วังวนพันธนาการ

วังวนพันธนาการ

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-20
Oleh:  สวาตีOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
34Bab
14Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เรื่องราวที่ผิดพลาดช่วงวัยรุ่นกลายเป็นตราบาปในชีวิตของคนทั้งคู่ และเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก เมื่อวราลีได้รับบทเรียนว่าพันธะทางกายไม่สามารถแลกมาซึ่งความรัก แต่อคินผู้ที่ทำให้เธอต้องมลทินกลับหวนเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้งเพื่อทวงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเป็นคนที่ปฏิเสธเธออย่างไร้ซึ่งเยื่อใย หลังจากต่างคนต่างแยกย้ายไปใช้ชีวิตของตัวเอง ในวันที่หญิงสาวกำลังจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับใครสักคน เขากลับโผล่เข้ามาเพื่อเหนี่ยวรั้งและรื้อฟื้นความทรงจำครั้งเก่า ชายหนุ่มไล่ตามเธอสุดชีวิตเพื่อให้ได้หญิงสาวมาอยู่ข้างกาย แต่เธอจะยอมกลับเข้าสู่วังวนเดิมๆ อีกงั้นหรือ การจะครอบครองหัวใจเธอนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และหญิงสาวจะให้อภัยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่ที่ความสามารถของเขาแล้ว

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

          แสงไฟในบ้านหลังใหญ่เปิดสว่างเหมือนกับทุกวัน ต่างออกไปที่วันนี้ดวงไฟตรงระเบียงชั้นสองกลับถูกเปิดไว้ด้วย หญิงสาวร่างอรชรกลับมาถึงบ้านในสภาพเปียกชุ่ม นั่นเพราะเธอวิ่งตากฝนที่ตกกระหน่ำในหน้ามรสุมลงจากรถแท็กซี่มาเมื่อครู่นี้

          “พี่แหวนน่าจะลืมปิดไฟ” เธอคิดว่ารายนั้นคงจะออกจากบ้านไปเพราะความรีบร้อน เพราะแบบนี้ถึงได้ไม่ใส่ใจนัก

          จากประตูบ้านตรงเข้าไปทางด้านขวาจะมีบันไดหักมุมขึ้นไปยังชั้นสอง ห้องของหญิงสาวเป็นห้องที่อยู่ใกล้กับบันได ซึ่งชั้นบนเป็นพื้นที่รูปตัวแอลมีระเบียงเชื่อมยาวถึงกัน ร่างบอบบางรีบเดินขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อเข้าห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียก เรียบร้อยแล้วถึงได้กลับลงมาด้านล่าง ฝั่งตรงข้ามบันไดหรือถ้ามองจากประตูใหญ่เข้ามาจะเป็นผนังกระจกสูงที่มีทางออกไปยังสวนและสระว่ายน้ำ

          ฟ้าที่แลบลงมาเป็นสายทำให้หญิงสาวต้องเดินไปเลื่อนม่านตรงบริเวณนั้นให้แคบลงมา เหลือช่องไว้แค่ตรงช่วงบานประตู ข้างนอกฝนยังคงตกหนักเหมือนกับตอนที่เธอวิ่งลงมาจากรถ

          พอแม่บ้านโทรไปบอกว่าหล่อนต้องรีบกลับไปต่างจังหวัดเพราะพี่สาวเสียชีวิต หญิงสาวก็รีบกลับมาบ้านโดยที่ไม่ได้แวะรับประทานมื้อเย็น ตอนนี้ชักเริ่มหิว จึงเลี้ยวเข้าครัวที่อยู่ด้านในเพื่อดูว่าพอจะมีอะไรติดตู้เย็นให้กินรองท้องได้บ้าง

          ยี่หวา หรือวราลี หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีผู้นี้ไม่ใช่เจ้าของบ้านหลังใหญ่ที่กำลังอาศัยอยู่ หากแต่เป็นเด็กกำพร้าในอุปการะของนายอาคม อชิรกาญจน์ ชายในวัยห้าสิบเจ็ดปี มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวย เจ้าของธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่น่าเสียดายที่รายนั้นกลับเป็นพ่อหม้าย สูญเสียภรรยาไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ตั้งแต่บุตรชายอายุเพียงแค่หกขวบ ทายาทคนเดียวของเขาก็คือ อคิน อชิรกาญจน์ หนุ่มหล่อดีกรีนักเรียนนอกที่ในอีกไม่ช้าคงได้กลับมารับช่วงต่อกิจการจากผู้เป็นบิดา

          ตอนที่วราลีเข้ามาอยู่ในบ้านอชิรกาญจน์ ตัวเธอเองจำความไม่ได้ด้วยซ้ำ สะอิ้งผู้ดูแลบ้านคนเก่าแก่ของที่นี่เล่าให้ฟังว่าเวลานั้นหญิงสาวอายุเพียงแค่สองขวบเศษ สูญเสียบิดามารดาไปด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนน ทั้งคู่ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน อาคมเห็นว่าเธอน่าสงสารจึงรับเข้ามาอุปการะเลี้ยงดู นักธุรกิจใหญ่ให้ทั้งที่อยู่ที่กินและให้การศึกษา และเพื่อง่ายต่อการใช้ชีวิตในอนาคตของวราลี เขาจึงให้เธอใช้นามสกุลเดียวกับสะอิ้งและให้อยู่ในความดูแลของนาง

          บริเวณพื้นที่กว่าหนึ่งไร่นี้มีรั้วรอบขอบชิด นอกจากบ้านหรูสไตล์โมเดิร์นหลังใหญ่ตรงกลางแล้วด้านหลังก็ยังมีบ้านหลังเล็กสำหรับสะอิ้งและสาวใช้ เดิมวราลีเองก็เคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้น จนเมื่อหญิงสาวเติบใหญ่อายุได้ราวสิบแปดปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับที่อคินบุตรชายของอาคมย้ายไปอยู่ที่ประเทศสกอตแลนด์ เจ้าของบ้านจึงได้ให้วราลีย้ายขึ้นมาอยู่ที่บ้านหลังใหญ่เพื่อช่วยสะอิ้งดูแลบ้านเพราะนางเจ็บป่วยและมีอายุมากแล้ว

          สาเหตุที่ก่อนหน้าวราลีต้องไปอยู่บ้านหลังเล็ก นั่นก็เพราะเธอไม่เป็นที่โปรดปรานของลูกชายคนเดียวอย่างอคินเท่าไหร่นัก เด็กชายไม่พอใจที่บิดาพาวราลีเข้ามาอยู่ในบ้าน ตอนนั้นอคินอายุเพียงแค่แปดขวบในวันที่คนเป็นพ่ออุ้มเด็กหญิงวัยหัดเดินเข้ามาและสั่งให้สะอิ้งเป็นผู้ดูแลจัดการแทนตัวเอง ทั้งยังมีพี่เลี้ยงของเด็กน้อยตามเข้ามาอยู่ที่บ้านด้วยและช่วยเลี้ยงดูจนวราลีอายุถึงเกณฑ์เข้าเรียนอนุบาล

          เวลานั้นอคินยังเด็กนักแม้จะมีอายุห่างจากวราลีถึงหกปีก็ตาม แต่ด้วยวัยที่ยังไม่อาจเข้าใจอะไรต่อมิอะไรได้ เมื่อเห็นภาพเช่นนั้นก็เกิดความรู้สึกคับข้องใจ ยิ่งได้ยินคนสวนกับสาวใช้ในบ้านพูดกันว่าวราลีคือลูกสาวอีกคนของอาคมที่เกิดกับภรรยาใหม่ เด็กชายที่สูญเสียมารดาไปตั้งแต่อายุยังน้อยจึงได้แต่เกิดความรังเกียจเดียดฉันท์ ไม่เพียงแต่ความรักที่จะถูกแย่งไป อคินยังไปได้ยินอีกว่าอาคมจะแบ่งสมบัติให้อีกฝ่ายด้วย ดังนั้นเขาจึงอคติและหาทางกลั่นแกล้งวราลีมาโดยตลอด

          เพื่อตัดปัญหาอาคมจึงต้องส่งวราลีไปอยู่โรงเรียนประจำ ให้กลับบ้านได้เฉพาะช่วงปิดเทอม แต่เมื่อถึงเวลานั้น อคินก็มักจะหนีไปขออาศัยอยู่บ้านของอาวุธผู้เป็นลุง ซึ่งก็มีบุตรชายคนเดียวคือติณห์ที่อายุห่างจากเขาสามปี เหตุผลเพียงเพราะไม่อยากเห็นหน้าและอยู่ร่วมรั้วเดียวกันกับลูกเมียน้อย คำครหานี้แม้บิดาจะไม่ยอมรับ แต่ด้วยความเอาใจใส่ของอาคมที่มีต่อวราลีก็ทำให้เด็กชายอดคิดไม่ได้ ไม่ว่าจะลูกเมียน้อยหรือเมียใหม่เขาก็ไม่ยินดีทั้งนั้น

          แต่ถึงอย่างนั้นวราลีก็เข้าใจความรู้สึกของอคินดี อีกทั้งบุญคุณท่วมหัวของอาคมนั้นช่างยิ่งใหญ่ดั่งมหาสมุทร สะอิ้งย้ำเสมอว่าให้เธอกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ดังนั้นอะไรที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของอาคมได้เธอก็จะทำ เธอต้องทำดีกับทุกคนในตระกูลอชิรกาญจน์ แม้อคินจะร้ายกับเธอแค่ไหนก็ต้องอดทนและพึงระลึกเสมอว่าเขาคือลูกชายของผู้มีพระคุณ

          แต่ใครเลยจะคาดคิด ว่าเพราะคำว่าบุญคุณคำเดียวที่ทำให้วราลีต้องตกอยู่ในสภาพจำยอมและมีความทรงจำที่แปดเปื้อนไปด้วยมลทินนานนับสิบปี เป็นอคินที่ทำให้เธอรู้จักคุณค่าของการรักตัวเอง รู้ซึ้งถึงคำว่ารักที่ไม่ควรจะมอบให้ใครง่ายๆ โดยเฉพาะคนอย่างเขา คนที่เธอยอมมอบความบริสุทธิ์ผุดผ่องให้ไปตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสิบเก้าปี กว่าที่หญิงสาวจะรู้เดียงสาทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว

          ...ผ่านมาจนถึงวันนี้ก็ห้าปีแล้วที่คนทั้งคู่ไม่ได้พบเจอกัน หลังผ่านเมฆหมอกของชีวิตในช่วงวัยรุ่น วราลีกับอคินต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของตนเอง เธอมีเส้นทางของเธอ เขามีเส้นทางและอนาคตของเขา ระยะทางที่ขวางกั้นคนทั้งคู่ไว้นั้นห่างไกลคนละซีกโลก

          กว่าจะถึงวันนี้ วันที่หัวใจของเธอฟื้นคืนมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง วราลีต้องพยายามฝ่าฟันกับตัวเองเพื่อให้ลืมเรื่องราวทุกอย่างในอดีต แต่ทว่าเมื่อใดที่จะมีความรัก หญิงสาวกลับเริ่มต้นใหม่กับใครไม่ได้สักที

          ...สองทุ่มกว่าแล้ว เสียงฟ้าครืนครางดังสนั่นหวั่นไหวเหนือหลังคาบ้านหลังโอ่อ่า ฝนฟ้าที่เทกระหน่ำลงมาตั้งแต่หัวค่ำยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด สักพักก็ได้ยินเสียงฟ้าผ่าลงมาเปรี้ยงใหญ่

          ร่างบอบบางที่กำลังลงบันไดหยุดชะงัก หัวใจเต้นตุ๊มต่อมเพราะความอกสั่นขวัญแขวน นี่ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนสมัยยังเด็ก หญิงสาวคงวิ่งรี่ไปเคาะประตูห้องของสะอิ้งเพื่อขอนอนด้วยคนแล้ว แต่เวลานี้นางไปพักรักษาตัวและช่วยดูแลอาคมที่บ้านสวนเพชรบูรณ์ สบโอกาสคงได้หาเวลาไปเยี่ยมเยียนบ้างสักครั้ง วราลีรักและเคารพสะอิ้งไม่ต่างจากมารดาผู้ให้กำเนิด นั่นเพราะนางเป็นผู้เลี้ยงดูและอบรมเธอมาตั้งแต่ยังเล็ก

          วงแหวนเป็นสาวใช้อีกคนที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่วราลียังเด็ก ปัจจุบันนี้หล่อนเลื่อนขั้นมาเป็นแม่บ้านแทนที่สะอิ้ง และไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านหลังนี้กับบ้านของสามีที่อยู่ไม่ไกลนัก แต่ส่วนใหญ่ก็พักที่บ้านหลังเล็ก

            พอพูดถึงคนเป็นแม่บ้านในวัยเกือบจะสามสิบ ไม่รู้ป่านนี้ว่าหล่อนจะเป็นเช่นไรบ้าง การเดินทางจะราบรื่นดีหรือไม่ ตอนหญิงสาวโทรไปหาวงแหวนก็ไม่รับสาย ตอนที่หล่อนส่งข้อความมาขอลากิจหนึ่งสัปดาห์ วราลีก็รู้สึกเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย ติดที่ตอนนั้นเธอกำลังนำเสนองานอยู่ในที่ประชุมจึงไม่ได้โทรกลับ แต่ก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะโอนเงินไปร่วมทำบุญเสียหน่อย

          ระยะทางจากจุดที่ยืนอยู่ถึงห้องครัวต้องเดินผ่านโถงกว้าง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังตึก! ดังมาจากด้านบนชั้นสอง ซึ่งตรงนั้นเป็นตำแหน่งห้องนอนของอคิน แต่เวลานี้เจ้าตัวไม่อยู่และไม่ได้กลับมาเลยร่วมห้าปีแล้ว ดังนั้นห้องดังกล่าวจึงถูกปิดเงียบมีแค่แม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดให้เป็นครั้งคราวเท่านั้น

          ‘คงไม่มีอะไรหรอก’ ร่างบางปลอบตัวเองในใจ แต่จู่ๆ ไฟฟ้าในบ้านก็เกิดกระตุกขึ้นมา หญิงสาวชะงักเท้า แต่ครู่ต่อมาทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ ไฟทุกดวงในบ้านยังคงสว่างไสว มีแค่ในใจของวราลีเท่านั้นที่รู้สึกหวิวๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก...จู่ๆ ก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

          “ไม่หรอกมั้ง...สิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าขา นี่ยี่หวาเองเจ้าค่ะ ถ้าหวาทำอะไรให้ไม่พอใจก็อย่าได้ถือโทษโกรธเคืองกันเลยนะเจ้าคะ” หญิงสาวยกมือท่วมหัว มองซ้ายมองขวาแล้วทำท่าจะเดินต่อ แล้ววันนี้ก็ดันมีเธออยู่บ้านแค่คนเดียวเสียด้วย บรรยากาศจึงยิ่งหลอนเป็นพิเศษ

          เสียงคนร่างบางในชุดกางเกงขายาวทรงหลวมถูกกลืนไปเพราะเสียงฟ้าร้อง เธออยู่ที่นี่มาตั้งแต่เล็กยังไม่เคยเจอสิ่งเร้นลับ อยู่คนเดียวกลางค่ำกลางคืนเกือบทุกวันเพราะหลังหนึ่งทุ่มแม่บ้านก็กลับไปพักแล้ว แค่วันนี้บรรยากาศอาจดูน่าสะพรึงกลัวกว่าทุกวันไปหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เคยลบหลู่ เจียมเนื้อเจียมตัวและมีสัมมาคารวะกับสิ่งที่มองไม่เห็นเสมอ เพราะแบบนี้ถึงไม่เคยเจออะไรแปลกๆ

          ในครัวยังคงสะอาดเรียบร้อยเหมือนเช่นทุกวัน วงแหวนคงจัดการไว้ก่อนที่หล่อนจะออกเดินทางไป ในตู้เย็นมีทั้งอาหารแช่แข็ง เนื้อสัตว์และผักผลไม้หลายอย่าง ประหนึ่งว่าแม่บ้านเตรียมไว้ให้เธอพร้อมสรรพ คงเห็นว่าลาหยุดนานจึงได้จัดแจงไว้ให้มากมายขนาดนี้

          “อุ๊ย! มีองุ่นด้วย” วราลีเห็นมันในกล่องถนอมอาหาร หยิบมาเปิดฝาออกดูก็พบว่าองุ่นเขียวลูกกลมอวบนั้นถูกปอกเปลือกแช่เย็นเอาไว้ มันน่ากินเอามากๆ จนหญิงสาวต้องขอหยิบใส่ปากชิมสักหนึ่งลูก

          ‘พี่แหวนนี่รู้ใจซะจริง’

          วราลีชอบทานองุ่นที่ไม่ค่อยจะเหมือนชาวบ้าน นั่นก็คือองุ่นที่ต้องปอกเปลือกออก เพราะตอนเด็กๆ สะอิ้งทำให้เธอทานแบบนี้ หญิงสาวจึงติดนิสัยและเกิดเป็นความชอบมาจนกระทั่งโต

          นอกจากนี้ในตู้เย็นยังมีลูกชุบของโปรดเธออีกด้วย ดูเหมือนครั้งนี้แม่บ้านจะเอาอกเอาใจเธอเสียจริง จัดเตรียมแต่ของชอบเอาไว้ให้ คงเกรงใจที่ลาหยุดหลายวันแล้วกลัวว่าหญิงสาวจะไม่มีอะไรทานระหว่างที่หล่อนไม่อยู่

          “ทำเหมือนกับกลัวว่าหวาจะไม่ให้ลาไปได้” เจ้าตัวขำนิดๆ เป็นเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่กลืนหายไปเพราะเสียงฟ้าร้องที่คำรามลั่น       

          “อุ้ย!” ร่างบางสะดุ้ง พลางคิดไปว่าช่วงเวลาที่ฝนฟ้าแรงขนาดนี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก

          “หิวแล้วๆ” หญิงสาวพูดกับตัวเองพลางหยิบเอาอาหารที่แม่บ้านเตรียมเข้าตู้เย็นไว้ออกมาอุ่นด้วยไมโครเวฟ สักพักก็ได้ซุปมักกะโรนีหมูสับร้อนๆ มาหนึ่งถ้วยที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนชวนน้ำลายสอ

          หญิงสาววางไว้ตรงเคาน์เตอร์ครัว ตั้งใจว่าล้างมือเสร็จแล้วค่อยยกออกไปกินที่โซฟาในห้องรับแขก แต่จังหวะที่หันไปทางปากประตูครัว แสงของฟ้าที่สว่างวาบเข้ามาจากทางบานกระจกก็สะท้อนให้เห็นเงาของใครคนหนึ่ง ชายร่างสูงยืนพิงกรอบประตูมองเธออย่างตาไม่กะพริบ

          วราลีใจหายวาบ เย็นชาไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย มีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่กัน จังหวะที่แสงสว่างวาบนั้นสิ้นสุดลง เธอก็ได้เห็นแววตาคมเข้มภายใต้ดวงหน้าคมชัดของชายผู้นี้

          “คุณคิน!”

          ราวกับฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมากลางกะหม่อม ร่างบอบบางถอยสะโพกชนเอาชามที่วางไว้บนขอบเคาน์เตอร์คว่ำลงมา น้ำซุบร้อนหกราดลวกแขนและกางเกงจนสะดุ้งเฮือก เสียงคนผู้นั้นก้าวพรวดเข้ามาพร้อมกับร้องบอกเธอว่าให้ระวัง แต่ดูเหมือนสติสตังของหญิงสาวจะเตลิดไปเรียบร้อย

          “เป็นอะไรรึเปล่า?”

          เสียงทุ้มของเขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับวงแขนกว้างที่คว้าตัวเธอไว้ หากแต่วราลีได้แต่แข็งค้างไปเสียแล้ว

          ‘เป็นเขาได้ยังไง เขากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?’

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
34 Bab
บทนำ
แสงไฟในบ้านหลังใหญ่เปิดสว่างเหมือนกับทุกวัน ต่างออกไปที่วันนี้ดวงไฟตรงระเบียงชั้นสองกลับถูกเปิดไว้ด้วย หญิงสาวร่างอรชรกลับมาถึงบ้านในสภาพเปียกชุ่ม นั่นเพราะเธอวิ่งตากฝนที่ตกกระหน่ำในหน้ามรสุมลงจากรถแท็กซี่มาเมื่อครู่นี้ “พี่แหวนน่าจะลืมปิดไฟ” เธอคิดว่ารายนั้นคงจะออกจากบ้านไปเพราะความรีบร้อน เพราะแบบนี้ถึงได้ไม่ใส่ใจนัก จากประตูบ้านตรงเข้าไปทางด้านขวาจะมีบันไดหักมุมขึ้นไปยังชั้นสอง ห้องของหญิงสาวเป็นห้องที่อยู่ใกล้กับบันได ซึ่งชั้นบนเป็นพื้นที่รูปตัวแอลมีระเบียงเชื่อมยาวถึงกัน ร่างบอบบางรีบเดินขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อเข้าห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียก เรียบร้อยแล้วถึงได้กลับลงมาด้านล่าง ฝั่งตรงข้ามบันไดหรือถ้ามองจากประตูใหญ่เข้ามาจะเป็นผนังกระจกสูงที่มีทางออกไปยังสวนและสระว่ายน้ำ ฟ้าที่แลบลงมาเป็นสายทำให้หญิงสาวต้องเดินไปเลื่อนม่านตรงบริเวณนั้นให้แคบลงมา เหลือช่องไว้แค่ตรงช่วงบานประตู ข้างนอกฝนยังคงตกหนักเหมือนกับตอนที่เธอวิ่งลงมาจากรถ พอแม่บ้านโทรไปบอกว่าหล่อนต้องรีบกลับไปต่างจังหวัดเพราะพี่สาวเสียชีวิต หญิงสาวก็รีบกลับมาบ้านโดยที่ไม่
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-13
Baca selengkapnya
บทที่ 1 ลูกเมียน้อย
สิบปีที่แล้ว... บริเวณม้านั่งด้านหลังคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่ง ซึ่งโดยปกติแล้วหลังเลิกเรียนจะมีนิสิตมานั่งทำรายงานหาความรู้หรือรวมกลุ่มทำกิจกรรมที่ลานด้านหน้า แต่นั่นไม่ใช่อุดมการณ์ของสามหนุ่มกลุ่มนี้ เพราะนอกจากจะจ้างเพื่อนทำรายงานให้แล้ว หลังหมดคาบเรียนยังชอบจับกลุ่มนัดแนะไปดื่มเหล้าร้านใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยด้วย แกนนำอย่างอคิน อชิรกาญจน์ นักศึกษาปีสองของสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เด็กหนุ่มในวัยสิบเก้าปีที่โชคดีเกิดมาหล่อเหลา ถึงจะมีนิสัยเอาแต่ใจไปบ้างแต่ก็ไม่ถือว่าเลวร้าย และถ้าไม่ติดว่ามีหัวสมองอันฉลาดปราดเปรื่องและบ้านมีฐานะร่ำรวยเป็นเศรษฐี ปัจจุบันก็คงเป็นได้แค่เด็กวัยรุ่นเกเรคนหนึ่ง เพราะเป็นทายาทของบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนรายใหญ่ที่กำพร้าแม่ไปตั้งแต่หกขวบ อาคมจึงคาดหวังและตั้งเป้ากับบุตรชายคนนี้ไว้สูงมาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากบุตรชายกลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่บิดาอยากให้เป็น ทั้งเลือดร้อน เกเร เอาแต่ใจ โชคดีอย่างเดียวของอาคมก็คือมีลูกชายที่ฉลาดหัวไว ถึงอคินจะทำตัวเสเพลแค่ไหนแต่ก็ไม่เคยสอบตกหรือติดเอฟเลยส
