Share

บทที่ 9

Penulis: หลีหลี
ลั่วจื่ออวิ๋นและคณะเพิ่งมาถึงตำหนักเฉิงเทียน ก็มีคนตะโกนขึ้นมาว่า

“ในวาระสุดท้าย คุนเผิงส่งเสียงร้องต่อหน้าลั่วชิงอวิ๋น เห็นทีจะเป็นเพราะนางเป็นตัวกาลกิณีจึงทำให้เกิดภัยพิบัติในวันนี้ ควรลงโทษตัวหายนะนี้หรือไม่?”

ประมุขเผ่าวิหคหลวนกับลั่วจื่ออวิ๋นสบตากัน แววตาของพ่อลูกต่างเห็นพ้องต้องกัน

เพียงไม่นาน ลั่วชิงอวิ๋นที่ถูกทิ้งไว้ที่ตำหนักซือมิ่งก็ถูกคุมตัวมา

เหล่าวิหคนับหมื่นต่างคุกเข่าลงต่อหน้าเง็กเซียนฮ่องเต้ พร้อมใจกันเอ่ยขอ

“องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ ลั่วชิงอวิ๋นคือตัวอัปมงคล พวกกระหม่อมทูลขอประทานอนุญาตให้ประหารตัวหายนะนี้! มิฉะนั้นต้องเป็นภัยต่อสามภพ สรรพชีวิตต้องเดือดร้อนเป็นแน่”

ประมุขเผ่าวิหคหลวนก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อกราบทูลต่อ

“หลายปีก่อน โหรประจำเผ่าวิหคหลวนเคยทำนายไว้ว่า เผ่าเราจะให้กำเนิดเทพประมุขหงสาผู้กอบกู้ใต้หล้า และจะเกิดสัตว์ร้ายที่นำความวุ่นวายมาสู่ทุกทิศ บัดนี้ศิลาจิตวิญญาณได้บ่งชี้แล้วว่าจื่ออวิ๋นคือพญาหงส์ที่จะนิพพานในวันพรุ่งนี้ เช่นนั้นลั่วชิงอวิ๋นย่อมเป็นสัตว์ร้ายตัวนั้น เผ่าวิหคหลวนยินดีกำจัดคนในตระกูลเพื่อความปลอดภัยของสามภพ ขอฝ่าบาทโปรดมีพระบรมราชโองการประหารลั่วชิงอวิ๋นโดยเร็วเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”

ลั่วชิงอวิ๋นฟังเสียงด่าทอที่ดังอยู่ข้างหู ในใจเหลือเพียงความสิ้นหวัง ดวงตาของนางแดงก่ำ แม้แต่น้ำตาที่ไหลออกมาจากหางตาก็ยังปนด้วยโลหิต

นางมองบิดามารดาที่โขกศีรษะกราบกรานเง็กเซียนฮ่องเต้อยู่เบื้องหน้า แล้วยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

“เสด็จพ่อ เสด็จแม่ ข้ามิใช่บุตรสาวแท้ๆ ของพวกท่านหรือ? พวกท่านถึงกับเอ่ยคำสั่งให้ประหารข้าเช่นนี้ได้”

แววตาของประมุขกับชายาประมุขเผ่าวิหคหลวนเต็มไปด้วยความเย็นชา

“เผ่าวิหคหลวนมีองค์หญิงเพียงผู้เดียว คือจื่ออวิ๋นที่จะบรรลุเป็นหงสาในวันพรุ่งนี้! ส่วนเจ้าเป็นเพียงเด็กอัปมงคลที่นำภัยมาสู่ทุกทิศ! หากรู้แต่แรกว่าร่างแท้จริงของเจ้าดุร้ายเช่นนี้ พวกเราคงสังหารเจ้าทิ้งไปตั้งนานแล้ว!”

เมื่อได้ยินเสียงร้องขอที่ดังกระหึ่มไปทั่วตำหนัก สีหน้าของเง็กเซียนฮ่องเต้ก็ดูเคร่งขรึม

เขานวดคลึงหว่างคิ้วเล็กน้อย แล้วหันไปมองเซียวจวินโม่หนึ่งครา

“จวินโม่ ลั่วชิงอวิ๋นเป็นภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเจ้า เจ้ามีความเห็นอย่างไร”

เซียวจวินโม่มองลั่วชิงอวิ๋นอย่างเย็นชาโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เขาตวัดชายเสื้อลงคุกเข่า

“เสด็จพ่อ ลูกไม่มีความเห็นอื่น ในเมื่อลั่วชิงอวิ๋นเป็นตัวอัปมงคลแต่กำเนิด ก็ควรสังหารทิ้งเสียทันที”

ความหวังเฮือกสุดท้ายของลั่วชิงอวิ๋นถูกตัดขาดลงโดยสิ้นเชิงจากประโยคนั้น

เหล่าเซียนปรารถนาให้นางตาย!

บิดามารดาบังเกิดเกล้าปรารถนาให้นางตาย!

สามีของนางก็ปรารถนาให้นางตายเช่นกัน!

ลั่วชิงอวิ๋นเอ๋ยลั่วชิงอวิ๋น เจ้าช่างน่าสมเพชนัก

เง็กเซียนฮ่องเต้มองการร้องขอที่ดังกระหึ่มอยู่เบื้องล่างแล้วทอดถอนใจยาว เขาโบกมือขึ้นคราหนึ่ง

“วันนี้ฟ้ามืดค่ำแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่เถิด”

ลั่วชิงอวิ๋นถูกขังไว้ในแท่นประหารเซียน

ยามกลางดึก ลั่วชิงอวิ๋นยังคงถูกพันธนาการอยู่บนแท่น นางตกอยู่ในอาการสะลึมสะลือ

ทว่ามีเงาร่างหนึ่งหลบหลีกเหล่าองครักษ์ แล้วย่องเข้ามาในตำหนักอย่างเงียบเชียบ

ลั่วชิงอวิ๋นตื่นขึ้นมาในทันที

เป็นเง็กเซียนฮ่องเต้!

ในสามภพนี้ นอกจากเยี่ยนเจ๋อแล้ว เง็กเซียนฮ่องเต้เป็นเพียงคนเดียวที่ทำดีกับนาง

การมาเยือนของเขาในครั้งนี้ คงมาเพื่อช่วยนางกระมัง

ในขณะที่ลั่วชิงอวิ๋นจุดประกายความหวังขึ้นมาอีกครั้ง เง็กเซียนฮ่องเต้กลับร่ายอาคมต้องห้ามลงในตำหนักอย่างเย็นชา

“ลั่วชิงอวิ๋น ไม่รู้เพราะเหตุใด ไอวิญญาณที่ไหลเวียนในกายเจ้าจึงสามารถรักษาบาดแผลเก่าของข้าได้ ข้าจึงเลือกเจ้าให้เป็นพระชายาสวรรค์และแต่งงานกับจวินโม่ เพียงแต่เจ้ามักไม่สงบเสงี่ยม วันนี้ยังก่อเรื่องใหญ่จนนำไปสู่ความโกรธแค้นของมวลชน เห็นทีไม่ว่าอย่างไรข้าก็ปกป้องเจ้าไม่ได้แล้ว”

“พรุ่งนี้ยามเที่ยงเจ้าก็จะถูกประหารที่นี่ ในเมื่อเจ้าจะต้องตายแล้ว เช่นนั้นก็ช่วยข้าอีกสักเรื่องเถิด!”

สิ้นคำ เง็กเซียนฮ่องเต้ก็รวบรวมไอเซียนทั่วร่างควบแน่นเป็นลำแสงสีแดงฉาน ก่อนจะซัดพุ่งเข้าสู่ร่างของลั่วชิงอวิ๋นทันที

“กรี๊ด!”

หลังจากขุมพลังอันมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่ร่างกาย มันก็แทรกซึมและแล่นพล่านไปทั่วร่างดุจม้าป่าที่บ้าคลั่ง ตบะบารมีที่ลั่วชิงอวิ๋นเพียรบำเพ็ญมาหมื่นปีถูกแสงสีแดงนั้นดูดกลืนจนหมดสิ้น

ความเจ็บปวดรุนแรงดั่งกระดูกแตกละเอียดแล่นไปทั่วแขนขา ตามด้วยความรู้สึกสิ้นเรี่ยวแรงที่แผ่ซ่านออกมาจากหัวใจ

ลั่วชิงอวิ๋นเจ็บปวดทรมานจนเหงื่อเย็นผุดซึมชุ่มไปทั้งกาย นางมองดูแสงสีแดงนั้นสูบเอาตบะเซียนของตนจนเหือดแห้งแล้วหวนกลับเข้าสู่ร่างของเง็กเซียนฮ่องเต้ ยามนี้เองนางจึงได้สติว่า แท้จริงแล้วเง็กเซียนฮ่องเต้มาที่นี่เพื่อทำลายตบะหมื่นปีของนาง!

นับตั้งแต่วันที่ลั่วชิงอวิ๋นถูกเลือกให้เป็นพระชายาสวรรค์ ก็ได้รับสายตาเย็นชาและการเยาะเย้ยถากถางมาโดยตลอด มีเพียงเง็กเซียนฮ่องเต้ที่ปฏิบัติต่อนางด้วยความเมตตาปรานี นางจึงคิดว่าตนเองได้พบกับผู้อาวุโสที่รักนางจริงๆ เข้าแล้ว

จนกระทั่งวันนี้ นางจึงเข้าใจว่าที่แท้แม้แต่ความดีเพียงน้อยนิดนี้ก็ยังเป็นเรื่องจอมปลอม!

เมื่อสิ้นพลังตบะ บัดนี้นางกลับด้อยค่ายิ่งกว่าวิหคธรรมดา ทำได้เพียงนอนรอความตายอยู่ตรงหน้าเท่านั้น

ลั่วชิงอวิ๋นหาได้หวั่นเกรงความตาย แต่นางกลับอาลัยอาวรณ์บุตรในครรภ์ ดังนั้นแม้จะรู้ว่าเง็กเซียนฮ่องเต้เพิ่งทำลายนางไป นางก็ยังร้องตะโกนออกมาทั้งน้ำตา

“บะ บุตรของข้า หม่อมฉันตั้งครรภ์บุตรของเซียวจวินโม่ ขอร้องท่าน เห็นแก่สายเลือดของราชสกุล โปรดช่วยชีวิตเขาด้วยเถิด”

เง็กเซียนฮ่องเต้ลังเลเพียงครู่เดียว ก็แค่นหัวเราะแล้วส่ายหน้า

“บุตรของจวินโม่คือว่าที่เง็กเซียนฮ่องเต้ในอนาคต สายเลือดต้องบริสุทธิ์ จะต้องเกิดจากการรวมกันขององค์รัชทายาทกับพญาหงส์เท่านั้น”

“ตัวอัปมงคลเช่นนี้ ตายไปเสียก็ดี”

ทิ้งวาจาไว้เพียงเท่านั้น เง็กเซียนฮ่องเต้ก็คลายอาคมต้องห้ามและจากแท่นประหารเซียนไปอย่างรวดเร็ว

พลันเกิดความปวดร้าวอย่างแสนสาหัสจนแทบขาดใจขึ้นที่ท้องน้อยของลั่วชิงอวิ๋น นางรีบใช้มือที่สั่นเทาหยิบกระจกใจเดียวออกจากแขนเสื้อเพื่อขอความช่วยเหลือจากเซียวจวินโม่

“จวินโม่ ช่วยข้า ช่วยข้าด้วย...”

เซียวจวินโม่ที่กำลังตรวจราชการอยู่ในตำหนักฝูอวิ๋น เขาเงยหน้าขึ้นมองคนในกระจกที่มีสภาพสะบักสะบอมและร้องไห้โหยหวนไม่หยุดหย่อน ก่อนจะสะบัดมือทำลายกระจกนั้นทิ้งทันที

กระจกใจเดียวแตกละเอียดเป็นพันชิ้นพุ่งเข้าปักลงในเนื้อของลั่วชิงอวิ๋น แต่นางเจ็บปวดจนขาดสติไปแล้ว ดวงตาว่างเปล่ามองดูหยาดเลือดสีแดงคล้ำที่หยดลงบนพื้น

บุตรของนาง สิ้นใจแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 30

    งานมงคลสมรสของลั่วชิงอวิ๋นและเยี่ยนเจ๋อถูกกำหนดขึ้นในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิเยี่ยนเจ๋อคือองค์ชายสามแห่งทะเลบูรพา ส่วนลั่วชิงอวิ๋นคือมหาเทพผู้ปกครองดินแดนแห่งหนึ่ง ฐานันดรของคนทั้งคู่ต่างก็สูงส่งล้ำเลิศ หากจัดงานแต่งงานขึ้นมา ทั้งสามภพย่อมต้องหลั่งไหลมาร่วมงานอย่างแน่นอนทว่าลั่วชิงอวิ๋นไม่ต้องการให้เอิกเกริกเกินไปนัก จึงตัดสินใจประกาศให้ทั้งสามภพรับรู้ว่า งานแต่งงานในครั้งนี้จะจัดขึ้นที่หุบเขาลั่วเสียโดยเน้นความเรียบง่ายในทุกสิ่ง และเหล่าเทพเซียนทั้งหลายไม่จำเป็นต้องเดินทางมาร่วมอวยพรทั้งสองคนใช้เวลาปรึกษาหารือกันอยู่นาน จึงสามารถตกลงรายละเอียดของงานแต่งงานทีละเรื่องจนเสร็จสรรพเรียบร้อยแต่ลั่วชิงอวิ๋นก็ยังคงมีเรื่องให้ต้องกลัดกลุ้มอยู่บ้างยามนี้นางคือเทพประมุขหงสา จำต้องพำนักอยู่ที่หุบเขาลั่วเสียเป็นการถาวร จึงไม่อาจตามเยี่ยนเจ๋อกลับไปอาศัยอยู่ที่ทะเลบูรพาได้นางกังวลว่าหากเยี่ยนเจ๋อมาพำนักอยู่ที่หุบเขาลั่วเสียเป็นเวลานาน ราชามังกรจะขุ่นเคืองใจเอาได้เพราะเรื่องนี้ ทำให้นางกินไม่ได้นอนไม่หลับ ขบคิดอยู่นานก็ยังไม่อาจหาวิธีแก้ปัญหาที่บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นเยี่ยนเจ๋อที่เฝ้ามอง

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 29

    ลั่วชิงอวิ๋นอาศัยอยู่ในทะเลบูรพาได้หนึ่งปี ในช่วงเวลานั้นมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งเง็กเซียนฮ่องเต้และองค์รัชทายาทต่างสิ้นชีพลงติดต่อกัน ภายในวังสวรรค์จึงเกิดการแย่งชิงอำนาจขึ้นระลอกหนึ่ง สุดท้ายเป็นเซียวถางโอรสองค์เล็กของเง็กเซียนฮ่องเต้ที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์นอกจากทะเลบูรพาที่รอดพ้นจากน้ำมือของเผ่ามารแล้ว ทั้งสามภพต่างได้รับความเสียหายอย่างหนักและมีการบาดเจ็บล้มตายมหาศาล ทำให้ตำแหน่งเซียนว่างลงมากมาย ด้วยเหตุนี้ทั้งโลกมนุษย์และภพปีศาจจึงเกิดกระแสความนิยมในการบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุเป็นเซียนหลังจากร่างกายของลั่วชิงอวิ๋นฟื้นฟูดีแล้ว นางก็พาเยี่ยนเจ๋อออกท่องเที่ยวไปทั่วทั้งสี่คาบสมุทร เพื่อแผ่ซ่านไอทิพย์หงสาลงสู่ขุนเขาและลำน้ำเทือกเขาที่ถูกทหารมารชนจนหักเหยียบจนราบ ลำน้ำที่ถูกไอมารปนเปื้อนจนแห้งขอด ต่างกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ความตระหนกในใจของเหล่ามนุษย์ ปีศาจ และสิงสาราสัตว์ที่รอดชีวิตมาได้ค่อยๆ ถูกปัดเป่าเยียวยา แม้แต่ฤดูกาลก็กลับมาหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนดังเดิมการออกท่องเที่ยวในครั้งนี้ดำเนินต่อเนื่องยาวนานนับหลายร้อยปี ทั่วทั้งสี่คาบสมุทรแปดดินแดนต่างอาบไล้ด้วยไอทิพย์

