Share

บทที่ 10

Author: หลีหลี
วันรุ่งขึ้น

ณ แท่นประหารเซียน เมฆมงคลปกคลุมหนาแน่น เหล่าเซียนในสามภพที่ไม่มีหน้าที่การงานต่างพากันแห่มาดูการประหารทารกมารแต่กำเนิดกันอย่างเนืองแน่น

ผู้คุมการประหารในวันนี้คือเซียวจวินโม่ เขาเหลือบมองตะปูสลายวิญญาณพันเล่มที่เซียนรับใช้ยกขึ้นมา แล้วจึงยกมือขึ้นร่ายอาคม

อาภรณ์สีขาวของลั่วชิงอวิ๋นถูกย้อมจนแดงฉานด้วยหยาดเลือด สายลมพัดชายแขนเสื้อพลิ้วไหว ยามมองจากที่ไกลดูคล้ายเปลวเพลิงที่กำลังโชติช่วง

นางมองสามีที่ใบหน้าไร้ความรู้สึกตรงหน้า ลำคอที่แหบแห้งพยายามเค้นถามประโยคสุดท้ายออกมาด้วยความยากลำบาก

“เซียวจวินโม่ หากวันหนึ่งท่านได้รู้ความจริง จะนึกเสียใจภายหลังหรือไม่?”

เซียวจวินโม่แค่นหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา

“ไม่นึกเสียใจ!”

สิ้นคำเขาก็ขยับนิ้ว ตะปูสลายวิญญาณนับพันเล่มพุ่งออกไปพร้อมกัน มุ่งตรงไปยังลั่วชิงอวิ๋น

ลั่วชิงอวิ๋นยิ้มขมขื่น นางหลับตาลงเตรียมรับความตาย ทว่าในเสี้ยววินาทีวิกฤต ร่างมังกรสายหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า เข้าขวางหน้าลั่วชิงอวิ๋นไว้

ลั่วชิงอวิ๋นมองดูตะปูพิษที่แหลมคมดุจเข็มพุ่งเข้าปักร่างของเยี่ยนเจ๋อพร้อมกัน แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“เยี่ยนเจ๋อ!!!”

นางตะโกนชื่อเยี่ยนเจ๋ออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ หยาดน้ำตาพรั่งพรูออกจากดวงตาหยดลงบนร่างของเขา

ร่างของเยี่ยนเจ๋อชุ่มโชกไปด้วยโลหิต แต่ยังคงใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีโอบกอดนางไว้ และไม่ยอมถอยหลังแม้เพียงก้าวเดียว

“ชิงอวิ๋น หากมีชาติหน้า จำไว้ว่า... ตะ ต้องเลือกข้าให้ได้นะ”

เลือดอุ่นร้อนสาดกระเซ็นลงบนตัวลั่วชิงอวิ๋น นางมองเยี่ยนเจ๋อที่สิ้นเรี่ยวแรงและค่อยๆ ล้มฟุบลงไป รู้สึกปวดร้าวแทบอยากตายเสียให้ได้

เซียวจวินโม่แค่นหัวเราะเยาะอีกครั้ง เขาร่ายอาคมอีกครา ตะปูสลายวิญญาณพันเล่มก็พุ่งทะลุออกจากร่างของเยี่ยนเจ๋อ

เขามองดูลั่วชิงอวิ๋นที่ร้องไห้จนใกล้จะหมดสติไปเพราะเยี่ยนเจ๋อ โดยไม่มีท่าทีว่าจะปรานีแต่อย่างใด

ครั้งนี้ไม่มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ตะปูสลายวิญญาณพันเล่มพุ่งตรงเข้าปักร่างลั่วชิงอวิ๋นเข้าอย่างจัง

“กรี๊ด!!!”

