Home / โรแมนติก / วังวนพันธนาการ / บทที่ 1 ลูกเมียน้อย

Share

บทที่ 1 ลูกเมียน้อย

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-13 23:02:23

          สิบปีที่แล้ว...

          บริเวณม้านั่งด้านหลังคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่ง ซึ่งโดยปกติแล้วหลังเลิกเรียนจะมีนิสิตมานั่งทำรายงานหาความรู้หรือรวมกลุ่มทำกิจกรรมที่ลานด้านหน้า แต่นั่นไม่ใช่อุดมการณ์ของสามหนุ่มกลุ่มนี้ เพราะนอกจากจะจ้างเพื่อนทำรายงานให้แล้ว หลังหมดคาบเรียนยังชอบจับกลุ่มนัดแนะไปดื่มเหล้าร้านใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยด้วย

          แกนนำอย่างอคิน อชิรกาญจน์ นักศึกษาปีสองของสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เด็กหนุ่มในวัยสิบเก้าปีที่โชคดีเกิดมาหล่อเหลา ถึงจะมีนิสัยเอาแต่ใจไปบ้างแต่ก็ไม่ถือว่าเลวร้าย และถ้าไม่ติดว่ามีหัวสมองอันฉลาดปราดเปรื่องและบ้านมีฐานะร่ำรวยเป็นเศรษฐี ปัจจุบันก็คงเป็นได้แค่เด็กวัยรุ่นเกเรคนหนึ่ง

          เพราะเป็นทายาทของบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนรายใหญ่ที่กำพร้าแม่ไปตั้งแต่หกขวบ อาคมจึงคาดหวังและตั้งเป้ากับบุตรชายคนนี้ไว้สูงมาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากบุตรชายกลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่บิดาอยากให้เป็น ทั้งเลือดร้อน เกเร เอาแต่ใจ โชคดีอย่างเดียวของอาคมก็คือมีลูกชายที่ฉลาดหัวไว ถึงอคินจะทำตัวเสเพลแค่ไหนแต่ก็ไม่เคยสอบตกหรือติดเอฟเลยสักครั้งเดียว

            บ่ายวันนี้ก็เป็นอีกวันที่สามหนุ่มนั่งจับกลุ่มแอบอัดบุหรี่กันในที่ลับตาผู้คน พร้อมกับหารือไปด้วยว่าคืนพรุ่งนี้จะไปกินเหล้าที่บ้านใครดี โดยท็อปหรืออธิป หนุ่มผิวเข้มใบหน้าไทย เพื่อนสนิทในกลุ่มออกความเห็นว่าให้ไปที่บ้านของอคิน เพราะสงบและเป็นส่วนตัว ไม่มีผู้ใหญ่มาวุ่นวาย ไม่เหมือนบ้านที่เป็นครอบครัวใหญ่อย่างอินทัช ซึ่งรายนั้นเป็นหนุ่มเชื้อสายจีนหลานเจ้าสัวอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป ที่บ้านใหญ่โตราวกับวังก็จริง แต่เพราะเป็นครอบครัวใหญ่อยู่กันหลายคน จะทำอะไรทีก็วุ่นวายไปทั้งบ้าน ส่วนตนเองก็เป็นลูกคนที่สามซึ่งพี่น้องทุกคนอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกันหมด เพราะที่บ้านเปิดเป็นร้านอาหาร ดังนั้นจึงมีผู้คนพลุกพล่านเข้าออกทั้งวัน

          “บ้านมึงน่ะเหมาะสุดแล้วไอ้คิน พ่อมึงก็อยู่เมืองนอก มีแค่กูกับไอ้ทัชสองคน พี่แหวนกับป้าอิ้งแกไม่มาวุ่นวายหรอก” อธิปแนะ

          อินทัชดึงบุหรี่ออกพ่นควันหันไปทางอื่น ก่อนจะเบนกลับมาพยักหน้าเห็นด้วย แต่อคินดูเหมือนอึกอักเล็กน้อย

          “มันก็ได้แหละ แต่อาจจะไม่ได้เงียบอย่างที่พวกมึงคิดแค่นั้น เพราะยัยเด็กนั่นปิดเทอมแล้ว” อคินออกตัวและหันไปสบตาหนุ่มอารมณ์ดี

