بيت / รักโบราณ / วสันตกาลพานพบ / ตอนที่ 14 หมาป่าคำราม

مشاركة

ตอนที่ 14 หมาป่าคำราม

last update تاريخ النشر: 2024-11-14 10:00:07

เจียลี่มาพบเขาที่หน้าประตูบ้าน

“หลินเซิน ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า”

“เรื่องอันใดหรือ” เขาขมวดคิ้วเข้าหากัน เงี่ยหูฟังสิ่งที่นางจะบอก

“ข้าต้องกลับบ้านแล้ว ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะได้กลับมาที่นี่อีก หวังว่าจะมีโอกาสได้เจอเจ้าอีกนะ”

หลินเซินครุ่นคิดเรื่องราวในหัวว่าจะทำอย่างไรดี เขายังไม่ได้คำตอบเลยว่าทำไมนางถึงทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหวได้ถึงเพียงนี้ ทั้งยังเรื่องด้ายสีทองที่ผูกมัดเขากับนางอีก “ข้าต้องรู้ให้ได้ ว่าเจ้าเป็นใคร ทำไมใจข้าต้องเต้นแรงทุกครั้งที่เห็นหน้าของเจ้า” ราวกับมีคนรู้ทัน เยี่ยนฟางใช้พลังส่งกระแสจิตไปหาเขา “ไปส่งนางที่บ้านสิ”

“เอ๋ เยี่ยนฟาง เจ้าพูดได้แล้วหรือ” หลินเซินตาโตประหลาดใจ ส่งกระแสจิตกลับไปหานาง แต่ไม่มีสัญญาณตอบกลับ

“เจียลี่ ข้าได้ยินมาว่าป่าทางนั้นมีสัตว์ดุร้ายออกอาละวาด โจรป่าชุกชุม แอบปล้นเสบียงของพ่อค้าที่ผ่านไปมาอยู่บ่อย ๆ ให้ข้าไปส่งเจ้าที่บ้านดีหรือไม่” หลินเซินเสนอตัวเองอย่างที่เยี่ยนฟางบอก

“ส่งข้าที่บ้านหรือ หลินเซิน ข้าสงสัยมานานแล้วว่าเจ้าเป็นคุณชายบ้านไหนหรือ มีงานทำหรือไม่ เหตุใดถึงได้มีเวลามาเที่ยวเล่นกับข้าได้ทุกวัน แล้วก็ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าบ้านข้าไปทางนั้น” ในที่สุดเจียลี่ก็ได้ถามสิ่งที่นางสงสัย

“ข้าอาศัยอยู่คนเดียวกับเจ้าแมวน้อยตัวนี้มานานแล้ว งานของข้าก็ไม่มีอะไรมาก งานที่หนักที่สุดก็คือเลี้ยงเจ้าแมวตัวนี้ ส่วนเส้นทาง เอ่อ ข้าได้ยินเจ้าพูดกับบิดา แต่ว่าข้าน่ะ เคยผ่านอยู่หลายครั้ง รู้เส้นทางอย่างดี แล้วข้าเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย รับรองว่าไม่รบกวนเจ้าอย่างแน่นอน ข้ารับปากเลยว่าจะไม่มีอะไรกล้าแตะต้องเจ้าแม้แต่ปลายเส้นผม” หลังบรรยายสรรพคุณของตนเองเต็มที่แล้ว เขาก็รอคำตอบของนางอย่างใจจดใจจ่อ หวังจะให้นางตอบตกลง แต่ถึงนางไม่ตกลง เขาก็คงแอบตามนางไปอย่างเงียบ ๆ อยู่ดี

“เช่นนั้นก็ถือว่าไปเที่ยวที่บ้านข้าก็แล้วกัน” เจียลี่ยิ้มกว้างให้เขา

เมื่อเตรียมของและเสบียงเรียบร้อยแล้ว หลินเซิน เจ้าแมวน้อย เจียลี่และบิดาของนางก็นั่งรถม้าเดินทางออกจากหมู่บ้านเข้าเขตป่าทึบ

