LOGINบทที่ 3
เหลียนหรูเซียนยังคงไม่ยอมแพ้เพราะวันรุ่งขึ้นนางก็เดินทางไปที่จวนตระกูลเวยเช่นเดิม นางเองก็ไม่รู้ว่าจะทนเช่นนี้ไปได้อีกนานเท่าใด แต่นางจะพยายามให้ถึงที่สุดจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง
“วันนี้เย่จือม่านมาอีกแล้วหรือ” นางถามไฉ่หงที่เข้ามาต้อนรับ ให้พูดตามตรงนางก็ไม่ได้อยากเจอหน้าเย่จือม่านเท่าใด แต่เพราะนางอยากมาเจอหน้าบุรุษในดวงใจจึงจำเป็นต้องมา ไม่รู้ว่าสตรีผู้นั้นจะกลับมาทำไม อยู่ที่เมืองจิ่งก็ดีอยู่แล้ว เหตุใดต้องกลับมาสร้างความวุ่นวายให้นางด้วย
“มาตั้งแต่เช้าแล้วเจ้าค่ะ”
“ข้าล่ะเบื่อยิ่งนัก” หญิงสาวอดที่จะบ่นไม่ได้ แต่ก็ทำอันใดไม่ได้เพราะเจ้าของจวนสนใจความรู้สึกของเย่จือม่านมากกว่านาง หากนางทำอันใดบุ่มบ่ามจะส่งผลเสียต่อตนเองได้
“เชิญคุณหนูด้านในเจ้าค่ะ” ไฉ่หงได้แต่เอาใจช่วยสตรีตรงหน้าอยู่ห่าง ๆ เพราะอยากได้อีกฝ่ายมาเป็นเจ้านายจริง ๆ
“เจ้าไม่ต้องตามข้าไปหรอก อยู่จัดการเรื่องของตนเองให้เรียบร้อย หากไม่มีอันใดผิดพลาดข้าจะช่วยให้เจ้าขึ้นเป็นผู้ดูแลจวน” หากได้ไฉ่หงดูแลจวนทุกอย่างคงเป็นระเบียบมากกว่านี้ เพราะเฉิงชุนต้องวุ่นวายอยู่กับการช่วยงานเวยซานเซิน ไม่มีเวลามาวุ่นวายเรื่องเรือนหลัง
"ขอบคุณคุณหนูเจ้าค่ะ” ไฉ่หงทำเพียงยิ้มบาง ๆ เท่านั้น นางดีใจมากที่ได้รับความไว้ใจเช่นนี้
เหลียนหรูเซียนเดินไปที่ห้องทำงานของเจ้าของจวนเงียบ ๆ ยามนี้สองคนนั้นคงอยู่ด้วยกัน แค่คิดก็รู้สึกเจ็บปวดหัวใจเสียแล้ว ไม่รู้ว่าจะทนรับความเจ็บปวดนี้ได้อีกนานหรือไม่
“คุณหนูเหลียน” เมื่อเห็นว่ามีคนเดินเข้ามาเย่จือม่านก็เงยหน้าขึ้นมาทักทาย สตรีผู้นี้ไม่รู้ว่าจะมาที่นี่ทำไมทุกวัน ไม่มีการมีงานทำหรือไร
“ไม่คิดว่าวันนี้จะเจอคุณหนูรองเย่ที่นี่” เหลียนหรูเซียนทักทายด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ต่างจากอีกคนที่มีใบหน้ายิ้มแย้ม เพราะนางฝืนยิ้มออกมาไม่ได้จริง ๆ ทุกครั้งยามที่นางมาที่นี่มักจะมีความสุขเสมอ แต่บัดนี้มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว
“ก่อนออกจากเมืองหลวงข้าก็มาที่นี่ทุกวัน ไม่เห็นจะเป็นเรื่องแปลกอันใด” ตระกูลเย่และตระกูลเวยรู้จักกันมานาน ต่างจากตระกูลเหลียนที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่ปี แล้วเหลียนหรูเซียนจะอาศัยอะไรมาเอาชนะนาง
“ข้าลืมไป เพราะหลายปีมานี้มีข้ามาที่นี่เพียงคนเดียว” วันนี้นางรู้สึกเบื่อจะปะทะฝีปากกับเย่จือม่านยิ่งนัก ยิ่งหลายวันที่ผ่านมานางต้องใช้ความคิดอย่างมากเพื่อมาต่อสู้กับอีกฝ่าย มันหมดแรงที่จะสู้แล้วจริง ๆ
