแผ่นหลังกว้างของเขาแน่น ซบใบหน้าลงกับอกแกร่งพรางส่งเสียงครางแผ่วในลำคอด้วยความเสียว ปล่อยให้ความวาบหวามแสนหวานหล่อหลอมกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ท่ามกลางความเ
“บะ บ้า”ลลิสาแก้มแดงปลั่งด้วยความขัดเขิน ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ชินในการกระทำขี้แกล้งของเขา ก่อนเบนหน้าหนีกลับไปสนใจหม้อต้มน้ำต่อ ทว่ามือหนาของเหมันต์กลับเอื้อมมากระชับเอวบางไว้แทน กดจูบแผ่วเบาลงบนลาดไหล่เนียนผ่านเนื้อผ้าคอกลมเบา ๆ“ให้ชิมแค่พาสต้าเหรอ” ชายหนุ่มกระซิบหยอกล้อเสียงพร่า ทำเอาลลิสาทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนยอมให้อ้อมกอดอันอบอุ่นของเขาโอบรัดไว้ขณะที่อาหารในเตากำลังงวดได้ที่ แก้มเนียนสีแดงระเรื่อถูกแทะโลมด้วยปลายจมูกโด่ง จังหวะนั้นเธอย่นคอและไหล่ด้วยความจักจี้“อย่าค่ะ...เรากำลังทำอาหารกันอยู่นะ เดี๋ยวไม่ได้กินกันพอดี”“ถ้างั้นกินคุณแทน”“เหมันต์คะ”“โอเคๆ เลิกเล่น งั้นรวบยอดทีเดียวคืนนี้นะ”“ชิ..สาไปทำอะไรให้ถึงต้องรวบยอด”“ก็ทำให้ผมแข็งไง”“เหมันต์!”“ฮ่าๆ”มื้อเย็นวันนั้นจบลงด้วยความครื้นเครงและไออุ่นที่อบอวลไปทั่วห้องอาหาร มาเฟียหนุ่มผู้เด็ดขาดและหญิงสาวผู้มั่นคง ได้เรียนรู้ว่าความสุขที่แท้จริงว่าไม่ได้อยู่ในอำนาจล้นฟ้าหรือทรัพย์สินเงินทองเพียงอย่างเดียว แต่ประดิษฐานอยู่ในห้องครัวเล็ก ๆ ที่มีเสียงหัวเราะ และจานอาหารที่พวกเขาร่วมมือทำด้วยกันเพื่อก้าวเดินไปสู่อนาคตข้างหน้าได้ แบ
หลังจากกดวางสายและบล็อกเบอร์ของมารดา กลับเป็นตัวเธอเองที่ไม่สบายใจเสียเอง ลลิสาก็ทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้ยาวท่ามกลางความเงียบสงัดของระเบียงกว้าง เธอทอดสายตามองเหม่อออกไปนอกไร่องุ่นอันกว้างใหญ่ ทว่าแววตาคู่สวยกลับว่างเปล่าและล่องลอยคล้ายกับกำลังจมลงสู่ห้วงของความเจ็บปวดอีกครั้ง ใครๆก็อยากมีครอบครัวที่แสนอบอุ่นไม่ใช่หรือ เธอเองก็เช่นกัน..แม้ถ้อยคำที่เธอพูดใส่มารดาจะแรงไป แต่ในใจลึก ๆ ของผู้หญิงคนหนึ่ง การต้องเปล่งวาจาพูดไม่ดีใส่ ประกาศตัดขาดจากครอบครัวแท้ๆด้วยตัวเอง มันแฝงไปด้วยความรู้สึกสะเทือนใจได้เหมือนกัน ความรู้สึกไม่ต่างจากตอนที่เธอสูญเสียสามีสักนิด รอยร้าวจากวัยเด็กที่ถูกปล่อยปะละเลยราวกับไม่ใช่ลูก และความทรงจำที่ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีแล่นกลับเข้ามาตอกย้ำจนขอบตาของเธอเริ่มร้อนผ่าว หญิงสาวกอดอกตัวเองไว้แน่นเพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่คอ แต่แล้ว.. สามีของเธอที่ยืนดูอยู่ไกลๆ กลับเดินเข้ามาหาเธออย่างประจวบเหมาะ ช่างเลือกเวลาได้ดีเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างสม่ำเสมอทำให้รู้ว่าขาของเขากลับมาแข็งแรงดีแล้ว ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งลงบนม้านั่งข้างกายเธอ ก่อนจะเอื้อมอ้
ตกเย็นวันนั้น หลังจากที่ลลิสาและเหมันต์กลับมาจากย่านจัตุรัสเก่าแก่ หญิงสาวก็พาชายหนุ่มเข้ามาพักผ่อนในห้องนั่งเล่นที่เปิดฮีตเตอร์ให้อุ่นสบาย ก่อนทรุดตัวลงข้างๆหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กดูตามความเคยชิน หน้าจอเด้งข้อความแจ้งเตือนจากห้องแชทลับที่มีเพียงเธอ เหนือเมฆ และอาคีรา ทว่าคราวนี้ไม่ใช่การรัวข้อความไร้สาระของเหนือเมฆเหมือนทุกที แต่มันเป็นข้อความยาวข้อความหนึ่งที่ดูตั้งใจพิมพ์และแฝงไปด้วยความหมายที่แปลกประหลาด เหนือเมฆ: สา เป็นไงบ้าง เงียบไปเลย การเรียนมันยุ่งขนาดนั้นเลยเหรอ? อย่าหักโหมมากนะ..