Compartir

บทที่ 7

Autor: หลีหลี
ตลอดเส้นทาง ห้วงคำนึงของลั่วชิงอวิ๋นฉายภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมา

การตัดขาดจากบิดามารดาที่ไม่รักตนย่อมเจ็บปวด ทว่าบนผืนดินแห่งความเจ็บปวดนั้น กลับมีหน่ออ่อนของความหวังผลิบานขึ้นมา

ที่แท้ความทรงจำของเซียวจวินโม่ถูกบิดเบือนไป มิน่าเล่าเขาถึงได้เปลี่ยนใจไปรักลั่วจื่ออวิ๋น

ลั่วชิงอวิ๋นหวนนึกถึงช่วงเวลาสามร้อยกว่าวันที่ตนเองเคยช่วยชีวิตเซียวจวินโม่ ทั้งสองอิงแอบแนบชิดอยู่ในถ้ำมืดมิดด้วยกัน ในใจพลันบังเกิดประกายแห่งความหวังขึ้นมา

ขอเพียงได้พบเซียวจวินโม่และบอกความจริงเพื่อคลี่คลายความเข้าใจผิด ทุกอย่างย่อมยังมีโอกาส!

ลั่วชิงอวิ๋นก้าวเดินไม่หยุดหย่อน มุ่งตรงไปยังวังสวรรค์ ทว่ากลับคว้าน้ำเหลว

เซียนรับใช้หน้าประตูกล่าวว่า เพราะเหตุการณ์เมื่อไม่กี่วันมานี้ เง็กเซียนฮ่องเต้จึงเรียกตัวเซียวจวินโม่ไปพบ ทรงบีบบังคับให้เขาตัดขาดจากลั่วจื่ออวิ๋น ทว่าเซียวจวินโม่ยอมรับทัณฑ์สวรรค์เสียยังดีกว่าจะยินยอม เง็กเซียนฮ่องเต้กริ้วจัดจึงสั่งลงอาญาด้วยแส้อัสนีเพลิงหนึ่งร้อยครั้ง ขณะนี้เซียวจวินโม่กำลังรับโทษอยู่ที่แท่นประหารเซียน

ลั่วชิงอวิ๋นรีบหันหลังมุ่งหน้าไปยังแท่นประหารเซียนทันที เมื่อเมฆมงคลร่อนลงแตะพื้น ขุนนางเซียนผู้คุมทัณฑ์ลับหยุดแส้ลงพอดี

ทั่วร่างของเซียวจวินโม่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิต ทว่าเขากลับยืดแผ่นหลังตรงตระหง่าน คุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยว

นี่คงเป็นช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุดในครึ่งชีวิตของเขาแล้ว ต่อให้ยามที่เขาตกยากอยู่ในหุบเขาอินซู่ อย่างน้อยเครื่องแต่งกายก็ยังดูสะอาดสะอ้าน

ลั่วชิงอวิ๋นมองดูบาดแผลฉกรรจ์บนร่างเขา ในใจมีความสงสารและปวดร้าวอย่างที่สุด

“ท่านมีใจรักลั่วจื่ออวิ๋นถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”

เซียวจวินโม่ไม่แม้แต่จะปรายตามองลั่วชิงอวิ๋น เขาพยุงร่างที่ซวนเซลุกขึ้นยืน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาถึงขีดสุด

“ยามตกยากที่หุบเขาอินซู่ ลั่วจื่ออวิ๋นเป็นผู้ช่วยชีวิตข้าไว้ นางทุ่มเทพลังปราณไปกว่าครึ่งค่อนร่างกว่าจะยื้อชีวิตข้าไว้ได้ นับแต่นั้นข้าก็มอบใจให้นางเพียงผู้เดียว ยอมบุกน้ำลุยไฟเพื่อนาง ต่อให้ต้องตายถึงเก้าคราก็ไม่นึกเสียใจ”

ลั่วชิงอวิ๋นรีบคว้ามือเขาไว้ “ไม่ใช่ ไม่ใช่แบบนั้น! คนที่ช่วยชีวิตท่านในตอนนั้นคือข้าต่างหาก ความทรงจำของท่านถูกบิดเบือนไป ลั่วจื่ออวิ๋นไม่เคยย่างกรายไปที่ดินแดนรกร้างนั้นเลย แล้วจะไปพบท่านได้อย่างไร? จวินโม่ ข้าได้ตั้งครรภ์บุตรของท่าน...”