          โดยปกติถ้าวราลีปิดเทอม เขามักจะไปอาศัยคอนโดของติณห์ญาติผู้พี่ซุกหัวนอนเสมอ ยิ่งตอนนี้คนเป็นพี่ไปเรียนต่อต่างประเทศเขาก็ยิ่งเป็นอิสระ ทำเนียนยึดห้องของพี่ชายมาเสียเลย แต่ครั้นจะพากันไปซ่องสุมที่คอนโดก็ยังมีจิตสำนึกเกรงใจผู้เป็นพี่อยู่บ้าง

          ที่ทำเช่นนั้นก็เพราะไม่อยากอยู่ร่วมบ้านเดียวกับวราลี แต่บังเอิญว่าเดือนนี้บิดาไปทำธุระและแวะเยี่ยมเยือนเพื่อนฝูงที่ต่างประเทศ เพราะแบบนี้ที่บ้านจึงไม่มีใครอยู่ อาคมเกรงว่าดึกดื่นจะไม่ปลอดภัย เพราะบ้านหลังใหญ่มีแค่ผู้หญิงกับเด็กเพียงไม่กี่คน คนสวนก็ไม่ได้พำนักประจำที่บ้าน เช่นนี้จึงสั่งไม่ให้อคินไปค้างที่ไหน

          กลิ่นบุหรี่และควันคละคลุ้งตรงบริเวณนั้น ระหว่างหาข้อสรุปกันอยู่อาคมก็โทรเข้ามือถือของอคิน สั่งให้เขาช่วยไปรับวราลีที่สถาบันสอนดนตรีแทนสะอิ้งที่ขาบวมเพราะโรคเบาหวาน คนเป็นลูกถึงผ่อนลมหายใจดังกรอกไปตามสาย

          “แล้วทำไมพ่อไม่ให้ยัยนั่นเรียกแท็กซี่กลับมาล่ะ?”

          “คิน พูดถึงน้องให้ดีๆ” อาคมปราม เสียงดุดังออกมาด้านนอกจนเพื่อนทั้งสองได้ยิน พลอยไม่กล้าขยับตัวหรือส่งเสียงดัง ขนาดบุหรี่ในปากยังต้องดับทิ้ง

          อคินถอนใจ ขี้เกียจเถียง ก็แค่เสนอแนะว่าให้วราลีนั่งแท็กซี่กลับบ้านเอง เพราะรายนั้นก็อายุตั้งสิบสามปีแล้ว ไม่ใช่เด็กน้อยห้าหกขวบ แต่ปรากฏว่าถูกบิดาเทศนาเสียยกใหญ่ สุดท้ายจึงได้แต่ตกปากรับคำอย่างไม่เต็มใจนัก

          “ครับก็ได้ แต่ก็รอหน่อยแล้วกัน รถติด” เจ้าตัวอ้าง ทั้งที่เวลาบ่ายสองโมงเช่นนี้ถนนหนทางนอกกรุงเทพฯ รถวิ่งฉิวราวกับจะเหาะได้

          “ก็ถ้าแกรีบออกไปซะตั้งแต่ตอนนี้มันก็ไม่ติดหรอก...ยี่หวาเลิกเรียนตอนสี่โมง อย่าไปช้า น้องเป็นผู้หญิง ให้ยืนรอคนเดียวมันอันตราย”

          “รู้แล้วๆ เดี๋ยวจะรีบซิ่งไปเลยครับพ่อ พอใจยัง?” เจ้าตัวประชด ตัดสายทิ้งก่อนที่จะโดนด่าอีกยก

          อธิปกับอินทัชนั่งฟังอยู่ด้วยก็นึกขำ จนอินทัชเผลอหลุดปากขึ้นมา

          “พ่อมึงดุขนาดนี้มึงก็ยังจะเ-ี้ยเนอะ” หนุ่มตี๋ผิวขาวลออส่ายหน้าอย่างเหลือเชื่อ เขาถึงว่า ยิ่งห้ามยิ่งยุ ยิ่งดุก็ยิ่งทำ