ป่าแห่งนี้เงียบสงัดไม่ได้ยินแม้แต่เสียงนกร้องหรือเงาของสัตว์ตัวเล็กที่มักจะมาหากินผลไม้อยู่บริเวณนี้ เส้นทางแต่เดิมเป็นทางหญ้าถางเอาไว้สัญจร เวลานี้ต้นหญ้าสูงขึ้นจนท่วมเอว รถม้าจึงต้องค่อย ๆ ผ่านไปช้า ๆ ระวังอุบัติเหตุ

หลินเซินออกมานั่งข้าง ๆ จวีจิวฝูเพื่อเปลี่ยนกะหลังจากเดินทางมาได้ครึ่งค่อนวัน

“ท่านลุง เชิญท่านพักข้างในเถิด ข้าจะคอยดูตรงนี้เอง” หลินเซินกล่าวกับเขาอย่างสุภาพแล้วถือสายบังเหียนเอาไว้

“ขอบใจ” เขาพยักหน้า

เมื่อเข้ามาข้างในแล้วจึงได้จังหวะเหมาะเจาะที่จะพูดคุยกับบุตรสาวเพียงคนเดียว

“เจียลี่ เจ้าคิดกับเขาเช่นไรหรือ”

“ท่านพ่อ อย่าเสียงดังไป ทำไมท่านถึงถามข้าเวลานี้เล่า” เจียลี่ตกใจไม่คิดว่าบิดาของนางจะถามเรื่องพวกนี้เร็วขนาดนั้น

“ข้าอยากรู้ว่าเจ้าคิดเหมือนข้าหรือเปล่า เท่าที่ข้าดู ๆ เขามาสองสามเดือนก็ถือว่าไม่เลว นิสัยดี เอาใจใส่ ข้าเห็นนะเวลาเจ้าอยู่กับเขา เจ้ามีความสุขมาก ถ้าจะตกลงปลงใจละก็ ข้าไม่ว่า” จวีจิวฝูตัดสินใจเด็ดขาดว่าอย่างไรเสีย เขาก็ต้องให้บุตรสาวแต่งงานออกเรือนให้ได้

ข้างนอกรถม้า แม้ว่าจะมีประตูปิดกั้นอยู่ แต่เสียงที่เล็ดลอดออกมาก็ทำให้หลินเซินแอบยิ้มเบา ๆ พลางมองหน้าเจ้าแมวน้อยดวงตาใสแป๋ว หลังจากที่พบเจอเจียลี่แล้วไม่เข้าใจความรู้สึกของตนเอง หลินเซินจึงหาอ่านหนังสือบ้าง สอบถามบัณฑิตต่างเมืองบ้าง เผื่อจะมีใครแก้ปัญหาในใจของเขาได้ “ข้ามีเรื่องของสหายผู้หนึ่งจะสอบถามท่านบัณฑิต” ท้ายที่สุดทุกคนต่างตอบเหมือนกันว่า “สหายของท่านคงจะกำลังตกหลุมรักนางผู้นั้นเป็นแน่”

“ไม่ต้องยิ้มกว้างเพียงนั้นก็ได้ ข้ารู้แล้วว่าเจ้าดีใจมาก” เยี่ยนฟางที่รู้ใจหลินเซินส่งเสียงร้องเหมียว เหมียวให้เขา

ครั้นแสงอาทิตย์กำลังจะลาลับฟ้า หลินเซินจึงตัดสินใจหยุดพักริมลำธาร “วันนี้พอแค่นี้ก่อน พวกท่านนั่งพักให้หายเหนื่อยเถิด ข้าจะหากิ่งไม้แห้งมาก่อไฟเอง”

“ข้าไปด้วย” เจียลี่มองหน้าบิดา พอเห็นเขาหรี่ตาลง นางรู้สึกได้ว่าเขาต้องทำอะไรแน่นอน

