LOGIN10 เฟิ่งหวง
หน้าร้อนของมาเก๊าเป็นเช่นนี้เสมอ เมื่อวานฝนกระหน่ำ วันนี้แดดแผดเผา หงส์หยกเดินลัดเลาะตามทางหินปูเรียบ ไปยังตึกเฟยหลง เหงื่อซึมแผ่นหลังชุ่มชื้นใต้ชุดถังจวงสีขาว
“เฟิ่งหวง”
หงส์หยกชะงักเท้า หันมองต้นเสียง พบร่างอวบอิ่มในกี่เพ้าสีชมพูอ่อนของคุณฟางเหนียง ยืนรอใต้ต้นอิงฮวาข้างผนังรั้วติดเรือนนอนของเธอ สาวรับใช้ถือโถน้ำแกงถ้วยกระเบื้องลายงามยืนขนาบด้านหลัง
หงส์หยกยอบกายทำเคารพ รอยยิ้มไม่จริงใจของคุณฟางเหนียงทำให้เธอขนลุกเกรียว
“กำลังจะไปตึกเฟยหลงใช่ไหม ฉันอยากส่งน้ำแกงให้นายใหญ่”
คิ้วซ้ายหงส์หยกกระตุก มองโถน้ำแกงใบย่อมที่ยื่นออกมา
“ช่วยบอกนายใหญ่ด้วยว่าฉันทำเองกับมือ”
แม้ไม่อยากรับ แต่สถานะเธอตอนนี้เป็นเพียงหญิงรับใช้ว่าที่เจ้าสาว จึงพยักหน้ารับ ประคองโถอุ่นที่วางบนผ้าบุนวมกันร้อน
คุณฟางเหนียงยื่นต่างหูทองอันเล็กประดับพลอยปลอมราคาถูก
“อันนี้เป็นสินน้ำใจเล็กน้อย รับไว้เถอะ”
หงส์หยกยื่นมือ คุณฟางเหนียงหย่อนต่างหูใส่ แล้วหมุนกายกลับเข้าประตูเรือนด้านข้าง
หงส์หยกฉุกคิด สองวันนี้หลังนายใหญ่กลับบ้าน เธอยังไม่เห็นเขาเรียกใช้คุณฟางเหนียงอีก คงเพราะเหตุนี้ถึงดักรอให้เธอเป็นธุระ
เธอเดินระมัดระวัง โถร้อนในมือ กลิ่นโสมลอยฟุ้ง แม้อากาศร้อน แต่คุณฟางเหนียงยังโหมใส่โสม คงหวังผลอะไรสักอย่าง
เท้าเล็กลัดเลาะ ประคองโถจนถึงโค้งประตูทางเข้า วันนี้ประตูเปิด มีองครักษ์ยืนเฝ้าสองนาย หงส์หยกพยักหน้าทัก แล้วเดินทางเดิม
วันนี้แดดดี โถงทางเดินไม่มืดสลัว แจกันลายครามตั้งประดับหลายใบ แต่หงส์หยกไม่ใช่นักสะสม จึงไม่รู้ราคา
เธอหยุดที่ประตูไม้บานหนาทึบ มีห่วงเหล็กห้อยกลาง ห้องเดิม เงยมองป้าย ‘หาน’ สุขุมเยือกเย็น หมายถึงห้องสงบจิตใจ
“ก๊อก ก๊อก”
เธอจับห่วงเหล็กเย็นเฉียบเคาะ แล้วเปิดเข้าไปโดยไม่รอ
ภายใน แสงแดดทะลุจากประตูเปิดสู่สวนส่วนตัว นายใหญ่ยังนั่งทำงาน แต่แปลกตาคือคอมพิวเตอร์พกพา ของทันสมัยชิ้นเดียวในห้อง
มุมปากหงส์หยกลอบยิ้ม นายใหญ่ไม่ใช่คนโบราณ แต่เป็นคนสมัยใหม่
“กึก”
เธอวางโถน้ำแกงบนโต๊ะชงชา แล้วปิดประตู หันกลับ เห็นเจี้ยงหลงเงยมองเธออยู่ก่อน
“วันนี้เอาอะไรมา”