            อธิปหัวเราะ ขอออกความเห็นบ้าง “กูว่านะ ที่พ่อมึงบอกว่าอันตรายน่ะเขาคงลืมคิด กูว่าให้น้องยี่หวาอยู่กับมึงเนี่ยอันตรายกว่า พ่อมึงเขาลืมไปแล้วเหรอวะว่าเมื่อก่อนมึงแกล้งน้องยังไง มึงกระชากผมน้อง จับขาน้องมัดกับเก้าอี้ จับขังในห้องน้ำอย่างงี้ คนห่าไร ใจร้ายฉิบหาย”

          หนุ่มผิวเข้มตำหนิ จำได้ดีเลยสมัยก่อนที่อคินเล่าให้ฟัง เพราะสองคนนี้เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้มีใครปรามใคร เพราะก็เด็กด้วยกันทั้งคู่ อยู่ในช่วงเริ่มวัยรุ่น ต่างก็ชอบทำอะไรห่ามๆ

          อคินฟังแล้วก็ย้อน “ทำไม มึงคิดว่ากูจะจับเด็กนั่นผูกท้ายรถแล้วลากกลับบ้านรึไง?” เขาประชดด้วยความหมั่นไส้ เรื่องแล้วไปแล้วก็ขุดมาพูดกันอยู่ได้

          อธิปขำ พลันเอ่ยต่อ “น้องมึงเรียนเปียโน ในขณะที่พี่อย่างมึงนั่งอัดบุหรี่อยู่กับพวกกู แม่งโคตรขัดแย้งกันเลยว่ะ”

          อินทัชหัวเราะ “ไอ้คิน พ่อมึงนี่ดูจะรักน้องยี่หวามากกว่ามึงเห็นๆ เลยนะ อย่างงี้ใครจะไม่เชื่อวะว่าเป็นลูกสาว”

          อคินตวัดสายตาคมกริบใส่เพื่อนทั้งสองที่กำลังหัวเราะเยาะเขา

          “เด็กนั่นไม่ใช่น้องกู พ่อกูก็บอกว่าไม่ใช่ลูกเขา”

          “แล้วมึงเชื่อมั้ยล่ะ?...แต่มึงเชื่อกูเถอะ อีกสักพักพ่อมึงต้องถอยเปียโนมาให้ยี่หวา ส่วนมึงน่ะนะ เขาให้อยู่ในบ้านก็บุญโขแล้ว”

          “ไอ้ทัช ไอ้เวร!” อคินอ้าปากด่าเพื่อนรักอย่างขัดใจ ความจริงเขาก็รู้อยู่เต็มอกแต่แค่ไม่พูด และไม่คิดว่าสองคนนี้จะชิงพูดแทงใจดำ

          “ไม่เสียเวลากับพวกมึงแล้ว กูไปรับลูกสาวสุดที่รักของพ่อกูก่อน เดี๋ยวเกิดรอนานจะโทรไปฟ้องพ่อ กูได้โดนด่าอีก แค่นี้มรดกกูก็แทบจะไม่เหลือแล้วมั้ง” เขาว่า พลางใช้เท้าขยี้ก้นบุหรี่แล้วคว้าหนังสือเดินดิ่งไปที่ลานจอดรถ

          ที่ม้านั่งหน้าสถาบันสอนดนตรีในคอมมูนิตี้มอลล์แห่งหนึ่ง วราลีกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือเพลินๆ กลับต้องสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียกจากรถยนต์คันสีขาวที่เลี้ยวเข้ามาจอดตรงหน้า

          “เอ้า! ขึ้นรถ” เสียงของอคินดังออกมาจากกระจกฝั่งข้างคนขับ มองวราลีเดินสะพายกระเป๋าผ้าเปิดประตูขึ้นมานั่งด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ

          “สะสวัสดีค่ะ คุณคิน”

          “อืม” เขาตอบรับแค่นั้นแล้วขับรถออกไป ทำให้วราลีไม่กล้าพูดอะไรต่อ ดูสีหน้าเหมือนคนถูกบังคับก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้เต็มใจจะมารับ

          แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อเธออาศัยบ้านเขาอยู่ แถมบิดาเขาก็มีบุญคุณท่วมหัว ถึงอคินจะไม่ชอบหน้าเธอ วราลีก็รู้ว่าเธอต้องทำดีกับเขาและไม่ควรทำตัววุ่นวาย แต่ติดตรงที่ว่าเธอไม่ใช่เด็กสาวที่อ่อนหวานเรียบร้อยนี่สิ แค่ได้กลิ่นบุหรี่ก็ลืมตัวเผลอโพล่งออกมาแล้ว

          “คุณคินสูบบุหรี่ด้วยเหรอคะ?”

