แชร์

ตอนที่ 3 สุดยื้อ

ผู้เขียน: กัญจารีย์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-18 13:34:57

ยุทธวีร์กลับบ้านมาด้วยใจที่ยังเป็นกังวล แม้เด็กคนนั้นจะอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์แล้วก็ตาม ดูท่าอาการเธอคงหนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน คืนนั้นเขาหลับไปทั้งที่ใจยังกระวนกระวายกับเรื่องเด็กคนนั้น

เช้าวันต่อมาเดินลงจากคฤหาสน์หลังใหญ่แล้วสั่งลูกน้องทันที “ไปโรงพยาบาล”

“ครับคุณวีร์”

มารดาทำได้เพียงมองตามแล้วเอ่ยตามหลังลูกชาย “วีร์ไม่กินข้าวเช้าก่อนเหรอลูก” เมื่อคืนเขาก็กลับดึกไม่ได้รับประทานอาหารเย็นร่วมกับครอบครัวด้วยซ้ำ ตื่นเช้ามาก็ยังรีบออกไปอีก

“ไม่ครับแม่ ผมมีธุระด่วนต้องทำครับ” เขาไม่แม้แต่จะหยุดรอคุยกับผู้เป็นแม่ด้วยซ้ำ มารดามองตามหลังลูกชายแล้วถอนหายใจ ถึงจะรู้ว่าลูกชายเป็นคนบ้างาน แต่เธอก็ยังไม่ชินสักครั้ง ดูแลทั้งโรงงาน ทั้งสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า

มาถึงโรงพยาบาลก็ถามหาห้องเด็กคนนั้นทันที เขารีบสาวเท้าไปยังห้องที่พยาบาลบอก

ภายในห้องพิเศษพยาบาลกำลังตรวจวัดความดันของเธออยู่ เด็กคนนั้นสวมชุดใหม่ของโรงพยาบาล เนื้อตัวสะอาดสะอ้าน

“อาการเป็นยังไงบ้างครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามพยาบาลเสียงเบา เพราะเกรงว่าจะรบกวนคนที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ขนตาเป็นแพงอนสวย ปากเธอแห้งเป็นขุยและซีดขาว ใบหน้าแทบไม่มีสีเลือด

“อาการหนักอยู่เหมือนกันค่ะ ตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลย อีกสักพักคุณหมอก็คงเข้ามาค่ะ” สิ้นคำแพทย์ผู้ดูแลคนไข้ก็เปิดประตูเข้ามาพอดี

แววตาของคุณหมอดูไม่สู้ดีนัก เขาไม่รอให้ยุทธวีร์ถาม “คนไข้ติดเชื้อในกระแสเลือดครับ เราคงทำได้เพียงรอเท่านั้น” แพทย์หนุ่มพูดเป็นนัย แต่ยุทธวีร์ก็เข้าใจเป็นอย่างดีว่าเธอคงอยู่ได้อีกไม่นาน

เขาเงียบไปภายในเหมือนมีลมตีกลับขึ้นมาจนจุกอก

‘ขอให้เธอลืมตาขึ้นมาคุยกับฉันสักครั้ง…แค่นี้จะได้ไหม’ ยุทธวีร์ร่ำร้องในใจ

ถึงจะไม่ใช่ญาติแต่เขาก็รู้สึกผิดกับเธอเหลือเกิน แต่รอแล้วรอเล่าก็เหมือนเธอจะไม่ได้ยินเสียงที่เขาเอ่ยขอในใจ

คนตัวใหญ่เดินออกมาที่รถเหมือนร่างไร้วิญญาณ

“เกิดอะไรขึ้นครับคุณวีร์”

“เด็กคนนั้นติดเชื้อในกระแสเลือด คงอยู่ได้อีกไม่เกินหนึ่งอาทิตย์” เขาบอกตามที่ได้คุยกับหมอ