“อ้อ ฝากดูแลลูกสาวข้าด้วย” จวีจิวฝูตะโกนบอกหลินเซิน

“ไม่ต้องห่วงขอรับ ท่านลุง” หลินเซินพยักหน้าตอบบิดาของนาง

เจียลีเห็นท่าทางสองคนที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย จึงรีบเดินจ้ำอ้าวไม่รอหลินเซินเพราะเขินอายจนหน้าแดง

“เจียลี่ เจ้าอย่าเพิ่งรีบเดินบุ่มบ่าม เดี๋ยวตก...” พูดไม่ทันขาดคำ เจียลี่ก้าวขาข้างหนึ่งตกลงไปในหลุม แต่หลินเซินที่สายตาว่องไวเห็นเช่นนั้นจึงใช้พลังคว้าคอเสื้อด้านหลังของนางไว้แล้วรีบเดินมาหา

“เอ๋! เมื่อครู่ เจ้าอยู่ตรงโน้นไม่ใช่หรือ” เจียลี่สงสัยไม่นึกว่าเขาจะอยู่ใกล้นาง

“เจ้าเจ็บที่ใดหรือไม่” หลินเซินเปลี่ยนเรื่อง ถามอาการของนาง

“ไม่ ไม่ ข้าไม่เป็นอะไร”

“เช่นนั้น ไปหากิ่งไม้แห้งกันเถอะ ใกล้มืดค่ำแล้ว” หลินเซินเดินนำหน้านาง ทั้งคู่ช่วยกันเก็บเศษกิ่งไม้แห้งได้จำนวนหนึ่ง แล้วพากันกลับมาที่พัก เจ้าแมวน้อยส่งเสียงเหมียว เหมียว อยู่ริมลำธารอย่างเคย

“หิวแล้วล่ะสิ” หลินเซินเดินมาที่ริมน้ำ จัดชุดให้เรียบร้อยก่อนจะลงไปหาปลาสามสี่ตัวมาเป็นอาหารค่ำวันนี้

หลังจากกินอิ่ม จวีจิวฝูและเจียลี่ค่อย ๆ หลับตาลงพักผ่อน ส่วนหลินเซินยังคงนอนดูดาวกับเจ้าแมวน้อย เพียงแต่อยู่ในป่าเช่นนี้ ทำให้เขามองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนไม่ชัดสักเท่าใด จึงใช้พลังเซียนปัดกิ่งไม้ใบไม้ที่บดบังสายตาออกไป สุดท้ายแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ ครั้นกำลังสะลึมสะลือง่วงนอนกลับได้ยินเสียงแปลก ๆ บางอย่าง เขาห่มผ้าให้เจ้าแมวน้อยก่อนจะเดินตามหาเสียงนั้น

เสียงความเจ็บปวดโหยหวนกลางดึกนั้นวังเวงน่ากลัว หลินเซินคิดว่าในอดีต ชีวิตของเขาต้องทุกข์ระทมเป็นแน่ แค่ได้ยินเสียงนี้ก็ไม่ชอบเลยแม้แต่น้อย ด้านเจ้าแมวน้อยเยี่ยนฟางที่ได้ยินเสียงเช่นกันตื่นขึ้นด้วยสัญชาตญาณ เมื่อไม่เห็นหลินเซินอยู่ข้าง ๆ จึงร้องเรียกกระวนกระวาย นางเดินมาซุกอยู่ข้าง ๆ เจียลี่ตัวสั่นเทา

“เยี่ยนฟาง เจ้าเป็นอะไร” เจียลี่งัวเงียตื่นมาลูบหัวแล้วอุ้มเยี่ยนฟางขึ้นมากอด

เจ้าแมวน้อยกระโดดลงจากอ้อมแขนเดินนำหน้านางไปอีกทางหนึ่งของป่า เจียลี่รู้ทันทีว่าเยี่ยนฟางกำลังอยากออกตามหาหลินเซินด้วยความเป็นห่วง นางจึงเดินตามเยี่ยนฟางไปเรื่อย ๆ จนลืมไปว่ายามค่ำคืนไม่ควรออกมานอกที่พัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในป่าทึบแห่งนี้