หงส์หยกยอบกาย แล้วเดินไปโต๊ะชงชา มือทับกันด้านหน้า “น้ำแกงค่ะ” เธอลอบมองหน้าคมเข้มที่ไร้สีหน้าอื่นใด
“ถ้วยอยู่ในชั้นล่างโต๊ะชงชา”
เขาบอก แล้วหันกลับทำงาน หงส์หยกเปิดลิ้นชักหา จนเจอถ้วยกระเบื้องเนื้อดีสองใบ
กึก... เธอผงะเมื่อเปิดฝาโถ กลิ่นโสมฉุนกระแทกหน้า กลัวนายใหญ่ไม่แข็งแรงกระมัง
เธอรินน้ำแกงลงถ้วยเล็ก หยิบช้อนคู่ วางให้นายใหญ่ด้านขวา แล้วกลับไปต้มน้ำร้อนเตรียมชงชา
“ครั้งหน้าควรลดโสมลง”
คิ้วซ้ายหงส์หยกกระตุกเบา ลอบยิ้มขณะตักใบชาเขียวใส่ป้านชา เธอชงชาเลียนแบบอากงชุนอย่างพิถีพิถัน มั่นใจว่าจะได้คะแนนเต็มสิบ วางจอกชาใกล้ถ้วยน้ำแกงที่เขากินหมด แล้วยกเก็บ หันรอคำสั่ง
“น้ำแกงโถนี้ของคุณฟางเหนียง เฟิ่งหวงพบเธอระหว่างทาง คุณฟางเหนียงกำชับให้บอกนายใหญ่”
หงส์หยกเห็นมือใหญ่ยกจอกชาชะงัก แล้วยกดื่มต่อ เธอรินชาเขียวใสต่ำใกล้ขอบจอก แล้วเอ่ย
“อย่างไร เฟิ่งหวงจะบอกคุณฟางเหนียงว่านายใหญ่ไม่ชอบโสมมาก เห็นควรลดลง”
เธอลอบมอง เจี้ยงหลงสวมชุดถังจวงผ้าไหมสีดำลายมังกร ไม่สวมเครื่องประดับยกเว้นนาฬิกา ผมลงน้ำมันเรียบ ทุยสวย แต่ดกหนาหยักศก คิ้วคันธนูรับดวงตาคมเฉียงผสมโปรตุเกส มือขาวนิ้วเรียวยาวประคองจอกชาใบเล็ก มั่นคง
“ไปเลือกหนังสือในชั้นมานั่งอ่านให้ฟัง”
หงส์หยกสะดุ้ง กำลังพิจารณาใบหน้าคมเข้ม เจี้ยงหลงเอี้ยวหน้ามองตรง นัยน์ตาเทาหม่นลึกแปลก เธอรีบหัน เดินไปชั้นหนังสือ หน้าแดงซ่านนึกถึงจูบเมื่อวาน เธอมองไล่แล้วหยิบนิทานธรรมดา เดินกลับมา
“นั่งสิ”
เธอนั่งตรงข้าม เปิดนิทานชาวบ้านหนุ่มเลี้ยงควายกับสาวทอผ้าอ่านให้ฟัง เจี้ยงหลงจิบชาหมด วางจอก เอนพิงพนัก มือประสานบนท้อง จ้องเฟิ่งหวง
เขานึกถึงน้ำแกงที่คิดว่าเธอทำ ที่แท้เธอชะลอบอกเพื่อดูท่าที ใบหน้างามตรงข้ามผ่องใส จมูกโด่ง ริมฝีปากเย้ายวนหวานยิ่งผลไม้ ชุดถังจวงสีขาวไม่อาจลดสง่าราศี แผ่นหลังตรง
หงส์หยกปิดหนังสือ เงย เห็นเขาจ้องนิ่ง เธอหน้าแดงระเรื่อ “นายใหญ่ให้คะแนนชาวันนี้เท่าไรคะ”
เจี้ยงหลงยกมือประสานที่ปลายคาง มองเรียบเฉย
“ได้สองส่วน”
คิ้วซ้ายหงส์หยกเลิกโก่ง เจี้ยงหลงลอบยิ้มในอุ้งมือ เธอคงสอบได้ที่หนึ่งมาตลอด
“ทำไมคะ ?”
