Beranda / โรแมนติก / ล่ารักมาเฟีย / 12 มังกรกลางหลัง

Share

12 มังกรกลางหลัง

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-29 13:56:40

12 มังกรกลางหลัง

ในยามเช้าวันรุ่งขึ้น หงส์หยกยังคงเรียนชงชากับอากงชุนเช่นเดิม เช้านี้อากงชุนยังให้เธอชงชาเขียวเหมือนทุกวัน โดยไม่ได้สอนสิ่งใดเพิ่มเติม นอกจากให้เธออ่านบทกลอนจีนให้ฟัง

ซึ่งแท้จริงแล้ว บทกลอนเหล่านี้หงส์หยกเคยเรียนมาบ้างตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย คณะศิลปศาสตร์ เอกวิชาจีน กวีเอกแห่งราชวงศ์ถังอย่างท่านตู้ฝู่ ยุคใดรุ่งเรืองถึงขีดสุด ยุคนั้นศิลปวัฒนธรรมย่อมเฟื่องฟูตามไปด้วย

“ถ้าอยากชมต้นฉบับกลอนเหล่านี้ ลองถามนายใหญ่ของเธอดูสิ เฟิ่งหวง”

หงส์หยกเงยหน้าขึ้นจากหนังสือรวมบทกลอนท่านตู้ฝู่ฉบับพิมพ์ใหม่ มองหน้าอากงชุนที่ยกจอกชาขึ้นดื่ม พลางซ่อนรอยยิ้มบางไว้ที่มุมปาก

“อากงชุนหมายความว่า… ในบ้านหลังนี้ ไม่สิ ในห้องทำงานของนายใหญ่ มีหนังสือโบราณอยู่อย่างนั้นหรือคะ”

สีหน้าของเธอสว่างขึ้นทันตา เดิมทีเธอตั้งใจจะแกล้งขอตัวไม่มาชงชาในบ่ายวันนี้ เพราะยังคุมอารมณ์ขุ่นมัวจากภาพคุณฟางเหนียงเมื่อคืนไม่ได้

หงส์หยกยิ้มบาง แล้วก้มหน้าอ่านบทกลอนต่อ เป็นบทกวีเป่าขลุ่ย บรรยายเสียงขลุ่ยที่ลอยมากับสายลมในยามค่ำคืน เมื่อกวีคิดถึงการเดินทางไปแดนใต้และหวนระลึกถึงบ้าน

“วันนี้พอเพียงเท่านี้เถอะ อาหวง”

หงส์หยกปิดหนังสือ รินน้ำชาออกจากป้านชาลงในโถพักน้ำ ลวกจอกชาและป้านชาให้เรียบร้อย ก่อนคว่ำไว้บนถาดไม้ตะแกรงเนื้อดี

“อาหวง ที่จริงอากงแทบไม่มีอะไรจะสอนเธอแล้ว นอกจากเรื่องชงชาที่เธอยังทำไม่เป็น แต่เรื่องอื่น ๆ อากงคิดว่าเธอคงรู้แจ้งหมดแล้ว เธอมีอะไรอยากเรียนรู้อีกหรือไม่”

หงส์หยกยืนอยู่ตรงหน้า มือเรียวกุมกันไว้หน้าท้องในชุดถังจวงสีขาวสะอาดตา เพียงนึกถึงสิ่งที่ต้องไป ‘เรียนรู้’ ในยามบ่าย ใบหน้าหวานคมก็ร้อนผ่าวขึ้นทันที

“อันที่จริงเฟิ่งหวงคิดว่า… ไม่จำเป็นต้องมาเรียนรู้สิ่งพวกนี้ก็ได้ เพราะถึงอย่างไร เมื่อนายหญิงหงส์หยกมาถึง ก็ต้องเรียนซ้ำอีกครั้งอยู่ดี”

อากงชุนเพียงยิ้มบาง มองหญิงสาวตรงหน้าที่แม้แต่งกายเป็นสาวใช้ หากไม่อาจปิดบังประกายเฉลียวฉลาดในแววตาได้เลย

