FAZER LOGIN17 ยกน้ำชา
ใบหน้างดงามบนร่างระหงแหงนมองท้องฟ้า เสียงฟ้าร้องครืนดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับย้ำเตือนว่าอากาศของมาเก๊าในหน้าร้อนนั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้เลยสักวันเดียว
หงส์หยกเดินไม่รีบร้อน หลังจากออกมาเดินเล่นออกกำลังกายในสวนยามเช้า ก่อนจะมุ่งหน้ากลับเรือนหลัก วันนี้คือวันที่เธอต้องยกน้ำชา
นายแม่จัดชุดมาให้เธอเพียงพอสมฐานะ เป็นกี่เพ้าสีแดงธรรมดา ไม่หรูหรา ไม่โดดเด่น บ่งบอกชัดเจนว่าเธอเป็นเพียง “คนรับใช้” มิใช่เจ้าสาวเอกของบ้าน
หญิงสาวก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง เดินไปตามโถงทางเดินยาวจนถึงห้องนอนเล็กของตน
“อาเจ่ มาเตรียมตัวเร็วเข้า”
เสียงจินเยว่ร้องทักทันทีที่เธอเปิดประตูเข้าไป หงส์หยกเพียงยิ้มบาง ๆ ก่อนจะนั่งลงบนขอบเตียง มองชุดกี่เพ้าที่แขวนรออยู่หน้าตู้เสื้อผ้าไม้ใบเล็ก
ห้องที่จัดให้เธออยู่คงเป็นห้องของคนรับใช้เก่าของนายแม่ เครื่องเรือนเรียบง่าย ทำจากไม้เนื้อแข็ง ดูทนทานแต่ไร้ความหรูหรา
“รู้หรือยังว่าจะยกน้ำชากี่โมง” หงส์หยกถามเบา ๆ
“นายใหญ่มาแล้วค่ะ ตอนนี้อยู่ข้างล่าง ทุกคนรออาเจ่อยู่คนเดียว”
หงส์หยกสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันไปมองแสงแดดนอกหน้าต่างอีกครั้ง ยังเช้าเกินไป… หรือเธอคิดไปเองว่าพิธีควรจะเป็นตอนสาย
“มาเถอะเจ่เจ๊ รีบแต่งตัวเถอะ”
จินเยว่สีหน้าตื่นเต้นจนหงส์หยกอดยิ้มไม่ได้ เด็กสาวคนนี้ยังคงสดใสและไร้เดียงสาเสมอ
“ได้สิ ช่วยอาเจ่แต่งตัวหน่อยแล้วกัน”
ชุดกี่เพ้าสีแดงเรียบ ๆ เมื่ออยู่บนเรือนร่างของหงส์หยกกลับดูไม่ธรรมดา เนื้อผ้าฝ้ายแนบไปกับแผ่นหลังที่เหยียดตรง ส่งให้เอวคอดและสะโพกผายอย่างพอดี
เธอเกล้าผมมวยต่ำท้ายทอยอย่างง่าย ๆ ใช้เพียงคลิปสีดำธรรมดา ไม่ประดับอะไรเป็นพิเศษ ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงบางเบา
ในเมื่อทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องหลอกลวง เธอไม่อยากสร้างความทรงจำสวยงามให้ตัวเองมากเกินไป วิมานกลางอากาศ… ยิ่งสวย ก็ยิ่งเจ็บ
“ไปเถอะอาเจ่ เรียบร้อยแล้ว”
หงส์หยกเดินตามจินเยว่ลงชั้นล่างเข้าสู่โถงรับแขก ตกแต่งด้วยสีแดงเพียงเล็กน้อย เธอก้มหน้ามองพื้นตลอดทาง จนกระทั่งมาหยุดตรงหน้าโต๊ะนายแม่และนายพ่อ จึงค่อยยอบกายแล้วนั่งลงกับพื้น
“มาเสียที เอาล่ะ เริ่มพิธีได้เลย”
