LOGINนางร้ายอย่างฉันต้องมาอยู่ในร่างของฮูหยินใหญ่ผู้อ่อนแอ ถูกกระทำจนต้องฆ่าตัวตาย สามีไม่สนใจลูก ๆ ต่างรังเกียจ ฮึ! ดี เกลียดนี่แหละดีแล้วเพราะต่อจากนี้ฉันจะทำให้ทุกคนเกลียดฉันไปมากนี้ให้อกแตกตายกันไปเลย
View Moreบทนำ
“ไป๋เสี่ยวลี่” ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนางร้ายตัวท็อปของวงการนักแสดง ไม่ว่าเรื่องไหนที่ได้เธอไปแสดงเป็นนางร้ายจะมียอดเรตติ้งของเรื่องพุ่งกระฉูด ไม่ว่าจะเป็นบทนางร้ายตบตีนางเอก นางร้ายภรรยาน้อย หรือนางร้ายที่โรคจิตไม่ว่าจะร้ายแบบไหนเธอสามารถแสดงได้อย่างแนบเนียนและสมบทบาทจนทุกคนคิดว่านี่คือตัวตนและนิสัยของเธอจริง ๆ
แต่แล้วเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อเธอต้องดูแลรักษาหุ่นและผิวกายให้สวยสดงดงาม เธอเลือกที่จะกินข้าวเพียงแค่มื้อเดียวระหว่างวัน ออกกำลังกายอย่างสมำเสมอทว่าวันนี้มันไม่เหมือนทุกวันเมื่อจู่ ๆ ระหว่างที่ออกกำลังกายอยู่นั้นเธอกลับหมดสติล้มลงหัวฟาดพื้นเพราะขาดสารอาหาร
เธอคิดว่าเธอต้องตายแล้วแน่ ๆ ขณะนั้นเองเธอรู้สึกตัวอีกทีกลับหายใจไม่ออกเหมือนร่างกายกำลังดำดิ่งลงสู่แม่น้ำ น้ำเริ่มทะลักเข้าจมูกเมื่อหมดแรงจะกลั้นหายใจ เธอจะไม่ยอมตายอย่างนี้เด็ดขาดรีบตะเกียกตะกายพยายามทำทุกวิถีทางให้ตนเองขึ้นไปเหนือน้ำ
“แค่ก ๆ ทำไมฉันมาอยู่ในน้ำแบบนี้ล่ะ จำได้ว่าตัวเองกำลังออกกำลังกายอยู่ไม่ใช่หรือไงกัน ” ร่างบางปีนขึ้นมาเหนือน้ำสำลักน้ำออกจากปากหายใจเข้าปอดอย่างหอบเหนื่อย เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้ตัวเองกำลังออกกำลัง แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เหมือนที่ ๆ เธอเคยอยู่ ครานั้นเองมีความทรงจำหนึ่งวาบผ่านเข้ามา หัวใจราวกับถูกบีบรัดให้เจ็บปวด น้ำตาไหลรินอาบแก้ม
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ฉันตายแล้วมาอยู่ในร่างนี้ในยุคโบราณมีสามีเป็นท่านแม่ทัพใหญ่ แต่ว่าวันนี้เป็นวันที่สามีของนางกำลังแต่งตั้งอนุเข้าในเรือนสินะ ฮ่า ฮ่า เห็นว่าเล่นบทนางร้ายมามากเลยส่งบทนางเอกให้หรือไง ไม่ล่ะฉันจะไม่เป็นนางเอกอ่อนแอเหมือนเจ้าของร่างนี้เด็ดขาด ฉันจะเป็นนางร้ายเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ฮูหยินใหญ่เอง เพราะบทร้าย ๆ มันอยู่ในสายเลือดอยู่แล้วไม่มีใครโค่นตำแหน่งนางร้ายแห่งปีไปจากฉันได้ เตรียมรอรับมือได้เลย ”