          “แล้วจะทำไม?”

          “ปะเปล่าค่ะ”

          อคินผินมองเด็กหญิงผมเปียนัยน์ตากลมโตเล็กน้อย พอสบตาเขาเธอก็รีบเบนหนีเหมือนว่าเกลียดกลัวเสียอย่างนั้น ไม่รู้ลึกๆ ในใจคิดอะไรอยู่ ไม่ใช่ว่าจะเอาไปฟ้องบิดาหรอกนะ ‘ฮึ! ยัยเด็กนี่’

          บรรยากาศบนรถเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน ขากลับรถเริ่มติดทำให้อคินหงุดหงิดเล็กน้อย และพอหันไปข้างๆ เจอหน้าไร้เดียงสาของคนที่ดูกลัวเขาจนหงอก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ ชายหนุ่มเอื้อมมือไปเบาะด้านหลังเพื่อจะหยิบถุงกระดาษ แต่รถคันหน้าเกิดเคลื่อนตัวเสียก่อนจึงต้องรีบขยับตาม ได้แต่ไหว้วานให้วราลีช่วยเอื้อมไปหยิบให้หน่อย

          “ค่ะ” เด็กหญิงรับคำเสียงใส ปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วเอี้ยวตัวไปด้านหลัง แต่มือน้อยๆ นั้นสั้นเกินไปหน่อย จึงต้องยกเข่าขึ้นมาบนเบาะแล้วเหยียดตัวไปหยิบ ด้วยความที่ใส่กระโปรงสั้นทำให้ชายกระโปรงเลิกขึ้นมาจนเห็นขอบกางเกงในสีลูกกวาด เป็นจังหวะที่อคินหันไปพอดิบพอดี

          “ฮึ้ย!” เขารีบเบนสายตากลับมา ไม่กล้าพูดอะไรต่อ จริงอยู่ที่คนข้างๆ ยังเป็นแค่เด็กหญิงตัวเล็กๆ แต่เขาเองก็เป็นหนุ่มวัยรุ่นที่เลือดสูบฉีดง่ายไม่ใช่หรือ อะไรที่ไม่ควรเห็นสู้ไม่ต้องเห็นเสียดีกว่า

          “หยิบมาแล้วก็รีบๆ นั่งลง” เขาเร่ง กระทั่งอีกฝ่ายส่งถุงกระดาษสีน้ำตาลส่งให้ แต่อคินปฏิเสธ “หยิบมาให้เธอนั่นแหละ กินสิ ไม่หิวรึไง” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่กลับถูกวราลีมองด้วยสายตาแปลกประหลาด

          “คุณคินให้หวาเหรอคะ?”

          “ในรถก็มีกันอยู่สองคนไม่ใช่รึไง?” เขาย้อน “ขนมซื้อมาจากซุ้มในมหาลัย กินรองท้องไปก่อน รถน่าจะติดอีกสักพักนั่นแหละ”

          “คุณคินไม่ทานเหรอคะ?”

          “ไม่ต้องมาห่วงฉันหรอก เอาตัวเองให้รอดเถอะ แค่กินอิ่มนอนหลับไม่ทำตัวเป็นภาระจนให้พ่อโทรมาด่าฉันก็พอแล้ว”

          “รับทราบค่ะ” เสียงใสแผ่วลงเล็กน้อย

          พอได้ยินคำว่าภาระ ดูเหมือนวราลีจะนิ่งไป ถึงเธอจะเป็นแค่เด็กอายุสิบสามแต่ก็พอจะรู้ความหมายของมันดี ครั้งนี้เธอคงรบกวนอคินมากเกินไปจริงๆ

