Share

วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก
วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก
Penulis: LycDin

บทที่ 1

Penulis: LycDin
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-27 21:16:20

บทที่ 1

เหลียนหรูเซียนหญิงสาวที่ได้ชื่อว่างดงามไม่แพ้ผู้ใดยืนอยู่ที่หน้าประตูจวนตระกูลเวยด้วยความตื่นเต้น นางรู้สึกทำตัวไม่ถูกทุกครั้งที่มาเยือนที่นี่ ถึงแม้นางจะมาทุกวันก็เถอะ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่เคยควบคุมความตื่นเต้นของตนเองได้เลยสักนิด ยิ่งได้เห็นใบหน้าของบุรุษในดวงใจนางก็ยิ่งหลงรักเขามากขึ้นทุกวัน

คนตัวเล็กเดินเข้าไปในจวนอย่างง่ายดาย เพราะนางมาที่นี่แทบทุกวันจนทุกคนคุ้นเคยกับนางไปแล้ว และยามมานางก็มักจะนำของเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากทุกคนเพื่อแสดงความมีน้ำใจ

“ไฉ่หง เจ้านำของพวกนี้ไปแจกจ่ายให้ทุกคน ข้าซื้อมาฝาก” นางบอกกับสาวใช้อย่างสนิทสนม เป็นสาวใช้ผู้นี้ที่คอยดูแลนางทุกครั้งที่มา

“เจ้าค่ะ” ไฉ่หงยิ้มร่า บ่อยครั้งที่คุณหนูผู้นี้จะมีของมาฝากคนในจวน หากได้คุณหนูผู้นี้มาเป็นนายหญิงของจวนก็คงดี

“พี่ซานเซินอยู่ที่ห้องทำงานใช่หรือไม่” เหลียนหรูเซียนถามถึงบุรุษในดวงใจ ทุกครั้งที่นางมาที่นี่เขาก็จะอยู่ที่ห้องทำงานเสมอ

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ให้บ่าวนำไปหรือไม่”

“ไม่ต้อง เจ้าเอาของพวกนี้ไปแบ่งกันเถิด” นางคุ้นเคยกับในจวนดีไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใดนำทาง

เมื่อจัดการเรื่องทางนี้เสร็จก็ตรงไปที่ห้องทำงานของจวน ใบหน้างดงามประดับไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขเพราะว่ากำลังจะได้พบหน้าของบุรุษที่พึงใจ

“พี่ซานเซินถึงเวลาอาหารแล้ว มาพักกินข้าวก่อนเจ้าค่ะ” นางเรียกคนที่ตั้งใจทำงานให้มากินอาหารที่นางทำมาให้ เกือบทุกวันนางจะทำอาหารมาให้เขาที่จวน แม้ว่าเขาจะไม่เคยแตะต้องอาหารที่นางทำเลยสักครั้ง แต่นางก็ทำมันออกมาด้วยความตั้งใจ

เวยซานเซินอดีตหมอหนุ่มมากฝีมือไม่ได้หันไปสนใจคนที่เข้ามาใหม่ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตนเอง เขาไม่ได้มีเวลาว่างมากพอที่จะมาสนใจเรื่องไร้สาระกับนาง เขายังมีงานอีกมากมายที่ต้องจัดการ

โรงหมอตระกูลเวยเป็นโรงหมอที่มีชื่อมากที่สุดของแคว้น ทั้งยังมีสำนักศึกษาสำหรับคนที่ต้องการศึกษาเพื่อเป็นหมอ และตอนนี้เขาก็เป็นคนดูแลกิจการทุกอย่างเพียงคนเดียว เพราะบิดามารดาจากไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนจากการถูกโจรปล้นขณะเดินทางไปยังต่างเมือง เขาที่เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวต้องทำงานอย่างหนัก จึงทำให้เขาไม่ค่อยมีเวลาว่างเหมือนเช่นคนอื่น

“พี่ซานเซินมากินข้าวก่อนเถิดเจ้าค่ะ มิเช่นนั้นจะล้มป่วยเอาได้” หญิงสาวพูดด้วยความเป็นห่วง เพราะทุกครั้งที่นางมาก็เห็นว่าเขาเอาแต่ก้มหน้าทำงาน ไม่ได้มีเวลาพักผ่อนเหมือนเช่นผู้อื่น

