LOGIN11 น้ำแกงไม่สูญเปล่า
“อาเจ่ จะไปไหน”
เสียงจินเยว่ร้องทักเมื่อเห็นเฟิ่งหวงพันผ้าไว้บนศีรษะสะแน่นหนา เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมถุงกระดาษใบเล็กในมือ
“เจ่เจ๊จะลงไปนั่งเล่นด้านล่างเสียหน่อย วันนี้อากาศค่อนข้างร้อน” เฟิ่งหวงตอบพลางคว้าผ้าผืนเล็กซับต้นคอเหมือนไม่มีอะไร
“แล้วทำไมอาเจ่ต้องโพกผ้าไว้ที่หัวล่ะ” จินเยว่ยังไม่หายสงสัย นอนตะแคงมองพี่เฟิ่งหวงที่สวมชุดนอนธรรมดา เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นดูไม่เข้ากับบ้านผู้ดีเก่าแก่เท่าใดนัก แต่กลับเข้ากับเธออย่างน่าประหลาด
“ไม่มีอะไรหรอก” เฟิ่งหวงพูดเสียงเรียบ “อยากลงไปสางผมข้างล่าง ไม่อยากให้ห้องเลอะ ขี้เกียจเก็บ”
คำพูดนั้นเหมือนตอบปิดประเด็น แต่สายตาของเธอกลับหลบเลี่ยง ดวงตาอัลมอนด์เหลือบไปทางหน้าต่าง เหมือนกำลังนับเวลาอะไรอยู่ในใจ
จินเยว่ทำท่าจะอ้าปากถามต่อ ทว่าพี่เฟิ่งหวงกลับรีบเดินออกจากห้องก่อน รอยเท้าเบา ๆ เร่งลงบันไดเหมือนคนกลัวถูกจับได้
เฟิ่งหวงเลาะออกจากเรือนไป๋หลานผ่านทางเดินหินกรวดด้านข้าง ตรงไปยังสวนระหว่างเรือนคนใช้กับเรือนอิงฮวา เธอเลือกเก้าอี้ไม้ตัวยาวสำหรับนั่งเล่นใต้เงาต้นอิงฮวา ที่พุ่มใบพอให้บังสายตาคนผ่านไปมาได้
เธอวางถุงกระดาษลงข้างตัว แล้วค่อยปลดผ้าโพกศีรษะออกช้า ๆ เหมือนถอนหายใจโดยไม่ตั้งใจ
ผมดำยาวสยายลงมาด้านหลัง… ยาวเกือบถึงกลางหลัง ดกหนาและหนักไปด้วยความเป็นตัวตนที่เธอจำใจซ่อนมันไว้ใต้ “วิก” มาหลายวัน
หงส์หยกเริ่มหงุดหงิดกับการต้องสวมวิกผมตลอดเวลา หนังศีรษะคันคะเยอเพราะไม่ได้สระจริงจังมาหลายวัน แม้เธอจะพยายามทำเหมือน “เฟิ่งหวง” สาวใช้เรียบร้อยแต่ภายในกลับเหมือนถูกขังอยู่ในเสื้อผ้าของคนอื่น
เธอลอบเข้ามาในบ้านหลังนี้โดยใช้ชื่อปลอม เพื่อแลกแหวนหยกคืนโดยไม่ให้เจ้าของบ้านรู้… และถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ตอนนั้นเธอคงกลับประเทศไทยไปแล้วเรียบร้อย
แต่แผนของเธอ…เริ่มถูกคนบางคนลากให้หลุดจากเส้นทาง
เธอหยิบหวีจากถุงกระดาษขึ้นมา ค่อย ๆ สางผมยาวที่พันกันเล็กน้อย เสียงหวีลากผ่านเส้นผมดังแกรกเบา ๆ จังหวะนั้นเอง...