กลางอากาศพลันโปรยปรายด้วยหยาดเลือดนับหมื่นหยด เลือดสีแดงฉานกระเซ็นลงบนต้นสาลี่ข้างแท่นประหารเซียน อาบย้อมจนกลายเป็นสีชมพูระเรื่อทั่วทั้งต้น

ลั่วชิงอวิ๋นรู้สึกราวกับมีอสรพิษนับหมื่นตัวกำลังอาละวาดอยู่ภายในร่าง ความเจ็บปวดลึกถึงกระดูกพุ่งขึ้นมาพร้อมกันจากทั่วสรรพางค์กาย จนความเจ็บปวดนั้นทำให้นางกัดลิ้นตัวเองจนขาด

เสียงโห่ร้องยินดีดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้นข้างหู

ลั่วชิงอวิ๋นหมดสติไปแล้ว นางแหงนหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างเลื่อนลอย

สามีที่นางรักมาสามพันปี องค์รัชทายาทแห่งวังสวรรค์ บัดนี้กำลังยืนไพล่หลังมองนางด้วยสีหน้าเรียบเฉย

สหายเซียนและเซียนรับใช้ที่นางปกป้องมานับร้อยปี รวมถึงเครือญาติร่วมตระกูล บัดนี้กำลังโห่ร้องอยู่ใต้แท่นประหารว่าสวรรค์ช่างมีตา พากันปรบมือยินดี

เสด็จพ่อเสด็จแม่ เง็กเซียนฮ่องเต้กับพระมเหสีที่นางเคารพมานับหมื่นปี บัดนี้กำลังสนทนากันอยู่บนก้อนเมฆ โดยไม่สนใจความเป็นความตายของนางแม้แต่น้อย

ส่วนลั่วจื่ออวิ๋น พี่สาวแท้ๆ ของนาง บัดนี้สวมอาภรณ์หงส์สีแดงสดนั่งตระหง่านอยู่บนก้อนเมฆ แววตาเต็มไปด้วยความทะนงตน

เบื้องหลังของนางค่อยๆ ปรากฏก้อนเมฆมงคลรูปร่างหงส์ลอยเด่นขึ้นมา

ทั้งที่เป็นองค์หญิงแห่งเผ่าวิหคหลวนเช่นเดียวกัน เหตุใดลั่วจื่ออวิ๋นถึงเป็นพญาหงส์ที่แม้แต่สวรรค์ยังโปรดปราน ส่วนตัวนางกลับเป็นได้เพียงโคลนตมที่เน่าเฟะอยู่กับพื้นดิน?

ทำไม? ทำไมกัน!

ในขณะที่ฝูงชนกำลังฮึกเหิมถึงขีดสุดนั้น เสียงฟ้าร้องผิดปกติก็ดังขึ้นจากขอบฟ้า แสงสีแดงฉานทาบทาจากหุบเขาลั่วเสียรุกคืบเข้ามาทางวังสวรรค์

อัคคีสวรรค์กำลังจะมาถึงแล้ว!

สายตาทุกคู่บนแท่นประหารเซียนต่างจับจ้องไปยังร่างของลั่วจื่ออวิ๋น ผู้คนไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตา เพราะเกรงว่าจะพลาดชมภาพมหัศจรรย์ยามที่พญาหงส์ปรากฏกาย

หมู่มวลวิหคต่างพากันคุกเข่ากราบกราน พร้อมใจกันส่งเสียงกู่ร้องก้องระงม

“ขอเชิญพญาหงส์คืนสู่ตำแหน่ง!”

“ขอเชิญพญาหงส์คืนสู่ตำแหน่ง!”

“ขอเชิญพญาหงส์คืนสู่ตำแหน่ง!”

ลั่วจื่ออวิ๋นเชิดหน้าขึ้น เผยให้เห็นตราประทับหงส์สีชมพูบนหน้าผาก

ก้อนเมฆมงคลเบื้องหลังแปรเปลี่ยนเป็นอาภรณ์ผ้าโปร่งสีชมพูลายหงส์ คลุมลงบนร่างของลั่วจื่ออวิ๋นในพริบตา

นางสะบัดมือคราหนึ่ง “นำศพของลั่วชิงอวิ๋นขึ้นมา วันนี้ข้าจะใช้เลือดของสัตว์มารตนนี้ เบิกทางให้แก่การคืนสู่ตำแหน่งของพญาหงส์!”