“ไปหยิบป้านชามา”
เธอลุกยกป้านชาที่ยังไม่เทน้ำออก วางตรงหน้า เจี้ยงหลงเปิดฝา เธอก้มมองตาม เขาแอบยิ้ม
“วันนี้ไม่ได้ พรุ่งนี้ลองชงใหม่ถึงรู้”
คิ้วซ้ายกระตุก เธอถอย แต่มือใหญ่คว้าเอว ตวัดให้ล้มลงนั่งบนตักกว้างแน่นกล้าม เขาประคองหน้างาม โอบหลังรั้งชิด หงส์หยกตาเบิกโต มือยันบ่าแกร่งไว้ เมื่อวานก็โดนหลอกกินเต้าหู้ไปแล้ว
“นายใหญ่ ให้เฟิ่งหวงเรียกคุณฟางเหนียงมาดีไหม”
เขาละสายตาจากริมฝีปาก จ้องตาอัลมอนด์เบิกโพลง
“ไม่ดี”
หงส์หยกกลืนน้ำลาย นัยน์ตาเทาหม่นแน่วแน่ วันนี้คงไม่แคล้ว ขณะเขากดท้ายทอยให้หน้าต่ำลง
“ทำไมนายใหญ่ต้องทำแบบนี้ เฟิ่งหวงเป็นคนรับใช้ของนายหญิงหงส์หยก”
เสียงเธอโกรธกรุ่น มือยันบ่าหนา คนเราไม่อาจตัดสินด้วยหน้าตา น้ำทะเลไม่อาจตวง นายใหญ่ดูสุขุมหล่อเหลา แต่เป็นฮวาซินเจ้าชู้
“ตอนนี้เธออยู่บ้านนี้ เป็นคนของฉัน รอหงส์หยกมา เธอถึงกลับเป็นคนของเธอ”
หงส์หยกโก่งคิ้วซ้ายต่อหน้า มุมปากเขาหยักขึ้นเสี้ยววินาที
“สองอาทิตย์ ช่วงเช้าเรียนสิ่งที่หงส์หยกต้องเตรียมเป็นนายหญิงตระกูลเจี้ยง บ่ายมาห้องหาน เรียนสิ่งที่หงส์หยกต้องรู้ในยามค่ำคืน”
หน้าเธอระเรื่อทีละนิดดั่งดอกแย้มเช้า เขาจดจ้องขณะพูดถึงสิ่งที่เธอต้องทำสองอาทิตย์
“เฟิ่งหวงไม่คาดว่าบ้านตระกูลเจี้ยงยังคงประเพณีสาวใช้ข้างห้อง”
เจี้ยงหลงยิ้มออกมาเมื่อได้ยินปากเย้ายวนช่างเจรจา ทำให้เธอตาพร่า โดนรั้งเข้าหา โน้มศีรษะจูบหนักหน่วง ริมฝีปากอุ่นแย้มเปิดปากเย้ายวน ชิวหาแทรกเกี่ยวลิ้นน้อยให้ตอบสนอง มือที่ยันบ่าอ่อนยวบ เกาะยึดยามเขาร้อนเร่งให้รับไฟรัก
แม้ลมพัดจากประตูบานกว้าง แต่ร่างร้อนระอุของเขาส่งให้เธอร้อนดั่งไฟเผา ร่างกอดรัดแนบ เหงื่อผุดซึมไรผมและหลังจากจูบที่ทวีสวาท
หงส์หยกเพียงรับสิ่งที่เขาสอน นำทางให้เรียนเกี่ยวลิ้น ริมฝีปากหนาครอบเธอ แทะเล็มขอบปากด้วยเสน่หา ลมหายใจกระชั้น
“นะ นายใหญ่”
เสียงหวานร้องเมื่อมืออุ่นทาบเนินทรวงงามใต้ชุดถังจวง เขาลูบแผ่วเชื่องช้าไปกับจูบทรมาน หงส์หยกกำบ่าแน่น แอ่นร่างเข้าหามือที่รุกรานใต้ชั้นในถึงเนื้อเนียนนุ่ม
เขาทาบมือกว้างบนเต้างาม บีบคลึงเบา ๆ เป็นจังหวะ หงส์หยกได้ยินครางทุ้มในลำคอ แรงชายยกร่างบอบบางวางบนโต๊ะ ดันร่างแกร่งเข้าตรงกลางระหว่างขาเพรียวยาว
