بيت / รักโบราณ / วสันตกาลพานพบ / ตอนที่ 6 พิธีอัญเชิญจิตวิญญาณ

مشاركة

ตอนที่ 6 พิธีอัญเชิญจิตวิญญาณ

last update تاريخ النشر: 2024-10-26 20:51:33

ห้าปีผ่านไป

เสิ่นชิวเติบโตขึ้นที่หมู่บ้านแห่งนี้ เขาคอยช่วยงานคนในหมู่บ้าน มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ผู้คนรอบตัวต่างมีน้ำใจต่อเขา

“ท่านแม่ ท่านคงไม่ต้องเป็นห่วงข้าแล้วล่ะ ท่านเห็นหรือไม่ ข้าเติบโตมาอย่างดี หวังว่าท่านจะอยู่บนสวรรค์อย่างมีความสุขนะขอรับ” เสิ่นชิวมองท้องฟ้าสีครามยามเช้าสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่มีวันไหนเลยที่เขาจะไม่คิดถึงนาง ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาตั้งใจใช้ชีวิตอย่างที่นางหวัง เพียงแค่กินอิ่ม นอนหลับ ร่างกายแข็งแรง นางก็ดีใจมากแล้ว

“เสิ่นชิว ทำอะไรอยู่หรือ” ฟางหรงนั่งลงข้าง ๆ เขา ซบหัวลงพิงไหล่อย่างสนิทสนม “มัวแต่คิดอะไรอยู่หรือ วันนี้มีงานสำคัญ อย่าบอกนะว่าเจ้าลืมแล้ว” นางถามออกไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่า เขาไม่มีทางลืมอย่างแน่นอน

“อ้อ จริงด้วยสิ วันนี้มีงานสำคัญของเจ้านี่นา ข้าเกือบลืมไปเสียสนิท” เสิ่นชิวได้ทีแกล้งนางกลับ ทำให้เขาโดนทุบด้วยฝ่ามือน้อย ๆ ของนางไปหนึ่งที จนไม่อาจกลั้นหัวเราะได้อีก การแกล้งนางนั้นสนุกยิ่งกว่าอะไร

“เสิ่นชิว เจ้าแกล้งข้าอีกแล้ว” ทันทีที่พูดจบ นางหยัดกายลุกขึ้นยืนแล้วเดินกลับเข้าหมู่บ้าน ได้ยินแต่เสียงตะโกนของเสิ่นชิวดังมา “ฟางหรง อย่างอนข้าเลยนะ แต่ถึงงอนก็ไม่เป็นไรหรอก ตอนเจ้างอนช่างน่ารักจริง ๆ ฟางหรง ได้ยินข้าไหม”

ทางด้านหนึ่ง ซิ่วอิงและหนิงเหอเห็นท่าทางของทั้งสองคนแล้วอดไม่ได้ที่จะเบ้ปากกรอกตา เอียนกับการหยอกล้อของพวกเขาจริง ๆ ยิ่งสองปีให้หลังนี้ ยิ่งหนักข้อขึ้นทุกวัน

“ท่านพี่ ไปที่ลานพิธีเถอะ” หนิงเหอคล้องแขนซิ่วอิงแล้วเดินไปข้างในหมู่บ้าน

“เฮ้อ!” ซิ่วอิงได้แต่ถอนหายใจ เดินตามน้องสาวไปแต่โดยดี ครั้นจะห้ามไม่ให้เสิ่นชิวกับฟางหรงแสดงอาการออกนอกหน้ามากไปก็คงไม่เป็นผล ทั้งหมู่บ้านรู้กันหมดแล้วว่าทั้งสองสนิทสนมกันมากเพียงใด

ช่วงสายของวัน หมู่บ้านแห่งนี้ได้จัดพิธีอัญเชิญจิตวิญญาณ สำหรับเด็ก ๆ ในหมู่บ้านที่อายุครบสิบห้า ลู่ฟางหรงและหนิงเหอเข้าร่วมพิธีด้วยความตื่นเต้น โดยเฉพาะลู่ฟางหรง ผู้เป็นบุตรสาวของผู้นำหมู่บ้าน นางจะได้รับการสืบทอดจิตวิญญาณอันสูงส่งให้สมเกียรติ