ขอบฟ้าถูกแสงสีแดงฉานย้อมจนกลายเป็นสีแดงโลหิต ไอเซียนฟ้าดินรอบแท่นประหารเซียนสูญเสียการควบคุม ก่อนจะควบแน่นแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงโหมกระหน่ำพุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบน

เปลวอัคคีวิญญาณปะทะกับเมฆสีแดงจนเกิดเสียงกึกก้องกัมปนาท ก่อนจะฉีกกระชากออกเป็นรอยแยกสายหนึ่ง เปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำซ้อนทับเป็นชั้นๆ แผ่ตัวพาดผ่านขอบฟ้า

ลั่วจื่ออวิ๋นร่ายเวทพยุงร่างลั่วชิงอวิ๋นขึ้นมา ก่อนจะคืนร่างเดิมเป็นวิหคหลวน ทั่วร่างพลันเปล่งประกายสีทองระยิบระยับ ขนวิญญาณตรงปลายหางยิ่งทอแสงห้าสีสลับหมุนเวียน

นางพาร่างอันรวยรินของลั่วชิงอวิ๋นทะยานขึ้นไป พลางหัวเราะอย่างลำพองใจ “ลั่วชิงอวิ๋น วันนี้ข้าจะให้เจ้าเบิกตาดูให้ดีว่า ข้าจะนิพพานเป็นพญาหงส์ ฟื้นคืนชีพจากกองเพลิงได้อย่างไร!”

สิ้นคำ วิหคหลวนสีทองก็ขยับปีกพุ่งตรงไปยังเปลวเพลิงที่ขอบฟ้า และถูกเปลวเพลิงอันร้อนแรงกลืนกินร่างหายไปในเวลาอันรวดเร็ว

ไม่นานนัก อัสนีบาตสีแดงฉานสายหนึ่งก็ผ่าฟาดลงมาจากสรวงสวรรค์

เหล่าเซียนในที่แห่งนั้นต่างถูกความเคลื่อนไหวที่ผิดปกตินี้ดึงดูดสายตา พากันแหงนหน้าตั้งตารอ

ทันใดนั้น รอยแยกบนท้องฟ้าก็พลันเปล่งแสงเจิดจรัสสว่างไสว...

พญาหงส์ นิพพานแล้ว!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 30

    งานมงคลสมรสของลั่วชิงอวิ๋นและเยี่ยนเจ๋อถูกกำหนดขึ้นในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิเยี่ยนเจ๋อคือองค์ชายสามแห่งทะเลบูรพา ส่วนลั่วชิงอวิ๋นคือมหาเทพผู้ปกครองดินแดนแห่งหนึ่ง ฐานันดรของคนทั้งคู่ต่างก็สูงส่งล้ำเลิศ หากจัดงานแต่งงานขึ้นมา ทั้งสามภพย่อมต้องหลั่งไหลมาร่วมงานอย่างแน่นอนทว่าลั่วชิงอวิ๋นไม่ต้องการให้เอิกเกริกเกินไปนัก จึงตัดสินใจประกาศให้ทั้งสามภพรับรู้ว่า งานแต่งงานในครั้งนี้จะจัดขึ้นที่หุบเขาลั่วเสียโดยเน้นความเรียบง่ายในทุกสิ่ง และเหล่าเทพเซียนทั้งหลายไม่จำเป็นต้องเดินทางมาร่วมอวยพรทั้งสองคนใช้เวลาปรึกษาหารือกันอยู่นาน จึงสามารถตกลงรายละเอียดของงานแต่งงานทีละเรื่องจนเสร็จสรรพเรียบร้อยแต่ลั่วชิงอวิ๋นก็ยังคงมีเรื่องให้ต้องกลัดกลุ้มอยู่บ้างยามนี้นางคือเทพประมุขหงสา จำต้องพำนักอยู่ที่หุบเขาลั่วเสียเป็นการถาวร จึงไม่อาจตามเยี่ยนเจ๋อกลับไปอาศัยอยู่ที่ทะเลบูรพาได้นางกังวลว่าหากเยี่ยนเจ๋อมาพำนักอยู่ที่หุบเขาลั่วเสียเป็นเวลานาน ราชามังกรจะขุ่นเคืองใจเอาได้เพราะเรื่องนี้ ทำให้นางกินไม่ได้นอนไม่หลับ ขบคิดอยู่นานก็ยังไม่อาจหาวิธีแก้ปัญหาที่บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นเยี่ยนเจ๋อที่เฝ้ามอง

