Beranda / โรแมนติก / วังวนพันธนาการ / บทที่ 2 รายได้พิเศษ

Share

บทที่ 2 รายได้พิเศษ

Penulis: สวาตี
last update Tanggal publikasi: 2026-03-14 11:17:46

          เพราะกำพร้าตั้งแต่เด็กจึงต้องรู้จักเอาตัวรอดและดูแลตัวเอง แม้จะได้ชื่อว่าอยู่ในความอุปการะของเศรษฐี แต่วราลีก็ไม่เคยฟุ่มเฟือยหรือมือเติบเลยแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งใดที่อยากได้เป็นต้องเก็บหอมรอมริบไว้ซื้อเอง ไหนเลยจะกล้าไปแบมือขอเงินสะอิ้งหรือเอ่ยปากบอกอาคม

          ตั้งแต่คืนนั้น หลังการเจรจาแลกเปลี่ยนกันได้ยุติลง วราลีก็เริ่มที่จะกล้าพูดกล้าแสดงออกต่อหน้าอคินมากขึ้น เขาเองก็รู้สึกได้ว่าเด็กหญิงไม่ได้เกรงกลัวเขาเหมือนตอนแรกๆ มิหนำซ้ำยังจ้องจะจับผิดเขาด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าไปรับเงินจากบิดาให้มาจับตาดูพฤติกรรมเขาด้วยหรือเปล่า

          ‘ยัยเด็กขี้งก หน้าเงินแต่เล็ก’

          แล้วแบบนี้มีหรือที่มรดกเขาจะไม่ถูกหาร พอคิดได้เช่นนี้อคินก็ชักเริ่มไม่วางใจ ขืนปล่อยไว้แบบนี้มีหวังในวันข้างหน้า วราลีต้องอาศัยความน่ารักน่าเอ็นดูปะเหลาะเอาสมบัติจากบิดาแน่

          แต่ถึงไม่ขอก็ดูเหมือนคนเป็นพ่อจะเต็มใจให้ เย็นวันหนึ่งที่หน้าบ้านมีรถขนส่งมาจอดพร้อมกับสินค้าชิ้นใหญ่ อคินเห็นสะอิ้งกับวงแหวนวิ่งไปเปิดประตูให้รถกระบะหลังคาสูงคันดังกล่าวขับเข้ามาจอดในลานบ้าน พร้อมกับพนักงานที่ลงมาช่วยกันขนสินค้าลงจากรถ

          สิ่งที่อธิปกับอินทัชคาดการณ์ไว้เกิดขึ้นจริงตามนั้น เมื่ออาคมสั่งซื้อเปียโนไฟฟ้ารุ่นใหม่มาให้วราลีใช้ฝึกซ้อมที่บ้าน อคินยืนหน้าคว่ำ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความขุ่นข้อง ชี้มือบอกสะอิ้งให้สั่งคนขนไปไว้ที่บ้านหลังเล็ก ถ้าอยากตั้งก็ให้ไปตั้งที่นั่น ไม่ต้องให้มานั่งเล่นที่นี่เพราะตนหนวกหู และดูเหมือนเด็กบ้านั่นจะเห่อของใหม่เสียจนเล่นมันทั้งวันทั้งคืน ชายหนุ่มออกไปข้างนอกบ้านทีไรเป็นต้องได้ยินเสียงแว่วมาจนน่ารำคาญ แต่ก็ดีเหมือนกัน พอวราลีเอาแต่เห่อเปียโนก็เลยไม่โผล่หน้ามาที่บ้านหลังใหญ่

          กระทั่งในวันที่อคินนัดเพื่อนสนิทสองคนมาสังสรรค์ที่บ้าน สะอิ้งให้วราลีคอยอยู่ดูแลและคอยช่วยจัดหาเผื่อขาดเหลืออะไร เข้าทางเด็กหญิงที่ได้โอกาสจับตาดูพฤติกรรมของเจ้าของบ้าน ทำเป็นเข้าๆ ออกๆ ช่วยหยิบนั่นจับนี่ให้ เพียรมองว่าพวกเขาทำอะไรกันด้วยความอยากรู้อยากเห็น