คำพูดขาดห้วงลงกะทันหัน ลั่วชิงอวิ๋นตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

ทันใดนั้นกระบี่ยาวเล่มหนึ่งก็พุ่งทะลุอกนาง

ผู้ที่ถือกระบี่อยู่เบื้องหน้านางคือบุรุษในชุดดำสนิท ใบหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็ง

“หากเจ้ายังกล้าใส่ความจื่ออวิ๋นอีก กระบี่เล่มนี้จะเสียบทะลุหัวใจของเจ้าแน่”

ลั่วชิงอวิ๋นรู้สึกเรี่ยวแรงถดถอย ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง ทันใดนั้นนางก็กระอักโลหิตออกมาคำโต

เซียวจวินโม่ปรายตามองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะออกแรงชักกระบี่กลับ ทว่ากลับเห็นไอสีม่วงจางๆ แผ่ซ่านอยู่บนคมกระบี่ที่อาบโลหิต

สีหน้าของเขาสะดุดลงฉับพลัน มือหนาเอื้อมไปเปิดสาบเสื้อของลั่วชิงอวิ๋นออกโดยไม่ลังเล

“เจ้ามีชุดเกราะเกล็ดมังกรอยู่กับตัวงั้นรึ? เป็นเยี่ยนเจ๋อมอบให้เจ้าใช่หรือไม่? ดูท่าเขาจะดีกับเจ้าไม่เบาเลยนะ ถึงกับยอมมอบของรักษาชีวิตเช่นนี้ให้”

เซียวจวินโม่กล่าวจบแต่ไม่ได้จากไปไหน เขายกมือที่เต็มไปด้วยบาดแผลขึ้นแล้วร่ายอาคมบทหนึ่ง

ไอพลังเซียนสีทมิฬสายหนึ่งค่อยๆ หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของลั่วชิงอวิ๋น

ลั่วชิงอวิ๋นรู้สึกราวกับถูกจับวางลงบนกองเพลิง ผิวหนังทั่วร่างปวดแสบปวดร้อนประหนึ่งกำลังถูกฉีกกระชาก

นางมองดูเซียวจวินโม่ถอดชุดเกราะเกล็ดมังกรตัวนั้นออกไปต่อหน้าต่อตา ความเจ็บปวดที่กลางอกในยามนี้ กลับร้าวรานยิ่งกว่าความเจ็บปวดทางกายนับร้อยเท่าพันทวี

“อย่านะ! เซียวจวินโม่ ท่านจะเอาอะไรก็ได้ แต่ชุดเกราะเกล็ดมังกรตัวนี้เยี่ยนเจ๋อมอบให้ข้า ข้าให้ท่านไม่ได้!”

เซียวจวินโม่หาได้ใส่ใจเสียงกรีดร้องด้วยความสิ้นหวังของลั่วชิงอวิ๋น พลางเก็บเกราะวิเศษที่แผ่ไอพลังรุนแรงนั้นเข้าแขนเสื้อไปอย่างไม่ไยดี

“อีกหนึ่งเดือนจะถึงทัณฑ์อัคคีสวรรค์แล้ว จื่ออวิ๋นต้องกลายเป็นเทพประมุขหงสาถึงจะเคียงคู่กับข้าได้ นางจำเป็นต้องใช้ชุดเกราะเกล็ดมังกรตัวนี้มากกว่าเจ้า”

โลหิตไหลทะลักออกมาจากร่างของลั่วชิงอวิ๋นไม่หยุด สติสัมปชัญญะของนางเริ่มเลือนราง ทว่ายังคงกัดฟันเค้นประโยคสุดท้ายออกมา

“เซียวจวินโม่ หากวันหนึ่งท่านได้รู้ความจริงเข้า จะต้องนึกเสียใจภายหลังอย่างแน่นอน!”