หลินเซินตามเสียงร้องนั้นมาได้สักพัก ข้างหน้าเขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งนอนหายใจรวยริน บาดแผลที่ขาอักเสบจนทำให้เกิดอาการหลอน เขาเอื้อมมือมาแตะที่ขาของชายหนุ่ม จังหวะนั้นภาพในอดีตช่วงสั้น ๆ ผุดขึ้นมาในใจ หลินเซินจึงได้รู้ว่าเสียงร้องโหยหวนนั้นเป็นเพราะคนข้างหน้ากำลังจมกับความโหดร้ายที่เกิดขึ้น เขาใช้พลังเซียนรักษาบาดแผลให้ชายหนุ่มจนหายดี เพียงแต่ว่าความคิดของคนผู้นั้นตกสู่วังวนอดีตไม่อาจถอนตัวได้ เกิดบ้าคลั่งตื่นขึ้นหมายจะทำร้ายเขา

“นึกแล้วเชียวว่าไม่ใช่บาดแผลธรรมดา เจ้าเจอเรื่องใดมาหรือ” หลินเซินพยายามพูดเรียกสติ “เจ้า...”

ชายที่อยู่ตรงหน้าเขามีท่าทีเปลี่ยนไป เขาลืมตาขึ้นทั้ง ๆ ที่ไม่ได้สติ หากแต่ดวงตาเป็นสีแดง หูจิ้งจอกโผล่ขึ้นมา กรงเล็บยาวทั้งสิบนิ้วพยายามตวัดใส่หลินเซินอย่างอาฆาต

“เจ้าจิ้งจอกน้อย หยุดได้แล้ว” หลินเซินพยายามเรียกเขาพลางหลบกรงเล็บที่ฟาดใส่ไม่หยุด

“เฮ้อ เจ้าเหนื่อยหรือยัง จะหยุดเมื่อใดหรือ”

ผ่านไปสักพัก ชายหนุ่มผู้นี้ไม่มีทีท่าจะลดละความตั้งใจเอาเลือดเอาเนื้อหลินเซิน ทั้งยังคล้ายจะบ้าคลั่งขึ้นทุกชั่วขณะ

“ในเมื่อพูดดี ๆ แล้วเจ้าไม่ฟัง อย่าหาว่าข้าใจร้ายแล้วกัน” หลินเซินเลิกคิ้วคิดจะเล่นสนุก เดิมทีเขาคิดว่าทำแบบนี้แล้วค่อนข้างเสียภาพลักษณ์ไปหน่อย แต่วิธีเจ้าป่าแบบดั้งเดิมนี่แหละ ต่อให้คลุ้มคลั่งมากแค่ไหน ก็ย่อมโอนอ่อนลงเมื่อพบผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเสมอ

หูหมาป่าสีเทาแกมชมพูทั้งสองข้างของหลินเซินโผล่ขึ้นมา ข้างหนึ่งมีพู่ห้อยสะบัดตามสายลม เขานับหนึ่งถึงสามในใจก่อนจะคำรามเสียงดังก้องจนจิ้งจอกน้อยสงบเสงี่ยมฟุบหลับไปในทันที เพียงแต่ว่าคนที่ได้ยินเสียงคำรามของเขาเมื่อครู่ไม่ได้มีแค่เจ้าจิ้งจอกน้อย หลินเซินหันหน้ามาด้านหลังของเขาเห็นเจียลี่ยืนตาโตตะลึงงัน ไม่แพ้เจ้าแมวน้อยที่ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

เจียลี่เห็นภาพสัตว์ประหลาดเบื้องหน้าจนตกใจกลัว นางโอบเจ้าแมวน้อยไว้แน่น ขาทั้งสองข้างเตรียมหันหลังวิ่งหนีสุดชีวิต แต่ก็นั่นแหละความเร็วมนุษย์หรือจะสู้หมาป่า หลินเซินวิ่งมาดักข้างหน้านางกันไว้ไม่ให้หนี แต่เจียลี่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หันหลังไปอีกทาง จังหวะที่วิ่งจึงหันมามองดูข้างหลัง เมื่อไม่เห็นสัตว์ประหลาดตัวนั้นแล้วก็คิดว่าหนีพ้น ไหนเลยพอหันหน้ามากลับเห็นเขายืนรออยู่ เจ้าสิ่งนั้นพุ่งตัวเข้าหานาง ไม่ว่าจะหันไปทางไหน คล้ายจะหนีไม่รอดเสียแล้ว