หงส์หยกเบี่ยงหน้าหนี รู้สึกมือรุกรานด้านล่างเข้าสู่กางเกงสีเข้ม
“ไม่คะ นายใหญ่หยุด”
มือใหญ่ชะงักก่อนถึงเนินเนื้อสาวเพียงน้อย เขาปรับลมหายใจ ซบหน้าซอกคอ พรมจูบโค้งลำคอ แล้วยึดตัวขึ้น อุ้มเธอลงจากโต๊ะ
“พรุ่งนี้บ่ายค่อยมาใหม่ กลับไปเถอะเฟิ่งหวง”
ร่างสูงโปร่งกระถดถอย หันหลังออกไปรีบร้อน ลืมยอบกาย เมื่อถึงประตู เอี้ยวหน้ากลับ เห็นเขายืนริมประตูสวน เหม่อมองนอก
“จริง ๆ นายใหญ่เรียกคุณฟางเหนียงมา เฟิ่งหวงไม่ต้องชงชาบ่าย ไม่ต้องเปลืองตัวเป็นเครื่องสำราญ”
กึก ! หงส์หยกปิดประตูไม่เบา สาวเท้าเร็วเท่าตัว รีบออกจากตึกเฟยหลง ใจพาลโกรธนายใหญ่เจ้าชู้ ใบหน้าแดงซ่านจนถึงคอ นึกภาพแก่นกายเขาลุกโชนดันเนื้อผ้าสูง หรือเพราะน้ำแกงคุณฟางเหนียงไปตลอดทาง ใจเธอยังครุ่นถึงอารมณ์เสน่หาไม่วาย
ส่วนเจี้ยงหลงไม่หันมองหญิงสาวช่างประชดที่ออกไป ไฟปรารถนาคุกรุ่น แก่นกายผงาดง้ำ ไม่อาจดับได้ด้วยสมาธิ จึงยืนมองสวนจีนรอให้อ่อนลงเอง
หงส์หยก เขาไม่รู้แน่ชัดว่าเธอลอบเข้าบ้านเพื่ออะไร แต่คาดเดาไม่ยาก แหวนหยก... วางนิ่งในตู้เซฟที่ธนาคาร อย่างไรเสียเธอจะหาไม่เจอในบ้านหลังนี้
แต่หงส์หยก... ต้องแต่งกับเขา โดยเร็วที่สุด
35 จบบริบูรณ์เสียงเจี้ยงหลงปนหยอกเย้าทำให้หงส์หยกเอียงศีรษะเหลือบมอง หน้าคมเข้มยิ้มกว้าง นัยน์ตาเป็นประกายหยอกล้อ ก่อนเข้มขรึมลงเมื่อหันกลับไปด้านหน้าบันได หงส์หยกหันตาม องครักษ์จำนวนมากยังยืนเรียงหน้ากระดานด้านล่าง เธอไม่คาดคิดว่าจะมีมากขนาดนี้ ถึงว่าเวลาเธอไปไหน เจี้ยงหลงถึงรู้ทุกอย่างดวงตาอัลมอนด์ไหวระริก ร่างระหงเหยียดตรง สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อองครักษ์ทั้งหมดโค้งคำนับพร้อมเปล่งเสียงเรียก“นายหญิง”ชั่วเวลาอึดใจแต่เหมือนยาวนานสำหรับหงส์หยก ภาพตรงหน้าน่าเกรงขามจนเธอถอยหลัง แต่ฝ่ามือใหญ่ดันพยุงแผ่นหลังไว้ กางมือกว้างกลางหลัง“ไม่ต้องกลัว ฉันจะอยู่ข้าง ๆ ไม่ไปไหน”หงส์หยกเงยหน้ามองเจี้ยงหลง รอยยิ้มพึงพอใจ นัยน์ตาเทาเจิดจ้า มีร่องรอยภาคภูมิใจ เธอหันกลับมององครักษ์ที่ยังโค้งค้าง“นายหญิงต้องพูดว่า ‘เงยขึ้นได้’ พวกเขาถึงจะเงยขึ้น”มือชื้นเหงื่อกำแน่นข้างลำตัว ขณะขยับปากเปล่งเสียงหวานนุ่มดังกังวาน“เงยขึ้นได้”เสียงขยับร่างกายจำนวนมากดังขึ้นพร้อมเพรียง ยืดกายดั่งลมกระทบแผ่นไม้ ไร้เสียงแต่มีเสียง สีหน้านิ่งสนิทขององครักษ์ยังทำให้ใจหงส์หยกไม่ใคร่ดีนัก“เอาล่ะ เสร็จพิธี แยกย้ายได้”เจี้ยงหลงช
