LOGIN16 พระจันทร์แทนใจ
ยามค่ำคืนของคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง หงส์หยกย้ายมาอยู่เรือนใหญ่แล้ว ห้องเล็กของเธอหันออกไปทางหลังบ้าน มองเห็นเพียงเรือนคนรับใช้และต้นอิงฮวาที่กำลังผลิดอกขาวสะพรั่งท่ามกลางความมืด
สองวันที่ผ่านมาเธอค้นแทบทุกซอกมุมของตึกเฟยหลงแต่ก็ยังไม่พบสิ่งที่ตามหา
คิ้วคันศรขมวดเล็กน้อย เธอเหลือเวลาเพียงหนึ่งวัน
หงส์หยกเติบโตมากับความรับผิดชอบ มองโลกด้วยความจริงมากกว่าความหวัง เธอรู้ดี… เวลาหนึ่งวัน แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะหาแหวนหยกเจอ
มือเรียวเกาะขอบหน้าต่างเก่าแก่แน่น เสียงกู่เจิ้งของคุณฟางเหนียงแว่วมาจากอีกฟากหนึ่งของสวน เสียงเศร้าสร้อยราวกับถ่ายทอดความอัดอั้นจากส่วนลึกของหัวใจ
ดวงตาอัลมอนด์ทอดมองต้นอิงฮวาหน้าเรือนของฟางเหนียง ต้นไม้เก่าแก่ที่หยั่งรากลึกลงในผืนดินเฉกเช่นเดียวกับตัวหญิงผู้นั้น
ไม่ว่าหงส์หยกจะได้ยกน้ำชาในฐานะไหน่ไน่ หรือจะขึ้นเกี้ยวเป็นเจ้าสาวอย่างถูกต้องตามประเพณี
ฟางเหนียงก็ยังคงอยู่ที่นี่อยู่ในคฤหาสน์หลังนี้เหมือนต้นอิงฮวาต้นนั้นที่ไม่มีวันถูกถอนราก
ด้วยเหตุผลใดก็ตามญาติห่าง ๆ หรือเสน่หาที่ตัดไม่ขาดต้นอิงฮวาต้นนั้นจะยังคงต้องได้รับการดูแลและเธอ… คือคนที่ต้องยอมรับมันไว้
หงส์หยกก้มมองมือของตนเอง นิ้วเรียวเล็กดั่งลำเทียนที่เกาะกุมขอบไม้หน้าต่าง
เธอจำเป็นต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะหาแหวนของอาม่าเจอ อยู่ในฐานะไหน่ไน่คนใหม่…ยังดีกว่าการแต่งเข้ามาเป็นนายหญิง
นายหญิงที่ต้องคอยดูแลไหน่ไน่คนอื่นซึ่งไม่รู้ว่าจะมีอีกกี่คนในอนาคต
พรุ่งนี้เธอจะหยุดค้นหาแหวนและออกไปโรงแรม
หน้าหวานคมเงยขึ้นอีกครั้ง เมื่อเสียงกู่เจิ้งเงียบลงพร้อมกับแสงไฟจากเรือนอิงฮวาที่ดับไปในความมืด
หงส์หยกรู้ดีว่าตนเองต้องไปหาซูเม่ยอีกครั้งเพื่อยืนยันความคิดในใจ
บางที… การเป็นภรรยาเก็บ อาจเจ็บปวดน้อยกว่าการเป็นเมียแต่ง
ร่างระหงแหงนมองยอดอาคารสูงไม่มากนัก อันเป็นข้อจำกัดของเขตวิถีการบิน ทว่าอาคารกินพื้นที่กว้างใหญ่เสียจนดูคล้ายปราสาทขนาดมหึมากลางเกาะมาเก๊า
ผมเกล้ามวยสูง ปล่อยลูกผมบางส่วนข้างขมับ ปักปิ่นหยกเรียบงาม สวมกี่เพ้าสมัยนิยมสีงาช้างลวดลายคราม ชายกระโปรงยาวเหนือเข่าเล็กน้อย มือหนึ่งถือกระเป๋าหนังแกะสีขาว อีกข้างประดับสร้อยไข่มุกทรงหยดน้ำ