แต่เดิมทีที่เสิ่นชิวเข้ามา เขารู้สึกได้ว่าผู้คนที่นี่ดูแตกต่างจากคนทั่วไปที่เขาเคยพบเจอ วิถีการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายแต่ลึกลับ คล้ายกับมีบางอย่างซ่อนอยู่ จนกระทั่งเขาได้เห็นพิธีอัญเชิญจิตวิญญาณ

วันนั้นลู่ฟางหรงยืนข้างเขาแล้วบอกให้เขาตั้งใจดูสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น นางอยากให้เขาตื่นตะลึงจึงไม่ได้เล่าเรื่องราวใด ๆ ให้เขาฟังล่วงหน้า แล้วก็เป็นดังเช่นที่นางคาดไว้ เสิ่นชิวอ้างปากค้าง ดวงตาจ้องไปที่ใจกลางลานพิธีอย่างใจจดใจจ่อ

เสิ่นชิวมองเห็นร่างโปร่งแสงของสัตว์ตัวหนึ่งกำลังลอยลงมาจากท้องฟ้า มันวิ่งช้า ๆ ไปที่เด็กสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงกลางลานพิธี พอจ้องมองดี ๆ แล้ว จึงได้รู้ว่าสัตว์เรืองแสงสีครามคือกวางตัวหนึ่ง ลู่ฟางหรงจึงได้บอกความลับหมู่บ้านให้เขาฟังในเวลานั้น

นางและคนในหมู่บ้านคือเผ่าพันธุ์กวางนำทาง ร่างโปร่งแสงของกวางเรืองแสงสีครามที่เขาเห็นคือส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณทุกคนในหมู่บ้าน เมื่ออายุครบสิบห้า พวกเขาจะจัดพิธีรวมวิญญาณให้เป็นอันหนึ่งเดียวกัน หากแต่นางไม่บอกว่าจิตวิญญาณเผ่าพันธุ์นางนั้นมีความสำคัญมากเพียงใดเพราะถือเป็นความลับที่แม้แต่คนรักนอกเผ่าพันธุ์นางก็บอกไม่ได้

ในวันนี้ ลู่ฟางหรงได้เข้าร่วมพิธีครั้งใหญ่ เสิ่นชิวมองตามนางตาไม่กระพริบ จนเห็นกวางตัวหนึ่งปรากฏร่างขึ้น จิตวิญญาณกวางของนางแตกต่างจากคนอื่น ๆ กวางทองเดินเข้าหานางอย่างช้า ๆ ก่อนที่แสงสีทองจะหายวับไป ดวงตาของฟางหรงกลายเป็นสีทองแวบหนึ่ง หน้าผากของนางมีแต้มสีทองประดับอยู่ตรงกลาง

หลังจากเสร็จพิธี เสิ่นชิวเดินเข้ามาแสดงความยินดีกับลู่ฟางหรงและหนิงเหอ จากนี้ทั้งคู่มีหน้าที่สำคัญของเผ่าพันธุ์ที่ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้ใหญ่แล้ว โดยเฉพาะฟางหรง

“ทีนี้ข้าก็มีคนช่วยงานเพิ่มขึ้นแล้วสิ ฟางหรง หนิงเหอ” ซิ่วอิงกอดคอทั้งสองคนอย่างหมั่นไส้ ตอนที่นางเข้าพิธีเมื่อสองปีก่อน งานของนางก็เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังต้องคอยดูแลลู่ฟางหรงกับหนิงเหอไม่ให้เล่นซนจนเกินไป นางแทบไม่ได้หยุดพักเลยตั้งแต่นั้น