34 แต่งงานร่างระหงก้าวลงจากรถหรูสีดำสนิท หลังเดินทางจากเมืองไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัวในอีกสองวันถัดมา พิธีรับเจ้าสาวเมื่อเช้าเรียบง่ายแต่เปี่ยมความตื้นตัน ของหมั้นต้องใช้คนถือราวยี่สิบคนตั้งแถวยาวจากปากซอยซอกตึกมายังบันไดบ้าน พ่อกับแม่ร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะเดินออกมาส่งเธอขึ้นรถกลิ่นน้ำใบทับทิมและใบเซียงเช่ายังติดตัวจากอาบน้ำก่อนวันเดินทาง นางเหลียนพอรู้ว่าลูกสาวต้องแต่งงานจริง จัดแจงหามาจำนวนมาก ซ้ำยังให้หงส์หยกแช่นานจนผิวซึมซาบกลิ่นหอมอ่อนหวานชุดกี่เพ้าโบราณสีแดงทอด้ายทองเจิดจรัสสะท้อนแสงอาทิตย์ เกล้าผมสูงปักปิ่นทองคำประดับหยกเก่าแก่ ด้วยความประหม่า เธอเผลอยกมือจับกิ่งทับทิมที่แม่นมวิ่งเอามาปักไว้ก่อนลงจากชั้นสองขณะก้าวเดิน พลันยิ้มออกมาเมื่อนึกภาพนายใหญ่ตระกูลเจี้ยงเดินถือถาดหมูดิบนำหน้ายื่นให้แม่ สีหน้าแม่แม้ยิ้มแย้มแต่ยังหวาดกลัว เกรงใจ มือสั่นจนถาดเกือบหล่นไม่น่าเชื่อว่าเพียงวันเดียว ญาติที่อยู่รายล้อมย่านดาวน์ทาวน์หลั่งไหลมาดั่งน้ำหลาก อั่งเปาที่เจี้ยงหลงเตรียมมาไม่พอ จนนายใหญ่ต้องปลดนาฬิกาหรูบนข้อมือวางให้อาอึ้มแทนซองที่เหลือ บรรดาญาติหยุดกั้นประตูเมื่อยกนาฬิกาขึ้นส่อง โห่ร
33 Ncร่างระหงก้มมอง ดวงตาอัลมอนด์สีน้ำตาลไหวระริกด้วยไฟปรารถนา ลมหายใจถี่รัว ไม่แพ้เขา ร่างกายเธอโหยหาเขาจนเจ็บปวด“เฟิ่งหวง แต่งงานกันเถอะนะ อย่าทรมานฉันอีกต่อไปเลย”“เจี้ยงหลง ทำไมคุณถึงอยากแต่งงานกับฉันคะ ถึงเราจะยกน้ำชากันแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรู้ ถ้าเราไม่พูดก็... อือ อือ”เขาปิดปากด้วยจูบลงทัณฑ์ กดท้ายทอยตรึงแน่น ขบเม้มแรง หงส์หยกสะดุ้งร้องเจ็บ พลิกตัวอีกครั้งจนเธออยู่ใต้ร่างแกร่ง กดหัวเข่าแทรก ดันต้นขาให้เปิดกว้าง กดแก่นกายชายสู่กลางเนินเนื้อเปลือยเปล่า“อือ อย่า อาหลง”เขาปล่อยจูบลงทัณฑ์ กลายเป็นจูบอ่อนหวาน กายชายโหยหาจนเจ็บปวด มือลดลงปลดกางเกงตนเองไม่รอช้า“บ้าจริง อาหลง อย่า อา