          อธิปเคยมาที่บ้านนี้หลายครั้งแล้ว แต่อินทัชเคยมาไม่กี่ครั้งและนี่ก็เป็นครั้งที่สองที่เขาได้พบกับวราลี เด็กหญิงตัวเล็กน่ารักที่อคินมักจะเป่าหูและเรียกขานว่ายัยเด็กขี้เหร่ ทำเอาเขาคิดว่าวราลีคงจะเป็นเด็กตัวผอมๆ พุงโล เนื้อตัวมอมแมมกระด่างกระดำ ที่ไหนได้ เด็กคนนี้หน้าตาน่ารัก ผิวพรรณสดใสถึงไม่ขาวเนียนแต่ก็สะอาดสะอ้านทีเดียว ที่สำคัญ ดูท่าว่าจะเป็นเด็กร่าเริงเสียด้วย

          ทันทีที่เห็นอคินหยิบกล่องเหล้าออกจากถุงและตั้งบนโต๊ะกระจกหน้าทีวีในห้องรับแขก สายตาของวราลีที่ฉายปราดก็วาววับ จับจ้องประหนึ่งว่าเงินอีกห้าร้อยบาทนั้นกำลังจะลอยมาเข้ากระเป๋าของเธอในอีกไม่ช้า

          อคินตวัดหางตามองอย่างกำราบนิดๆ แต่ก็รู้ตัวดีว่าคงต้องเสียตังค์ให้ยัยเด็กนี่อีกตามเคย เพื่อปิดปากเรื่องที่เขาพาเพื่อนมากินเหล้าในบ้าน แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว

          “ไอ้ท็อป ยืมตังค์ร้อยนึงดิ๊ ขี้เกียจขึ้นไปข้างบน”

          หนุ่มผิวเข้มทำหน้างง แต่ก็ควักให้โดยดี อคินยื่นแบงก์ร้อยให้วราลี เพื่อให้เธอหาทางไม่ให้สะอิ้งและวงแหวนเข้ามาป้วนเปี้ยนในบ้าน เพราะคืนนี้พวกเขาจะพาผู้หญิงมาเอ็นเตอร์เทนด้วย เพียงแต่เขาไม่ได้บอกกับวราลีเรื่องนี้ บอกแค่ว่าคืนนี้ให้กลับห้องไปตั้งแต่สองทุ่มและไม่ต้องโผล่หน้ามา

          ตอนแรกวราลีก็ไม่ได้ตะขิดตะขวงใจ กระทั่งออกมาเก็บผ้าแล้วได้ยินเสียงเปิดประตูรั้ว จึงย่องมาดูแล้วพบว่ามีหญิงสาวหุ่นดีแต่งตัวเซ็กซี่มาที่บ้านถึงสามคน เจ้าตัวจึงแอบมาดูผ่านช่องว่างระหว่างมู่ลี่ตรงบานกระจก ถึงพบว่าสามสาวที่มาใหม่นั้นนั่งประกบแทบจะขี่อยู่บนตัวพวกเขาแล้ว

          วราลีหายเข้าไปพับผ้าแล้วกลับมาแอบดูทั้งสามหนุ่มอีกครั้งในช่วงเวลาเกือบสี่ทุ่ม แล้วก็พบว่าที่โซฟานั้นเต็มไปด้วยร่างของหนุ่มสาวที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างนัวเนีย เด็กสาวใจเต้นตึกตักมองอย่างไม่กะพริบตา ที่โซฟาตัวริมสุด อคินถูกผู้หญิงชุดชั้นในสีแดงลูกไม้ขึ้นคร่อมอยู่บนร่าง ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบเบียดและดูดกลืนสลับกันไปมาอย่างหิวกระหาย มือของเขาขยำเคล้นคลึงไปที่หน้าอกหน้าใจอันใหญ่โตของผู้หญิงคนนั้นอย่างมันมือ และเมื่อกวาดสายตาไปยังโซฟาตัวข้างๆ สองคู่ที่เหลือก็แทบจะมีสภาพไม่ต่างกัน ทว่าเวลานั้นผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงปลายเท้าของอธิปกำลังก้มๆ เงยๆ ผงกหน้าขึ้นลงอยู่ตรงเป้ากางเกงของเขา

          ‘คนพวกนี้กำลังทำอะไร ผู้หญิงพวกนี้เหมือนในคลิปที่คุณคินดูคืนนั้นเลย’

