Home / แฟนตาซี / วาสนากาฝาก / ตอนที่ 2 ช่วยเหลือ

Share

ตอนที่ 2 ช่วยเหลือ

last update publish date: 2026-03-18 13:34:39

“จอดตรงถังขยะด้านหน้าก่อนนะลุง” ยุทธวีร์สั่งคนขับรถเสียงเรียบ

“ครับ”

ลุงเชยชะลอรถและจอดขนานกับทางเท้า ร่างสูงใหญ่เปิดประตูก้าวขาลงจากเบาะหลังแล้วเดินตรงไปที่ถังขยะ ตรงนั้นมีหญิงสาวตัวเล็กกำลังคุ้ยหาอะไรบางอย่าง เห็นแล้วช่างเป็นภาพที่น่าหดหู่ใจยิ่งนัก คนรวยก็รวยก็ล้นฟ้า ส่วนคนจนก็จนกระทั่งไม่รู้ว่าจะเอาอะไรกิน เขาเป็นคนอ่อนไหวกับเรื่องแบบนี้ เมื่อเห็นก็อดไม่ได้ที่จะช่วยเหลือ

“นี่เธอ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นไม่ไกลจากหญิงสาวมากนัก

ผู้หญิงคนนั้นหันมามองเขาดวงตาแดงก่ำคลอไปด้วยหยดน้ำ “คุณเรียกหนูเหรอคะ”

“อือ ฉันเอาข้าวกับน้ำมาให้ บ้านเธออยู่ที่ไหนเหรอ” ถามพลางยื่นถุงกล่องข้าวกับน้ำดื่มให้ ถ้าเขาพอช่วยได้เขาอาจจะช่วย แต่ต้องขอเข้าไปดูบ้านของเด็กคนนี้ก่อน

เธอส่ายหน้าก่อนตอบ “หนูไม่มีบ้านค่ะ” นิ้วมือดำ ๆ พนมไหว้ขอบคุณอย่างนอบน้อม และรับถุงข้าวมาด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง

“แล้วพ่อกับแม่เธอล่ะ”

“ตายหมดแล้วค่ะ หนูอยู่คนเดียว” ครอบครัวเธอเป็นขอทาน พ่อกับแม่มีลูกสาวคนเดียวคือเธอ ท่านทั้งสองจากไปได้สามปีแล้ว เธอจึงต้องเลี้ยงดูตัวเองเพียงลำพัง วันไหนหาได้ค่อยได้กิน ชีวิตเดินทางไปเรื่อย ๆ ค่ำไหนก็นอนนั่น บางครั้งก็โดนเทศกิจขับไล่

ถึงจะยังไม่อยากเชื่อนัก แต่เขาก็ถามเธอออกไป “อยากมีบ้านอยู่ อยากเรียนหนังสือไหม” เขามีสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า จะรับเพิ่มไปอีกคนจะเป็นไรไป ดูแววตาเด็กคนนี้ไม่ใช่คนเจ้าเล่ห์เพทุบาย คงไม่ได้พูดเพื่อหลอกลวงเขา 

หญิงสาวพยักหน้า “อยากค่ะ” เธอพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา

“ก่อนห้าโมงเย็นวันนี้มารอฉันอยู่ที่หน้าโรงงานตรงที่รอรถนะ” ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้ถูกชะตากับเด็กคนนี้อย่างน่าประหลาด

“ค่ะ”

ว่าแล้วหนุ่มหล่อคนนั้นก็เดินกลับไปที่รถ ทิ้งให้เด็กคนนั้นยืนงงอยู่กับที่ หวังว่าเธอคงไม่โดนเขาหลอก น้อยนักคนหล่อหน้าตาดีอย่างเขาจะไม่รังเกียจคนตัวเหม็นอย่างเธอ ทุกครั้งที่มีคนเดินผ่านย่อมได้รับสายตาเหยียดหยามพร้อมกับท่าทีรังเกียจเสมอ แต่ผู้ชายคนที่เพิ่งจากไปกลับไม่แม้แต่จะทำท่าทางไม่ดีเช่นนั้น 

น้ำตาเธอไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

เขาเป็นใครกันนะ ถึงได้ใจดีกับเธอเช่นนี้ ตลอดชีวิตยังไม่เคยมีใครคุยกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นนี้มาก่อน