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 29

    ลั่วชิงอวิ๋นอาศัยอยู่ในทะเลบูรพาได้หนึ่งปี ในช่วงเวลานั้นมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งเง็กเซียนฮ่องเต้และองค์รัชทายาทต่างสิ้นชีพลงติดต่อกัน ภายในวังสวรรค์จึงเกิดการแย่งชิงอำนาจขึ้นระลอกหนึ่ง สุดท้ายเป็นเซียวถางโอรสองค์เล็กของเง็กเซียนฮ่องเต้ที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์นอกจากทะเลบูรพาที่รอดพ้นจากน้ำมือของเผ่ามารแล้ว ทั้งสามภพต่างได้รับความเสียหายอย่างหนักและมีการบาดเจ็บล้มตายมหาศาล ทำให้ตำแหน่งเซียนว่างลงมากมาย ด้วยเหตุนี้ทั้งโลกมนุษย์และภพปีศาจจึงเกิดกระแสความนิยมในการบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุเป็นเซียนหลังจากร่างกายของลั่วชิงอวิ๋นฟื้นฟูดีแล้ว นางก็พาเยี่ยนเจ๋อออกท่องเที่ยวไปทั่วทั้งสี่คาบสมุทร เพื่อแผ่ซ่านไอทิพย์หงสาลงสู่ขุนเขาและลำน้ำเทือกเขาที่ถูกทหารมารชนจนหักเหยียบจนราบ ลำน้ำที่ถูกไอมารปนเปื้อนจนแห้งขอด ต่างกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ความตระหนกในใจของเหล่ามนุษย์ ปีศาจ และสิงสาราสัตว์ที่รอดชีวิตมาได้ค่อยๆ ถูกปัดเป่าเยียวยา แม้แต่ฤดูกาลก็กลับมาหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนดังเดิมการออกท่องเที่ยวในครั้งนี้ดำเนินต่อเนื่องยาวนานนับหลายร้อยปี ทั่วทั้งสี่คาบสมุทรแปดดินแดนต่างอาบไล้ด้วยไอทิพย์

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 28

    เงาร่างคุนเผิงโผบินพาลั่วชิงอวิ๋นทะยานออกมาจากใจกลางค่ายกลยามเมื่อเยี่ยนเจ๋อเหลียวมองเงาร่างอันแสนคุ้นเคยสายนั้น ใจที่แหลกสลายไร้ความรู้สึกก็พลันกลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้งหนึ่งคุนเผิงแผดเสียงร้องคำรามลั่น มันค่อยๆ วางคนที่อยู่บนหลังลงสู่อ้อมอกของเยี่ยนเจ๋อ จากนั้นจึงขยับปีกทองโบกสะบัดเบาๆ พัดพาร่างของคนทั้งสองให้ร่อนลงมาจากเหนือนภาชั้นเมฆหลังจากหลุดพ้นออกมาจากขอบเขตค่ายกลสยบมาร พลังปราณวิญญาณทั่วร่างของเยี่ยนเจ๋อก็กลับมาโคจรแล่นพล่านได้ดังเดิม เขาโอบกอดลั่วชิงอวิ๋นในอ้อมอกเอาไว้แน่น ก่อนจะทะยานร่างลงสู่พื้นดินได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงเหนือชั้นเมฆพลันบังเกิดแสงสว่างเจิดจ้าบาดตาระเบิดออกสายหนึ่ง ตามมาด้วยเปลวเพลิงพวยพุ่งทะยานฟ้าแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ย้อมผืนนภาที่เคยสลัวรางให้กลายเป็นสีแดงชาดทหารมารภายในตำหนักหลิงสุ่ยถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นแล้ว ทวยเทพทั้งหลายต่างแหงนหน้าขึ้นมองความผันผวนบนท้องฟ้า ในยามนั้นมีดาวตกสีดำสนิทดวงหนึ่งลอยพาดผ่านขอบฟ้า ซือมิ่งรีบยกนิ้วขึ้นคำนวณ จิตใจพลันสั่นสะท้านด้วยความตื่นตระหนก“องค์รัชทายาททรงสละชีพเพื่อใต้หล้ายับยั้งจอมมารแล้ว!”เยี่ยนเจ๋อที่ได้