ขณะก้าวขึ้นบันไดกว้าง หงส์หยกเงยหน้าขึ้นมองกล้องวงจรปิดด้านหน้าโรงแรมในใจภาวนาเพียงให้เจี้ยงหลงยุ่งเกินกว่าจะใส่ใจแขกผู้หญิงเพียงคนเดียวเช่นเธอ
วันนี้เธอกล้ามาที่โรงแรมคาสิโนหลงพาเลซโดยไม่ลังเลเพราะรู้รู้ดีว่าองครักษ์ประจำตัวนายใหญ่มักอยู่ข้างกายเขาบริเวณด้านหน้าโรงแรมจึงมีเพียงพนักงานต้อนรับธรรมดา
“หลงพาเลซยินดีต้อนรับครับ”
หงส์หยกยิ้มบาง พยักหน้ารับ แล้วเยื้องย่างด้วยรองเท้าส้นสูงสีขาวเข้าไปยังห้องอาหารกึ่งไนต์คลับ
ท้องฟ้ายังไม่มืดสนิท นักร้องและวงดนตรีคงเริ่มแสดงอีกประมาณชั่วโมงหนึ่งไนต์คลับตกแต่งสไตล์จีนย้อนยุคราวทศวรรษหกศูนย์ พนักงานบริการหญิงสวมกี่เพ้าสีน้ำตาลเข้มชายสวมถังจวงสีเดียวกัน
โต๊ะจัดทั้งแบบโซฟายาวและโต๊ะแยกเก้าอี้ กระจายทั่วพื้นที่ หงส์หยกเลือกมุมที่มองเห็นเวทีได้ชัดไม่ใกล้ไม่ไกล และแสงไฟไม่ส่องถึง
“คุณผู้หญิงรับเครื่องดื่มอะไรดีคะ”
“ไวน์แดงค่ะ”
“เลือกปีหรือแหล่งผลิตไหมคะ”
“ไม่ค่ะ จัดมาได้เลย”
แสงไฟสลัวในโทนแดงเข้มราวห้องมงคล ส่งให้เวทีกลางยิ่งโดดเด่น
นิ้วเรียวดั่งลำเทียนเคาะเบา ๆ บนเบาะหนังสีแดง อีกมือวางนิ่งบนตัก ร่างกายนั่งตรงรอเวลาไวน์แดงรสฝาดอมเปรี้ยวในแก้วใสสะท้อนแสงไฟสีแดงไม่แปลกที่หลงพาเลซจะเป็นคาสิโนอันดับหนึ่งของมาเก๊าแม้แต่ไวน์ยังคัดสรรอย่างดี
ของเหลวสีแดงกำมะหยี่ไหลผ่านริมฝีปากเธออมไว้ชั่วครู่ก่อนกลืน
กลิ่นสมุนไพรบางอย่างลอยขึ้นในโพรงจมูกรสฝาดนำ ก่อนเปรี้ยว แล้วจึงหวานหงส์หยกหลับตาพริ้มซึมซับรสชาติก่อนจะลืมตาขึ้นเมื่อเสียงดนตรีบรรเลงดังขึ้น
ไฟในห้องอาหารค่อย ๆ ลดลงทุกสายตาหันไปยังเวที
ซูเม่ยก้าวออกมาในชุดกี่เพ้าสีแดงเพลิงชายผ่าข้างสูงถึงสะโพก รูปร่างเล็กแต่โค้งเว้าอวบอิ่มยืนกลางเวทีพร้อมรอยยิ้มบางและเสียงร้องหวานใส
ค่ำนี้เธอไม่ได้ร้อง เถียนมี่มี่ อย่างเคยแต่เป็น เยว่เหลียงไต้เปี่ยวหวอเตอซิน“พระจันทร์แทนใจฉัน” บทเพลงของเติ้ง ลี่จวิน
ดวงตาอัลมอนด์ของหงส์หยกหรี่ลงเล็กน้อยยามเสียงขลุ่ยจีนเคล้าเสียงร้องอันนุ่มลึก
เสียงของซูเม่ยคล้ายสะอื้นคล้ายน้ำผึ้งคล้ายเสียงคนเพิ่งตื่นจากฝัน มือที่กำไมโครโฟนสั่นเล็กน้อยดวงตารื้นเงาบางคำขาดห้วง