“คุณวีร์คุยอะไรกับเด็กคนนั้นเหรอครับ” ลุงเชยเอ่ยถามเมื่อเจ้านายเข้ามานั่งในรถเรียบร้อยแล้ว

“ฉันจะรับเด็กคนนั้นเข้าไปดูแลในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า” ถึงเธอจะดูโตกว่าเด็กที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของเขาก็ตาม

“คุณวีร์คิดดีแล้วเหรอครับ”

“อือ”

ได้ยินคำยืนยันเช่นนั้นลุงเชยจึงไม่คิดที่จะถามต่อ สิ่งไหนที่เจ้านายตัดสินใจแล้วย่อมผ่านการคิดไตร่ตรองมาดีแล้ว แม้เขาจะไม่เคยรับเด็กเร่ร่อนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาก่อนก็ตาม

ยุทธวีร์นั่งทำงานจนลืมเวลา ตอนนี้เกือบหกโมงเย็นแล้วแต่งานของเขาก็ยังไม่เสร็จ ด้านนอกเหมือนฝนกำลังตกลงมาอย่างหนัก

ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ร่างคนขับรถก้าวเข้ามาแล้วเอ่ยขึ้น “ใกล้จะทุ่มนึงแล้วนะครับคุณวีร์”

ครู่หนึ่งชายหนุ่มทำท่าเหมือนนึกบางอย่างขึ้นได้เขาเบิกตากว้างแล้วโพล่งขึ้น “ฉันนัดเด็กคนนั้นไว้ที่หน้าโรงงานตอนห้าโมงเย็น” ยุทธวีร์รีบเก็บของบนโต๊ะทำงาน ส่งกระเป๋าโน้ตบุ๊กให้คนขับรถแล้วรีบเดินออกไป ป่านนี้เธอจะยังรอเขาไหม

รถเก๋งสีดำจอดเทียบตรงป้ายรอรถหน้าโรงงาน ดวงตาของชายหนุ่มกระตุกวูบหนึ่งเมื่อเห็นร่างเล็กนอนขดตัวเหมือนตัวหนอนหลบภัยอยู่บนทางเท้า ในใจรู้สึกผิดจนไม่อยากให้อภัยตัวเอง

ลุงเชยรีบเปิดประตูลงไปอุ้มเด็กคนนั้นขึ้นมาจากพื้นอันเปียกชื้น ฝนยังตกลงมาอย่างหนัก ชายหนุ่มเปิดประตูด้านหลังให้คนขับแล้วตะโกนบอก “เอามาเบาะหลังก็ได้ลุง”

ลุงเชยไม่มีเวลาลังเลเพราะตอนนี้ตัวเขาก็เปียกเหมือนกัน ลุงเชยวางร่างไร้สติของหญิงสาวลงบนเบาะหลังที่มีเจ้านายนั่งอยู่ก่อนแล้ว ศีรษะของเธอหันไปทางเขา ยุทธวีร์หยิบหมอนที่อยู่บนเบาะให้เธอหนุน ตอนนี้ใบหน้าที่เคยมอมแมมโดนน้ำฝนชะล้างออกไปบ้างแล้ว ทำให้มองเห็นผิวที่ค่อนข้างขาวของเธอแต่แก้มตอบไปมาก ทั้งร่างสั่นเทาเพราะความหนาว เขาถอดเสื้อสูทตัวใหญ่ห่มให้อย่างไม่อิดออด

มือใหญ่เอื้อมไปจับหน้าผากเด็กคนนั้นอย่างถือวิสาสะ ตัวของเธอร้อนผ่าวราวกับมีกองไฟสุมอยู่

“ไปไหนครับคุณวีร์”

“โรงพยาบาล”

ตลอดการเดินทางยุทธวีร์ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา มีเพียงสายตาที่เฝ้ามองคนที่นอนอยู่อย่างห่วงใย หากเธอเป็นอะไรไปเขาต้องรู้สึกผิดไปทั้งชีวิต 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 9 บ้านหลังใหม่