อา”เจี้ยงหลงไม่รอถอดกางเกงออกจนสุด เสือกตัวเข้าทางรักให้เอ็นใหญ่พบช่องสวาท กระแทกแน่น ความสาวที่ร้างลำใหญ่มานานสองเดือนกลับมาปิดแคบดั่งเดิม“โอ๊ย เจี้ยงหลง”อารมณ์ชายหนุ่มมึนเมาในรสสวาท เมื่อลำร้อนสัมผัสความนุ่มในปลอกสวาท สติสัมปชัญญะพลันกระเจิดกระเจิง เขายืดตัวขึ้น จับข้อเท้าหงส์หยกไว้ กระแทกเอ็นใหญ่ถี่รัว“เฟิ่งหวง ซี้ด”หงส์หยกยังใช้มือดันอย่างไม่ยอม ทั้งที่กายสาวสะท้านไหว ร่องสวาทเริ่มมีน้ำเอ่อล้น ย
32 มาตามเมียชายร่างสูงมาเฟียแห่งมาเก๊านั่งนิ่งบนโซฟาในบ้านไม้เก่าไม่ใหญ่ไม่เล็ก ซ่อนหลังตึกใหญ่ เขาจ้องพ่อตาแม่ยายที่นั่งตรงข้าม สีหน้าทั้งคู่ไม่ดีนักเจี้ยงหลงยกนาฬิกาดู ตรงมาบ้านนี้ทันทีที่ลงเครื่อง รอเกือบสองชั่วโมง หงส์หยกยังไม่กลับใบหน้าคมเข้มนิ่งสงบภายนอก แต่ภายในปั่นป่วน ชีพจรเต้นรัว สารอะดรีนาลินหลั่งพร้อมสู้ถ้าเธอปฏิเสธ“อาหงส์มาแล้ว” แม่ยายพูดภาษาไทย เจี้ยงหลงฟังไม่ออก แต่คำ “หงส์” เขาจำได้ดีร่างสูงใหญ่พยายามนั่งนิ่ง สายตาสอดส่ายไปประตู ได้ยินเสียงทักทายเบา ๆ หน้าบ้านพ่อตาแม่ยายลุกยืนทันทีเมื่อร่างสูงโปร่งของหงส์หยกปรากฏ เจี้ยงหลงจดจ้องทุกอากัปกิริยา หญิงสาวที่ไม่ได้เห็นสองเดือนหงส์หยกซีดเซียว ผอมลงชัดเจน คิ้วเฉียงขมวดนิ่ง เธอส่งถุงกับข้าวและกรอบรูปอักษรมงคลคู่สีแดงให้เด็กในบ้าน แล้วเดินเข้าห้องนั่งเล่น“นายใหญ่รอฉันตรงนี้ ฉันจะขึ้นไปหยิบป้ายหยกลงมาให้”เจี้ยงหลงผุดลุก กรามขบแน่นสะกดอารมณ์“ฉันไม่ได้มาเอาป้าย”หงส์หยกชะงัก หันมอง เขาสวมชุดถังจวงสีดำ รูปร่างสูงใหญ่ไม่เปลี่ยน ใบหน้าคมเข้มตอบลงเล็กน้อย นัยน์ตาเทาหม่นเปล่งประกายแปลกประหลาด ไม่โหยหา ไม่โกรธ แต่ล้ำลึกกว่าเคย
31 เหล่าซือ“อาหงส์หยก นี่ลื้ออายุเท่าไรแล้ว ยังไม่แต่งงานอีก เดี๋ยวอายุมากกว่านี้จะหาแฟนไม่ได้นะ”เสียงอาอึ้มตะโกนแซวออกมาจากร้านขายของชำหน้าปากซอย เสียงดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามอง หงส์หยกที่เพิ่งจอดรถมอเตอร์ไซค์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบของบนชั้น“อาอึ้ม หงส์คงได้อยู่ขึ้นคานแน่นอนค่ะ แล้วจะมาก่อกวนอาอึ้มแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นี่แหละ”“เหอะ พูดเหมือนคนไม่อยากแต่ง