ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ

ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ

last updateDernière mise à jour : 2026-01-16
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
35Chapitres
312Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

สาวรับใช้เยี่ยงข้า มีค่าพอให้ท่านแลเหลียวหรือไม่ หรือต้องเป็นสาวใช้ที่ต้องบำเรอรักให้ท่านต่อไป จนกว่าท่านจะเบื่อหน่ายแล้วผลักไสข้าไปให้พ้นทาง

Voir plus

Chapitre 1

ตอนที่ 1 หนีจากถ้ำเสือเจอดงหมาป่า

แววตาที่ดูจริงจังของบิดา จ้องมองมายังหลิวหว่าอิ๋งอย่างดุดัน เมื่อบุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยากำลังปฏิเสธคำขอของตน

“ท่านพ่อ อย่างไรข้าก็ไม่ยอม”

“หากเจ้าไม่ยอมไปเป็นอนุของท่านหวง การค้าของตระกูลเราได้ถูกเขาขัดขวางอีกเป็นแน่” ผู้เป็นบิดากล่าวเสียงแข็ง ไม่ยอมให้นางปฏิเสธ

“แต่ฮูหยินของท่านหวง มีชื่อเสียงเรื่องการข่มเหงอนุ รวมถึงท่านหวงเองที่ไม่พอใจอนุคนไหนก็ส่งไปที่หอนางโลม ข้าไม่อยากตกในสภาพนั้น ได้โปรด” หว่าอิ๋งขอความเมตตาจากบิดา

ตั้งแต่เล็กจนโต เขาละเลยไม่เคยเห็นนางอยู่ในสายตา ยิ่งเมื่อผู้เป็นมารดาจากไป นางก็อยู่ในบ้านตระกูลหลิวในฐานะที่ไม่ต่างกับหญิงรับใช้ แล้วอยู่ๆ กลับมาถูกบิดาสั่งให้นางไปเป็นอนุของชายวัยสี่สิบที่มีชื่อเสียงในด้านผู้หญิงที่ไม่ดีนัก

“เจ้ามีสิทธิ์ปฏิเสธคำสั่งของข้าด้วยหรือ เจ้ามีทุกวันนี้ได้ไม่ใช่เพราะบุญคุณของข้าหรืออย่างไร”

“ท่านพ่อ อย่างน้อยก็เห็นแก่สายเลือดของท่านในตัวข้า ได้โปรดอย่า...”

“มะรืนนี้ ทางนั้นจะส่งคนมารับเจ้าไป เตรียมตัวให้พร้อม อย่าให้ข้าต้องขายหน้า” ชายวัยกลางคนกล่าวเสียงเรียบ ไร้ซึ่งความเห็นใจ แล้วเดินจากไป ทิ้งให้บุตรสาวที่เขาไม่เคยเหลียวแลให้ยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้น

หว่าอิ๋งเดินกลับไปที่ห้องพักด้านหลังที่โกโรโกโส สภาพความเป็นอยู่ของเธอแย่ยิ่งกว่าสาวใช้บางคนที่นี่

อีกทั้งยังถูกเสี่ยวหลาน พี่สาวที่เกิดจากภรรยาเอกของบิดารังแก และยังถูกคนในบ้านข่มเหง คอยกลั่นแกล้งนางอยู่เสมอ

“ในเมื่อท่านพ่อไม่เคยเห็นว่าข้าเป็นลูก ข้าคงต้องขอเป็นลูกอกตัญญูแล้ว” นางพึมพำออกมาปนสะอื้น

นอนขดตัวร้องไห้กับโชคชะตาของตนเองหากต้องกลายเป็นอนุของชายที่แก่คราวพ่อ ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือเรื่องความตัณหากลับ และมักส่งหญิงสาวที่เขาเบื่อหน่ายไปขายต่อยังซ่องชำเราให้บุรุษอื่นย่ำยี

**********************

หว่าอิ๋งไม่รอให้ถึงวันมะรืน นางเก็บเสื้อผ้าและของมีค่าเท่าที่มีมัดใส่ห่อผ้า เตรียมตัวหนีออกไปจากบ้านที่นางไม่เคยรู้สึกว่ามันเป็นสถานที่ปลอดภัยเลยสักครา

เมื่อยามอิ๋น (ช่วงเวลาประมาณตีสาม) มาถึง หว่าอิ๋งได้หลบออกไปทางด้านประตูหลัง จริงๆ นางไม่จำเป็นต้องแอบเลยด้วยซ้ำ เพราะนางไม่เคยอยู่ในสายตาของใครอยู่แล้ว

