Share

บทที่ 24 : คำขู่ที่ไร้ผล

last update Last Updated: 2025-12-25 00:53:18

ปัง!

บานประตูไม้สักเนื้อหนาถูกถีบจนบานพับสะเทือนเลื่อนลั่น กระแทกผนังห้องเกิดเสียงดังกัมปนาททำลายความเงียบสงัดยามวิกาล ลมหนาวหวีดหวิวกรูเกรียวเข้ามาภายในห้องนอนพร้อมกลิ่นฉุนกึกของสุราหมักและกลิ่นเหงื่อไคลคละคลุ้ง

เงาร่างสูงใหญ่ของหลี่เฉิงยืนโงนเงนค้ำธรณีประตู ผมเผ้าที่เคยรวบตึงภายใต้ กวานทอง บัดนี้หลุดลุ่ยลงมาปรกใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาพญาอินทรีที่เคยคมกริบฉายแววขุ่นมัวและฉ่ำเยิ้มไปด้วยฤทธิ์น้ำเมาผสมโทสะ

ทว่าเจ้าของห้องกลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง

หลินหว่านยังคงนั่งพิงหัวเตียง พลิกหน้าตำราแพทย์ในมืออย่างเชื่องช้า นิ้วเรียวงามค่อยๆ กรีดหน้ากระดาษสีเหลืองนวล เสียงกระดาษเสียดสีกันเบาๆ คือปฏิกิริยาเดียวที่นางมอบให้ผู้บุกรุก

ความเมินเฉยนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดกองเพลิงที่โหมกระพือในอกแกร่ง

"เจ้า... เจ้ายังจะทำเมินข้าอยู่อีกรึ!"

ชายหนุ่มเดินโซซัดโซเซเข้ามา รองเท้าหนังบดขยี้พรมขนสัตว์จนเกิดเสียงตึงตัง มือหนาปัดตำราในมือภรรยาจนร่วงหล่น

ตุ้บ!

"มองข้า! ข้าเป็นสามีเจ้านะ!"

หลินหว่านถอนหายใจแผ่วเบา ร่างระหงค่อยๆ ขยับตัวจัดผ้าห่มให้เข้าที่ ก่อนจะเงยหน้าสบตาผู้มาเยือนด้วยแววตาว่างเปล่า ไร้ความโกรธ ไร้ความกลั
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน   บทที่ 360 : ตำนานรักนิรันดร์

    เหมันตฤดูปีนี้หนาวเหน็บกว่าทุกปี เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์โปรยปรายลงมาปกคลุมหลังคากระเบื้องสีเขียวมรกตของคฤหาสน์ตระกูลหลี่จนขาวโพลน ราวกับสวรรค์กำลังโปรยดอกไม้เงินดอกไม้ทองเพื่ออวยพรทว่าความหนาวเย็นภายนอกมิอาจกล้ำกรายเข้ามาภายในห้องโถงใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยไอร้อนแห่งความปิติยินดี วันนี้คืองานมงคลครั้งประวัติศาสตร์... งานฉลองอายุวัฒนมงคลครบแปดสิบปีของสองผู้เฒ่าเสาหลักตระกูลหลี่ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ แม่ทัพนายกอง และหมอหลวงจากทั่วสารทิศ ต่างเดินทางมาคารวะจนหน้าประตูจวนแน่นขนัดดุจตลาดนัด ของขวัญล้ำค่ากองพะเนินเป็นภูเขาเลากา สูงท่วมหัวยิ่งกว่าท้องพระคลังของฮ่องเต้กลางโถงใหญ่ หลี่เนี่ยน อัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายในชุดขุนนางสีม่วงปักลายกระเรียน ยืนต้อนรับแขกด้วยท่วงท่าสง่างาม สุขุมลุ่มลึกถอดแบบบิดามาทุกกระเบียดนิ้ว ข้างกายเขาคือ โม่ชิง บุรุษวัยกลางคนผู้มีแววตาดุจเหยี่ยว หัวหน้าหน่วยพยัคฆ์หลวงและองครักษ์คู่ใจที่ยืนเคียงข้างไม่ห่างกายถัดไปไม่ไกล หลี่หยาง แม่ทัพใหญ่พิทักษ์ชายแดนเหนือในชุดเกราะไหมทองรูปร่างสูงใหญ่กำยำ กำลังหัวเราะร่าเริงขณะดื่มเหล้ากับเหล่ารองแม่ทัพ ข้างกายเขาคือส

  • วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน   บทที่ 359 : ผมสีดอกเลา

    ลมหนาวพัดผ่านกิ่งเหมยฮวาที่กำลังผลิดอกสีแดงสด ตัดกับหิมะขาวโพลนที่ปกคลุมหลังคาคฤหาสน์ตระกูลหลี่ ฤดูหนาวปีนี้ดูเหมือนจะยาวนานกว่าทุกปี แต่ภายในหอโถงรับรองกลับอบอุ่นด้วยไออุ่นจากเตาถ่านและการรอคอยข่าวดีหลี่เฉิงในวัยย่างห้าสิบห้าปี นั่งอยู่บนตั่งไม้พะยูง เส้นผมสีดำขลับที่เคยดกหนาบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีดอกเลาแซมไปทั่วศีรษะ แต่แผ่นหลังยังคงเหยียดตรง สง่างามดุจขุนเขาไท่ซาน ข้างกายเขาคือ หลินหว่านที่แม้วัยจะล่วงเลยแต่ผิวพรรณยังผุดผ่อง นางกำลังนั่งปักผ้าเช็ดหน้าด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น"นายท่าน! ...นายท่านขอรับ!"เสียงตะโกนด้วยความตื่นเต้นดังมาจากหน้าประตูจวน พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งตึกตักเข้ามา พ่อบ้านวัยชราวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมม้วนกระดาษสีแดงสดในมือ"ม้าเร็วจากเมืองหลวง... จดหมายจากคุณชายใหญ่และราชโองการขอรับ!"หลี่เฉิงวางถ้วยชาลงทันที มือที่เคยนิ่งสนิทในสนามรบกลับสั่นไหวเล็กน้อยยามรับจดหมายฉบับนั้นมา เขาคลี่ออกอ่านด้วยดวงตาที่เป็นประกาย เนื้อความในจดหมายสั้นกระชับ แต่เปี่ยมด้วยความปิติ'ลูกอกตัญญู หลี่เนี่ยน... บัดนี้ได้ผ่านการสอบหน้าพระ

  • วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน   บทที่ 358 : คฤหาสน์ที่เงียบเหงา

    บรรยากาศภายในคฤหาสน์ตระกูลหลี่เงียบสงัดลงถนัดตาหลังจากเหล่าลูกนกบินออกจากรัง เสียงหัวเราะของเด็กแฝดและเสียงท่องตำราของอาเนี่ยนที่เคยดังเจื้อยแจ้ว บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยเสียงลมพัดใบไม้แห้งกลิ้งไปตามพื้นหินฤดูใบไม้ร่วงมาเยือนเจียงหนานเร็วกว่าปกติ ต้นท้อใหญ่กลางลานผลัดใบจนเหลือเพียงกิ่งก้านสีน้ำตาลเข้ม ตัดกับท้องฟ้าสีหม่นที่เริ่มทอแสงสีส้มแดงยามอัสดงเอี๊ยด... อ๊าด...ใต้ร่มเงาของกิ่งท้อที่ไร้ใบ เก้าอี้โยกตัวเก่าทำจากไม้หวายส่งเสียงดัง เป็นจังหวะเชื่องช้าร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาหม่นนั่งเอนกายอยู่อย่างสงบ 'มั่วเวิ่น' ในวัยไม้ใกล้ฝั่ง ผอมลงจนหนังหุ้มกระดูก เส้นผมและหนวดเคราขาวโพลนราวกับหิมะบนยอดเขาเทียนซาน ดวงตาที่เคยคมกริบดุจเหยี่ยว บัดนี้ฝ้าฟางลงตามกาลเวลา เหม่อมองไปยังทิศเหนือ... ทิศที่ลูกศิษย์คนโปรดและหลานๆ เพิ่งจากไปข้างกายเขา... มิใช่ความว่างเปล่า แต่มีเด็กสาววัยสิบสองปี หน้าตางดงามเฉลียวฉลาดนั่งคุกเข่าอยู่ หลี่ซินบุตรสาวคนเล็กของหลินหว่าน ผู้มีแววตาซุกซนแต่เปี่ยมด้วยปัญญา กำลังตั้งใจฟังคำสอนสุดท้ายอย่างจดจ่อ"ซินเอ๋อร์..." มั่วเวิ่นเอ่ยเสียงแหบพร่า มือสั่นเทาล้วงเข้าไปในอกเสื้อ ห

  • วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน   บทที่ 357 : เส้นทางของลูกพยัคฆ์

    สายหมอกยามเช้าปกคลุมแม่น้ำแยงซีจนขาวโพลน อากาศเย็นยะเยือกแทรกซึมผ่านเสื้อผ้าเข้าสู่ผิวเนื้อ บรรยากาศที่ท่าเรือส่วนตัวตระกูลหลี่ในวันนี้เงียบสงัด แตกต่างจากความคึกคักในวันวานเรือสำเภาขนาดย่อมจอดเทียบท่า โคลงเคลงตามแรงคลื่นเบาๆ ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดแผ่วเบาในความเงียบ บ่าวไพร่ยืนก้มหน้านิ่งสำรวมกิริยา ไม่มีใครกล้าส่งเสียงรบกวนช่วงเวลาสำคัญของเจ้านายอาเนี่ยนในวัยสิบเก้าปี สวมชุดบัณฑิตสีน้ำเงินเข้มเรียบง่าย ยืนตัวตรงสง่าผ่าเผยอยู่หน้าบิดามารดา เขาสะพายห่อผ้าเพียงใบเดียว ไม่นำทรัพย์สินมีค่าติดตัวไปมากมาย เพื่อยืนยันปณิธานที่จะสร้างตัวด้วยตนเองทว่า... เขาไม่ได้ไปเพียงลำพังข้างกายเขาคือบุรุษหนุ่มร่างสันทัดในชุดรัดกุมสีดำสนิท ใบหน้าคมเข้มฉายแววตื่นตัวตลอดเวลา 'โม่ชิง' บุตรชายของโม่หยิง ที่บัดนี้รับหน้าที่เป็นองครักษ์เงาติดตามนายน้อย สะพายดาบคู่ไขว้หลัง ยืนสงบนิ่งดุจรูปปั้น"พี่ใหญ่..." หลี่เยว่เสียงเครือ น้ำตาคลอเบ้า "ท่านไปเมืองหลวงแล้ว... ต่อไปใครจะคอยห้ามศึกเวลาข้าตีกับเจ้าบ้าหยางเล่า"อาเนี่ยนยิ้มบางๆ ยกมือลูบหัวน้องสาวและน้องชายด้วยความเอ็นดู"พวกเจ้าก็โตแล้ว... แถมยังขอท่านพ่อไปฝึกทหารท

  • วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน   บทที่ 356 : สิบปีผ่านไป