ลุงเชยก็พูดอะไรไม่ออกเช่นกัน เจ้านายเขาอุตส่าห์อยากช่วยเด็กคนนั้นแต่ก็ช่วยไม่ทัน เขาคงผิดหวังไม่น้อย

ร่างอ่อนแรงลืมตาขึ้นแล้วกลอกมองไปทั่วห้อง แต่พอเห็นพยาบาลเดินเข้ามาเธอก็ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถาม อีกทั้งสายระโยงระยางอยู่ที่แขนของเธอก็บอกแน่ชัดแล้วว่าเธอนอนอยู่ที่โรงพยาบาล คำถามคือใครเป็นคนพาเธอมาที่นี่ ใครเป็นบุคคลใจบุญผู้นั้น ถ้าจะให้เธอจ่ายค่ายาค่าห้องเองเธอคงจ่ายไม่ไหว

หญิงสาวพยายามจะอ้าปากถามแต่ก็ไม่มีเสียงออกมา ลมหายใจรวยรินเต็มที เธอรู้สึกเหมือนตัวเองขี้เกียจหายใจ เพิ่งเข้าใจตอนนี้เองว่าอาการที่คนจะจากโลกนี้ไปมันไม่ห่วงอะไรจริง ๆ แต่ก็ดีแล้วการจากไปโดยเร็วมันอาจจะทำให้เธอพ้นทุกข์ก็ได้ ไม่ต้องคิดว่าวันนี้จะเอาอะไรกิน วันนี้จะนอนไหน แต่ถ้าเธอยังไม่เห็นหน้าผู้มีพระคุณคนนั้นเธอจะจากไปอย่างมีความสุขได้อย่างไร พยาบาลมองร่างที่นาน ๆ ทีจะตื่นขึ้นมาก่อนที่จะหลับยาวอีกครั้งด้วยความรู้สึกเวทนา

ตลอดหลายวันที่ผ่านมายุทธวีร์เทียวมาเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาลทุกวัน แต่เธอก็ยังไม่ฟื้นขึ้นมาสักที วันนี้เขาเปิดประตูเดินเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยอย่างมีความหวัง

“คุณวีร์มาพอดีเลยค่ะ” พยาบาลเอ่ยอย่างดีใจ

พอเห็นคนที่นอนอยู่บนเตียงลืมตาขึ้นมาเขาก็ระบายยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงผู้ป่วยแต่ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา เธอมองเขาแล้วหยดน้ำตาก็ไหลริน ใช่ผู้ชายคนนั้นจริง ๆ ด้วย ผู้ชายที่บอกว่าให้เธอรออยู่หน้าโรงงาน ผู้ชายที่บอกว่าจะพาเธอไปอยู่บ้านหลังใหม่และจะให้เธอได้เรียนหนังสือ ร่างซูบผอมใบหน้าซีดจนหาสีเลือดไม่เจอยิ้มอ่อนให้เขา ตอนนี้เธอเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยจนแทบไม่อยากหายใจ

มือใหญ่เอื้อมไปกุมมือเธอไว้ อย่างน้อยเธอจะได้รู้ว่าทั้งชีวิตนี้เธอยังมีเขาอยู่ 

เธอทำได้เพียงมองหนุ่มหล่อใจดีตรงหน้า เขาเป็นใคร เขาไม่ใช่ญาติ เจอหน้ากันแค่ครั้งเดียว แต่กลับยื่นมือเข้ามาช่วยเธออย่างไม่มีข้อกังขา

หากชาติหน้ามีจริง ขอให้เธอเกิดมามีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ อย่าได้อดอยากเท่ากับชาตินี้เลย ถึงจะไม่ได้ร่ำรวยก็ขอให้ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ มีเสื้อผ้าสวมใส่เหมือนกับคนอื่นเขาบ้าง สำคัญกว่านั้นหากเป็นไปได้ขอให้เธอได้ตอบแทนบุญคุณผู้ชายคนนี้ด้วยเถิด ‘คุณวีร์’