“เอ๋ ให้หนิงเหอคอยช่วยเจ้าก็แล้วกันนะ วันนี้ข้าขอตัวก่อน” ลู่ฟางหรงพูดจบก็ยกแขนข้างขวาของซิ่วอิงขึ้นแล้วรีบคว้ามือของเสิ่นชิว พากันวิ่งไปนอกหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว

“ฟางหรง!” หนิงเหอพยายามเรียกลูกพี่ลูกน้องของนาง

“หยุดเลยหนิงเหอ ข้าไม่ยอมปล่อยเจ้าไปไหนหรอก วันนี้เจ้าต้องอยู่ช่วยงานข้า” ซิ่วอิงดึงผมเปียข้างหนึ่งของหนิงเหอ นางได้แต่ยิ้มแห้งให้พี่สาว

ไม่กี่วันต่อมา ตอนที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานในลานบ้าน ผู้ดูแลหมู่บ้านรีบเดินมาหาพวกเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แววตาสั่นกลัว เสิ่นชิวแปลกใจไม่เคยเห็นเขาเป็นเช่นนี้

“ท่านผู้นำ ข้าได้ข่าวจากหมู่บ้านตอนใต้ เผ่าของเรามีคนหายไปทีละคน ไม่รู้ชะตากรรมขอรับ”

“เป็นไปได้อย่างไร เจ้าไปสืบให้รู้ความ ข้าจะรีบแจ้งเตือนคนในหมู่บ้านให้ระวังตัว” บิดาของลู่ฟางหรงมองหน้าบุตรสาว

นับตั้งแต่วันนั้นมา คนในหมู่บ้านก็ไม่ออกไปที่ใดอีก ผู้ดูแลหมู่บ้านที่ถูกส่งออกไปหาข่าวคราว ทยอยกลับมารายงานอยู่เรื่อย ๆ สีหน้าของเขาเคร่งเครียดมากกว่าเดิม พยายามหาทางที่จะปกป้องคนในหมู่บ้านตนเอง และช่วยเหลือเผ่าพันธุ์เดียวกันในหมู่บ้านอื่น ๆ ที่แยกตัวออกไป

แม่เฒ่าคล้ายได้รับนิมิต นางเห็นลางร้ายคืบคลานเข้ามาใกล้หมู่บ้านแห่งนี้ ภาพของเสิ่นชิวโชกเลือดท่ามกลางศพอื่น ๆ ในหมู่บ้านปรากฏขึ้น นางรีบมาเตือนผู้นำให้เสริมกำลังป้องกันหมู่บ้าน แต่ยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมเสิ่นชิวจึงยืนโดดเดี่ยวเนื้อตัวเปื้อนเลือด

ในที่สุด ผู้นำก็เรียกทุกคนในหมู่บ้านมารวมตัวกัน เพื่อแจ้งข่าวสำคัญที่สุดในชีวิต

“พวกเจ้าคงพอจะรู้มาบ้างว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่น้องที่อยู่นอกหมู่บ้านของเรา เจ้ามนุษย์ที่ชั่วร้ายกับเผ่าพันธุ์อื่น ๆ รู้ความลับของจิตวิญญาณเราแล้ว พวกมันกำลังมาล่าเอาชีวิตพวกเรา ข้าพยายามจะช่วยเหลือพวกพ้องของเราให้เข้ามาอยู่ในอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้าน อย่างน้อยก็ซ่อนตัวจากนักล่าทั้งหลายได้ พวกเจ้าแต่ละคนแยกย้ายทำหน้าที่ของตนเองเถิด” ผู้นำกล่าวจบก็เรียกเสิ่นชิวไปพบเพื่อพูดคุยกันเพียงลำพัง

“เสิ่นชิว เจ้ารู้หรือไม่ ทำไมคนพวกนั้นถึงตามล่าเรา” เขาถามเสิ่นชิว “จิตวิญญาณกวางนำทางคือของวิเศษที่สามารถตามหาดวงจิตของคนที่ตายไปแล้วกลับมาได้ คนพวกนั้นฆ่าเราเพื่อช่วยคนของตนเองโดยไม่สนใจความเป็นความตายของเรา”