เซียวจวินโม่สะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ พลางแค่นเสียงดังหึ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีก

“ข้าเซียวจวินโม่กระทำการใดล้วนขึ้นอยู่กับใจตน ไม่สนถูกผิด และไม่มีวันเสียใจภายหลัง!”

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 30

    งานมงคลสมรสของลั่วชิงอวิ๋นและเยี่ยนเจ๋อถูกกำหนดขึ้นในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิเยี่ยนเจ๋อคือองค์ชายสามแห่งทะเลบูรพา ส่วนลั่วชิงอวิ๋นคือมหาเทพผู้ปกครองดินแดนแห่งหนึ่ง ฐานันดรของคนทั้งคู่ต่างก็สูงส่งล้ำเลิศ หากจัดงานแต่งงานขึ้นมา ทั้งสามภพย่อมต้องหลั่งไหลมาร่วมงานอย่างแน่นอนทว่าลั่วชิงอวิ๋นไม่ต้องการให้เอิกเกริกเกินไปนัก จึงตัดสินใจประกาศให้ทั้งสามภพรับรู้ว่า งานแต่งงานในครั้งนี้จะจัดขึ้นที่หุบเขาลั่วเสียโดยเน้นความเรียบง่ายในทุกสิ่ง และเหล่าเทพเซียนทั้งหลายไม่จำเป็นต้องเดินทางมาร่วมอวยพรทั้งสองคนใช้เวลาปรึกษาหารือกันอยู่นาน จึงสามารถตกลงรายละเอียดของงานแต่งงานทีละเรื่องจนเสร็จสรรพเรียบร้อยแต่ลั่วชิงอวิ๋นก็ยังคงมีเรื่องให้ต้องกลัดกลุ้มอยู่บ้างยามนี้นางคือเทพประมุขหงสา จำต้องพำนักอยู่ที่หุบเขาลั่วเสียเป็นการถาวร จึงไม่อาจตามเยี่ยนเจ๋อกลับไปอาศัยอยู่ที่ทะเลบูรพาได้นางกังวลว่าหากเยี่ยนเจ๋อมาพำนักอยู่ที่หุบเขาลั่วเสียเป็นเวลานาน ราชามังกรจะขุ่นเคืองใจเอาได้เพราะเรื่องนี้ ทำให้นางกินไม่ได้นอนไม่หลับ ขบคิดอยู่นานก็ยังไม่อาจหาวิธีแก้ปัญหาที่บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นเยี่ยนเจ๋อที่เฝ้ามอง

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 29

    ลั่วชิงอวิ๋นอาศัยอยู่ในทะเลบูรพาได้หนึ่งปี ในช่วงเวลานั้นมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งเง็กเซียนฮ่องเต้และองค์รัชทายาทต่างสิ้นชีพลงติดต่อกัน ภายในวังสวรรค์จึงเกิดการแย่งชิงอำนาจขึ้นระลอกหนึ่ง สุดท้ายเป็นเซียวถางโอรสองค์เล็กของเง็กเซียนฮ่องเต้ที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์นอกจากทะเลบูรพาที่รอดพ้นจากน้ำมือของเผ่ามารแล้ว ทั้งสามภพต่างได้รับความเสียหายอย่างหนักและมีการบาดเจ็บล้มตายมหาศาล ทำให้ตำแหน่งเซียนว่างลงมากมาย ด้วยเหตุนี้ทั้งโลกมนุษย์และภพปีศาจจึงเกิดกระแสความนิยมในการบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุเป็นเซียนหลังจากร่างกายของลั่วชิงอวิ๋นฟื้นฟูดีแล้ว นางก็พาเยี่ยนเจ๋อออกท่องเที่ยวไปทั่วทั้งสี่คาบสมุทร เพื่อแผ่ซ่านไอทิพย์หงสาลงสู่ขุนเขาและลำน้ำเทือกเขาที่ถูกทหารมารชนจนหักเหยียบจนราบ ลำน้ำที่ถูกไอมารปนเปื้อนจนแห้งขอด ต่างกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ความตระหนกในใจของเหล่ามนุษย์ ปีศาจ และสิงสาราสัตว์ที่รอดชีวิตมาได้ค่อยๆ ถูกปัดเป่าเยียวยา แม้แต่ฤดูกาลก็กลับมาหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนดังเดิมการออกท่องเที่ยวในครั้งนี้ดำเนินต่อเนื่องยาวนานนับหลายร้อยปี ทั่วทั้งสี่คาบสมุทรแปดดินแดนต่างอาบไล้ด้วยไอทิพย์