จิตสุดท้ายเฝ้าภาวนาก่อนลมหายใจของเธอจะสงบลง

ร่างผ่ายผอมบนเตียงยังเผยรอยยิ้มทั้งน้ำตาออกมาให้เขาเห็น เธอมีหลายอย่างที่อยากคุยกับเขา อยากขอบคุณเขา แต่เธอคงทำได้เพียงสื่อสารทุกอย่างผ่านดวงตาเลื่อนลอยคู่นั้น เธอค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลงอย่างช้า ๆ ริมฝีปากที่คลี่ยิ้มพลันกลับเข้าสู่สภาวะปกติ อวัยวะทุกส่วนบนร่างกายไร้การตอบสนอง

เธอจากไปอย่างสงบ ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำ แต่ไม่ได้ปล่อยให้หยดน้ำไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว หากวันนั้นเขาลงมาจากห้องทำงานเร็วกว่านี้ เธอก็คงไม่มีจุดจบเช่นนี้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • วาสนากาฝาก   ตอนพิเศษ 2

    สัปดาห์ต่อมา ข้าวหอมตื่นขึ้นมาในตอนเช้า อาบน้ำแต่งตัวเตรียมจะไปทำงานพร้อมกับสามี เธอนั่งรอเขาอยู่บนโต๊ะอาหาร โดยมีแม่บ้านยืนอยู่ด้านข้าง ที่สำคัญตรงหน้าของเธอยังมีมะดันดองกับมะกอกดองพร้อมกับพริกเกลือวางอยู่ด้วย เมื่อเช้าข้าวหอมสั่งให้แม่บ้านซื้อผลไม้ดองมาจากตลาดสองสามอย่าง และยังมีผลไม้สดอย่างมะยมกับมะม่วงเปรี้ยวอีก เธอสั่งให้แม่บ้านเตรียมไว้ให้แล้ว เพราะเธอจะห่อไปกินที่ทำงานด้วย เธอหยิบมะกอกดองจิ้มพริกเกลือส่งข้าวปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย แต่คนที่เปรี้ยวกลับเป็นแม่บ้านที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้แม่บ้านยืนกลืนน้ำลายที่ไหลทะลักออกมาจนปวดกระพุ้งแก้มไปหมด แถมยังทำหน้าตาบิดเบี้ยวแทนข้าวหอมอีกด้วย แต่คนที่นั่งกินยังเฉยฉิบ ยุทธวีร์เดินลงมาจากชั้นบน ขยับเนคไทให้เข้าที่แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามภรรยา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อเห็นภรรยากินผลไม้ดองแต่เช้าเช่นนี้ “ทำไมกินของดองก่อนมื้อเช้าล่ะ เดี๋ยวก็ปวดท้องกันพอดี” แม่บ้านก็ห้ามแล้วแต่ข้าวหอมไม่ฟัง อาการแบบนี้อาการคนกำลังแพ้ท้องชัด ๆ แต่ข้าวหอมกับยุทธวีร์เพิ่งย้ายมาอยู่ด้วยกันไม่ถึงเดือน แล้วเธอจะท้องไ