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 27

    ท่ามกลางแสงสีทองและหมอกทมิฬที่พัวพันกันยุ่งเหยิง เซียวจวินโม่ก็เสาะหาจนพบร่างของลั่วชิงอวิ๋นนางนอนสลบอยู่บนภาพเงาร่างของคุนเผิงตัวหนึ่ง และดูเหมือนว่าจะหมดสติแน่นิ่งไปแล้วทันใดนั้น เซียวจวินโม่พลันนึกถึงเรื่องราวลึกลับในบันทึกโบราณเล่มหนึ่งขึ้นมาได้มีข่าวเล่าลือสืบต่อกันมาว่า ในยุคบรรพกาล ประมุขเผ่าหงสาเคยหมั้นหมายผูกสัมพันธ์สมรสกับ…คุนเผิงเพียงตัวเดียวที่มีอยู่ในโลกหล้าในเวลาต่อมา เผ่าหงสาได้ยอมสละชีพทั้งเผ่าเพื่อปกป้องสรรพชีวิต ในยามที่ประมุขเผ่ากำลังจะสิ้นใจได้แปรเปลี่ยนร่างเป็นอัคคีสวรรค์ คุนเผิงตัวนั้นจึงกระโดดเข้าสู่กองอัคคีสวรรค์เพื่อตายตกตามกันด้วยความรักอันลึกซึ้งเงาร่างคุนเผิงแผดเสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างแสนรันทดใส่เซียวจวินโม่คราหนึ่ง ราวกับกำลังบอกเล่าความในใจบางอย่างอยู่เซียวจวินโม่ได้แต่ฝืนทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส และตั้งใจรับฟังอยู่เงียบๆหลังจากคุนเผิงบอกเล่าถึงที่มาที่ไปของตนเองแล้ว ก็ได้อธิบายเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดอย่างกระจ่างแจ้งชัดเจนหลังจากคุนเผิงกระโดดเข้าสู่อัคคีสวรรค์ ดวงวิญญาณกลับยังมิได้แตกสลายไปจนหมดสิ้น ทว่าได้ทิ้งเศษเสี้ยววิญญาณสายนี้เอาไว

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 26

    ในเผ่าสวรรค์มีวิชาลับต้องห้ามอันถูกปิดผนึกไว้บทหนึ่ง นามว่าวิชาย้ายวายุหากร่ายมหาเวทบทนี้ขึ้นมา จะสามารถสูบกลืนกระแสพลังที่เข้มข้นที่สุดในบริเวณโดยรอบเข้าสู่ร่างกายเพื่อแปรเปลี่ยนมาเป็นพลังของตนเองได้ในยามที่เซียวจวินโม่บรรลุนิติภาวะ องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ได้แอบถ่ายทอดวิชาลับนี้ให้แก่เขาเป็นการส่วนตัว ทว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยใช้มันเลยหากยามนี้เขาเลือกที่จะร่ายวิชาย้ายวายุ ย่อมสามารถกำจัดไอมารให้หมดสิ้นไปได้ ทว่าภายในใจของเซียวจวินโม่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจตัวเขาเป็นฝ่ายเซียน หากสูบกลืนไอมารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายในขณะที่เขากำลังบาดเจ็บสาหัส ย่อมไม่มีทางสลายพลังมารได้แน่ และเมื่อพลังปราณเซียนกับไอมารปะทะหักล้างกันเอง เส้นชีพจรของเขาจะต้องฉีกขาดสะบั้นลงทันที ณ ที่ตรงนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมองแสงสีทองที่สาดแสงวับแวมออกมาเป็นระยะ แววตาของเขาฉายประกายความรู้สึกอันสับสนปนเปออกมาแวบหนึ่งมือของเซียวจวินโม่แปรเปลี่ยนกระบวนท่าอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อวาดมุทราสร้างอักขระคาถา รอบกายของเขาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นลมพายุหมุนเกลียวสายหนึ่ง ส่งผลให้ไอมารรอบทิศทางพากันพวยพุ่งทะลักเข้าหาตัวเ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 25

