Masukจะเลวร้ายเพียงใดเมื่อต้องย้อนเวลาไปเป็นเขยบ้านนาที่มีพ่อตาสุดโหด ซ้ำภรรยายังขาพิการ
Lihat lebih banyakตลอดเวลาที่ทอรุ้งรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ขุนทัพคอยมาดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี แม้จะมีพยาบาลพิเศษก็ตาม จนพ่อกับแม่นึกแปลกใจ ขุนทัพจึงบอกพ่อกับแม่ว่าเขากำลังคบหาดูใจอยู่กับทอรุ้ง และจะแต่งงานกับเธอหลังจากที่เธอหายดีแล้ว พ่อกับแม่ประหลาดใจมากที่จู่ ๆ ลูกชายก็ประกาศแต่งงานราวกับสายฟ้าแลบ ก่อนหน้านี้บังคับยังไงก็ไม่ยอมแต่งท่าเดียว แถมยังยืนยันเสียงแข็งว่าชาตินี้จะไม่ขอมีภรรยา แต่พอฟื้นขึ้นมาคราวนี้กลับเปิดตัวว่าที่ภรรยาอย่างรวดเร็ว ถึงจะรู้สึกว่าเรื่องราวมันแปลกอยู่บ้างแต่พ่อกับแม่ก็เต็มใจที่จะรับทอรุ้งมาเป็นสะใภ้หมื่นล้าน ดีกว่าปล่อยให้ลูกชายเป็นโสดไปตลอดชีวิต สองเดือนต่อมาทอรุ้งก็หายดีเป็นปกติแล้ว กิจการร้านเสื้อผ้าของเธอก็ขายดีมีกำไรมากเช่นกัน ทอรุ้งมีความสุขกับการทำงานทั้งแบบออฟไลน์และไลฟ์สด อีกทั้งด้านความรักก็ลงตัวที่สุด เพราะขุนทัพทำให้เธอหายจากฝันร้าย ถึงเธอจะจำอดีตชาติได้แต่เรื่องนั้นก็ไม่ได้มีผลต่อชีวิตประจำวันของเธออีกแล้ว ทุกวันขุนทัพจะมารับเธอไปรับประทานอาหารเย็นที่บ้านของเขา วันหยุดยังพาไปเที่ยวทุกที่ที่เธออยากไป ทั้งที่งานเขาก็หนักมากเช่นกัน แต่ทั้งสองก็มีเวลาว่างให
เห็นเพื่อนเอนหลังพิงพนักเตียงผู้ป่วยไม่ยอมพูดจา กมลาภาจึงถามออกไป “แกโอเคไหมรุ้ง ให้ฉันตามพยายาบาลไหม” ดูเหมือนเพื่อนจะไม่ดีใจที่ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง จะเป็นไปได้อย่างไร มีใครไม่อยากมีชีวิตอยู่บ้าง “ฉันโอเค ไม่ต้องตามหรอก พรุ่งนี้ค่อยตรวจทีเดียว” ทอรุ้งพูดเสียงเนือย ๆ เพราะรู้สึกเหนื่อยกับการร้องไห้ ตอนนี้เธอยังไม่อยากคุยกับใคร เพราะยังทำใจกับความฝันไม่ได้ ทุกครั้งที่ตื่นจากความฝัน ก็มักจะมีความรู้สึกจมดิ่งเช่นนี้ “แกนอนพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ต้องทำงานไม่ใช่เหรอ ฉันขอนั่งพักสักครู่ก็จะนอนแล้ว” “อืม!” กมลาภาจึงทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเล็กที่วางอยู่ไม่ไกลจากเตียงผู้ป่วย อีกด้านเป็นโซฟายาว ครู่ต่อมาทอรุ้งจึงนึกขึ้นได้ “ว่าแต่เจ้าของรถคันนั้นเป็นยังไงบ้าง” เขาหักหลบเธอกะทันหัน ไม่รู้จะบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด “ไม่รู้เหมือนกัน เขาอยู่ห้องข้าง ๆ นี่แหละ ฉันไม่กล้าไปเยี่ยมเขา ค่ารักษาและค่าห้องพิเศษแม่เขาก็เป็นคนออกให้” น้ำเสียงคล้ายง่วงงุนเต็มที จึงไม่ได้สนใจที่จะอธิบายเพื่อน “ทำไมแกถึงไม่กล้า…” ถามยังไม่จบพอเหลือบมองเพื่อนอีกที กมลาภาก็หลับไปแล้ว เพื่อนค
คนตัวใหญ่ที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง สะอื้นไห้ฮึก ๆ ทั้งที่ยังหลับตา ปลื้มจิตผู้เป็นมารดาที่มานอนเฝ้าลูกชายมองดูด้วยความตกใจ “ทัพ ทัพเป็นอะไรไปลูก” เธอจับแขนลูกชายเขย่าเบา ๆ สามวันแล้วที่ลูกชายของเธอนอนไม่ได้สติ ตอนนี้กลับร้องไห้ออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ “กาย” เขาเปิดปากเอ่ยชื่อใครบางคนที่เธอไม่รู้จักออกมา และยังพูดซ้ำอีกหลายหน จนแม่ต้องตีแขนเขาแรงขึ้น “ทัพ!” ขุนทัพลืมตาขึ้นกะพริบตาปริบ ๆ เพื่อปรับรูม่านตาเข้าหาแสงและขับไล่น้ำตาที่ยังรื้นอยู่ แต่ยังสะอื้นไม่หาย เขามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านข้างช้า ๆ จากนั้นกวาดสายตามองไปรอบห้อง หลังมือข้างซ้ายยังมีสายน้ำเกลือห้อยอยู่ “ทัพ จำแม่ได้ไหมลูก” ปลื้มจิตถามลูกชายด้วยความเป็นห่วง เพราะดวงตาเขาดูเลื่อนลอยคล้ายคนยังไม่ได้สติ ขุนทัพมองแม่ด้วยสายตาที่ไม่อยากเชื่อนัก เอื้อมมือไปจับมือแม่แล้วบีบเบา ๆ ก่อนหน้าเขายังอยู่ในอดีตบนท้องนาที่มีแต่โคลนตมอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับมาในยุคปัจจุบันเสียแล้ว ทั้งที่เขาหมดหวังกับเรื่องนี้ไปแล้ว และไม่เคยคิดว่าจะได้กลับมาที่นี่อีก แต่พอได้กลับมาจริง ๆ เขาก
ประกายทิ้งมัดกล้าแล้วรีบวิ่งสุดกำลังไปไล่ควาย แต่เพราะใส่ผ้าถุงแถมยังเปียกชื้น อีกทั้งแปลงนายังมีน้ำขังอยู่มาก จึงทำให้วิ่งลำบาก มือสองข้างยังต้องคอยถกผ้าถุงขึ้น บัวผันเห็นลูกสาววิ่งกะเผลก ๆ ไปจึงตะโกนบอก “กายอย่าวิ่ง!” สิ้นคำแม่ ประกายที่กำลังจะก้าวขาขึ้นคันนากลับเหยียบพลาด จนทำให้ร่างเธอล้มคว่ำหน้าลงไป หน้าท้องกระแทกเข้ากับคันนาอย่างจัง “โอ๊ย!” เธอร้องออกมาได้แค่นั้นเพราะรู้สึกทั้งจุกทั้งเจ็บจนเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ “กาย!” บัวผันเบิกตาโพลง ทิ้งกล้าในมือแล้วรีบตรงมาหาลูก “กาย!” เสียงของขาลเอ่ยออกด้วยความตกใจสุดขีด ทำให้ทุกคนหันมามองที่เขาทั้งสิ้น เขาพุ่งทะยานออกจากป่าไผ่ตรงไปหาภรรยาด้วยความร้อนใจ ไม่ได้สนสายตาใครทั้งสิ้น เข้มยังรีรออยู่ตรงนั้นเพื่อหาทางหนีทีไล่ช่วยพี่ชาย ประกอบเห็นขาลวิ่งมาหาลูกสาวตนก็รีบวิ่งไปคว้าปืนแล้ววิ่งไปหาทั้งคู่ทันที มันยังไม่ตาย ซ้ำยังกล้ากลับมาหยามเกียรติเขาอีกหรือ “กาย กายเป็นยังไงบ้าง” ขาลเอ่ยเสียงสั่นช้อนร่างภรรยาขึ้นจากน้ำ “พี่ขาล” เรียกได้แค่ชื่อสามี น้ำตาก็ไหลพร
บัวผันวางจอบที่ถือมาด้วยแล้ววิ่งไปดูคนท้อง จากนั้นทุกคนจึงวิ่งตามกันไปทั้งหมด คนที่มาขุดด้วงก็มายืนให้กำลังใจกันอยู่ด้านล่างเถียงนา“เตรียมมีดคม ๆ กับถ่านให้ฉันด้วยนะพี่โฮม” บัวผันบอกโฮมพลางก้าวขาขึ้นบันไดอย่างว่องไว“ได้ ฉันบอกไอ้ผานไว้แล้ว” โฮมหมายถึงสามีของยุพิน“ดี”บัวผันรีบสาวเท้าขึ้นไปบนเถีย
ฟังถึงตรงนี้แล้วบุญทิ้งก็รู้สึกเจ็บในอก “ช่างเถอะ” เขาไม่อยากฟังว่าประกายแอบชอบผู้ชายเย็นชาคนนั้นมากแค่ไหน “ว่าแต่เอ็งเถอะ มีผู้ชายเข้าหาทำไมไม่เดินหนี”“เดินหนีทำไม ก็ฉันอยากมีแฟนนี่นา แล้วพี่มาบอกว่าเป็นแฟนฉันทำไม เขาก็ไม่กล้ามาอีกสิ” สานฝันพูดอย่างหงุดหงิด ตอนพี่ชายบอกพวกนั้นว่าเป็นแฟน เธออ้าปาก
ขาลมองตามร่างสูงเพรียวที่เดินขาไม่เท่ากันคู่กันไปกับน้องสาวจนสุดสายตา เขาลืมบอกไปอีกเรื่องก็คือคนในยุคนี้หาได้ยากที่จะมีรองเท้าสวมใส่ ซึ่งครอบครัวเขาและครอบครัวของประกายก็เป็นหนึ่งในนั้น ขาลก้มมองเท้าตัวเองที่คลุกดินจนหม่นหมองด้วยความเวทนา ก่อนหน้าเคยใส่รองเท้าคู่ละหลายพันจนถึงหลักหมื่น ตอนนี้อย่าว
“พี่ขาล!” นิ่มนวลส่งเสียงเรียกคนตัวโตที่กำลังเดินมาทางพี่สาวขาลส่งยิ้มให้นิ่มนวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแล้วพูดขึ้นว่า “มา เดี๋ยวพี่ช่วยขุด” ทั้งนิ่มนวล สานฝัน และประกายมองหน้าขาลเป็นตาเดียว ก่อนประกายจะเอ่ยปฏิเสธ “ฉันขุดเองได้ พี่ไปทำงานของพี่เถอะ ถ้าพ่อมาเห็นเข้าพี่จะเดือดร้อน” ปกติเวล