“ถ้าเจ้ากล้าวิ่งหนีอีก ข้าจะกินเจ้า” หลินเซินขู่นางโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาเดินเข้ามาใกล้นางเรื่อย ๆ

“ข้า... ข้า...” เจียลี่อึกอัก กลัวจนพูดไม่ออก ตั้งแต่เกิดมานางไม่เจอเผ่าพันธุ์อื่นเลย นึกว่าเรื่องพวกนั้นมีแต่ในตำนาน

“ถ้ายังไม่อยากตาย ทำตามที่ข้าบอก ไม่เช่นนั้นแล้ว ข้าจะค่อย ๆ กินเจ้าอย่างเอร็ดอร่อย” หลินเซินย้ำอีกรอบ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 56 จบบริบูรณ์

    ณ ตำหนักโคมดวงจิตเจียลี่นั่งรำลึกความหลังตอนที่นางเป็นเซียนน้อยดูแลตำหนัก แล้วชี้ให้หลินเซินดูว่าโคมดวงจิตของเขาเคยตั้งอยู่ตรงนี้“ข้าไม่นึกเลยว่าจะเป็นเจ้า” เจียลี่หันมามองหลินเซิน “ผู้เฒ่าหยางคงจะหมดห่วงแล้วล่ะ”“ข้าติดหนี้เจ้าแล้ว มากมายจนนับไม่ถ้วน หากไม่มีเจ้า จิตวิญญาณของข้าคงแตกสลายไป” น้ำเสียงของหลินเซินแผ่วเบา“ไม่มีทางยอมให้เป็นเช่นนั้นหรอก” เจียลี่ส่ายหน้า นางกุมมือเขาเอาไว้ ทำสีหน้าจริงจัง “ข้าจะปกป้องเจ้าเอง ไม่ว่าใครหน้าไหนกล้าทำร้ายเจ้าอีก ข้าไม่ปล่อยไว้แน่”หลินเซินเลิกคิ้วแล้วยิ้มให้นาง “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าเป็นถึงอดีตเทพสงคราม จะมีใครกล้าทำอะไรข้า”“นั่นสิเนอะ” เจียลี่หัวเราะกับคำตอบของเขา “หลินเซิน ไปดูก้อนเมฆสีรุ้งกันเถอะ ข้าไม่ได้เห็นนานแล้ว” นางเอ่ยปากชวนเขาไปที่ผาน้ำตกทั้งสองนั่งเล่นชมทิวทัศน์อยู่นานจนถึงเวลาพลบค่ำที่ตะวันเริ่มลาลับขอบฟ้า จู่ ๆ เจียลี่ก็นึกได้ว่าเวลาบนดินแดนสวรรค์กับดินแดนมนุษย์ไม่เหมือนกัน“ข้าว่ารีบกลับลงไปที่บ้านเถอะ ไม่รู้ป่านนี้เยี่ยนฟางกับหมิงเฟยจะเป็น