    ครั้นเมื่อคนทั้งสองเร่งรุดมาถึงประตูสวรรค์ ภาพเหตุการณ์ตรงหน้ากลับทำเอาพวกเขาถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องพลันเห็นวังสวรรค์ที่ในยามปกติมีเวรยามแน่นหนา ประตูกลับเปิดทิ้งไว้หมด ซากศพของเหล่านายทหารสวรรค์และทหารมารนอนตายเกลื่อนกลาดดาษดื่นไปทั่วทั้งห้องโถง โดยมีเสียงเข้าห้ำหั่นต่อสู้กันอย่างดุเดือดดังแว่วมาจากส่วนลึกของวังลั่วชิงอวิ๋นกับเยี่ยนเจ๋อหันมาสบสายตากันคราหนึ่ง ใบหน้าของคนทั้งคู่ต่างเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและวิตกกังวลอย่างยิ่งเมื่อทั้งสองฝ่าเข้ามาถึงตำหนักหลิงสุ่ย ก็พบว่าภายในนั้นเต็มไปด้วยการตะลุมบอนพัวพันระหว่างเซียนและมารจนสภาพเละเทะไม่มีชิ้นดี โดยมีเง็กเซียนฮ่องเต้กับเซียวจวินโม่กำลังจับมือร่วมรบต้านทานจอมมารอยู่กระบวนท่าโจมตีของจอมมารดุดันและรวดเร็วยิ่งนัก ในเวลาเพียงไม่นานมันก็ซัดเซียวจวินโม่จนร่วงตกจากชั้นเมฆ ส่วนเง็กเซียนฮ่องเต้กลับถูกมันคว้าตัวจับกุมเอาไว้ได้คามือ!มันพ่นลมหายใจเป็นไอมารสีดำทมิฬคราหนึ่ง บนใบหน้าฉายแววพึงพอใจและเย้ยหยัน พลางก้มศีรษะลงทอดสายตามองลงไปที่ภาพการตะลุมบอนนองเลือดภายในตำหนัก ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างโอหังบ้าคลั่ง“พวกเศษสวะแห่งแดนเซ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 9

    ลั่วจื่ออวิ๋นและคณะเพิ่งมาถึงตำหนักเฉิงเทียน ก็มีคนตะโกนขึ้นมาว่า“ในวาระสุดท้าย คุนเผิงส่งเสียงร้องต่อหน้าลั่วชิงอวิ๋น เห็นทีจะเป็นเพราะนางเป็นตัวกาลกิณีจึงทำให้เกิดภัยพิบัติในวันนี้ ควรลงโทษตัวหายนะนี้หรือไม่?”ประมุขเผ่าวิหคหลวนกับลั่วจื่ออวิ๋นสบตากัน แววตาของพ่อลูกต่างเห็นพ้องต้องกันเพียงไม่

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 8

    ลั่วชิงอวิ๋นถูกหามกลับมายังตำหนักฝูอวิ๋น แต่กลับถูกลั่วจื่ออวิ๋นสั่งขับไล่ให้ไปซุกหัวนอนที่เรือนพักของนางกำนัลเซียน มิหนำซ้ำยังตัดเบี้ยหวัดและเครื่องเสวยจนหมดสิ้น บีบคั้นให้นางจนมุมแทบไร้ทางเดินหลังสูญเสียเกราะคุ้มกันหัวใจ ทั้งยังถูกแทงด้วยกระบี่อีกหนึ่งแผล ร่างกายของนางก็ยิ่งอ่อนแอลงทุกทีเมื่อเ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 7

    ตลอดเส้นทาง ห้วงคำนึงของลั่วชิงอวิ๋นฉายภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาการตัดขาดจากบิดามารดาที่ไม่รักตนย่อมเจ็บปวด ทว่าบนผืนดินแห่งความเจ็บปวดนั้น กลับมีหน่ออ่อนของความหวังผลิบานขึ้นมาที่แท้ความทรงจำของเซียวจวินโม่ถูกบิดเบือนไป มิน่าเล่าเขาถึงได้เปลี่ยนใจไปรักลั่วจื่ออวิ๋นลั่วชิงอวิ๋นหวน

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 6

    ลั่วชิงอวิ๋นกลับมาถึงตำหนักฝูอวิ๋นก็เป็นเวลาดึกดื่นค่อนคืนแล้วนางผลักบานประตูตำหนักรองออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือสภาพอันยับเยิน ข้าวของเครื่องใช้นานาถูกโยนทิ้งกระจัดกระจายไปทั่วลานตำหนัก ซึ่งทุกชิ้นล้วนเป็นของที่นางคุ้นตาเป็นอย่างดีนางกำนัลเซียนที่คอยปรนนิบัตินางเห็นนางกลับมา ก็โยนของในมือทิ้งพล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status