  • วาสนากาฝาก   ตอนพิเศษ 1

    วันที่ข้าวหอมกับวิลาวัลย์กลับจากต่างประเทศ แก้วตาและทิศเหนือก็ไปรับเธอที่สนามบินพร้อมกับดอมและพุดจีบด้วย วิลาวัลย์โผเข้ากอดพ่อกับแม่ แม่ใหญ่ และพี่ชายต่างมารดา ส่วนข้าวหอมก็กอดกับดอมกับพุดจีบเช่นกัน แก้วตากับทิศเหนือยืนมองลูกสาวแล้วยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ ถึงเธอกับอดีตสามีจะไม่ได้เลี้ยงดูข้าวหอมมา แต่เธอก็เติบโตมาเป็นคนดี ไม่เบียดเบียนคนอื่น ไม่โทษตัวเอง ถึงข้าวหอมจะไม่ได้เรียกเธอกับทิศเหนือว่าพ่อกับแม่ก็ตาม แค่เธอได้มองลูกอยู่ห่าง ๆ เธอก็ดีใจมากแล้ว ข้าวหอมเดินเข้ามาใกล้ทั้งสองแล้วเอ่ยขึ้นเต็มเสียง “พ่อ แม่” เป็นครั้งแรกที่ข้าวหอมเรียกพวกเขาว่าพ่อแม่ เพียงเท่านั้นทั้งสองก็อ้าแขนรับลูกสาวและกอดกันกลม ทิศเหนือกับแก้วตาดีใจจนพูดไม่ออก พวกเขาไม่เคยคาดหวังให้เธอเรียกพ่อกับแม่ แต่ก็อยากได้ยินสักครั้งในชีวิต และวันนี้ฝันพวกเขาก็เป็นจริงพุดจีบยืนมองภาพนั้นแล้วก็น้ำตาคลอ ในที่สุดข้าวหอมก็ปลดล็อกหัวใจตัวเองได้สำเร็จ เธอรู้ว่าการตัดสินใจไปเรียนต่อที่ต่างประเทศไม่ใช่แค่เธออยากเรียนต่ออย่างเดียว แต่เพราะข้าวหอมอยากมีเวลาคิดทบทวนเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 42 เรียนต่อ (จบ)

    ภายในเรือนจำ แป้งร่ำมาขอเยี่ยมตรีภพ เขารู้สึกดีใจมากที่คู่หมั้นมาหา ตรีภพเดินเข้ามาในห้องเยี่ยมญาติเมื่อเจ้าหน้าที่ขานชื่อ เขายิ้มอ่อนเมื่อเห็นหน้าคู่หมั้น แต่อีกฝ่ายกลับวางหน้านิ่ง “แป้งสบายดีไหม” ทั้งสองมองผ่านผนังกั้นที่เป็นเหล็กและมีช่องเล็ก ๆ พอให้มองเห็นหน้า “ค่ะ” เธอตอบไม่เต็มเสียงนัก แววตาเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในใจ “พี่ตรีผอมลงนะคะ” ตรีภพร่างกายซูบผอมลงเล็กน้อย แต่ก็ยังมองเห็นกล้ามเนื้อชัดเจน เพราะเขายังออกกำลังกายและนั่งสมาธิทุกวันเพื่อไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่าน “อือ กับข้าวในเรือนจำไม่ค่อยถูกปากเท่าไร” ตรีภพไม่ได้ใช้สิทธิพิเศษใด ที่เหนือกว่านักโทษคนอื่นเลย หาญปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ความลำบากในเรือนจำด้วยตัวเองทั้งหมด ซึ่งเขายอมรับว่าเดือนแรกที่อาศัยอยู่ในนี้ ไม่มีวันไหนที่เขาไม่ร้องไห้เลย แม้แต่พ่อแม่บังเกิดเกล้าก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้ ตอนนี้เขารู้ซึ้งแล้วว่าความลำบากเป็นเช่นไร และไม่มีสิ่งใดที่ได้มาง่าย ๆ “ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่” แป้งร่ำพูดพร้อมกับเวลานั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมายืนอยู่ด้านหลังเธอ ตรีภพเข้าใจในวินาทีนั้น