หงส์หยกเหลือบตามองชายที่นั่งข้างเธอ เจี้ยงหลงสวมถังจวงสีแดง ผิดไปจากทุกครั้งที่เธอเคยเห็น
เธอรับจอกน้ำชาจากมือเขา รอให้เขายกก่อน จึงส่งต่อให้นายแม่
จากนั้นทำเช่นเดียวกันกับนายพ่อพิธีเรียบง่ายจบลงโดยไม่มีคำอวยพรยืดยาว ไม่มีถ้อยคำสัญญาใด ๆ
มีเพียงอากงชุนที่ลุกขึ้นยื่นถุงผ้าของขวัญให้ เธอเงยหน้ามองชายชราที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยย่น คล้ายอากงหวังของเธอเอง
“ฟ้าสวรรค์บันดาลให้มาเป็นคู่ชีวิต ขอให้หลานทั้งสองครองรักกันจนแก่เฒ่า”
หงส์หยกพยักหน้ารับคำ เธอยังไม่กล้าหันไปมองชายข้างกายด้วยซ้ำ
“มา แม่เตรียมโต๊ะจีนไว้แล้ว ไปกินข้าวมงคลกัน”
“ผมขอตัวพาหงส์หยกกลับตึกเฟยหลงเลยครับ”
ร่างระหงสะดุ้งเฮือก เงยหน้ามองเจี้ยงหลงที่ลุกขึ้นยืน มือใหญ่ยื่นออกมาตรงหน้าเธอ ก่อนที่เธอจะทันตอบ เขาก็โน้มตัวลงคว้ามือเล็กขึ้นมา จูงออกจากห้องไปทันที
“นายใหญ่… ไม่รอให้ถึงเย็นก่อนหรือคะ”
เขาไม่ตอบ เพียงจับมือเธอแน่นพาเดินผ่านสวนเล็ก เสียงฟ้าร้องคำรามอยู่เหนือศีรษะ ผ่านตึกอิงฮวาที่เธอสังเกตเห็นคุณฟางเหนียงยืนมองอยู่ด้านใน ตึกเฟยหลงประดับโคมแดงเต็มไปหมด จนหงส์หยกอดถามไม่ได้
“ทำไมนายใหญ่ต้องห้อยโคมแดงด้วยคะ”
เขาหยุดเพียงชั่ววินาที ก่อนโน้มกายลงช้อนร่างเธอขึ้น อุ้มข้ามธรณีประตูเข้าไป หงส์หยกตกใจจนต้องโอบแขนรอบคอเขา ไหล่กว้างแข็งแรงใต้ฝ่ามือทำให้หัวใจเธอสั่นแปลก ๆ
“นายใหญ่รู้จักสุภาษิตไทยไหมคะ ดอกพิกุลร่วง”
เขายังคงเดินขึ้นบันไดอย่างมั่นคง
“ตอนนี้นายใหญ่ก็เป็นแบบนั้น”
เขาหยุดมองเธอ “แปลว่าอะไร”
“ก็หมายถึง… กว่าจะพูดได้แต่ละคำ เหมือนกลัวว่าดอกพิกุลจะร่วงออกจากปาก”
เขาวางเธอลงบนเตียงใหญ่ที่ประดับโคมแดงเหนือหัวเตียง ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ
“เธออาย”
“ไม่ค่ะ” หงส์หยกเชิดหน้าขึ้น “แค่คิดว่าฟ้ายังไม่มืด เราไม่ควร… เอ่อ… รีบเกินไป”
มือใหญ่เริ่มแกะกระดุมกี่เพ้า เธอรีบจับมือเขาไว้ “มันหน้าอายนายใหญ่”
เจี้ยงหลงยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ไม่มีอะไรต้องอายเลยเฟิ่งหวง… เอามือลงเถอะ”
หงส์หยกชะงักมือตนเอง ปล่อยตกลงข้างลำตัว ยืนรอนายใหญ่แกะกระดุมกี่เพ้า จากนั้นจับร่างเธอหันหลัง รูดซิปออก มีเสียงสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อชุดกี่เพ้าร่นลงจากแผ่นหลัง จินเยว่ให้เธอสวมเพียงตู้โตวสีแดงบนล่าง