    สัปดาห์ต่อมาดอมก็พาครอบครัวย้ายมาทำงานที่โรงสีม้าสีนิล โดยมีทิศเหนือเป็นคนขนย้ายของมาให้ และพาไปที่บ้านพัก ทิศเหนือคอยเหลือบมองดูข้าวหอมตลอด เขารู้สึกคุ้นเคยกับดวงตาเปล่งประกายระยับคู่นั้นเหลือเกิน แต่คิดไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน เขาสะบัดความคิดนั้นทิ้งไป เมื่อคิดแล้วไม่ได้คำตอบจึงไม่อยากคิดให้เปลืองสมองอีก เขาอาจจะคิดมากไปเอง แต่เขาก็ปฏิเสธได้ยากว่าดวงตาของเด็กคนนั้นเหมือนมีมนต์สะกดเหลือเกิน “ขอบคุณมากนะครับคุณเหนือ” ดอมกล่าวขอบคุณพร้อมกับยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้เป็นค่าน้ำใจและค่าเหนื่อย ทิศเหนือโบกมือและไม่ยอมรับเงินนั้น “ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ส่วนเงินอาก็เก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้เด็ก ๆ เถอะครับ” ทิศเหนือผลักเงินในมือดอมกลับไปอย่างสุภาพ ดอมจำต้องเก็บเงินนั้นไว้ในกระเป๋าตามเดิม “ว่าแต่พรุ่งนี้ผมกับเมียต้องเริ่มงานกี่โมงครับ” “แปดโมงเช้าเริ่มงานที่แปลงนาทางโน้นได้เลยครับ พรุ่งนี้น่าจะถอนหญ้าข้าวกับใส่ปุ๋ย” ทิศเหนือพูดพลางชี้นิ้วไปที่แปลงนาที่คนอื่นกำลังทำงานอยู่ ช่วงนี้เป็นช่วงทดลองปลูกข้าวที่เขาเพิ่งปรับปรุงพันธุ์ให้เจ้านาย “ครับผ

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 8 เตรียมย้ายบ้าน

    “กำนันว่ายังไงบ้างพี่” พุดจีบถามขึ้นเมื่อสามีนั่งลงบนแคร่หน้าบ้านที่เมื่อแปดปีก่อนเป็นกระท่อมมุงหญ้าคา ตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น “คุณเหนือลูกเขยเขาจะดูให้” “อ้อ คุณเหนือเขาเป็นคนมีน้ำใจนะ” “ก็น่าจะอย่างนั้น พอกำนันฝากให้เขาดูงานให้พี่เขาก็รีบรับปากทันที” “แล้วนี่เราต้องขายควายสองตัวนี้จริง ๆ เหรอคะ” พุดจีบมองควายคู่ทุกข์คู่ยากด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ปนเศร้าโศก ลูกทั้งสามคงร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรถ้ารู้ว่าต้องขายพวกมันจริง ๆ “ก็คงต้องขาย ไปอยู่ที่โน่นเราคงไม่มีเวลาดูแลมัน” เพราะต้องทำงานทั้งวัน จะปลีกตัวไปเลี้ยงควายก็คงไม่ได้ ไหนจะต้องเกี่ยวหญ้าให้มันในยามที่ขาดแคลนหญ้าอีก เพราะเพื่อนร่วมงานจะว่าเอาได้ ถึงเขาจะรู้สึกเสียดายควายสองแม่ลูกนี้มากก็ตาม ช่วงบ่ายพอทิศเหนือเห็นเถ้าแก่เข้ามาที่โรงสีเขาก็รีบเข้าไปพบทันที วันนี้ภรรยาของเถ้าแก่ไม่ได้มาด้วย ทิศเหนือเคาะประตูหน้าห้องก่อนจะเดินเข้ามา เขาก้มหน้าเล็กน้อยยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้านาย “เถ้าแก่ครับ” หาญละสายตาจากเอกสารตรงหน้าแล้วมองคนท

