Mag-log inสัปดาห์ต่อมา ข้าวหอมตื่นขึ้นมาในตอนเช้า อาบน้ำแต่งตัวเตรียมจะไปทำงานพร้อมกับสามี เธอนั่งรอเขาอยู่บนโต๊ะอาหาร โดยมีแม่บ้านยืนอยู่ด้านข้าง ที่สำคัญตรงหน้าของเธอยังมีมะดันดองกับมะกอกดองพร้อมกับพริกเกลือวางอยู่ด้วย เมื่อเช้าข้าวหอมสั่งให้แม่บ้านซื้อผลไม้ดองมาจากตลาดสองสามอย่าง และยังมีผลไม้สดอย่างมะยมกับมะม่วงเปรี้ยวอีก เธอสั่งให้แม่บ้านเตรียมไว้ให้แล้ว เพราะเธอจะห่อไปกินที่ทำงานด้วย เธอหยิบมะกอกดองจิ้มพริกเกลือส่งข้าวปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย แต่คนที่เปรี้ยวกลับเป็นแม่บ้านที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้แม่บ้านยืนกลืนน้ำลายที่ไหลทะลักออกมาจนปวดกระพุ้งแก้มไปหมด แถมยังทำหน้าตาบิดเบี้ยวแทนข้าวหอมอีกด้วย แต่คนที่นั่งกินยังเฉยฉิบ ยุทธวีร์เดินลงมาจากชั้นบน ขยับเนคไทให้เข้าที่แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามภรรยา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อเห็นภรรยากินผลไม้ดองแต่เช้าเช่นนี้ “ทำไมกินของดองก่อนมื้อเช้าล่ะ เดี๋ยวก็ปวดท้องกันพอดี” แม่บ้านก็ห้ามแล้วแต่ข้าวหอมไม่ฟัง อาการแบบนี้อาการคนกำลังแพ้ท้องชัด ๆ แต่ข้าวหอมกับยุทธวีร์เพิ่งย้ายมาอยู่ด้วยกันไม่ถึงเดือน แล้วเธอจะท้องไ
วันที่ข้าวหอมกับวิลาวัลย์กลับจากต่างประเทศ แก้วตาและทิศเหนือก็ไปรับเธอที่สนามบินพร้อมกับดอมและพุดจีบด้วย วิลาวัลย์โผเข้ากอดพ่อกับแม่ แม่ใหญ่ และพี่ชายต่างมารดา ส่วนข้าวหอมก็กอดกับดอมกับพุดจีบเช่นกัน แก้วตากับทิศเหนือยืนมองลูกสาวแล้วยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ ถึงเธอกับอดีตสามีจะไม่ได้เลี้ยงดูข้าวหอมมา แต่เธอก็เติบโตมาเป็นคนดี ไม่เบียดเบียนคนอื่น ไม่โทษตัวเอง ถึงข้าวหอมจะไม่ได้เรียกเธอกับทิศเหนือว่าพ่อกับแม่ก็ตาม แค่เธอได้มองลูกอยู่ห่าง ๆ เธอก็ดีใจมากแล้ว ข้าวหอมเดินเข้ามาใกล้ทั้งสองแล้วเอ่ยขึ้นเต็มเสียง “พ่อ แม่” เป็นครั้งแรกที่ข้าวหอมเรียกพวกเขาว่าพ่อแม่ เพียงเท่านั้นทั้งสองก็อ้าแขนรับลูกสาวและกอดกันกลม ทิศเหนือกับแก้วตาดีใจจนพูดไม่ออก พวกเขาไม่เคยคาดหวังให้เธอเรียกพ่อกับแม่ แต่ก็อยากได้ยินสักครั้งในชีวิต และวันนี้ฝันพวกเขาก็เป็นจริงพุดจีบยืนมองภาพนั้นแล้วก็น้ำตาคลอ ในที่สุดข้าวหอมก็ปลดล็อกหัวใจตัวเองได้สำเร็จ เธอรู้ว่าการตัดสินใจไปเรียนต่อที่ต่างประเทศไม่ใช่แค่เธออยากเรียนต่ออย่างเดียว แต่เพราะข้าวหอมอยากมีเวลาคิดทบทวนเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
ภายในเรือนจำ แป้งร่ำมาขอเยี่ยมตรีภพ เขารู้สึกดีใจมากที่คู่หมั้นมาหา ตรีภพเดินเข้ามาในห้องเยี่ยมญาติเมื่อเจ้าหน้าที่ขานชื่อ เขายิ้มอ่อนเมื่อเห็นหน้าคู่หมั้น แต่อีกฝ่ายกลับวางหน้านิ่ง “แป้งสบายดีไหม” ทั้งสองมองผ่านผนังกั้นที่เป็นเหล็กและมีช่องเล็ก ๆ พอให้มองเห็นหน้า “ค่ะ” เธอตอบไม่เต็มเสียงนัก แววตาเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในใจ “พี่ตรีผอมลงนะคะ” ตรีภพร่างกายซูบผอมลงเล็กน้อย แต่ก็ยังมองเห็นกล้ามเนื้อชัดเจน เพราะเขายังออกกำลังกายและนั่งสมาธิทุกวันเพื่อไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่าน “อือ กับข้าวในเรือนจำไม่ค่อยถูกปากเท่าไร” ตรีภพไม่ได้ใช้สิทธิพิเศษใด ที่เหนือกว่านักโทษคนอื่นเลย หาญปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ความลำบากในเรือนจำด้วยตัวเองทั้งหมด ซึ่งเขายอมรับว่าเดือนแรกที่อาศัยอยู่ในนี้ ไม่มีวันไหนที่เขาไม่ร้องไห้เลย แม้แต่พ่อแม่บังเกิดเกล้าก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้ ตอนนี้เขารู้ซึ้งแล้วว่าความลำบากเป็นเช่นไร และไม่มีสิ่งใดที่ได้มาง่าย ๆ “ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่” แป้งร่ำพูดพร้อมกับเวลานั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมายืนอยู่ด้านหลังเธอ ตรีภพเข้าใจในวินาทีนั้น
ช่วงบ่ายวันเดียวกันตำรวจก็มาที่บ้านสีนิล “พ่อช่วยผมด้วย” เพียะ! หาญตบหน้าตรีภพจนหน้าหัน หาญกัดฟันพูดออกมาด้วยความโกรธจัดเจือเสียใจ “แกทำอย่างนี้กับพี่แกได้ยังไง ไอ้ลูกไม่รักดี” ตรีภพมองพ่อด้วยสายตาเคียดแค้น “ก็พ่อ เข้าข้างแต่พี่วีร์ มีอะไรก็ให้พี่วีร์เป็นคนจัดการทั้งหมด แล้วผมล่ะ พ่อให้ผมทำอะไรบ้าง” “แล้วแกทำอะไรให้ฉันบ้าง ให้ขายของก็ไปโกงชาวบ้านเขา พอถูกจับได้ก็โยนความผิดให้คนอื่น แล้วแบบนี้แกจะให้ฉันไว้ใจให้แกทำงานใหญ่ได้ยังไง พอให้พักงานก็ก่อเรื่องอีก แกคิดจะฆ่าแม้แต่พี่แกเลยหรือไง” ตรีภพก้มหน้างุดตำรวจสองนายเข้ามาสวมกุญแจมือ แล้วนำตัวออกไป “คุณพี่คะ คุณพี่จะไม่ช่วยตรีเลยเหรอคะ” เมื่อสามีไม่หือไม่อือ อบเชยจึงเปลี่ยนไปอ้อนวอนอิ่มแทน “คุณพี่อิ่มคะ ช่วยลูกฉันด้วยค่ะ ฮือ ๆ” อิ่มทำหน้ากระอักกระอ่วนใจ จะให้เธอช่วยได้อย่างไร ในเมื่อคนที่ตรีภพจะทำร้ายก็คือลูกชายของเธอเช่นกัน “อย่าไปช่วยมัน ปล่อยให้มันลำบากซะบ้าง” หาญตวาดเสียงดัง หากปล่อยให้ตรีภพอยู่สุขสบายและไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำ
ยุทธวีร์กับทิศเหนือยืนรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยท่าทางร้อนใจ ข้าวหอมเข้าไปในห้องฉุกเฉินเกือบสิบห้านาทีพยายาบาลจึงเดินออกมาบอก “คนไข้เสียเลือดมาก ทางเราต้องการเลือดกรุ๊ปโอด่วนเลยค่ะ มีใครพอจะให้เลือดคนไข้ได้บ้างคะ” “เลือดกรุ๊ปโออย่างนั้นเหรอ ของผมกรุ๊ปเอ” ยุทธวีร์พูดออกมาด้วยแววตาผิดหวังที่เขาไม่สามารถช่วยเธอได้ “ผมให้เลือดได้ครับ ผมเลือดกรุ๊ปโอ” ทิศเหนือพูดด้วยท่าทางกระตือรือร้น “ถ้าอย่างนั้นตามฉันมาทางนี้เลยค่ะ” ยุทธวีร์ผ่อนลมหายใจออกมาเมื่อยังมีทางช่วยชีวิตข้าวหอมไว้ทัน อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมาพ่อแม่และพี่ชายของข้าวหอมก็ตามมาที่โรงพยาบาล ทุกคนต่างนั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความกระวนกระวายใจ ยุทธวีร์เดินเข้ามาหาดอมกับพุดจีบแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกผิด “ผมขอโทษนะครับที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับข้าวหอม” “คุณวีร์อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ ยังไงคุณวีร์ก็ไม่ได้ตั้งใจ” ดอมพูดอย่างเข้าใจ “แล้วถ้าข้าวหอมเป็นอะไรไปล่ะพ่อ คุณวีร์ต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ คุณวีร์ต้องรับผิดชอบชีวิตข้าวหอม” ธันวาพูดเสียงดังด้วยความโกร
ทั้งสองเข้าไปนั่งในรถ ยุทธวีร์สังเกตเห็นว่าดวงตาอีกฝ่ายบวมและแดงก่ำ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไร พอเห็นถุงขนมกับนมที่เธอวางไว้บนตักจึงเอ่ยถาม “ยังไม่ได้กินข้าวเหรอ” “ค่ะ” “กินเลยสิ เดี๋ยวไปตากแดดก็เป็นลมเป็นแล้งไปอีก” “ฉันยังไม่หิวค่ะ” เห็นสีหน้าเธอไม่ค่อยดีนักเขาจึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” ข้าวหอมส่ายหน้า “ไม่มีค่ะ” เกือบยี่สิบนาทีที่ทั้งสองนั่งเงียบข้าวหอมจึงเอ่ยปากพูด “คุณวีร์คะ” “หืม” “ถ้าวันหนึ่งคุณวีร์รู้ว่าแท้จริงแล้วคุณวีร์ไม่ใช่ลูกของเฒ่าแก่กับแม่ใหญ่ คุณวีร์จะเสียใจไหมคะ” “ทำไม? ข้าวหอมไปรู้อะไรมาเหรอ” แค่คำถามนั้น เขาก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้าวหอม “เปล่าค่ะ ฉันแค่อยากรู้เฉย ๆ ค่ะ” “ไม่เสียใจหรอก แต่คงตกใจมากกว่า เพราะยังไงเฒ่าแก่กับแม่ใหญ่ก็เลี้ยงฉันมาเป็นอย่างดี…หรือเธอคิดว่าไง ถ้าเป็นเธอเธอจะเสียใจไหมล่ะ” “ฉัน…ฉันก็ตอบไม่ได้ค่ะว่าควรรู้สึกอย่างไร” ข้าวหอมจะโทษพ่อดอมกับแม่พุดจีบฝ่ายเดียวก็ไม่ได้
ปีต่อมาดอมยืนมองทุ่งนาที่มีอยู่กว่าห้าไร่ของตนด้วยสายตาที่อ่านได้ยาก ปีนี้ฝนตกชุกกว่าทุกปีจึงทำให้นาแปลงนี้โดนน้ำท่วมทั้งหมด สิบวันแล้วที่น้ำท่วมข้าว พวกเขาคงหมดหวังที่จะได้ผลผลิตข้าวไปขายและแบ่งไว้ทำกิน นาคนอื่นก็โดนน้ำท่วมแต่พวกเขาก็คงไม่หมดตัวเหมือนกับครอบครัวของดอม “เราจะทำยังไงกัน
เช้าวันปิดเทอมของฤดูเก็บเกี่ยว เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบกำลังวิ่งตามหลังพี่ชายพี่สาวเพื่อไปขุดแย้กับพ่อแม่ ข้าวหอมเริ่มรู้ว่าเธอจำเรื่องราวในอดีตชาติของตัวเองได้ตั้งแต่อายุครบเจ็ดขวบ แต่เธอก็ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง จากนั้นก็ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะมีความคิดความอ่านที่โตกว่าเด็กในวัยเดียวกัน แต่เธ
พุดจีบจึงถอดสร้อยคอเส้นนั้นออก แล้วมองแหวนทองแบบเรียบ ๆ วงนั้นอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อชั้นในแล้วกล่าวกับลูกสาว “เมื่อถึงเวลาแม่จะคืนให้หนูนะ” ข้าวหอมยิ้มร่าออกมาเหมือนรู้ความ ผู้เป็นแม่มองแล้วก็ยิ่งเอ็นดูแกมมันเขี้ยว “งั้นฉันวานแกไปซื้อนมผงให้หน่อยสิ”“ได้” พุดจีบรีบหยิบเงินที่พอเหล
กลางเดือนสิงหาคมปีพุทธศักราชสองพันห้าร้อยยี่สิบแปดดอมตื่นแต่เช้าเพื่อมาดูคันนา เมื่อคืนฝนตกหนักตลอดทั้งคืนจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หยุดแต่ก็ซาลงไปมาก ช่วงนี้ฝนตกชุก ไม่รู้ว่าคันนาจะขาดไปมากเท่าใดแล้ว ชายร่างใหญ่กำยำ ผิวคล้ำเข้มเพราะกรำแดดเดินแบกจอบเล่มใหญ่ไปตามคันนาเรื่อย ๆ ยังไม่เห็นจุดไหนที่คันนาขาดเล