“เช่นนั้นคุณหนูเหลียนก็ทำใจให้ชินไว้นะเจ้าคะ เพราะจากนี้ข้าจะมาที่นี่บ่อย ๆ พี่เซินไม่มีคนดูแลจากนี้ข้าจะเข้ามาช่วยในส่วนนี้เอง” เย่จือม่านพูดอย่างคนที่เหนือกว่า หากว่ากันตามจริงเขาคงจะสะดวกใจให้นางดูแลเรือนหลังให้มากกว่าสตรีที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่ปี
เหลียนหรูเซียนไม่ได้พูดอะไร หันไปมองคนที่เอาแต่ก้มหน้าทำงานอยู่เงียบ ๆ ไม่ได้สนใจสตรีสองนางที่สนทนากันอยู่ ราวกับว่าพวกนางไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้
“พี่ซานเซินมีเวลาสักครู่หรือไม่” หญิงสาวตัดสินใจหารือเรื่องการดูแลจวนกับเขา เพราะเขาสมควรเลือกคนขึ้นมาดูแลจวนอย่างจริงจังเสียที แม้จวนนี้จะมีคนไม่มากแต่ก็สมควรจัดการให้เป็นระเบียบ
เวยซานเซินที่เห็นว่าคนตัวเล็กพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเขาจึงละสายตาจากงานแล้วเงยหน้าขึ้นมามองนาง เชิงเป็นการอนุญาตให้พูด
“เรื่องเรื...” เหลียนหรูเซียนยังพูดไม่ทันจบ เย่จือม่านก็พูดขัดขึ้นมาก่อน เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยถึงเรื่องใด
“พี่เซินข้าอยากจะขอมาเรียนรู้เรื่องการแพทย์กับท่านได้หรือไม่ ได้มาอยู่กับท่านหลายวันจึงรู้สึกสนใจเรื่องนี้ขึ้นมา พี่เซินช่วยสอนข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”
เวยซานเซินละความสนใจจากหญิงสาวอีกคนมาที่อีกคน ก่อนที่เย่จือม่านจะออกจากเมืองก็ดูเหมือนจะสนใจเรื่องนี้ ไม่คิดว่าตอนนี้นางก็ยังสนใจเรื่องนี้อยู่
“เจ้าสนใจจะเรียนหรือ”
“ใช่เจ้าค่ะ ก่อนออกจากเมืองหลวงก็ได้เรียนนิดหน่อย จึงอยากเรียนรู้เพิ่มเติม” เย่จือม่านเรียกร้องความสนใจจากเวยซานเซินสำเร็จ เพราะหลังจากนางพูดเรื่องการเรียนแพทย์เขาก็ทำเหมือนกับเหลียนหรูเซียนไม่ได้อยู่ตรงนี้
เหลียนหรูเซียนมองสองคนที่สนทนากับด้วยสายตาเรียบเฉย นี่เขาไม่เห็นถึงความสำคัญของนางเลยจริง ๆ ทั้งที่นางเป็นคนพูดก่อน แต่เขากลับเลือกละเลยคำพูดของนางเพื่อไปสนทนากับสตรีอีกคน
เขาเห็นว่านางรักเขาจนคิดว่าจะทำเช่นไรกับนางก็ได้หรือ เขาคิดว่านางเสียใจไม่เป็นใช่หรือไม่จึงได้ใจร้ายกับนางเช่นนี้
หญิงสาวได้แต่หลับตาลงช้า ๆ พยายามอย่างมากที่จะไม่ให้น้ำตาไหลออกมา หลายวันมานี้รู้สึกว่าจะร้องไห้บ่อยเกินไปหรือไม่นะ นางตัดสินใจเดินออกจากห้องไปเงียบ ๆ
ในเมื่อเขาไม่รับความหวังดีจากนาง นางก็ไม่รู้ว่าจะทำเพื่อเขาไปเพื่ออันใดอีก นางคิดว่าจากนี้นางคงไม่ได้ทำอันใดให้เขาอีกแล้ว เพราะเห็นได้ชัดว่าอยากมีคนมาทำหน้าที่นี่แทนนาง
“คุณหนูกลับเลยหรือไม่เจ้าคะ” ซูซูถามเจ้านายเมื่อเห็นว่าเดินออกมาจากจวนตระกูลเวยด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยอีกครั้ง ตั้งแต่สตรีตระกูลเย่กลับมาดูเหมือนว่าเจ้านายของนางจะดูไม่มีความสุขเลยสักนิด ต่างจากเมื่อก่อนที่มาจวนนี้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเสมอ
“กลับจวนเลย” ตอนนี้นางไม่มีอารมณ์จะไปเที่ยวเล่นที่ใด แค่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ ก็เหนื่อยมากพอแล้ว
“นางกล้าแน่นอน” น้องสาวผู้นี้ของเขาเคยฟังผู้ใดเสียเมื่อไหร่ ชอบทำอันใดตามใจตนเสมอ คิดจะทำอันใดแล้วต่อให้ผู้อื่นโน้มน้าวใจเพียงใดก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจง่าย ๆ“หึ ข้าจะเป็นคนขัดขวางนางเอง ดูซิว่านางจะเก่งเพียงใด” เขาพูดจริงทำจริง จากนี้อย่าหวังเลยว่านางจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ที่ผ่านมานางทำเช่นไรกับเขา เขาก็จะทำเช่นนั้นกับนางบ้าง จะไม่ปล่อยให้นางมีเวลาว่างอยู่คนเดียวเลย“พวกเจ้าสองคนเหมือนกันยิ่งนัก” เหลียนเฟิงหวงได้แต่ยกมือกุมขมับ เขาปวดหัวกับเรื่องของสองคนนี้มาก ไม่รู้ว่าต้องจัดการอย่างไร ยิ่งพูดด้วยก็ยิ่งจะมีแต่ปวดหัว“หึ ข้าฝากไปบอกน้องสาวของเจ้าด้วยแล้วกันว่าให้เตรียมตั้งรับดี ๆ ข้าไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ แน่” เขาพูดอย่างเด็ดเดี่ยว การที่มีนางอยู่ข้างกายมันดีกว่ามากจริง ๆ หากได้นางมาอยู่ข้างกายเขาคงมีความสุขมากกว่านี้“เฮ้อ...เจ้านี่มัน” เขาเองก็ไม่รู้จะพูดเช่นไรเหมือนกัน สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ต้องโทษน้องสาวของเขาเองที่เอาตัวเองมาพัวพันกับคนเช่นนี้“เจ้าไปเถิดข้าอยากพักผ่อน” เวยซานเซินไล่สหาย เพราะพรุ่งนี้เขายังต้องตื่นแต่เช้าไปที่จวนตระกูลเหลียนอีก จากนี้เขาจะไปปักหลักที่จวนตระกูลเหลียน
บทที่ 15เหลียนหรูเซียนมองไปรอบ ๆ ก็พบว่างานเลี้ยงนี้ไม่ได้จัดใหญ่มาก เหมือนจะมีเฉพาะคนที่สนิทสนมเท่านั้น จัดงานเลี้ยงวันเกิดทั้งทีเหตุใดจึงไม่จัดให้ใหญ่โตไปเลย จะได้เปิดตัวว่าที่ฮูหยินอย่างให้สมฐานะหน่อย“เจ้าไหวหรือไม่” เหลียนเฟิงหวงถามอย่างเป็นห่วง ได้แต่คิดว่าตนเองไม่น่าพาน้องสาวมาที่นี่เลย เพราะเขาเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้ มีอย่างที่ไหนให้สตรีอื่นมายืนต้อนรับแขกด้วยราวกับเป็นสามีภรรยา“ข้าไม่เป็นอันใด” คนเป็นน้องสาวยิ้มน้อย ๆ คิดว่ามาเห็นภาพเช่นนี้ก็ดี จะได้ตัดใจจากเขาได้เร็วขึ้นไม่นานเวยซานเซินก็เดินมานั่งร่วมโต๊ะกับสองพี่น้องตระกูลเหลียน และแน่นอนว่าต้องมีเย่จือม่านตามมาด้วย ทำให้สองพี่น้องมองหน้ากันอย่างเงียบ ๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอันใดบรรยากาศภายในโต๊ะเต็มไปด้วยความอึดอัด จะมีก็แต่เย่จือม่านที่พยายามชวนเวยซานเซินสนทนาแต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจจะสนทนาด้วย เพราะตอนนี้ในสายตาของเขามีแต่เหลียนหรูเซียนเท่านั้นในงานเลี้ยงไม่ได้มีพิธีการอันใดมากเพราะเป็นงานเลี้ยงเล็ก ๆ และมีแต่คนสนิท เพราะจุดประสงค์ของคนจัดคือต้องการพบหน้าคนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งก้มหน้าไม่สนใจผู้ใดแต่เขาก็คิดว่าคุ้มค่ามากเพร
ชายหนุ่มมาที่จวนตระกูลเหลียนทุกวัน และนั่งรออยู่อย่างนั้นแม้ว่าเหลียนหรูเซียนจะไม่ออกมาพบก็ตาม เขาทำเช่นนั้นอยู่หลายวันนางก็ยังคงไม่ยอมโผล่หน้าออกมาให้เขาพบ แต่เขาก็ไม่คิดจะยอมแพ้“คุณหนูวันนี้นายท่านเวยก็มาอีกแล้วเจ้าค่ะ” ซูซูเข้ามารายงานเจ้านาย ตอนนี้เริ่มจะเห็นใจคนที่รอ เพราะยามที่เจ้านายของนางไปจวนตระกูลเวยก็ได้พบหน้าอีกฝ่ายทุกครั้ง แต่นี่มานั่งรอทั้งวันก็ไม่ได้เห็นหน้าของเจ้านายของนาง“อยากมาก็มา ข้าไม่ได้ว่าอันใดนี่” หญิงสาวยังคงบอกอย่างไม่ได้สนใจ แต่ในหัวของนางตอนนี้กลับคิดถึงเรื่องของเขา ในใจยังคงถกเถียงกันอยู่ว่าจะทำเช่นไรต่อไปดี ใจหนึ่งก็อยากออกไปพบเขา แต่ก็ยังโกรธเรื่องที่เขาเคยทำไว้กับนาง“คุณหนูจะไม่ออกไปพบหน่อยหรือ” ซูซูบอกเสียงแผ่ว เพราะรู้ว่าเจ้านายพยายามมากเพียงใด หากได้ลงเอยกันเจ้านายของนางก็คงจะมีความสุขไม่น้อย“ไม่ล่ะ” เหลียนหรูเซียนบอกอย่างใจแข็ง พยายามไม่คิดถึงคนที่นั่งรออยู่ในเรือนรับรอง ใจแข็งเข้าไว้อย่าได้ใจอ่อนง่าย ๆ คิดตอนที่เขาด่าเข้าไว้ซูซูเมื่อเห็นว่าเจ้านายใจแข็งก็ไม่ได้ร้องขอความเห็นใจแทน กลัวว่าเจ้านายจะโกรธตนเองไปด้วย จึงได้เดินไปรินน้ำชาให้อย่างเอาใ
บทที่ 14เหลียนหรูเซียนนั่งคิดเรื่องของเวยซานเซินเงียบ ๆ ได้แต่คิดเรื่องของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะพยายามสลัดเรื่องของเขาออกจากหัวแต่ก็ไม่สามารถทำได้สักทีนางไม่เชื่อว่าเขาจะชอบนางเช่นที่พี่ชายพูดจริง ๆ นางยังจำคำที่เขาต่อว่านางได้ทุกคำ คนเช่นนี้หรือจะมาชอบนางได้จริง ๆ หากที่ผ่านมาเขามีท่าทีว่าชมชอบนางสักนิด นางจะไม่คิดสงสัยเลย“คุณหนูนายท่านเวยมาขอพบเจ้าค่ะ” เมื่อสาวใช้เข้ามารายงาน ทำให้หญิงสาวแปลกใจมาก เพราะทุกครั้งเขาจะบอกว่าต้องการมาพบพี่ชายของนาง แต่วันนี้กลับแปลกไป“ไม่พบ” นางและเขาไม่มีเรื่องจำเป็นต้องพบหน้ากัน และนางก็จะไม่ออกไปพบเขาเด็ดขาด“เจ้าค่ะ” น้ำเสียงเด็ดขาดของเจ้านายทำให้นางไม่กล้าที่จะเอ่ยอันใดต่อ จึงได้แต่ถอยออกไปแจ้งแขกที่มาเยือน“นายท่านเวย คุณหนูไม่สะดวกออกมาพบเจ้าค่ะ จึงเชิญนายท่านเวยกลับไปก่อน” สาวใช้พยายามใช้คำพูดที่เบาที่สุดเพื่อรักษาน้ำใจของคนมาเยือน“ข้าจะรอจนกว่านางจะออกมาพบ” เวยซานเซินบอกเสียงเรียบ ไม่อยากพบหน้าเขาหรือ มาดูกันว่าผู้ใดจะมีความอดทนมากกว่ากัน“เอ่อ...”“ไม่ต้องมาเฝ้าหรอก พวกเจ้าไปทำงานของตนเองเถิด” เขายังคงยกน้ำชาขึ้นจิบอย่างสบายใจ ไม่ได้ทุก
“อย่ามายุ่งกับข้าอีก” พูดจบหญิงสาวก็เดินจากไปพร้อมกับน้ำตา วันที่นางต้องการให้เขาทำดีด้วยเขากลับไม่สนใจ พอนางสามารถทำใจเดินออกมาจากเขาแล้ว เขาก็ไม่ยอมปล่อยนางไป ยังมาสร้างความลำบากใจให้นางอยู่ตลอดเมื่อเห็นน้ำตาของคนตัวเล็กก็ทำให้เขาชะงัก ไม่คิดว่าการพูดคุยกันครั้งนี้จะทำให้นางเสียน้ำตา เขาเพียงแค่ต้องการคุยกับนางให้รู้เรื่องเท่านั้น ไม่คิดว่าเรื่องราวจะเลยเถิดขนาดนี้ในขณะที่เขากำลังจะเดินตามไปเพื่อพูดคุยให้รู้เรื่อง แต่สหายที่ยืนแอบอยู่นานก็เข้ามาขวางเอาไว้ เพราะกลัวว่าหากยังตามไปจะทำให้ทะเลาะกันยิ่งกว่านี้ รอให้ใจเย็นมากกว่านี้ค่อยคุยกันอีกครั้ง“เจ้าอย่าเพิ่งตามไป รอให้นางใจเย็นกว่านี้ก่อน วันหน้าค่อยคุยกันก็ยังไม่สาย”“แต่นางร้องไห้” เขาพูดเสียงแผ่ว เพียงแค่คิดว่านางต้องเสียน้ำตาเพราะเขาเขาก็ร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว แล้วเช่นนี้จะให้อยู่เฉยได้อย่างไร“เจ้าไม่ต้องห่วง นางร้องไห้เพราะเจ้าไม่รู้ตั้งกี่รอบแล้ว” แม้จะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่ก็แอบไม่พอใจอยู่หน่อย ๆ ที่อีกฝ่ายทำน้องสาวของเขาเสียใจครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เพราะน้องสาวของเขาเลือกเดินเส้นทางนี้เอง เขาก็ทำอันใดไม่ได้ยิ่งได้ยินเช่น
บทที่ 13เวยซานเซินออกมารอที่หน้าประตูจวนตระกูลเหลียนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ส่วนคนที่ไม่รู้เรื่องก็รีบตื่นขึ้นมาเตรียมตัวเพื่อออกไปที่จวนของสหายเช่นทุกวัน โดยไม่รู้เลยว่ามีคนรอสะสางบัญชีอยู่“พวกเจ้ามาช่วยข้าแต่งตัวเร็วเข้า” เหลียนหรูเซียนบอกด้วยน้ำเสียงรีบร้อน เพราะวันนี้อากาศหนาวกว่าปกตินางจึงค่อนข้างตื่นสาย และกลัวว่าหากช้ากว่านี้จะได้เจอคนที่ไม่ต้องการเจอสาวใช้ต่างพากันช่วยแต่งตัวให้เจ้านายตามคำสั่ง เมื่อจัดการตัวเองเสร็จก็รีบเดินออกไปที่หน้าประตูจวนเพื่อไปหาสหาย ทว่าก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อเห็นว่ามีคนนั่งอยู่ที่หน้าประตูจวน โดยที่ประตูใหญ่ยังไม่เปิด แสดงว่าเขาอยู่ที่จวนของนางทั้งคืน“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” เหลียนหรูเซียนถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ในเมื่อประจันหน้ากันเช่นนี้แล้ว จะให้หลบหน้าต่อก็คงไม่ได้“ข้าอยากคุยกับเจ้า” นางไม่ฟังที่เขาพูดไปก่อนหน้านี้เลย บอกว่าอย่าหลบหน้านางก็ไม่ฟัง ซ้ำยังไปที่จวนตระกูลจินทุกวัน ไม่รู้ว่าระหว่างนางและจินหมิงหยวนก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว“ข้าว่าพวกเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ บอกไปแล้วว่าอย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก” นี่เขาต้องการอันใดจากนางกันแน่ เหตุใดไม่พูดอ







