Home / แฟนตาซี / วาสนากาฝาก / ตอนที่ 2 ช่วยเหลือ

Share

ตอนที่ 2 ช่วยเหลือ

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-18 13:34:39

“จอดตรงถังขยะด้านหน้าก่อนนะลุง” ยุทธวีร์สั่งคนขับรถเสียงเรียบ

“ครับ”

ลุงเชยชะลอรถและจอดขนานกับทางเท้า ร่างสูงใหญ่เปิดประตูก้าวขาลงจากเบาะหลังแล้วเดินตรงไปที่ถังขยะ ตรงนั้นมีหญิงสาวตัวเล็กกำลังคุ้ยหาอะไรบางอย่าง เห็นแล้วช่างเป็นภาพที่น่าหดหู่ใจยิ่งนัก คนรวยก็รวยก็ล้นฟ้า ส่วนคนจนก็จนกระทั่งไม่รู้ว่าจะเอาอะไรกิน เขาเป็นคนอ่อนไหวกับเรื่องแบบนี้ เมื่อเห็นก็อดไม่ได้ที่จะช่วยเหลือ

“นี่เธอ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นไม่ไกลจากหญิงสาวมากนัก

ผู้หญิงคนนั้นหันมามองเขาดวงตาแดงก่ำคลอไปด้วยหยดน้ำ “คุณเรียกหนูเหรอคะ”

“อือ ฉันเอาข้าวกับน้ำมาให้ บ้านเธออยู่ที่ไหนเหรอ” ถามพลางยื่นถุงกล่องข้าวกับน้ำดื่มให้ ถ้าเขาพอช่วยได้เขาอาจจะช่วย แต่ต้องขอเข้าไปดูบ้านของเด็กคนนี้ก่อน

เธอส่ายหน้าก่อนตอบ “หนูไม่มีบ้านค่ะ” นิ้วมือดำ ๆ พนมไหว้ขอบคุณอย่างนอบน้อม และรับถุงข้าวมาด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง

“แล้วพ่อกับแม่เธอล่ะ”

“ตายหมดแล้วค่ะ หนูอยู่คนเดียว” ครอบครัวเธอเป็นขอทาน พ่อกับแม่มีลูกสาวคนเดียวคือเธอ ท่านทั้งสองจากไปได้สามปีแล้ว เธอจึงต้องเลี้ยงดูตัวเองเพียงลำพัง วันไหนหาได้ค่อยได้กิน ชีวิตเดินทางไปเรื่อย ๆ ค่ำไหนก็นอนนั่น บางครั้งก็โดนเทศกิจขับไล่

ถึงจะยังไม่อยากเชื่อนัก แต่เขาก็ถามเธอออกไป “อยากมีบ้านอยู่ อยากเรียนหนังสือไหม” เขามีสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า จะรับเพิ่มไปอีกคนจะเป็นไรไป ดูแววตาเด็กคนนี้ไม่ใช่คนเจ้าเล่ห์เพทุบาย คงไม่ได้พูดเพื่อหลอกลวงเขา 

หญิงสาวพยักหน้า “อยากค่ะ” เธอพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา

“ก่อนห้าโมงเย็นวันนี้มารอฉันอยู่ที่หน้าโรงงานตรงที่รอรถนะ” ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้ถูกชะตากับเด็กคนนี้อย่างน่าประหลาด

“ค่ะ”

ว่าแล้วหนุ่มหล่อคนนั้นก็เดินกลับไปที่รถ ทิ้งให้เด็กคนนั้นยืนงงอยู่กับที่ หวังว่าเธอคงไม่โดนเขาหลอก น้อยนักคนหล่อหน้าตาดีอย่างเขาจะไม่รังเกียจคนตัวเหม็นอย่างเธอ ทุกครั้งที่มีคนเดินผ่านย่อมได้รับสายตาเหยียดหยามพร้อมกับท่าทีรังเกียจเสมอ แต่ผู้ชายคนที่เพิ่งจากไปกลับไม่แม้แต่จะทำท่าทางไม่ดีเช่นนั้น 

น้ำตาเธอไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

เขาเป็นใครกันนะ ถึงได้ใจดีกับเธอเช่นนี้ ตลอดชีวิตยังไม่เคยมีใครคุยกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นนี้มาก่อน

“คุณวีร์คุยอะไรกับเด็กคนนั้นเหรอครับ” ลุงเชยเอ่ยถามเมื่อเจ้านายเข้ามานั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

“ฉันจะรับเด็กคนนั้นเข้าไปดูแลในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า” ถึงเธอจะดูโตกว่าเด็กที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของเขาก็ตาม

“คุณวีร์คิดดีแล้วเหรอครับ”

“อือ”

ได้ยินคำยืนยันเช่นนั้นลุงเชยจึงไม่คิดที่จะถามต่อ สิ่งไหนที่เจ้านายตัดสินใจแล้วย่อมผ่านการคิดไตร่ตรองมาดีแล้ว แม้เขาจะไม่เคยรับเด็กเร่ร่อนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาก่อนก็ตาม

ยุทธวีร์นั่งทำงานจนลืมเวลา ตอนนี้เกือบหกโมงเย็นแล้วแต่งานของเขาก็ยังไม่เสร็จ ด้านนอกเหมือนฝนกำลังตกลงมาอย่างหนัก

ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ร่างคนขับรถก้าวเข้ามาแล้วเอ่ยขึ้น “ใกล้จะทุ่มนึงแล้วนะครับคุณวีร์”

ครู่หนึ่งชายหนุ่มทำท่าเหมือนนึกบางอย่างขึ้นได้เขาเบิกตากว้างแล้วโพล่งขึ้น “ฉันนัดเด็กคนนั้นไว้ที่หน้าโรงงานตอนห้าโมงเย็น” ยุทธวีร์รีบเก็บของบนโต๊ะทำงาน ส่งกระเป๋าโน้ตบุ๊กให้คนขับรถแล้วรีบเดินออกไป ป่านนี้เธอจะยังรอเขาไหม

รถเก๋งสีดำจอดเทียบตรงป้ายรอรถหน้าโรงงาน ดวงตาของชายหนุ่มกระตุกวูบหนึ่งเมื่อเห็นร่างเล็กนอนขดตัวเหมือนตัวหนอนหลบภัยอยู่บนทางเท้า ในใจรู้สึกผิดจนไม่อยากให้อภัยตัวเอง

ลุงเชยรีบเปิดประตูลงไปอุ้มเด็กคนนั้นขึ้นมาจากพื้นอันเปียกชื้น ฝนยังตกลงมาอย่างหนัก ชายหนุ่มเปิดประตูด้านหลังให้คนขับแล้วตะโกนบอก “เอามาเบาะหลังก็ได้ลุง”

ลุงเชยไม่มีเวลาลังเลเพราะตอนนี้ตัวเขาก็เปียกเหมือนกัน ลุงเชยวางร่างไร้สติของหญิงสาวลงบนเบาะหลังที่มีเจ้านายนั่งอยู่ก่อนแล้ว ศีรษะของเธอหันไปทางเขา ยุทธวีร์หยิบหมอนที่อยู่บนเบาะให้เธอหนุน ตอนนี้ใบหน้าที่เคยมอมแมมโดนน้ำฝนชะล้างออกไปบ้างแล้ว ทำให้มองเห็นผิวที่ค่อนข้างขาวของเธอแต่แก้มตอบไปมาก ทั้งร่างสั่นเทาเพราะความหนาว เขาถอดเสื้อสูทตัวใหญ่ห่มให้อย่างไม่อิดออด

มือใหญ่เอื้อมไปจับหน้าผากเด็กคนนั้นอย่างถือวิสาสะ ตัวของเธอร้อนผ่าวราวกับมีกองไฟสุมอยู่

“ไปไหนครับคุณวีร์”

“โรงพยาบาล”

ตลอดการเดินทางยุทธวีร์ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา มีเพียงสายตาที่เฝ้ามองคนที่นอนอยู่อย่างห่วงใย หากเธอเป็นอะไรไปเขาต้องรู้สึกผิดไปทั้งชีวิต 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • วาสนากาฝาก   ตอนพิเศษ 2

    สัปดาห์ต่อมา ข้าวหอมตื่นขึ้นมาในตอนเช้า อาบน้ำแต่งตัวเตรียมจะไปทำงานพร้อมกับสามี เธอนั่งรอเขาอยู่บนโต๊ะอาหาร โดยมีแม่บ้านยืนอยู่ด้านข้าง ที่สำคัญตรงหน้าของเธอยังมีมะดันดองกับมะกอกดองพร้อมกับพริกเกลือวางอยู่ด้วย เมื่อเช้าข้าวหอมสั่งให้แม่บ้านซื้อผลไม้ดองมาจากตลาดสองสามอย่าง และยังมีผลไม้สดอย่างมะยมกับมะม่วงเปรี้ยวอีก เธอสั่งให้แม่บ้านเตรียมไว้ให้แล้ว เพราะเธอจะห่อไปกินที่ทำงานด้วย เธอหยิบมะกอกดองจิ้มพริกเกลือส่งข้าวปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย แต่คนที่เปรี้ยวกลับเป็นแม่บ้านที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้แม่บ้านยืนกลืนน้ำลายที่ไหลทะลักออกมาจนปวดกระพุ้งแก้มไปหมด แถมยังทำหน้าตาบิดเบี้ยวแทนข้าวหอมอีกด้วย แต่คนที่นั่งกินยังเฉยฉิบ ยุทธวีร์เดินลงมาจากชั้นบน ขยับเนคไทให้เข้าที่แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามภรรยา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อเห็นภรรยากินผลไม้ดองแต่เช้าเช่นนี้ “ทำไมกินของดองก่อนมื้อเช้าล่ะ เดี๋ยวก็ปวดท้องกันพอดี” แม่บ้านก็ห้ามแล้วแต่ข้าวหอมไม่ฟัง อาการแบบนี้อาการคนกำลังแพ้ท้องชัด ๆ แต่ข้าวหอมกับยุทธวีร์เพิ่งย้ายมาอยู่ด้วยกันไม่ถึงเดือน แล้วเธอจะท้องไ

  • วาสนากาฝาก   ตอนพิเศษ 1

    วันที่ข้าวหอมกับวิลาวัลย์กลับจากต่างประเทศ แก้วตาและทิศเหนือก็ไปรับเธอที่สนามบินพร้อมกับดอมและพุดจีบด้วย วิลาวัลย์โผเข้ากอดพ่อกับแม่ แม่ใหญ่ และพี่ชายต่างมารดา ส่วนข้าวหอมก็กอดกับดอมกับพุดจีบเช่นกัน แก้วตากับทิศเหนือยืนมองลูกสาวแล้วยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ ถึงเธอกับอดีตสามีจะไม่ได้เลี้ยงดูข้าวหอมมา แต่เธอก็เติบโตมาเป็นคนดี ไม่เบียดเบียนคนอื่น ไม่โทษตัวเอง ถึงข้าวหอมจะไม่ได้เรียกเธอกับทิศเหนือว่าพ่อกับแม่ก็ตาม แค่เธอได้มองลูกอยู่ห่าง ๆ เธอก็ดีใจมากแล้ว ข้าวหอมเดินเข้ามาใกล้ทั้งสองแล้วเอ่ยขึ้นเต็มเสียง “พ่อ แม่” เป็นครั้งแรกที่ข้าวหอมเรียกพวกเขาว่าพ่อแม่ เพียงเท่านั้นทั้งสองก็อ้าแขนรับลูกสาวและกอดกันกลม ทิศเหนือกับแก้วตาดีใจจนพูดไม่ออก พวกเขาไม่เคยคาดหวังให้เธอเรียกพ่อกับแม่ แต่ก็อยากได้ยินสักครั้งในชีวิต และวันนี้ฝันพวกเขาก็เป็นจริงพุดจีบยืนมองภาพนั้นแล้วก็น้ำตาคลอ ในที่สุดข้าวหอมก็ปลดล็อกหัวใจตัวเองได้สำเร็จ เธอรู้ว่าการตัดสินใจไปเรียนต่อที่ต่างประเทศไม่ใช่แค่เธออยากเรียนต่ออย่างเดียว แต่เพราะข้าวหอมอยากมีเวลาคิดทบทวนเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 42 เรียนต่อ (จบ)

    ภายในเรือนจำ แป้งร่ำมาขอเยี่ยมตรีภพ เขารู้สึกดีใจมากที่คู่หมั้นมาหา ตรีภพเดินเข้ามาในห้องเยี่ยมญาติเมื่อเจ้าหน้าที่ขานชื่อ เขายิ้มอ่อนเมื่อเห็นหน้าคู่หมั้น แต่อีกฝ่ายกลับวางหน้านิ่ง “แป้งสบายดีไหม” ทั้งสองมองผ่านผนังกั้นที่เป็นเหล็กและมีช่องเล็ก ๆ พอให้มองเห็นหน้า “ค่ะ” เธอตอบไม่เต็มเสียงนัก แววตาเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในใจ “พี่ตรีผอมลงนะคะ” ตรีภพร่างกายซูบผอมลงเล็กน้อย แต่ก็ยังมองเห็นกล้ามเนื้อชัดเจน เพราะเขายังออกกำลังกายและนั่งสมาธิทุกวันเพื่อไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่าน “อือ กับข้าวในเรือนจำไม่ค่อยถูกปากเท่าไร” ตรีภพไม่ได้ใช้สิทธิพิเศษใด ที่เหนือกว่านักโทษคนอื่นเลย หาญปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ความลำบากในเรือนจำด้วยตัวเองทั้งหมด ซึ่งเขายอมรับว่าเดือนแรกที่อาศัยอยู่ในนี้ ไม่มีวันไหนที่เขาไม่ร้องไห้เลย แม้แต่พ่อแม่บังเกิดเกล้าก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้ ตอนนี้เขารู้ซึ้งแล้วว่าความลำบากเป็นเช่นไร และไม่มีสิ่งใดที่ได้มาง่าย ๆ “ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่” แป้งร่ำพูดพร้อมกับเวลานั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมายืนอยู่ด้านหลังเธอ ตรีภพเข้าใจในวินาทีนั้น