          ตกหัวค่ำของวันนั้น เพราะสะอิ้งขาบวมเดินไม่ไหวจึงใช้ให้วราลีไปคอยดูแลความเรียบร้อยแทนนาง เด็กหญิงเห็นสาวใช้ยกสำรับขึ้นไปให้อคินบนห้อง เพราะรายนั้นขี้เกียจลงมานั่งรับประทานข้างล่าง อ้างว่าโต๊ะมันกว้างเกินกว่าที่จะนั่งกินอย่างเหงาๆ คนเดียว

          โดยปกติสาวใช้ที่คอยทำอาหารและทำความสะอาดจะพักอยู่ที่บ้านหลังเล็กด้วย แต่เพราะวันนี้วราลีอยู่และเธอก็อยากช่วยแบ่งเบาภาระของวงแหวนจึงรับอาสาขึ้นไปเก็บสำรับและช่วยล้างจานให้

          หลังผ่านไปร่วมสองชั่วโมง สะอิ้งคงจะกินยาและนอนหลับไปแล้ว วราลีอยู่ในบ้านหลังใหญ่เพื่อจัดแจงปิดบ้านและเก็บล้างทำความสะอาดในครัว เวลาประมาณสามทุ่มเศษก็เดินขึ้นไปชั้นสองเพื่อเก็บสำรับของอคิน แต่ไม่คิดว่าเคาะเรียกหลายครั้งเขาก็ไม่ยอมมาเปิดประตู

          เมื่อลองกดมือจับลงก็รู้ว่าประตูไม่ได้ล็อก เด็กหญิงจึงถือวิสาสะเดินเข้าไปและพบว่าที่มุมหนึ่งของห้องกว้างซึ่งเป็นโต๊ะคอมพิวเตอร์ อคินนั่งเอนกายอยู่ตรงนั้นแต่เพราะใส่หูฟังจึงไม่ได้ยินเสียงเคาะเรียก

          เขาไม่รู้ตัวเลยว่าวราลีเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังเก้าอี้นั่ง วีดีโอคลิปที่เห็นเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยในสภาพเปลือยเปล่ากำลังส่งสายตายั่วยวนด้วยลีลาสุดสยิว เด็กหญิงที่เริ่มรู้เดียงสาได้แต่ยืนอึ้ง กระทั่งคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เห็นเงาสะท้อนหน้าจอจึงหันมามอง แล้วก็ต้องตกใจแทบช็อก

          “เฮ้ย! เข้ามาได้ไง?!”

          อคินรีบหยิบเมาส์กดปิดหน้าจอ ดึงหูฟังที่ครอบศีรษะออกและหันมาหาคนข้างๆ ตอนแรกจะลุกขึ้นยืนแต่ช่วงล่างมันแข็งคัดตั้งโด่จนต้องนั่งลงอย่างเก่า

          “คุณคินดูคลิปโป๊”

            “แล้วไง ไม่ใช่เรื่องของเด็ก...เข้ามาทำอะไร แล้วทำไมไม่เคาะประตู?” เขาถามเป็นชุดจนคนที่ยืนอึ้งอ้าปากหวอ

          “หวาเคาะหลายรอบแล้วนะคะ หวาแค่จะมาเก็บจานไปล้าง”

          “เออ งั้นก็รีบๆ ยกออกไป แล้วก็ไม่ต้องไปพูดกับใครเรื่องนี้นะ”

          “ทำไมเหรอคะ คุณคินอายเหรอ?”

          “อย่ามาทำเป็นอวดรู้”

          “ถ้าไม่ได้อาย งั้นก็แสดงว่าหวาพูดได้”

          “พอเลย อย่าคิดว่าฉันจะกลัวนะ บอกก็บอกสิ” เขาท้า ดูท่าวราลีจะไม่ใช่เด็กหญิงที่ใสซื่ออย่างที่ทุกคนเข้าใจเสียแล้ว ทำไมอคินถึงรู้สึกว่าแววตากลมโตคู่นี้กำลังฉายความเจ้าเล่ห์ใส่เขา

          “งั้นหวาบอกป้าอิ้งกับคุณลุงอาคมนะคะ”

          “ยัยเด็กนี่!...จะเอายังไง ถ้าไม่ให้บอกใครเรื่องที่เห็น เอาเท่าไหร่ ห้าร้อยพอมั้ย?”        

          เพราะแบบนี้วราลีเลยได้เรียนรู้อีกอย่างหนึ่งว่า ถ้าเกิดเราล่วงรู้ความลับของผู้อื่นโดยที่เขาไม่ประสงค์จะให้ใครล่วงรู้ เราสามารถเรียกร้องสิ่งตอบแทนได้ ถ้าหากว่าเธอกุมความลับของอคินไว้สักห้าเรื่อง แล้วได้ค่าปิดปากเรื่องละห้าร้อยบาท ช่วงปิดเทอมนี้เธอก็จะหาเงินได้ถึงสองพันห้าร้อยบาทเลยทีเดียว

          “พันนึงค่ะ เรื่องคลิปโป๊เรื่องนึง เรื่องสูบบุหรี่ก็อีกเรื่องนึง”

          “หน็อย!”

          อคินถึงกับสูดลมหายใจ ตอนแรกที่กำลังงุ่นง่านจนช่วงล่างแข็งตัวตุงอยู่ในเป้า เจอมุกนี้ของวราลีเข้าไปเป็นอันต้องหดกลับเข้าที่

          ‘ยัยเด็กบ้า สะสมความแค้นที่ถูกกลั่นแกล้งตอนเด็กมาทบต้นทบดอกเอาตอนโตงั้นเหรอ...ร้ายนักนะ!’

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • วังวนพันธนาการ   ตอนพิเศษ – คุณพ่อยังเล็ก

    สี่ปีหลังแต่งงาน... บัตรเชิญงานแต่งที่อยู่ในมือวราลีถูกเปิดออกอ่านด้วยสีหน้าแสดงความยินดี ด้านในเขียนถึงรายละเอียดพิธีการต่างๆ รวมถึงรูปแบบงานและสถานที่จัดเลี้ยง สำคัญตรงชื่อเจ้าบ่าวเป็นชื่อของคนที่เคยคุ้นเคย ญานิศา & ปกป้อง หลังจากแยกย้ายกันที่รีสอร์ตเมื่อสามปีที่แล้วนั้น เธอและเขายังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไว้ในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้อง หลังเรียนจบปริญญาโท ทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย แต่ก็พอจะทราบข่าวคราวของกันและกันบ้างผ่านแชตกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น เมื่อไม่กี่วันมานี้วราลีไปพบกับปกป้องที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเขานัดเธอมาก็เพื่อแจกการ์ดเชิญหญิงสาวและครอบครัวให้มาร่วมฉลองในงานมงคลสมรส สายตาของคนเป็นสามีกำลังจับจ้องภรรยาคนสวยไม่

  • วังวนพันธนาการ   ตอนพิเศษ - คู่กรณีของติณห์

    เมื่อเจ็ดปีก่อน... ในงานวันเกิดของอาคมที่มีการจัดงานฉลองครบรอบยี่สิบห้าปีของบริษัท หลังจากที่ลงจากเวทีแล้วหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเทาอ่อนก็ออกไปด้านนอกเพื่อเข้าห้องน้ำ ขากลับพบเจอวราลีตรงทางเดินซึ่งหญิงสาวกำลังจะไปเข้าห้องน้ำเช่นเดียวกัน เวลานั้นติณห์เอ่ยทักทายและรอเธอเพื่อที่จะได้กลับเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงพร้อมกัน ทว่าหลังจากเข้าไปแล้วก็พบว่าอคินนั่งรออยู่ที่โต๊ะ ผู้เป็นอาเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าตนเดินมากับวราลี ซึ่งหลังจากนั้นอาคมก็ขอตัวออกไปเสวนากับพวกคณะกรรมการ เหลือแค่พวกเขาทั้งสามที่ยังนั่งอยู่ตรงโต๊ะวีไอพี เวลานั้นวราลีได้พบกับอคินอีกครั้ง หลังจากที่ทั้งคู่ห่างหายกันไปนาน ติณห์อยากให้พวกเขาได้มีเวลาพูดคุยกันจึงหาข้ออ้างออกไปด้านนอก หนุ่มร่างสูงขอตัวออกไปทักทายกับบรรดาพนักงานที่นั่งอยู่ยังโซนด้านหลัง เวลานั้นทุกคนต่างกินดื่มกันอย่างสนุกสนานหลังหมดช

  • วังวนพันธนาการ   บทส่งท้าย

    ก่อนหน้านี้อาคมได้เฉลยถึงสาเหตุการเสียชีวิตของดวงชีวัน ซึ่งวันนั้นอคินก็ฟังอยู่ด้วยขณะที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล เป็นเขาที่ขอให้คนเป็นพ่อเล่าออกมา ถึงวันนี้แล้วชายหนุ่มก็อยากรู้ว่าตัวเองทำอะไรไว้ ย้อนไปเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน... ในขณะที่อคินซึ่งอยู่ในวัยเพียงแค่แปดขวบ เด็กน้อยมักจะไปวิ่งเล่นไล่กวดกับพวกพี่ผู้ชายที่ลานจอดรถเสมอ และก็ชอบวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ บางทีก็แอบหนีไปเล่นเงียบๆ คนเดียวด้านหลังประตูฉุกเฉิน ซึ่งในตอนนั้นเขาก็หิ้วตะกร้าของเล่นไปแอบนั่งคนเดียวที่ด้านหลังประตูหนีไฟชั้นห้า ชิ้นส่วนตัวต่อยังกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น มีส่วนที่กำลังต่ออยู่แต่ยังไม่เสร็จเป็นรูปเป็นร่าง พอได้ยินเสียงบิดาเปิดประตูตะโกนเรียกจากชั้นบนก็รีบวิ่งขึ้นไป โดยที่ทิ้งทุกอย่างระเกะระกะไว้ตรงนั้น 

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 30 ข้อตกลง

    “ถ้าพ่อปล่อยหวา หวาจะให้เงินพ่อล้านนึง แล้วพ่อก็ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ด้วย พ่อปล่อยหวาไปเถอะนะ” เสียงอ้อนวอนของคนเป็นลูกดังขึ้นมาจากด้านในห้องชั้นสอง ซึ่งเดิมเป็นห้องนอนแต่บัดนี้ถูกปล่อยทิ้งร้างจนมีสภาพเละเทะ วราลีถูกมัดมือไพล่หลังพร้อมกับมัดเท้า แต่คนเป็นพ่อเอาผ้าคลุมศีรษะกับผ้าอุดปากออก ปล่อยให้นอนกองอยู่บนเตียงที่ฟูกเก่าจนเป็นสีคล้ำ ก่อนหน้าวราลีได้ยินบิดากับคนร้ายคุยกันมาในรถว่าหลังจากได้เงินแล้วจะแบ่งกันเพื่อหนีออกไปประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติ “ก่อนหน้ากูขอมึงดีๆ ทำไมถึงไม่ให้” คนเป็นพ่อนั่งอยู่ปลายเตียง ในมือกุมปืนกระบอกหนึ่งไว้ไม่ปล่อย “ก็เพราะหวารู้แล้วว่าพ่อโกหกหวา ที่ผ่านมาพ่อไม่ได้ไปหาเงินมาช่วยหวากับแม่แต่พ่อทิ้งหวากับแม่ไปตั้งแต่หวายังไม่เกิด พ่อทุบตีแม่แล้วก็ใส่ร้ายแม

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 29 ความจริง

    เพราะติณห์ได้ยินพนักงานฝ่ายบุคคลคุยกันหน้าลิฟต์ชั้นล่าง เรื่องที่อคินสั่งให้หัวหน้าอาวุโสฝ่ายฯ รวบรวมข้อมูลพนักงานเก่าของบริษัทให้เขา พอให้เลขาไปสอบถามจึงรู้ว่าเป็นข้อมูลของคนที่ทำงานในช่วงเวลาเดียวกับอดีตหัวหน้าแม่บ้านที่ชื่อดวงชีวัน จึงได้โทรมาถามอาคมว่าเคยได้ยินชื่อบุคคลที่ว่าหรือไม่ เพราะติณห์เองก็อยากรู้ว่าอคินต้องการข้อมูลพวกนั้นไปทำไม ทว่าคนที่ได้ยินชื่อดวงชีวันถึงกับชะงักเล็กน้อย และพอรู้ว่าอคินสืบเรื่องพวกนี้เพราะต้องการจะช่วยวราลีหาความจริง เขาก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจ มือชื้นเหงื่อของชายสูงวัยวางโทรศัพท์ลง ก่อนหน้านี้อาคมได้โทรหาอคินเพื่อเรียกให้ชายหนุ่มมาพบเขาที่ห้องทำงานในช่วงค่ำ “มีอะไรครับพ่อ ทำไมถึงห้ามผมไม่ให้บอกยี่หวา?” “ฉันรู้เรื่องที่แกกับน้องกำลังสืบเรื