ก๊อกแก็ก… เสียงโลหะกระทบไม้ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือนอิงฮวา
หงส์หยกชะงักมือทันที หัวใจเต้นขึ้นมาหนึ่งจังหวะโดยไม่ขออนุญาต เธอรีบขยับตัวหลบเข้าซอกมืดหลังพุ่มไม้ ให้เงาใบอิงฮวาบังเรือนร่างไว้
เธอเห็นคุณฟางเหนียงเดินออกจากเรือนโดยมีคนรับใช้ติดตามหนึ่งคนตามเคย ชุดกี่เพ้าสีชมพูอ่อนวันนี้ดูจัดกว่าเมื่อกลางวันเหมือนตั้งใจให้ “ใครบางคน” เห็น ไม่ใช่แค่ใส่สบายอยู่ในบ้าน
ฟางเหนียงมุ่งหน้าตรงไปยังตึกเฟยหลง
หน้าหวานคมของหงส์หยกเม้มปากแน่น คิ้วซ้ายโก่งขึ้นเองอย่างไม่ต้องสั่ง เธออยากเห็นหน้านายใหญ่ตอนนี้นัก… อยากรู้ว่าเขาจะ “เยือกเย็น” ได้แค่ไหน เมื่อมีสาวงามอย่างฟางเหนียงเดินไปถึงเรือนด้วยตัวเอง
เธอนั่งฟังเสียงฝีเท้าค่อย ๆ หายไป ทิ้งไว้เพียงลมร้อนยามค่ำกับความหงุดหงิดที่ไม่อยากยอมรับว่าเกิดจากอะไร
จากระยะนี้ มองไม่เห็นภายในตึกเฟยหลงชัดนัก แต่แสงไฟชั้นล่างลอดผ่านหน้าต่างเป็นเงาไหว ๆ ราวกับห้องกำลังมีคนอยู่
“นายใหญ่…”
เสียงฟางเหนียงดังแผ่ว ๆ ลอยมาตามทางลม
หงส์หยกขยับตัวไปใกล้พุ่มไม้ เงยหน้าเพียงนิดให้มองเห็นช่องหน้าต่างได้มากขึ้น
ภายใน… ฟางเหนียงยอบกายเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปหานายใหญ่ที่นั่งอยู่ในห้องพักผ่อนด้านล่าง เขายังคงอยู่ในชุดถังจวงสีดำ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกเงาหนังสือบังไว้
“ไม่ได้เรียกมา”
ประโยคนั้นสั้นและเรียบจนฟางเหนียงชะงัก ใบหน้าหวานซึ้งเหมือนเผือดสีลงวูบหนึ่ง แต่เธอกลับยิ้ม... ยิ้มแบบคนที่ไม่ยอมแพ้
“ฟางเหนียงคิดว่านายใหญ่อยากฟังฟางเหนียงดีดกู่เจิ้งสักเล็กน้อยก่อนเข้านอน”
เจี้ยงหลงไม่ตอบ ก้มอ่านหนังสือต่อเหมือนไม่มีเธอยืนอยู่ในห้อง แต่ฟางเหนียงก็ยังไม่ถอย เธอหันไปพยักหน้าให้คนรับใช้รีบนำกู่เจิ้งมาวางไว้บนโต๊ะเตี้ยสำหรับเครื่องดนตรี
ครู่ต่อมา เธอนั่งลงด้านหลังกู่เจิ้ง ปลายนิ้วแตะสายอย่างรู้มุม ก่อนเริ่มบรรเลง เสียงพิณยี่สิบเอ็ดสายแว่วหวาน ลื่นไหล เป็นเพลงเถียนมีมี่ที่ถูกตีความใหม่ด้วยเสียงเครื่องดนตรีจีน
ท่วงทำนองนั้นหวาน อ้อนวอน และชัดเจนยิ่งกว่า “คำพูด” ใด ๆ
เหมือนบุปผามีใจ แต่ธารากลับไร้ไมตรี เหมือนหญิงสาวยื่นหัวใจให้ชายคนหนึ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า… แต่ชายคนนั้นยังนั่งอ่านหนังสือ