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผันดุจอาชาขาววิ่งผ่านช่องหน้าต่าง สิบปีผ่านไปไวเหมือนฝันตื่นหนึ่งต้นหลิวหน้าคฤหาสน์ตระกูลหลี่ที่เคยเป็นเพียงต้นกล้าสูงท่วมหัว บัดนี้แผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โตครึ้มเขียวขจี รากไม้ชอนไชยึดเกาะพื้นดินแน่นหนาดุจรากฐานของตระกูลที่หยั่งลึกลงในแผ่นดินเจียงหนานป้ายชื่อ 'หอโอสถจี้ซื่อ' ที่เคยเป็นเพียงแผ่นไม้ธรรมดา บัดนี้ถูกเปลี่ยนเป็นป้ายไม้มู่หนานเนื้อแข็งสีเข้ม สลักลวดลายเมฆมงคลและนกกระเรียน ลงรักปิดทองอย่างวิจิตรบรรจง ดูโอ่อ่าสมฐานะสำนักแพทย์อันดับหนึ่งแห่งภาคใต้ ที่ผู้คนต่างยกย่องว่าช่วยต่ออายุขัยให้ยืนยาวดุจนกกระเรียนสวรรค์กลิ่นสมุนไพรหอมกรุ่นลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ผสมผสานกับเสียงท่องตำรายาของลูกศิษย์นับร้อยคนที่นั่งเรียงรายอยู่กลางลานบนระเบียงชั้นสองที่สามารถมองเห็นความวุ่นวายเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน หลินหว่าน ในวัยสี่สิบปียังคงงดงามสะพรั่ง กาลเวลาไม่อาจพรากความงามไปจากนางได้ เพียงแต่เพิ่มกลิ่นอายความสง่างามและทรงภูมิปัญญาเข้ามาแทนที่ความสดใสในวัยเยาว์ข้างกายของนาง... สตรีร่างท้วมเล็กน้อยในชุดผ้าไหมเนื้อดีสีน้ำตาลเข้มกำลังรินชาเก๊กฮวยให้อย่างรู้ใจ เสี่ยวจูอดีตสาวใช้ค

  • วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน   บทที่ 355 : รอยประทับแห่งกาลเวลา

    แสงตะวันยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลัก กระทบลงบนคันฉ่องทองเหลืองที่ตั้งอยู่มุมห้อง หลี่เฉิงยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงา ใบหน้าคมเข้มที่เคยเปี่ยมด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับเคร่งเครียดราวกับกำลังวางแผนรับมือทัพข้าศึกนับแสนนิ้วมือหยาบกร้านค่อยๆ แหวกกลุ่มผมสีดำขลับที่ขมับขวา ดวงตาพยัคฆ์เพ่งเล็งไปที่ศัตรูตัวฉกาจ... เส้นผมสีขาวโพลนเพียงเส้นเดียวที่แทรกตัวอยู่อย่างเงียบเชียบ'ผมสีดอกเลา'มันคือสัญญาณเตือนจากธรรมชาติ... สาส์นท้าที่ประกาศว่ากาลเวลากำลังไล่ล่าเขาอย่างไม่ลดละ"บัดซบ..." หลี่เฉิงสบถพึมพำ กระชากเส้นผมเส้นนั้นทิ้งด้วยความหงุดหงิดเขารีบเดินออกจากห้องนอน ตรงไปที่ลานฝึกยุทธ์ สายตาเหลือบไปเห็น หลี่หยางและ หลี่เยว่กำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อ สิ่งที่สะดุดตาเขาไม่ใช่ความน่ารัก แต่เป็นข้อมือและข้อเท้าของลูกแฝดที่โผล่พ้นชายเสื้อและขากางเกงออกมาเกือบหนึ่งคืบ"เสื้อผ้าพวกนี้... เพิ่งตัดเมื่อเดือนก่อนมิใช่หรือ?"ความหวาดระแวงก่อตัวขึ้นในอก... ลูกโตเร็วเกินไป หรือเวลาของเขาเดินเร็วผิดปกติ? ความทรงจำในวันนี้ พรุ่งนี้อาจเลือนหาย... เขาต้องหยุดมันไว้ยามบ่าย ณ ศาลาริมน้ำจิตรกรเอกชื่อดังอันดับหนึ่ง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status