บทเพลงเดิมไม่มีขลุ่ยจีนแต่การเรียบเรียงใหม่นี้กลับทำให้เสียงร้องยิ่งเศร้าราวกับบทวอนขอให้ชายคนรักหวนคืน
ไม่ใช่เพียงเพลงรักแต่เป็นคำอธิษฐานใต้แสงจันทร์เดียวกัน
‘พระจันทร์แทนใจฉันเธอถามฉันว่ารักเธอลึกเพียงใดฉันรักเธอมากเท่าไหร่ความรู้สึกของฉันจริงแท้ความรักของฉันก็จริงแท้…’
หงส์หยกจ้องมองเวทีไม่วางตาเธอรู้ดี…บทเพลงนี้ไม่ได้ร้องเพื่อผู้ชมทั้งห้อง
แต่มันกำลังร้องให้ใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้
หงส์หยกวางแก้วไวน์ลงแทบจะในทันที ลุกพรวดจากโซฟาสีแดง คว้ากระเป๋าถือใบยาวสีขาวขึ้นแนบลำตัว แล้วเบือนหน้าหนีเวที หันหลังจะออกจากห้องอาหารให้เร็วที่สุด
ท่ามกลางแสงไฟสีแดงที่สาดส่องไปยังเวทีกลาง ด้านในกลับมืดสลัว หากแต่สายตาของเธอกลับสะดุดเข้ากับชายร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงโซฟามุมหนึ่งใกล้ทางออก รายล้อมด้วยกลุ่มคนสองสามคน และมีองครักษ์ยืนเรียงรายด้านหลัง
ร่างระหงแข็งทื่อในเสี้ยววินาทีไม่อาจหลบเลี่ยงสายตาสีเทาหม่นดั่งเหยี่ยวที่จับจ้องมาอย่างแม่นยำ
นายใหญ่ตระกูลเจี้ยงดูประหลาดใจเพียงชั่ววูบ ก่อนดวงตาคู่นั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นพายุแห่งความโกรธที่แผ่กระทบตรงมายังเธอเต็มแรง
เสียงขลุ่ยท่อนสุดท้ายค่อย ๆ เบาลงจนเพลงจบเสียงปรบมือ เสียงผิวปากดังขึ้นรอบทิศบางคนลุกขึ้นเดินไปมอบรางวัลให้ซูเม่ยถึงขอบเวที
แต่หงส์หยกกลับทำได้เพียงยืนนิ่งถูกตรึงด้วยสายตาสีเทาหม่นราวทะเลคลั่ง
“นายใหญ่ให้มาเชิญครับ” เสียงลี่จิ่นดังขึ้นข้างตัว เธอสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปเห็นองครักษ์ประจำตัวยืนรออยู่แล้วโดยที่เธอไม่ทันสังเกต
ระยะทางไม่กี่เมตรจากมุมห้องถึงโต๊ะของนายใหญ่กลับยาวนานราวเดินผ่านทะเลเพลิง สายตาสีเทายังคงจับจ้องเธอไม่วางกร้าวกระด้างขึ้นทุกก้าวที่เธอเดินเข้าใกล้
ชุดกี่เพ้าสีงาช้างสะท้อนแสงในความมืดของไนต์คลับเนื้อผ้ามันเงารัดรึงเน้นสัดส่วนทุกส่วนของเรือนร่าง
เจี้ยงหลงไล่สายตามองตั้งแต่ปลายผมเกล้ามวยลำคอขาวผ่อง เอวคอดบางทรวงอกอิ่มที่ดันเนื้อผ้านูนสูงจนถึงรองเท้าส้นสูงสีขาวที่ขับให้ปลีน่องเรียวยาวยิ่งกว่าเดิม