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 7 หางานใหม่

    ปีต่อมาดอมยืนมองทุ่งนาที่มีอยู่กว่าห้าไร่ของตนด้วยสายตาที่อ่านได้ยาก ปีนี้ฝนตกชุกกว่าทุกปีจึงทำให้นาแปลงนี้โดนน้ำท่วมทั้งหมด สิบวันแล้วที่น้ำท่วมข้าว พวกเขาคงหมดหวังที่จะได้ผลผลิตข้าวไปขายและแบ่งไว้ทำกิน นาคนอื่นก็โดนน้ำท่วมแต่พวกเขาก็คงไม่หมดตัวเหมือนกับครอบครัวของดอม “เราจะทำยังไงกันดีคะพี่” พุดจีบถามสามีเสียงแผ่ว แววตาดูเหนื่อยล้า สิ่งที่ทุ่มเททำลงไปปีนี้คงสูญเปล่า เกือบทุกปีที่น้ำท่วมนาข้าวแต่ไม่มีครั้งไหนที่จะท่วมหนักเท่าครั้งนี้ แต่ข้าวเปลือกที่เหลือจากปีที่แล้วก็ยังพอที่จะกินได้อีกเกือบปี “เราย้ายไปทำงานกับโรงสีม้าสีนิลดีไหม” ดอมนอนคิดเรื่องนี้มาหลายวันแล้ว เขาต้องเริ่มหางานประจำทำ ไม่เช่นนั้นภายหน้าครอบครัวอาจจะขัดสนมากกว่านี้ เมื่อนั้นคงหาทางแก้ไขลำบาก อีกทั้งในวัยเลขสี่เช่นนี้เขาต้องรีบหางานทำก่อนที่ร่างกายจะทำเพื่อครอบครัวไม่ไหว “แล้วเราจะเข้าไปยังไงคะ เราไม่รู้จักใครในนั้นเลย” ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าโรงสีม้าสีนิลมีแต่คนอยากเข้าไปทำงานด้วย อีกอย่างโรงสีก็อยู่ในเขตอำเภอเมือง อย่างไรพวกเขาก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเหมารถขนย้ายของเข้าไป

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 6 วัยเด็ก

    เช้าวันปิดเทอมของฤดูเก็บเกี่ยว เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบกำลังวิ่งตามหลังพี่ชายพี่สาวเพื่อไปขุดแย้กับพ่อแม่ ข้าวหอมเริ่มรู้ว่าเธอจำเรื่องราวในอดีตชาติของตัวเองได้ตั้งแต่อายุครบเจ็ดขวบ แต่เธอก็ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง จากนั้นก็ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะมีความคิดความอ่านที่โตกว่าเด็กในวัยเดียวกัน แต่เธอยังอ่านหนังสือไม่ออกและเขียนหนังสือไม่ได้ เพราะชาติที่แล้วของเธอไม่เคยได้เรียนหนังสือ เหตุการณ์ก่อนที่เธอจะจากมาอยู่ในยุคนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอไม่เคยจางหาย ภาพผู้ชายคนนั้นที่นั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำไม่เสื่อมคลาย เธอจำได้ขึ้นใจว่าเขาชื่อวีร์ ข้าวหอมเดินตามหลังพี่กับพ่อแล้วยิ้มอย่างมีความสุข ชีวิตในชาตินี้ก็ไม่ถือว่าลำบาก เธอยังมีข้าวปลาอาหารได้กินอิ่มทุกมื้อ มีเสื้อผ้าให้สวมใส่ มีน้ำสะอาดให้ดื่มกิน มีที่ให้หลับนอนไม่ต้องเร่ร่อนไปทุกแห่งหน ถึงแม้ครอบครัวจะไม่ค่อยมีเงินแต่ก็ไม่ได้อดมื้อกินมื้อเหมือนชาติที่แล้ว แค่นี้เธอก็ถือว่าพรที่เธอร้องขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่านได้ประทานให้แล้ว พ่อกับพี่ชายกำลังใช้เสียมขุดแย้ ส่วนพี่สาวกับแม่กำลังใช้เ