พอพ้นจากเขตบ้านตระกูลหลิวไปได้ นางจึงรุดเร่งเดินทางไปยังนอกเมืองอย่างไม่รู้จุดหมายปลายทาง ในตอนนี้นางแค่ต้องการไปให้ไกลมากที่สุด

สองชั่วยาม(สี่ชั่วโมง)ผ่านไป แสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้ภายในป่าทางด้านทิศเหนือของหมู่บ้านทำให้นางรู้ว่าตนเองเดินมาไกลมากแล้ว นางจึงหยุดพักที่ใต้ต้นไม้ ยกแขนขึ้นมาซับเหงื่อที่ผุดบนหน้าผากด้วยความเหนื่อยล้า

เสียงท้องของนางเริ่มดังเตือนเป็นนัยว่ามันต้องการการเติมเต็ม หว่าอิ๋งมีหมั่นโถวอยู่ในห่อผ้าสีฟ้าหม่นของนาง แต่ยังไม่ได้หยิบมันขึ้นมารองท้อง ด้วยเกรงว่าถ้าเดินทางไปไกลกว่านี้เสบียงอาจจะร่อยหรอลง ต้องอดกลั้นไว้จนกว่าจะเดินผ่านป่าแห่งนี้ไปเจอหมู่บ้านแห่งใหม่ที่อยู่ใกล้ๆ จึงจะกล้ากินเสบียงที่มี แล้วนำเงินติดตัวมาเพียงน้อยนิดซื้อเสบียงใหม่

‘เราต้องเตรียมน้ำด้วย’ นางนึกในใจ เพราะตื่นเต้นจากการหลบหนี จึงไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้

หว่าอิ๋งลุกขึ้นเดินมุ่งหน้าต่อไปตามทางเดินที่ปรากฏในป่าซึ่งเป็นเส้นทางการสัญจรหลัก แต่เมื่อนึกได้ว่าอาจโดนตามตัวกลับไป นางจึงเริ่มมองหาเส้นทางลัดเลาะเล็กๆ ที่มีร่องรอยการเดินทาง แล้วมุ่งหน้าไปตามเส้นทางนั้นแทน

เวลาผ่านไปนานหลายชั่วยาม หว่าอิ๋งไม่รู้ตัวว่าตนเองเดินทางมาไกลได้กี่ลี้แล้ว นางรู้สึกได้แค่ว่าตอนนี้ลำคอแห้งผาก และปวดฝ่าเท้า จึงตัดสินใจที่จะหยุดพักใกล้ๆ กับลำธารด้านหน้า ที่ได้ยินเสียงน้ำไหลอยู่ไม่ไกลจากจุดที่นางอยู่นัก

นางทรุดตัวนั่งที่ริมลำธาร ใช้มือวักน้ำขึ้นมาดื่มดับกระหาย และล้างหน้าให้รู้สึกสดชื่น ก่อนที่จะหยิบเอาหมั่นโถวขึ้นมากัดทาน ตั้งใจว่าจะทานเพียงกึ่งเดียว แต่เพราะความหิวโหยทำให้นางลืมตัวแล้วทานหมดไปทั้งลูก เหลืออีกลูกที่อยู่ในห่อ จึงรีบเก็บเอาไว้ เพราะไม่รู้ว่าคืนนี้นางจะเดินพ้นป่าแห่งนี้ไปเจอหมู่บ้านหรือไม่

“ให้ข้าหิวตายอยู่ในป่าแห่งนี้ ยังดีกว่าให้ท่านส่งข้าไปเป็นอนุของคหบดีใจโฉดนั่น” นางพึมพำตัดพ้อบิดาออกมาขณะที่นั่งพักอยู่ริมลำธารแห่งนั้น

“ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็มาเป็นเมียพวกข้าเถิด” เสียงเข้มและฟังดูเจ้าเล่ห์ดังขึ้นมาจากด้านหลัง

หว่าอิ๋งหันไปมองแล้วลุกขึ้นถอยหลังไปด้วยความตกใจ เมื่อเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนสามคน กำลังกอดอกยิ้มมองเธอด้วยสายตาที่กะลิ้มกะเหลี่ย

“นับว่าเป็นโชคดีของข้าจริงๆ ที่มาพบหญิงงามกลางป่าเช่นนี้ เหมือนฟ้ารู้ใจข้าว่ากำลังเกิดความกำหนัดจึงส่งสตรีผู้นี้มา”