“ทำตามคำสั่งนายใหญ่เถอะ อาหวง นั่นเป็นสิ่งที่เขาคิดไว้ถ้วนถี่แล้ว”

หงส์หยกยอบกายบอกลา ก่อนเดินออกจากห้องชงชาบนชั้นสามของบ้านหลักด้วยคิ้วที่เลิกสูง

คิดไว้ถ้วนถี่อย่างนั้นหรือหรือว่าเขาต้องการจะมี ซานไหน่ไน เป็นเรากันแน่แล้วอย่างซูเม่ย… จะเป็นไหน่ไนลำดับที่เท่าไร

ร่างระหงก้าวลงบันไดไม้กระดานแผ่นใหญ่ที่ดูเหมือนทำจากไม้ทั้งต้น พื้นไม้ขัดเงาสะท้อนแสงวาววับ เธอกะอายุไม้คร่าว ๆ คงไม่ต่ำกว่ายี่สิบปี

ความฟุ่มเฟือยของคนโบราณ คือการใช้ไม้ชั้นดีสร้างบ้าน และยิ่งบ้านใดใช้ลำต้นใหญ่ทั้งต้น ยิ่งแสดงถึงฐานะของตระกูลนั้น

เธอเดินลงมาจนถึงห้องครัวหลักของบ้านใหญ่ เหล่ามาม่ากำลังเตรียมอาหารกลางวันกันอย่างขะมักเขม้น

กลิ่นควันจากเตาจีนโบราณลอยคลุ้ง เตาฟืนแบบจีนถูกก่อเป็นเคาน์เตอร์กว้าง มีหลุมตรงกลางวางกระทะใบใหญ่สีดำมันเงา ขนาดเกือบเท่ากระด้งไทยแต่ลึกกว่า ด้านล่างเป็นช่องใส่ฟืน ทำให้อาหารที่ได้มีกลิ่นไม้หอมติดรสเฉพาะตัว

“วันนี้ทำอะไรกันคะ ขอเฟิ่งหวงเป็นลูกมือด้วยแล้วกัน”

บรรดามาม่าในครัวต่างกวักมือเรียกหาเธอทันที ดูเหมือนในสายตาพวกเขา เฟิ่งหวง…จะคล่องมือกว่าจินเยว่เสียอีก

“มา ๆ อาเฟิ่ง วันนี้มีแค่ซุปหอยเป๋าฮื้อ ผัดซีอิ๊วเนื้อวัว แล้วก็ของหวานทำถ่องสอยเท่านั้น”

“งั้นให้เฟิ่งหวงช่วยทำอะไรดีคะ”

หงส์หยกพับแขนเสื้อขึ้นสูงถึงข้อศอก เตรียมตัวลงมือโดยไม่รอคำสั่ง เธอหยิบเนื้อวัวสันนอกออกมา แล่เป็นชิ้นเล็ก ๆ ตามแนวเส้นใยเพื่อไม่ให้เนื้อเหนียว จากนั้นผสมเบกกิ้งโซดาลงไปเล็กน้อย ตามด้วยซอสน้ำมันหอย คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วใส่ถุง นำไปแช่ตู้เย็นพักไว้

“นั่นอาจิน ดูอาเฟิ่งสิ ยังไม่ทันสั่งก็ทำเสร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว”

จินเยว่แลบลิ้นให้มาม่าซื่อ พลางหัวเราะเบา ๆ “งั้นจินเยว่ขอเป็นเด็กเสิร์ฟอย่างเดียวก็พอแล้ว”

เพื่อความรวดเร็ว หงส์หยกจึงเริ่มทำน้ำเชื่อม ปล่อยเรื่องหั่นผักและเตรียมเส้นสำหรับผัดให้มาม่าเถาซัวจัดการเอง น้ำเชื่อมทำจากน้ำตาลทรายแดงไม่ขัดสีที่เธอร่อนอย่างละเอียดก่อนนำลงใส่น้ำ ตั้งไฟกลางค่อนอ่อน บีบมะนาวลงไปเล็กน้อยเพื่อกันไม่ให้น้ำตาลตกผลึก จะได้เก็บไว้ใช้ได้นาน