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 28

    เงาร่างคุนเผิงโผบินพาลั่วชิงอวิ๋นทะยานออกมาจากใจกลางค่ายกลยามเมื่อเยี่ยนเจ๋อเหลียวมองเงาร่างอันแสนคุ้นเคยสายนั้น ใจที่แหลกสลายไร้ความรู้สึกก็พลันกลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้งหนึ่งคุนเผิงแผดเสียงร้องคำรามลั่น มันค่อยๆ วางคนที่อยู่บนหลังลงสู่อ้อมอกของเยี่ยนเจ๋อ จากนั้นจึงขยับปีกทองโบกสะบัดเบาๆ พัดพาร่างของคนทั้งสองให้ร่อนลงมาจากเหนือนภาชั้นเมฆหลังจากหลุดพ้นออกมาจากขอบเขตค่ายกลสยบมาร พลังปราณวิญญาณทั่วร่างของเยี่ยนเจ๋อก็กลับมาโคจรแล่นพล่านได้ดังเดิม เขาโอบกอดลั่วชิงอวิ๋นในอ้อมอกเอาไว้แน่น ก่อนจะทะยานร่างลงสู่พื้นดินได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงเหนือชั้นเมฆพลันบังเกิดแสงสว่างเจิดจ้าบาดตาระเบิดออกสายหนึ่ง ตามมาด้วยเปลวเพลิงพวยพุ่งทะยานฟ้าแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ย้อมผืนนภาที่เคยสลัวรางให้กลายเป็นสีแดงชาดทหารมารภายในตำหนักหลิงสุ่ยถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นแล้ว ทวยเทพทั้งหลายต่างแหงนหน้าขึ้นมองความผันผวนบนท้องฟ้า ในยามนั้นมีดาวตกสีดำสนิทดวงหนึ่งลอยพาดผ่านขอบฟ้า ซือมิ่งรีบยกนิ้วขึ้นคำนวณ จิตใจพลันสั่นสะท้านด้วยความตื่นตระหนก“องค์รัชทายาททรงสละชีพเพื่อใต้หล้ายับยั้งจอมมารแล้ว!”เยี่ยนเจ๋อที่ได้