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 41 บทลงโทษ

    ช่วงบ่ายวันเดียวกันตำรวจก็มาที่บ้านสีนิล “พ่อช่วยผมด้วย” เพียะ! หาญตบหน้าตรีภพจนหน้าหัน หาญกัดฟันพูดออกมาด้วยความโกรธจัดเจือเสียใจ “แกทำอย่างนี้กับพี่แกได้ยังไง ไอ้ลูกไม่รักดี” ตรีภพมองพ่อด้วยสายตาเคียดแค้น “ก็พ่อ เข้าข้างแต่พี่วีร์ มีอะไรก็ให้พี่วีร์เป็นคนจัดการทั้งหมด แล้วผมล่ะ พ่อให้ผมทำอะไรบ้าง” “แล้วแกทำอะไรให้ฉันบ้าง ให้ขายของก็ไปโกงชาวบ้านเขา พอถูกจับได้ก็โยนความผิดให้คนอื่น แล้วแบบนี้แกจะให้ฉันไว้ใจให้แกทำงานใหญ่ได้ยังไง พอให้พักงานก็ก่อเรื่องอีก แกคิดจะฆ่าแม้แต่พี่แกเลยหรือไง” ตรีภพก้มหน้างุดตำรวจสองนายเข้ามาสวมกุญแจมือ แล้วนำตัวออกไป “คุณพี่คะ คุณพี่จะไม่ช่วยตรีเลยเหรอคะ” เมื่อสามีไม่หือไม่อือ อบเชยจึงเปลี่ยนไปอ้อนวอนอิ่มแทน “คุณพี่อิ่มคะ ช่วยลูกฉันด้วยค่ะ ฮือ ๆ” อิ่มทำหน้ากระอักกระอ่วนใจ จะให้เธอช่วยได้อย่างไร ในเมื่อคนที่ตรีภพจะทำร้ายก็คือลูกชายของเธอเช่นกัน “อย่าไปช่วยมัน ปล่อยให้มันลำบากซะบ้าง” หาญตวาดเสียงดัง หากปล่อยให้ตรีภพอยู่สุขสบายและไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำ

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 40 พ่อ

    ยุทธวีร์กับทิศเหนือยืนรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยท่าทางร้อนใจ ข้าวหอมเข้าไปในห้องฉุกเฉินเกือบสิบห้านาทีพยายาบาลจึงเดินออกมาบอก “คนไข้เสียเลือดมาก ทางเราต้องการเลือดกรุ๊ปโอด่วนเลยค่ะ มีใครพอจะให้เลือดคนไข้ได้บ้างคะ” “เลือดกรุ๊ปโออย่างนั้นเหรอ ของผมกรุ๊ปเอ” ยุทธวีร์พูดออกมาด้วยแววตาผิดหวังที่เขาไม่สามารถช่วยเธอได้ “ผมให้เลือดได้ครับ ผมเลือดกรุ๊ปโอ” ทิศเหนือพูดด้วยท่าทางกระตือรือร้น “ถ้าอย่างนั้นตามฉันมาทางนี้เลยค่ะ” ยุทธวีร์ผ่อนลมหายใจออกมาเมื่อยังมีทางช่วยชีวิตข้าวหอมไว้ทัน อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมาพ่อแม่และพี่ชายของข้าวหอมก็ตามมาที่โรงพยาบาล ทุกคนต่างนั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความกระวนกระวายใจ ยุทธวีร์เดินเข้ามาหาดอมกับพุดจีบแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกผิด “ผมขอโทษนะครับที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับข้าวหอม” “คุณวีร์อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ ยังไงคุณวีร์ก็ไม่ได้ตั้งใจ” ดอมพูดอย่างเข้าใจ “แล้วถ้าข้าวหอมเป็นอะไรไปล่ะพ่อ คุณวีร์ต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ คุณวีร์ต้องรับผิดชอบชีวิตข้าวหอม” ธันวาพูดเสียงดังด้วยความโกร