ระหว่างคนหม้อ เธอพลันนึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นต้นดอกมะลิอยู่ในสวนของนายใหญ่ หากเก็บมาใส่ในน้ำเชื่อม คงช่วยเพิ่มกลิ่นหอมได้ไม่น้อย คำนวณเวลาแล้ว ยังพอเหลือเฟือ

“มาม่าซื่อ เฟิ่งหวงขอไปเก็บดอกมะลิมาใส่น้ำเชื่อมก่อนนะคะ”

“มันอยู่ตรงไหนของบ้าน ทำไมไม่เคยเห็น”

“อยู่ในสวนตึกเฟยหลงค่ะ เฟิ่งหวงวิ่งไปแป๊บเดียว”

พูดจบหงส์หยกก็ผลุนผลันออกไปทันที ไม่ทันได้ยินเสียงมาม่าทั้งสามทักท้วง เธอเดินแกมวิ่งไปยังอาคารสองชั้นด้านซ้ายของบริเวณบ้าน ที่กั้นด้วยสวนเล็ก ๆ

ประตูใหญ่เปิดไว้เช่นเคย หงส์หยกพยักหน้าทักทายองครักษ์ แล้วเดินไปตามโถงทางเดินเดิมที่คุ้นเคย

เธอนึกได้ว่าหากจะไปสวน ต้องผ่านห้องทำงานของนายใหญ่ แต่ตอนนี้กลับไม่อยากเผชิญหน้ากับใบหน้าคมเข้มคู่นั้น จึงเลือกเดินเลยโถงลงไปด้านข้างตึก ลัดเลาะไปตามพื้นดินแนบผนังเพื่ออ้อมไปยังสวนด้านหลัง

ทางเดินแทบไม่มีเป็นกิจจะลักษณะ ทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่าคนสวนเข้าออกกันอย่างไร

ดวงตารีอัลมอนด์เปล่งประกายเมื่อเห็นต้นดอกมะลิขนาดไม่เล็ก สูงประมาณระดับเอว ปลูกอยู่มุมหนึ่งของรั้ว หงส์หยกรีบสาวเท้าเข้าไปหา

ทันใดนั้น เสียงทุ้มลึกคล้ายจังหวะลมหายใจดังแผ่วเบาแต่หนักแน่นขึ้นภายในสวน ทำให้เธอชะงัก

สายป่านนี้แล้ว… นายใหญ่มาทำอะไรอยู่ที่นี่ ?

ร่างระหงก้าวย่องเข้าไปใกล้อย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งมองเห็นแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเจี้ยงหลง

แสงแดดยามสายตกกระทบผิวที่ชื้นเหงื่อ เผยผิวขาวอย่างคนจีนตัดกับรอยสักมังกรสีชิงที่ทอดยาวบนแผ่นหลัง รอยสักนั้นดูราวกับมีชีวิต เคลื่อนไหวไปพร้อมกับจังหวะร่างกายของเขา

หงส์หยกเคยเห็นการฝึกยุทธแบบโบราณมาบ้าง แต่ส่วนใหญ่มักเป็นเพียงการฝึกลมหายใจให้เข้ากับท่าทาง

ทว่า สิ่งที่นายใหญ่กำลังฝึกอยู่ตรงหน้านั้น แตกต่างโดยสิ้นเชิง

กระบี่จีนในมือเขาร่ายรำอ่อนช้อยแต่ทรงพลัง เสียงคมเหล็กผ่าอากาศดังแหวกผ่านจนเธอสะดุ้ง

ไม่ใช่ดาบ… หากเป็นกระบี่จริง ๆ ใบยาวเรียว คมสองด้าน ด้ามไม้ขัดเงาสลักลวดลาย หัวด้ามมีพู่สีแดงห้อยอยู่ พริ้วไหวตามทุกการเคลื่อนไหว