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 41 บทลงโทษ

    ช่วงบ่ายวันเดียวกันตำรวจก็มาที่บ้านสีนิล “พ่อช่วยผมด้วย” เพียะ! หาญตบหน้าตรีภพจนหน้าหัน หาญกัดฟันพูดออกมาด้วยความโกรธจัดเจือเสียใจ “แกทำอย่างนี้กับพี่แกได้ยังไง ไอ้ลูกไม่รักดี” ตรีภพมองพ่อด้วยสายตาเคียดแค้น “ก็พ่อ เข้าข้างแต่พี่วีร์ มีอะไรก็ให้พี่วีร์เป็นคนจัดการทั้งหมด แล้วผมล่ะ พ่อให้ผมทำอะไรบ้าง” “แล้วแกทำอะไรให้ฉันบ้าง ให้ขายของก็ไปโกงชาวบ้านเขา พอถูกจับได้ก็โยนความผิดให้คนอื่น แล้วแบบนี้แกจะให้ฉันไว้ใจให้แกทำงานใหญ่ได้ยังไง พอให้พักงานก็ก่อเรื่องอีก แกคิดจะฆ่าแม้แต่พี่แกเลยหรือไง” ตรีภพก้มหน้างุดตำรวจสองนายเข้ามาสวมกุญแจมือ แล้วนำตัวออกไป “คุณพี่คะ คุณพี่จะไม่ช่วยตรีเลยเหรอคะ” เมื่อสามีไม่หือไม่อือ อบเชยจึงเปลี่ยนไปอ้อนวอนอิ่มแทน “คุณพี่อิ่มคะ ช่วยลูกฉันด้วยค่ะ ฮือ ๆ” อิ่มทำหน้ากระอักกระอ่วนใจ จะให้เธอช่วยได้อย่างไร ในเมื่อคนที่ตรีภพจะทำร้ายก็คือลูกชายของเธอเช่นกัน “อย่าไปช่วยมัน ปล่อยให้มันลำบากซะบ้าง” หาญตวาดเสียงดัง หากปล่อยให้ตรีภพอยู่สุขสบายและไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำ

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 40 พ่อ

    ยุทธวีร์กับทิศเหนือยืนรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยท่าทางร้อนใจ ข้าวหอมเข้าไปในห้องฉุกเฉินเกือบสิบห้านาทีพยายาบาลจึงเดินออกมาบอก “คนไข้เสียเลือดมาก ทางเราต้องการเลือดกรุ๊ปโอด่วนเลยค่ะ มีใครพอจะให้เลือดคนไข้ได้บ้างคะ” “เลือดกรุ๊ปโออย่างนั้นเหรอ ของผมกรุ๊ปเอ” ยุทธวีร์พูดออกมาด้วยแววตาผิดหวังที่เขาไม่สามารถช่วยเธอได้ “ผมให้เลือดได้ครับ ผมเลือดกรุ๊ปโอ” ทิศเหนือพูดด้วยท่าทางกระตือรือร้น “ถ้าอย่างนั้นตามฉันมาทางนี้เลยค่ะ” ยุทธวีร์ผ่อนลมหายใจออกมาเมื่อยังมีทางช่วยชีวิตข้าวหอมไว้ทัน อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมาพ่อแม่และพี่ชายของข้าวหอมก็ตามมาที่โรงพยาบาล ทุกคนต่างนั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความกระวนกระวายใจ ยุทธวีร์เดินเข้ามาหาดอมกับพุดจีบแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกผิด “ผมขอโทษนะครับที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับข้าวหอม” “คุณวีร์อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ ยังไงคุณวีร์ก็ไม่ได้ตั้งใจ” ดอมพูดอย่างเข้าใจ “แล้วถ้าข้าวหอมเป็นอะไรไปล่ะพ่อ คุณวีร์ต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ คุณวีร์ต้องรับผิดชอบชีวิตข้าวหอม” ธันวาพูดเสียงดังด้วยความโกร