          วราลีในวัยที่ยังอ่อนต่อโลกนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์คืนนั้น ถ้าพูดถึงความแก่แดดเธออาจสู้เด็กสาวอีกหลายๆ คนในวัยเดียวกันไม่ได้ แต่ถ้าในเรื่องของความเจ้าเล่ห์และใจกล้า ดูเหมือนเธอจะล้ำหน้าเด็กในวัยเดียวกันไปไม่น้อย

          ไม่รู้ทำไมถึงปั่นป่วนมวนท้องบอกไม่ถูก อยากจะดูให้จบว่าคนพวกนี้ทำอะไรแต่เหมือนว่าใจมันเต้นเร็วมากกว่าปกติ วราลีคิดว่าตัวเองคงจะไม่สบายแล้ว เพราะแบบนี้จึงได้ผละออกจากบริเวณนั้นกลับบ้านไปอาบน้ำนอน

          เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากออกมาใส่บาตรกับวงแหวน ภายในบ้านไร้ซึ่งเงาของทั้งสามหนุ่มรวมถึงหญิงสาวที่ถูกเรียกมาเอ็นเตอร์เทน เดาว่าคงแยกย้ายกันไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แต่เวลานี้สภาพห้องรับแขกนั้นเละเทะมาก วราลีและสาวใช้ได้แต่ยืนมองหน้ากันตาปริบๆ

          “เดี๋ยวน้องยี่หวาช่วยพี่เก็บขยะพวกนี้ไปทิ้งแล้วขึ้นไปดูคุณคินเถอะ ตรงนี้เดี๋ยวพี่เช็ดทำความสะอาดเอง”

          “ค่ะพี่แหวน” วราลีตอบรับสาวใช้วัยยี่สิบเศษ พลางถือถุงดำเก็บขวดเปล่าและถุงขนมที่ตกอยู่ตามพื้นและซอกโซฟา น่าแปลกที่ไร้วี่แววของขวดเหล้าเจ้าปัญหา เรียกได้ว่าถึงจะเมาแต่อคินก็ยังรอบคอบอยู่ไม่น้อย หากไม่มีเครื่องฟอกอากาศก็เกรงว่าจะได้กลิ่นละมุดคลุ้งไปทั้งห้องรับแขก

          ‘เอ๊ะ! อันนี้อะไร?’

          มือน้อยคีบซองเล็กๆ สีเงินที่ตกอยู่ในซอกโซฟาขึ้นมา ลักษณะมันเหมือนซองเครื่องปรุงของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่พอใช้นิ้วบีบดูตรงขอบกลมตรงกลางก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ ของสิ่งนี้ไม่น่าจะกินได้

          “อะไรเหรอน้องยี่หวา?” วงแหวนเอ่ยถามเพราะเห็นเด็กหญิงนิ่งง่วนอยู่ตรงนั้น

          “เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร...หวาเก็บขยะหมดแล้ว หวาเอาไปทิ้งก่อนนะคะ” พูดจบก็หยิบซองสีเงินที่ว่าใส่กระเป๋ากางเกง รวบถุงดำมัดปากแล้วเอาไปวางกองรวมไว้ที่ห้องขยะหลังบ้าน

          ภายในห้องที่ปิดไฟปิดม่านเงียบสนิท วราลีเคาะประตูเรียกคนข้างในถึงสามครั้งแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบ รายนี้จึงถือวิสาสะเปิดเข้าไป และก็เป็นอย่างที่คาด อคินไม่ได้ล็อกประตูอีกตามเคย และบนโต๊ะกระจกตรงโซฟาขนาดกะทัดรัดริมห้อง วราลีก็ได้พบกับขวดเหล้าเจ้าปัญหาที่เจ้าของพามาหลบซ่อนอยู่ตรงนี้

          ด้านในสุดของห้องเป็นเตียงนอนสีกรมท่า มีร่างสูงนอนกางแขนกางขาแปะอยู่บนผ้าห่มผืนยับยู่ยี่ เมื่อเห็นว่าเขายังหลับอยู่ในสภาพหายใจปกติจึงไม่รบกวน ก่อนออกไปนั้นยังได้หวังดียกขวดเหล้าเอาไปซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า เผื่อว่าวงแหวนขึ้นมาเก็บห้องจะได้ไม่เห็น อย่างน้อยเงินหนึ่งร้อยที่เสียให้เธอก็ถือว่าคุ้มค่า ไม่หาว่าเธอเอาเปรียบผู้บริโภค