หงส์หยกพิงหลังกับไม้พุ่ม ฟังเพลงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ อย่างคนรู้ทัน
ร้องเพราะแค่ไหน… ถ้าคนฟังไม่อยากฟัง ก็ไม่ต่างอะไรจากเสียงลม
ทว่าเวลาค่อย ๆ ผ่านไป เพลงเงียบลงแล้ว
แต่คุณฟางเหนียง… ยังไม่กลับออกมาเสียที
หงส์หยกเริ่มนั่งไม่ติด เธอผุดลุกขึ้น เดินออกจากเงาพุ่มไม้ไปชะโงกมองตึกเฟยหลงจากมุมที่มองเห็นหน้าต่างชั้นบนชัดขึ้น
ไฟในห้องนอน… สว่างวาบขึ้น
แล้วดับลง
เพียงชั่วครู่เดียว แต่พอให้หัวใจเธอสะดุดวูบ เหมือนมีมือมาดึงเอาอากาศในอกออกไป
ภาพเตียงสีขาวกลางห้องโบราณผุดขึ้นมาเอง ภาพจุมพิตหนักหน่วงเมื่อกลางวันภาพที่เธอพยายามไล่มันออกไป… กลับยิ่งชัดขึ้นเมื่อรู้ว่า “อีกคน” อาจได้รับสิ่งเดียวกัน
ในอกสะท้านเจ็บแปลบประหลาด ไม่ใช่เจ็บแบบแผล แต่มันเป็นความหน่วงที่ไม่อยากยอมรับว่าเรียกว่าอะไร
หงส์หยกกำกิ่งอิงฮวาในมือแน่นจนใบไหว แล้วค่อยปล่อยมือออกให้มันคืนตัว พลางสูดลมหายใจช้า ๆ
อย่าโง่ หงส์หยก เธอมาเพื่อแหวน ไม่ใช่เพื่อผู้ชาย
เธอก้มลงหยิบถุงกระดาษ เปิดเอาตาข่ายครอบผมขึ้นมาสวม รวบผมยาวซ่อนไว้จนหมด ก่อนหยิบวิกปลอมสีดำสั้นประบ่าขึ้นสวมทับอย่างชำนาญ
ไม่กี่นาที “หงส์หยก” ก็ถูกกลืนกลับเป็น “เฟิ่งหวง” ตามเดิม
เธอหันหลังเดินกลับไป๋หลานโดยไม่หันไปมองตึกเฟยหลงอีก แต่ในใจเหมือนยังมองอยู่ตลอดเวลา
ดูท่าน้ำแกงโถร้อนเมื่อกลางวัน… คงไม่เสียเปล่า
35 จบบริบูรณ์เสียงเจี้ยงหลงปนหยอกเย้าทำให้หงส์หยกเอียงศีรษะเหลือบมอง หน้าคมเข้มยิ้มกว้าง นัยน์ตาเป็นประกายหยอกล้อ ก่อนเข้มขรึมลงเมื่อหันกลับไปด้านหน้าบันได หงส์หยกหันตาม องครักษ์จำนวนมากยังยืนเรียงหน้ากระดานด้านล่าง เธอไม่คาดคิดว่าจะมีมากขนาดนี้ ถึงว่าเวลาเธอไปไหน เจี้ยงหลงถึงรู้ทุกอย่างดวงตาอัลมอนด์ไหวระริก ร่างระหงเหยียดตรง สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อองครักษ์ทั้งหมดโค้งคำนับพร้อมเปล่งเสียงเรียก“นายหญิง”ชั่วเวลาอึดใจแต่เหมือนยาวนานสำหรับหงส์หยก ภาพตรงหน้าน่าเกรงขามจนเธอถอยหลัง แต่ฝ่ามือใหญ่ดันพยุงแผ่นหลังไว้ กางมือกว้างกลางหลัง“ไม่ต้องกลัว ฉันจะอยู่ข้าง ๆ ไม่ไปไหน”หงส์หยกเงยหน้ามองเจี้ยงหลง รอยยิ้มพึงพอใจ นัยน์ตาเทาเจิดจ้า มีร่องรอยภาคภูมิใจ เธอหันกลับมององครักษ์ที่ยังโค้งค้าง“นายหญิงต้องพูดว่า ‘เงยขึ้นได้’ พวกเขาถึงจะเงยขึ้น”มือชื้นเหงื่อกำแน่นข้างลำตัว ขณะขยับปากเปล่งเสียงหวานนุ่มดังกังวาน“เงยขึ้นได้”เสียงขยับร่างกายจำนวนมากดังขึ้นพร้อมเพรียง ยืดกายดั่งลมกระทบแผ่นไม้ ไร้เสียงแต่มีเสียง สีหน้านิ่งสนิทขององครักษ์ยังทำให้ใจหงส์หยกไม่ใคร่ดีนัก“เอาล่ะ เสร็จพิธี แยกย้ายได้”เจี้ยงหลงช
34 แต่งงานร่างระหงก้าวลงจากรถหรูสีดำสนิท หลังเดินทางจากเมืองไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัวในอีกสองวันถัดมา พิธีรับเจ้าสาวเมื่อเช้าเรียบง่ายแต่เปี่ยมความตื้นตัน ของหมั้นต้องใช้คนถือราวยี่สิบคนตั้งแถวยาวจากปากซอยซอกตึกมายังบันไดบ้าน พ่อกับแม่ร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะเดินออกมาส่งเธอขึ้นรถกลิ่นน้ำใบทับทิมและใบเซียงเช่ายังติดตัวจากอาบน้ำก่อนวันเดินทาง นางเหลียนพอรู้ว่าลูกสาวต้องแต่งงานจริง จัดแจงหามาจำนวนมาก ซ้ำยังให้หงส์หยกแช่นานจนผิวซึมซาบกลิ่นหอมอ่อนหวานชุดกี่เพ้าโบราณสีแดงทอด้ายทองเจิดจรัสสะท้อนแสงอาทิตย์ เกล้าผมสูงปักปิ่นทองคำประดับหยกเก่าแก่ ด้วยความประหม่า เธอเผลอยกมือจับกิ่งทับทิมที่แม่นมวิ่งเอามาปักไว้ก่อนลงจากชั้นสองขณะก้าวเดิน พลันยิ้มออกมาเมื่อนึกภาพนายใหญ่ตระกูลเจี้ยงเดินถือถาดหมูดิบนำหน้ายื่นให้แม่ สีหน้าแม่แม้ยิ้มแย้มแต่ยังหวาดกลัว เกรงใจ มือสั่นจนถาดเกือบหล่นไม่น่าเชื่อว่าเพียงวันเดียว ญาติที่อยู่รายล้อมย่านดาวน์ทาวน์หลั่งไหลมาดั่งน้ำหลาก อั่งเปาที่เจี้ยงหลงเตรียมมาไม่พอ จนนายใหญ่ต้องปลดนาฬิกาหรูบนข้อมือวางให้อาอึ้มแทนซองที่เหลือ บรรดาญาติหยุดกั้นประตูเมื่อยกนาฬิกาขึ้นส่อง โห่ร
33 Ncร่างระหงก้มมอง ดวงตาอัลมอนด์สีน้ำตาลไหวระริกด้วยไฟปรารถนา ลมหายใจถี่รัว ไม่แพ้เขา ร่างกายเธอโหยหาเขาจนเจ็บปวด“เฟิ่งหวง แต่งงานกันเถอะนะ อย่าทรมานฉันอีกต่อไปเลย”“เจี้ยงหลง ทำไมคุณถึงอยากแต่งงานกับฉันคะ ถึงเราจะยกน้ำชากันแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรู้ ถ้าเราไม่พูดก็... อือ อือ”เขาปิดปากด้วยจูบลงทัณฑ์ กดท้ายทอยตรึงแน่น ขบเม้มแรง หงส์หยกสะดุ้งร้องเจ็บ พลิกตัวอีกครั้งจนเธออยู่ใต้ร่างแกร่ง กดหัวเข่าแทรก ดันต้นขาให้เปิดกว้าง กดแก่นกายชายสู่กลางเนินเนื้อเปลือยเปล่า“อือ อย่า อาหลง”เขาปล่อยจูบลงทัณฑ์ กลายเป็นจูบอ่อนหวาน กายชายโหยหาจนเจ็บปวด มือลดลงปลดกางเกงตนเองไม่รอช้า“บ้าจริง อาหลง อย่า อา อา”เจี้ยงหลงไม่รอถอดกางเกงออกจนสุด เสือกตัวเข้าทางรักให้เอ็นใหญ่พบช่องสวาท กระแทกแน่น ความสาวที่ร้างลำใหญ่มานานสองเดือนกลับมาปิดแคบดั่งเดิม“โอ๊ย เจี้ยงหลง”อารมณ์ชายหนุ่มมึนเมาในรสสวาท เมื่อลำร้อนสัมผัสความนุ่มในปลอกสวาท สติสัมปชัญญะพลันกระเจิดกระเจิง เขายืดตัวขึ้น จับข้อเท้าหงส์หยกไว้ กระแทกเอ็นใหญ่ถี่รัว“เฟิ่งหวง ซี้ด”หงส์หยกยังใช้มือดันอย่างไม่ยอม ทั้งที่กายสาวสะท้านไหว ร่องสวาทเริ่มมีน้ำเอ่อล้น ย
32 มาตามเมียชายร่างสูงมาเฟียแห่งมาเก๊านั่งนิ่งบนโซฟาในบ้านไม้เก่าไม่ใหญ่ไม่เล็ก ซ่อนหลังตึกใหญ่ เขาจ้องพ่อตาแม่ยายที่นั่งตรงข้าม สีหน้าทั้งคู่ไม่ดีนักเจี้ยงหลงยกนาฬิกาดู ตรงมาบ้านนี้ทันทีที่ลงเครื่อง รอเกือบสองชั่วโมง หงส์หยกยังไม่กลับใบหน้าคมเข้มนิ่งสงบภายนอก แต่ภายในปั่นป่วน ชีพจรเต้นรัว สารอะดรีนาลินหลั่งพร้อมสู้ถ้าเธอปฏิเสธ“อาหงส์มาแล้ว” แม่ยายพูดภาษาไทย เจี้ยงหลงฟังไม่ออก แต่คำ “หงส์” เขาจำได้ดีร่างสูงใหญ่พยายามนั่งนิ่ง สายตาสอดส่ายไปประตู ได้ยินเสียงทักทายเบา ๆ หน้าบ้านพ่อตาแม่ยายลุกยืนทันทีเมื่อร่างสูงโปร่งของหงส์หยกปรากฏ เจี้ยงหลงจดจ้องทุกอากัปกิริยา หญิงสาวที่ไม่ได้เห็นสองเดือนหงส์หยกซีดเซียว ผอมลงชัดเจน คิ้วเฉียงขมวดนิ่ง เธอส่งถุงกับข้าวและกรอบรูปอักษรมงคลคู่สีแดงให้เด็กในบ้าน แล้วเดินเข้าห้องนั่งเล่น“นายใหญ่รอฉันตรงนี้ ฉันจะขึ้นไปหยิบป้ายหยกลงมาให้”เจี้ยงหลงผุดลุก กรามขบแน่นสะกดอารมณ์“ฉันไม่ได้มาเอาป้าย”หงส์หยกชะงัก หันมอง เขาสวมชุดถังจวงสีดำ รูปร่างสูงใหญ่ไม่เปลี่ยน ใบหน้าคมเข้มตอบลงเล็กน้อย นัยน์ตาเทาหม่นเปล่งประกายแปลกประหลาด ไม่โหยหา ไม่โกรธ แต่ล้ำลึกกว่าเคย
31 เหล่าซือ“อาหงส์หยก นี่ลื้ออายุเท่าไรแล้ว ยังไม่แต่งงานอีก เดี๋ยวอายุมากกว่านี้จะหาแฟนไม่ได้นะ”เสียงอาอึ้มตะโกนแซวออกมาจากร้านขายของชำหน้าปากซอย เสียงดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามอง หงส์หยกที่เพิ่งจอดรถมอเตอร์ไซค์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบของบนชั้น“อาอึ้ม หงส์คงได้อยู่ขึ้นคานแน่นอนค่ะ แล้วจะมาก่อกวนอาอึ้มแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นี่แหละ”“เหอะ พูดเหมือนคนไม่อยากแต่ง แต่ตาไม่เคยว่างนะ”อาอึ้มหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะหยิบขนมกับน้ำใส่ถุงยื่นให้“อ่ะ เอาไป ไม่ต้องจ่าย เก็บเงินไว้ซื้อผู้ชาย ฉันจะได้มีหลานเขยเหมือนคนอื่นเขาบ้าง”หงส์หยกหัวเราะรับอย่างฝืน ๆ รับถุงจากมืออาอึ้มแล้วโค้งหัวเล็กน้อย“ถ้ามีจริง หงส์จะพามาให้อาอึ้มดูคนแรกเลยค่ะ”“พูดแบบนี้มาสิบปีแล้วนะยะ”หงส์หยกไม่ตอบ เดินเลี้ยวเข้าซอยแคบ ๆ ที่คุ้นเคย ซอยที่เธอเดินผ่านมาตั้งแต่เด็ก ซอยที่มีร้านซักรีดเก่า ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวรถเข็น และบ้านของเหล่าซืออยู่ท้ายสุดบ้านเหล่าซือเป็นบ้านสองชั้นหลังไม่ใหญ่ มีสวนหย่อมเล็ก ๆ หน้าบ้าน ปลูกต้นโมกกับพุดจีนให้ร่มเงา กลิ่นดอกไม้จาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศเสมอ ราวกับที่นี่ถูกตัดขาดออกจากความวุ่นวายของเมืองหงส์
30 จะไม่ปล่อยนายใหญ่ตระกูลเจี้ยง ชายร่างสูงใหญ่ลูกเสี้ยวโปรตุเกส ยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง แสงสีเทาของรุ่งสางสาดลอดม่านบางเข้ามา กระทบกรอบหน้าคมเข้มที่ซูบตอบลงเล็กน้อยจากการพักผ่อนน้อยตลอดหลายสัปดาห์เขาแหงนใบหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็นสีเทาอมฟ้า เมฆบางลอยช้า ๆ เหมือนโลกทั้งใบยังไม่ตื่นเต็มที่แต่ตัวเขา… ตื่นมานานแล้วดวงตาสีเทาหม่นหลุบต่ำลง มองไปยังโถงทางเดินยาวทอดจากตึกหลักไปยังตึกเฟยหลง โถงเดียวกับที่ร่างระหงในชุดถังจวงสีขาวมักเดินลัดผ่านทุกเช้าเย็น โถงที่เคยเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ และเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาคิดว่า “อยู่ตรงนี้เสมอ”แต่ตอนนี้… มันว่างเปล่าเงียบเกินไป นิ่งเกินไปเหมือนหัวใจของเขาที่ว่างอยู่ครึ่งหนึ่งนี่คงถึงเวลาแล้วจริง ๆถึงเวลาที่เขาจะหยุดรอ หยุดหวัง หยุดปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นฝ่ายเลือกฝ่ายเดียวถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ หงส์หยกอาจไม่ใช่แค่กลับเมืองไทยเธออาจ “โบยบิน” ไปจากชีวิตเขาอย่างถาวรเจี้ยงหลงผละออกจากหน้าต่าง เดินออกจากห้องนอนด้วยก้าวเท้ามั่นคง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกาง







