Share

บทที่ 2

Author: LycDin
last update Last Updated: 2025-12-27 21:16:57

บทที่ 2

แม้จะถูกไล่กลับทุกวัน แต่เหลียนหรูเซียนก็ไม่ยอมแพ้ยังไปที่จวนของเขาทุกวันเหมือนเช่นที่ผ่านมา หากอยากได้หัวใจของเขามาครองนางจะย่อท้อเพียงเพราะเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร

เมื่อมาถึงจวนตระกูลเวยก็พบว่ามีรถม้ามาจอดอยู่ที่หน้าประตูจวน หญิงสาวก็ได้แต่สงสัย เพราะจวนนี้คนที่จะมาได้ก็เพียงแค่คนที่สนิทเท่านั้น และหลายปีที่ผ่านมานางก็แทบไม่เห็นผู้ใดมาเยือนที่จวนนี้เลย

“ผู้ใดมาหรือ” และก็เป็นเช่นทุกครั้งที่นางมา ไฉ่หงจะออกมาต้อนรับเสมอ นางจึงได้โอกาสถามถึงคนที่มาจวนในวันนี้

“เป็นคุณหนูรองเย่จือม่านเจ้าค่ะ” คุณหนูผู้นี้เคยสนิทสนมกับเจ้านายของนาง แต่ไม่กี่ปีก่อนต้องเดินทางกลับบ้านเดิมจึงหายหน้าหายตาไปเลย

“ที่แท้ก็เป็นนางนี่เอง” เย่จือม่านผู้นี้หายหน้าหายตาไปนาน ไม่คิดว่าจะกลับมาอีก ก่อนที่อีกฝ่ายจะออกจากเมืองหลวงก็เคยปะทะฝีปากกันอยู่หลายครั้ง

แม้เย่จือม่านจะไม่ได้แสดงออกชัดเจนว่าชอบเวยซานเซิน แต่สตรีเหมือนกันย่อมมองออก อีกฝ่ายใช้ความสนิทสนมที่มีตั้งแต่เด็กเป็นเครื่องมือเข้าหาเขา และดูเหมือนเขาก็เอ็นดูอีกฝ่ายไม่น้อยเลยทีเดียว

“คุณหนูเหลียนจะไปที่ห้องทำงานของนายท่านเลยหรือไม่เจ้าคะ” ไฉ่หงรู้ถึงความหนักใจของสตรีตรงหน้าดี เพราะนางก็ดูออกว่าอีกฝ่ายมีใจให้เจ้านายของนาง แต่ถ้าถามว่านางอยากได้ผู้ใดมาเป็นนายหญิงของจวน แน่นอนว่าต้องเป็นคุณหนูเหลียนหรูเซียนเท่านั้น

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวข้าไปเอง เจ้าก็ดูแลความเรียบร้อยของจวนไปเถิด” ไฉ่หงถือว่าเป็นคนที่มีไหวพริบเรียนรู้ได้เร็ว อีกไม่นานต้องสามารถจัดการเรื่องในเรือนได้อย่างแน่นอน

เหลียนหรูเซียนเดินไปที่ห้องทำงานของเวยซานเซินด้วยหัวใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ มิใช่ว่าที่ไม่ยอมเปิดใจให้นางเป็นเพราะรอเย่จือม่านกลับมาหรอกนะ หญิงสาวได้แต่คิดไปต่าง ๆ นานา

ตอนนี้นางยังเอาชนะใจของเวยซานเซินไม่ได้ ทั้งยังมีเย่จือม่านมาเป็นมามารผจญอีก ไม่รู้เลยว่าจากนี้ชีวิตของนางจะวุ่นวายมากเพียงใด แค่หาทางเอาชนะใจเวยซานเซินก็เหนื่อยมากแล้ว นี่ยังต้องมาสู้รบกับเย่จือม่านอีก แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว

“พี่เซินไว้เราออกไปกินข้าวด้านนอกด้วยกันนะเจ้าคะ”

“ได้สิ อยากกินอันใดเจ้าเลือกเลย เดี๋ยวพี่จะเป็นคนเลี้ยงเอง”

“ดีเจ้าค่ะ ม่านเอ๋อร์จะกินจนพี่เซินเลี้ยงไม่ไหวเลย”

เหลียนหรูเซียนมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เจ็บแปลบ เวยซานเซินมองเย่จือม่านด้วยสายตาที่อบอุ่น ต่างจากนางที่เขามักจะมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชา

แต่อย่างไรนางก็ไม่ยอมแพ้หรอก จนกว่าเขาจะพูดกับนางด้วยตนเองว่ามีสตรีในดวงใจแล้ว นั่นก็เท่ากับว่าตอนนี้นางยังมีความหวัง

“จะไปที่ใดกันหรือเจ้าคะ ให้เซียนเอ๋อร์ไปด้วยได้หรือไม่” คนที่เดินเข้ามาใหม่พยายามทำตัวร่าเริง ทั้งที่ในใจตอนนี้อยากจะแยกทั้งสองคนออกจากกันเสียเดี๋ยวนี้

ตั้งแต่รู้จักกันมาเขาไม่เคยชวนนางออกไปเที่ยว หรือออกไปกินข้าวด้วยกันเลยสักครั้ง แต่ก็ไม่ได้น่าแปลกใจอันใด เพราะจริง ๆ แล้วเขาก็ไม่ได้ชอบนางแล้วจะมาทำดีกับนางได้อย่างไร

“คุณหนูเหลียนไม่ได้พบกันเสียนาน สบายดีหรือไม่” เย่จือม่านทักทายคนที่เข้ามาใหม่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่คิดว่าจะได้เจอเหลียนหรูเซียนได้เร็วเพียงนี้

“ข้าสบายดี คุณหนูรองเย่เล่าเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือไม่” แม้ไม่ได้อยากจะสนทนาด้วยสักเท่าใดแต่ก็ยังตอบด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม อย่างไรนางก็ต้องดูดีในสายตาของเขา

“ข้าสบายดีเจ้าค่ะ” เย่จือม่านยิ้มน้อย ๆ “ว่าแต่คุณหนูเหลียนมีธุระอันใดหรือจึงได้มาที่นี่”

“แล้วคุณหนูรองเย่มีธุระอันใดจึงได้มาที่นี่” เหลียนหรูเซียนไม่ได้ตอบคำถามของอีกฝ่ายแต่เลือกจะถามกลับ นางมาที่นี่ทุกวันจำเป็นต้องมีธุระด้วยหรือจึงจะสามารถมาที่นี่ได้

“ข้าเพิ่งกลับมาเมื่อหลวง จึงมาเยี่ยมพี่เซิน”

สตรีสองนางต่างก็ใส่หน้ากากเข้าหากัน ซึ่งในใจทั้งสองรู้ดีว่าความจริงนั่นเป็นอย่างไร ก่อนเย่จือม่านออกนอกเมืองก็มีเรื่องทะเลาะกันอยู่ตลอด แต่มาบัดนี้กลับมานั่งยิ้มให้กันราวกับไม่มีเรื่องผิดใจกัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเสแสร้งใส่กันเพียงใด

เวยซานเซินมองทั้งสองด้วยสายตาเรียบนิ่ง เขาพอจะมองเห็นเค้าลางความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า

“ว่าแต่เมื่อครู่จะพากันออกไปที่ใดหรือเจ้าคะ” เหลียนหรูเซียนยังคงไม่ยอมแพ้ นางจะไม่ยอมเปิดโอกาสให้สองคนนี้ใกล้ชิดกันเด็ดขาด

“พวกเราสองคนไม่ได้พบหน้ากันนาน จึงจะออกไปกินอาหารพูดคุยลำลึกความหลังเสียหน่อย” ดูจากท่าทางของทั้งสองแล้วหลายปีที่ผ่านมานี้เหลียนหรูเซียนก็คงจะอยู่อย่างไร้ประโยชน์เสียแล้ว

“ให้ข้าไปด้วยได้หรือไม่” เหลียนหรูเซียนเอ่ยปากขออย่างหน้า

ด้าน ๆ แม้จะไม่ให้นางไปด้วย นางก็จะหาทางตามไปอยู่ดี

“หากคุณหนูเหลียนไปด้วยเกรงว่าจะเบื่อเอาได้” เย่จือม่านได้แต่ปฏิเสธอ้อม ๆ โอกาสดีเช่นนี้นางจะให้ผู้อื่นเข้ามาขัดขวางได้อย่างไร ตอนนี้เวยซานเซินก็พ้นการไว้ทุกข์แล้ว นางจะต้องทำให้เขายอมแต่งงานด้วยให้ได้

“ไม่เบื่อหรอกเจ้าค่ะ คุณหนูรองเย่ไปต่างเมืองเสียนานคงจะมีเรื่องสนุกไม่น้อย ข้าเองไม่เคยออกจากเมืองหลวง จึงอยากรับฟังเรื่องสนุกของคุณหนูรองเย่บ้าง” คิดจะสลัดนางทิ้งหรือ ไม่มีทางเสียหรอก ไม่ว่าสองคนนี้จะไปที่ใดนางก็จะไปด้วย

เวยซานเซินมองคนที่ทำตัววุ่นวายด้วยสายตารำคาญ เย่จือม่านมาถึงเมืองหลวงยังไม่ถึงวันเหลียนหรูเซียนก็สร้างเรื่องปวดหัวให้เขาเสียแล้ว

เย่จือม่านที่เห็นสายตาของชายหนุ่มเพียงหนึ่งเดียวมองไปยังเหลียนหรูเซียนก็ยกยิ้มขึ้นทันที ตอนนี้นางพอจะคิดแผนการดี ๆ ออกแล้ว

“หากคุณหนูเหลียนอยากไปข้าก็ไม่ปฏิเสธ” อย่างไรเวยซานเซินก็ต้องสนใจนางมากกว่าสตรีผู้นั้นแน่นอน นางจะทำให้เหลียนหรูเซียนรู้ตัวเสียทีไม่ว่าจะพยายามมากเพียงใดก็ไม่สามารถเอาชนะนางได้

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” หญิงสาวได้แต่ยิ้มบาง ๆ ในที่สุดแผนการของนางก็สำเร็จ สิ่งแรกที่นางต้องทำตอนนี้คือทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้สองคนนี้ใกล้ชิดกันไปมากกว่านี้

เวยซานเซินใช้เวลาจัดการงานอีกไม่นานก็พาสตรีทั้งสองออกไปที่ภัตตราคารชื่อดังของเมืองหลวง เขาให้คนมาจองห้องส่วนตัวเอาไว้แล้ว เพราะเกรงว่าจะเกิดเรื่องที่ยากจะควบคุม

“พวกเจ้าสองคนสั่งได้ตามสบาย มื้อนี้ข้าเป็นคนเลี้ยงเอง” เขาบอกอย่างใจกว้าง ปรายตามองเหลียนหรูเซียนครู่หนึ่งก่อนจะหันมาพูดกับเย่จือม่าน “เจ้าไม่ได้กลับมาเมืองหลวงหลายปีรู้สึกคุ้นชินแล้วหรือยัง”

“ยังไม่คุ้นชินเลยเจ้าค่ะ ที่เมืองหลวงหนาวกว่าเมืองจิ่งมาก” เย่จือม่านตอบเสียงหวาน รู้สึกดีใจมากที่เขาดูใส่ใจนางมากเพียงนี้ เพียงเท่านี้นางก็ถือว่าชนะเหลียนหรูเซียนแล้ว

“เช่นนั้นก็ดูแลตัวเองให้มาก อย่าปล่อยให้ตนเองป่วยเอาได้” เขาพูดอย่างเป็นห่วงเป็นใย นางกลับมาช่วงที่หิมะจะตกอาจจะปรับตัวไม่ได้

เหลียนหรูเซียนมองสองคนที่สนทนากันอย่างสนิทสนมด้วยความรู้สึกเจ็บปวด นางอยู่ข้างกายเขามานานหลายปี ทำเพื่อเขาหลายต่อหลายเรื่องแต่เขาไม่แสดงความเป็นห่วงเป็นใยเช่นนี้ต่อนางเลย

เขาเอาแต่มองนางด้วยสายตาเฉยชา ไม่เคยพูดดีกับนางเลยสักครั้ง ต่างจากสตรีอีกคนที่เขามักจะมองด้วยสาตาอบอุ่นอย่างที่นางไม่เคยได้รับ ทำให้รู้ว่าที่ผ่านมานางไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาเลยสักครั้ง

แม้แต่ตอนนี้ที่นางนั่งอยู่ตรงนี้ข้าง ๆ เขา เขาก็ยังไม่คิดปรายตามองนางเลยสักครั้ง นี่เขาจะใจร้ายกับนางเกินไปหรือไม่

“พี่ซานเซินลองชิมปลาสามรสนี้ดูเจ้าค่ะ อร่อยยิ่งนัก ยามที่มาที่นี่ต้องสั่งประจำ” เหลียนหรูเซียนคีบอาหารให้เขาอย่างเอาใจ เพราะรู้ว่าที่ผ่านมาเขาไม่ค่อยได้ออกมานอกจวนเช่นนี้เท่าใด ด้วยที่ผ่านมาเอาแต่เก็บตัวทำงานอยู่ที่จวน และออกไปกินเลี้ยงกับพี่ชายของนางที่จวนเท่านั้น

เวยซานเซินไม่ได้กินอาหารที่นางคีบให้ ทำเพียงกินอาหารของตนเองเงียบ ๆ ทำให้คนที่ตั้งใจเอาอกเอาใจถึงกับหน้าเสีย นี่เขาไม่คิดจะไว้หน้านางเลยหรือ

เย่จือม่านที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็แทบจะหลุดขำออกมา นี่มิใช่ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองย่ำแย่ถึงที่สุดแล้วหรือ

“คุณหนูเหลียนมาที่นี่บ่อยหรือเจ้าคะ” แม้จะอยากหัวเราะมากเพียงใดก็ต้องรักษากิริยาเอาไว้ เพราะเดี๋ยวจะเป็นการเสียมารยาทได้

“ยามว่าง ๆ ไม่มีอันใดทำก็มานั่งเล่นบ่อย ๆ เจ้าค่ะ” เหลียนหรูเซียนพยายามฝืนยิ้มออกมา นางแถบอยากจะลุกขึ้นเดินหนีออกไปจากตรงนี้เสีย แต่นางก็ทำใจให้สองคนนี้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังไม่ได้

“วันหน้าหากข้าอยากเที่ยวเล่นในเมืองหลวงจะรบกวนคุณหนูเหลียนได้หรือไม่” เย่จือม่านมองสีหน้าที่เศร้าสร้อยของสตรีตรงหน้าด้วยความสะใจ ขนาดมีเวลามากกว่านางตั้งหลายปีแต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า เช่นนี้ไม่เท่ากับว่านางยังมีหวังหรอกหรือ

“อย่าไปรบกวนคุณหนูเหลียนเลย หากอยากไปที่ใดก็บอกข้า” เขาไม่รอให้เหลียนหรูเซียนตอบ เพราะรู้อยู่แล้วว่าทั้งสองไม่ถูกกัน ก็ไม่รู้ว่าเหตุใดเย่จือม่านจึงอยากเข้าใกล้เหลียนหรูเซียน เพราะก่อนออกเดินทางไปเมืองจิ่นทั้งสองยังทะเลาะกันอยู่เลย หากไม่ชอบหน้ากันก็อย่ามายุ่งเกี่ยวกันเลย

เหลียนหรูเซียนได้ยินเช่นนั้นก็แทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้ นี่เขาเกลียดนางถึงเพียงนั้นเลยหรือ นางไม่ดีตรงไหนกัน นางยังทำเพื่อเขาไม่มากพอหรือ เหตุใดเขาจึงไม่เคยเหลียวมามองนางเลย

“ข้ามีธุระ ขอตัวก่อน” พูดจบก็เดินออกไปทันที เพราะนางแทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้แล้ว หากยังอยู่ต่ออีกมีหวังนางคงต้องร้องไห้ต่อหน้าทั้งสองแน่ ๆ

“คุณหนูเป็นอันใดเจ้าคะ” ซูซูเมื่อเห็นว่าเจ้านายเดินตาแดง ๆ ออกมาจากภัตตาคารก็ปรี่เข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง ทว่าก็ไม่ได้รับคำตอบ

“กลับจวน” หญิงสาวทำเพียงตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมกับน้ำตาที่ค่อย ๆ ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ นี่เขาไม่ใจร้ายกับนางไปหน่อยหรือ ไม่คิดจะไว้หน้าเลยสักนิด ทั้งยังเป็นคนทำให้นางอับอายต่อหน้าเย่จือม่านอีก

“คุณหนูยังไม่พออีกหรือเจ้าคะ” ซูซูมองเจ้านายด้วยสายตาสงสาร ทุกครั้งที่กลับมาจากจวนตระกูลเวยเจ้านายของนางก็มักจะกลับมาร้องไห้เช่นนี้เสมอ นางไม่อยากให้เจ้านายต้องมาเสียใจเช่นนี้

“ข้ายังมีความหวัง ข้ายังไม่ยอมแพ้หรอก” ในเมื่อเขายังไม่มีนางในดวงใจ นางก็ยังมีหวังไม่ใช่หรือ จะให้นางยอมแพ้ง่าย ๆ เช่นนี้ได้อย่างไร

ซูซูได้แต่ถอนหายใจออกมา นางอยากให้เจ้านายเลิกชอบบุรุษผู้นั้นเสีย แต่ไม่ว่าผู้ใดจะพูดอย่างไรก็ไม่ยอมแพ้เสียที

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก   บทที่ 15/2

    “นางกล้าแน่นอน” น้องสาวผู้นี้ของเขาเคยฟังผู้ใดเสียเมื่อไหร่ ชอบทำอันใดตามใจตนเสมอ คิดจะทำอันใดแล้วต่อให้ผู้อื่นโน้มน้าวใจเพียงใดก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจง่าย ๆ“หึ ข้าจะเป็นคนขัดขวางนางเอง ดูซิว่านางจะเก่งเพียงใด” เขาพูดจริงทำจริง จากนี้อย่าหวังเลยว่านางจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ที่ผ่านมานางทำเช่นไรกับเขา เขาก็จะทำเช่นนั้นกับนางบ้าง จะไม่ปล่อยให้นางมีเวลาว่างอยู่คนเดียวเลย“พวกเจ้าสองคนเหมือนกันยิ่งนัก” เหลียนเฟิงหวงได้แต่ยกมือกุมขมับ เขาปวดหัวกับเรื่องของสองคนนี้มาก ไม่รู้ว่าต้องจัดการอย่างไร ยิ่งพูดด้วยก็ยิ่งจะมีแต่ปวดหัว“หึ ข้าฝากไปบอกน้องสาวของเจ้าด้วยแล้วกันว่าให้เตรียมตั้งรับดี ๆ ข้าไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ แน่” เขาพูดอย่างเด็ดเดี่ยว การที่มีนางอยู่ข้างกายมันดีกว่ามากจริง ๆ หากได้นางมาอยู่ข้างกายเขาคงมีความสุขมากกว่านี้“เฮ้อ...เจ้านี่มัน” เขาเองก็ไม่รู้จะพูดเช่นไรเหมือนกัน สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ต้องโทษน้องสาวของเขาเองที่เอาตัวเองมาพัวพันกับคนเช่นนี้“เจ้าไปเถิดข้าอยากพักผ่อน” เวยซานเซินไล่สหาย เพราะพรุ่งนี้เขายังต้องตื่นแต่เช้าไปที่จวนตระกูลเหลียนอีก จากนี้เขาจะไปปักหลักที่จวนตระกูลเหลียน

  • วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก   บทที่ 15/1

    บทที่ 15เหลียนหรูเซียนมองไปรอบ ๆ ก็พบว่างานเลี้ยงนี้ไม่ได้จัดใหญ่มาก เหมือนจะมีเฉพาะคนที่สนิทสนมเท่านั้น จัดงานเลี้ยงวันเกิดทั้งทีเหตุใดจึงไม่จัดให้ใหญ่โตไปเลย จะได้เปิดตัวว่าที่ฮูหยินอย่างให้สมฐานะหน่อย“เจ้าไหวหรือไม่” เหลียนเฟิงหวงถามอย่างเป็นห่วง ได้แต่คิดว่าตนเองไม่น่าพาน้องสาวมาที่นี่เลย เพราะเขาเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้ มีอย่างที่ไหนให้สตรีอื่นมายืนต้อนรับแขกด้วยราวกับเป็นสามีภรรยา“ข้าไม่เป็นอันใด” คนเป็นน้องสาวยิ้มน้อย ๆ คิดว่ามาเห็นภาพเช่นนี้ก็ดี จะได้ตัดใจจากเขาได้เร็วขึ้นไม่นานเวยซานเซินก็เดินมานั่งร่วมโต๊ะกับสองพี่น้องตระกูลเหลียน และแน่นอนว่าต้องมีเย่จือม่านตามมาด้วย ทำให้สองพี่น้องมองหน้ากันอย่างเงียบ ๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอันใดบรรยากาศภายในโต๊ะเต็มไปด้วยความอึดอัด จะมีก็แต่เย่จือม่านที่พยายามชวนเวยซานเซินสนทนาแต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจจะสนทนาด้วย เพราะตอนนี้ในสายตาของเขามีแต่เหลียนหรูเซียนเท่านั้นในงานเลี้ยงไม่ได้มีพิธีการอันใดมากเพราะเป็นงานเลี้ยงเล็ก ๆ และมีแต่คนสนิท เพราะจุดประสงค์ของคนจัดคือต้องการพบหน้าคนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งก้มหน้าไม่สนใจผู้ใดแต่เขาก็คิดว่าคุ้มค่ามากเพร

  • วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก   บทที่ 14/2

    ชายหนุ่มมาที่จวนตระกูลเหลียนทุกวัน และนั่งรออยู่อย่างนั้นแม้ว่าเหลียนหรูเซียนจะไม่ออกมาพบก็ตาม เขาทำเช่นนั้นอยู่หลายวันนางก็ยังคงไม่ยอมโผล่หน้าออกมาให้เขาพบ แต่เขาก็ไม่คิดจะยอมแพ้“คุณหนูวันนี้นายท่านเวยก็มาอีกแล้วเจ้าค่ะ” ซูซูเข้ามารายงานเจ้านาย ตอนนี้เริ่มจะเห็นใจคนที่รอ เพราะยามที่เจ้านายของนางไปจวนตระกูลเวยก็ได้พบหน้าอีกฝ่ายทุกครั้ง แต่นี่มานั่งรอทั้งวันก็ไม่ได้เห็นหน้าของเจ้านายของนาง“อยากมาก็มา ข้าไม่ได้ว่าอันใดนี่” หญิงสาวยังคงบอกอย่างไม่ได้สนใจ แต่ในหัวของนางตอนนี้กลับคิดถึงเรื่องของเขา ในใจยังคงถกเถียงกันอยู่ว่าจะทำเช่นไรต่อไปดี ใจหนึ่งก็อยากออกไปพบเขา แต่ก็ยังโกรธเรื่องที่เขาเคยทำไว้กับนาง“คุณหนูจะไม่ออกไปพบหน่อยหรือ” ซูซูบอกเสียงแผ่ว เพราะรู้ว่าเจ้านายพยายามมากเพียงใด หากได้ลงเอยกันเจ้านายของนางก็คงจะมีความสุขไม่น้อย“ไม่ล่ะ” เหลียนหรูเซียนบอกอย่างใจแข็ง พยายามไม่คิดถึงคนที่นั่งรออยู่ในเรือนรับรอง ใจแข็งเข้าไว้อย่าได้ใจอ่อนง่าย ๆ คิดตอนที่เขาด่าเข้าไว้ซูซูเมื่อเห็นว่าเจ้านายใจแข็งก็ไม่ได้ร้องขอความเห็นใจแทน กลัวว่าเจ้านายจะโกรธตนเองไปด้วย จึงได้เดินไปรินน้ำชาให้อย่างเอาใ

  • วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก   บทที่ 14/1

    บทที่ 14เหลียนหรูเซียนนั่งคิดเรื่องของเวยซานเซินเงียบ ๆ ได้แต่คิดเรื่องของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะพยายามสลัดเรื่องของเขาออกจากหัวแต่ก็ไม่สามารถทำได้สักทีนางไม่เชื่อว่าเขาจะชอบนางเช่นที่พี่ชายพูดจริง ๆ นางยังจำคำที่เขาต่อว่านางได้ทุกคำ คนเช่นนี้หรือจะมาชอบนางได้จริง ๆ หากที่ผ่านมาเขามีท่าทีว่าชมชอบนางสักนิด นางจะไม่คิดสงสัยเลย“คุณหนูนายท่านเวยมาขอพบเจ้าค่ะ” เมื่อสาวใช้เข้ามารายงาน ทำให้หญิงสาวแปลกใจมาก เพราะทุกครั้งเขาจะบอกว่าต้องการมาพบพี่ชายของนาง แต่วันนี้กลับแปลกไป“ไม่พบ” นางและเขาไม่มีเรื่องจำเป็นต้องพบหน้ากัน และนางก็จะไม่ออกไปพบเขาเด็ดขาด“เจ้าค่ะ” น้ำเสียงเด็ดขาดของเจ้านายทำให้นางไม่กล้าที่จะเอ่ยอันใดต่อ จึงได้แต่ถอยออกไปแจ้งแขกที่มาเยือน“นายท่านเวย คุณหนูไม่สะดวกออกมาพบเจ้าค่ะ จึงเชิญนายท่านเวยกลับไปก่อน” สาวใช้พยายามใช้คำพูดที่เบาที่สุดเพื่อรักษาน้ำใจของคนมาเยือน“ข้าจะรอจนกว่านางจะออกมาพบ” เวยซานเซินบอกเสียงเรียบ ไม่อยากพบหน้าเขาหรือ มาดูกันว่าผู้ใดจะมีความอดทนมากกว่ากัน“เอ่อ...”“ไม่ต้องมาเฝ้าหรอก พวกเจ้าไปทำงานของตนเองเถิด” เขายังคงยกน้ำชาขึ้นจิบอย่างสบายใจ ไม่ได้ทุก

  • วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก   บทที่ 13/2

    “อย่ามายุ่งกับข้าอีก” พูดจบหญิงสาวก็เดินจากไปพร้อมกับน้ำตา วันที่นางต้องการให้เขาทำดีด้วยเขากลับไม่สนใจ พอนางสามารถทำใจเดินออกมาจากเขาแล้ว เขาก็ไม่ยอมปล่อยนางไป ยังมาสร้างความลำบากใจให้นางอยู่ตลอดเมื่อเห็นน้ำตาของคนตัวเล็กก็ทำให้เขาชะงัก ไม่คิดว่าการพูดคุยกันครั้งนี้จะทำให้นางเสียน้ำตา เขาเพียงแค่ต้องการคุยกับนางให้รู้เรื่องเท่านั้น ไม่คิดว่าเรื่องราวจะเลยเถิดขนาดนี้ในขณะที่เขากำลังจะเดินตามไปเพื่อพูดคุยให้รู้เรื่อง แต่สหายที่ยืนแอบอยู่นานก็เข้ามาขวางเอาไว้ เพราะกลัวว่าหากยังตามไปจะทำให้ทะเลาะกันยิ่งกว่านี้ รอให้ใจเย็นมากกว่านี้ค่อยคุยกันอีกครั้ง“เจ้าอย่าเพิ่งตามไป รอให้นางใจเย็นกว่านี้ก่อน วันหน้าค่อยคุยกันก็ยังไม่สาย”“แต่นางร้องไห้” เขาพูดเสียงแผ่ว เพียงแค่คิดว่านางต้องเสียน้ำตาเพราะเขาเขาก็ร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว แล้วเช่นนี้จะให้อยู่เฉยได้อย่างไร“เจ้าไม่ต้องห่วง นางร้องไห้เพราะเจ้าไม่รู้ตั้งกี่รอบแล้ว” แม้จะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่ก็แอบไม่พอใจอยู่หน่อย ๆ ที่อีกฝ่ายทำน้องสาวของเขาเสียใจครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เพราะน้องสาวของเขาเลือกเดินเส้นทางนี้เอง เขาก็ทำอันใดไม่ได้ยิ่งได้ยินเช่น

  • วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก   บทที่ 13/1

    บทที่ 13เวยซานเซินออกมารอที่หน้าประตูจวนตระกูลเหลียนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ส่วนคนที่ไม่รู้เรื่องก็รีบตื่นขึ้นมาเตรียมตัวเพื่อออกไปที่จวนของสหายเช่นทุกวัน โดยไม่รู้เลยว่ามีคนรอสะสางบัญชีอยู่“พวกเจ้ามาช่วยข้าแต่งตัวเร็วเข้า” เหลียนหรูเซียนบอกด้วยน้ำเสียงรีบร้อน เพราะวันนี้อากาศหนาวกว่าปกตินางจึงค่อนข้างตื่นสาย และกลัวว่าหากช้ากว่านี้จะได้เจอคนที่ไม่ต้องการเจอสาวใช้ต่างพากันช่วยแต่งตัวให้เจ้านายตามคำสั่ง เมื่อจัดการตัวเองเสร็จก็รีบเดินออกไปที่หน้าประตูจวนเพื่อไปหาสหาย ทว่าก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อเห็นว่ามีคนนั่งอยู่ที่หน้าประตูจวน โดยที่ประตูใหญ่ยังไม่เปิด แสดงว่าเขาอยู่ที่จวนของนางทั้งคืน“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” เหลียนหรูเซียนถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ในเมื่อประจันหน้ากันเช่นนี้แล้ว จะให้หลบหน้าต่อก็คงไม่ได้“ข้าอยากคุยกับเจ้า” นางไม่ฟังที่เขาพูดไปก่อนหน้านี้เลย บอกว่าอย่าหลบหน้านางก็ไม่ฟัง ซ้ำยังไปที่จวนตระกูลจินทุกวัน ไม่รู้ว่าระหว่างนางและจินหมิงหยวนก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว“ข้าว่าพวกเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ บอกไปแล้วว่าอย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก” นี่เขาต้องการอันใดจากนางกันแน่ เหตุใดไม่พูดอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status