          หลังสาวใช้เก็บทำความสะอาดห้องรับแขกเรียบร้อยก็แยกย้ายไปทำงานอื่น ในช่วงปิดเทอมนี้วราลีก็มีการบ้านที่จะต้องทำเช่นเดียวกัน เด็กหญิงจึงใช้เวลาว่างจากการฝึกเปียโนมานั่งทำการบ้านในห้อง กระทั่งตกเย็นก็กลับไปที่บ้านใหญ่เพื่อช่วยสาวใช้เตรียมอาหารค่ำ ตอนนั้นวราลีจึงได้เห็นหน้าอคินเป็นครั้งแรกของวัน

          ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

          “เข้ามา”

          “หวาเอาสำรับมาให้ค่ะ”

          “อืม วางไว้ที่โต๊ะ...เมื่อเช้าได้เข้ามาในห้องรึเปล่า?”

          “เข้าค่ะ มีอะไรหรือคะ?”

          “ขวดเหล้าหาย”

          “อ๋อ ไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะ หวาซ่อนไว้ในตู้ กลัวว่าถ้าพี่แหวนขึ้นมาทำความสะอาดแล้วจะเห็นเข้า” พูดพลางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า แต่ปรากฏว่านอกจากจะเจอขวดเหล้าที่หมกอยู่แล้ว กลิ่นแอลกอฮอล์ยังตีออกมาจนคลุ้งอีกด้วย นั่นเพราะตอนที่ซุกเข้าไปวราลีไม่รู้ว่าฝามันปิดไม่สนิท

          ‘แย่แล้ว เหล้าหก’

          “ให้ตายเหอะ!” อคินผ่อนลมหายใจแรงๆ ออกทางปาก ทำหน้าเหมือนอยากร้องไห้ ความหวังดีของวราลีทำให้เสื้อผ้าในตู้เหม็นอบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้า

          งานนี้คนเพิ่งสร่างเมาเม้มปากแน่น วราลีเห็นท่าไม่ดีจึงเตรียมเผ่นหนี แต่ไม่ไวไปกว่ามือใหญ่ที่คว้าคอเสื้อเอาไว้

          “มาช่วยกันเอาไปซัก!” เขาสั่งเสียงดังลั่น ดึงเด็กหญิงร่างเล็กและดันให้ไปรื้อผ้าในตู้ออกมา “คืนนี้ทั้งคืนไม่ต้องไปไหนนะ ช่วยกันซักผ้าและอบให้แห้ง”

          วราลีทำหน้าจ๋อย หลังสองทุ่มไปแล้วพอสะอิ้งหลับก็กลับมาที่บ้านหลังใหญ่อีก มาช่วยอคินหอบผ้าลงไปซักที่ห้องซักล้าง สองคนช่วยกันโกยผ้าใส่เครื่อง เสร็จแล้วก็นั่งรอที่ห้องรับแขกจนกว่าจะซักเสร็จ จากนั้นยังต้องเอาไปอบแห้งต่อ คืนนี้คงได้อบกันถึงตีหนึ่งแน่

          “หวาขอเอาการบ้านมาทำด้วยได้มั้ยคะ?”

          “แล้วแต่สิ แต่ถ้าหนีไปนอนเจอดีแน่ จะตามไปลากถึงห้องเลยคอยดู”

          อคินนั่งเล่นโทรศัพท์ไปพลางระหว่างที่รอซักผ้า เห็นวราลีนอนคว่ำเอาหมอนอิงหนุนใต้อกแล้วทำการบ้านของเธอไปเรื่อย บางครั้งเขาก็ได้ยินเสียงเธอถอนหายใจ อดไม่ได้ที่จะมองด้วยความขบขัน

          ‘จะว่าไปก็น่าเอ็นดู’      

          ก่อนหน้าอคินไม่เคยสังเกตด้วยซ้ำว่าวราลีโตขึ้นมาก จากเด็กน้อยตัวเล็กๆ ที่คอยแต่จะวิ่งหนีเขาเพราะกลัวถูกแกล้ง มาวันนี้เธอก็ยังคงถักเปียสองข้างโดยไม่เกรงกลัวว่าจะถูกเขากระชากเล่นอีก

          “ติดตรงไหน?” เขาถาม อย่างน้อยสติปัญญาและความรู้ที่มากกว่าถึงหกปีก็คงพอมีประโยชน์บ้าง แม้ปกติจะไม่ค่อยตั้งใจเรียนมากนักก็เถอะ