สิ้นเสียงที่ฟังดูหื่นกระหายนั้น หว่าอิ๋งรีบหันหลังวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต นางไม่เสียเวลาหันกลับไปดูว่าพวกบุรุษท่าทางน่ากลัวเหล่านั้นจะตามมาหรือไม่ ใจคิดเพียงเอาตัวรอดในยามนี้

“โอ๊ย!” นางอุทานเสียงหลงเมื่อสะดุดรากไม้ล้มลงกับพื้น พอหันไปก็พบว่าทั้งสามคนกำลังย่างสามขุมเข้ามาหานางอย่างใจเย็น

‘หนีจากถ้ำเสือเจอดงหมาป่าโดยแท้ ทำไมข้าช่างโชคร้ายเยี่ยงนี้’ นางนึกในใจด้วยความหวาดหวั่น คิดแต่จะหนีบิดา แต่ลืมไปว่าระหว่างทางอาจเจออันตรายที่คาดไม่ถึง

“ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าไม่มีของมีค่าอันใดติดตัวมามากนัก มีเพียงกำไลหยกของมารดาเพียงชิ้นเดียว พวกท่านเอามันไปขายน่าจะได้หลายตำลึง” นางรีบละล่ำละลักบอกแล้วควานหากำไลยกที่จับฉลุลายเถาตำลึงด้วยทองเอาไว้

เหล่าโจรป่าหันไปมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาเสียงกังวานลั่นป่า ขบขันที่นางนั้นโง่เขลา ที่ไม่รู้ว่าพวกเขานั้นต้องการทั้งของมีค่าและพรหมจรรย์ของนาง

**********************

เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ ดังมาจากป่าอีกฟากหนึ่ง หยี่หานที่กำลังเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านของตน เขารีบเดินไปตามต้นเสียงแล้วพบกลุ่มชายฉกรรจ์ที่มีลักษณะเหมือนโจรผู้ร้ายกำลังช่วยกันขึงพืดหญิงสาวแล้วฉีกทึ้งเสื้อผ้าของนางอย่างบ้าคลั่ง

เสียงกรีดร้องที่ถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะนั้นทำให้หยี่หานไม่รอช้าที่จะเข้าไปช่วยเหลือนาง

แต่เนื่องด้วยตัวคนเดียว หยี่หานรู้ถึงขีดจำกัดของตนเอง เขาใช้เชือกมัดพุ่มไม้เข้าหากันทั้งสองฝั่ง โยงเชือกมาหาตัว แล้วดึงให้พุ่มไม้สั่นเหมือนดังว่าเขาไม่ได้มาคนเดียว

“พวกมันอยู่นั่น เข้าไปจับกุมเอาไว้” หยี่หานร้องตะโกนจากหลังพุ่มไม้ เหมือนกับว่าตนเองคือคนของทางการ แล้วจะมาตามจับพวกเขา

ทั้งสามคนรีบผละออกจากหว่าอิ๋งอย่างไม่คิดชีวิต เพราะต่างมีคดีติดตัวอยู่ และเข้าใจว่าหยี่หานมากันหลายคน เพราะเสียงพุ่มไม้ที่ดังรอบทิศทาง

เมื่อเห็นว่าพวกโจรไปไกลแล้ว หยี่หานจึงรีบเข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวที่นอนตัวสั่นอยู่ตรงพื้น เสื้อผ้านางหลุดลุ่ยเผยให้เห็นรอยจูบที่เนินอกที่พวกมันทิ้งรอยเอาไว้ โชคดีที่เขามาช่วยทัน ไม่อย่างนั้นนางคงถูกย่ำยีจากคนใจชั่วเหล่านั้น

“แม่นาง ข้ามาช่วยแล้ว”

“อย่าทำข้า ได้โปรด ข้ายอมแล้ว” หว่าอิ๋งหวาดกลัวจนไม่อาจรับฟังสิ่งที่เขาพูด

“ข้ามาช่วยเจ้า” หยี่หานพยายามอธิบาย แล้วหลับตาลงขยับสาบเสื้อของนางให้ปิดบังเนินอกอวบอิ่มนั้น

“ไม่!” นางร้องสุดเสียง เมื่อเห็นมือของเขายื่นเข้าใกล้ แล้วสลบไสลไปด้วยความหวาดกลัว

หยี่หานหันไปมองรอบๆ หากทิ้งนางไว้ที่นี่คนเดียวคงดูไร้ซึ่งมนุษยธรรม จึงรีบจัดอาภรณ์สีหม่นที่บ่งบอกฐานะอันต้อยต่ำนั้นให้นาง แล้วอุ้มหว่าอิ๋งขึ้นมาไว้ในวงแขน ตัดสินใจพานางกลับไปกับเขาด้วย

**********************

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
35
ตอนที่ 1 หนีจากถ้ำเสือเจอดงหมาป่า
แววตาที่ดูจริงจังของบิดา จ้องมองมายังหลิวหว่าอิ๋งอย่างดุดัน เมื่อบุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยากำลังปฏิเสธคำขอของตน“ท่านพ่อ อย่างไรข้าก็ไม่ยอม”“หากเจ้าไม่ยอมไปเป็นอนุของท่านหวง การค้าของตระกูลเราได้ถูกเขาขัดขวางอีกเป็นแน่” ผู้เป็นบิดากล่าวเสียงแข็ง ไม่ยอมให้นางปฏิเสธ“แต่ฮูหยินของท่านหวง มีชื่อเสียงเรื่องการข่มเหงอนุ รวมถึงท่านหวงเองที่ไม่พอใจอนุคนไหนก็ส่งไปที่หอนางโลม ข้าไม่อยากตกในสภาพนั้น ได้โปรด” หว่าอิ๋งขอความเมตตาจากบิดาตั้งแต่เล็กจนโต เขาละเลยไม่เคยเห็นนางอยู่ในสายตา ยิ่งเมื่อผู้เป็นมารดาจากไป นางก็อยู่ในบ้านตระกูลหลิวในฐานะที่ไม่ต่างกับหญิงรับใช้ แล้วอยู่ๆ กลับมาถูกบิดาสั่งให้นางไปเป็นอนุของชายวัยสี่สิบที่มีชื่อเสียงในด้านผู้หญิงที่ไม่ดีนัก“เจ้ามีสิทธิ์ปฏิเสธคำสั่งของข้าด้วยหรือ เจ้ามีทุกวันนี้ได้ไม่ใช่เพราะบุญคุณของข้าหรืออย่างไร”“ท่านพ่อ อย่างน้อยก็เห็นแก่สายเลือดของท่านในตัวข้า ได้โปรดอย่า...”“มะรืนนี้ ทางนั้นจะส่งคนมารับเจ้าไป เตรียมตัวให้พร้อม อย่าให้ข้าต้องขายหน้า” ชายวัยกลางคนกล่าวเสียงเรียบ ไร้ซึ่งความเห็นใจ แล้วเดินจากไป ทิ้งให้บุตรสาวที่เขาไม่เคยเหลียวแลให้ยืนร้องไห
Read More
ตอนที่ 2 ต้นหญ้าพักพิงต้นไม้
หว่าอิ๋งสลบไสลไปเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว หยี่หานอุ้มนางมาจนถึงบ้านพักท้ายหมู่บ้านของเขา แล้ววางนางไว้ที่เตียงนอนภายในบ้านที่มีสภาพเก่าและทรุดโทรมของเขาบัณฑิตหนุ่มมองหญิงสาวตรงหน้า เขานึกในใจอย่างเป็นกังวลที่พานางกลับมาด้วย เพราะไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้า บางทีนางอาจเป็นนางนกต่อของพวกโจรเขาก็ลืมคิดไป‘แต่บ้านเราไม่มีของมีค่าอันใด ไยจะต้องระแวงนางด้วยเล่า’ เขานึกในใจแล้วหาผ้ามาชุบน้ำเพื่อเช็ดเนื้อตัวให้นางหว่าอิ๋งเริ่มรู้สึกตัว นางกะพริบตาถี่ๆ จ้องมองใบหน้าของหยี่หานที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แล้วพอนึกได้ถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่เจอ หว่าอิ๋งก็ร้องลั่นเสียงดัง พร้อมทั้งใช้มือไม้ทุบตีเขา จนหยี่หานต้องจับมือทั้งสองข้างของนางเอาไว้“ไอ้โจรใจชั่ว ข้าจะไม่มีวันให้อภัยเจ้าไปชั่วชีวิต ข้ายอมตายดีกว่าที่จะอยู่อย่างทรมานเช่นนี้ ออกไปนะ” นางผลักไสเขา แล้วร้องไห้ออกมาเมื่อนึกว่าตนเสียพรหมจรรย์ไปแล้ว“หยุดก่อนแม่นาง ข้าช่วยเจ้าไว้ต่างหากเล่า”เสียงนุ่มทุ้มสุภาพและใจเย็นนั่น ทำให้หว่าอิ๋งหยุดชะงัก นางเพ่งพิจารณาดูชายตรงหน้าอีกครา หาได้เป็นหนึ่งในโจรใจโฉดที่หวังคร่าพรหมจรรย์ของตนเองไม่“ทะ ท่าน ชะ ช่วย
Read More
ตอนที่ 3 คางคกอยากกินเนื้อห่านฟ้า
หยี่หานเข้าไปในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านแถบชานเมืองที่มีร้านค้าและแผงลอยครึกครื้นพอสมควร เพราะเป็นทางผ่านไปสู่เมืองสำคัญต่างๆ จึงมีการค้าขายกันอยู่มากเขาเดินเข้าไปในร้านขายผ้า เลือกผ้าแพรที่นุ่มมือและมีราคาถูกพร้อมกับอุปกรณ์การปักเย็บต่างๆ กลับไปให้กับหว่าอิ๋งที่พยายามทำตัวเหมือนกับว่านางเป็นหญิงรับใช้ของเขาขากลับหยี่หานได้พบกับเหว่ยฟางโดยบังเอิญ ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่เหว่ยฟางจะส่งสัญญาณให้เขาไปรอเธอในที่ประจำของทั้งคู่“เสี่ยวหลิน เจ้าช่วยไปถามราคาปิ่นปักผมร้านนั้นให้ข้าที”“คุณหนูไม่ไปถามด้วยกันเล่าเจ้าคะ” นางผู้ติดตามถามอย่างไม่เข้าใจ หน้าที่ของนางคือตามเหว่ยฟางไม่ให้คลาดสายตา“ข้าเคยไปถามแล้ว พ่อค้าเห็นว่าข้ามีเงินก็บอกราคาที่สูงให้แก่ข้า เลยอยากให้เจ้าลองไปถามคนเดียวดู ว่าราคาจะแตกต่างจากข้ามากหรือไม่” เหว่ยฟางบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน ไม่ได้มีท่าทีรำคาญบ่าวรับใช้แต่อย่างใดเมื่อเสี่ยวหลินเดินไปที่แผงขายเครื่องประดับ เหว่ยฟางก็ใช้จังหวะนั้นเดินไปยังตรอกซอยที่ลับตา เพื่อพบกับหยี่หาน แล้วต่างคนต่างสวมกอดกันด้วยความคิดถึง“ข้าไม่ได้พบท่านมาเกือบเดือนแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง
Read More
ตอนที่ 4 จับปลาสองมือ
หว่าอิ๋งนำเงินที่ได้จากการขายผักและขายผ้าที่นางปัก ซื้อเป็ดมาเลี้ยงเพื่อกินไข่จำนวนสองตัว และซื้อเนื้อหมูมาจำนวนหนึ่ง เงินที่เหลือนางยกให้บัณฑิตหนุ่มเก็บไว้ส่วนหนึ่ง นางก็เก็บเอาไว้ส่วนหนึ่งเพราะรู้ว่าให้เขาไปทั้งหมดเขาก็คงไม่ยอมรับแน่ สู้นางเก็บส่วนของตนเองเอาไว้ให้เขาไปสอบในเมืองหลวงจะดีกว่านางนำเนื้อหมูมาทำอาหารบางส่วน ส่วนที่เหลือได้ทำการถนอมอาหารโดยการนำมาแผ่นออกแล้วทาเกลือให้ทั่วนำไปผึ่งแดดจนแห้ง แล้วนำมาแขวนเก็บไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเท ทำอย่างนี้เนื้อหมูจะเก็บได้นานหลายวันหยี่หานประทับใจในการดูแลของนาง นางทำทุกอย่างไม่ให้เขาต้องเหนื่อยทำอะไรทั้งนั้น แม้กระทั่งเอาผักไปขายในหมู่บ้านนางก็ยังรับอาสาทำเองทั้งหมด ตอนนี้ทำให้เขามีเวลาอ่านหนังสือได้อย่างเต็มที่บ้านช่องที่ดูสะอาดตา อาหารดีๆ ที่นางจัดหามาให้ แล้วยังมีเงินเก็บที่ได้จากการทำงานของนาง มันทำให้เขารู้สึกแย่กับตัวเองไม่น้อย แต่มันก็เป็นสิ่งที่นางเต็มใจทำ อีกทั้งเขามีหน้าที่จะต้องอ่านหนังสือสอบ จึงพยายามไม่คิดถึงเรื่องนี้ และคิดว่าจะต้องตอบแทนนางในสักวัน“คุณชายกัว ข้าปักผ้าเช็ดหน้าให้ท่าน” หว่าอิ๋งนำผ้าเช็ดหน้ามอบให้แก่เขาหย