กลางลำกระบี่สลักอักษรจีนโบราณคำว่า “หลง” มังกร สัตว์ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดในความเชื่อของชาวจีน

เงาแสงแดดสะท้อนบนคมกระบี่ ความยาวราวหนึ่งเมตร พลิกข้อมือยกสูง พู่สีแดงสะบัดขึ้นตามแรง ก่อนแทงลงอย่างรวดเร็ว พู่เหวี่ยงกลับไปด้านหลัง

นิ้วทั้งห้ากุมด้ามแน่นแต่ไม่เกร็ง ผ่อนคลายหากตื่นตัว แรงจากลมปราณภายในไหลผ่านหัวไหล่ ท่อนแขน ไปถึงปลายกระบี่ ข้อมือควบคุมทุกทิศทางราวกับเป็นร่างเดียวกันกับอาวุธ

เจี้ยงหลงพลันตวัดด้ามกระบี่ หมุนปลายคมชี้ขึ้นแล้วหยุดนิ่ง คมกระบี่อยู่ระดับเดียวกับหูพอดี

เขาสัมผัสได้ถึงเสียงสวบสาบแผ่วเบาจากพุ่มไม้ด้านหลัง จึงเอี้ยวหน้ามอง เห็นเพียงแผ่นหลังร่างระหงที่ไหววูบผ่านกอพุ่มไม้ วิ่งลัดหายไปยังซอกตึกเฟยหลงอย่างรวดเร็ว

หงส์หยก

ใบหน้าคมเข้มเงยขึ้นมองท้องฟ้า แดดสายเริ่มแรงแล้ว คงใกล้เวลาอาหารเที่ยงเต็มที วันนี้เขาลืมตัวฝึกกระบี่นานกว่าทุกวัน เพราะต้องการขจัดความโหยหากายในใจให้มอดลงเสียบ้าง

ร่างสูงก้มลงหยิบเสื้อคลุมตัวยาวขึ้นสวม

ปกติเขาไม่เคยเปิดเผยเนื้อตัว โดยเฉพาะแผ่นหลังให้ใครเห็น ยกเว้นทวด แม้ยามร่วมอภิรมย์กับหญิงใด เขาก็ยังคงสวมเสื้อคลุมตลอด

แต่หงส์หยก… เฟิ่งหวง…

ไม่ว่าเธอจะใช้ชื่อใดก็ตาม เขาจะทำให้เธอมาอยู่กับเขาบนเตียงให้เร็วที่สุด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ล่ารักมาเฟีย   35 จบบริบูรณ์

    35 จบบริบูรณ์เสียงเจี้ยงหลงปนหยอกเย้าทำให้หงส์หยกเอียงศีรษะเหลือบมอง หน้าคมเข้มยิ้มกว้าง นัยน์ตาเป็นประกายหยอกล้อ ก่อนเข้มขรึมลงเมื่อหันกลับไปด้านหน้าบันได หงส์หยกหันตาม องครักษ์จำนวนมากยังยืนเรียงหน้ากระดานด้านล่าง เธอไม่คาดคิดว่าจะมีมากขนาดนี้ ถึงว่าเวลาเธอไปไหน เจี้ยงหลงถึงรู้ทุกอย่างดวงตาอัลมอนด์ไหวระริก ร่างระหงเหยียดตรง สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อองครักษ์ทั้งหมดโค้งคำนับพร้อมเปล่งเสียงเรียก“นายหญิง”ชั่วเวลาอึดใจแต่เหมือนยาวนานสำหรับหงส์หยก ภาพตรงหน้าน่าเกรงขามจนเธอถอยหลัง แต่ฝ่ามือใหญ่ดันพยุงแผ่นหลังไว้ กางมือกว้างกลางหลัง“ไม่ต้องกลัว ฉันจะอยู่ข้าง ๆ ไม่ไปไหน”หงส์หยกเงยหน้ามองเจี้ยงหลง รอยยิ้มพึงพอใจ นัยน์ตาเทาเจิดจ้า มีร่องรอยภาคภูมิใจ เธอหันกลับมององครักษ์ที่ยังโค้งค้าง“นายหญิงต้องพูดว่า ‘เงยขึ้นได้’ พวกเขาถึงจะเงยขึ้น”มือชื้นเหงื่อกำแน่นข้างลำตัว ขณะขยับปากเปล่งเสียงหวานนุ่มดังกังวาน“เงยขึ้นได้”เสียงขยับร่างกายจำนวนมากดังขึ้นพร้อมเพรียง ยืดกายดั่งลมกระทบแผ่นไม้ ไร้เสียงแต่มีเสียง สีหน้านิ่งสนิทขององครักษ์ยังทำให้ใจหงส์หยกไม่ใคร่ดีนัก“เอาล่ะ เสร็จพิธี แยกย้ายได้”เจี้ยงหลงช