          วราลีงมอยู่กับโจทย์ข้อนี้มาร่วมครึ่งชั่วโมงแล้ว อคินเห็นดังนั้นก็สงสาร ลงจากโซฟาไปนั่งชะโงกอยู่ที่พื้น ดูโจทย์เลขคณิตที่ซับซ้อนข้อนั้นแล้วก็ยักไหล่อย่างลำพอง

          “ก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นสักหน่อย” เขาว่า ก่อนจะลงมือสอนวิธีคิดให้กับเด็กหญิงจนเข้าใจ จากข้อเดียวก็กลายเป็นสิบข้อ อคินก็เพลินจนลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ‘บ้าไปแล้ว นี่เกือบจะทำการบ้านแทนยัยเด็กขี้เหร่นี่อยู่แล้วเนี่ย’

          “เอาไปๆ ที่เหลือทำเอง” เขาดันสมุดออกห่างตัว

          “ขอบคุณนะคะ คุณคินอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ หลังจากนี้ถ้ามีข้อไหนสงสัยอีก หวาขอมาถามคุณคินนะคะ”

          “ได้ทีเอาใหญ่เชียวนะ” เขาทำเป็นมองด้วยหางตา แต่พอเห็นรอยยิ้มหวานของวราลีก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม “ทำไมไม่ขึ้นมานั่งทำบนโซฟาให้มันดีๆ นอนกับพื้นไม่เจ็บเหรอ?”

          “ไม่เจ็บค่ะ...อ๋อ แสดงว่าเมื่อคืนที่คุณคินกับพี่คนสวยขึ้นไปนั่งคร่อมกันบนโซฟาแสดงว่าเจ็บขาเหรอคะ?”

          อคินถึงสะดุดกึกในคำพูดของคนที่มองเขาอย่างสงสัย

          “เมื่อคืนนี้แอบดูเหรอ?”

          แทนคำพูด เด็กหญิงพยักหน้ารับสารภาพ ชายหนุ่มถึงขึงตาใส่

          “ก็บอกแล้วไงว่าไม่ให้ออกมาที่บ้านใหญ่”

          “ขะขอโทษค่ะ หวาไม่ได้ตั้งใจ หวาแค่ออกมาเก็บผ้าแล้วได้ยินเสียงเปิดประตูรั้ว ก็เลยเดินมาดู” น้ำเสียงแผ่วลงช่วงท้ายประโยค

          อคินสูดหายใจลึกๆ จะบอกว่าอายก็ไม่เชิง จะบอกว่ารู้สึกผิดก็ไม่ใช่ เขาไม่รู้เลยว่าวราลีเห็นไปถึงไหนต่อไหน เขาเองก็พลาดที่ทำอะไรประเจิดประเจ้อไม่ระวัง คิดไม่ถึงว่าจะมีคนแอบดู

          “ตะแต่หวาดูแค่แป๊บเดียวนะคะ หวารู้สึกใจสั่นก็เลยกลับไปนอน หวาสัญญาค่ะว่าจะไม่บอกใคร” คราวนี้เธอรู้สึกผิดจริงๆ เพราะเห็นสีหน้าไม่พอใจของอคิน มันคงจะเป็นเรื่องลับมากๆ เขาถึงได้มีอาการเช่นนี้

          เสียงถอนใจเหมือนข่มอารมณ์อยู่หลายรอบ จนสุดท้ายพอเห็นแววตาไหวระริกของอีกฝ่ายก็ค่อยบรรเทาความโกรธ

          “ต่อไปอย่าแอบดูอีก มันเป็นเรื่องไม่ดี”

          “เข้าใจแล้วค่ะ” วราลีรับปากเสียงสั่น แต่ก็ข้องใจว่าถ้าเป็นเรื่องไม่ดีแล้วอคินทำทำไม แต่ถึงกระนั้นก็ไม่กล้าเอ่ยถาม “เอ่อ เมื่อเช้าหวาเจอไอ้นี่ค่ะ ของคุณคินรึเปล่าคะ มันไว้ทำอะไร?” พูดพลางล้วงซองสีเงินออกจากกระเป๋ากางเกง พออคินเห็นของสิ่งนั้นในมือเด็กหญิงก็ใจหายวาบ

          “เจอที่ไหนเนี่ย แล้วมีใครเห็นอีกรึเปล่า?”

          “เจอที่ซอกโซฟานี่แหละค่ะ มีแค่หวาที่เห็น พี่แหวนไม่เห็นค่ะ หวาเก็บเอาไว้ก่อน...ว่าแต่มันใช้ทำอะไรเหรอคะ?”

          อคินเอามือกุมขมับ พลางเอ่ยตัดรำคาญ “ถุงยาง ไม่ต้องรู้หรอกว่าใช้ยังไง เดี๋ยวโตก็รู้เองแหละ...แล้วเรื่องเมื่อคืนนี้ห้ามบอกใครเด็ดขาด เรื่องนี้ก็ด้วย” เขากำชับ แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะหัวหมอขึ้นมาทันที

            “ถ้างั้นก็หนึ่งพันบาทพอดีค่ะ เรื่องเมื่อคืนห้าร้อย ถุงยางอีกห้าร้อย”

          “เฮ้ย! นี่จะปล้นกันเหรอวะเนี่ย?”

          พอเขาขึ้นเสียง วราลีก็เหมือนจะทำหน้าละห้อย เบะปากเหมือนกับจะร้องไห้ จนอคินต้องสูดลมหายใจเข้าปอด

          “เออๆ รู้แล้ว ไว้พรุ่งนี้ค่ำค่อยเอา เงินสดหมดตัวแล้วเนี่ย ไว้เย็นๆ ออกไปกดให้...นั่งทำการบ้านไปเลยไป...เมื่อไหร่ผ้ามันจะซักเสร็จสักที วุ้ย!”

          คนหนุ่มพาลไปทั่วอย่างหงุดหงิด รู้สึกเหมือนถูกรีดไถเงินยังไงก็ไม่รู้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วังวนพันธนาการ   ตอนพิเศษ – คุณพ่อยังเล็ก

    สี่ปีหลังแต่งงาน... บัตรเชิญงานแต่งที่อยู่ในมือวราลีถูกเปิดออกอ่านด้วยสีหน้าแสดงความยินดี ด้านในเขียนถึงรายละเอียดพิธีการต่างๆ รวมถึงรูปแบบงานและสถานที่จัดเลี้ยง สำคัญตรงชื่อเจ้าบ่าวเป็นชื่อของคนที่เคยคุ้นเคย ญานิศา & ปกป้อง หลังจากแยกย้ายกันที่รีสอร์ตเมื่อสามปีที่แล้วนั้น เธอและเขายังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไว้ในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้อง หลังเรียนจบปริญญาโท ทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย แต่ก็พอจะทราบข่าวคราวของกันและกันบ้างผ่านแชตกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น เมื่อไม่กี่วันมานี้วราลีไปพบกับปกป้องที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเขานัดเธอมาก็เพื่อแจกการ์ดเชิญหญิงสาวและครอบครัวให้มาร่วมฉลองในงานมงคลสมรส สายตาของคนเป็นสามีกำลังจับจ้องภรรยาคนสวยไม่

  • วังวนพันธนาการ   ตอนพิเศษ - คู่กรณีของติณห์

    เมื่อเจ็ดปีก่อน... ในงานวันเกิดของอาคมที่มีการจัดงานฉลองครบรอบยี่สิบห้าปีของบริษัท หลังจากที่ลงจากเวทีแล้วหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเทาอ่อนก็ออกไปด้านนอกเพื่อเข้าห้องน้ำ ขากลับพบเจอวราลีตรงทางเดินซึ่งหญิงสาวกำลังจะไปเข้าห้องน้ำเช่นเดียวกัน เวลานั้นติณห์เอ่ยทักทายและรอเธอเพื่อที่จะได้กลับเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงพร้อมกัน ทว่าหลังจากเข้าไปแล้วก็พบว่าอคินนั่งรออยู่ที่โต๊ะ ผู้เป็นอาเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าตนเดินมากับวราลี ซึ่งหลังจากนั้นอาคมก็ขอตัวออกไปเสวนากับพวกคณะกรรมการ เหลือแค่พวกเขาทั้งสามที่ยังนั่งอยู่ตรงโต๊ะวีไอพี เวลานั้นวราลีได้พบกับอคินอีกครั้ง หลังจากที่ทั้งคู่ห่างหายกันไปนาน ติณห์อยากให้พวกเขาได้มีเวลาพูดคุยกันจึงหาข้ออ้างออกไปด้านนอก หนุ่มร่างสูงขอตัวออกไปทักทายกับบรรดาพนักงานที่นั่งอยู่ยังโซนด้านหลัง เวลานั้นทุกคนต่างกินดื่มกันอย่างสนุกสนานหลังหมดช