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 28

    เงาร่างคุนเผิงโผบินพาลั่วชิงอวิ๋นทะยานออกมาจากใจกลางค่ายกลยามเมื่อเยี่ยนเจ๋อเหลียวมองเงาร่างอันแสนคุ้นเคยสายนั้น ใจที่แหลกสลายไร้ความรู้สึกก็พลันกลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้งหนึ่งคุนเผิงแผดเสียงร้องคำรามลั่น มันค่อยๆ วางคนที่อยู่บนหลังลงสู่อ้อมอกของเยี่ยนเจ๋อ จากนั้นจึงขยับปีกทองโบกสะบัดเบาๆ พัดพาร่างของคนทั้งสองให้ร่อนลงมาจากเหนือนภาชั้นเมฆหลังจากหลุดพ้นออกมาจากขอบเขตค่ายกลสยบมาร พลังปราณวิญญาณทั่วร่างของเยี่ยนเจ๋อก็กลับมาโคจรแล่นพล่านได้ดังเดิม เขาโอบกอดลั่วชิงอวิ๋นในอ้อมอกเอาไว้แน่น ก่อนจะทะยานร่างลงสู่พื้นดินได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงเหนือชั้นเมฆพลันบังเกิดแสงสว่างเจิดจ้าบาดตาระเบิดออกสายหนึ่ง ตามมาด้วยเปลวเพลิงพวยพุ่งทะยานฟ้าแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ย้อมผืนนภาที่เคยสลัวรางให้กลายเป็นสีแดงชาดทหารมารภายในตำหนักหลิงสุ่ยถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นแล้ว ทวยเทพทั้งหลายต่างแหงนหน้าขึ้นมองความผันผวนบนท้องฟ้า ในยามนั้นมีดาวตกสีดำสนิทดวงหนึ่งลอยพาดผ่านขอบฟ้า ซือมิ่งรีบยกนิ้วขึ้นคำนวณ จิตใจพลันสั่นสะท้านด้วยความตื่นตระหนก“องค์รัชทายาททรงสละชีพเพื่อใต้หล้ายับยั้งจอมมารแล้ว!”เยี่ยนเจ๋อที่ได้

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 27

    ท่ามกลางแสงสีทองและหมอกทมิฬที่พัวพันกันยุ่งเหยิง เซียวจวินโม่ก็เสาะหาจนพบร่างของลั่วชิงอวิ๋นนางนอนสลบอยู่บนภาพเงาร่างของคุนเผิงตัวหนึ่ง และดูเหมือนว่าจะหมดสติแน่นิ่งไปแล้วทันใดนั้น เซียวจวินโม่พลันนึกถึงเรื่องราวลึกลับในบันทึกโบราณเล่มหนึ่งขึ้นมาได้มีข่าวเล่าลือสืบต่อกันมาว่า ในยุคบรรพกาล ประมุขเผ่าหงสาเคยหมั้นหมายผูกสัมพันธ์สมรสกับ…คุนเผิงเพียงตัวเดียวที่มีอยู่ในโลกหล้าในเวลาต่อมา เผ่าหงสาได้ยอมสละชีพทั้งเผ่าเพื่อปกป้องสรรพชีวิต ในยามที่ประมุขเผ่ากำลังจะสิ้นใจได้แปรเปลี่ยนร่างเป็นอัคคีสวรรค์ คุนเผิงตัวนั้นจึงกระโดดเข้าสู่กองอัคคีสวรรค์เพื่อตายตกตามกันด้วยความรักอันลึกซึ้งเงาร่างคุนเผิงแผดเสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างแสนรันทดใส่เซียวจวินโม่คราหนึ่ง ราวกับกำลังบอกเล่าความในใจบางอย่างอยู่เซียวจวินโม่ได้แต่ฝืนทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส และตั้งใจรับฟังอยู่เงียบๆหลังจากคุนเผิงบอกเล่าถึงที่มาที่ไปของตนเองแล้ว ก็ได้อธิบายเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดอย่างกระจ่างแจ้งชัดเจนหลังจากคุนเผิงกระโดดเข้าสู่อัคคีสวรรค์ ดวงวิญญาณกลับยังมิได้แตกสลายไปจนหมดสิ้น ทว่าได้ทิ้งเศษเสี้ยววิญญาณสายนี้เอาไว

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 26

    ในเผ่าสวรรค์มีวิชาลับต้องห้ามอันถูกปิดผนึกไว้บทหนึ่ง นามว่าวิชาย้ายวายุหากร่ายมหาเวทบทนี้ขึ้นมา จะสามารถสูบกลืนกระแสพลังที่เข้มข้นที่สุดในบริเวณโดยรอบเข้าสู่ร่างกายเพื่อแปรเปลี่ยนมาเป็นพลังของตนเองได้ในยามที่เซียวจวินโม่บรรลุนิติภาวะ องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ได้แอบถ่ายทอดวิชาลับนี้ให้แก่เขาเป็นการส่วนตัว ทว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยใช้มันเลยหากยามนี้เขาเลือกที่จะร่ายวิชาย้ายวายุ ย่อมสามารถกำจัดไอมารให้หมดสิ้นไปได้ ทว่าภายในใจของเซียวจวินโม่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจตัวเขาเป็นฝ่ายเซียน หากสูบกลืนไอมารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายในขณะที่เขากำลังบาดเจ็บสาหัส ย่อมไม่มีทางสลายพลังมารได้แน่ และเมื่อพลังปราณเซียนกับไอมารปะทะหักล้างกันเอง เส้นชีพจรของเขาจะต้องฉีกขาดสะบั้นลงทันที ณ ที่ตรงนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมองแสงสีทองที่สาดแสงวับแวมออกมาเป็นระยะ แววตาของเขาฉายประกายความรู้สึกอันสับสนปนเปออกมาแวบหนึ่งมือของเซียวจวินโม่แปรเปลี่ยนกระบวนท่าอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อวาดมุทราสร้างอักขระคาถา รอบกายของเขาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นลมพายุหมุนเกลียวสายหนึ่ง ส่งผลให้ไอมารรอบทิศทางพากันพวยพุ่งทะลักเข้าหาตัวเ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 25

    ครั้นเมื่อคนทั้งสองเร่งรุดมาถึงประตูสวรรค์ ภาพเหตุการณ์ตรงหน้ากลับทำเอาพวกเขาถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องพลันเห็นวังสวรรค์ที่ในยามปกติมีเวรยามแน่นหนา ประตูกลับเปิดทิ้งไว้หมด ซากศพของเหล่านายทหารสวรรค์และทหารมารนอนตายเกลื่อนกลาดดาษดื่นไปทั่วทั้งห้องโถง โดยมีเสียงเข้าห้ำหั่นต่อสู้กันอย่างดุเดือดดังแว่วมาจากส่วนลึกของวังลั่วชิงอวิ๋นกับเยี่ยนเจ๋อหันมาสบสายตากันคราหนึ่ง ใบหน้าของคนทั้งคู่ต่างเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและวิตกกังวลอย่างยิ่งเมื่อทั้งสองฝ่าเข้ามาถึงตำหนักหลิงสุ่ย ก็พบว่าภายในนั้นเต็มไปด้วยการตะลุมบอนพัวพันระหว่างเซียนและมารจนสภาพเละเทะไม่มีชิ้นดี โดยมีเง็กเซียนฮ่องเต้กับเซียวจวินโม่กำลังจับมือร่วมรบต้านทานจอมมารอยู่กระบวนท่าโจมตีของจอมมารดุดันและรวดเร็วยิ่งนัก ในเวลาเพียงไม่นานมันก็ซัดเซียวจวินโม่จนร่วงตกจากชั้นเมฆ ส่วนเง็กเซียนฮ่องเต้กลับถูกมันคว้าตัวจับกุมเอาไว้ได้คามือ!มันพ่นลมหายใจเป็นไอมารสีดำทมิฬคราหนึ่ง บนใบหน้าฉายแววพึงพอใจและเย้ยหยัน พลางก้มศีรษะลงทอดสายตามองลงไปที่ภาพการตะลุมบอนนองเลือดภายในตำหนัก ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างโอหังบ้าคลั่ง“พวกเศษสวะแห่งแดนเซ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 10

    วันรุ่งขึ้นณ แท่นประหารเซียน เมฆมงคลปกคลุมหนาแน่น เหล่าเซียนในสามภพที่ไม่มีหน้าที่การงานต่างพากันแห่มาดูการประหารทารกมารแต่กำเนิดกันอย่างเนืองแน่นผู้คุมการประหารในวันนี้คือเซียวจวินโม่ เขาเหลือบมองตะปูสลายวิญญาณพันเล่มที่เซียนรับใช้ยกขึ้นมา แล้วจึงยกมือขึ้นร่ายอาคมอาภรณ์สีขาวของลั่วชิงอวิ๋นถูก

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 8

    ลั่วชิงอวิ๋นถูกหามกลับมายังตำหนักฝูอวิ๋น แต่กลับถูกลั่วจื่ออวิ๋นสั่งขับไล่ให้ไปซุกหัวนอนที่เรือนพักของนางกำนัลเซียน มิหนำซ้ำยังตัดเบี้ยหวัดและเครื่องเสวยจนหมดสิ้น บีบคั้นให้นางจนมุมแทบไร้ทางเดินหลังสูญเสียเกราะคุ้มกันหัวใจ ทั้งยังถูกแทงด้วยกระบี่อีกหนึ่งแผล ร่างกายของนางก็ยิ่งอ่อนแอลงทุกทีเมื่อเ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 7

    ตลอดเส้นทาง ห้วงคำนึงของลั่วชิงอวิ๋นฉายภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาการตัดขาดจากบิดามารดาที่ไม่รักตนย่อมเจ็บปวด ทว่าบนผืนดินแห่งความเจ็บปวดนั้น กลับมีหน่ออ่อนของความหวังผลิบานขึ้นมาที่แท้ความทรงจำของเซียวจวินโม่ถูกบิดเบือนไป มิน่าเล่าเขาถึงได้เปลี่ยนใจไปรักลั่วจื่ออวิ๋นลั่วชิงอวิ๋นหวน

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 6

    ลั่วชิงอวิ๋นกลับมาถึงตำหนักฝูอวิ๋นก็เป็นเวลาดึกดื่นค่อนคืนแล้วนางผลักบานประตูตำหนักรองออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือสภาพอันยับเยิน ข้าวของเครื่องใช้นานาถูกโยนทิ้งกระจัดกระจายไปทั่วลานตำหนัก ซึ่งทุกชิ้นล้วนเป็นของที่นางคุ้นตาเป็นอย่างดีนางกำนัลเซียนที่คอยปรนนิบัตินางเห็นนางกลับมา ก็โยนของในมือทิ้งพล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status