เป็นห่วง อาคีรา: พวกเราจะรอ เหนือเมฆ : เรียนจบแล้วรีบกลับมาล่ะ อย่าอยู่เพลิน ทันทีที่อ่านจบดวงตาของเธอถูกกลอกไปมา พร้อมขอบตาร้อนผ่าว แสบร้อนกลางอกทั้งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และท่าทางนั้นก็ทำให้เหมันต์นี่นั่งมองอยู่ผิดสังเกต เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้ว . ภายในห้องออกกำลังกายและกายภาพบำบัดส่วนตัวของคฤหาสน์หรู แสงแดดอุ่นช่วงสายส่องผ่านผนังกระจกบานใหญ่เข้ามาอย่างทั่วถึง อุปกรณ์การแพทย์และราวจับขนานสองข้างถูกเซ็ตอัพไว้พร้
แสงแดดอ่อนยามเช้าลอดผ่านม่านผืนหนาในคฤหาสน์หรูที่อิตาลี เผยให้เห็นร่างของลลิสาและเหมันต์ยังกอดกันอยู่ ลลิสาตื่นขึ้นพร้อมความรู้สึกระบมจากค่ำคืนที่ผ่านมา โดยมีเหมันต์โอบกอดไว้ด้วยความเอ็นดูจากด้านหลังแม้ลลิสาจะพยายามขอตัวไปอาบน้ำ แต่เหมันต์กลับกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นพร้อมหอมแก้มนวลต้ องการออดอ้อนที่จะขอกอดเธอต่อ เมื่อคืนหลังเสร็จกิจเขาเอ่ยปากสัญญาด้วยแววตาจริงจังว่าจะปกป้องเธอจากคนร้ายในฐานะผู้หญิงของเขา ทำเอาลลิสาใจสั่นและซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นนั้นจนหลับไปถึงจะลาลับโลกไปแล้วในความคิดของคนอื่น แต่เขาก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี ศัตรูของเขาเยอะเกินกว่าเขาจะวางใจลง แน่นอนว่าทุกวินาทีของการใช้ชีวิตจะต้องมีสติและไหวพริบอยู่ตลอดเวลา.บนโต๊ะอาหารขนาดยาว บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอุ่นใจและกลิ่นอาหารทีชื่นชอบ เหมันต์นั่งอยู่บนวีลแชร์ราคาแพงข้างโต๊ะ สายตาคมกริบคอยจับจ้องลลิสาที่นั่งอยู่ไม่ห่าง เขาใช้ส้อมจิ้มอาหารพอดีคำแล้วยื่นไปตรงหน้าเธอ“กินอีกหน่อยนะ... ตัวคุณเล็กลงมาก รู้ไหมว่าเมื่อคืนผมแทบไม่กล้ากอดแรง"ลลิสาหน้าแดงวาบเมื่อเขาขุดเรื่องเมื่อคืนมาพูดต่อหน้าแม่บ้านและลูกน้องที่ยืนคอยรับใช้อยู่ห่างๆ เ
มาเฟียร่างยักษ์ในคราบพยาบาลดัดเสียงเล็กเสียงน้อยจนฟังดูน่าขนลุก เขาเข็นรถเข้าไปจอดข้างเตียงวสุ วสุที่กำลังขวัญผวาอยู่แล้ว ถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นหน่วยก้านของบุรุษพยาบาลคล้ายๆกับคนร้ายที่ซ้อมเขาเมื่อคืน “เดี๋ยวๆ คุณพยาบาลครับ ผมว่าหน้าพวกคุณคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหน”
ลลิสาผลักประตูห้องพักฟื้นเข้าไปด้วยหัวใจที่เต้นรัว ภาพที่เพื่อนร่วมงานของเธอนอนเป็นผักอยู่บนเตียงทำให้พวงแก้มของเธอร้อนผ่าว ทั้งเห็นใจและสงสาร แต่อีกมุมก็นึกสมน้ำหน้าอยู่เหมือนกัน นึกไม่ถึงว่าสามีของเธอจะโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ เฝือกขา เฝือกแขน ...และเฝือกคอ ฮะ! “น้
ณ ลานจอดรถใต้ดิน คอนโดมิเนียมหรูของวสุ เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับความเงียบ คนหลังพวงมาลัยถอนหายใจพรืด หลังหนีไม่พ้นความคิดบางอย่างที่ผุดเข้ามา ...ลลิสานี่รับมือยากอยู่เหมือนกัน เธอดูเย่อหยิ่ง แต่เขาก็เข้าใจดีเพราะเธอเป็นคนสวย ทว่า..เพียงแค่เริ่มต้นใจเขาก็แป้วเสียแล้ว
ความเงียบเชียบเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้างขวาง มีเพียงเสียงล้อรถเข็นไฟฟ้าที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ก่อนหยุดตรงริมหน้าต่างบานใหญ่ เหมันต์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มปลดกระดุมเม็ดบนทอดสายตามองออกไปด้านนอก ขาทั้งสองข้างของเขาที่ไร้ความรู้สึกถูกคลุมทับไว้ด้วยผ้าขนสัตว์เนื้อดี แม้ร่างกายท่อนร่างจะขยับไ