ริมฝีปากสีเบอร์กันดีสีเดียวกับที่เขาเคยเห็นเมื่อคืนก่อน
ดวงตาอัลมอนด์กลมเบิกเล็กน้อยมีร่องรอยหวั่นไหว แต่ท่วงท่ากลับยังสง่างามดั่งหงส์
เขาเหลือบตามองคู่ค้าร่วมโต๊ะทุกคนเข้าใจสัญญาณนั้นดีต่างเอ่ยขอตัวลุกขึ้นเดินออกไปโดยไม่ต้องมีคำพูดใด
เหลือเพียงเขากับเธอ
“นายใหญ่” เสียงหวานนุ่มเอ่ยขึ้นหงส์หยกหยุดยืนตรงหน้าโซฟาไม่ยอบกาย
“นั่งลง” นิ้วชี้ของเจี้ยงหลงตวัดไปยังที่ว่างข้างกาย ไม่หันมามองเธอแม้แต่น้อย
ทันทีที่เธอนั่งลงลำแขนแข็งแรงก็โอบหลังรัดเอว ดึงเธอเข้าไปชิดต้นขาใหญ่
หงส์หยกรีบยกมือยันเอวสอบของเขาไว้ผ้าไหมถังจวงเย็นเฉียบไม่ต่างจากดวงตาสีเทาที่หันกลับมามองตรง ๆ
“มาทำอะไรที่นี่”
“เฟิ่งหวงแค่อยากพักผ่อน”
มือที่รัดเอวเธอบีบแน่นขึ้นร่างสาวเผลอเกร็ง
“มีสิ่งหนึ่งที่เธอต้องจำไว้ให้ดี”เสียงทุ้มต่ำกระซิบใกล้ใบหน้า “ฉันไม่ชอบคนโกหก”
หงส์หยกนิ่งไป ริมฝีปากเม้มแน่น ก่อนจะคลายออกช้า ๆ เธอหันมองไปทางเวทีซูเม่ยยังคงร้องเพลงต่อไปเสียงหวานใสยังมอบความสุขให้ทั้งห้อง
“เฟิ่งหวงแค่อยากรู้บางอย่าง”
“ถ้าอยากรู้อะไร ถามฉัน” เจี้ยงหลงเอ่ยเสียงราบ “ไม่จำเป็นต้องมาดูด้วยตัวเอง”
หงส์หยกก้มมองมือตัวเอง ปลายนิ้วสัมผัสเนื้อผ้าเรียบลื่นก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง
“พรุ่งนี้เฟิ่งหวงต้องยกน้ำชาเป็นไหน่ไน เฟิ่งหวงแค่อยากเห็นด้วยตาตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าตัดสินใจไม่ผิด”
เจี้ยงหลงนิ่งไปชั่วครู่ก่อนเอ่ยเสียงต่ำหนักแน่น
“ตั้งแต่เด็ก ฉันถูกอบรมโดยทวดรับตำแหน่งตั้งแต่อายุสิบเก้า ทุกการตัดสินใจในตระกูลผ่านฉันเพียงคนเดียว”
ดวงตาสีเทาหม่นจับจ้องเธอแน่วแน่
“ฉันคิดถี่ถ้วนแล้วและรับรองด้วยเกียรติของนายใหญ่ว่าสิ่งนี้ดีที่สุดสำหรับทั้งเธอและฉัน”
“เป็นไหน่ไนจะดีได้อย่างไรคะนายใหญ่” หงส์หยกถามเสียงสั่นเล็กน้อย
“แต่งกับชายอื่นเป็นภรรยาเพียงคนเดียวไม่ดีกว่าหรือ”มือใหญ่รัดเอวเธอแน่นขึ้นทันทีแรงหึงพลุ่งพล่านจนอกแกร่งสั่นสะเทือน
“ไม่ดี”
คิ้วซ้ายของเธอโก่งสูง “ไม่ดี ?แล้วอะไรถึงจะเรียกว่าดี เฟิ่งหวงเป็นซานไหน่ไนวันหนึ่งอาจมีซื่อไหน่ไน อู่ไหน่ไน”
หน้าเข้มก้มต่ำลงใกล้ กลิ่นแอลกอฮอล์ กำยาน และกลิ่นกายร้อนระอุอบอวล
“ตอนนี้ไม่ใช่ซานไหน่ไนแล้ว”