Read More
ตอนที่ 5 ข้าวสารหุงเป็นข้าวสุก
หยี่หานเดินร่ำสุรามาตามทางกลับบ้าน หว่าอิ๋งที่กำลังทำกับข้าวอยู่มองเห็นเขาจากไกลๆ นางรีบวางมีดในมือลงแล้วรีบวิ่งไปประคองเขาให้เข้ามานั่งในบ้าน“ปล่อยข้า” เขาโวยวายแล้วสะบัดตัวออกจากการช่วยเหลือของนางแต่หว่าอิ๋งไม่ละความพยายาม นางพาเขาไปนั่งพักในบ้าน พยายามแย่งไหสุราในมือแต่ก็ไม่สำเร็จ จึงเอาห่อผ้าแพรที่เขาซื้อมาไปเก็บ แล้วกลับมานั่งข้างๆ เขานางมองเขาที่ดื่มสุราอย่างกับน้ำเปล่า ก่อนจะนึกเป็นห่วงจึงเข้าครัวไปทำอาหารต่อแล้วนำมาเป็นกับแกล้มให้เขา อย่างน้อยก็ให้มีกับแกล้มรองท้องยังดีกว่าให้ท้องว่างดื่มสุรา เพราะดูท่าแล้วเขาคงไม่ทานอาหารแน่หว่าอิ๋งเดินไปนั่งมองเขาที่เอาแต่ดื่มสุรา พยายามถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น แต่หยี่หานก็ไม่ตอบอันใดแก่นาง“คุณชายกัว ท่านดื่มมากแล้ว พอก่อนเถิดเจ้าค่ะ”“ทำไมเจ้ายังอยู่นี่ เจ้าควรไปจากบ้านของข้า เพราะเจ้าแท้ๆ มาอยู่รบกวนจิตใจข้า มันถึงเป็นชะตากรรมที่ทำให้เหว่ยฟางนอกใจข้า นางมีคุณชายตระกูลร่ำรวยมาติดพัน ถ้าเทียบกับบัณฑิตสอบตกอย่างข้าแล้ว คนละชั้นกันอย่างเห็นได้ชัด” หยี่หานพูดทุกเรื่องเหมารวมกันจนหว่าอิ๋งงุนงงกับสิ่งที่เขาพร่ำเพ้อเขาทานกับแกล้มพลางร่ำสุราต่อ
Read More
ตอนที่ 6 ไข่มุกงดงามบนฝ่ามือ
เหว่ยฟางเป็นลูกสาวคนเดียวของโจวเจาหรู เขารักและถนอมนางราวกับไข่ในหิน เหว่ยฟางเปรียบเสมือนไข่มุกเม็ดงามบนฝ่ามือ(ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน) ที่เขาหวงแหนเธอและเฝ้าทะนุถนอมมาตั้งแต่ยังเล็ก และหวังให้นางมีชีวิตที่สุขสบายกัวหยี่หาน ลูกชายเจ้าของสวนผักที่ท้ายหมู่บ้าน เขามีฐานะยากจน ถึงจะพยายามสอบเพื่อเป็นขุนนาง แต่กว่าจะสอบผ่านคงใช้เวลาอยู่นาน เพราะเขาสอบตกเมื่อสามปีที่แล้วในการสอบจวี่เหริน ซึ่งจะมีสอบทุกๆ สามปี จึงทำให้ยิ่งเสียเวลาไปอีกเจาหรูจึงต้องการให้บุตรสาวคนเดียวออกเรือนไปกับบุตรชายของตระกูลลู่ ที่เป็นเศรษฐีค้าข้าวและมีฐานะร่ำรวย ถึงแม้ชื่อเสียงด้านผู้หญิงจะมีมาให้เข้าหูบ้าง แต่มันก็เป็นธรรมดาของผู้ชายที่เกิดในตระกูลร่ำรวย สุรานารีย่อมไม่ขาดมือเหว่ยฟางเองแม้จะรักหยี่หาน แต่นางก็รักตัวเองมากกว่า นางชั่งใจว่าชายทั้งสองนั้น ใครกันที่เหมาะจะได้ครองคู่กับนางจริงอยู่ที่ว่าหยี่หานกำลังจะสอบจวี่เหรินในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ หากเขาสอบผ่านก็ต้องรอสอบก่งเซิ่งอีก เป็นเวลานานกว่าเขาจะสอบไต่ระดับไปจนถึงขุนนาง หากนางเลือกเขาแล้วเขาสอบไม่ผ่านนางคงได้ออกเรือนตอนอายุมากแล้วเป็นแน่ส่วนทางด้านลู่ชิงฟง