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 39 ลอบทำร้าย

    ทั้งสองเข้าไปนั่งในรถ ยุทธวีร์สังเกตเห็นว่าดวงตาอีกฝ่ายบวมและแดงก่ำ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไร พอเห็นถุงขนมกับนมที่เธอวางไว้บนตักจึงเอ่ยถาม “ยังไม่ได้กินข้าวเหรอ” “ค่ะ” “กินเลยสิ เดี๋ยวไปตากแดดก็เป็นลมเป็นแล้งไปอีก” “ฉันยังไม่หิวค่ะ” เห็นสีหน้าเธอไม่ค่อยดีนักเขาจึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” ข้าวหอมส่ายหน้า “ไม่มีค่ะ” เกือบยี่สิบนาทีที่ทั้งสองนั่งเงียบข้าวหอมจึงเอ่ยปากพูด “คุณวีร์คะ” “หืม” “ถ้าวันหนึ่งคุณวีร์รู้ว่าแท้จริงแล้วคุณวีร์ไม่ใช่ลูกของเฒ่าแก่กับแม่ใหญ่ คุณวีร์จะเสียใจไหมคะ” “ทำไม? ข้าวหอมไปรู้อะไรมาเหรอ” แค่คำถามนั้น เขาก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้าวหอม “เปล่าค่ะ ฉันแค่อยากรู้เฉย ๆ ค่ะ” “ไม่เสียใจหรอก แต่คงตกใจมากกว่า เพราะยังไงเฒ่าแก่กับแม่ใหญ่ก็เลี้ยงฉันมาเป็นอย่างดี…หรือเธอคิดว่าไง ถ้าเป็นเธอเธอจะเสียใจไหมล่ะ” “ฉัน…ฉันก็ตอบไม่ได้ค่ะว่าควรรู้สึกอย่างไร” ข้าวหอมจะโทษพ่อดอมกับแม่พุดจีบฝ่ายเดียวก็ไม่ได้

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 34 ร้องเรียน

    ตรีภพเรียกนลินีกับปพนเข้ามาพบในห้องทำงาน ยังไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรเขาก็ตบหน้าทั้งสองคนละครั้ง เพียะ! เพียะ! ทั้งสองหน้าหันไปตามแรงฝ่ามือ แต่ไม่มีใครหลุดเสียงร้องใด ๆ ออกมาแม้แต่น้อย “คุณตรีตบหน้าผมทำไมครับ” ปพนกับนลินียังอยู่ในอาการมึนงง อยู่ดี ๆ ก็โดนเรียกมาตบแต่

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 19 หรือจะเป็นคนเดียวกัน

    เย็นวันนั้นปรรณพัทรนำเรื่องที่เกิดขึ้นมาเล่าบนโต๊ะอาหารเย็น “แม่คะ วันนี้โปรดไปเจอคนที่หน้าตาเหมือนแม่มาด้วยค่ะ” ปรรณพัทรพูดโดยไม่คิดอะไร ตักข้าวเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ ถึงจะหาสาเหตุที่เธอตบปากตัวเองไม่ได้ก็ตาม พยายามอธิบายให้เพื่อนคนไหนฟังก็ไม่มีใครเชื่อ เพล้ง!

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 9 บ้านหลังใหม่

    สัปดาห์ต่อมาดอมก็พาครอบครัวย้ายมาทำงานที่โรงสีม้าสีนิล โดยมีทิศเหนือเป็นคนขนย้ายของมาให้ และพาไปที่บ้านพัก ทิศเหนือคอยเหลือบมองดูข้าวหอมตลอด เขารู้สึกคุ้นเคยกับดวงตาเปล่งประกายระยับคู่นั้นเหลือเกิน แต่คิดไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน เขาสะบัดความคิดนั้นทิ้งไป เมื่อคิดแล้วไม่ได้คำตอบจึงไม่อยากคิดให้เปลืองส

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 8 เตรียมย้ายบ้าน

    “กำนันว่ายังไงบ้างพี่” พุดจีบถามขึ้นเมื่อสามีนั่งลงบนแคร่หน้าบ้านที่เมื่อแปดปีก่อนเป็นกระท่อมมุงหญ้าคา ตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น “คุณเหนือลูกเขยเขาจะดูให้” “อ้อ คุณเหนือเขาเป็นคนมีน้ำใจนะ” “ก็น่าจะอย่างนั้น พอกำนันฝากให้เขาดูงานให้พี่เขาก็รีบรับปากทันที”

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status