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 27

    ท่ามกลางแสงสีทองและหมอกทมิฬที่พัวพันกันยุ่งเหยิง เซียวจวินโม่ก็เสาะหาจนพบร่างของลั่วชิงอวิ๋นนางนอนสลบอยู่บนภาพเงาร่างของคุนเผิงตัวหนึ่ง และดูเหมือนว่าจะหมดสติแน่นิ่งไปแล้วทันใดนั้น เซียวจวินโม่พลันนึกถึงเรื่องราวลึกลับในบันทึกโบราณเล่มหนึ่งขึ้นมาได้มีข่าวเล่าลือสืบต่อกันมาว่า ในยุคบรรพกาล ประมุขเผ่าหงสาเคยหมั้นหมายผูกสัมพันธ์สมรสกับ…คุนเผิงเพียงตัวเดียวที่มีอยู่ในโลกหล้าในเวลาต่อมา เผ่าหงสาได้ยอมสละชีพทั้งเผ่าเพื่อปกป้องสรรพชีวิต ในยามที่ประมุขเผ่ากำลังจะสิ้นใจได้แปรเปลี่ยนร่างเป็นอัคคีสวรรค์ คุนเผิงตัวนั้นจึงกระโดดเข้าสู่กองอัคคีสวรรค์เพื่อตายตกตามกันด้วยความรักอันลึกซึ้งเงาร่างคุนเผิงแผดเสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างแสนรันทดใส่เซียวจวินโม่คราหนึ่ง ราวกับกำลังบอกเล่าความในใจบางอย่างอยู่เซียวจวินโม่ได้แต่ฝืนทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส และตั้งใจรับฟังอยู่เงียบๆหลังจากคุนเผิงบอกเล่าถึงที่มาที่ไปของตนเองแล้ว ก็ได้อธิบายเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดอย่างกระจ่างแจ้งชัดเจนหลังจากคุนเผิงกระโดดเข้าสู่อัคคีสวรรค์ ดวงวิญญาณกลับยังมิได้แตกสลายไปจนหมดสิ้น ทว่าได้ทิ้งเศษเสี้ยววิญญาณสายนี้เอาไว

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 26

    ในเผ่าสวรรค์มีวิชาลับต้องห้ามอันถูกปิดผนึกไว้บทหนึ่ง นามว่าวิชาย้ายวายุหากร่ายมหาเวทบทนี้ขึ้นมา จะสามารถสูบกลืนกระแสพลังที่เข้มข้นที่สุดในบริเวณโดยรอบเข้าสู่ร่างกายเพื่อแปรเปลี่ยนมาเป็นพลังของตนเองได้ในยามที่เซียวจวินโม่บรรลุนิติภาวะ องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ได้แอบถ่ายทอดวิชาลับนี้ให้แก่เขาเป็นการส่วนตัว ทว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยใช้มันเลยหากยามนี้เขาเลือกที่จะร่ายวิชาย้ายวายุ ย่อมสามารถกำจัดไอมารให้หมดสิ้นไปได้ ทว่าภายในใจของเซียวจวินโม่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจตัวเขาเป็นฝ่ายเซียน หากสูบกลืนไอมารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายในขณะที่เขากำลังบาดเจ็บสาหัส ย่อมไม่มีทางสลายพลังมารได้แน่ และเมื่อพลังปราณเซียนกับไอมารปะทะหักล้างกันเอง เส้นชีพจรของเขาจะต้องฉีกขาดสะบั้นลงทันที ณ ที่ตรงนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมองแสงสีทองที่สาดแสงวับแวมออกมาเป็นระยะ แววตาของเขาฉายประกายความรู้สึกอันสับสนปนเปออกมาแวบหนึ่งมือของเซียวจวินโม่แปรเปลี่ยนกระบวนท่าอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อวาดมุทราสร้างอักขระคาถา รอบกายของเขาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นลมพายุหมุนเกลียวสายหนึ่ง ส่งผลให้ไอมารรอบทิศทางพากันพวยพุ่งทะลักเข้าหาตัวเ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 25

    ครั้นเมื่อคนทั้งสองเร่งรุดมาถึงประตูสวรรค์ ภาพเหตุการณ์ตรงหน้ากลับทำเอาพวกเขาถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องพลันเห็นวังสวรรค์ที่ในยามปกติมีเวรยามแน่นหนา ประตูกลับเปิดทิ้งไว้หมด ซากศพของเหล่านายทหารสวรรค์และทหารมารนอนตายเกลื่อนกลาดดาษดื่นไปทั่วทั้งห้องโถง โดยมีเสียงเข้าห้ำหั่นต่อสู้กันอย่างดุเดือดดังแว่วมาจากส่วนลึกของวังลั่วชิงอวิ๋นกับเยี่ยนเจ๋อหันมาสบสายตากันคราหนึ่ง ใบหน้าของคนทั้งคู่ต่างเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและวิตกกังวลอย่างยิ่งเมื่อทั้งสองฝ่าเข้ามาถึงตำหนักหลิงสุ่ย ก็พบว่าภายในนั้นเต็มไปด้วยการตะลุมบอนพัวพันระหว่างเซียนและมารจนสภาพเละเทะไม่มีชิ้นดี โดยมีเง็กเซียนฮ่องเต้กับเซียวจวินโม่กำลังจับมือร่วมรบต้านทานจอมมารอยู่กระบวนท่าโจมตีของจอมมารดุดันและรวดเร็วยิ่งนัก ในเวลาเพียงไม่นานมันก็ซัดเซียวจวินโม่จนร่วงตกจากชั้นเมฆ ส่วนเง็กเซียนฮ่องเต้กลับถูกมันคว้าตัวจับกุมเอาไว้ได้คามือ!มันพ่นลมหายใจเป็นไอมารสีดำทมิฬคราหนึ่ง บนใบหน้าฉายแววพึงพอใจและเย้ยหยัน พลางก้มศีรษะลงทอดสายตามองลงไปที่ภาพการตะลุมบอนนองเลือดภายในตำหนัก ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างโอหังบ้าคลั่ง“พวกเศษสวะแห่งแดนเซ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 10

    วันรุ่งขึ้นณ แท่นประหารเซียน เมฆมงคลปกคลุมหนาแน่น เหล่าเซียนในสามภพที่ไม่มีหน้าที่การงานต่างพากันแห่มาดูการประหารทารกมารแต่กำเนิดกันอย่างเนืองแน่นผู้คุมการประหารในวันนี้คือเซียวจวินโม่ เขาเหลือบมองตะปูสลายวิญญาณพันเล่มที่เซียนรับใช้ยกขึ้นมา แล้วจึงยกมือขึ้นร่ายอาคมอาภรณ์สีขาวของลั่วชิงอวิ๋นถูก

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 9

    ลั่วจื่ออวิ๋นและคณะเพิ่งมาถึงตำหนักเฉิงเทียน ก็มีคนตะโกนขึ้นมาว่า“ในวาระสุดท้าย คุนเผิงส่งเสียงร้องต่อหน้าลั่วชิงอวิ๋น เห็นทีจะเป็นเพราะนางเป็นตัวกาลกิณีจึงทำให้เกิดภัยพิบัติในวันนี้ ควรลงโทษตัวหายนะนี้หรือไม่?”ประมุขเผ่าวิหคหลวนกับลั่วจื่ออวิ๋นสบตากัน แววตาของพ่อลูกต่างเห็นพ้องต้องกันเพียงไม่

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 8

    ลั่วชิงอวิ๋นถูกหามกลับมายังตำหนักฝูอวิ๋น แต่กลับถูกลั่วจื่ออวิ๋นสั่งขับไล่ให้ไปซุกหัวนอนที่เรือนพักของนางกำนัลเซียน มิหนำซ้ำยังตัดเบี้ยหวัดและเครื่องเสวยจนหมดสิ้น บีบคั้นให้นางจนมุมแทบไร้ทางเดินหลังสูญเสียเกราะคุ้มกันหัวใจ ทั้งยังถูกแทงด้วยกระบี่อีกหนึ่งแผล ร่างกายของนางก็ยิ่งอ่อนแอลงทุกทีเมื่อเ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 6

    ลั่วชิงอวิ๋นกลับมาถึงตำหนักฝูอวิ๋นก็เป็นเวลาดึกดื่นค่อนคืนแล้วนางผลักบานประตูตำหนักรองออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือสภาพอันยับเยิน ข้าวของเครื่องใช้นานาถูกโยนทิ้งกระจัดกระจายไปทั่วลานตำหนัก ซึ่งทุกชิ้นล้วนเป็นของที่นางคุ้นตาเป็นอย่างดีนางกำนัลเซียนที่คอยปรนนิบัตินางเห็นนางกลับมา ก็โยนของในมือทิ้งพล

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status