Read More
ตอนที่ 7 โคลนที่ฉาบไม่ติดผนัง
เมื่อหลายปีก่อนกัวหยี่หานคือบัณฑิตที่สอบผ่านในระดับซิ่วไฉ่ พอผลสอบออกมาในตอนแรกนั้นเขาก็เป็นที่ยกย่องให้เป็นหน้าเป็นตาของหมู่บ้าน ได้รับการละเว้นการจัดเก็บภาษีตามสิทธิ์ของตำแหน่งซิ่วไฉ่ และมีโอกาสในการถูกเรียกเข้าไปฟังงานราชการในชั้นปลายแถวบ้างในตอนนั้นโจวเจาหรูยังมิได้ห้ามเขากับโจวเหว่ยฟางคบหากัน เพราะคิดว่าเขามีโอกาสที่จะสอบไปจนถึงระดับจอหงวนได้เหว่ยฟางและหยี่หานได้พบเจอกันบ่อยขึ้น ทั้งคู่มักนัดเจอกันที่ศาลาริมน้ำที่อยู่ทางตะวันออกของหมู่บ้าน แล้วนั่งเกี้ยวพาราสีกันนานนับชั่วยามจนกระทั่งสาวใช้ของเหว่ยฟางต้องเร่งให้ทั้งคู่แยกย้ายกันในตอนนั้นความรักของทั้งคู่ราบรื่นมาก หยี่หานมีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่กับนางจนกระทั่งถึงปีที่เขาต้องไปสอบจวี่เหรินเป็นครั้งแรก มารดาของหยี่หานล้มป่วย เขาสละเวลาในการอ่านตำรามาดูแลมารดาของตนในตอนนั้นพอใกล้ถึงวันที่ต้องไปสอบในเมืองมารดาของเขาก็แสร้งทำเป็นหายป่วยเพื่อให้เขาสบายใจหลังจากกลับมาจากการสอบได้ไม่นาน ผลการสอบก็ถูกประกาศ ไม่มีรายชื่อของหยี่หานในนั้น ชาวบ้านจึงพูดถึงเขาว่าเป็น ‘บัณฑิตสอบตก’บัณฑิตซิ่วไฉ่ที่สอบไม่ผ่านจวี่เหรินอย่างเขายังได้รับสิ
Read More
ตอนที่ 8 เงาไม่ห่างแสงไฟ
นัยน์ตาสีดำสนิทของหยี่หานจ้องมองออกไปที่สวนผักของตนเอง เห็นหว่าอิ๋งทำงานในสวนอย่างมีความสุขก็อดยิ้มไม่ได้“หากว่าเจ้าดูเหน็ดเหนื่อยเสียหน่อย ข้าคงออกไปช่วยเจ้าแล้ว แต่ดูเจ้าสิช่างมีความสุขกับสิ่งที่ทำเหลือเกิน” เขาบ่นพึมพำเบาๆรู้ว่านางเองก็คงไม่อยากให้เขาช่วย เพราะนางอยากให้เขาอ่านตำราเตรียมตัวไปสอบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้เขาก้มหน้าอ่านตำราต่อพลางอมยิ้มอย่างสุขใจที่มีนางอยู่เคียงข้าง แต่พอนึกได้ว่าตนเองนั้นมีเหว่ยฟางอยู่แล้ว จึงค่อยๆ ลดยิ้มลง แล้วตั้งใจอ่านตำรา การสอบครั้งนี้เขาต้องทำเพื่อนางให้สำเร็จหว่าอิ๋งรดน้ำผักแล้วเสร็จ นางจึงกลับเข้าไปในบ้านเพื่อนำผ้ามาปักต่อจากเมื่อวาน แอบชำเลืองมองคุณชายที่นางแอบมีใจด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่และเทิดทูนตอนที่เดินผ่านห้องอ่านตำราของเขา ก่อนจะเดินไปนั่งปักผ้าต่อไปเงียบๆ ตรงโต๊ะอาหารที่อยู่หน้าห้องที่มองเห็นกันได้ ไม่ได้ชวนเขาคุยให้ต้องเสียสมาธิหยี่หานอ่านตำราจบไปหนึ่งบท เขาพักสายตาหันมองไปทางหว่าอิ๋งที่ปักผ้าอย่างตั้งใจ อดนึกไม่ได้ว่าหากนางจากไปแล้ว เขาจะคิดถึงนางหรือไม่‘ข้าคงรักและคิดถึงเหว่ยฟางจนไม่มีที่ว่างให้นึกถึงนางแน่’ เขาบ
Read More
ตอนที่ 9 ต้นหยกเล่นลม