เพียงกี่เพ้าเปิดออก แผ่นหลังเปิดเปลือย รอยสักลายนกฟินิกซ์พลันปรากฏสู่สายตานายใหญ่
มืออุ่นร้อนทาบบนแผ่นหลัง ปลายนิ้วไล้ตามรอยสักหลากสี ห้าสีรวมกัน ตั้งแต่ส่วนหัวจนปีกสยายออก มือร้อนลูบไล้ถึงส่วนเท้าที่ยืนบนเปลวไฟ รอยสักแม้ไม่ทั่วแผ่นหลัง มีเว้นเนื้อนวลขาวไว้บ้าง แต่ใหญ่พอสมควร เขารู้ว่าต้องใช้เวลาสักนาน
“นายใหญ่รังเกียจหรือเปล่า”
เจี้ยงหลงยังพูดไม่ออก นัยน์ตาเทาล้ำลึกเปล่งประกาย ปลายนิ้วลูบผ่านตัวนกหลากสีดั่งมีชีวิต เขาผลักชุดกี่เพ้าออกจากไหล่ ดึงลงจากกายสาว หมุนหงส์หยกให้กลับมารับจูบร้อนแรงแสนหวาน
หงส์หยกหลงในเสน่หาสัมผัสร้อนแรง ไม่รู้ตัวจนล้มลงเตียงนอน โดยมีร่างสูงใหญ่เปลือยกายทั้งหมดตามทาบติด แทรกกายลงหว่างขาเธอ
เจี้ยงหลงพรมจูบลงซอกคอ ผ่านไหล่บอบบางนวลเนียน ค่อยลงเนินเต้างามด้านบน มือกอบฐานทรวง ดันขึ้นให้จงอยงามตั้งชูชัน นิ้วตวัดผ่านแผ่วเบา หัวนมเล็กสีชมพูสวยสด เขาดูดกลืนกินหิวกระหาย ลิ้นสากตวัดข้างในตรงฐานหัว
ร่างหงส์หยกแอ่นรับแรงปรารถนา มือเรียวแทรกเข้าเส้นผมเทาเข้มของนายใหญ่ ตรึงแน่น อารมณ์พิศวาสนำพาให้หลงลืมทุกสิ่ง ไม่รู้ตัวยามเจี้ยงหลงถอดชิ้นส่วนที่เหลือจากร่างกายสาว
มือร้อนลูบลงด้านล่าง ผ่านเอวกิ่ว แล้ววกขึ้นเคล้นคลึงทรวงงามอีกครั้ง ปากหนายังไม่ปล่อยถันงาม เฝ้าดูดกินเคล้นคลึงไม่ห่าง ความอวบอิ่มเต็มมือใหญ่ กายชายแทรกเข้าให้ปลายป้านสัมผัสทางเข้าเล็กน้อย สร้างความคุ้นเคย ให้หงส์หยกรับรู้สิ่งที่กำลังเกิด
เจี้ยงหลงพลิกร่างบอบบางนอนคว่ำ เขาปลดผมจากพันธนาการ โยนคลิปติดผมทิ้ง สางมือเข้าให้เส้นผมสยายเต็มแผ่นหลัง มือใหญ่ลูบลงเรื่อย ๆ ผ่านรอยสักลงสะโพกงาม แล้วกอบกุมแน่น วกขึ้นแผ่นหลังถึงท้ายทอย ปัดปอยผมออก แล้วโน้มกายลงใกล้
“ไม่เลย นายใหญ่ไม่รังเกียจสักนิด”
35 จบบริบูรณ์เสียงเจี้ยงหลงปนหยอกเย้าทำให้หงส์หยกเอียงศีรษะเหลือบมอง หน้าคมเข้มยิ้มกว้าง นัยน์ตาเป็นประกายหยอกล้อ ก่อนเข้มขรึมลงเมื่อหันกลับไปด้านหน้าบันได หงส์หยกหันตาม องครักษ์จำนวนมากยังยืนเรียงหน้ากระดานด้านล่าง เธอไม่คาดคิดว่าจะมีมากขนาดนี้ ถึงว่าเวลาเธอไปไหน เจี้ยงหลงถึงรู้ทุกอย่างดวงตาอัลมอนด์ไหวระริก ร่างระหงเหยียดตรง สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อองครักษ์ทั้งหมดโค้งคำนับพร้อมเปล่งเสียงเรียก“นายหญิง”ชั่วเวลาอึดใจแต่เหมือนยาวนานสำหรับหงส์หยก