ชายหนุ่มยังคงไม่สนใจปล่อยให้คนตัวเล็กพูดอยู่คนเดียว หากนางเบื่อเดี๋ยวก็ออกไปเอง ทว่าเขาก็ดูแคลนความเอาแต่ใจของนางมากเกินไป เมื่อเห็นว่าเขายังไม่ยอมลุกไปกินข้าวตามที่นางต้องการ จึงได้เดินมาดึงมือของเขาให้ลุกขึ้นไปกินข้าว ทว่าก็ถูกเขาสะบัดมือออกไม่ให้นางมาถูกตัว

“อย่ามายุ่งกับข้า” เวยซานเซินบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา ส่วนสายตาของเขาก็เฉยชาแฝงไปด้วยความรำคาญ

“ข้าก็แค่เป็นห่วงท่านเท่านั้น” เหลียนหรูเซียนพยายามฝืนยิ้มออกมา นางรู้ว่าเขาไม่ได้ชอบที่นางมาวุ่นวายเช่นนี้ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ก็ในเมื่อนางเป็นห่วงเขา

เวยซานเซินไม่ได้พูดอันใดแล้วก้มหน้าทำงานของตนเองต่อ เขาเป็นหมอมาก่อนเหตุใดจะไม่รู้ว่าตนเองควรทำอันใด ไม่จำเป็นให้นางต้องมาสั่งสอน

“พี่ซานเซินมากินข้าวเสียหน่อยเถิด ข้าตั้งใจทำมาให้ท่านโดยเฉพาะเลยนะเจ้าคะ” ในเมื่อบังคับเขาไม่ได้ นางจึงเปลี่ยนมาเป็นร้องขอแทน แต่ว่าผลลัพธ์ก็ไม่ได้ต่างไปจากเมื่อครู่เลยสักนิด เพราะเขาเอาแต่ทำงานไม่หันสนใจนางเลยแม้แต่น้อย “ท่านไม่คิดจะสนใจข้าจริง ๆ หรือ”

เหลียนหรูเซียนนั่งมองเขาทำงานอยู่เงียบ ๆ ในเมื่อเขาไม่กินข้าวที่นางเตรียมมาให้ นางจึงได้สั่งให้สาวใช้ไปเตรียมอาหารของจวนมา เผื่อว่าเขาจะยอมกินอาหารของทางจวน

“อาหารมาแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้ยกสำรับเข้ามาตามที่เหลียนหรูเซียนสั่ง

“พี่ซานเซิน ข้าให้คนเตรียมอาหารมาให้แล้ว กินหน่อยเถิดเจ้าค่ะ” เหลียนหรูเซียนยังคงไม่ยอมแพ้ ความจริงนางอยากให้เขาลองกินอาหารฝีมือของนางสักครั้ง แต่นางไม่อยากบังคับเพียงแค่เขายอมกินอาหารก็พอ

เวยซานเซินได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย แล้วลุกขึ้นไปกินอาหารตามที่นางต้องการเพื่อตัดรำคาญ ไม่รู้ว่านางต้องการอันใดจากเขาจึงมาวนเวียนสร้างความรำคาญใจให้เขาเช่นนี้

หญิงสาวที่เห็นบุรุษในดวงใจลุกขึ้นมากินอาหารตามที่นางต้องการก็ยิ้มอย่างดีใจ แม้เขาจะไม่ยอมแตะอาหารที่นางทำเลยก็ตาม ขอเพียงเขายอมกินอาหารนางก็ดีใจมากแล้ว

“พอใจเจ้าหรือยัง” หลังจากกินอาหารได้ไม่เท่าไหร่เขาก็วางตะเกียบลงแล้วมองหน้าคนที่เอาแต่ยิ้มด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง หากไม่ติดว่านางเป็นน้องสาวของสหายเพียงคนเดียว เขาไม่มีทางปล่อยให้นางเข้ามาทำตัววุ่นวายเช่นนี้เป็นแน่

“พอใจแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวได้แต่ยิ้มร่า หากเขายอมเชื่อนางเช่นนี้บ่อย ๆ ก็คงดี

หลังจากกินอาหารเสร็จเวยซานเซินก็ลุกขึ้นไปทำงานเช่นเดิม และคิดว่าคนที่บังคับให้เขากินอาหารเมื่อครู่จะยอมกลับจวนของตนเอง แต่มิใช่เช่นที่คิดเพราะนางยังคงนั่งอยู่ในห้องทำงานของเขาเหมือนเดิม

คนตัวเล็กนั่งมองคนที่ตั้งใจทำงานด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม นางรู้จักกับเขาเมื่อหลายปีก่อน เพราะเขาและพี่ชายของนางเป็นสหายกัน และจากนั้นนางก็รักปักใจเขามาโดยตลอด เริ่มแรกเขาก็ดูเหมือนจะดีกับนาง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปนางก็เริ่มแสดงความรู้สึกของคนเองมากขึ้น เขาจึงค่อย ๆ ตีตัวออกห่างจากนาง และเขาก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้คิดเช่นเดียวกัน แต่นางก็ไม่ยอมแพ้พยายามทำให้เขาหันมาสนใจ ทว่าความตั้งใจของนางเหมือนจะเป็นการสร้างความรำคาญให้เขาเสียมากกว่า

หลังจากลงมือทำงานเวยซานเซินก็ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างอีก เลยไม่ได้รู้ว่าคนตัวเล็กที่เอาแต่คอยก่อกวนเขาออกไปจากห้องเมื่อใด

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่” เหลียนหรูเซียนเดินเข้ามาดูความเรียบร้อยในจวน เขาเป็นบุรุษอยู่ในจวนคนเดียว เรื่องในเรือนหลังก็ดูแลไม่ค่อยเรียบร้อยนัก เพราะวัน ๆ เขาดูแลเรื่องงานนอกจวนก็แทบไม่มีเวลาแล้ว นางจึงเข้ามาดูแลเรื่องพวกนี้ให้เขาด้วยตนเอง

“เรียบร้อยดีเจ้าค่ะ” จวนนี้เป็นจวนเล็ก ๆ ไม่ใหญ่มาก แม้ตระกูลเวยจะร่ำรวย แต่เพราะนายท่านของจวนเป็นคนเรียบง่ายไม่ชอบความวุ่นวาย ในจวนจึงมีบ่าวรับใช้ไม่ถึงยี่สิบคน

“นี่หิมะก็ใกล้จะตกแล้ว เจ้าก็เตรียมเสื้อผ้าหนา ๆ สักสองสามชุดเอาไว้ให้พี่ซานเซินหน่อยเถิด” หญิงสาวบอกอย่างใส่ใจ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้เขาไม่เคยสนใจ นางจึงเข้ามาช่วยเขาดูแล

“คุณหนูเหลียนตอนนี้ผ้าที่จวนหมดแล้ว เหลือเพียงแค่ผ้าที่มีสีสันฉูดฉาดเท่านั้น” เรื่องพวกนี้พวกนางไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ ให้พ่อบ้านไปแจ้งแก่นายท่านแล้วก็ไม่มีความคืบหน้า พวกนางจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย

“เช่นนั้นข้าจะซื้อผ้าเข้ามาให้ พวกเจ้าก็รอตัดชุดก็แล้วกัน” เขามักจะเป็นเช่นนี้เสมอ ไม่เคยใส่ใจเรื่องของตนเองเลย สนใจแต่ทำงาน

“เจ้าค่ะ” เหล่าสาวใช้ต่างก็พากันคิดว่าหากได้เหลียนหรูเซียนมาเป็นนายหญิงจริง ๆ ก็คงดี พวกนางก็ได้แต่เอาใจช่วย เพราะดูเหมือนเจ้านายของพวกนางจะไม่ได้คิดเช่นเดียวกัน

“ลำบากพวกเจ้าแล้ว” เหลียนหรูเซียนได้แต่ยิ้มน้อย ๆ จวนนี้ไม่มีเจ้านายสตรีคอยดูแล ส่วนสาวใช้ที่รู้เรื่องพวกนี้ก็จากไปพร้อมอดีตนายหญิง เหลือไว้เพียงสาวใช้แรกรุ่นเท่านั้น จึงไม่รู้ว่าจะต้องจัดการเรื่องพวกนี้อย่างไร ส่วนพ่อบ้านก็อายุมากกว่านายท่านของจวนไม่กี่ปี อาจดูแลเรื่องพวกนี้ไม่ทั่วถึง

เมื่อจัดการเรื่องในเรือนเรียบร้อยเหลียนหรูเซียนก็เดินกลับไปหาผู้เป็นเจ้าของจวนที่ห้องทำงาน นางอยากช่วยแบ่งเบาภาระของเขาบ้าง แต่เขาก็มองข้ามความหวังดีของนางตลอด

“พี่ซานเซินมีเรื่องอันใดให้ข้าช่วยหรือไม่เจ้าคะ” เขาเพิ่งเข้ามาจัดการกิจการของจวนได้เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น เรื่องต่าง ๆ ยังไม่ลงตัว เขาจึงต้องทำงานอย่างหนัก

“หากเจ้าไม่เข้ามาวุ่นวายจะช่วยข้าได้มากทีเดียว” เขาละสายตาจากงานที่ทำอยู่แล้วเงยหน้าขึ้นมามองคนที่เขาคิดว่ากลับไปแล้ว นางหายไปนานขนาดนั้นเขาคิดว่านางกลับไปแล้วเสียอีก

“ให้ข้าช่วยนะเจ้าคะ เรื่องพวกนี้ข้าก็ได้เรียนมาบ้าง” บิดามารดาของนางจากไปตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้พี่ชายต้องเข้าไปดูแลกิจการตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสิบแปดปี นางจึงต้องอยู่ข้างกายเขาตลอด เพราะพี่ชายไม่กล้าปล่อยนางให้อยู่คนเดียว นางจึงได้เรียนเรื่องบัญชีมาบ้าง

“ไม่รบกวนคุณหนูเหลียน หากไม่มีอันใดแล้วเจ้าก็กลับไปเสียเถิด ที่นี่ไม่ใช่ที่เล่นสนุกของเจ้า” เขาบอกปัดอย่างไร้เยื่อใย เรื่องพวกนี้เขาทำเองได้ไม่จำเป็นต้องให้นางยื่นมือมาช่วย

“เช่นนั้นพี่ซานเซินก็อย่าโหมงานมากเกินไปนะเจ้าคะ เซียนเอ๋อร์เป็นห่วง” เหลียนหรูเซียนยังคงยิ้มให้เขาแม้ว่าจะไม่เคยได้รอยยิ้มตอบกลับมาเลยก็ตาม แต่นางก็ยังพยายามเอาใจเขาอยู่เสมอ เผื่อว่าวันหนึ่งเขาจะมองเห็นความดีของนางบ้าง

“เจ้าไม่ต้องมายุ่งเรื่องของข้าหรอก กลับไปได้แล้วอย่าได้มาวุ่นวายแถวนี้” เขาก้มหน้าลงทำงานต่อ เพราะไม่อยากพูดเรื่องไร้สาระกับนางอีก ไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องนี้กับนางไปกี่ครั้งแล้ว แต่นางก็ยังทำเหมือนเดิม

“แต่เซียนเอ๋อร์อยากช่วยนี่เจ้าคะ ให้ข้าช่วยท่านนะเจ้าคะ” นางเดินไปนั่งอยู่ข้าง ๆ เขา หมายจะช่วยเขาทำงาน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้รับสายตาดุ ๆ ที่เขาส่งมา

เวยซานเซินถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เขาไม่รู้ว่าต้องพูดอย่างไรนางจึงจะไม่มาวุ่นวายกับเขาอีก เพราะคิดว่าที่ผ่านมาเขาก็แสดงออกชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ชอบนาง

“ข้าบอกให้เจ้ากลับไป หากไม่มีเรื่องสำคัญก็อย่าได้มาที่นี่อีก” เขายังคงพูดกับนางด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาไม่อยากให้นางหวังในตัวของเขาไปมากกว่านี้ เพราะว่าอย่างไรเขาก็ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของนางได้

“พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่” นางยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอก ไม่ว่าอย่างไรนางก็จะทำให้เขารักนางให้ได้

เจ้าของจวนได้แต่มองคนที่เดินออกไปด้วยสายตาเรียบนิ่ง หากไม่ติดว่านางเป็นน้องสาวของสหาย ก็คงไม่ได้เดินเข้าออกจวนเขาราวกับเป็นจวนของตนเองเช่นนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก   บทที่ 15/2

    “นางกล้าแน่นอน” น้องสาวผู้นี้ของเขาเคยฟังผู้ใดเสียเมื่อไหร่ ชอบทำอันใดตามใจตนเสมอ คิดจะทำอันใดแล้วต่อให้ผู้อื่นโน้มน้าวใจเพียงใดก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจง่าย ๆ“หึ ข้าจะเป็นคนขัดขวางนางเอง ดูซิว่านางจะเก่งเพียงใด” เขาพูดจริงทำจริง จากนี้อย่าหวังเลยว่านางจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ที่ผ่านมานางทำเช่นไรกับเขา เขาก็จะทำเช่นนั้นกับนางบ้าง จะไม่ปล่อยให้นางมีเวลาว่างอยู่คนเดียวเลย“พวกเจ้าสองคนเหมือนกันยิ่งนัก” เหลียนเฟิงหวงได้แต่ยกมือกุมขมับ เขาปวดหัวกับเรื่องของสองคนนี้มาก ไม่รู้ว่าต้องจัดการอย่างไร ยิ่งพูดด้วยก็ยิ่งจะมีแต่ปวดหัว“หึ ข้าฝากไปบอกน้องสาวของเจ้าด้วยแล้วกันว่าให้เตรียมตั้งรับดี ๆ ข้าไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ แน่” เขาพูดอย่างเด็ดเดี่ยว การที่มีนางอยู่ข้างกายมันดีกว่ามากจริง ๆ หากได้นางมาอยู่ข้างกายเขาคงมีความสุขมากกว่านี้“เฮ้อ...เจ้านี่มัน” เขาเองก็ไม่รู้จะพูดเช่นไรเหมือนกัน สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ต้องโทษน้องสาวของเขาเองที่เอาตัวเองมาพัวพันกับคนเช่นนี้“เจ้าไปเถิดข้าอยากพักผ่อน” เวยซานเซินไล่สหาย เพราะพรุ่งนี้เขายังต้องตื่นแต่เช้าไปที่จวนตระกูลเหลียนอีก จากนี้เขาจะไปปักหลักที่จวนตระกูลเหลียน

  • วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก   บทที่ 15/1

    บทที่ 15เหลียนหรูเซียนมองไปรอบ ๆ ก็พบว่างานเลี้ยงนี้ไม่ได้จัดใหญ่มาก เหมือนจะมีเฉพาะคนที่สนิทสนมเท่านั้น จัดงานเลี้ยงวันเกิดทั้งทีเหตุใดจึงไม่จัดให้ใหญ่โตไปเลย จะได้เปิดตัวว่าที่ฮูหยินอย่างให้สมฐานะหน่อย“เจ้าไหวหรือไม่” เหลียนเฟิงหวงถามอย่างเป็นห่วง ได้แต่คิดว่าตนเองไม่น่าพาน้องสาวมาที่นี่เลย เพราะเขาเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้ มีอย่างที่ไหนให้สตรีอื่นมายืนต้อนรับแขกด้วยราวกับเป็นสามีภรรยา“ข้าไม่เป็นอันใด” คนเป็นน้องสาวยิ้มน้อย ๆ คิดว่ามาเห็นภาพเช่นนี้ก็ดี จะได้ตัดใจจากเขาได้เร็วขึ้นไม่นานเวยซานเซินก็เดินมานั่งร่วมโต๊ะกับสองพี่น้องตระกูลเหลียน และแน่นอนว่าต้องมีเย่จือม่านตามมาด้วย ทำให้สองพี่น้องมองหน้ากันอย่างเงียบ ๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอันใดบรรยากาศภายในโต๊ะเต็มไปด้วยความอึดอัด จะมีก็แต่เย่จือม่านที่พยายามชวนเวยซานเซินสนทนาแต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจจะสนทนาด้วย เพราะตอนนี้ในสายตาของเขามีแต่เหลียนหรูเซียนเท่านั้นในงานเลี้ยงไม่ได้มีพิธีการอันใดมากเพราะเป็นงานเลี้ยงเล็ก ๆ และมีแต่คนสนิท เพราะจุดประสงค์ของคนจัดคือต้องการพบหน้าคนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งก้มหน้าไม่สนใจผู้ใดแต่เขาก็คิดว่าคุ้มค่ามากเพร

  • วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก   บทที่ 14/2

    ชายหนุ่มมาที่จวนตระกูลเหลียนทุกวัน และนั่งรออยู่อย่างนั้นแม้ว่าเหลียนหรูเซียนจะไม่ออกมาพบก็ตาม เขาทำเช่นนั้นอยู่หลายวันนางก็ยังคงไม่ยอมโผล่หน้าออกมาให้เขาพบ แต่เขาก็ไม่คิดจะยอมแพ้“คุณหนูวันนี้นายท่านเวยก็มาอีกแล้วเจ้าค่ะ” ซูซูเข้ามารายงานเจ้านาย ตอนนี้เริ่มจะเห็นใจคนที่รอ เพราะยามที่เจ้านายของนางไปจวนตระกูลเวยก็ได้พบหน้าอีกฝ่ายทุกครั้ง แต่นี่มานั่งรอทั้งวันก็ไม่ได้เห็นหน้าของเจ้านายของนาง“อยากมาก็มา ข้าไม่ได้ว่าอันใดนี่” หญิงสาวยังคงบอกอย่างไม่ได้สนใจ แต่ในหัวของนางตอนนี้กลับคิดถึงเรื่องของเขา ในใจยังคงถกเถียงกันอยู่ว่าจะทำเช่นไรต่อไปดี ใจหนึ่งก็อยากออกไปพบเขา แต่ก็ยังโกรธเรื่องที่เขาเคยทำไว้กับนาง“คุณหนูจะไม่ออกไปพบหน่อยหรือ” ซูซูบอกเสียงแผ่ว เพราะรู้ว่าเจ้านายพยายามมากเพียงใด หากได้ลงเอยกันเจ้านายของนางก็คงจะมีความสุขไม่น้อย“ไม่ล่ะ” เหลียนหรูเซียนบอกอย่างใจแข็ง พยายามไม่คิดถึงคนที่นั่งรออยู่ในเรือนรับรอง ใจแข็งเข้าไว้อย่าได้ใจอ่อนง่าย ๆ คิดตอนที่เขาด่าเข้าไว้ซูซูเมื่อเห็นว่าเจ้านายใจแข็งก็ไม่ได้ร้องขอความเห็นใจแทน กลัวว่าเจ้านายจะโกรธตนเองไปด้วย จึงได้เดินไปรินน้ำชาให้อย่างเอาใ

  • วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก   บทที่ 14/1

    บทที่ 14เหลียนหรูเซียนนั่งคิดเรื่องของเวยซานเซินเงียบ ๆ ได้แต่คิดเรื่องของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะพยายามสลัดเรื่องของเขาออกจากหัวแต่ก็ไม่สามารถทำได้สักทีนางไม่เชื่อว่าเขาจะชอบนางเช่นที่พี่ชายพูดจริง ๆ นางยังจำคำที่เขาต่อว่านางได้ทุกคำ คนเช่นนี้หรือจะมาชอบนางได้จริง ๆ หากที่ผ่านมาเขามีท่าทีว่าชมชอบนางสักนิด นางจะไม่คิดสงสัยเลย“คุณหนูนายท่านเวยมาขอพบเจ้าค่ะ” เมื่อสาวใช้เข้ามารายงาน ทำให้หญิงสาวแปลกใจมาก เพราะทุกครั้งเขาจะบอกว่าต้องการมาพบพี่ชายของนาง แต่วันนี้กลับแปลกไป“ไม่พบ” นางและเขาไม่มีเรื่องจำเป็นต้องพบหน้ากัน และนางก็จะไม่ออกไปพบเขาเด็ดขาด“เจ้าค่ะ” น้ำเสียงเด็ดขาดของเจ้านายทำให้นางไม่กล้าที่จะเอ่ยอันใดต่อ จึงได้แต่ถอยออกไปแจ้งแขกที่มาเยือน“นายท่านเวย คุณหนูไม่สะดวกออกมาพบเจ้าค่ะ จึงเชิญนายท่านเวยกลับไปก่อน” สาวใช้พยายามใช้คำพูดที่เบาที่สุดเพื่อรักษาน้ำใจของคนมาเยือน“ข้าจะรอจนกว่านางจะออกมาพบ” เวยซานเซินบอกเสียงเรียบ ไม่อยากพบหน้าเขาหรือ มาดูกันว่าผู้ใดจะมีความอดทนมากกว่ากัน“เอ่อ...”“ไม่ต้องมาเฝ้าหรอก พวกเจ้าไปทำงานของตนเองเถิด” เขายังคงยกน้ำชาขึ้นจิบอย่างสบายใจ ไม่ได้ทุก

  • วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก   บทที่ 13/2

    “อย่ามายุ่งกับข้าอีก” พูดจบหญิงสาวก็เดินจากไปพร้อมกับน้ำตา วันที่นางต้องการให้เขาทำดีด้วยเขากลับไม่สนใจ พอนางสามารถทำใจเดินออกมาจากเขาแล้ว เขาก็ไม่ยอมปล่อยนางไป ยังมาสร้างความลำบากใจให้นางอยู่ตลอดเมื่อเห็นน้ำตาของคนตัวเล็กก็ทำให้เขาชะงัก ไม่คิดว่าการพูดคุยกันครั้งนี้จะทำให้นางเสียน้ำตา เขาเพียงแค่ต้องการคุยกับนางให้รู้เรื่องเท่านั้น ไม่คิดว่าเรื่องราวจะเลยเถิดขนาดนี้ในขณะที่เขากำลังจะเดินตามไปเพื่อพูดคุยให้รู้เรื่อง แต่สหายที่ยืนแอบอยู่นานก็เข้ามาขวางเอาไว้ เพราะกลัวว่าหากยังตามไปจะทำให้ทะเลาะกันยิ่งกว่านี้ รอให้ใจเย็นมากกว่านี้ค่อยคุยกันอีกครั้ง“เจ้าอย่าเพิ่งตามไป รอให้นางใจเย็นกว่านี้ก่อน วันหน้าค่อยคุยกันก็ยังไม่สาย”“แต่นางร้องไห้” เขาพูดเสียงแผ่ว เพียงแค่คิดว่านางต้องเสียน้ำตาเพราะเขาเขาก็ร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว แล้วเช่นนี้จะให้อยู่เฉยได้อย่างไร“เจ้าไม่ต้องห่วง นางร้องไห้เพราะเจ้าไม่รู้ตั้งกี่รอบแล้ว” แม้จะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่ก็แอบไม่พอใจอยู่หน่อย ๆ ที่อีกฝ่ายทำน้องสาวของเขาเสียใจครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เพราะน้องสาวของเขาเลือกเดินเส้นทางนี้เอง เขาก็ทำอันใดไม่ได้ยิ่งได้ยินเช่น

  • วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก   บทที่ 13/1

    บทที่ 13เวยซานเซินออกมารอที่หน้าประตูจวนตระกูลเหลียนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ส่วนคนที่ไม่รู้เรื่องก็รีบตื่นขึ้นมาเตรียมตัวเพื่อออกไปที่จวนของสหายเช่นทุกวัน โดยไม่รู้เลยว่ามีคนรอสะสางบัญชีอยู่“พวกเจ้ามาช่วยข้าแต่งตัวเร็วเข้า” เหลียนหรูเซียนบอกด้วยน้ำเสียงรีบร้อน เพราะวันนี้อากาศหนาวกว่าปกตินางจึงค่อนข้างตื่นสาย และกลัวว่าหากช้ากว่านี้จะได้เจอคนที่ไม่ต้องการเจอสาวใช้ต่างพากันช่วยแต่งตัวให้เจ้านายตามคำสั่ง เมื่อจัดการตัวเองเสร็จก็รีบเดินออกไปที่หน้าประตูจวนเพื่อไปหาสหาย ทว่าก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อเห็นว่ามีคนนั่งอยู่ที่หน้าประตูจวน โดยที่ประตูใหญ่ยังไม่เปิด แสดงว่าเขาอยู่ที่จวนของนางทั้งคืน“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” เหลียนหรูเซียนถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ในเมื่อประจันหน้ากันเช่นนี้แล้ว จะให้หลบหน้าต่อก็คงไม่ได้“ข้าอยากคุยกับเจ้า” นางไม่ฟังที่เขาพูดไปก่อนหน้านี้เลย บอกว่าอย่าหลบหน้านางก็ไม่ฟัง ซ้ำยังไปที่จวนตระกูลจินทุกวัน ไม่รู้ว่าระหว่างนางและจินหมิงหยวนก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว“ข้าว่าพวกเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ บอกไปแล้วว่าอย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก” นี่เขาต้องการอันใดจากนางกันแน่ เหตุใดไม่พูดอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status