ตอนที่ 1 ฮูหยินเปลี่ยนไป
ครืก ครืก …เสียงฝีเท้าเดินตามทางอย่างเนิบช้าอาภรณ์เปียกโชกไปด้วยน้ำ สตรีร่างบางเดินตรงมาที่ลานทำพิธี ยามนี้เสียงผู้คนมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างชื่นมื่น เช่นเดียวกันกับสตรีที่เป็นราวกับตัวเอกงานมงคลในครั้งนี้
“ฮ่า ฮ่า ข้าคิดถูกจริง ๆ ที่เอาอกเอาใจคุณหนูซูจื้อเหยาจนยามนี้นางได้ขึ้นเป็นฮูหยินรองของท่านแม่ทัพ ทั้งสาวทั้งสวยสดงดงามไม่ว่าจะเป็นกิริยามารยาท แตกต่างจากฮูหยินใหญ่ใบหน้าซูบโทรมแถมยังทำตัวราวกับวิญญาณ จริงสิวันนี้ข้าไม่เห็นนางมาที่นี่เลย หรือว่าจะเจ็บปวดจนไม่กล้ามาเสนอหน้ารับน้ำชาจากคุณหนูซูจื้อเหยากันนะ คิก คิก " หญิงรับใช้ยืนคุยกันอยู่หน้าห้องหัวเราะคิกคักเมื่อนึกถึงฮูหยินใหญ่ที่ทุกคนไม่สนใจและไม่เกรงกลัว แม้ว่านางจะมาจากตระกูลยิ่งใหญ่ทว่านางกลับโง่เขลาอ่อนแอ แถมยังขี้เหร่ยิ่งกว่าสาวใช้ในจวนบางนางเสียอีก ทำให้ท่านแม่ทัพไม่สนใจ ละเลยจนทุกคนคิดว่าที่นี่ไม่มีฮูหยินใหญ่เสียแล้ว กระทั่งบุตรทั้งสองที่นางคลอดออกมายังรังเกียจนางเสียจนไม่อยากจะเรียกนางว่ามารดาด้วยซ้ำไป
“ป่านนี้ฮูหยินคงไปนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียใจที่ท่านแม่ทัพกำลังแต่งงานกับคุณหนูซูจื้อเหยานะสิ” สาวใช้อีกนางเอ่ยขึ้นพลางใช้มือปิดปากหัวเราะอยากขบขัน
พรึบ!! มือบางเย็นยะเยือกแตะลงที่บ่าของสาวใช้ทั้งสอง ก่อนจะจ้องมองด้วยสายตาจ้องเขม็ง กระตุกยิ้มมุมปากเผยรังสีอำมหิตออกมา สาวใช้ทั้งสองรีบนั่งลงกับพื้นคุกเข่าต่อหน้าร่างกายสั่นระริก
“ฮูหยินข้าขอโทษเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะเอ่ยถึงท่านเช่นนี้”
“ฮึ ฮึ ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรพวกเจ้าเลยนะ เอาสิพูดต่อสิข้าเป็นเช่นไรนะเมื่อครู่ข้าได้ยินไม่ชัดเจนนัก” เสี่ยวลี่หรือฮูหยินใหญ่ท้าวเอวใช้มือข้างหนึ่งแคะหูทำราวกับว่าตนเองได้ยินไม่ค่อยชัดเรื่องที่พวกนางเอ่ยออกมาเมื่อครู่
ขณะนั้นสาวใช้ทั้งสองเสียวสันหลังวาบ ใจเต้นระรัวยิ่งกว่ากลองที่ดังอยู่ยามนี้เสียอีก
“ขะ..ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าสมควรตาย” สาวใช้รับเอ่ยน้ำเสียงน้ำสั่นคลอนติด ๆ ขัด ๆ ค้อมศีรษะลงแนบพื้น ร่างบางตระตุกยิ้มก่อนจะโค้งตัวลงกระชากศีรษะของสาวใช้ทั้งสอง กลอกตาราวกับจ้องจะกินเนื้อหนังของพวกนาง ทั้งสองเหงื่อท่วมตัวกลัวจนทำอะไรไม่ถูก
“ข้าไม่ได้ใจร้ายจนอยากได้ชีวิตต่ำ ๆ ของพวกเจ้าหรอกนะ ..ข้าบอกให้เจ้าพูดออกมา พูดสิว่าข้านั้นราวกับวิญญาณไม่มีความเป็นมนุษย์ นั่งร้องไห้อยู่เพียงลำพัง ฮ่า ฮ่า หัวเราะสิเมื่อครู่พวกเจ้ายังหัวเราะอย่างสนุกสนานอยู่เลย ยามนี้มาตัวสั่นระริกเสมือนลูกหมาตกน้ำทำไมกัน หรือว่าลืมไปแล้วว่าต้องหัวเราะเช่นไร”
“ฮูหยินพวกข้ากลัวแล้วเจ้าค่ะ พวกข้ารู้สึกผิดแล้วเจ้าค่ะ” สาวรับใช้ตื่นตระหนกรู้สึกว่าวันนี้ฮูหยินไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นางมีไอสังหารพร้อมที่จะจัดการทุกคนที่ทำให้นางผิดหูผิดตา
“อะไรกันร้องไห้อย่างนั้นหรือ ? ข้าสั่งให้หัวเราะ หรือจะให้ข้าสอนจงหัวเราะออกมาเดี๋ยวนี้" ฮูหยินตวาดเสียงดังสนั่นสาวใช้จำใจเคล้นหัวเราะออกมาด้วยความหวาดกลัว
“ฮ่า ฮ่า”
“ดังกว่านี้ ข้าไม่ได้ยิน" นางตวาดขึ้นเสียงอีกครั้งจนทั้งสองสะดุ้งตกใจหัวเราะออกมาเสียงดังทั้งน้ำตา นางพึงพอใจก่อนจะเหวี้ยงทั้งสองคนอย่างสุดแรง และเดินตรงเข้าไปในงานพิธีทุกสายตาจับจ้องมองนางเหมือนเห็นตัวประหลาด
ซุบซิบนินทาจ้องมองราวกับรังเกลียดเดียดฉันท์ นางไม่ได้สนใจสายตาของผู้อื่น สองเท้าก้าวตรงไปหาสามีแสนเลวทรามต่ำช้า กับสาวใช้ที่เคยปรนนิบัติตนเองมาเนินนาน แท้ที่จริงแล้วนางเพียงแค่มาอยู่เคียงข้างเพราะคอยพูดกลอกหูบุตรทั้งสองและใส่ร้ายให้ทุกคนเกลียดฮูหยินใหญ่แม้กระทั่งแม่ทัพหวังเสวี่ยฟง ผู้เป็นสามี
“ฮูหยินใหญ่มาแล้วหรือเจ้าคะ ข้าคิดว่าท่านไม่อยากมาร่วมยินดีกับข้าเสียอีก แต่ว่าเหตุใดอาภรณ์และสภาพของท่านถึงได้เปียกปอนเช่นนี้” ซูจื้อเหยารีบเข้ามาหาดวงตาประกายแวววาวทำเหมือนดีอกดีใจที่ฮูหยินใหญ่มาร่วมแสดงความยินดีกับตนเอง นางยื่นมือมาเหมือนจะประคองให้ฮูหยินใหญ่ไปนั่งบนเก้าอี้ที่ถูกเตรียมไว้ให้นางแต่ก็ถูกฮูหยินปัดมือของนางออกอย่างแรงจนร่างของซูจื้อเหยาเซถลา แม่ทัพเห็นเช่นนั้นรีบเข้ามาประคองจื้อเหยาทันทีและตวาดใส่ฮูหยินใหญ่อย่างไม่ไว้หน้า
“เจ้าต้องการทำอันใดกันแน่ เพียงเท่านี้เจ้าต้องรุนแรงกับจื้อเหยาด้วยหรือ ? ช่างไร้มารยาทจริง ๆ”
“นั่นสิ ๆ หรือว่าเจ้าอิจฉาที่จื้อเหยาเป็นที่ถูกใจแม่ทัพจนเจ้าริษยานาง” มารดาของจื้อเหยาเอ่ยออกมาพร้อมแสดงสีหน้าเย้ยหยัน