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 5 ตามมีตามเกิด

    พุดจีบจึงถอดสร้อยคอเส้นนั้นออก แล้วมองแหวนทองแบบเรียบ ๆ วงนั้นอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อชั้นในแล้วกล่าวกับลูกสาว “เมื่อถึงเวลาแม่จะคืนให้หนูนะ” ข้าวหอมยิ้มร่าออกมาเหมือนรู้ความ ผู้เป็นแม่มองแล้วก็ยิ่งเอ็นดูแกมมันเขี้ยว “งั้นฉันวานแกไปซื้อนมผงให้หน่อยสิ”“ได้” พุดจีบรีบหยิบเงินที่พอเหลืออยู่อย่างจำกัดให้สามี ดอมเดินเท้าเข้าไปในหมู่บ้าน เพื่อซื้อนมผงให้ลูกสาวคนเล็ก ก่อนไปภรรยายังกำชับเขาว่าอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับใครเป็นอันขาดพุดจีบหันไปสั่งลูกชาย “ธันก่อไฟต้มน้ำให้แม่หน่อยลูก” เธอจะต้มน้ำทำความสะอาดลูกน้อยก่อนจะทายาให้ และต้มไว้ให้เด็กดื่มกินด้วย“ครับแม่”“หนูช่วยนะคะ” ธารทิพย์มองน้องจนพอใจแล้วจึงเดินไปก่อไฟช่วยพี่ชาย ฝนตกทั้งคืนทำให้ฟืนที่เก็บไว้ใต้ถุนเรือนหลังเล็กค่อนข้างชื้น พื้นดินที่มีหินวางอยู่สามก้อนที่ใช้เป็นเตาไฟก็ชื้นเช่นเดียวกัน แต่พื้นที่ตรงนั้นแม่เพิ่งก่อไฟทำอาหารเสร็จไฟจึงยังไม่มอดดับ คงทำให้ธันวาก่อไฟได้ง่ายขึ้น ถึงจะอายุแค่เพียงแปดขวบแต่เขาก็ทำสิ่งที่พ่อกับแม่สอนได้เป็นอย่างดีอาบน้ำให้ลูกเสร็จพุดจีบนำปูนที่ใช้กินหมากออกมาทาตุ่มที่โดนมดกัดให้ลูก เด็กคนน

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 4 เด็กทารก

    กลางเดือนสิงหาคมปีพุทธศักราชสองพันห้าร้อยยี่สิบแปดดอมตื่นแต่เช้าเพื่อมาดูคันนา เมื่อคืนฝนตกหนักตลอดทั้งคืนจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หยุดแต่ก็ซาลงไปมาก ช่วงนี้ฝนตกชุก ไม่รู้ว่าคันนาจะขาดไปมากเท่าใดแล้ว ชายร่างใหญ่กำยำ ผิวคล้ำเข้มเพราะกรำแดดเดินแบกจอบเล่มใหญ่ไปตามคันนาเรื่อย ๆ ยังไม่เห็นจุดไหนที่คันนาขาดเลยแม้แต่จุดเดียว จะมีก็เพียงรอยรั่วที่เกิดจากไส้เดือนตัวใหญ่ที่ชอบขุดรูอยู่ตามคันนาจนทำให้คันนารั่วซึมอย่างไรก็ต้องใช้จอบขุดดินอุดรอยรั่วพวกนั้นอยู่ดี ไม่เช่นนั้นน้ำในนาข้าวก็จะเหือดแห้งไปทุกวันจนหมดนาผืนนี้ครอบครัวของเขาขอเช่ากับพิมซึ่งเป็นแค่คนรู้จักกันในหมู่บ้าน เพราะครอบครัวทั้งฝั่งของเขาและฝั่งภรรยาไม่มีสมบัติให้ มีเพียงควายสองตัวแม่ลูกที่ตอนนี้ไถนาได้ทั้งคู่แล้ว อีกทั้งดอมกับภรรยาย้ายมาจากที่อื่นจึงไม่มีญาติอยู่ที่นี่เลย อาศัยว่าอยู่นานเกือบสิบปีจึงพอมีคนรู้จักและสนิทกันอยู่บ้าง ส่วนพิมเป็นสาวโสดอายุราวสี่สิบห้าปี เธอมีอาชีพหลักคือเปิดร้านขายของชำ อาศัยอยู่คนเดียวนาแห่งนี้จึงไม่มีใครทำให้ จากที่ดอมขอเช่าเธอจึงให้เขาทำนาแล้วแบ่งผลผลิตกันคนละครึ่งแทน ซึ่งดอมก็คิดว่าเป็นข้อเสนอที่ดี แต่บา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status