หงส์หยกชะงักก่อนดวงตาจะสั่นไหวเมื่อเข้าใจความหมาย ภาพซูเม่ยที่ร้องเพลงทั้งน้ำตาแล่นวาบขึ้นมาในหัว
“กลับกันเถอะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”
เจี้ยงหลงลุกขึ้นยืนยื่นมือให้เธอ หงส์หยกมองมือใหญ่นั้นครู่หนึ่งก่อนวางมือลงไป
ภาพนายใหญ่จูงมือหญิงสาวนิรนามเดินออกจากคาสิโนหลงพาเลซ
สร้างความแตกตื่นไปทั่วบริเวณพนักงานทุกคนโค้งคำนับรวมถึงโค้งคำนับเธอไปพร้อมกัน องครักษ์ชุดดำตามหลังเป็นขบวน ฝ่ามือเล็กชื้นเหงื่อจนเจี้ยงหลงเหลียวมอง
“ต่อไปจะไปไหนต้องมีองครักษ์ไปด้วยเข้าใจหรือไม่”
“ค่ะ เฟิ่งหวงเข้าใจ”
“ดี”
เขาดันแผ่นหลังบางให้ขึ้นรถแล้วตามขึ้นไปนั่งข้างกัน มือใหญ่กุมมือเธอแน่นวางลงบนตักอย่างไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
“อย่ากังวลเรื่องอนาคตปล่อยให้ฉันจัดการเองมีฉันอยู่เธอไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น” ประโยคเรียบง่ายแต่น้ำเสียงทุ้มต่ำมั่นคงกลับทำให้หัวใจหงส์หยกบีบรัดแน่น
ตลอดชีวิตเธอเข้มแข็งเพียงลำพังแบกรับทุกอย่างโดยไม่เคยพึ่งใคร
แต่ในวินาทีนั้นเธอกลับรู้สึกได้ว่าการมีใครสักคนยืนอยู่ข้าง ๆ มันอันตรายต่อหัวใจเพียงใด
“ค่ะนายใหญ่ เฟิ่งหวงจะจำไว้”
35 จบบริบูรณ์เสียงเจี้ยงหลงปนหยอกเย้าทำให้หงส์หยกเอียงศีรษะเหลือบมอง หน้าคมเข้มยิ้มกว้าง นัยน์ตาเป็นประกายหยอกล้อ ก่อนเข้มขรึมลงเมื่อหันกลับไปด้านหน้าบันได หงส์หยกหันตาม องครักษ์จำนวนมากยังยืนเรียงหน้ากระดานด้านล่าง เธอไม่คาดคิดว่าจะมีมากขนาดนี้ ถึงว่าเวลาเธอไปไหน เจี้ยงหลงถึงรู้ทุกอย่างดวงตาอัลมอนด์ไหวระริก ร่างระหงเหยียดตรง สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อองครักษ์ทั้งหมดโค้งคำนับพร้อมเปล่งเสียงเรียก“นายหญิง”ชั่วเวลาอึดใจแต่เหมือนยาวนานสำหรับหงส์หยก ภาพตรงหน้าน่าเกรงขามจนเธอถอยหลัง แต่ฝ่ามือใหญ่ดันพยุงแผ่นหลังไว้ กางมือกว้างกลางหลัง“ไม่ต้องกลัว ฉันจะอยู่ข้าง ๆ ไม่ไปไหน”หงส์หยกเงยหน้ามองเจี้ยงหลง รอยยิ้มพึงพอใจ นัยน์ตาเทาเจิดจ้า มีร่องรอยภาคภูมิใจ เธอหันกลับมององครักษ์ที่ยังโค้งค้าง“นายหญิงต้องพูดว่า ‘เงยขึ้นได้’ พวกเขาถึงจะเงยขึ้น”มือชื้นเหงื่อกำแน่นข้างลำตัว ขณะขยับปากเปล่งเสียงหวานนุ่มดังกังวาน“เงยขึ้นได้”เสียงขยับร่างกายจำนวนมากดังขึ้นพร้อมเพรียง ยืดกายดั่งลมกระทบแผ่นไม้ ไร้เสียงแต่มีเสียง สีหน้านิ่งสนิทขององครักษ์ยังทำให้ใจหงส์หยกไม่ใคร่ดีนัก“เอาล่ะ เสร็จพิธี แยกย้ายได้”เจี้ยงหลงช
