Se connecter"ตอนที่รัญยังไม่รักเขา เขาก็คอยเอาใจรัญทุกอย่าง แต่ทำไมพอรัญรักเขาจนหมดหัวใจ เขาถึงได้ทิ้งขว้างรัญแบบนี้ล่ะ รัญเหนื่อย รัญไม่รู้จะทำยังไงแล้วเพื่อให้พี่ภาคย์เขากลับมาเป็นคนเดิม ทุกวันนี้รัญไม่กล้าทำอะไรเลยนะบุษ แค่จะโทรหารัญก็ยังทำไม่ได้เลย กลัวไปหมด คิดมากไปทุกอย่าง รัญไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้เลย" น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มเมื่อความปวดร้าวตีตื้นขึ้นมาจนเกินจะต้านไหว นานมากแล้วที่เธอต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดนี้ เธอเจ็บแต่เขาไม่เคยรู้ เธอทุกข์แต่เขาไม่คิดจะสนใจและไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่เธอจะต้องอยู่ในสภาพนี้
"รัญรักพี่ภาคย์เขามากไหม" บุษบาถามด้วยความเห็นใจ แต่เท่าที่ดูจากสิ่งที่รัญชิดากำลังเป็นถึงไม่ตอบเธอก็รู้ว่าภัควัฒน์สำคัญกับรัญชิดาขนาดไหน
"มาก รัญรักพี่ภาคย์มาก มากจนรัญไม่รู้ว่าชีวิตนี้ถ้าไม่มีเขารัญจะอยู่ได้ไหม" ผู้หญิงเมื่อไม่รักก็ไม่เคยคิดจะแลเหลียว แต่หากวันใดที่มอบหัวใจรักใครสักคนไปแล้ว ทั้งชีวิตก็จะมีแค่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่พยายามยื้อรักจากคนที่เป็นดั่งชีวิตของเธอ
"แล้วตอนนี้รัญมีลูกหรือยัง"
"ยัง รัญคุมกำเนิดเพราะตอนแต่งงานกันใหม่ ๆ พี่ภาคย์บอกว่ายังไม่อยากมีลูกเพราะอยากจะพร้อมกว่านี้"
"บุษไม่รู้หรอกนะว่าการใช้ชีวิตคู่ต้องมีอะไรเข้ามาเป็นส่วนประกอบบ้าง แต่บางทีการอยู่ด้วยกันนาน ๆ เจอแต่เรื่องเดิมๆ ก็อาจจะทำให้ความรู้สึกของคนเราเปลี่ยนไปก็ได้ ถ้ารัญบอกว่ารัญยังรักพี่ภาคย์เขามากและขาดเขาไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นบุษว่ารัญลองมีลูกดูไหม เผื่อบางทีลูกอาจจะทำให้ความรู้สึกของพี่ภาคย์เขาไม่จำเจจนเกินไป มีเด็กตัวน้อย ๆ มาวิ่งเล่นสร้างความสุขให้พ่อกับแม่ก็อาจจะช่วยให้อะไร ๆ มันดีขึ้นก็ได้" ไม่รู้ว่าคำแนะนำของเธอจะได้ผลหรือเปล่า แต่ในเมื่อรัญชิดาไม่สามารถตัดใจจากภัควัฒน์ได้ ก็คงมีแค่หนทางนี้ที่จะทำให้ครอบครัวกลับมามีความสุขได้อีกครั้ง เหมือนที่หลาย ๆ คู่เคยทำมาแล้ว
"..." รัญชิดาได้แต่นิ่งคิดตามข้อเสนอของคนเป็นเพื่อน พลางชั่งใจว่าการมีลูกจะทำให้ภควัฒน์กลับมารักเธอเหมือนเดิมได้จริง ๆ หรือ
"แต่ถ้ารัญคิดว่ารัญพอจะตัดใจจากเขาได้ บุษก็อยากจะแนะนำให้รัญลองถอยห่างออกมาจากพี่ภาคย์ แล้วลองทบทวนดูอีกทีว่า สิ่งที่พี่ภาคย์กำลังรู้สึกคืออะไร เขาแค่ยุ่งกับงานหรือเขาเบื่อที่จะอยู่กับเรา" ไม่ว่าเธอหรือแม้แต่รัญชิดาเองก็คงจะไม่สามารถตอบได้ว่าภัควัฒน์กำลังรู้สึกอย่างไร หากรัญชิดายังเกาะติดยอมจมอยู่ในสถานการณ์แห่งความทุกข์อย่างนี้ก็คงจะไม่มีวันได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว สิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่คืออะไรกันแน่ ระหว่างแค่ไม่มีเวลาหรือว่าหมดใจ
"รัญควรทำยังไงดีบุษ" เธอเห็นด้วยกับคำแนะนำทั้งสองทางของบุษบา แต่ในเวลานี้เธอแค่ยังไม่รู้ว่าทางไหนที่จะเป็นผลดีกับเธอที่สุด ลูกจะทำให้ความรู้สึกของภควัฒน์กลับมาได้จริงไหม แล้วถ้าการถอยห่างออกไปอย่างที่บุษบาแนะนำไม่ได้ทำให้ดีขึ้นแต่กลับแย่ลงจนต้องเสียเขาไปแล้วเธอจะทำอย่างไร
"บุษตอบแทนรัญไม่ได้ หัวใจของรัญ รัญรู้ดีที่สุด รัญลองเก็บเอาคำที่บุษแนะนำกลับไปคิด แล้วเลือกทางที่รัญคิดว่าดีที่สุดสำหรับรัญดู" คนนอกยังไงก็คือคนนอกอยู่ดี ความรู้สึกเป็นเรื่องของบุคคล ต่อให้รัญชิดาจะปวดร้าวสักแค่ไหน แต่หากหัวใจยังปักหลักไม่ยอมถอย เธอก็คงไม่สามารถจะบังคับได้มีแค่เจ้าตัวเท่านั้นที่จะรู้ว่าความอดทนของตัวเองอยู่ได้แค่ระดับไหน
เกือบทั้งคืนที่รัญชิดาได้แต่ครุ่นคิดถึงคำแนะนำของบุษบา ร่างบางนอนมองแผ่นหลังของสามีในขณะที่กำลังตัดสินใจระหว่างสองทางเลือก ความเฉยชาของภัควัฒน์เพิ่มระดับขึ้นทุกขณะจากที่เคยกลับมาทานอาหารเย็นถึงแม้จะผิดเวลาไปบ้างก็กลายเป็นไม่สนใจกับอาหารที่เธอทำไว้รอ อย่างค่ำคืนนี้เขาก็เพิ่งจะกลับมาถึงบ้านในตอนที่เธอกำลังจะเข้านอน ไม่มีการบอกกล่าวว่าไปไหนหรือทำอะไร ไม่มีการพูดจาถามไถ่เธอแม้สักคำเดียว
"พี่ภาคย์คะ" เสียงใสเอ่ยเรียกหลังจากที่ตัดสินใจอยู่ครู่ใหญ่ ภัควัฒน์คงยังไม่หลับเพราะเขาเพิ่งจะล้มตัวลงนอนเมื่อไม่ถึงสิบนาทีนี้เอง
"มีอะไร" เสียงห้วนตอบกลับมาอย่างเสียไม่ได้ แต่ร่างหนาไม่แม้แต่จะหันกลับมาทางคนเรียก
"เรามีลูกกันดีไหมคะ"
วิธีนี้อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่คิดได้ในตอนนี้ ภัควัฒน์ยังคงเป็นผู้ชายที่เธอรักมาก ในเวลานี้เธอยังไม่พร้อมที่จะเสียเขาไป ทั้งชีวิตของเธอก็มีแค่เขาเพียงคนเดียวที่เป็นเสมือนเสาหลัก ไม่มีแม่ ถึงแม้จะมีพ่อก็เหมือนไม่มี หากจะเรียกว่าภัควัฒน์คือครอบครัวเพียงคนเดียวของเธอก็คงไม่ผิด และเธอก็ไม่อยากจะเสียครอบครัวที่เธอพยายามสร้างมันขึ้นมาด้วยหัวใจนี้ให้ต้องพังทลายลงไป การมีลูกคงอาจจะช่วยรักษาครอบครัวของเธอเอาไว้ได้
ภัควัฒน์หันกลับมาเผชิญหน้ากับรัญชิดาในทันทีที่ได้ยินคำว่าลูก ทุกวันนี้เขาพยายามที่จะเอาเธอออกไปจากชีวิต แต่เธอกลับคิดจะมีลูกกับเขาเสียอย่างนั้น
"พี่เคยบอกแล้วไงว่ายังไม่พร้อม แค่เลี้ยงเธอคนเดียวก็เป็นภาระพออยู่แล้ว คิดจะเอาลูกมาลำบากอีกหรือไง" พูดจบภควัฒน์ก็พลิกกลับไปนอนในท่าเดิม น้ำตาแห่งความเสียใจหยดลงจากสองตาคู่สวยอย่างเกินจะห้าม
จากคนเคยรัก บัดนี้เธอเป็นแค่ภาระของเขาไปแล้วอย่างนั้นหรือ
ภัควัฒน์กดวางสายจากผู้เป็นแม่ก่อนจะเดินกลับมายังโต๊ะอาหารบนชั้นดาดฟ้าของร้านอาหาร ซึ่งมีสาวสวยอย่างอลิสานั่งรออยู่‘ติดงาน’ คำที่เขาใช้มาเป็นข้ออ้างเพียงเพื่อต้องการตัดชื่อของภรรยาออกไปจากช่วงเวลาส่วนตัวของเขากับ 'คนถูกใจ'"ใครโทรมาเหรอคะพี่ภาคย์" หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อภควัฒน์กลับมานั่งลงยังฝั่งตรงข้าม"แม่น่ะ แต่ไม่มีเรื่องสำคัญอะไรหรอก ทานข้าวกันเถอะเสร็จแล้วจะได้เดินดูสถานที่กัน" เรื่องไม่สำคัญที่เขาไม่คิดจะใส่ใจ และไม่แม้แต่จะเก็บมาคิดเลยแม้สักนิดเดียว หนำซ้ำยังนึกหงุดหงิดเสียด้วยซ้ำภัควัฒน์เริ่มจะสนิทสนมกับอลิสามากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะออกไปข้างนอกหรือทำงานอยู่ในบริษัทก็มักจะมีอลิสาตามไปด้วยทุกครั้ง โดยที่หญิงสาวเองก็ไม่คัดค้านและออกจะเต็มใจเสียด้วยซ้ำ ตั้งแต่ที่อลิสาเข้ามาทำงานในบริษัท เพียงแค่สามวันแรกทั้งสองคนก็มักจะจบลงที่ดินเนอร์มื้อเย็นก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน และนั่นก็คือสาเหตุที่ภัควัฒน์ไม่เคยสนใจกับอาหารเย็นที่รัญชิดาทำไว้รอเสร็จจากทานอาหารภัควัฒน์และอลิสาก็เดินสำรวจพื้นที่ของร้านอาหารกึ่งบาร์แห่งนี้อยู่ครู่ใหญ่ เพื่อเลือกโลเคชันสำหรับการจัดเลี้ยงของบริษัทที่จะมีขึ้นในวันพรุ่ง
"คุณพ่อกับคุณแม่นี่น่ารักดีนะคะ รักกันมาตั้งหลายปียังหวานเหมือนคู่แต่งงานใหม่ ๆ อยู่เลยค่ะ" รัญชิดาหลุดขำพรืดกับภาพแห่งการหยอกล้อกันของพ่อและแม่สามี พลางฉุกคิดขึ้นมาว่าหากภัควัฒน์ยังรักเธออยู่แบบนี้บ้างเธอก็คงจะมีความสุขไม่น้อย"กว่าจะรักกันมาจนถึงตอนนี้ก็แทบจะไม่รอดเหมือนกันนะหนูรัญ" พิมพาส่งสายตาค้อนให้ผู้เป็นสามีอีกครั้ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกสะใภ้"ทำไมเหรอคะคุณแม่""เมื่อก่อนคุณทศเขาก็เจ้าชู้ไม่เบาเลยเชียวล่ะ แต่งงานได้สองสามปีก็เริ่มออกลาย ไม่สนใจแม่บ้างล่ะ ทำท่าเบื่อหน่ายอย่างนู้นอย่างนี้บ้างล่ะ หนักเข้าก็มีเรื่องผู้หญิง หวิดจะเลิกกันไปหลายครั้งอยู่เหมือนกัน"ทุกอาการของทศพลที่พิมพาพูดมาช่างตรงกับอาการของภัควัฒน์ที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้ ทุกคู่ชีวิตคงต้องเคยผ่านจุดนี้กันมาแล้วทั้งนั้น แต่จะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไรถึงจะสามารถผ่านอุปสรรคและครองรักกันมาได้ยืนยาวขนาดนี้"แล้วคุณแม่ทำยังไงคะ" รัญชิดารีบเอ่ยถามถึงวิธีการแก้ปัญหา แต่ไม่คิดจะบอกเรื่องที่เธอกำลังเผชิญอยู่ทุกวันจนเป็นปีเพราะไม่อยากเอาเรื่องหนักใจมาให้พวกท่านทั้งสองคน"ลูกจ้ะ แม่มีลูก ตาภาคย์คือโซ่คล้องใจที่ผูกรักของแม่กับพ่อ เพร
ครืด ครืด ครืดเสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กส่งเสียงร้องอยู่บนโต๊ะกลางห้องรับแขก รัญชิดารีบวางมือจากงานบ้านรุดเข้าไปหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ ก่อนจะกดรับสายและกรอกน้ำเสียงหวานหูตอบรับลงไป"สวัสดีค่ะคุณแม่" นานแล้วที่เธอไม่ได้ไปเยี่ยมท่านเพราะภัควัฒน์มัวแต่ยุ่งอยู่กับการทำงาน ครั้งล่าสุดที่ไปหาท่านมาก็น่าจะเป็นเมื่อหกเดือนที่แล้ว(หนูรัญ ทำอะไรอยู่ลูก) น้ำเสียงอ่อนโยนของท่านยังไม่เคยแปรเปลี่ยนไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนแล้วก็ตาม ตั้งแต่วันแรกที่ภัควัฒน์พาเธอเข้าไปพบท่าน พิมพาก็มีแต่ความรักและความห่วงใยให้เธอเสมอมา สี่ปีแล้วที่เธอก้าวเข้ามาเป็นลูกสะใภ้ของท่าน แต่รัญชิดาก็ยังคงได้รับความเอ็นดูจากพิมพาเหมือนวันแรกที่เพิ่งพบกัน"ทำงานบ้านอยู่ค่ะคุณแม่ คุณแม่กับคุณพ่อสบายดีไหมคะ รัญไม่ได้เข้าไปเยี่ยมเลย"(สบายดีจ้ะ แม่แค่จะโทรมาบอกว่า ถ้าวันนี้หนูรัญว่างก็เข้ามาหาแม่ที่บ้านหน่อยได้ไหม)"ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวรัญจะรีบไปนะคะ" จบการสนทนารัญชิดาก็เร่งมือจัดการกับงานที่ยังคั่งค้างจนเสร็จเรียบร้อย บ้านของพิมพาอยู่ห่างจากบ้านเธอพอสมควร การจะไปมาหาสู่ท่านทุกครั้งก็จะมีภัควัฒน์ไปด้วย แต่ครั้
"ตอนที่รัญยังไม่รักเขา เขาก็คอยเอาใจรัญทุกอย่าง แต่ทำไมพอรัญรักเขาจนหมดหัวใจ เขาถึงได้ทิ้งขว้างรัญแบบนี้ล่ะ รัญเหนื่อย รัญไม่รู้จะทำยังไงแล้วเพื่อให้พี่ภาคย์เขากลับมาเป็นคนเดิม ทุกวันนี้รัญไม่กล้าทำอะไรเลยนะบุษ แค่จะโทรหารัญก็ยังทำไม่ได้เลย กลัวไปหมด คิดมากไปทุกอย่าง รัญไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้เลย" น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มเมื่อความปวดร้าวตีตื้นขึ้นมาจนเกินจะต้านไหว นานมากแล้วที่เธอต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดนี้ เธอเจ็บแต่เขาไม่เคยรู้ เธอทุกข์แต่เขาไม่คิดจะสนใจและไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่เธอจะต้องอยู่ในสภาพนี้"รัญรักพี่ภาคย์เขามากไหม" บุษบาถามด้วยความเห็นใจ แต่เท่าที่ดูจากสิ่งที่รัญชิดากำลังเป็นถึงไม่ตอบเธอก็รู้ว่าภัควัฒน์สำคัญกับรัญชิดาขนาดไหน"มาก รัญรักพี่ภาคย์มาก มากจนรัญไม่รู้ว่าชีวิตนี้ถ้าไม่มีเขารัญจะอยู่ได้ไหม" ผู้หญิงเมื่อไม่รักก็ไม่เคยคิดจะแลเหลียว แต่หากวันใดที่มอบหัวใจรักใครสักคนไปแล้ว ทั้งชีวิตก็จะมีแค่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่พยายามยื้อรักจากคนที่เป็นดั่งชีวิตของเธอ"แล้วตอนนี้รัญมีลูกหรือยัง""ยัง รัญคุมกำเนิดเพราะตอนแต่งงานกันใหม่ ๆ พี่ภาคย
"..." ไม่มีคำตอบจากรัญชิดา หญิงสาวทำได้แค่จับหลอดแล้ววนไปในแก้วน้ำผลไม้ปั่นอย่างเงียบ ๆ แต่นั่นก็พอจะเป็นคำตอบให้คนถามได้เป็นอย่างดี"เกิดอะไรขึ้นเหรอรัญ บอกบุษได้ไหม" อาการและสีหน้าของรัญชิดาบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าในเวลานี้หรืออาจจะนานมาแล้ว ระหว่างเพื่อนของเธอและภัควัฒน์คงจะต้องกำลังมีปัญหาอะไรสักอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน"รัญก็ไม่รู้ว่าระหว่างรัญและพี่ภาคย์เกิดอะไรขึ้น แต่ทุกวันนี้พี่ภาคย์เขาทำเหมือนว่ารัญไม่ใช่คนรักของเขาเหมือนเมื่อก่อนอีกแลัว รัญไม่มีความสุขเลยบุษ" นานมากแล้วที่เธอเก็บความรู้สึกนี้อยู่ในภายในใจ ไม่มีคนให้ระบาย ไม่มีเพื่อนที่คอยรับฟัง ทุกวันก็ได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเอง หาเหตุผลมาหลอกตัวเอง ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด ยิ่งพยายามทำให้มันดีก็ยิ่งแย่ลงกว่าเดิม จากคนที่เคยสดใสร่าเริง สีหน้าเต็มไปด้วยความสุขและมีแต่รอยยิ้ม กลับกลายเป็นคนอมทุกข์ที่มีความเศร้าอยู่ตลอดเวลา แม้ไม่ต้องมีใครบอกแต่เธอก็รู้ตัวเองดี"มันหนักมากเลยเหรอรัญ" ชีวิตคู่ไม่ใช่เรื่องง่าย คนสองคนที่จะมาอยู่ร่วมกันได้หากไม่มีความรักมาเป็นสื่อกลางก็ยากที่จะประคองกันไปให้ตลอดรอดฝั่ง แม้เธอจะยังไม่เคยผ่านการแต่งงานมาก่อน
เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นบนใบหน้าในขณะที่ฝีเท้าก้าวอย่างรีบเร่ง มือบางยกขึ้นปาดเหงื่อบริเวณหน้าผากของตัวเองทิ้งอย่างไม่สนใจ แม้แดดจะร้อนสักแค่ไหน หรือแม้ว่าร่างกายของเธอจะต้องลำบากสักเท่าไหร่ แต่เธอก็ไม่คิดที่จะท้อกับสิ่งที่กำลังทำ เพียงเพราะอยากจะทำให้ภัควัฒน์เห็นว่าเธอก็สามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเองเพื่อให้เขาภูมิใจตัวของเธอบ้างเขาไม่ว่างมารับเหมือนเมื่อก่อน เธอก็ยังมีแท็กซี่ให้ใช้บริการเขาเห็นว่าเธอไร้ประโยชน์และไม่สามารถออกไปทำงานที่อื่นได้ เธอก็จะพยายามทำให้เขาเห็นว่าการขายของออนไลน์ก็สร้างรายได้ให้เธอได้ แล้วต่อไปก็อาจจะทำรายได้ได้มากกว่าที่เขาเคยพูดเอาไว้ปิ้น ปิ้น ปิ้นเสียงแตรรถที่วิ่งสวนเลนถนนอยู่อีกฝั่ง ทำให้ใบหน้าสวยที่กำลังหยีตาฝ่าแสงแดดต้องหันไปมอง ถนนสายนี้เป็นสายที่เข้าไปยังหมู่บ้านของเธอ จึงไม่มีรถพลุกพล่านสักเท่าไหร่ หากจะมีก็เป็นรถของคนที่อยู่อาศัยในหมู่บ้านเดียวกับเธอเท่านั้นเมื่อเห็นว่ารถคันที่บีบแตรเลี้ยวลงจอดข้างทางพร้อมทั้งลดกระจกฝั่งคนขับลง รัญชิดาจึงพยายามเพ่งมองไปยังคนขับที่กำลังส่งยิ้มมาทักทายเธอเพราะบริเวณนี้ ตรงนี้และตอนนี้ไม่มีใครอื่นนอกจากเธอเพียงคนเดียว"รั