  • ล่ารักมาเฟีย   34 แต่งงาน

    34 แต่งงานร่างระหงก้าวลงจากรถหรูสีดำสนิท หลังเดินทางจากเมืองไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัวในอีกสองวันถัดมา พิธีรับเจ้าสาวเมื่อเช้าเรียบง่ายแต่เปี่ยมความตื้นตัน ของหมั้นต้องใช้คนถือราวยี่สิบคนตั้งแถวยาวจากปากซอยซอกตึกมายังบันไดบ้าน พ่อกับแม่ร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะเดินออกมาส่งเธอขึ้นรถกลิ่นน้ำใบทับทิมและใบเซียงเช่ายังติดตัวจากอาบน้ำก่อนวันเดินทาง นางเหลียนพอรู้ว่าลูกสาวต้องแต่งงานจริง จัดแจงหามาจำนวนมาก ซ้ำยังให้หงส์หยกแช่นานจนผิวซึมซาบกลิ่นหอมอ่อนหวานชุดกี่เพ้าโบราณสีแดงทอด้ายทองเจิดจรัสสะท้อนแสงอาทิตย์ เกล้าผมสูงปักปิ่นทองคำประดับหยกเก่าแก่ ด้วยความประหม่า เธอเผลอยกมือจับกิ่งทับทิมที่แม่นมวิ่งเอามาปักไว้ก่อนลงจากชั้นสองขณะก้าวเดิน พลันยิ้มออกมาเมื่อนึกภาพนายใหญ่ตระกูลเจี้ยงเดินถือถาดหมูดิบนำหน้ายื่นให้แม่ สีหน้าแม่แม้ยิ้มแย้มแต่ยังหวาดกลัว เกรงใจ มือสั่นจนถาดเกือบหล่นไม่น่าเชื่อว่าเพียงวันเดียว ญาติที่อยู่รายล้อมย่านดาวน์ทาวน์หลั่งไหลมาดั่งน้ำหลาก อั่งเปาที่เจี้ยงหลงเตรียมมาไม่พอ จนนายใหญ่ต้องปลดนาฬิกาหรูบนข้อมือวางให้อาอึ้มแทนซองที่เหลือ บรรดาญาติหยุดกั้นประตูเมื่อยกนาฬิกาขึ้นส่อง โห่ร