“ฮ่า ฮ่า ข้านะหรืออิจฉา หากข้าอิจฉาคงไม่ใจกว้างพอใจให้แม่ทัพได้แต่งงานกับจื้อเหยาหรอกนะฮูหยินซู เจ้าต้องระรึกไว้ว่าข้านะแบ่งปันสามีให้เจ้าได้ใช้ รีบยกน้ำชามาสิข้าจะรีบไปพักผ่อนเสียเวลาจริง ๆ” เสวี่ยฟงมีสีหน้าไม่พอใจแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน ทว่ายามนี้ผู้คนมาร่วมงานของเขามากมายเหลือเกิน เขาพยายามข่มอารมณ์เอาไว้กัดฟันกรอด พลางพยักหน้าให้จื้อเหยาทำตามที่ฮูหยินใหญ่บอก จื้อเหยาใบหน้าอ่อนหวานทำตัวอ่อนตัวโลกพยักหน้าให้สาวใช้ สาวใช้เตรียมน้ำชามายื่นให้แก่จื้อเหยา นางค่อย ๆ คว้าจอกน้ำชาคลานเข่าไปหาฮูหยินใหญ่
ตอนนั้นเองจื้อเหยาได้เผยสีหน้าเมื่อนางก้มหน้าลงคิดแผนทำให้ทุกคนที่นี่เห็นว่าฮูหยินใหญ่โหดร้ายกับนาง นางคลานมาถึงกายของฮูหยินใหญ่ยกน้ำชาให้อย่างใกล้ชิด ขณะนั้นเองที่ฮูหยินใหญ่กำลังยื่นมือมาจับเอาจอกน้ำชา จื้อเหยากลับสาดน้ำชาใส่หน้าตนเองและร้องออกมาเสียงดังว่านี่คือฝีมือของฮูหยิน
“กรี๊ด !! ฮูหยินเหตุใดถึงทำกับข้าเช่นนี้ อึก อึก ท่านแม่ทัพเจ้าคะข้าไม่แต่งกับท่าน ไม่อยากเป็นอนุของท่านแล้วเจ้าค่ะหากทำให้ฮูหยินไม่พอใจเช่นนี้” จื้อเหยารีบใช้ผ้าเช็ดใบหน้าที่เปียกน้ำชาและแสร้งบีบน้ำตา เสี่ยวลี่ชะงักเล็กน้อยก่อนจะแสยะยิ้ม ลูกไม้ตื้น ๆ เพียงนี้นางรับมือได้อย่างง่ายดาย นั่นเพราะนางเคยแสดงบทละครเป็นบทนี้มาแล้ว
“นี่ฮูหยินหากเจ้าจะอิจฉาริษยาก็ไม่สมควรมาที่นี่ ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน” แม่ทัพเสวี่ยฟงใช้มือดันอกของเสี่ยวลี่ให้ออกห่างจากจื้อเหยาพลางนั่งลงประคองร่างบางให้ลุกขึ้น
“นั่นสิเจ้าคะท่านแม่ท่านโหดร้ายยิ่งกว่าปีศาจ ”
“ใช่แล้วท่านแม่ทำตัวน่ารังเกียจ ยังไม่รู้ตัวเองอีกหรือขอรับว่าทุกคนที่นี่รังเกียจท่านเพียงใด” เสี่ยวลี่หันขวับไปมองใบหน้าของเด็ก ๆ ทั้งสอง นี่นะหรือ? บุตรที่นางรักยิ่งกว่าชีวิตแต่กลับรังเกียจมารดาที่ให้กำเนิด
“ฮึ ฮึ ข้านะหรือทำเจ้าจื้อเหยา เมื่อครู่ข้ายังคว้ามือไปไม่ถึงชามน้ำชาเลยด้วยซ้ำ เช่นนี้ต่างหากที่เรียกว่าข้าสาดน้ำชาใส่เจ้า” ระหว่างเอ่ยออกมาเสี่ยวลี่คว้าน้ำชาที่อยู่ใกล้ ๆ สาดใส่ใบหน้าของนางอย่างจัง ทุกคนอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน้ำชาร้อน ๆ ทำให้จื้อเหยาแสบร้อนร้องกรี๊ดออกมาเสียงดัง เสี่ยวลี่ไม่ได้ใส่ใจก่อนจะหันไปมองหน้าเด็กทั้งสอง
“พวกเจ้านี่นะรังเกียจมารดาที่ให้กำเนิดแต่กลับไปเชื่อคำพูดของผู้ที่ไม่ได้เบ่งเจ้าออกมา เอาสิในเมื่อพวกเจ้ารังเกียจข้า ข้าก็ไม่อยากมีลูก ๆ เนรคุณอย่างพวกเจ้าเช่นกัน” เสี่ยวลี่หันหลังเดินออกจากงานทันทีเมื่อเอ่ยจบ แม่ทัพเสวี่ยฟงรีบเรียกหาหมอมารักษาและเรียกสาวใช้ให้นำน้ำเย็นมาล้างใบหน้าให้จื้อเหยา ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด
ตอนที่ 36 การแก้แค้นของข้าหลังจากที่เสวี่ยฟงเดินทางไปวังหลวง ซูซินมาหาจื้อเหยาที่คุกตามที่นางเอ่ยเอาไว้ และใช้ให้บ่าวที่เฝ้าหน้าคุกไปนำตัวของซูซินออกมา คราแรกที่นางเห็นสภาพของจื้อเหยาใบหน้าของนางสลดเล็กน้อย แต่ก็เหมาะสมแล้วกับความผิดที่นางกระทำเอาไว้“ไม่นะ ไม่ ..! อย่าเข้ามาใกล้ข้า ออกไปข้าบอกให้ออกไป” ร่างกายซูบผอมใบหน้าซูบโทรม สายตาแข็งกระด้างล่อกแล่กจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มองซ้ายมองขวาเหมือนละแวกทุกอย่างและมีท่าทางตื่นกลัวอยู่ตลอดเวลา ทันทีที่นางได้เห็นใบหน้าของซูซินนางรีบวิ่งกรู่เข้ามากอดขาอ้อนวอนให้ซูซินบั่นคอนางทิ้งเสียที“ฮูหยินท่านเป็นคนดี เป็นคนจิตใจเมตตาเพราะข้าเอง เพราะความโลภของข้าเองช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ ช่วยปลิดชีพของข้าทีเถอะเจ้าค่ะ” จื้อเหยาเอ่ยออกมาท่าทีตื่นตระหนกหวาดกลัวในสิ่งที่ซูซินมองไม่เห็น ซูซินแกะมือของนางออกก่อนจะเดินถอยหลังสองก้าว เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก“การฆ่าเจ้าภายในครั้งเดียวเป็นเรื่องง่ายสำหรับข้า แต่ทว่ามันไม่สาสมกับสิ่งที่เจ้าทำเอาไว้ จงมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานทุกคืนวันของเจ้าต้องเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเดียวดาย ความตาย..คือความเมตตา แ
ตอนที่ 35 ขอโอกาสซูซินเดินกลับห้องของตนเอง ตอนนี้เองเสวี่ยฟงเดินมาดักหน้านางเอาไว้ คว้าร่างของนางมาโอบกอดแนบแน่น“ฮูหยินของข้าช่างน่ากลัวจริง ๆ ไม่คิดเลยว่านิสัยที่แท้จริงเป็นเช่นนี้”“ข้ายังไม่มีอะไรที่ท่านยังไม่รู้อีกเยอะเจ้าค่ะ ปล่อยมือออกจากกายของข้าเดี๋ยวนี้ ข้าไม่ชอบให้ท่านแสดงกิริยาเช่นนี้ต่อหน้าผู้อื่น แล้วเรื่องที่ท่านจะหย่าหลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จคงไม่ลืมเรื่องนี้หรอกใช่มั้ย? "“โธ่ ๆ ฮูหยินเจ้ายังไม่เปลี่ยนใจอีกหรือ ข้าบอกเจ้าถึงเรื่องแผนการที่ผ่านมาแล้วทั้งหมด ข้ารู้ล่วงหน้าเกี่ยวกับแผนที่จื้อเหยาเข้ามาที่นี่ ข้าจึงวางแผนตลบหลังนางและคิดว่าการไม่บอกเรื่องนี้กับเจ้านับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเจ้ามีจิตใจเมตตาและรักเอ็นดูจื้อเหยามากกว่าผู้ใด”“ฮึ …มันเป็นเพียงข้ออ้าง แม้ว่านั่นคือแผนที่ท่านจะตลบหลังจื้อเหยาแต่การที่ท่านทำร้ายจิตใจข้าแตกสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่านั่นคือความจริง ข้าไม่อาจจะลืมเรื่องนี้ได้” ซูซินนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา นางสงสารอวี๋ซูซินตัวจริงจับใจ แม้รู้ว่าเรื่องนี้เป็นแผนการของเสวี่ยฟงและท่านพ่อของนางก็รับรู้ทุกอย่าง แต่ถ้าคิดกลับกันหากนางไม่ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้
ตอนที่ 34 รีบฟื้นมาเถอะนะเสวี่ยฟงเดินเจ้ามาในห้องกลิ่นยาคละคลุ้งเต็มห้อง ท่านหมอทำแผลด้านหลังโดยมีจิ่นอี๋คอยเป็นลูกมือเปลี่ยนอาภรณ์และพันผ้าปิดแผลให้แก่ซูซิน นางถูกส่งตัวมาตั้งแต่เสวี่ยฟงเดินทางไปวังหลวง จิ่นอี๋รู้เรื่องร่างกายแทบทรุดร่ำไห้กลัวฮูหยินจะจาดตนไป ทหารในจวนเดินทางมาส่ง เมื่อนางเห็นสภาพของฮูหยินนางยิ่งร้องไห้ไปมากกว่าเดิม จนท่านเสนาบดีต้องให้นางไปพักอยู่กับฮูหยินอวี๋ให้สงบสติอารมณ์ตนเองและตั้งสติให้ได้ค่อยมาปรนนิบัติซูซิน“ท่านแม่ทัพมาแล้วหรือเจ้าคะ ยามนี่ฮูหยินปลอดภัยแล้วรอเพียงให้นางฟื้นเท่านั้น”“แล้วหยางเหอกับเหม่ยลี่เล่าอยู่ที่ใด”“คุณหนูอยู่กับนายหญิงอวี๋เจ้าค่ะ ร่างกายอ่อนเพลียแถมยังสะเทือนใจกับสิ่งที่ได้พบเจอ นายหญิงจึงให้กินอาหารและนอนหลับไปแล้วเจ้าค่ะ คืนนี้มีแม่นมคอยเฝ้าอยู่ที่เตียงเกรงว่าจะสะดุ้งตื่นกลางดึก”“เช่นนั้นหรือ เจ้าเองก็ไปพักกินอาหารเย็นเถอะ ข้าจะเฝ้าฮูหยินเอง” เสวี่ยฟงเดินมานั่งปลายเตียงจ้องมองร่างบางที่นอนแน่นิ่งใบหน้าซีดเซียวริมฝีปากแห้งแขยะ“เรียนท่านแม่ทัพ ฮูหยินยามนี้ปลอดภัยแล้ว ข้าทำแผลและเขียนเทียบยาให้เรียบร้อยแล้ว ไม่กี่วันร่างกายจะฟื้นตัวต
ตอนที่ 33 จุดจบของกบฏเสวี่ยฟงเดินทางมาวังหลวงพร้อมกับใต้เท้าหลายคนที่ร่วมมือกันกำจัดกบฏและกองกำลังที่หลิวไท่หยางแอบซ่อนเอาไว้ หลักฐานมากมายที่เขากำลังคิดจะโค่นบัลลังก์แย่งชิงทุกอย่าง ทูลให้ฮ่องเต้ได้รับรู้ความชั่วร้ายนี้ ยามแรกเขาไม่คิดว่าเลยว่าหลานชายของเขาจะคิดร้ายทรยศจะแย่งชิงอำนาจให้อยู่ในมือของตนเอง ตลอดเวลาฮ่องเต้ไม่เคยคิดและดูถูกหลิวไท่หยางเลยสักครั้งทว่าเขาถูกความโกรธเกลียดทำให้หน้ามืดตาบอด ว่าจะได้ยินสิ่งใดก็คิดมากเกินกว่าเหตุและคิดว่าผู้อื่นดูถูกเหยียบหยามตนเอง อาจจะมีใต้เท้าผู้อื่น ๆ แต่กับฮ่องเต้เขาไม่เคยปฏิบัติต่อหลิวไท่หยางเลยสักครั้ง ทว่าเมื่อหลักฐานมากมายกองอยู่เบื้องหน้า จิตใจของฮ่องเต้เจ็บลึกไม่อาจจะรักษาคนที่คิดจะแทงข้างหลังตนเองเอาไว้ได้ จึงสั่งประหารนำหัวเสียบประจานหน้าวังหลวงไม่ให้ผู้ใดเอาเป็นเยื่องอย่างใต้เท้าที่ร่วมมือกับหลิวไท่หยางถูกยึดตำแหน่งสมบัติและประหารเจ็ดชั่วโคตรเหมือนกันหมด ศพได้นำไปโยนทิ้งให้แร้งให้กากินอย่างอิ่มหนำสำราญ เสวี่ยฟงได้ยาถอนพิษและพาหมอหลวงเดินทางไปที่เรือนเสนาบดีอวี๋ ท่านหมอช่วยตรวจอาการและรักษาอย่างเต็มที่ ส่วนเสวี่ยฟงขอกลับจวนไปจัดกา
ตอนที่ 32 ต่อสู้“ไม่มีทางเป็นไปได้ในเมื่อข้ายังมีลมหายใจอยู่ ความชั่วช้าของท่านถูกเปิดโปงแล้ว เข้าโจมตีคุ้มกันความปลอดภัยของฮูหยิน” เสียงของเสวี่ยฟงดังขึ้น ซูซินใช้แรงทั้งหมดที่มาดึงเหม่ยลี่เข้ามาโอบกอดไวแน่นเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กทั้งสองได้รับบาดเจ็บ ยามนี้นางเจ็บปวดไปทั้งตัวสติเริ่มเลือนลางแต่ในใ
ตอนที่ 31 สิ่งที่ต้องการขณะที่รถม้าเคลื่อนไหวคำพูดของเสวี่ยฟงวาบผ่านเข้ามา เขาเคยเตือนนางไปแล้วแต่เป็นนางเองที่ไม่เชื่อคำของเขา ระหว่างนั่งรถม้ามีเพียงความเงียบงันและเสียงลมหายใจสะอึกสะอื้นของเด็ก ๆ ซูซินครุ่นคิด เคยมีละครเรื่องหนึ่งที่นางเล่นเป็นนางร้ายแม้จะเป็นยุคปัจจุบันแต่คล้าย ๆ กัน หากหลิวไท
ตอนที่ 30 ผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริงหลังจากนั้นได้บอกกับทุกคนเพื่อให้หยุดพักและให้เด็กทั้งสองกินอาหารจะได้เดินทางต่อไปในที่ถูกสั่งการให้พาทั้งสองไป“ตอนนี้เด็กตื่นแล้วเราหยุดพักให้ทั้งสองกินอาหารก่อน ข้าไม่อยากได้ยินเสียงร้องไห้โวยวายงอแงของเด็ก ประเดี๋ยวจะหมดความอดทน”“เอาเช่นเจ้าว่าก็ได้ สารถีหยุด
ตอนที่ 28 ลักพาตัวตึง ! เสียงฝ่ามือตบลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ลมหายใจแรงระรัว“เป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร ข้าไม่อยู่ที่จวนเพียงไม่กี่วัน เด็กทั้งสองถึงเปลี่ยนใจไปได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ หรือว่าตั้งแต่ช่วงที่กลับเรือนตระกูลอวี๋ ฮูหยินใหญ่ต้องทำบางอย่างกับทั้งสองแน่ ๆ เจ็บใจจริง ๆ กว่าข้าจะทำให้ทั้งสองเกลี






reviews