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 55 สลาย

    ช่วงสายของวันหนึ่งที่อากาศแจ่มใส หลินเซินนั่งกินถังหูลู่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมบ่อน้ำ เขาหันมามองเจียลี่ที่กำลังหัดร่ายเวทด้วยความจริงจังนึกขำในใจ“เจียลี่ ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปเถิด เจ้าทำหน้าเครียดเกินไปแล้ว” นับตั้งแต่ที่เขาคืนพลังเซียนเพื่อฟื้นชีวิตนาง หลินเซินก็กลายเป็นชนเผ่าหมาป่าธรรมดาที่มีพลังเวทนิดหน่อย กระนั้นยังคงเป็นหมาป่ากินพืชเช่นเดิม“ข้าอยากเป็นเร็ว ๆ นี่ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ข้าจะได้ช่วยพวกเจ้าได้” เจียลี่ยังคงพยายามจ้องไปที่มือข้างหนึ่งของนางที่มีพลังเซียนส่องแสงวิบวับ“เจ้าต้องผ่อนคลายให้มากกว่านี้แล้วเจ้าจะเข้าใจว่าต้องทำเช่นไร” หลินเซินให้กำลังใจ เขารินน้ำชาดอกท้อให้นาง “ดื่มก่อน”“อื้ม” เจียลี่พยักหน้า แล้วนึกถึงเรื่องที่นางมีความสุข พลันกลีบดอกท้อปรากฏขึ้นอยู่รอบตัวทั้งคู่ นางโบกมือไปทางซ้ายขวาบังคับสายลมพัดกลีบดอกท้อปลิวไสวไปทั่วทั้งป่า “ข้าเข้าใจแล้วหลินเซิน” นางยิ้มดีใจทั้งคู่พูดคุยกันกระหนุงกระหนิงทั้งวันจนตะวันลับฟ้าจึงพากันเดินกลับบ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 54 สัญญา

    เจียลี่ลุกขึ้นมานั่งร้องไห้เป็นเผาเต่าทันทีที่ฟื้นขึ้นมา นางไม่อยากให้หลินเซินต้องทำเช่นนี้ จนหมิงเฟยต้องเข้ามาปลอบใจ“ท่านพี่ ทำใจดี ๆ ไว้เถิด ถ้าเขาเห็นว่าท่านเป็นเช่นนี้ วิญญาณคงจะไม่สงบสุข” หมิงเฟยยื่นผ้าเช็ดหน้าให้นางซับน้ำตา“ข้าขออยู่คนเดียวได้หรือไม่” นางคงยังไม่อยากพูดกับใคร ในใจเศร้าสร้อยเกินจะคิดอะไร“ขอรับ” หมิงเฟยพยักหน้าแล้วเดินออกมานอกห้องในป่าลึกท้ายหมู่บ้าน เยี่ยนฟางกำลังนั่งกอดเข่าอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ น้ำตานองหน้าเพราะนึกถึงสิ่งที่นางทำ ทั้งยังไม่กล้าสู้หน้าหมิงเฟยจึงหลบออกมานั่งคนเดียวครั้นเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ นางจึงเงยหน้ามองผู้มาเยือน“หลินเซินนนน” เยี่ยนฟางกลั้นใจไม่ไหว ร้องไห้โฮจนตัวโยนหลินเซินจึงนั่งลงข้าง ๆ ลูบหัวของนางเหมือนอย่างเคย “จำได้หรือไม่ วันแรกที่ข้าเจอเจ้า”“อื้ม”“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้ตั้งใจ อย่าโทษตัวเองนักเลย” หลินเซินยื่นขนมหวานให้นาง “หมิงเฟยตามหาเจ้าอยู่ ไม่อยากเ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 53 ไม่มีทางเลือก

    เวลานี้ หลินเซินจำเรื่องราวในอดีตได้หมดทุกอย่างแล้ว พลังตบะเซียนและร่างกายของเขากลับมาเป็นเช่นเดิม เขาร่ายเวทก้าวเข้าสู่หุบเขากองกระดูกในทันทีการปรากฏตัวของเขาทำให้หมิงเฟยและพรรคพวกรู้สึกโล่งใจ ยามนี้เขาแทบจะทนแรงฟาดฟันของเยี่ยนฟางไม่ไหวแล้ว หลินเซินมองเห็นความโกลาหลที่พื้นเบื้องล่าง เขามองหาเยี่ยนฟางและหมิงเฟยเป็นลำดับแรก จากนั้นก็เคลื่อนที่มาหยุดตรงหน้านางในพริบตา“จงหลับ!” นิ้วชี้ของเขาจิ้มไปหว่างกลางหน้าผากของเยี่ยนฟาง เขาเอื้อมมือคว้าตัวนางเอาไว้ แล้วส่งให้หมิงเฟย จากนั้นตรงดิ่งไปที่ร่างของเจียลี่พูดกับหมิงเฟยว่า “พาคนออกไปจากที่นี่แล้วร่ายเวทหล่อเลี้ยงร่างของนางเอาไว้”หมิงเฟยพยักหน้ารับคำ ครั้นหลินเซินร่ายม่านเขตแดนของตนขึ้นมา หุบเขากองกระดูกที่แสนอึมครึมจึงมีโพรงแห่งแสงสว่างเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น“เฉิงซาน ทางนี้” หมิงเฟยตะโกนบอกพรรคพวกเมื่อทุกคนในที่แห่งนี้มองเห็นทางออกต่างพยายามสลัดให้หลุดจากคู่ต่อสู้ของตนเองหลินเซินมองเห็นเทพมารลอยอยู่เหนือเทพอาวุโส กำลังจะร่ายเวทใส่ร่างของเขา เพียงแต่ได้ยินเสียงร้อ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 52 ซ่งเทียนเย่