“ทำไมถึงได้เป็นเช่นนั้นเล่า ชีวิตของทุกคนมีค่าเท่ากันไม่ใช่หรือ” เสิ่นชิวไม่เข้าใจมองหน้าเขาด้วยความสับสน

“จิตใจคนซับซ้อน ข้าไม่อาจเข้าใจได้ ข้าฝากเจ้าอย่างหนึ่งได้หรือไม่ ปกป้องฟางหรงด้วยชีวิต นางคือผู้สืบทอดเผ่าพันธุ์ จะให้นางเป็นอะไรไปไม่ได้ รับปากข้าได้หรือไม่”

“ขอรับ” เสิ่นชิวรับปากเขาโดยไม่มีข้อแม้

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 56 จบบริบูรณ์

    ณ ตำหนักโคมดวงจิตเจียลี่นั่งรำลึกความหลังตอนที่นางเป็นเซียนน้อยดูแลตำหนัก แล้วชี้ให้หลินเซินดูว่าโคมดวงจิตของเขาเคยตั้งอยู่ตรงนี้“ข้าไม่นึกเลยว่าจะเป็นเจ้า” เจียลี่หันมามองหลินเซิน “ผู้เฒ่าหยางคงจะหมดห่วงแล้วล่ะ”“ข้าติดหนี้เจ้าแล้ว มากมายจนนับไม่ถ้วน หากไม่มีเจ้า จิตวิญญาณของข้าคงแตกสลายไป” น้ำเสียงของหลินเซินแผ่วเบา“ไม่มีทางยอมให้เป็นเช่นนั้นหรอก” เจียลี่ส่ายหน้า นางกุมมือเขาเอาไว้ ทำสีหน้าจริงจัง “ข้าจะปกป้องเจ้าเอง ไม่ว่าใครหน้าไหนกล้าทำร้ายเจ้าอีก ข้าไม่ปล่อยไว้แน่”หลินเซินเลิกคิ้วแล้วยิ้มให้นาง “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าเป็นถึงอดีตเทพสงคราม จะมีใครกล้าทำอะไรข้า”“นั่นสิเนอะ” เจียลี่หัวเราะกับคำตอบของเขา “หลินเซิน ไปดูก้อนเมฆสีรุ้งกันเถอะ ข้าไม่ได้เห็นนานแล้ว” นางเอ่ยปากชวนเขาไปที่ผาน้ำตกทั้งสองนั่งเล่นชมทิวทัศน์อยู่นานจนถึงเวลาพลบค่ำที่ตะวันเริ่มลาลับขอบฟ้า จู่ ๆ เจียลี่ก็นึกได้ว่าเวลาบนดินแดนสวรรค์กับดินแดนมนุษย์ไม่เหมือนกัน“ข้าว่ารีบกลับลงไปที่บ้านเถอะ ไม่รู้ป่านนี้เยี่ยนฟางกับหมิงเฟยจะเป็น