  • วังวนพันธนาการ   บทส่งท้าย

    ก่อนหน้านี้อาคมได้เฉลยถึงสาเหตุการเสียชีวิตของดวงชีวัน ซึ่งวันนั้นอคินก็ฟังอยู่ด้วยขณะที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล เป็นเขาที่ขอให้คนเป็นพ่อเล่าออกมา ถึงวันนี้แล้วชายหนุ่มก็อยากรู้ว่าตัวเองทำอะไรไว้ ย้อนไปเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน... ในขณะที่อคินซึ่งอยู่ในวัยเพียงแค่แปดขวบ เด็กน้อยมักจะไปวิ่งเล่นไล่กวดกับพวกพี่ผู้ชายที่ลานจอดรถเสมอ และก็ชอบวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ บางทีก็แอบหนีไปเล่นเงียบๆ คนเดียวด้านหลังประตูฉุกเฉิน ซึ่งในตอนนั้นเขาก็หิ้วตะกร้าของเล่นไปแอบนั่งคนเดียวที่ด้านหลังประตูหนีไฟชั้นห้า ชิ้นส่วนตัวต่อยังกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น มีส่วนที่กำลังต่ออยู่แต่ยังไม่เสร็จเป็นรูปเป็นร่าง พอได้ยินเสียงบิดาเปิดประตูตะโกนเรียกจากชั้นบนก็รีบวิ่งขึ้นไป โดยที่ทิ้งทุกอย่างระเกะระกะไว้ตรงนั้น 

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 30 ข้อตกลง

    “ถ้าพ่อปล่อยหวา หวาจะให้เงินพ่อล้านนึง แล้วพ่อก็ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ด้วย พ่อปล่อยหวาไปเถอะนะ” เสียงอ้อนวอนของคนเป็นลูกดังขึ้นมาจากด้านในห้องชั้นสอง ซึ่งเดิมเป็นห้องนอนแต่บัดนี้ถูกปล่อยทิ้งร้างจนมีสภาพเละเทะ วราลีถูกมัดมือไพล่หลังพร้อมกับมัดเท้า แต่คนเป็นพ่อเอาผ้าคลุมศีรษะกับผ้าอุดปากออก ปล่อยให้นอนกองอยู่บนเตียงที่ฟูกเก่าจนเป็นสีคล้ำ ก่อนหน้าวราลีได้ยินบิดากับคนร้ายคุยกันมาในรถว่าหลังจากได้เงินแล้วจะแบ่งกันเพื่อหนีออกไปประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติ “ก่อนหน้ากูขอมึงดีๆ ทำไมถึงไม่ให้” คนเป็นพ่อนั่งอยู่ปลายเตียง ในมือกุมปืนกระบอกหนึ่งไว้ไม่ปล่อย “ก็เพราะหวารู้แล้วว่าพ่อโกหกหวา ที่ผ่านมาพ่อไม่ได้ไปหาเงินมาช่วยหวากับแม่แต่พ่อทิ้งหวากับแม่ไปตั้งแต่หวายังไม่เกิด พ่อทุบตีแม่แล้วก็ใส่ร้ายแม

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 29 ความจริง

    เพราะติณห์ได้ยินพนักงานฝ่ายบุคคลคุยกันหน้าลิฟต์ชั้นล่าง เรื่องที่อคินสั่งให้หัวหน้าอาวุโสฝ่ายฯ รวบรวมข้อมูลพนักงานเก่าของบริษัทให้เขา พอให้เลขาไปสอบถามจึงรู้ว่าเป็นข้อมูลของคนที่ทำงานในช่วงเวลาเดียวกับอดีตหัวหน้าแม่บ้านที่ชื่อดวงชีวัน จึงได้โทรมาถามอาคมว่าเคยได้ยินชื่อบุคคลที่ว่าหรือไม่ เพราะติณห์เองก็อยากรู้ว่าอคินต้องการข้อมูลพวกนั้นไปทำไม ทว่าคนที่ได้ยินชื่อดวงชีวันถึงกับชะงักเล็กน้อย และพอรู้ว่าอคินสืบเรื่องพวกนี้เพราะต้องการจะช่วยวราลีหาความจริง เขาก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจ มือชื้นเหงื่อของชายสูงวัยวางโทรศัพท์ลง ก่อนหน้านี้อาคมได้โทรหาอคินเพื่อเรียกให้ชายหนุ่มมาพบเขาที่ห้องทำงานในช่วงค่ำ “มีอะไรครับพ่อ ทำไมถึงห้ามผมไม่ให้บอกยี่หวา?” “ฉันรู้เรื่องที่แกกับน้องกำลังสืบเรื