    “เทียนจวิน วันนี้มีเรื่องอะไรหรือถึงได้อารมณ์ดี” ซ่งเสวี่ยหยางถามเขา“แค่วันธรรมดาหนึ่งวันบนดินแดนสวรรค์ เห็นเจ้าเพิ่งกลับมาเลยอยากทวงของฝาก” ซ่งเทียนเย่ยิ้มแป้นให้เขา“ท่านก็รู้ว่าข้าไม่ได้ไปเที่ยวเล่น ปราบปีศาจที่มีพลังมารก็ทำให้ข้าเหนื่อยไม่น้อย” เขาส่ายหน้าพลางเดินไปที่มุมหนึ่งของตำหนัก “แต่ก็เอาเถอะ ข้าได้ยินมนุษย์พูดกันว่าสุราแคว้นเป่ยรสชาติดีจึงได้ถือติดมือมาด้วย” เขายื่นสิ่งที่พอจะเรียกว่าของฝากให้ซ่งเทียนเย่“เจ้าช่างรู้ใจ ดื่มเป็นเพื่อนกันสักหน่อยดีหรือไม่”หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ออกไปนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่บนเกาะลอยฟ้าของตำหนักเทพสงคราม ดื่มสุรากันคนละจอกสองจอกพลางพูดคุยเรื่องที่ได้พบเจอในแต่ละวัน“ท่านอา” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยสองคนเรียกซ่งเสวี่ยหยาง เขาหันไปมองต้นเสียงแล้วพูดว่า “พวกเจ้าสองคน ช้า ๆ หน่อย” แต่เด็กทั้งสองกลับวิ่งเร็วขึ้นกว่าเดิมเพราะคิดถึงเขา“เฮ้อ ดูสิ บิดาของเขานั่งอยู่ตรงนี้แท้ ๆ” ซ่งเทียนเย่พูดหยอกผู้เป็นน้องชาย“ช่วยไม่ได้ ข้าไม่อยู่ตำหนักตั้งนาน เอ้า! นี่ของฝากพวกเจ้า” เขาร่ายเวทเรียกไข่ของวิหคเพลิงออก