34 แต่งงานร่างระหงก้าวลงจากรถหรูสีดำสนิท หลังเดินทางจากเมืองไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัวในอีกสองวันถัดมา พิธีรับเจ้าสาวเมื่อเช้าเรียบง่ายแต่เปี่ยมความตื้นตัน ของหมั้นต้องใช้คนถือราวยี่สิบคนตั้งแถวยาวจากปากซอยซอกตึกมายังบันไดบ้าน พ่อกับแม่ร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะเดินออกมาส่งเธอขึ้นรถกลิ่นน้ำใบทับทิมและใบเซียงเช่ายังติดตัวจากอาบน้ำก่อนวันเดินทาง นางเหลียนพอรู้ว่าลูกสาวต้องแต่งงานจริง จัดแจงหามาจำนวนมาก ซ้ำยังให้หงส์หยกแช่นานจนผิวซึมซาบกลิ่นหอมอ่อนหวานชุดกี่เพ้าโบราณสีแดงทอด้ายทองเจิดจรัสสะท้อนแสงอาทิตย์ เกล้าผมสูงปักปิ่นทองคำประดับหยกเก่าแก่ ด้วยความประหม่า เธอเผลอยกมือจับกิ่งทับทิมที่แม่นมวิ่งเอามาปักไว้ก่อนลงจากชั้นสองขณะก้าวเดิน พลันยิ้มออกมาเมื่อนึกภาพนายใหญ่ตระกูลเจี้ยงเดินถือถาดหมูดิบนำหน้ายื่นให้แม่ สีหน้าแม่แม้ยิ้มแย้มแต่ยังหวาดกลัว เกรงใจ มือสั่นจนถาดเกือบหล่นไม่น่าเชื่อว่าเพียงวันเดียว ญาติที่อยู่รายล้อมย่านดาวน์ทาวน์หลั่งไหลมาดั่งน้ำหลาก อั่งเปาที่เจี้ยงหลงเตรียมมาไม่พอ จนนายใหญ่ต้องปลดนาฬิกาหรูบนข้อมือวางให้อาอึ้มแทนซองที่เหลือ บรรดาญาติหยุดกั้นประตูเมื่อยกนาฬิกาขึ้นส่อง โห่ร
33 Ncร่างระหงก้มมอง ดวงตาอัลมอนด์สีน้ำตาลไหวระริกด้วยไฟปรารถนา ลมหายใจถี่รัว ไม่แพ้เขา ร่างกายเธอโหยหาเขาจนเจ็บปวด“เฟิ่งหวง แต่งงานกันเถอะนะ อย่าทรมานฉันอีกต่อไปเลย”“เจี้ยงหลง ทำไมคุณถึงอยากแต่งงานกับฉันคะ ถึงเราจะยกน้ำชากันแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรู้ ถ้าเราไม่พูดก็... อือ อือ”เขาปิดปากด้วยจูบลงทัณฑ์ กดท้ายทอยตรึงแน่น ขบเม้มแรง หงส์หยกสะดุ้งร้องเจ็บ พลิกตัวอีกครั้งจนเธออยู่ใต้ร่างแกร่ง กดหัวเข่าแทรก ดันต้นขาให้เปิดกว้าง กดแก่นกายชายสู่กลางเนินเนื้อเปลือยเปล่า“อือ อย่า อาหลง”เขาปล่อยจูบลงทัณฑ์ กลายเป็นจูบอ่อนหวาน กายชายโหยหาจนเจ็บปวด มือลดลงปลดกางเกงตนเองไม่รอช้า“บ้าจริง อาหลง