ภาพตรงหน้าน่าเกรงขามจนเธอถอยหลัง แต่ฝ่ามือใหญ่ดันพยุงแผ่นหลังไว้ กางมือกว้างกลางหลัง“ไม่ต้องกลัว ฉันจะอยู่ข้าง ๆ ไม่ไปไหน”หงส์หยกเงยหน้ามองเจี้ยงหลง รอยยิ้มพึงพอใจ นัยน์ตาเทาเจิดจ้า มีร่องรอยภาคภูมิใจ เธอหันกลับมององครักษ์ที่ยังโค้งค้าง“นายหญิงต้องพูดว่า ‘เงยขึ้นได้’ พวกเขาถึงจะเงยขึ้น”มือชื้นเหงื่อกำแน่นข้างลำตัว ขณะขยับปากเปล่งเสียงหวานนุ่มดังกังวาน“เงยขึ้นได้”เสียงขยับร่างกายจำนวนมากดังขึ้นพร้อมเพรียง ยืดกายดั่งลมกระทบแผ่นไม้ ไร้เสียงแต่มีเสียง สีหน้านิ่งสนิทขององครักษ์ยังทำให้ใจหงส์หยกไม่ใคร่ดีนัก“เอาล่ะ เสร็จพิธี แยกย้ายได้”เจี้ยงหลงช
34 แต่งงานร่างระหงก้าวลงจากรถหรูสีดำสนิท หลังเดินทางจากเมืองไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัวในอีกสองวันถัดมา พิธีรับเจ้าสาวเมื่อเช้าเรียบง่ายแต่เปี่ยมความตื้นตัน ของหมั้นต้องใช้คนถือราวยี่สิบคนตั้งแถวยาวจากปากซอยซอกตึกมายังบันไดบ้าน พ่อกับแม่ร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะเดินออกมาส่งเธอขึ้นรถกลิ่นน้ำใบทับทิมและใบเซียงเช่ายังติดตัวจากอาบน้ำก่อนวันเดินทาง นางเหลียนพอรู้ว่าลูกสาวต้องแต่งงานจริง จัดแจงหามาจำนวนมาก ซ้ำยังให้หงส์หยกแช่นานจนผิวซึมซาบกลิ่นหอมอ่อนหวานชุดกี่เพ้าโบราณสีแดงทอด้ายทองเจิดจรัสสะท้อนแสงอาทิตย์ เกล้าผมสูงปักปิ่นทองคำประดับหยกเก่าแก่ ด้วยความประหม่า เธอเผลอยกมือจับกิ่งทับทิมที่แม่นมวิ่งเอามาปักไว้ก่อนลงจากชั้นสองขณะก้าวเดิน พลันยิ้มออกมาเมื่อนึกภาพนายใหญ่ตระกูลเจี้ยงเดินถือถาดหมูดิบนำหน้ายื่นให้แม่ สีหน้าแม่แม้ยิ้มแย้มแต่ยังหวาดกลัว เกรงใจ มือสั่นจนถาดเกือบหล่นไม่น่าเชื่อว่าเพียงวันเดียว ญาติที่อยู่รายล้อมย่านดาวน์ทาวน์หลั่งไหลมาดั่งน้ำหลาก อั่งเปาที่เจี้ยงหลงเตรียมมาไม่พอ จนนายใหญ่ต้องปลดนาฬิกาหรูบนข้อมือวางให้อาอึ้มแทนซองที่เหลือ บรรดาญาติหยุดกั้นประตูเมื่อยกนาฬิกาขึ้นส่อง โห่ร
33 Ncร่างระหงก้มมอง ดวงตาอัลมอนด์สีน้ำตาลไหวระริกด้วยไฟปรารถนา ลมหายใจถี่รัว ไม่แพ้เขา ร่างกายเธอโหยหาเขาจนเจ็บปวด“เฟิ่งหวง แต่งงานกันเถอะนะ อย่าทรมานฉันอีกต่อไปเลย”“เจี้ยงหลง ทำไมคุณถึงอยากแต่งงานกับฉันคะ ถึงเราจะยกน้ำชากันแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรู้ ถ้าเราไม่พูดก็... อือ อือ”เขาปิดปากด้วยจูบลงทัณฑ์ กดท้ายทอยตรึงแน่น ขบเม้มแรง หงส์หยกสะดุ้งร้องเจ็บ พลิกตัวอีกครั้งจนเธออยู่ใต้ร่างแกร่ง กดหัวเข่าแทรก ดันต้นขาให้เปิดกว้าง กดแก่นกายชายสู่กลางเนินเนื้อเปลือยเปล่า“อือ อย่า อาหลง”เขาปล่อยจูบลงทัณฑ์ กลายเป็นจูบอ่อนหวาน กายชายโหยหาจนเจ็บปวด มือลดลงปลดกางเกงตนเองไม่รอช้า“บ้าจริง อาหลง อย่า อา อา”เจี้ยงหลงไม่รอถอดกางเกงออกจนสุด เสือกตัวเข้าทางรักให้เอ็นใหญ่พบช่องสวาท กระแทกแน่น ความสาวที่ร้างลำใหญ่มานานสองเดือนกลับมาปิดแคบดั่งเดิม“โอ๊ย เจี้ยงหลง”อารมณ์ชายหนุ่มมึนเมาในรสสวาท เมื่อลำร้อนสัมผัสความนุ่มในปลอกสวาท สติสัมปชัญญะพลันกระเจิดกระเจิง เขายืดตัวขึ้น จับข้อเท้าหงส์หยกไว้ กระแทกเอ็นใหญ่ถี่รัว“เฟิ่งหวง ซี้ด”หงส์หยกยังใช้มือดันอย่างไม่ยอม ทั้งที่กายสาวสะท้านไหว ร่องสวาทเริ่มมีน้ำเอ่อล้น ย
32 มาตามเมียชายร่างสูงมาเฟียแห่งมาเก๊านั่งนิ่งบนโซฟาในบ้านไม้เก่าไม่ใหญ่ไม่เล็ก ซ่อนหลังตึกใหญ่ เขาจ้องพ่อตาแม่ยายที่นั่งตรงข้าม สีหน้าทั้งคู่ไม่ดีนักเจี้ยงหลงยกนาฬิกาดู ตรงมาบ้านนี้ทันทีที่ลงเครื่อง รอเกือบสองชั่วโมง หงส์หยกยังไม่กลับใบหน้าคมเข้มนิ่งสงบภายนอก แต่ภายในปั่นป่วน ชีพจรเต้นรัว สารอะดรีนาลินหลั่งพร้อมสู้ถ้าเธอปฏิเสธ“อาหงส์มาแล้ว” แม่ยายพูดภาษาไทย เจี้ยงหลงฟังไม่ออก แต่คำ “หงส์” เขาจำได้ดีร่างสูงใหญ่พยายามนั่งนิ่ง สายตาสอดส่ายไปประตู ได้ยินเสียงทักทายเบา ๆ หน้าบ้านพ่อตาแม่ยายลุกยืนทันทีเมื่อร่างสูงโปร่งของหงส์หยกปรากฏ เจี้ยงหลงจดจ้องทุกอากัปกิริยา หญิงสาวที่ไม่ได้เห็นสองเดือนหงส์หยกซีดเซียว ผอมลงชัดเจน คิ้วเฉียงขมวดนิ่ง เธอส่งถุงกับข้าวและกรอบรูปอักษรมงคลคู่สีแดงให้เด็กในบ้าน แล้วเดินเข้าห้องนั่งเล่น“นายใหญ่รอฉันตรงนี้ ฉันจะขึ้นไปหยิบป้ายหยกลงมาให้”เจี้ยงหลงผุดลุก กรามขบแน่นสะกดอารมณ์“ฉันไม่ได้มาเอาป้าย”หงส์หยกชะงัก หันมอง เขาสวมชุดถังจวงสีดำ รูปร่างสูงใหญ่ไม่เปลี่ยน ใบหน้าคมเข้มตอบลงเล็กน้อย นัยน์ตาเทาหม่นเปล่งประกายแปลกประหลาด ไม่โหยหา ไม่โกรธ แต่ล้ำลึกกว่าเคย
31 เหล่าซือ“อาหงส์หยก นี่ลื้ออายุเท่าไรแล้ว ยังไม่แต่งงานอีก เดี๋ยวอายุมากกว่านี้จะหาแฟนไม่ได้นะ”เสียงอาอึ้มตะโกนแซวออกมาจากร้านขายของชำหน้าปากซอย เสียงดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามอง หงส์หยกที่เพิ่งจอดรถมอเตอร์ไซค์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบของบนชั้น“อาอึ้ม หงส์คงได้อยู่ขึ้นคานแน่นอนค่ะ แล้วจะมาก่อกวนอาอึ้มแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นี่แหละ”“เหอะ พูดเหมือนคนไม่อยากแต่ง แต่ตาไม่เคยว่างนะ”อาอึ้มหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะหยิบขนมกับน้ำใส่ถุงยื่นให้“อ่ะ เอาไป ไม่ต้องจ่าย เก็บเงินไว้ซื้อผู้ชาย ฉันจะได้มีหลานเขยเหมือนคนอื่นเขาบ้าง”หงส์หยกหัวเราะรับอย่างฝืน ๆ รับถุงจากมืออาอึ้มแล้วโค้งหัวเล็กน้อย“ถ้ามีจริง หงส์จะพามาให้อาอึ้มดูคนแรกเลยค่ะ”“พูดแบบนี้มาสิบปีแล้วนะยะ”หงส์หยกไม่ตอบ เดินเลี้ยวเข้าซอยแคบ ๆ ที่คุ้นเคย ซอยที่เธอเดินผ่านมาตั้งแต่เด็ก ซอยที่มีร้านซักรีดเก่า ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวรถเข็น และบ้านของเหล่าซืออยู่ท้ายสุดบ้านเหล่าซือเป็นบ้านสองชั้นหลังไม่ใหญ่ มีสวนหย่อมเล็ก ๆ หน้าบ้าน ปลูกต้นโมกกับพุดจีนให้ร่มเงา กลิ่นดอกไม้จาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศเสมอ ราวกับที่นี่ถูกตัดขาดออกจากความวุ่นวายของเมืองหงส์
30 จะไม่ปล่อยนายใหญ่ตระกูลเจี้ยง ชายร่างสูงใหญ่ลูกเสี้ยวโปรตุเกส ยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง แสงสีเทาของรุ่งสางสาดลอดม่านบางเข้ามา กระทบกรอบหน้าคมเข้มที่ซูบตอบลงเล็กน้อยจากการพักผ่อนน้อยตลอดหลายสัปดาห์เขาแหงนใบหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็นสีเทาอมฟ้า เมฆบางลอยช้า ๆ เหมือนโลกทั้งใบยังไม่ตื่นเต็มที่แต่ตัวเขา… ตื่นมานานแล้วดวงตาสีเทาหม่นหลุบต่ำลง มองไปยังโถงทางเดินยาวทอดจากตึกหลักไปยังตึกเฟยหลง โถงเดียวกับที่ร่างระหงในชุดถังจวงสีขาวมักเดินลัดผ่านทุกเช้าเย็น โถงที่เคยเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ และเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาคิดว่า “อยู่ตรงนี้เสมอ”แต่ตอนนี้… มันว่างเปล่าเงียบเกินไป นิ่งเกินไปเหมือนหัวใจของเขาที่ว่างอยู่ครึ่งหนึ่งนี่คงถึงเวลาแล้วจริง ๆถึงเวลาที่เขาจะหยุดรอ หยุดหวัง หยุดปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นฝ่ายเลือกฝ่ายเดียวถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ หงส์หยกอาจไม่ใช่แค่กลับเมืองไทยเธออาจ “โบยบิน” ไปจากชีวิตเขาอย่างถาวรเจี้ยงหลงผละออกจากหน้าต่าง เดินออกจากห้องนอนด้วยก้าวเท้ามั่นคง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกาง