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 55 สลาย

    ช่วงสายของวันหนึ่งที่อากาศแจ่มใส หลินเซินนั่งกินถังหูลู่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมบ่อน้ำ เขาหันมามองเจียลี่ที่กำลังหัดร่ายเวทด้วยความจริงจังนึกขำในใจ“เจียลี่ ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปเถิด เจ้าทำหน้าเครียดเกินไปแล้ว” นับตั้งแต่ที่เขาคืนพลังเซียนเพื่อฟื้นชีวิตนาง หลินเซินก็กลายเป็นชนเผ่าหมาป่าธรรมดาที่มีพลังเวทนิดหน่อย กระนั้นยังคงเป็นหมาป่ากินพืชเช่นเดิม“ข้าอยากเป็นเร็ว ๆ นี่ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ข้าจะได้ช่วยพวกเจ้าได้” เจียลี่ยังคงพยายามจ้องไปที่มือข้างหนึ่งของนางที่มีพลังเซียนส่องแสงวิบวับ“เจ้าต้องผ่อนคลายให้มากกว่านี้แล้วเจ้าจะเข้าใจว่าต้องทำเช่นไร” หลินเซินให้กำลังใจ เขารินน้ำชาดอกท้อให้นาง “ดื่มก่อน”“อื้ม” เจียลี่พยักหน้า แล้วนึกถึงเรื่องที่นางมีความสุข พลันกลีบดอกท้อปรากฏขึ้นอยู่รอบตัวทั้งคู่ นางโบกมือไปทางซ้ายขวาบังคับสายลมพัดกลีบดอกท้อปลิวไสวไปทั่วทั้งป่า “ข้าเข้าใจแล้วหลินเซิน” นางยิ้มดีใจทั้งคู่พูดคุยกันกระหนุงกระหนิงทั้งวันจนตะวันลับฟ้าจึงพากันเดินกลับบ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 54 สัญญา

    เจียลี่ลุกขึ้นมานั่งร้องไห้เป็นเผาเต่าทันทีที่ฟื้นขึ้นมา นางไม่อยากให้หลินเซินต้องทำเช่นนี้ จนหมิงเฟยต้องเข้ามาปลอบใจ“ท่านพี่ ทำใจดี ๆ ไว้เถิด ถ้าเขาเห็นว่าท่านเป็นเช่นนี้ วิญญาณคงจะไม่สงบสุข” หมิงเฟยยื่นผ้าเช็ดหน้าให้นางซับน้ำตา“ข้าขออยู่คนเดียวได้หรือไม่” นางคงยังไม่อยากพูดกับใคร ในใจเศร้าสร้อยเกินจะคิดอะไร“ขอรับ” หมิงเฟยพยักหน้าแล้วเดินออกมานอกห้องในป่าลึกท้ายหมู่บ้าน เยี่ยนฟางกำลังนั่งกอดเข่าอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ น้ำตานองหน้าเพราะนึกถึงสิ่งที่นางทำ ทั้งยังไม่กล้าสู้หน้าหมิงเฟยจึงหลบออกมานั่งคนเดียวครั้นเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ นางจึงเงยหน้ามองผู้มาเยือน“หลินเซินนนน” เยี่ยนฟางกลั้นใจไม่ไหว ร้องไห้โฮจนตัวโยนหลินเซินจึงนั่งลงข้าง ๆ ลูบหัวของนางเหมือนอย่างเคย “จำได้หรือไม่ วันแรกที่ข้าเจอเจ้า”“อื้ม”“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้ตั้งใจ อย่าโทษตัวเองนักเลย” หลินเซินยื่นขนมหวานให้นาง “หมิงเฟยตามหาเจ้าอยู่ ไม่อยากเ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 53 ไม่มีทางเลือก

    เวลานี้ หลินเซินจำเรื่องราวในอดีตได้หมดทุกอย่างแล้ว พลังตบะเซียนและร่างกายของเขากลับมาเป็นเช่นเดิม เขาร่ายเวทก้าวเข้าสู่หุบเขากองกระดูกในทันทีการปรากฏตัวของเขาทำให้หมิงเฟยและพรรคพวกรู้สึกโล่งใจ ยามนี้เขาแทบจะทนแรงฟาดฟันของเยี่ยนฟางไม่ไหวแล้ว หลินเซินมองเห็นความโกลาหลที่พื้นเบื้องล่าง เขามองหาเยี่ยนฟางและหมิงเฟยเป็นลำดับแรก จากนั้นก็เคลื่อนที่มาหยุดตรงหน้านางในพริบตา“จงหลับ!” นิ้วชี้ของเขาจิ้มไปหว่างกลางหน้าผากของเยี่ยนฟาง เขาเอื้อมมือคว้าตัวนางเอาไว้ แล้วส่งให้หมิงเฟย จากนั้นตรงดิ่งไปที่ร่างของเจียลี่พูดกับหมิงเฟยว่า “พาคนออกไปจากที่นี่แล้วร่ายเวทหล่อเลี้ยงร่างของนางเอาไว้”หมิงเฟยพยักหน้ารับคำ ครั้นหลินเซินร่ายม่านเขตแดนของตนขึ้นมา หุบเขากองกระดูกที่แสนอึมครึมจึงมีโพรงแห่งแสงสว่างเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น“เฉิงซาน ทางนี้” หมิงเฟยตะโกนบอกพรรคพวกเมื่อทุกคนในที่แห่งนี้มองเห็นทางออกต่างพยายามสลัดให้หลุดจากคู่ต่อสู้ของตนเองหลินเซินมองเห็นเทพมารลอยอยู่เหนือเทพอาวุโส กำลังจะร่ายเวทใส่ร่างของเขา เพียงแต่ได้ยินเสียงร้อ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 52 ซ่งเทียนเย่