  • ล่ารักมาเฟีย   33 Nc

    33 Ncร่างระหงก้มมอง ดวงตาอัลมอนด์สีน้ำตาลไหวระริกด้วยไฟปรารถนา ลมหายใจถี่รัว ไม่แพ้เขา ร่างกายเธอโหยหาเขาจนเจ็บปวด“เฟิ่งหวง แต่งงานกันเถอะนะ อย่าทรมานฉันอีกต่อไปเลย”“เจี้ยงหลง ทำไมคุณถึงอยากแต่งงานกับฉันคะ ถึงเราจะยกน้ำชากันแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรู้ ถ้าเราไม่พูดก็... อือ อือ”เขาปิดปากด้วยจูบลงทัณฑ์ กดท้ายทอยตรึงแน่น ขบเม้มแรง หงส์หยกสะดุ้งร้องเจ็บ พลิกตัวอีกครั้งจนเธออยู่ใต้ร่างแกร่ง กดหัวเข่าแทรก ดันต้นขาให้เปิดกว้าง กดแก่นกายชายสู่กลางเนินเนื้อเปลือยเปล่า“อือ อย่า อาหลง”เขาปล่อยจูบลงทัณฑ์ กลายเป็นจูบอ่อนหวาน กายชายโหยหาจนเจ็บปวด มือลดลงปลดกางเกงตนเองไม่รอช้า“บ้าจริง อาหลง อย่า อา อา”เจี้ยงหลงไม่รอถอดกางเกงออกจนสุด เสือกตัวเข้าทางรักให้เอ็นใหญ่พบช่องสวาท กระแทกแน่น ความสาวที่ร้างลำใหญ่มานานสองเดือนกลับมาปิดแคบดั่งเดิม“โอ๊ย เจี้ยงหลง”อารมณ์ชายหนุ่มมึนเมาในรสสวาท เมื่อลำร้อนสัมผัสความนุ่มในปลอกสวาท สติสัมปชัญญะพลันกระเจิดกระเจิง เขายืดตัวขึ้น จับข้อเท้าหงส์หยกไว้ กระแทกเอ็นใหญ่ถี่รัว“เฟิ่งหวง ซี้ด”หงส์หยกยังใช้มือดันอย่างไม่ยอม ทั้งที่กายสาวสะท้านไหว ร่องสวาทเริ่มมีน้ำเอ่อล้น ย

  • ล่ารักมาเฟีย   32 มาตามเมีย

    32 มาตามเมียชายร่างสูงมาเฟียแห่งมาเก๊านั่งนิ่งบนโซฟาในบ้านไม้เก่าไม่ใหญ่ไม่เล็ก ซ่อนหลังตึกใหญ่ เขาจ้องพ่อตาแม่ยายที่นั่งตรงข้าม สีหน้าทั้งคู่ไม่ดีนักเจี้ยงหลงยกนาฬิกาดู ตรงมาบ้านนี้ทันทีที่ลงเครื่อง รอเกือบสองชั่วโมง หงส์หยกยังไม่กลับใบหน้าคมเข้มนิ่งสงบภายนอก แต่ภายในปั่นป่วน ชีพจรเต้นรัว สารอะดรีนาลินหลั่งพร้อมสู้ถ้าเธอปฏิเสธ“อาหงส์มาแล้ว” แม่ยายพูดภาษาไทย เจี้ยงหลงฟังไม่ออก แต่คำ “หงส์” เขาจำได้ดีร่างสูงใหญ่พยายามนั่งนิ่ง สายตาสอดส่ายไปประตู ได้ยินเสียงทักทายเบา ๆ หน้าบ้านพ่อตาแม่ยายลุกยืนทันทีเมื่อร่างสูงโปร่งของหงส์หยกปรากฏ เจี้ยงหลงจดจ้องทุกอากัปกิริยา หญิงสาวที่ไม่ได้เห็นสองเดือนหงส์หยกซีดเซียว ผอมลงชัดเจน คิ้วเฉียงขมวดนิ่ง เธอส่งถุงกับข้าวและกรอบรูปอักษรมงคลคู่สีแดงให้เด็กในบ้าน แล้วเดินเข้าห้องนั่งเล่น“นายใหญ่รอฉันตรงนี้ ฉันจะขึ้นไปหยิบป้ายหยกลงมาให้”เจี้ยงหลงผุดลุก กรามขบแน่นสะกดอารมณ์“ฉันไม่ได้มาเอาป้าย”หงส์หยกชะงัก หันมอง เขาสวมชุดถังจวงสีดำ รูปร่างสูงใหญ่ไม่เปลี่ยน ใบหน้าคมเข้มตอบลงเล็กน้อย นัยน์ตาเทาหม่นเปล่งประกายแปลกประหลาด ไม่โหยหา ไม่โกรธ แต่ล้ำลึกกว่าเคย