อย่า อา อา”เจี้ยงหลงไม่รอถอดกางเกงออกจนสุด เสือกตัวเข้าทางรักให้เอ็นใหญ่พบช่องสวาท กระแทกแน่น ความสาวที่ร้างลำใหญ่มานานสองเดือนกลับมาปิดแคบดั่งเดิม“โอ๊ย เจี้ยงหลง”อารมณ์ชายหนุ่มมึนเมาในรสสวาท เมื่อลำร้อนสัมผัสความนุ่มในปลอกสวาท สติสัมปชัญญะพลันกระเจิดกระเจิง เขายืดตัวขึ้น จับข้อเท้าหงส์หยกไว้ กระแทกเอ็นใหญ่ถี่รัว“เฟิ่งหวง ซี้ด”หงส์หยกยังใช้มือดันอย่างไม่ยอม ทั้งที่กายสาวสะท้านไหว ร่องสวาทเริ่มมีน้ำเอ่อล้น ย
32 มาตามเมียชายร่างสูงมาเฟียแห่งมาเก๊านั่งนิ่งบนโซฟาในบ้านไม้เก่าไม่ใหญ่ไม่เล็ก ซ่อนหลังตึกใหญ่ เขาจ้องพ่อตาแม่ยายที่นั่งตรงข้าม สีหน้าทั้งคู่ไม่ดีนักเจี้ยงหลงยกนาฬิกาดู ตรงมาบ้านนี้ทันทีที่ลงเครื่อง รอเกือบสองชั่วโมง หงส์หยกยังไม่กลับใบหน้าคมเข้มนิ่งสงบภายนอก แต่ภายในปั่นป่วน ชีพจรเต้นรัว สารอะดรีนาลินหลั่งพร้อมสู้ถ้าเธอปฏิเสธ“อาหงส์มาแล้ว” แม่ยายพูดภาษาไทย เจี้ยงหลงฟังไม่ออก แต่คำ “หงส์” เขาจำได้ดีร่างสูงใหญ่พยายามนั่งนิ่ง สายตาสอดส่ายไปประตู ได้ยินเสียงทักทายเบา ๆ หน้าบ้านพ่อตาแม่ยายลุกยืนทันทีเมื่อร่างสูงโปร่งของหงส์หยกปรากฏ เจี้ยงหลงจดจ้องทุกอากัปกิริยา หญิงสาวที่ไม่ได้เห็นสองเดือนหงส์หยกซีดเซียว ผอมลงชัดเจน คิ้วเฉียงขมวดนิ่ง เธอส่งถุงกับข้าวและกรอบรูปอักษรมงคลคู่สีแดงให้เด็กในบ้าน แล้วเดินเข้าห้องนั่งเล่น“นายใหญ่รอฉันตรงนี้ ฉันจะขึ้นไปหยิบป้ายหยกลงมาให้”เจี้ยงหลงผุดลุก กรามขบแน่นสะกดอารมณ์“ฉันไม่ได้มาเอาป้าย”หงส์หยกชะงัก หันมอง เขาสวมชุดถังจวงสีดำ รูปร่างสูงใหญ่ไม่เปลี่ยน ใบหน้าคมเข้มตอบลงเล็กน้อย นัยน์ตาเทาหม่นเปล่งประกายแปลกประหลาด ไม่โหยหา ไม่โกรธ แต่ล้ำลึกกว่าเคย
31 เหล่าซือ“อาหงส์หยก นี่ลื้ออายุเท่าไรแล้ว ยังไม่แต่งงานอีก เดี๋ยวอายุมากกว่านี้จะหาแฟนไม่ได้นะ”เสียงอาอึ้มตะโกนแซวออกมาจากร้านขายของชำหน้าปากซอย เสียงดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามอง หงส์หยกที่เพิ่งจอดรถมอเตอร์ไซค์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบของบนชั้น“อาอึ้ม หงส์คงได้อยู่ขึ้นคานแน่นอนค่ะ แล้วจะมาก่อกวนอาอึ้มแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นี่แหละ”“เหอะ พูดเหมือนคนไม่อยากแต่ง