    “เทียนจวิน วันนี้มีเรื่องอะไรหรือถึงได้อารมณ์ดี” ซ่งเสวี่ยหยางถามเขา“แค่วันธรรมดาหนึ่งวันบนดินแดนสวรรค์ เห็นเจ้าเพิ่งกลับมาเลยอยากทวงของฝาก” ซ่งเทียนเย่ยิ้มแป้นให้เขา“ท่านก็รู้ว่าข้าไม่ได้ไปเที่ยวเล่น ปราบปีศาจที่มีพลังมารก็ทำให้ข้าเหนื่อยไม่น้อย” เขาส่ายหน้าพลางเดินไปที่มุมหนึ่งของตำหนัก “แต่ก็เอาเถอะ ข้าได้ยินมนุษย์พูดกันว่าสุราแคว้นเป่ยรสชาติดีจึงได้ถือติดมือมาด้วย” เขายื่นสิ่งที่พอจะเรียกว่าของฝากให้ซ่งเทียนเย่“เจ้าช่างรู้ใจ ดื่มเป็นเพื่อนกันสักหน่อยดีหรือไม่”หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ออกไปนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่บนเกาะลอยฟ้าของตำหนักเทพสงคราม ดื่มสุรากันคนละจอกสองจอกพลางพูดคุยเรื่องที่ได้พบเจอในแต่ละวัน“ท่านอา” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยสองคนเรียกซ่งเสวี่ยหยาง เขาหันไปมองต้นเสียงแล้วพูดว่า “พวกเจ้าสองคน ช้า ๆ หน่อย” แต่เด็กทั้งสองกลับวิ่งเร็วขึ้นกว่าเดิมเพราะคิดถึงเขา“เฮ้อ ดูสิ บิดาของเขานั่งอยู่ตรงนี้แท้ ๆ” ซ่งเทียนเย่พูดหยอกผู้เป็นน้องชาย“ช่วยไม่ได้ ข้าไม่อยู่ตำหนักตั้งนาน เอ้า! นี่ของฝากพวกเจ้า” เขาร่ายเวทเรียกไข่ของวิหคเพลิงออก

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 51 ด้ายสีทอง

    TW: ความรุนแรง อดีตของหลินเซินและเจียลี่ราวกับเรื่องราวของเยว่เล่อกับนางยังไม่หนักหนาพอ ใต้เท้าหนุ่มเปิดประตูเข้ามาเห็นภาพที่นางกำลังนั่งกอดเขาอยู่บนเตียงจึงเกิดความเดือดดาล ปรี่เข้ามากระชากคอเสื้อของเยว่เล่อแล้วออกหมัดใส่หน้าเขาไปหนึ่งทีนางรีบวิ่งเข้ามาประคองเขาพยายามห้ามไม่ให้เยว่เล่อโต้ตอบแต่กลับกลายเป็นว่าใต้เท้าหนุ่มยิ่งไม่พอใจที่ผู้หญิงของเขาทำเช่นนั้น“มันเป็นชู้รักของเจ้างั้นรึ” เขาตวาดเสียงดังก้องแล้วเข้าไปกระชากตัวนางจากเยว่เล่อ บีบข้อมือของนางแรงจนช้ำแดงเถือกเยว่เล่อไม่อาจทนเห็นใครทำร้ายนางได้อีก เขาขัดคำสัญญาของนางแล้วพุ่งตรงมาบีบคอของใต้เท้าหนุ่มในทันที เยว่เล่อกัดคอของเขาแล้วสูบเลือดที่มีจนหมดตัว ทิ้งร่างเหี่ยว ๆ กองไว้บนพื้นนางไม่เคยเห็นเขาในสภาพเช่นนี้มาก่อนจึงตกตะลึงไปชั่วขณะแต่แล้วก็เดินมากอดเขาเอาไว้“ไปจากที่นี่กันเถิดนะเยว่เล่อ” นางมองหน้าเขาสายตาอ้อนวอนทั้ง ๆ ที่บริเวณบ้านเงียบงันแต่กลับมีเสียงหนึ่งคล้ายเสียงของใต้เท้าหนุ่มตะโกนโวยวายไม่เป็นเรื่อง คนใช้ในจวนจึงรีบวิ่งตาลีตาเหลือกเข้ามาในห้อง ครั้นได้เห็นภาพเ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 27 เบื้องหลังชะตาที่พลิกผัน

    วันเกิดเหตุการณ์วิหคเพลิงป่วนตำหนักโคมดวงจิต หยาง ซือซือถูกตัดสินโทษให้ลงมาเกิดเป็นมนุษย์และบำเพ็ญตบะเซียนเก้าขั้น แม้เซียวอวี้เทียนจะรู้สึกไม่พอใจกับการตัดสินโทษในครั้งนี้ แต่เขาก็ไม่สามารถช่วยนางได้ ทั้งยังถูกเทียนจวินเรียกพบเพื่อหารืองานหมั้นหมายระหว่างเทพสงครามเซียวอ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 25 หลินเซินอยากเป็นพ่อสื่อ

    คืนนั้นหลินเซินช่วยรักษาบาดแผลให้เฉิงเซียวและพรรคพวกที่หนีออกมาจนรุ่งเช้า อาการของพวกเขาดีขึ้นจากเดิมมาก เหลือแค่ทานยาเพียงไม่กี่วันก็จะกลับมาแข็งแรงเช่นเดิม หลังจากนั้นหลินเซินจึงกลับมาพักที่โรงเตี๊ยมนอนหลับไปหนึ่งวันเต็มเพื่อฟื้นฟูพลัง“หลินเซิน ตื่น

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 23 วางแผนช่วยตัวประกัน

    ช่วงเช้าวันต่อมาหลังจากหลินเซินรักษาบาดแผลของเฉิงซานเสร็จเรียบร้อย ทุกคนจึงนั่งวางแผนบุกเข้าช่วยน้องชายและพรรคพวกของเขา เฉิงซานเล่าว่าตอนที่แยกทางกับน้องชาย เขาวิ่งหนีตามแนวป่ามาเรื่อย ๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างช่วยเหลือเขาอยู่ จู่ ๆ ก็พบว่าตนเองโผล่มาที่แคว้นเป่ยโดยไ

  • วสันตกาลพานพบ   ตอนที่ 15 พันธสัญญาเลือด

    “ข้า... ข้าเข้าใจแล้ว” เจียลี่นิ่วหน้าเหมือนจะร้องไห้ นางไม่อยากโดนสัตว์ประหลาดแทะแขนแทะขานางเหมือนในเรื่องเล่าสยองขวัญของพวกพ่อค้าจึงได้แต่รับปากด้วยความกลัว“พูดไปได้ว่าจะกินนาง เจ้าหมาป่าซื่อบื้ออ่านนิยายแนวนั้นมากไปใช่หรือไม่ เจ้าลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่าเจ้าน่ะเป็นส

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status