  • ล่ารักมาเฟีย   31 เหล่าซือ

    31 เหล่าซือ“อาหงส์หยก นี่ลื้ออายุเท่าไรแล้ว ยังไม่แต่งงานอีก เดี๋ยวอายุมากกว่านี้จะหาแฟนไม่ได้นะ”เสียงอาอึ้มตะโกนแซวออกมาจากร้านขายของชำหน้าปากซอย เสียงดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามอง หงส์หยกที่เพิ่งจอดรถมอเตอร์ไซค์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบของบนชั้น“อาอึ้ม หงส์คงได้อยู่ขึ้นคานแน่นอนค่ะ แล้วจะมาก่อกวนอาอึ้มแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นี่แหละ”“เหอะ พูดเหมือนคนไม่อยากแต่ง แต่ตาไม่เคยว่างนะ”อาอึ้มหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะหยิบขนมกับน้ำใส่ถุงยื่นให้“อ่ะ เอาไป ไม่ต้องจ่าย เก็บเงินไว้ซื้อผู้ชาย ฉันจะได้มีหลานเขยเหมือนคนอื่นเขาบ้าง”หงส์หยกหัวเราะรับอย่างฝืน ๆ รับถุงจากมืออาอึ้มแล้วโค้งหัวเล็กน้อย“ถ้ามีจริง หงส์จะพามาให้อาอึ้มดูคนแรกเลยค่ะ”“พูดแบบนี้มาสิบปีแล้วนะยะ”หงส์หยกไม่ตอบ เดินเลี้ยวเข้าซอยแคบ ๆ ที่คุ้นเคย ซอยที่เธอเดินผ่านมาตั้งแต่เด็ก ซอยที่มีร้านซักรีดเก่า ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวรถเข็น และบ้านของเหล่าซืออยู่ท้ายสุดบ้านเหล่าซือเป็นบ้านสองชั้นหลังไม่ใหญ่ มีสวนหย่อมเล็ก ๆ หน้าบ้าน ปลูกต้นโมกกับพุดจีนให้ร่มเงา กลิ่นดอกไม้จาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศเสมอ ราวกับที่นี่ถูกตัดขาดออกจากความวุ่นวายของเมืองหงส์

  • ล่ารักมาเฟีย   30 จะไม่ปล่อย

    30 จะไม่ปล่อยนายใหญ่ตระกูลเจี้ยง ชายร่างสูงใหญ่ลูกเสี้ยวโปรตุเกส ยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง แสงสีเทาของรุ่งสางสาดลอดม่านบางเข้ามา กระทบกรอบหน้าคมเข้มที่ซูบตอบลงเล็กน้อยจากการพักผ่อนน้อยตลอดหลายสัปดาห์เขาแหงนใบหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็นสีเทาอมฟ้า เมฆบางลอยช้า ๆ เหมือนโลกทั้งใบยังไม่ตื่นเต็มที่แต่ตัวเขา… ตื่นมานานแล้วดวงตาสีเทาหม่นหลุบต่ำลง มองไปยังโถงทางเดินยาวทอดจากตึกหลักไปยังตึกเฟยหลง โถงเดียวกับที่ร่างระหงในชุดถังจวงสีขาวมักเดินลัดผ่านทุกเช้าเย็น โถงที่เคยเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ และเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาคิดว่า “อยู่ตรงนี้เสมอ”แต่ตอนนี้… มันว่างเปล่าเงียบเกินไป นิ่งเกินไปเหมือนหัวใจของเขาที่ว่างอยู่ครึ่งหนึ่งนี่คงถึงเวลาแล้วจริง ๆถึงเวลาที่เขาจะหยุดรอ หยุดหวัง หยุดปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นฝ่ายเลือกฝ่ายเดียวถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ หงส์หยกอาจไม่ใช่แค่กลับเมืองไทยเธออาจ “โบยบิน” ไปจากชีวิตเขาอย่างถาวรเจี้ยงหลงผละออกจากหน้าต่าง เดินออกจากห้องนอนด้วยก้าวเท้ามั่นคง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกาง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status