หว่าอิ๋งนั่งปักผ้าอยู่ใต้ร่มไม้ที่อยู่ข้างบ้าน ฟังหยี่หานดีดพิณบรรเลงในยามสายแล้วยิ้มออกมาขณะที่ปักลายนกกระยางที่เถ้าแก่ร้านผ้าร้องขอมาความสามารถของหยี่หานนั้นมีมากพอตัว นางมั่นใจว่าบัณฑิตซิ่วไฉ่คนนี้จะเป็นบัณฑิตจวี่เหรินในอนาคตอันใกล้นี่แน่นอนใบหน้าที่เขาที่ดูงดงามราวกับสตรี ผิดแค่คิ้วที่ดกหนาดั่งคันศรกับริมฝีปากของเขาเท่านั้นที่ไม่ใช่คำพูดที่อ่อนนุ่ม จิตใจอ่อนโยน ท่าทางที่ดูสุขุมและท่าเดินที่ยืดตัวตรงของเขานั้น ทำให้เขาดูสง่างาม เปรียบดังต้นหยกเล่นลมที่ทำให้สตรีทุกคนต้องหันมามองหากเขาไม่พลาดการสอบครั้งที่แล้ว หว่าอิ๋งคิดว่าสตรีทุกนางในหมู่บ้านย่อมอยากที่จะมาเสนอตัวเป็นฮูหยินของเขาแข่งกับคุณหนูตระกูลโจวเป็นแน่‘ขนาดข้าเองก็ยังอยากเป็นฮูหยินของท่าน แต่ข้าคงไร้วาสนา’ นางได้แต่คิดริษยาโจวเหว่ยฟาง อยากเห็นเหลือเกินว่าหน้าตานางจะงดงามเพียงใด ถึงทำให้หยี่หานรักนักหนาสิ้นเสียงพิณของหยี่หาน เขาเดินมาหาหว่าอิ๋งที่ใต้ร่มไม้ มองนางที่ถือเข็มในมือค้างเอาไว้ แล้วมองเหม่อไปที่แปลงผักใกล้ๆ ทำให้เขาสงสัยว่านางกำลังนึกอันใดอยู่บัณฑิตหนุ่มหน้าหยกเอามือขัดหลัง ก้มตัวลงยื่นหน้าเข้าไปใกล้นางจากด้าน
Read More
ตอนที่ 10 แนบชิดในอ้อมกอด
เมื่อเวลาล่วงเลยไปจนถึงคืนวันเพ็ญตามที่นัดหมาย หยี่หานจึงออกไปรอหญิงคนรักที่จุดนัดพบ ด้วยรอยยิ้มที่ดูมีความสุขและอิ่มเอมหัวใจเขาเดินไปมาที่ศาลานั้นอย่างตื่นเต้น สักพักก็เริ่มกระวนกระวายเพราะเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยามแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าเหว่ยฟางจะมาที่นี่‘หรือว่านางมาไม่ได้ บิดาของนางต้องจับได้แน่ๆ’ หยี่หานคิดอย่างวิตกกังวล ห่วงว่าเจาหรูจะจับได้ตอนที่นางลักลอบออกมาแล้วลงโทษนางแต่บัณฑิตหนุ่มก็ยังไม่ไปจากตรงนั้น เกรงว่าหากเขากลับไปอาจจะสวนทางกับนางที่อุตส่าห์ลอบหนีออกมาเจอเขาได้ จึงยังคงรอนางด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความหวังผ่านไปครึ่งค่อนคืนหยี่หานที่เผลอหลับไปสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาเพราะถูกแมลงรบกวนและรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวราวกำลังจะมีไข้‘นี่ก็ดึกมากแล้ว นางคงไม่มาแล้ว’ เขามองไปรอบๆ ไม่เห็นวี่แววว่านางจะมาตามที่นัดหมาย จึงตั้งใจจะฝ่าความมืดกลับไปแต่ยังไม่ทันที่เขาจะเดินออกจากศาลา ก็เห็นแสงไฟจากตะเกียงกำลังมุ่งตรงมาทางเขา ทำให้หยี่หานนั้นยิ้มกว้างออกมา รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในที่สุดเหว่ยฟางก็ลอบออกมาพบเขาได้สำเร็จเงาของสตรีที่ถือตะเกียงน้ำมันนั้นเดินเข้ามาหาเขาใกล้ๆ หยี่หานลดย
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status