แต่ตาไม่เคยว่างนะ”อาอึ้มหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะหยิบขนมกับน้ำใส่ถุงยื่นให้“อ่ะ เอาไป ไม่ต้องจ่าย เก็บเงินไว้ซื้อผู้ชาย ฉันจะได้มีหลานเขยเหมือนคนอื่นเขาบ้าง”หงส์หยกหัวเราะรับอย่างฝืน ๆ รับถุงจากมืออาอึ้มแล้วโค้งหัวเล็กน้อย“ถ้ามีจริง หงส์จะพามาให้อาอึ้มดูคนแรกเลยค่ะ”“พูดแบบนี้มาสิบปีแล้วนะยะ”หงส์หยกไม่ตอบ เดินเลี้ยวเข้าซอยแคบ ๆ ที่คุ้นเคย ซอยที่เธอเดินผ่านมาตั้งแต่เด็ก ซอยที่มีร้านซักรีดเก่า ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวรถเข็น และบ้านของเหล่าซืออยู่ท้ายสุดบ้านเหล่าซือเป็นบ้านสองชั้นหลังไม่ใหญ่ มีสวนหย่อมเล็ก ๆ หน้าบ้าน ปลูกต้นโมกกับพุดจีนให้ร่มเงา กลิ่นดอกไม้จาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศเสมอ ราวกับที่นี่ถูกตัดขาดออกจากความวุ่นวายของเมืองหงส์
30 จะไม่ปล่อยนายใหญ่ตระกูลเจี้ยง ชายร่างสูงใหญ่ลูกเสี้ยวโปรตุเกส ยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง แสงสีเทาของรุ่งสางสาดลอดม่านบางเข้ามา กระทบกรอบหน้าคมเข้มที่ซูบตอบลงเล็กน้อยจากการพักผ่อนน้อยตลอดหลายสัปดาห์เขาแหงนใบหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็นสีเทาอมฟ้า เมฆบางลอยช้า ๆ เหมือนโลกทั้งใบยังไม่ตื่นเต็มที่แต่ตัวเขา… ตื่นมานานแล้วดวงตาสีเทาหม่นหลุบต่ำลง มองไปยังโถงทางเดินยาวทอดจากตึกหลักไปยังตึกเฟยหลง โถงเดียวกับที่ร่างระหงในชุดถังจวงสีขาวมักเดินลัดผ่านทุกเช้าเย็น โถงที่เคยเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ และเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาคิดว่า “อยู่ตรงนี้เสมอ”แต่ตอนนี้… มันว่างเปล่าเงียบเกินไป นิ่งเกินไปเหมือนหัวใจของเขาที่ว่างอยู่ครึ่งหนึ่งนี่คงถึงเวลาแล้วจริง ๆถึงเวลาที่เขาจะหยุดรอ หยุดหวัง หยุดปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นฝ่ายเลือกฝ่ายเดียวถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ หงส์หยกอาจไม่ใช่แค่กลับเมืองไทยเธออาจ “โบยบิน” ไปจากชีวิตเขาอย่างถาวรเจี้ยงหลงผละออกจากหน้าต่าง เดินออกจากห้องนอนด้วยก้าวเท้ามั่นคง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกาง