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-13
Baca selengkapnya
บทที่ 2 รายได้พิเศษ
เพราะกำพร้าตั้งแต่เด็กจึงต้องรู้จักเอาตัวรอดและดูแลตัวเอง แม้จะได้ชื่อว่าอยู่ในความอุปการะของเศรษฐี แต่วราลีก็ไม่เคยฟุ่มเฟือยหรือมือเติบเลยแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งใดที่อยากได้เป็นต้องเก็บหอมรอมริบไว้ซื้อเอง ไหนเลยจะกล้าไปแบมือขอเงินสะอิ้งหรือเอ่ยปากบอกอาคม ตั้งแต่คืนนั้น หลังการเจรจาแลกเปลี่ยนกันได้ยุติลง วราลีก็เริ่มที่จะกล้าพูดกล้าแสดงออกต่อหน้าอคินมากขึ้น เขาเองก็รู้สึกได้ว่าเด็กหญิงไม่ได้เกรงกลัวเขาเหมือนตอนแรกๆ มิหนำซ้ำยังจ้องจะจับผิดเขาด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าไปรับเงินจากบิดาให้มาจับตาดูพฤติกรรมเขาด้วยหรือเปล่า ‘ยัยเด็กขี้งก หน้าเงินแต่เล็ก’ แล้วแบบนี้มีหรือที่มรดกเขาจะไม่ถูกหาร พอคิดได้เช่นนี้อคินก็ชักเริ่มไม่วางใจ ขืนปล่อยไว้แบบนี้มีหวังในวันข้างหน้า วราลีต้องอาศัยความน่ารักน่าเอ็นดูปะเหลาะเอาสมบัติจากบิดาแน่ แต่ถึงไม่ขอก็ดูเหมือนคนเป็นพ่อจะเต็มใจให้ เย็นวันหนึ่งที่หน้าบ้านมีรถขนส่งมาจอดพร้อมกับสินค้าชิ้นใหญ่ อคินเห็นสะอิ้งกับวงแหวนวิ่งไปเปิดประตูให้รถกระบะหลังคาสูงคันดังกล่าวขับเข้ามาจอดในลานบ้าน พร้อมกับพนักงานที่ลงมาช่วยกันขนสินค้าลงจ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-14
Baca selengkapnya
บทที่ 3 คืนพายุเข้า
          ปิดเทอมคราวนี้เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา จากแต่ก่อนที่อคินมักจะหนีหน้าหาข้ออ้างไปค้างที่อื่น เอาเข้าจริงวราลีกลับรู้สึกว่าอคินก็ไม่ได้ใจร้ายใจดำสักเท่าไหร่ หรืออาจเป็นเพราะว่าเขาโตขึ้นแล้ว ไม่ได้มีทีท่ารังเกียจเดียดฉันท์เธอเหมือนตอนเด็กๆ          เมื่อคืนนี้อคินก็อยู่ซักผ้าคนเดียวจนถึงตีสอง โดยที่วราลีผล็อยหลับไปตั้งแต่สี่ทุ่ม ชายหนุ่มก็ไม่ได้ปลุก ทั้งยังเป็นคนอุ้มเธอขึ้นมานอนบนโซฟาอีก เรียกได้ว่าเขาดูมีความเห็นอกเห็นใจเธอมากขึ้น          สะอิ้งเห็นว่าเด็กทั้งสองคนโตขึ้นมากแล้ว โดยเฉพาะอคินที่เริ่มแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ ดังนั้นปัญหาที่กลัวว่าทั้งคู่จะอยู่ร่วมชายคาเดียวกันไม่ได้จึงถูกตัดออก นางอยู่ที่นี่ก็คอยโทรรายงานความประพฤติของอคินกับอาคมเสมอ พอรู้ว่าเด็กสองคนดูสนิทสนมกันมากขึ้นก็เบาใจ          แต่สะอิ้งไม่รู้ว่าในความสนิทสนมนี้ได้มาจากการที่วร
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-14
Baca selengkapnya
บทที่ 4 การพบกันอีกครั้ง
            เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นล้วนเลือนหายหรือถูกบันทึกไว้ในห้วงแห่งความทรงจำ กระทั่งเมื่ออคินเรียนจบปริญญาตรีตามที่อาคมคาดหวัง โชคชะตาก็ได้พาให้ทั้งสองคนกลับมาเจอกันอีกครั้ง ก่อให้เกิดเป็นวังวนที่ผูกมัดหัวใจของเด็กสาวอย่างวราลีให้ลุ่มหลงในตัวของอคินมากขึ้น          ในงานวันเกิดของอาคมปีนี้ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษเพื่อถือเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบยี่สิบห้าปีของบริษัทอชิระกรุ๊ป ในงานยังมีการพูดถึงทายาทรุ่นต่อไปของอชิระกรุ๊ปอย่างติณห์และอคิน รวมถึงแสดงความยินดีที่รายหลังได้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี            ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่หนุ่มหล่อไฟแรงอย่างติณห์ อชิรกาญจน์ เจ้าของความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรที่ยืนเด่นบนเวที          ในคืนวันงานซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ ท่ามกลางแสงไฟสาดส่องจากเพดานห้องจัดเลี้ยงและแสงแฟลชวิบวับ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-14
Baca selengkapnya
บทที่ 5 จุดหักเหของชีวิต
          อากาศตอนเช้าในช่วงใกล้ฤดูหนาวค่อนข้างเย็นชื้น หลังจากที่เมื่อคืนยังมีฝนตกพรำๆ ตอนแรกตั้งใจว่าจะพาสะอิ้งไปโรงพยาบาลตามที่แพทย์นัด แต่ดูเหมือนอคินจู่ๆ ก็แผลงฤทธิ์ทำให้สาวใช้ต้องมาขอความช่วยเหลือจากวราลี          “คุณคินน่าจะอารมณ์ไม่ดี ไม่เห็นออกมาจากห้องเลยตั้งแต่เช้า พี่ไปเคาะเรียกก็บอกว่าไม่ต้องมายุ่ง พี่ว่าน้องยี่หวาขึ้นไปดูเขาหน่อยดีไหม เหมือนว่าเมื่อคืนก็ไม่ได้ลงมากินข้าว”          “ขนาดพี่แหวนขึ้นไปเรียกเขายังไม่ออกมา แล้วหวาไปเรียกเขาจะออกมาเหรอคะ?” หญิงสาวก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะมีอิทธิพลมากมายขนาดนั้น แต่ก็แปลก ดูเหมือนหลายวันนี้ตั้งแต่ที่วราลีกลับมาอยู่บ้าน อคินก็เหมือนจะเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้อง          “อย่างน้อยเขาคงเชื่อน้องยี่หวามากกว่าพี่ ส่วนเรื่องป้าอิ้งเดี๋ยวพี่จัดการให้เอง น้องยี่หวาเข้าไปดูที่บ้านใหญ่เถอะ”       
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-15
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ถึงคราวแยกย้าย
          ใบหน้าหวานของหญิงสาวที่บดเบียดไปกับกำแพงแดงก่ำ เธอไม่รู้ว่าไอ้เดรัจฉานนี่กำลังจะทำอะไรต่อ กางเกงขาสั้นของหญิงสาวถูกดึงลงไปกองที่หัวเข่า รับรู้ถึงดุ้นปลายมนที่พยายามดุนดันจะสอดแทรกเข้ามาทางร่องก้น เธอพยายามสะบัดตัวหนี กลัวเหลือเกิน กลัวจนเนื้อตัวสั่นไปหมด          วินาทีนั้นเสียงถีบประตูห้องน้ำดังโครม! ประตู PVC ทั้งบานแทบฉีกออกจากกรอบ อคินไม่ได้สนใจภาพของหญิงสาวที่อยู่ในสภาพโป๊เปลือยช่วงล่าง หากเขากระชากไอ้เดรัจฉานที่บังอาจบุกเข้ามาขืนใจวราลีถึงในบ้านของเขาออกมากระทืบด้านนอก          คนขวัญเสียและตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นรีบดึงกางเกงขึ้นมาสวม ได้แต่ร้องไห้นั่งคุดคู้อยู่ในห้องน้ำ ไม่รู้ว่าด้านนอกเกิดอะไรขึ้น ได้ยินแต่เสียงตุ้บตั้บต่อยตีและโอดโอยของคนร้าย อคินพ่นคำหยาบคายออกมาหลายคำด้วยความโมโห ได้ยินเสียงสะอิ้งและสาวใช้ร้องกันวี้ดว้ายเมื่อรู้ว่ามีคนร้ายบุกเข้ามาในบ้าน         
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-15
Baca selengkapnya
บทที่ 7 การกลับมา
          ร่างบอบบางในชุดนักศึกษาเดินเข้ามาในตึกเช่นทุกวัน ผ่านหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หยุดยืนทำความเคารพเธอก็ส่งยิ้มให้ด้วยความคุ้นเคย รอยยิ้มสดใสภายใต้เครื่องสำอางบางเบาที่แต่งแต้มตามวัยทำให้ใบหน้าที่สวยหวานอยู่แล้วโดดเด่นขึ้นอีก          ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเข้ามาด้านในออฟฟิศทุกคนถึงได้ดูวุ่นวายกันนัก ยิ่งเฉพาะทีมเลขาหน้าห้องผู้บริหาร            “เกิดอะไรกันขึ้นคะ นี่ยังไม่เลิกงานเลยไม่ใช่เหรอ?” วราลีแหงนมองนาฬิกาดิจิตอลที่ผนังบอกว่าเวลานี้เพิ่งจะสามโมงกว่า แต่ทำไมดูเหมือนว่าทุกคนเลิกงานกันแล้ว เท่าที่มองไปไม่เห็นมีใครนั่งอยู่กับที่เลยสักคน          “แหมน้องยี่หวาคะ นิดๆ หน่อยๆ...ก็จะไม่ให้พวกพี่ตื่นเต้นได้ยังไง เย็นนี้คุณอคินจะเข้ามาที่บริษัท” แน่นอนว่าพวกเธอคือแฟนคลับผู้หลงใหลในรูปโฉมหล่อเหลาของลูกชายท่านประธานใหญ่ แต่ใครเลยจะรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-15
Baca selengkapnya
บทที่ 8 หึงหวง
          เมื่อถึงงานเลี้ยงทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าเจ้าของวันเกิดอย่างอธิปยืนเท่รอต้อนรับอยู่หน้าทางเข้าโซนวีไอพี พอเห็นหน้าเพื่อน อคินก็ส่งถุงของขวัญให้แล้วกำชับให้รีบเปิดดู ก่อนจะพาวราลีเดินเข้าไปด้านในห้องกระจกที่กั้นทึบเป็นส่วนตัว          ภายในงานครึกครื้นไปด้วยผู้คนและแสงสีเสียง ดนตรีจังหวะมันๆ ที่มีดีเจเปิดแผ่นจัดมาให้เป็นพิเศษเฉพาะห้องนี้          อินทัชเห็นอคินพาวราลีเดินมาก็เข้าไปทักทายและช่วยต้อนรับ คนเป็นน้องสวยสะดุดตาจนเขายังต้องเอ่ยชม เพราะเคยเจอกันหลายครั้งวราลีจึงไม่ค่อยประหม่า หนุ่มตี๋หน้าตาสะอาดสะอ้านจัดแจงพาหญิงสาวไปหาที่นั่งหลบมุมพร้อมกับดูแลเทคแคร์เป็นอย่างดี          “น้องยี่หวาหิวมั้ย พี่ว่าเราสั่งอะไรให้กินก่อนดีกว่า อ่ะเอาเมนูไปดู อยากกินอะไรก็สั่งเลย ไอ้ท็อปมันเลี้ยง” อินทัชเอ่ยพร้อมส่งยิ้มหวานจนตาแทบจะเหยียดเป็นเส้นตรง
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-15
Baca selengkapnya
บทที่ 9 ครั้งแรก
          ภายในห้องนอนของหญิงสาวที่บัดนี้เงียบสนิทไร้ซึ่งเสียงขยับกาย อคินไม่คิดเลยว่าจู่ๆ วราลีจะพลั้งปากสารภาพรักกับเขาในขณะที่เธอเมามายไร้สติ          “หวาชอบพี่คินนะคะ”          คำพูดนี้เหมือนลอยวนอยู่ในหัว ทำให้คนที่เริ่มสร่างนิ่งเงียบไปเหมือนกัน นอกจากคำนี้แล้วเธอก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรอีกเลย เอาแต่เงียบจนเขาคิดว่าเธอหลับไปแล้วเสียอีก          “นอนเถอะนะ เด็กดี” เขาว่าพลางดันกายจะลุกจากเตียง แต่หญิงสาวพลิกตัวตะแคงข้างมาคว้าแขนเขาไว้ก่อน อคินถูกรั้งตัวลงไปกับเตียงจึงเอียงกายตะแคงข้างเข้าหา ใช้ศอกเท้าไว้กับที่นอนนุ่มเด้ง แววตาคมเข้มฉายมองใบหน้าที่หันข้างมาทางนี้ พอถูกเธอคว้าไว้เขาก็ขยับไปไหนไม่ได้ราวกับเสือที่ติดกับ          ใบหน้าหวานดวงนี้ครั้งหนึ่งเคยถูกเขาเรียกว่ายัยเด็กขี้เหร่ แม้ตอนนั้นเขาจะรู้ดีว่าวราลี
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-15
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status