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 28 สืบหา

    คราวก่อนที่นัดบิดามาทานข้าวในร้านอาหารซึ่งห่างจากออฟฟิศพอสมควร ขากลับวราลีได้โอนเงินให้กับวัชระไปหนึ่งหมื่นบาท เพราะบิดาบอกว่ายังค้างค่าเช่าห้องอยู่สามเดือน แต่พอเธอถามว่าอยากจะมาอยู่ที่คอนโดด้วยกันหรือไม่ วัชระกลับอ้างนู่นอ้างนี่ แล้วบอกอีกว่าตนยังติดหนี้คนที่เป็นธุระช่วยพาเขากลับมาเมืองไทยอยู่อีกราวหนึ่งแสน วัชระคิดว่าเงินจำนวนเท่านี้สำหรับวราลีคงไม่ได้มากมายนัก พอเห็นว่าบุตรสาวเชื่อใจตนแล้วก็พูดจาเลียบๆ เคียงๆ เพื่อขอยืมเงินจำนวนนั้นแก่บุตรสาวเพื่อเอาไปใช้หนี้ ทั้งยังขอเป็นเงินสดเพราะตนเองไม่สะดวกไปถอนออกจากบัญชีที่ธนาคาร มาวันนี้วราลีจึงต้องนำเงินสดหนึ่งแสนบาทไปให้บิดาตามที่นัดหมายกันไว้ในร้านอาหารของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งหญิงสาวไม่รู้เลยว่าเย็นวันนี้อคินจะแอบสะกดรอยตามเธอมา เมื่อหญิงสาวแยกย้ายกับวัชระและเดินออกจากร้านเขาก็ปรากฏตัว “พี่

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 8 หึงหวง

    เมื่อถึงงานเลี้ยงทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าเจ้าของวันเกิดอย่างอธิปยืนเท่รอต้อนรับอยู่หน้าทางเข้าโซนวีไอพี พอเห็นหน้าเพื่อน อคินก็ส่งถุงของขวัญให้แล้วกำชับให้รีบเปิดดู ก่อนจะพาวราลีเดินเข้าไปด้านในห้องกระจกที่กั้น

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 7 การกลับมา

    ร่างบอบบางในชุดนักศึกษาเดินเข้ามาในตึกเช่นทุกวัน ผ่านหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หยุดยืนทำความเคารพเธอก็ส่งยิ้มให้ด้วยความคุ้นเคย รอยยิ้มสดใสภายใต้เครื่องสำอางบางเบาที่แต่งแต้มตามวัยทำให้ใบหน้าที่สวยหวานอยู่แล้วโดดเด่นขึ้นอีก&nb

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 6 ถึงคราวแยกย้าย

    ใบหน้าหวานของหญิงสาวที่บดเบียดไปกับกำแพงแดงก่ำ เธอไม่รู้ว่าไอ้เดรัจฉานนี่กำลังจะทำอะไรต่อ กางเกงขาสั้นของหญิงสาวถูกดึงลงไปกองที่หัวเข่า รับรู้ถึงดุ้นปลายมนที่พยายามดุนดันจะสอดแทรกเข้ามาทางร่องก้น เธอพยายามสะบัดตัวหนี กลัวเหลือเกิน กลัวจนเนื้อ

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 5 จุดหักเหของชีวิต

    อากาศตอนเช้าในช่วงใกล้ฤดูหนาวค่อนข้างเย็นชื้น หลังจากที่เมื่อคืนยังมีฝนตกพรำๆ ตอนแรกตั้งใจว่าจะพาสะอิ้งไปโรงพยาบาลตามที่แพทย์นัด แต่ดูเหมือนอคินจู่ๆ ก็แผลงฤทธิ์ทำให้สาวใช้ต้องมาขอความช่วยเหลือจากวราลี&nbs

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status