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 28 สืบหา

    คราวก่อนที่นัดบิดามาทานข้าวในร้านอาหารซึ่งห่างจากออฟฟิศพอสมควร ขากลับวราลีได้โอนเงินให้กับวัชระไปหนึ่งหมื่นบาท เพราะบิดาบอกว่ายังค้างค่าเช่าห้องอยู่สามเดือน แต่พอเธอถามว่าอยากจะมาอยู่ที่คอนโดด้วยกันหรือไม่ วัชระกลับอ้างนู่นอ้างนี่ แล้วบอกอีกว่าตนยังติดหนี้คนที่เป็นธุระช่วยพาเขากลับมาเมืองไทยอยู่อีกราวหนึ่งแสน วัชระคิดว่าเงินจำนวนเท่านี้สำหรับวราลีคงไม่ได้มากมายนัก พอเห็นว่าบุตรสาวเชื่อใจตนแล้วก็พูดจาเลียบๆ เคียงๆ เพื่อขอยืมเงินจำนวนนั้นแก่บุตรสาวเพื่อเอาไปใช้หนี้ ทั้งยังขอเป็นเงินสดเพราะตนเองไม่สะดวกไปถอนออกจากบัญชีที่ธนาคาร มาวันนี้วราลีจึงต้องนำเงินสดหนึ่งแสนบาทไปให้บิดาตามที่นัดหมายกันไว้ในร้านอาหารของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งหญิงสาวไม่รู้เลยว่าเย็นวันนี้อคินจะแอบสะกดรอยตามเธอมา เมื่อหญิงสาวแยกย้ายกับวัชระและเดินออกจากร้านเขาก็ปรากฏตัว “พี่

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 8 หึงหวง

    เมื่อถึงงานเลี้ยงทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าเจ้าของวันเกิดอย่างอธิปยืนเท่รอต้อนรับอยู่หน้าทางเข้าโซนวีไอพี พอเห็นหน้าเพื่อน อคินก็ส่งถุงของขวัญให้แล้วกำชับให้รีบเปิดดู ก่อนจะพาวราลีเดินเข้าไปด้านในห้องกระจกที่กั้น

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 7 การกลับมา

    ร่างบอบบางในชุดนักศึกษาเดินเข้ามาในตึกเช่นทุกวัน ผ่านหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หยุดยืนทำความเคารพเธอก็ส่งยิ้มให้ด้วยความคุ้นเคย รอยยิ้มสดใสภายใต้เครื่องสำอางบางเบาที่แต่งแต้มตามวัยทำให้ใบหน้าที่สวยหวานอยู่แล้วโดดเด่นขึ้นอีก&nb

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 6 ถึงคราวแยกย้าย

    ใบหน้าหวานของหญิงสาวที่บดเบียดไปกับกำแพงแดงก่ำ เธอไม่รู้ว่าไอ้เดรัจฉานนี่กำลังจะทำอะไรต่อ กางเกงขาสั้นของหญิงสาวถูกดึงลงไปกองที่หัวเข่า รับรู้ถึงดุ้นปลายมนที่พยายามดุนดันจะสอดแทรกเข้ามาทางร่องก้น เธอพยายามสะบัดตัวหนี กลัวเหลือเกิน กลัวจนเนื้อ

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 5 จุดหักเหของชีวิต

    อากาศตอนเช้าในช่วงใกล้ฤดูหนาวค่อนข้างเย็นชื้น หลังจากที่เมื่อคืนยังมีฝนตกพรำๆ ตอนแรกตั้งใจว่าจะพาสะอิ้งไปโรงพยาบาลตามที่แพทย์นัด แต่ดูเหมือนอคินจู่ๆ ก็แผลงฤทธิ์ทำให้สาวใช้ต้องมาขอความช่วยเหลือจากวราลี&nbs

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status