แต่ตาไม่เคยว่างนะ”อาอึ้มหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะหยิบขนมกับน้ำใส่ถุงยื่นให้“อ่ะ เอาไป ไม่ต้องจ่าย เก็บเงินไว้ซื้อผู้ชาย ฉันจะได้มีหลานเขยเหมือนคนอื่นเขาบ้าง”หงส์หยกหัวเราะรับอย่างฝืน ๆ รับถุงจากมืออาอึ้มแล้วโค้งหัวเล็กน้อย“ถ้ามีจริง หงส์จะพามาให้อาอึ้มดูคนแรกเลยค่ะ”“พูดแบบนี้มาสิบปีแล้วนะยะ”หงส์หยกไม่ตอบ เดินเลี้ยวเข้าซอยแคบ ๆ ที่คุ้นเคย ซอยที่เธอเดินผ่านมาตั้งแต่เด็ก ซอยที่มีร้านซักรีดเก่า ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวรถเข็น และบ้านของเหล่าซืออยู่ท้ายสุดบ้านเหล่าซือเป็นบ้านสองชั้นหลังไม่ใหญ่ มีสวนหย่อมเล็ก ๆ หน้าบ้าน ปลูกต้นโมกกับพุดจีนให้ร่มเงา กลิ่นดอกไม้จาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศเสมอ ราวกับที่นี่ถูกตัดขาดออกจากความวุ่นวายของเมืองหงส์
30 จะไม่ปล่อยนายใหญ่ตระกูลเจี้ยง ชายร่างสูงใหญ่ลูกเสี้ยวโปรตุเกส ยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง แสงสีเทาของรุ่งสางสาดลอดม่านบางเข้ามา กระทบกรอบหน้าคมเข้มที่ซูบตอบลงเล็กน้อยจากการพักผ่อนน้อยตลอดหลายสัปดาห์เขาแหงนใบหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็นสีเทาอมฟ้า เมฆบางลอยช้า ๆ เหมือนโลกทั้งใบยังไม่ตื่นเต็มที่แต่ตัวเขา… ตื่นมานานแล้วดวงตาสีเทาหม่นหลุบต่ำลง มองไปยังโถงทางเดินยาวทอดจากตึกหลักไปยังตึกเฟยหลง โถงเดียวกับที่ร่างระหงในชุดถังจวงสีขาวมักเดินลัดผ่านทุกเช้าเย็น โถงที่เคยเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ และเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาคิดว่า “อยู่ตรงนี้เสมอ”แต่ตอนนี้… มันว่างเปล่าเงียบเกินไป นิ่งเกินไปเหมือนหัวใจของเขาที่ว่างอยู่ครึ่งหนึ่งนี่คงถึงเวลาแล้วจริง ๆถึงเวลาที่เขาจะหยุดรอ หยุดหวัง หยุดปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นฝ่ายเลือกฝ่ายเดียวถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ หงส์หยกอาจไม่ใช่แค่กลับเมืองไทยเธออาจ “โบยบิน” ไปจากชีวิตเขาอย่างถาวรเจี้ยงหลงผละออกจากหน้าต่าง เดินออกจากห้องนอนด้วยก้าวเท้ามั่นคง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกาง