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 39 ลอบทำร้าย

    ทั้งสองเข้าไปนั่งในรถ ยุทธวีร์สังเกตเห็นว่าดวงตาอีกฝ่ายบวมและแดงก่ำ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไร พอเห็นถุงขนมกับนมที่เธอวางไว้บนตักจึงเอ่ยถาม “ยังไม่ได้กินข้าวเหรอ” “ค่ะ” “กินเลยสิ เดี๋ยวไปตากแดดก็เป็นลมเป็นแล้งไปอีก” “ฉันยังไม่หิวค่ะ” เห็นสีหน้าเธอไม่ค่อยดีนักเขาจึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” ข้าวหอมส่ายหน้า “ไม่มีค่ะ” เกือบยี่สิบนาทีที่ทั้งสองนั่งเงียบข้าวหอมจึงเอ่ยปากพูด “คุณวีร์คะ” “หืม” “ถ้าวันหนึ่งคุณวีร์รู้ว่าแท้จริงแล้วคุณวีร์ไม่ใช่ลูกของเฒ่าแก่กับแม่ใหญ่ คุณวีร์จะเสียใจไหมคะ” “ทำไม? ข้าวหอมไปรู้อะไรมาเหรอ” แค่คำถามนั้น เขาก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้าวหอม “เปล่าค่ะ ฉันแค่อยากรู้เฉย ๆ ค่ะ” “ไม่เสียใจหรอก แต่คงตกใจมากกว่า เพราะยังไงเฒ่าแก่กับแม่ใหญ่ก็เลี้ยงฉันมาเป็นอย่างดี…หรือเธอคิดว่าไง ถ้าเป็นเธอเธอจะเสียใจไหมล่ะ” “ฉัน…ฉันก็ตอบไม่ได้ค่ะว่าควรรู้สึกอย่างไร” ข้าวหอมจะโทษพ่อดอมกับแม่พุดจีบฝ่ายเดียวก็ไม่ได้

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 34 ร้องเรียน

    ตรีภพเรียกนลินีกับปพนเข้ามาพบในห้องทำงาน ยังไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรเขาก็ตบหน้าทั้งสองคนละครั้ง เพียะ! เพียะ! ทั้งสองหน้าหันไปตามแรงฝ่ามือ แต่ไม่มีใครหลุดเสียงร้องใด ๆ ออกมาแม้แต่น้อย “คุณตรีตบหน้าผมทำไมครับ” ปพนกับนลินียังอยู่ในอาการมึนงง อยู่ดี ๆ ก็โดนเรียกมาตบแต่

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 19 หรือจะเป็นคนเดียวกัน

    เย็นวันนั้นปรรณพัทรนำเรื่องที่เกิดขึ้นมาเล่าบนโต๊ะอาหารเย็น “แม่คะ วันนี้โปรดไปเจอคนที่หน้าตาเหมือนแม่มาด้วยค่ะ” ปรรณพัทรพูดโดยไม่คิดอะไร ตักข้าวเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ ถึงจะหาสาเหตุที่เธอตบปากตัวเองไม่ได้ก็ตาม พยายามอธิบายให้เพื่อนคนไหนฟังก็ไม่มีใครเชื่อ เพล้ง!

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 9 บ้านหลังใหม่

    สัปดาห์ต่อมาดอมก็พาครอบครัวย้ายมาทำงานที่โรงสีม้าสีนิล โดยมีทิศเหนือเป็นคนขนย้ายของมาให้ และพาไปที่บ้านพัก ทิศเหนือคอยเหลือบมองดูข้าวหอมตลอด เขารู้สึกคุ้นเคยกับดวงตาเปล่งประกายระยับคู่นั้นเหลือเกิน แต่คิดไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน เขาสะบัดความคิดนั้นทิ้งไป เมื่อคิดแล้วไม่ได้คำตอบจึงไม่อยากคิดให้เปลืองส

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 8 เตรียมย้ายบ้าน

    “กำนันว่ายังไงบ้างพี่” พุดจีบถามขึ้นเมื่อสามีนั่งลงบนแคร่หน้าบ้านที่เมื่อแปดปีก่อนเป็นกระท่อมมุงหญ้าคา ตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น “คุณเหนือลูกเขยเขาจะดูให้” “อ้อ คุณเหนือเขาเป็นคนมีน้ำใจนะ” “ก็น่าจะอย่างนั้น พอกำนันฝากให้เขาดูงานให้พี่เขาก็รีบรับปากทันที”

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status