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 51 ด้ายสีทอง

    TW: ความรุนแรง อดีตของหลินเซินและเจียลี่ราวกับเรื่องราวของเยว่เล่อกับนางยังไม่หนักหนาพอ ใต้เท้าหนุ่มเปิดประตูเข้ามาเห็นภาพที่นางกำลังนั่งกอดเขาอยู่บนเตียงจึงเกิดความเดือดดาล ปรี่เข้ามากระชากคอเสื้อของเยว่เล่อแล้วออกหมัดใส่หน้าเขาไปหนึ่งทีนางรีบวิ่งเข้ามาประคองเขาพยายามห้ามไม่ให้เยว่เล่อโต้ตอบแต่กลับกลายเป็นว่าใต้เท้าหนุ่มยิ่งไม่พอใจที่ผู้หญิงของเขาทำเช่นนั้น“มันเป็นชู้รักของเจ้างั้นรึ” เขาตวาดเสียงดังก้องแล้วเข้าไปกระชากตัวนางจากเยว่เล่อ บีบข้อมือของนางแรงจนช้ำแดงเถือกเยว่เล่อไม่อาจทนเห็นใครทำร้ายนางได้อีก เขาขัดคำสัญญาของนางแล้วพุ่งตรงมาบีบคอของใต้เท้าหนุ่มในทันที เยว่เล่อกัดคอของเขาแล้วสูบเลือดที่มีจนหมดตัว ทิ้งร่างเหี่ยว ๆ กองไว้บนพื้นนางไม่เคยเห็นเขาในสภาพเช่นนี้มาก่อนจึงตกตะลึงไปชั่วขณะแต่แล้วก็เดินมากอดเขาเอาไว้“ไปจากที่นี่กันเถิดนะเยว่เล่อ” นางมองหน้าเขาสายตาอ้อนวอนทั้ง ๆ ที่บริเวณบ้านเงียบงันแต่กลับมีเสียงหนึ่งคล้ายเสียงของใต้เท้าหนุ่มตะโกนโวยวายไม่เป็นเรื่อง คนใช้ในจวนจึงรีบวิ่งตาลีตาเหลือกเข้ามาในห้อง ครั้นได้เห็นภาพเ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 10 หมาป่ากินพืชนามว่าหลินเซิน

    หนึ่งพันปีต่อมาอรุณรุ่งบนยอดภูเขาสูงห่างไกลจากผู้คน ดอกท้อสีชมพูอ่อนหลายพันต้นผลิบานสะพรั่งไปทั่วบริเวณรับฤดูใบไม้ผลิ ใต้ต้นดอกท้อริมหน้าผามีชายหนุ่มผู้หนึ่งนอนหลับตาอยู่บนพื้นหญ้าสีเขียวขจี น้ำค้างยามเช้าค่อย ๆ ลู่ลงมาตามใบไม้พลันหยดลงที่หน้าผากอย่างแผ่วเบาปลุกเ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 9 ดอกท้อแสนปีสละพลังเซียน

    เช้าตรู่ของอีกวัน“โอ้โห เช้าวันนี้อากาศดีเหมือนเดิม นี่กระต่ายน้อย เจ้าอยู่ไหน ออกมาเล่นกับข้าหน่อยสิ” หยางซือซือที่เพิ่งตื่นนอนนั่งลงบนพื้นหญ้าเขียวชอุ่ม หันซ้ายหันขวาหาเจ้ากระต่ายเวทเพื่อนของนาง“เอ๋ เจ้าอยู่ไหนนะ มาเล่นกับข้าหน่อย พรุ่งนี้ข้าอาจจะไม่ได้

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 8 นักล่าบุกหมู่บ้าน

    เสิ่นชิวเข้ามาในบ้านของตนเองเพื่อเก็บของสำคัญ ระหว่างนั้นได้ยินเสียงร้องดังมาจากด้านหน้าหมู่บ้านจึงออกมาดู ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนถืออาวุธครบมือเดินเข้ามาในหมู่บ้านด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด ฮึกเหิมและสนุกสนาน แท้จริงแล้วมนุษย์พวกนี้ไม่นับว่าเผ่ากวางนำทางเป็นมนุษย์ดังเช่นพวกเขา ท่

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 7 นิมิตของแม่เฒ่า

    อีกทางด้านหนึ่งของผาเดียวดาย“โอ๊ย เมื่อย!” เสียงหวานดังขึ้น ร่างโปร่งแสงของนางก้าวออกมาจากต้นดอกท้อที่บัดนี้อายุเกือบแสนปีแล้ว หลังจากนั่งบำเพ็ญตบะเซียนอยู่ครึ่งค่อนวัน นางจึงอยากเดินเล่นแก้เมื่อยเสียหน่อย“นี่เจ้ากระต่ายเวท มานั่งดูท้องฟ้าเป็นเพื่อนข้าหน่อยสิ” นางเรียกกระต่ายเวทตัวหนึ่งที่อยู่แถว

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status